ขนาดตัวอักษร

  • font-size
  • font-size

ตอนที่ 11 : บทที่ 10 : 2035 เวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • 14 มิ.ย. 64

แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านบานเกล็ดเข้ามาภายในห้องนอน ธีโอตื่นขึ้นบนเตียงนอนขนาดควีนไซส์ ภาพโฮโลแกรมของคริสตี้นอนอยู่ข้างๆ เขา

ชายหนุ่มยิ้มก่อนจะเอื้อมมือไปลูบเรือนผมสีแดงของคริสตี้ “ตื่นได้แล้ว เด็กขี้เซา” คริสตี้ลืมตาขึ้นช้าๆ ก่อนจะลุกขึ้นนั่งและขยี้ตาด้วยสีหน้างัวเงีย ผมสีแดงชี้ฟูทำให้ธีโอคิดถึงตัวละครเจ้าหญิงตัวหนึ่งจากการ์ตูนอนิเมชั่นเรื่องหนึ่งเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว

“เมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับอีกแล้วเหรอธีโอ” หญิงสาวถามพลางจ้องใบหน้าของธีโอ

“อืม..” ธีโอก้มหน้าตอบ เขาจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่เขาหลับสนิทจริงๆ คือเมื่อไหร่

“อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมเช้านี้” เขาถามหญิงสาว

“แพนเค้ก!”

ธีโอยิ้ม “ช็อกโกแลต บลูเบอร์รี่หรือแบบธรรมดา”

“เหมาหมดทุกแบบเลยได้ไหม” คริสตี้ยิ้มก่อนจะหัวเราะแห้งๆ ทำเอาชายหนุ่มหัวเราะ

“เดี๋ยวอาบน้ำเสร็จแล้วไปทำให้นะ” ธีโอลุกขึ้นจากเตียงและเดินไปทางห้องน้ำ ทิ้งภาพโฮโลแกรมของเด็กสาวเอาไว้บนเตียง เธอกำลังยุ่งอยู่กับการพยายามทำให้ผมสีแดงที่ชี้โด่ชี้เด่กลับมาเรียบตรงอีกครั้ง

ธีโอเพิ่งบินกลับมาจากงานเปิดตัวและผลิตภัณฑ์ของบริษัทเมื่อวานที่ซิลิกอนวัลเลย์ แคลิฟอร์เนีย นี่เป็นครั้งแรกที่บริษัทของธีโอเปิดตัวต่อสายตาชาวโลก

หลังจากเข้าซื้อกิจการของบริษัท AI friends ธีโอได้เชิญแอนนี่ คาร์ลและเคเลบมาเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทใหม่ของเขา ทั้งสามตอบรับด้วยความยินดี และสิ่งแรกที่ธีโอทำคือการพัฒนาโปรแกรมชุดคำสั่งหลักของแอนดรอยด์ ให้มีความสามารถในการประมวลผลสูงขึ้น และสามารถแสดงอารมณ์ได้หลากหลายและซับซ้อนยิ่งขึ้นโดยเขาได้รับความช่วยเหลือจาก คาร์ล อดีตหัวหน้าฝ่ายเขียนโปรแกรมจึงทำให้การพัฒนาเป็นไปได้อย่างไม่สะดุด

ซึ่งมันส่งผลให้ยอดผู้ใช้งานแอพพลิเคชั่น AI friends พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ โดยมีบัญชีผู้ใช้งานอยู่ที่เกือบ 100 ล้านบัญชี ซึ่งตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวเลขของผู้ใช้งานเฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น เหล่าผู้ใช้หน้าเก่าที่เลิกใช้งานไปกลับมาใช้งานอีกครั้ง นอกจากนี้ยังมีผู้ใช้หน้าใหม่เขามาใช้งานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กระแสในโซเชียลมีเดียค่อนข้างจะเป็นไปในทางบวก

ผลปรากฏว่ามีการพูดถึงการกระทำไม่ดีต่อแอนดรอยด์ของ AI friend น้อยลงเมื่อแอนดรอยด์สามารถแสดงให้ผู้ใช้ได้เห็นถึงอารมณ์เศร้าและหวาดกลัวได้ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าผู้ใช้หลายๆ รายปฏิบัติกับแชทบอทของบริษัทอื่นๆ ในทางที่ดีขึ้นและส่อให้เห็นถึงพฤติกรรมรุนแรงที่น้อยลง

