Silver Blood (Yaoi) :: จบแล้ว ::

ตอนที่ 106 : ตอนพิเศษ : โชคชะตา...ครั้งใหม่ [5]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 561
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    22 ธ.ค. 61

“แล้วไหง...เด็กเรียนที่บอกว่าตัวเองไม่เคยโดดอย่างนายถึงตามมาด้วยล่ะ?”  นีลยื่นหน้าเข้าไปใกล้กับโจเอล ที่เดินตามมาหลังลูเซียสมาด้วย ระหว่างทางเดินทอดยาวเข้าไปยังอาคารที่อยู่ลึกสุดของพื้นที่

โจเอลย่นจมูก  “เพราะว่าต่อจากนี้ฉันจะได้รีบพาลูเซียสไปเข้าเรียนช่วงบ่ายน่ะสิ แล้ววิชานั้นนายเองก็ต้องเรียนพร้อมกันด้วย”

“พูดเองเออเอง ใครจะไปเรียนกับนายกัน”  นีลหัวเราะ

ลูเซียสเดินไปเรื่อยๆ ท่ามกลางเสียงถกเถียงของนีลและโจเอล สายลมอุ่นร้อนพัดผ่านมากระทบผิวกาย เท้าก้าวเหยียบผ่านเส้นทางมุ่งเข้าสู่อาคารเรือนกระจกปิดทึบรูปร่างแปลกประหลาด มองจากระยะไกลมันดูเหมือนกับดอกไม้ที่มีรูปทรงสามเหลี่ยมแบบหงาย พร้อมกันนั้นเองกลิ่นหอมโชยมากระทบจมูกให้เด็กหนุ่มร่างสูงชะงักเท้า

“กลิ่นนั่น...”  ลูเซียสพูดขึ้น

“กลิ่น? กลิ่นอะไรเหรอ?”  โจเอลเงยหน้าขึ้น ทำท่าสูดดมในอากาศ

“กลิ่นชา”  ลูเซียสตอบ  แต่ไม่ได้อธิบายเพิ่มว่า มันเป็นกลิ่นชาพิเศษที่ต้นของมันเพาะปลูกได้แต่ที่โอเอซีสเท่านั้น

นีลเลิกคิ้วสูงขึ้น พึมพำกับตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อ  “...ได้กลิ่นทั้งที่อยู่ห่างขนาดนี้เนี่ยนะ”

เมื่อเข้าใกล้มากขึ้น ไม่ใช่กลิ่นอันชัดเจนขึ้นเท่านั้น แต่ลูเซียสก็ยังได้ยินเสียงไพเราะดังเป็นจังหวะลอยมาตาลมมาด้วย

เรือนกระจกขนาดใหญ่ตรงหน้าสะท้อนแสงเป็นสีเหลืองและชมพูดูราวกับสีของแสงไฟ เมื่อประตูอัตโนมัติเปิดออก นีลก็ก้าวเท้านำลูเซียสกับโจเอลเข้าไป

ด้านในนั้นมีสภาพอากาศที่จำกัดอุณหภูมิไว้มันไม่ได้ร้อนมากนัก แต่ก็ห่างไกลจากคำว่าเย็นสบาย และยังมีความชื้นที่ค่อนข้างมาก ทางเดินเล็กแคบติดตั้งเครื่องฆ่าเชื้อโรคด้วยระบบแสง เมื่อเดินผ่านระบบที่ติดตั้งไว้เสร็จ พวกเขาก็ก้าวเข้าสู่ดินแดนแห่งใหม่ที่เหมือนจะแยกออกมาอีกโลกหนึ่ง

ลูเซียสเบิกตากว้างขึ้นเมื่อเห็นสีเขียวสะพรั่งหลากหลายเฉด อัดแน่นอยู่เบื้องหน้า ในหัวของเขาราวกับจะได้ยินเสียงเล็กๆ ของเด็กผู้ชายคนหนึ่งพึมพำขึ้นว่าในหัวว่า ...ต้นไม้ ต้นไม้เต็มไปหมดเลย ...และเสียงนั้นก็เป็นเสียงของเขาเอง

