[FanFic] Mobile Suit Gundam OO ข้ามมิติมาเป็นกันดั้มไมสเตอร์พระผู้ช่วย

ตอนที่ 8 : บทที่8:ภารกิจ(END)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 142
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    22 เม.ย. 63

 



 Mobile Suit Gundam OO 
ข้ามมิติมาเป็นกันดั้มไมสเตอร์พระผู้ช่วย


บทที่8:ภารกิจ(4 จตุรเทพแนวหน้ามนุษยชาติ)


  
   "เธอนี่เก่งจังเลยนะ มีความสามารถขับยานได้ด้วย"

   "ก็แค่ฝึกเอาไว้เฉยๆน่ะคะ ถ้าเทียบกับคุณราสเซ่ก็ยังห่างไกล"

      หญิงสาวยิ้ม บนยานปโตเลไมออสตอนนี้ลิเลียมาช่วยขับยานเพื่อแบ่งเบาภาระงานของราสเซ่ที่ทำหน้าที่นี้คนเดียว

   "ถ่อมตัวจังน่า ทั้งที่ฉันว่าฝีมือทำได้ดีเลยแท้ๆ" ราสเซ่เอ่ยชม ตั้งแต่ลิเลียมาช่วยก็ชมไม่หยุดเลยด้วยซ้ำ
   "ฉันดีใจที่เธอมาช่วยนะ แต่ไม่ไปพักจะดีเหรอ?ศัตรูมันต้องมีแนวป้องกันเเน่นหนาแน่นอน" สุเมรากิพูด ลิเลียหันหลังไปมอง หญิงสาวยิ้มแห้งๆแววตาแฝงความเศร้า
   "ความจริงฉันไม่ได้ทำอะไรเลยมากกว่าคะ ฝีมือของคุณเซ็ทสึนะ,คุณไลล์,คุณอาเลลูย่าและคุณมารี...มีพวกเขากำลังของฉันมันไม่จำเป็นเลย" ลิเลียพูดเสียงดูน้อยใจ สุเมรากิถอนหายใจเบาๆ
   "ฟังก็มีเหตุผลนะ ตอนที่จะหลบหนีฉันก็สังเกตุดูอยู่ตลอด...เธอเองก็ยังไม่ได้ช่วยเต็มที่นี่เนอะ" ราสเซ่พูด สุเมรากิแอบส่งสายตาไม่พอใจให้ แทนที่จะให้กำลังใจกันกลับพูดซะตรงเลย
   "อย่าคิดมากนะลิเลีย กำลังของเธอมีความสำคัญกับพวกเรามาก ตอนนี้เธอเพิ่งมาอาจจะปรับตามการต่อสู้และความชินของไมสเตอร์เราไม่ได้แต่ต้องมีซักวันที่เข้ากันได้แน่นอนจ้ะ"
   "กัปตัน..." ลิเลียเห็นใบหน้ากัปตันสาวยิ้มให้ มองไปหาคนอื่นทุกคนก็เช่นกัน ความจริงเธอก็ไม่ได้คิดมากอะไรขนาดนั้นนะเข้าใจดีว่าทุกคนเป็นห่วง
   "ขอบคุณค่ะ ฉันจะพยายามที่จะเข้าขากับทุกคนให้ได้แน่นอน" 


-------------------


   ห้องพักรวมตัวนักบิน

       ห้องกระจกใสที่มองเห็นโมบิลสูททุกเครื่อง ไมสเตอร์สองคนนั่งรวมตัวรอฟังภารกิจใหม่จากที่นี่

   "โชว์เดี่ยวไม่ห่วงภาพพจน์เลยนะ เห็นกันเต็มๆเลยว่าใครมาช่วย"
   "ยังไงก็ไม่มีทางปิดมิดหรอก เดี๋ยวข่าวก็หายไปเอง"

    ไลล์กับเซ็ทสึนะอยู่ด้วยกันสองคน ส่วนอาเลลูย่ากับมารีไปดูระบบแทรนซั่มโมบิลสูทตัวเองกับเอียน