หลังจากนั้น ธีโอ ไบรอนและทีมพัฒนาอีกกว่าสิบชีวิตได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อพัฒนาอุปกรณ์ VR ขึ้นได้สำเร็จ หลังจากผ่านกระบวนการทางกฎหมายและได้รับการรับรองว่าปลอดภัยแล้ว ทางบริษัทจึงสั่งดำเนินการผลิต และจะเริ่มวางจำหน่ายในอีกไม่ถึงหนึ่งเดือนข้างหน้านี้ นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์อีกไลน์หนึ่งนั่นก็คือระบบภาพโฮโลแกรมแบบติดตั้งภายในบ้าน และระบบโดรนฉายภาพโฮโลแกรมแบบเคลื่อนที่ซึ่งจะเปิดตัวพร้อมกันกับผลิตภัณฑ์ VR โดยผลิตภัณฑ์ทั้งสามตัวนั้นสามารถรับส่งข้อมูลใช้งานระหว่างกันได้

กล่าวคือคุณสามารถพูดคุยกับแอนดรอยด์ในแอพพลิเคชั่น AI friends ตัวเดิมได้ และหากคุณเปิดใช้ผลิตภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็น VR หรือกล้องโฮโลแกรม เหล่าแอนดรอยด์ของคุณจะสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้โดยไม่ต้องทำการตั้งค่าเพิ่มเติมแต่อย่างใด

ธีโอก้าวออกมาจากห้องน้ำหลังจากอาบน้ำเสร็จและพบว่าคริสตี้นั้นไปรออยู่ที่โซฟาในห้องนั่งเล่นแล้ว เด็กสาวกำลังนั่งอยู่หน้าโทรทัศน์เธอกำลังดูข่าวช่วงเช้าอย่างตั้งใจ

ธีโอเดินไปยังบริเวณห้องครัว และเริ่มทำแพนเค้กให้เธอ

จริงๆ หากจะพูดให้ถูกคือธีโอทำแพนเค้กให้ตัวเองมากกว่า โดยคริสตี้จะคัดลอกแพนเค้กที่เขาทำ และแปลงมันเป็นภาพโฮโลแกรมก่อนจะรับประทาน

ข่าวเช้านั้นเริ่มต้นด้วยการรำลึกวันครบรอบ 14 ปีแห่งการระบาดครั้งใหญ่ของเชื้อโคโรนาไวรัส ซึ่งจัดขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่รัฐ และประชากรโลกที่สังเวยชีวิตให้กับการระบาดครั้งใหญ่..

“ธีโอ.. แพนเค้กไหม้แล้ว” เสียงของคริสตี้ปลุกเด็กหนุ่มขึ้นจากภวังค์ ธีโอสะดุ้งก่อนจะรีบขอโทษขอโพยก่อนจะโยนแพนเค้กที่ไหม้เกรียมทิ้งไปและเริ่มทำใหม่

“มีอะไรรึเปล่า” คริสตี้ถามเมื่อเขาวางจานใส่แพนเค้กตั้งหนึ่งลงบนเคาน์เตอร์

“อื้อ นิดหน่อยน่ะ” เขาตอบโดยไม่มองหน้าเธอ คริสตี้คัดลอกแพนเค้กในจานเป็นภาพโฮโลแกรมก่อนจะนั่งลงตรงอีกฟากของเคาน์เตอร์

“วันนี้วันครบรอบของคุณแม่ของธีโอใช่ไหม..”