“น่าทึ่ง”  ลูเซียสกล่าวออกมาในที่สุด

“ฉันเห็นนายทำหน้าประหลาดใจ หนที่สองแล้วนะ”  โจเอลกล่าวแซว  “หนแรกก็ตอนรู้ว่าที่นี่มีอาหารปรุงสดขาย  แต่คราวนี้เหมือนนายจะประหลาดใจมากกว่านั้นเยอะเลย”

ลูเซียสเหยียดยิ้มทั้งที่สายตายังคงติดอยู่กับต้นไม้เลื้อยที่มีใบเป็นแฉกขนาดใหญ่  “ใช่”

“ฉันไม่ได้พานายมาดูพืชพันธุ์พวกนี้นะ”  นีลเอ่ยขัดขึ้น  “มาทางนี้สิ เดี๋ยวเจ้าหญิงก็ร้องเพลงจบพอดี”

เด็กหนุ่มก้าวเท้าตามนีลไป เมื่อผ่านเขตของต้นไม้ก็ได้พบกับโถงขนาดใหญ่ แสงแดดสาดส่องสะท้อนกับกระจกที่จัดมุมเอาไว้ส่งผลให้ทั่วพื้นที่สว่างไสวเป็นสีเหลืองทองแบบที่ไม่ต้องพึ่งจากจากหลอดไฟเลยสักดวง

พื้นที่วางตรงกลางมีกลุ่มคนในชุดสีขาวสะอาดประมาณสิบคนคุกเข่าอยู่กับพื้น  ทั้งหมดถูกรายล้อมอยู่ห่างๆ จากบรรดาเด็กหนุ่มสาวนักเรียนของซีคอล  

นีลพาลูเซียสกับโจเอลแหวกฝูงชนเหล่านั้นอย่างไม่กลัวจะถูกต่อว่า เข้าไปยืนอยู่ยังมุมด้านหน้าสุด

เสียงอันไพเราะที่เปล่งออกมาจากกลุ่มคนชุดสีขาว ดังก้องอยู่ในพื้นที่ปิด ท่วงทำนองที่พริ้วไหวประสานกันอย่างนุ่มนวลอย่างที่เสียงสังเคราะห์จากเครื่องดนตรีเลียนแบบไม่ได้

“เพราะจริงๆ”  โจเอลกล่าวออกมา

“ใช่ไหมล่ะ ฟังกี่รอบก็ประทับใจ”  นีลว่า พร้อมกับสะกิดลูเซียส  “เป็นไงเป็นเพลงที่สุดยอดใช่ไหมล่ะ?”

“นั่นไม่ใช่เพลง...มันคือบทสวด”  ลูเซียสตอบ

...บทสวดเพื่อขอบคุณธรรมชาติจากชนเผ่าเลือดสีขาว

ลูเซียสรู้จักมันดี และท่องจำมันได้ทุกคำ ผ่านการเปล่งเสียงอันทุ่มต่ำของผู้ให้กำเนิดยามขับกล่อมเพื่อส่งเขาเข้าสู่ห้วงนิทรา  เสียงของจีแอลไม่ได้นุ่มนวลเหมือนกับที่ได้ยินตอนนี้ กลับกันมันแผ่วเบาหากแต่หนักแน่นมั่นคง ช่วยทำให้รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย น่าเสียดายที่ตั้งแต่ลูเซียสเริ่มโตขึ้นเขาก็ไม่มีโอกาสได้ฟังอีก

สิ้นเสียงสวดอันไพเราะนั้นแล้ว ความเงียบสงบก็เข้าปกคลุมอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะตามมาด้วยเสียงปรบมือจากบรรดาผู้ชมที่เข้ามาที่นี่เพื่อจุดประสงค์นี้