   "เซ็ทสึนะ ถามอะไรอย่างสิขอแบบตรงๆนะ" ชายหนุ่มผมน้ำตาลมองหน้าอีกฝ่าย เซ็ทสึนะเงยหน้ารอว่าเพื่อนจะถามอะไร
   "นายรู้จักกับกลุ่มเด็กๆกลุ่มหนึ่งในอาซาดิสสถานเหรอ?"
   "!!...." พอได้ยินคำถามดวงตาสีส้มแดงก็เบิกกว้างอัตโนมัติ ไม่ต้องพูดเลยไลล์ก็ดูออกทันทีเพราะสีหน้ามันฟ้อง 
   "คนในคาตาลอนบอกมา เห็นบอกว่าหนึ่งในพ่อแม่ของเด็กๆที่นายรู้จักพูดว่าลูกตัวเองชอบบ่นถึงใครซักคนที่นานๆทีจะมาหา แต่พอถามความจริงก็ไม่ยอมตอบ"
   "แล้วรู้ได้ยังไงว่าเป็นฉัน" เซ็ทสึนะมองตาขวางใส่ ไลล์ยกยิ้มนิดๆก่อนจะหยักไหล่สบายๆ
   "มีเด็กผู้หญิงหนึ่งในกลุ่มบอกพ่อกับแม่ว่าเป็นพี่ชายผมสีดำ ใจดีแถมยังเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟังได้แบบละเอียดยิบ...คนที่นั่นเขาไม่พูดกันหรอก ยิ่งสถานการณ์ตึงเครียดในเมืองยิ่งไม่พูดใหญ่เลย" ชายหนุ่มผมน้ำตาลบอก ชายหนุ่มผมดำได้ฟังก็หันหน้ากลับไม่สนใจ แต่ลึกๆรู้สึกหงุดหงิดที่มีคนรู้ความลับตนแม้จะเป็นเพื่อนก็ตาม
   "อย่าทำหน้าบึ้งใส่กันสิ ฉันกำลังจะชมนายนะไม่ได้จะว่าซักหน่อย" ไลล์พูด
   "ชม...เหรอ?"
   "ใช่! ออกจะดีใจด้วยซ้ำที่นายเปิดใจยอมคุยกับคนอื่นแม้จะเป็นเด็กๆที่ไม่รู้จัก ถึงจะแปลกใจก็เถอะว่าทำไมนายถึงไปคุยกับพวกเขา" 
   "เด็กพวกนั้นคือความหวังและผู้ใหญ่ในวันข้างหน้ายังไงล่ะ" เซ็ทสึนะพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว ไลล์สะดุ้งในใจมองหน้าชายหนุ่มผมดำที่ตอนนี้ใบหน้าดูดุดันอย่างชัดเจน
   "รอยยิ้มของพวกเขาคือสิ่งที่ฉันอยากจะรักษาไว้...แทนตัวฉันที่สมัยเด็กไม่อาจยิ้มแบบนั้นได้" เซ็ทสึนะพูดจบก็เดินสวนออกข้างนอกห้องไป ไลล์กระพริบตาถี่พยายามเรียบเรียงคำพูดของเพื่อนผมดำ
   "เฮ้อ! ให้ตายสิพอจะใจดีขึ้นมาก็ตามความคิดนายไม่ทันเลยแฮะ ทั้งที่อุสาเอาคำว่าอคติที่มีต่ออินโนเวเตอร์ว่าเป็นพวกเข้าใจยากออกไปแล้วแท้ๆเชียว"




 
  
   "เอ๊ะ! จะให้ซาวี่ กันดั้มเป็นฐานพลังงานของปโตเลไมออสแล้วให้พวกเราสองคนไปสนับสนุนแนวหน้าเหรอครับคุณเอียน" อาเลลูย่าถาม ตอนนี้แทรนซั่มตัวเครื่องฮารูทเสร็จเรียบร้อย