“อืม..” ธีโอตอบเงียบๆ

วันนี้เมื่อสิบสี่ปีที่แล้ว เป็นวันที่แม่ของเขาสะพายกระเป๋าออกไปทำงาน และไม่ได้กลับมาอีกเลย ทำให้ธีโอต้องใช้ชีวิตเพียงลำพังนับแต่นั้นมา

คริสตี้ยื่นมือออกมาวางบนมือของธีโอ เขาเงยหน้ามองหญิงสาว

“วันนี้ขอคริสตี้ไปกับธีโอด้วยได้ไหม” เธอถามด้วยสีหน้าจริงจัง

เขายิ้มก่อนจะตอบก่อนจะเคาะลงบนโทรศัพท์มือถือ “ปีที่แล้วเธอก็ไปกับฉันนี่” หญิงสาวส่ายหน้า

“หมายถึงไปด้วยจริงๆ น่ะ” เธอหมายถึงไปด้วยภาพโฮโลแกรมของเธอ ธีโอยิ้มบางๆ ก่อนจะพยักหน้า

“อื้ม.. ไปสิ มีชุดอยู่ใช่ไหม” หญิงสาวพยักหน้าก่อนที่ภาพโฮโลแกรมชุดนอนลายกระต่ายของเธอจะเปลี่ยนเป็นชุดกระโปรงสั้นสีขาวกับคาร์ดิแกนสีไข่ไก่

“พร้อม” คริสตี้เอ่ยก่อนจะทำท่าวันทยหัตถ์ แบบกวนๆ

“ยัยบ้า ใครเขาเปลี่ยนชุดแบบนี้กัน” ธีโอกล่าวก่อนทั้งสองจะหัวเราะไปด้วยกัน

 

*******************

 

วันนี้เป็นวันอากาศดีในฤดูใบไม้ผลิ อุณหภูมิไม่ร้อนและไม่หนาวจนเกินไป หากอยู่ใต้แสงแดดก็จะรู้สึกอุ่นและหากอยู่ใต้ร่มไม้ก็จะรู้สึกเย็นสบาย

ธีโอและคริสตี้ยืนอยู่เบื้องหน้าป้ายหลุมศพเล็กๆ หลุมหนึ่งที่ตั้งอยู่บริเวณมุมด้านไกลจากถนน บนป้ายหลุมศพมีชื่อของผู้เป็นมารดาของธีโอสลักอยู่

เมื่อเกือบสามปีก่อนชายหนุ่มได้นำเถ้ากระดูกของผู้เป็นแม่มาจากเมืองไทยและฝังเอาไว้ ณ ที่แห่งนี้เมื่อเขาแน่ใจแล้วว่าจะไม่กลับไปอาศัยอยู่ที่ประเทศไทยอีก เขาดึงเอากระดาษเปียกออกมาจากห่อที่นำมาด้วยและเช็ดป้ายหลุมศพที่ทำจากหินขัดเงา บนป้ายมีข้อความถูกสลักเอาไว้

 

In memory of

AMITA CHEEWANCHAI

1971-2021

“Hero who did not have to know how to hold a gun.”

 

บริเวณสุสานโดยรอบมีผู้คนบ้างประปราย ส่วนมากเป็นญาติของผู้เสียชีวิตในช่วงเหตุการณ์แพร่ระบาด คริสตี้เดินมายังบริเวณป้ายหลุมศพและคุกเข่าลงก่อนจะดึงกระดาษโฮโลแกรมจากห่อของธีโอออกมาช่วยเขาทำความสะอาดป้ายอย่างตั้งใจ ร่างโฮโลแกรมของเธอดูจางลงไปบ้างเมื่อเจอกับแสงแดด

ดวงตาของธีโอร้อนผ่าว เขามองคริสตี้เช็ดป้ายก่อนที่เขาจะหยิบเอาดอกไม้ช่อเล็กๆ มาวางไว้ข้างๆ ป้ายหลุมศพ

“ยังจำวันแรกที่เราคุยกันได้ไหม” คริสตี้เอ่ยขึ้น เสียงของเธอออกมาจากโดรนตัวเล็กที่ลอยอยู่เหนือหัวของเธอ

“อืม”

“วันนั้นธีโอบอกว่าหลังความตายก็มีแต่ความว่างเปล่า ไม่มีนรกหรือสวรรค์ ธีโอว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ เหรอ” คริสตี้ถามขึ้น ลมเบาๆ พัดมาทำโดรนส่ายไหวส่งผลให้ภาพโฮโลแกรมของคริสตี้สั่นไหวตาม