“คนที่อยู่ตรงกลาง...นั่นไงเจ้าหญิง” นีลชี้นิ้วตรงไป

เด็กสาวที่สวมชุดสีขาวสว่างลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ เป็นคนสุดท้าย ราวกับว่าแสงสว่างทั้งมวลสาดกระทบลงบนร่างของเธอ เด็กสาวผู้มีเส้นผมสีน้ำตาลทองจึงยิ่งดูเปล่งประกาย ผิวกายขาวจัด ริมฝีปากแต่งแต้มด้วยสีชมพูอ่อน ดวงตากลมโตที่มีแพขนตางอนยาว และนัยน์ตาสีขาวที่ดูราวกับไข่มุกบ่งบอกสายเลือดในกาย

“มาเรียน่า?”  ลูเซียสพูดออกมา แม้เสียงของเขาจะไม่ได้ดังอะไรนัก แต่ก็ทำให้เด็กสาวที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าหญิงของที่นี่เหลือบสายตามามอง แล้วดวงตาที่ดูเหมือนจะโตอยู่แล้วของเธอพลันเบิกกว้างขึ้น

“ท่านลูเซียส!” ใบหน้าของเด็กสาวประดับรอยยิ้มที่ดูงดงามราวกับดอกไม้ เธอรีบก้าวเท้าตรงเข้ามาหา ซึ่งนั่นนำพาให้ทุกสายตาที่กำลังจ้องมองเธอพุ่งตรงมายังจุดเดียวกัน

“อะไรกัน นี่นายรู้จักกับเจ้าหญิงด้วยเหรอ?”  นีลหันมาถามลูเซียส เช่นเดียวกับโจเอลที่ส่งแววตาสงสัยมาให้

“อ่า...”  แน่นอนว่าลูเซียสรู้จัก

มาเรียน่าเป็นบุตรสาวบุญธรรมคนเดียวของผู้นำเลือดสีขาว ที่สืบเชื้อสายมาจากญาติห่างๆ เนื่องจากอาเธอร์กับเคธี่ผู้มีเลือดสีแดงไม่สามารถมีบุตรด้วยกันได้

เพราะอย่างนั้นคนที่นี่ก็เลยเรียกเธอว่า เจ้าหญิง สินะ

มาเรียน่ามายืนอยู่เบื้องหน้าของลูเซียส เธอคว้าข้อมือของเขาเอาไว้ จากนั้นก้มศีรษะลงใช้หน้าผากแตะลงบนหลังมือของเด็กหนุ่มร่างสูง

ลูเซียสห้ามไม่ทัน เพราะเขาไม่ทันนึกถึงการทักทายแบบแสดงความเคารพอย่างสูงยิ่งของชนเผ่าเลือดสีขาว

สิ่งที่มาเรียน่าทำยิ่งทำให้ลูเซียสกลายเป็นจุดสนใจมากเข้าไปใหญ่ หลายคนจ้องมองแบบไม่วางตา และเริ่มถามหากันว่าเขาเป็นใคร มาจากไหนกันแน่

“ท่านลูเซียส...ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้คะ?”  มาเรียน่าเอ่ยถาม

ลูเซียสขมวดคิ้วกับสายตารอบตัว สุดท้ายก็ตัดสินใจเอ่ยว่า  “ฉันถูกพ่อส่งมาที่นี่น่ะ...เขาบอกว่าฉันต้องเรียนรู้อะไรอีกเยอะ”

มาเรียน่าหัวเราะ  “อย่างท่านลูเซียส ยังจะต้อง...”

“ลูเซียส...แค่ลูเซียสก็พอ”  เด็กหนุ่มตัดบท นั่นทำให้เด็กสาวชะงักไป สายตาของเธอจับจ้องลูเซียสจากนั้นก็พยักหน้าอย่างเริ่มเข้าใจสถานการณ์ 

“ขออภัยด้วยค่ะ”  มาเรียน่ากล่าว  “ฉันดีใจมากไปหน่อยที่ได้เจอลูเซียสที่นี่ ก็เลยลืมตัว”

“ไม่เป็นไรหรอก...ฉันเองก็แปลกใจมากที่เจอเธอที่นี่เหมือนกัน” 

“ดูเหมือนเราจะมีเรื่องที่ต้องคุยกันเยอะเลย”  เด็กสาวยิ้มกว้าง  “ไปดื่มชากันก่อนดีไหมคะ?” 