   "ใช่...ฉันว่าพวกนายลุยแแนวหน้ากับเซ็ทสึนะและไลล์น่ะน่าจะจัดการฐานได้เร็วพอสมควรกว่าให้ลิเลียไปนะ" เอียนพูด อาเลลูย่ามองหน้ามารีด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีนัก
   "ทำหน้าแบบนั้น ไม่เห็นด้วยอะไรหรือเปล่า?"
   "คือ...พวกฉันเป็นห่วงคุณลิเลียน่ะคะ การเป็นฐานให้ยานมันไม่ใช่เรื่อง่ายแถมเธอเองก็เพิ่งมาประจำการ ยังไงความคล่องตัวและสนับสนุนมันยังห่างไกลกันอยู่นะคะ" มารีพูดแสดงความเห็น ไม่ใช่เธอดูถูกฝีมือหญิงสาวผมสีขาวหรอกเพียงแต่กังวลว่างานนี้มันเป็นภาระหนักสำหรับคนไม่เคยทำมากกว่า ถึงต่อให้โมบิลสูทมันเอื้อมากแค่ไหนก็เถอะ เอียนฟังแล้วก็ถอนหายใจก่อนจะพูด
   "เพราะแบบนี้ไง เธอสองคนถึงไม่ได้สังเกตุรอยร้าวขนาดใหญ่นี่"
   "เอ๋?"
   "รอยร้าวเหรอครับ" อาเลลูย่าถาม 
   "อืม ความจริงฉันเพิ่งจะได้รับความเห็นจากสุเมรากิมาน่ะ...ลิเลียในตอนนี้ไม่มีทางต่อสู้ได้เข้ากันกับเซ็ทสึนะแล้วก็ไลล์ได้เลย" เอียนบอกถึงจุดที่เป็นปัญหาใหญ่ อาเลลูย่ากับมารีอึ้งทั้งคู่
   "หรือว่า...เพราะว่าเพิ่งร่วมงานกันสินะคะ"
   "...อย่างที่รู้ๆ การเคลื่อนไหวของเซ็ตสึนะจะเน้นการบุกที่รวดเร็ว ส่วนไลล์นั้นจะเน้นระยะไกลซาวี่ กันดั้มมันสามารถต่อสู้ได้ทั้งใกล้และไกลเพราะฉะนั้นถ้ากับไลล์ยังไงก็ไปได้ แต่พอมาสามคนเหมือนที่ออกจากอาซาดิสสถานแล้ว...ลิเลียแทบไม่ได้มีส่วนร่วมเลยดีกว่า" เอียนบอกให้ละเอียด พลางเปิดอ่านข้อมูลของซาวี่ กันดั้มบางส่วนที่ลิเลียส่งให้
   "การที่หุ่นสามารถสู้ได้ทั้งใกล้และไกลมันจึงหาสมดุลที่จะสนับสนุนพวกพ้องไม่ได้เพราะมันถูกสร้างให้สู้ตัวเดียว แถมฝีมือของเซ็ทสึนะความสามารถของซาวี่ กันดั้มจึงแทบไม่มีผลต้องสนับสนุนสินะ" อาเลลูย่าเดินไปมองฮารูท กันดั้ม มารีเองก็เดินเข้ามาอยู่ข้างๆ
   "ถูกต้อง มองดูเผินๆมันก็ดีอยู่ที่ฝ่ายเราจะไม่ได้รับความเสียหาย...แต่ประเด็นหลักจริงๆคือการสื่อสารและความเข้ากันของไมสเตอร์ต่างหาก ลิเลียเป็นคนที่ดูแล้วเกรงใจคนอื่นพอตัวเลยล่ะ ยิ่งเซ็ทสึนะพอบอกว่าเป็นอินโนเวเตอร์อีก...ความรู้สึกมันก็เลยคอยบอกตลอดเวลาว่าถึงไม่ช่วยยังไงเขาก็ชนะ" เอียนพูดด้วยเสียงค่อนข้างหนักใจ รอยร้าวนี้คงต้องใช้เวลาในการรักษาและปรับสมดุลอีกนานเลยกว่าจะถึงวันที่มันสมานเข้ากันได้
   "จริงด้วยนะ ในอนาคตข้างหน้าความรุนแรงของสงครามมันต้องทวีคูณขึ้น...ถ้าไม่สามารถร่วมมือกันได้ก็แย่" มารีพูด
   "เข้าใจแล้วล่ะครับ ผมกับมารีจะทำอย่างที่บอก และเชื่อว่าในซักวันกันดั้มไมสเตอร์ทุกคนจะเข้าขากันได้แน่นอนครับ"