“ฉันคิดว่าอย่างนั้นนะ” ธีโอกล่าว เขายืนอยู่หน้าหลุมศพสักครู่ก่อนจะบอกลาแม่

“ถ้าอย่างนั้นทำไมแต่ละศาสนาถึงมีอธิบายถึงนรกและสวรรค์คล้ายๆ กันหมดเลยล่ะ” คริสตี้ถามขณะที่เดินเคียงข้างไปกับธีโอ

“ให้คนกลัวการทำบาปและส่งเสริมให้คนทำความดีล่ะมั้ง”

“แต่ถึงอย่างงั้นก็ยังมีคนที่ทำไม่ดีไม่ใช่เหรอ อย่างที่ในข่าวออกทุกๆ วัน” หญิงสาวแย้งขึ้น

“คนพวกนั้นคงไม่เชื่อในนรก สวรรค์จริงๆ ละมั้ง” ธีโอตอบ พวกเขาเดินผ่านคนกลุ่มหนึ่ง ธีโอยิ้มทักทายพวกเขาเล็กน้อยตามมารยาทขณะเดินส่วนกัน พวกนั้นมองคริสตี้อย่างประหลาดใจ แต่ทั้งคู่ไม่ได้สนใจอะไรและเดินต่อไป

“ธีโอเองก็ไม่เชื่อในสวรรค์และนรกนี่”

ธีโอตอบรับเบาๆ ในลำคอ

“แต่ธีโอเองก็ไม่ใช่คนไม่ดีสักหน่อย เพราะฉะนั้นแปลว่าเราก็สามารถเป็นคนดีได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีความเชื่อทางศาสนามาตีกรอบงั้นเหรอ” คริสตี้ถามขึ้นเมื่อพวกเขาเดินมาถึงรถเอสยูวีของธีโอ

“ก็น่าจะใช่นะ แต่เอาจริงๆ ฉันก็ไม่ใช่คนดีอะไรขนาดนั้นหรอก” ธีโอเปิดประตูให้โดรนบินเข้าไปในที่นั่งฝั่งผู้โดยสารก่อนที่ตัวเขาจะนั่งลงที่ฝั่งคนขับ

“ถ้าวัดกันจากประวัติพฤติกรรมความรุนแรง ธีโอเองไม่เคยแสดงออกถึงความรุนแรงอะไรแบบนั้นเลยนะ” ภาพโฮโลแกรมของคริสตี้ปรากฏขึ้นอีกครั้งบนรถ เธอถามขึ้นก่อนจะเอียงคออย่างสงสัย

“บางครั้งมนุษย์ก็สามารถทำเรื่องไม่ดีได้โดยไม่แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงเหมือนกันนะ” ธีโอตอบ

“ถ้าอย่างงั้น อะไรคือบรรทัดฐานที่มนุษย์เอาไว้ใช้วัดว่าใครดีไม่ดีล่ะ” คริสตี้ถามต่อ ธีโอสตาร์ทรถก่อนจะคิดหาคำตอบอยู่ชั่วครู่

“ของแบบนั้นมันไม่มีหรอก”

“คริสตี้ไม่เข้าใจเลย..” หญิงสาวพึมพำก่อนจะขมวดคิ้วและมองออกไปทางหน้าต่าง

“งั้นลองคิดตามนะ สมมติว่ามีประเทศอยู่สองประเทศ ประเทศ A รุกรานประเทศ B และทหารประเทศ A บุกเข้าประเทศ B เข่นฆ่าทหารของประเทศ B ตายเป็นเบือ คริสตี้ว่าใครเป็นคนไม่ดีเหรอ”

“ก็ทหารประเทศ A สิ เพราะเป็นฝ่ายไปรุกรานเขาก่อนโดยใช้ความรุนแรง” คริสตี้กล่าว

“จำหนังเรื่อง The Book Thief ที่เธอเคยดูได้ไหม” คริสตี้พยักหน้า

“แล้วเธอว่า คุณฮานส์ ในเรื่องแกเป็นคนไม่ดีหรือเปล่า”