ลูเซียสมองไปทางโจเอล ...เด็กหนุ่มร่างเล็กจ้องมองเขากับมาเรียน่าสลับกันไปมาจนดวงตากลมคู่นั้นดูเหมือนหุ่นของเล่นอย่างไรอย่างนั้น

“ไว้โอกาสหน้าแล้วกัน...ดูเหมือนฉันจะต้องไปเข้าเรียนวิชาช่วงบ่ายแล้วล่ะ”  ลูเซียสวางมือลงบนบ่าของโจเอล “ใช่ไหม?”

“อ่า...”  โจเอลดูงุนงงอยู่ครู่หนึ่ง  “เออ ใช่...เรายังต้องไปเรียน”

“งั้นเราก็ไปกันเถอะ”  ลูเซียสเอ่ยเร่ง และเดินแหวกฝูงชนออกไปก่อน

หลังออกมาจากเรือนกระจกแล้ว นีลกับโจเอล ก็เหมือนเพิ่งจะค้นหาเสียงตัวเองเจอ

“นี่นาย...รู้จักเจ้าหญิงมาก่อนเหรอ?”  นีลถาม 

“พ่อของฉันเคยพาไปที่โอเอซีสน่ะ เคยเจอเธอที่นั่น...เรื่องก็มีแค่นั้นแหละ”

“แล้วทำไมเธอต้องทำท่าทางเคารพนายขนาดนั้นด้วย เธอเรียกนายว่า ท่าน ด้วยนะ...สมัยนี้ไม่มีใครใช้คำนี้แล้วด้วยซ้ำ”  โจเอลว่าบ้าง

ลูเซียสหัวเราะ ตอบคำถามด้วยท่าทางไม่ใส่ใจ  “เพราะมาเรียน่าเคยแพ้พนันฉันไงล่ะ...มันเป็นเรื่องแกล้งกันแบบเด็กๆ ก็เท่านั้นแหละ”

ท่าทางสงสัยของนีลกับโจเอล ดูคลายลงเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้หมดไปซะทีเดียว ทั้งสองคนเพิ่งรู้จักลูเซียสเป็นวันแรก ย่อมมีเรื่องอีกมากที่ต้องอยากรู้  ลูเซียสไม่คิดว่ามันจะมีปัญหาอะไรตามมาหรอก และที่สำคัญไม่มีทางที่คนพวกนี้จะรับรู้ถึงตัวตนที่แตกต่างจากคนอื่นของเขาได้อยู่แล้ว ...เด็กหนุ่มยกปลายนิ้วขึ้นแตะปลายหางตา

ดวงตาข้างนี้...ตลอดมาก็มีคนเคยเห็นสีที่แท้จริงของมันเพียงไม่กี่คนเท่านั้น และนับจากนี้ลูเซียสจะให้มีคนที่เห็นมันเพิ่มขึ้นได้อีกแค่คนเดียว ...อีกแค่คนเดียวเท่านั้น

ห้องเรียนในวิชาช่วงบ่ายอยู่ที่อาคารอีกหลังหนึ่ง เป็นอาคารเรียนที่ให้บรรยากาศเก่าโบราณ ไม่มีอุปกรณ์ทันสมัยอะไรสักเท่าไหร่ ห้องเรียนชั้นหนึ่งอยู่ด้านในสุดเปิดโล่งรับแสงสว่างได้ดี เมื่อพวกเขาไปถึงก็พบว่าอาจารย์ผู้สอนได้เริ่มคลาสไปก่อนแล้ว ห้องเรียนโล่งกว้างบานประตูขนาดใหญ่เปิดอ้าเอาไว้โดยไม่ปิด เสียงทุ้มกังวานที่ฟังชัดเจนสบายหู จึงดังออกมาจากด้านใน

เป็นเสียงที่ให้ความรู้สีกดีทีเดียว...