  


   ยานปโตเลไมออสเข้าใกล้ถึงจุดที่อีกไม่ถึงสามชั่วโมงก็จะถึงเป้าหมาย แต่แล้วก็มีเรื่องผิดขาดที่ไม่มีใครขาดคิดเกิดขึ้น
   

   "หื้ม! เซ็นเซอร์ตรวจจับความร้อนเข้ามาใกล้เราค่ะ" เฟลรายงานถึงความผิดปกติ สุเมรากิสั่งให้ฉายภาพขึ้นจอใหญ่เพื่อดูภาพรวม
   "จุดสีแดงนั่นมัน..."
   "เป็นความร้อนจากอะไรเฟล?" หน้าจอแสดงภาพจุดสีแดงสี่จุดอยู่ระยะ2,000กิโลเมตร เฟลรีบวิเคราะห์ให้ได้คำตอบโดยเร็วที่สุด
   "...โมบิลสูทค่ะ! มีโมบิลสูทกำลังเคลื่อนตัวมาทางเรา" เฟลบอก สุเมรากิเบิกตากว้างไม่เชื่อหูพอมองดูจอยานก็เห็นชัดว่ามันมาทางนี้
   "อะไรกัน อย่าบอกนะว่าพวกเขารู้ว่าเราจะมาทำอะไร" สุเมรากิพึมพำกับตัวเอง ลิเลียได้ยินก็แอบเก็บมาคิด
   "กัปตัน! อย่าเพิ่งตกใจตอนนี้เราต้องคิดก่อนว่าจะทำไงต่อ" ราสเซ่พูดเตือนสติอีกฝ่าย กัปตันสาวรีบเร่งตัวเปิดระบบสัญญาณสั่งการไปที่ไมสเตอร์ทุกคน
   'เดี๋ยวนะ! หนึ่งในสี่ตัวนี่...เราเคยคิดไว้ว่าอะไรนะ' ลิเลียพยายามคิดถึงเนื้อหานิยายที่เเต่งอยู่ แม้ว่าจะแต่งไม่จบแต่เธอก็คิดเนื้อเรื่องเลยเถิดไปไกลพอสมควร เลยลองนึกดูเพื่อจะคิดได้ว่าสถานการณ์ตอนในนี้มันคืออะไร


   ตัวร้ายสี่คนเหรอ? แล้วบุกไปคาซัคสถานแบบนี้เธอจะให้พวกเขาลุมเซสเทียลบีอิ้งสินะ


   "หรือว่า!" ลิเลัยอุทานเสียงดัง พาทุกคนหันมามองที่เธอเป็นตาเดียวกันหมด

   "มีอะไรหรือเปล่าค่ะคุณวีเลตต้า?" มิเลน่าถาม สีหน้าของลิเลียเริ่มไม่ดีก่อนที่เธอจะพูดในสิ่งที่คิด
   "คุณสุเมรากิ คุณทีเอเรีย ออเด้ติดต่อมาบ้างไหมคะ"
   "เอ๊ะ...ไม่ได้ติดต่อมานะ"
   "ฉันว่าบางทีหนึ่งในโมบิลสูทสีตัวนั้นอาจจะเป็นของเขาก็ได้นะคะ" 
   "ว่าไงนะ!!!" 
     คำพูดของลิเลียพาทุกคนในยานตกตะลึ่ง สุเมรากิใจเสียรีบสั่งให้เฟลกับมิเลน่าเตรียมสภาพเครื่องยานให้พร้อมก่อนจะเข้าสู่พื้นที่รบ
     ลิเลียรีบวิ่งออกไปเตรียมตัวที่โมบิลสูทตัวเอง 


-----------------------------------------



 บึ้มๆ! โครม!

