วชิรปทุมวงศ์ (อาวุธแห่งความดี)

ตอนที่ 3 : พบรักร่วมศึก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    22 มิ.ย. 63

รุ่งเช้าของอีกวัน ณ เมืองปทมบุรีมีนายพรานผู้หนึ่งจับนางกินรีได้หวังจะนำเอาไปขาย เพื่อหาอัฐมาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องโดยเดินผ่านหน้าประตูวังกำลังจะพ้นไป ฉุกคิดขึ้นได้ว่า หากขายคนธรรมดาก็จะได้ไม่กี่อัฐตรา หากขายพระราชา กินใช้ชาตินี้ถึงชาติหน้าก็ไม่หมด จึงขอให้ทหารพาตนไปเข้าเฝ้าพระราชา ทหารเห็นดังนั้นก็คิดว่าอาจเป็นพระราชโองการให้จัดหามา จึงเดินนำพาพรานป่าเข้าวังไปทันที เมื่อถึงพลับพลาที่ประทับ ทหารจึงเข้าไปกราบทูลองค์เหนือหัว ราชาราชพลซึ่งเพิ่งออกจากการบำเพ็ญภาวนาเพียงครู่ จึงตรัสถามพรานป่าว่าเจ้าได้มาอย่างไร พรานจึงตอบว่า ข้าพเจ้าจับนางกินรีมาจากป่าอันไกลแสนไกลโดยใช้บ่วงบาศ และคอยทุบตีมาระหว่างทาง มัดมือมิให้นางหนีไปได้ ราชาราชพลได้ยินดังนั้นจึงนึกสงสารและเมตตานางกินรีแต่ก็นึกไม่พอใจพรานป่า จึงสั่งให้พรานป่านั้นปล่อยนางกินรีแต่โดยดี พรานเห็นจะไม่ได้การจึงต่อรองขอเบี้ยอัฐแลกกับนางกินรีคนนี้ เหล่าเสนาต่างพากันโมโหในความไม่เจียมตัวของพรานป่า จึงได้ขับไล่พรานออกไปนอกพระราชวัง แต่บ่วงบาศที่ผูกมือนางกินรีเอาไว้นั้นยังรัดแน่นไม่หลุด ราชาราชพลจึงใช้กำไลที่พญาครุฑประทานมาสวมให้นางกินรี บ่วงบาศที่รัดแน่นก็หลุดออกทันที แล้วไต่ถามถึงที่มาของนางกินรี ทราบว่านางคือกัญญากินรี บุตรีของพระนางเจ้าสกุณกินรี ผู้ครองเมืองหิมพานต์ ในขณะนั้นเมืองกำลังมีภัยคุกคาม ซึ่งตนได้หนีออกมาจากเมืองหิมพานต์เสียก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ แต่ด้วยยังเยาว์วัยจึงเกิดพลาดพลั้งหลงป่าจนเป็นเหยื่อถูกพรานจับมาถึงเมืองนี้ ราชาจึงเมตตาจัดที่ประทับให้แก่นางกินรี เมื่อเข้าวันที่ 7 พระมารดาคือพระนางเจ้าสกุณกินรี ก็ได้เสด็จออกตามหาพระธิดาจนมาถึงเมืองปทมบุรีโดยบังเอิญ แล้วได้พบกับพระธิดากัญญากินรี ราชาราชพลทราบข่าวจึงรีบเสด็จไปต้อนรับอย่างสมพระเกียรติ เมื่อได้พูดคุยกัน พระนางเจ้าสกุณกินรีจึงปราบปลื้มในน้ำพระทัยที่ราชาทรงดูแลพระธิดาอย่างปลอดภัย จึงขอยกพระธิดากัญญากินรีให้กับราชาราชพล แต่ถึงแม้ราชาจะทรงเมตตากรุณาเพียงใด ก็ไม่สามารถรับนางไว้เป็นชายาได้ ด้วยทรงถือว่าพระองค์ทรงมีคู่ชีวิตอยู่แล้ว และในขณะเดียวกันนั้นพระธิดากัญญากินรีก็มิได้มีใจให้ราชาราชพลแม้แต่น้อย ในใจนางคิดแต่เพียงว่าราชาราชพลคือผู้มีพระคุณ ราชาราชพลทรงนึกถึงพระเชษฐา จึงตัดสินใจที่จะน้อมถวายพระธิดาให้อยู่ในความดูแลของพระเชษฐาแทน จึงพาองค์พระธิดาและพระนางเจ้าสกุณกินรีไปยังเมืองวชรบุรี เมื่อถึงเมืองพระเชษฐา พระอนุชาก็เร่งเข้าเฝ้าโดยทันที ราชารัชภาฏทราบเรื่องดังนั้น ก็ทรงเมตตาเอ็นดูพระธิดากินรีอย่างล้นเหลือจึงขอรับไว้ดูแลด้วยตนเอง พระธิดากินรีเมื่อได้เห็นพระพักตร์ของราชารัชภาฏแล้วรู้สึกถึงบารมีแห่งผลความดีที่พระองค์ได้ปฏิบัติมาอย่างเปี่ยมล้น เมื่ออยู่ใกล้จึงรู้สึกประทับใจในพระเมตตาและความสง่างาม พระราชารัชภาฏจึงได้ตรัสถามชายาทั้งสองของตน ซึ่งทุกคนต่างเห็นด้วยแล้วยินดีต้อนรับอย่างเป็นกัลยาณมิตร จึงสั่งให้จัดงานรื่นเริงขึ้นระหว่างเมืองพี่กับเมืองน้องเพื่อเป็นการสมานไมตรีที่ดีต่อกัน พระราชารัชภาฏจึงทูลเชิญพระนางเจ้าสกุณกินรีให้ประทับอยู่ในพระราชวังอย่างถาวร แต่พระนางเจ้าตรัสตอบปฏิเสธ เนื่องด้วยขณะนี้บ้านเมืองที่เราจากมากำลังเกิดเรื่องทุกข์ร้อน อาณาประชาราษฎร์กำลังตกอยู่ในอันตรายจากเหล่าอสูรของเทพศิลาคีรีที่มารุกราน จำจะต้องกลับไปสะสางให้เป็นปกติเสียก่อน พระราชาทั้งสองได้ยินดังนั้นทรงตรัสออกมาพร้อมกันว่า “มันผู้นี้อีกแล้วฤๅ” จึงสั่งจัดกองทัพไปช่วยการศึกโดยทันที ครั้นเดินทางถึงเมืองหิมพานต์ทหารของทั้งสองเมืองได้ทำหน้าที่จนสุดความสามารถ รบกัน 7 วัน 7 คืนจนสามารถขับไล่เหล่าอสูรออกไปจากเมืองได้ในที่สุด หลังจากนั้นไม่นานเทพศิลาคีรีที่เคยโกรธแค้นราชาทั้งสองมาตั้งแต่ก่อนตั้งกรุง เมื่อทราบว่ากองทัพที่มาช่วยหนุนเมืองหิมพานต์นั้นเป็นทหารของพี่น้องสองพระองค์นี้ กลับโกรธแค้นหนักยิ่งขึ้นจึงได้ประกาศให้เหล่าอสูรออกตามล่าสองกษัตริย์พี่น้องทันที

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น