“ขอโทษที่มาสายครับอาจารย์”  โจเอลเอ่ยพร้อมกันดันหลังของนีลที่ดูอิดออดเข้าไปด้านใน โดยมีลูเซียสก้าวตามไปด้านหลัง

“ไม่ต้องขอโทษหรอก อย่างที่เคยบอก วิชาของผมไม่เช็คชื่อ และเปิดโอกาสให้เข้ามาเรียน หรือออกจากห้องได้ตลอดอยู่แล้ว...ไปหาที่นั่งเถอะ”  เสียงอาจารย์หนุ่มกล่าว  “...เวลามันมีค่า” 

ประโยคนี้...?  ลูเซียสเบนสายตาไปจับจ้องคนพูด ...ร่างสูงโปร่งในชุดโทนสีดำ ยืนอยู่หน้าชั้นเรียน เบื้องหน้ากระดาษแบบดิจิตอลมีลายมือเป็นระเบียบเขียนอยู่

เหมือนรู้ตัวว่ากำลังถูกจ้องมอง เจ้าของเสียงทุ้มกังวาน จึงหันหน้ามาทางลูเซียส ...ดวงตาเรียวยาวที่ก่อนหน้านี้ลูเซียสสังเกตสีของมันได้ไม่ถนัด เวลานี้มันกำลังปรากฏชัดเจนตรงหน้า

สีของมันดำขลับราวกับรัตติกาล



===+++===+++===+++

แหมหายไปซะนาน.... จากที่คิดว่าจะเขียนแค่สั้นๆ ก็เริ่มยาวๆ ไปเรื่อยแล้ว (อย่าไปสนใจในจุดนี้เลยเนอะ) .... ตอนนี้ตัวละครหลักๆ ในตอนพิเศษก็ออกมากันครบแล้ว(มั้ง)  พอจะเดาได้แล้วใช่ไหมคะว่าใครจะมาเป็นคู่ของลูเซียส ... 55555 (ขำอะไรไม่รู้)  

ฝากติดตามอ่านด้วย (ตามไปให้ถึงฉากเลิฟซีนนะทู๊กคนนนนน)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

942 ความคิดเห็น

  1. #596 pote16 (@pote16) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:55

    ลูกศิษย์จะจับอาจารย์กินสินะคะ 555

    #596
    1
  2. #585 y_pps (@y_pps) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 00:54
    เชียร์​อาจารย์​สุดฤทธิ์​
    #585
    1
    • #585-1 สั้น สั้น (@ToniToni) (จากตอนที่ 106)
      31 มกราคม 2562 / 19:20
      หวังว่าอาจารย์จะแซ่บนะ อิอิ
      #585-1
  3. #579 Janechoxx (@janerii) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 01:37
    เคะแก่กว่าสินะ อื้ม!
    #579
    2
    • #579-1 สั้น สั้น (@ToniToni) (จากตอนที่ 106)
      23 ธันวาคม 2561 / 10:37
      ขอโทษด้วยน้า...T-T
      #579-1
    • #579-2 Janechoxx (@janerii) (จากตอนที่ 106)
      23 ธันวาคม 2561 / 10:42
      ไม่เป็นไรค่ะ จีแอลยังแก่กว่าเลย ถึงนางจะน่าเด็กกว่าอีธานมากก็เถอะ55555 😂
      #579-2
  4. #576 Fairytailla (@Fairylailla) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 01:12
    ชิปคู่ไหนดีคะจุดนี้!?
    #576
    1
    • #576-1 สั้น สั้น (@ToniToni) (จากตอนที่ 106)
      23 ธันวาคม 2561 / 10:34
      ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวค่ะ ^^
      #576-1
  5. #574 Nm'mi (@nametaji_miho) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 23:26
    คุณครูกับลูกศิษย์หรอ
    #574
    1
  6. #572 Yamasaki (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 22:08

    กีดดดดดด มาดขรึม รอนะคะ

    #572
    1
  7. #570 N nana (@psysic) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 20:37
    ขอเดาเป็นคนสุดท้ายที่ออกมาได้มั้ยค่ะ
    #570
    1