 ณพื้นที่ห่างจากยานปโตเลไมออส2,000กิโลเมตร โมบิลสูทตัวหนึ่งกำลังต่อสู้กับอีกสามตัวที่กำลังรุมเขาอย่างกดดัน
   "เจ้าพวกนี้!"
  เสียงชายหนุ่มผมสีม่วงดวงตาสีแดงสบอารมณ์เสีย เมื่อตนเองถูกต้อนโดยโมบิลสูทรุ่นใหม่ของอีกฝ่าย

   "อะไรเนี่ย มันคิดจะออมแรงไปถึงเมื่อไหร่กัน!" ชายหนุ่มผมแดงดำนาม'ฮาร์ท วันเดอร์แมร์'เอ่ยอย่างรำคาญ เขารู้ว่าเซสเทียลบีอิ้งทุกคนนั้นมีฝีมือเก่งกาจแต่พอมาเจอตัวจริงกลับเอาแต่หนี
   "ไม่หรอก ถ้าเป็นฉันก็ทำแบบเดียวกับเขา" ชายหนุ่มผมเงินนาม'กิลเบิร์ต แคร์เฮล'บอกเพื่อนเสียงนิ่งเฉย
   "นายก็เอากับมันด้วยเหรอ? อย่าพูดให้ตลกไปหน่อยสิกิลเบิร์ตแค่นี้ก็จะอ้วกแล้ว" ฮาร์ทว่า หญิงสาวผมสั้นสีน้ำตาลเพียงคนเดียวนาม'เมย์ ซากุไร'ถอนหายใจกับความบ้าบิ่นของเพื่อนชายตนเองเหลือเกิน
   "หึ! นายอยากจะอ้วกก็อ้วกไปเถอะเพราะที่เขาทำแบบนี้ก็เพื่อไปหาพวกพ้องให้เร็วที่สุดยังไงล่ะ" ชายหนุ่มผมเงิบบอก เขาขับโมบิลสูทของตนเคลื่อนตัวเร็วกว่าปกติ โมบิลสูทสีน้ำเงินพร้อมปืนไรเฟิลขนาดใหญ่ยิงเข้าไปที่กันดั้มของทีเอเรีย
   "คิดว่าทำแบบนี้แล้วจะโค่นฉันได้เหรอ!" ทีเอเรียหันหลังกลับหมายจะยิงกระสุนทำลายอาวุธที่เข้ามาตน แต่กลับกลายเป็นว่าสิ่งที่เข้ามาคือระเบิดแก๊สจากสารพิษชนิดพิเศษที่คาซัคสถานคิดค้นขึ้นจากเศษชิ้นเหลือจากการผลิตอาวุธ มันระเบิดต่อหน้าเขาควันสีดำพุ่งกระจายออกอย่างรวดเร็วบดบังการมองเห็นของชายหนุ่มไปชั่วคณะ
   "สารพิษนั่นจะกัดกร่อนชิ้นส่วนของกันดั้มทีละน้อย อย่าดูถูกสารพิษเพราะเห็นว่ามันป็นแค่ควันนะ" เมย์พูด
   "แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าพวกพ้องเขาจะมาแล้วนะ" กิลเบิร์ตเตือนเพื่อนๆ แสงสีเขียวจากGN-Dสามจุด พุ่งตัวมาทางนี้ด้วยความเร็วสูง
   "ของเด็ดมาแล้ว ส่วนเจ้านี้ชั่งหัวมัน" ฮาร์ทขับโมบิลสูทไปโดยใช้ตัวหุ่นกระแทกหุ่นของทีเอเรียจังหวะที่ทางนั้นยังตั้งตัวไม่ทัน 
   "อ๊าก!!!!" ทีเอเรียร้องเสียงหลง โมบิลสูทตกสู่เพื่อนอย่างรวดเร็ว
   "ทีเอเรีย" อาเลลูย่าตะโกน
   "โมบิลสูทสามตัวนั่นมันไม่ธรรมดาแน่แฮะ เซ็ทสึนะนายจะเอายังไง" ไลล์ถาม งานนี้เห็นเลยว่าสถานการณ์ไม่ดีชัดเจนขืนถ้าสู้แบบใช้อารมณ์ไม่น่าจะรอดเลยต้องถามเพื่อนก่อนว่าจะเอายังไง
   "อาเลลูย่าไปช่วยทีเอเรียก่อนนะ ฉันกับไลล์จะจัดการสามตันนั่นเอง" 
   "รับทราบ!" ฮารูทแย่งตัวออกห่างจากกันดั้มอีกสองเครื่องไปช่วยทีเอเรีย กิลเบิร์ตวิเคราะห์สถานการณ์ก่อนจะคลี่ยิ้ม
   "ท่าทางจะคิดมาดีแล้วสินะ สมกับเป็นอินโนเวเตอร์สายพันธ์ุบริสุทธิ์แท้เลยนะ"
   "สรุปจะเอาตามนั้นใช้ไหม?" เมย์ถาม ชายหนุ่มพยักหน้า
   "ไปประลองฝีมือกับเจ้าสองตัวนั่นกันฮาร์ท"
   "รออยู่ตั้งนาน ถ้านายสั่งช้ากว่านี้ฉันไปเองเลยนะเนี่ย"
      โมบิลสูทของกิลเบิร์ตกับฮาร์ทพุ่งเข้าหาดับเบิ้ลโอ เซเว่นซร์อดด้วยความเร็วสูงประกบซ้ายและขวา ส่วนโมบิลสูทของเมย์ไปปะทะกับไลล์ตรงๆ
   "เข้ามาเลย! ฮาโล่ฉันจะส่องละนะ" 