คริสตี้ส่ายหน้า

“ถ้าเกิดทหารประเทศ A เขาถูกบังคับให้ไปรบ ให้ฆ่าคน และถ้าเขาไม่ทำ เขาอาจจะต้องลงเอยด้วยการกลายเป็นคนเสียชีวิตเสียเองหรืออาจจะทำให้ตัวเขาและครอบครัวโดนตราหน้าในข้อหากบฏ เขาเลยจำเป็นต้องทำเพื่อปกป้องครอบครัวล่ะ คริสตี้ว่าอย่างนี้เขาเป็นคนดีหรือคนไม่ดี” คริสตี้เงียบไปพักใหญ่จนธีโอหันไปมองเพราะคิดว่าเกิดปัญหาขึ้นกับโปรแกรมของเธอ

“ผู้นำของประเทศ A เป็นคนผิด เพราะเป็นต้นกำเนิดของความรุนแรงทั้งหมด” คริสตี้สรุปออกมา

ธีโอพยักหน้า “ก็อาจจะใช่ แต่ถ้าเหตุผลที่ผู้นำประเทศ A ตัดสินใจแบบนั้นลงไปเพราะก่อนหน้านั้นประเทศ A ถูกประเทศ B กดขี่มาอย่างยาวนานล่ะ จะถือว่าผู้นำของประเทศ A เป็นคนไม่ดีเลยหรือเปล่า”

คริสตี้ขยี้หัว “โอ๊ย! ไม่รู้แล้ว มนุษย์นี่น่าปวดหัวจัง” หญิงสาวทำหน้าบึ้งและหันออกไปมองนอกหน้าต่างรถ

“โอ๋ๆ ไม่เอาน่า” ธีโอแกล้งจิ้มภาพโฮโลแกรมของเธอ “ฉันไม่ได้ต้องการให้เธอหาว่าใครถูกใครผิดหรือใครดีใครเลวในเรื่องนี้ แต่ต้องการจะสื่อให้เห็นว่าสิ่งที่ทุกคนทำไปล้วนมีเหตุผล ไม่มีใครเกิดมาดีหรือเลว ทุกคนต่างถูกขับเคลื่อนด้วยเหตุผลของตัวเองก็เท่านั้นเอง”

“เพราะฉะนั้นย้อนกลับไปที่คำถามแรกของเธอ” คริสตี้หันกลับมาฟังธีโอพูดต่อ

“ฉันเชื่อว่าทั้งสวรรค์และนรกไม่มีจริง แต่เป็นสิ่งที่ทุกศาสนาเห็นตรงกันว่ามันเป็นสิ่งที่สามารถใช้ควบคุมคนของตัวเองได้ง่ายเลยสร้างมันขึ้นมามากกว่า ฉันเชื่อว่าถ้าหากพระเจ้ามีจริงและทรงรู้เห็นทุกสิ่งจริงๆ พระองค์ก็คงไม่สามารถตัดสินใครได้ง่ายๆ ว่าดีหรือเลวหรอก เพราะฉะนั้นพระองค์คงไม่สร้างสวรรค์หรือนรกขึ้นมาแต่แรกเพราะไม่มีมาตรวัดไหนที่สามารถวัดคนดีออกจากคนเลวได้อย่างเที่ยงตรงขนาดนั้น”

“แล้วทำไมแต่ละศาสนาเขาถึงไม่พยายามอธิบายให้ฟังแบบนี้ล่ะ”

“เพราะว่าการปกครองคนด้วยความกลัวมันง่ายกว่าการมาค่อยๆ นั่งอธิบายด้วยเหตุและผลน่ะสิ”

“แต่ถ้าเลือกได้ ฉันเองก็อยากให้โลกหลังความตาย โดยเฉพาะสวรรค์มีจริงเหมือนกันนะ..” ธีโอรำพึงออกมาก่อนจะถอนหายใจ

“ทำไมล่ะ” คริสตี้ถาม

“เพราะว่าสำหรับฉันตอนนี้นะ ฉันว่าสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านรกหรือสวรรค์ คือความว่างเปล่า..”

ทั้งคู่เงียบไปพักใหญ่ ก่อนธีโอจะหันมาถาม “เที่ยงนี้กินอะไรดี”

“เบอร์เกอร์คิง!” คริสตี้ตอบเสียงใส

ธีโอขำเบาๆ “พาฉันอ้วนตลอดเลยนะเธอน่ะ” ก่อนจะเช็กเส้นทางไปยังเบอร์เกอร์คิงสาขาที่ใกล้ที่สุด

 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13 ความคิดเห็น