   "รับทราบๆ!!" ไลล์เริ่มยิงกระสุนไปยังเป้าหมาย 
   "หึ..." หญิงสาวหัวเราะในลำคอ เธอบังคับโมบิลสูทหลบการเคลื่อนไหวปืนของไลล์ได้หมดทุกนัด สร้างความตกตะลึ่งให้ชายหนุ่มมาก
   "ไม่โดนเลยๆๆ!!" ฮาโล่ส่งเสียงบอก 
   "ครั้งนี้ฉันแค่มาเล่นกับพวกคุณนะ..."

เปรี๊ยง!


  ดาบสองเล่มฟาดใส่ดับเบิ้ลโอ 
เซเว่นซร์อดเกิดเสียงดังไปทั่วบริเวณ
   "..." เซ็ทสึนะหลบหลีกการโจมตีได้หมด แต่เขาก็รู้สึกลำบากเมื่อต่อสู้กับโมบิลสูทที่ดูเหมือนจะตามความเร็วของตนได้อย่างสูสี
   "สมเเล้วล่ะ คงต้องจัดหนักให้ซะหน่อย" ฮาร์ทปล่อยแฟงส์ อาวุธสุดแสนน่ารำคาญออกไปสู้
   "...นี่มัน!" ชายหนุ่มผมสีดำเบิกตากว้าง เขาเปิดใช้พลังม่านGNฟิลด์จำนวนมากเคลื่อนที่ผ่านแฟงส์นับสิบ 
   "อะไรน่ะ!?" ชายหนุ่มผมดำแดงตกใจ แฟงส์อาวุธของตนอยู่ๆก็หยุดทำงานและล่วงลงสู่พื้น
   "พลังนั่นสินะที่หยุดไว้ได้ ฮาร์ทตอนนี้เจ้ากันดั้มตัวแรกเป็นไงบ้าง" กิลเบิร์ตถามขณะเข้าต่อสู้ระยะประชิดกับเซ็ทสึนะ ชายหนุ่มผมแดงดำหัวเสียกำลังสนุกก็โดนขัดจังหวะแบบไม่ทันได้คิด
   "จะมาถามทำไม ยังไงมันก็ยัง---เฮ้ย!" ฮาร์ทอุทานเสียงดังใส่หน้า ชายหนุ่มผมเงินรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
   "แย่ล่ะ อย่าบอกนะว่ามันจะส่งคนไปทำลายฐานทัพกำลังอาวุธเราทั้งสภาพแบบนั้น!"
   "ไม่จริงน่า"
   "เมย์!" กิลเบิร์ตเรียก หญิงสาวมองหน้าจอด้านข้าง
   "รีบมุ่งไปทางทิศตะวันตกในรัศมีที่ความกดอากาศต่ำเร็ว บางทีพวกนั้นอาจจะเตรียมการที่จะยิงอาวุธถล่มพวกเราเสร็จแล้วก็ได้"
   "รับทราบ!" เมย์ขับโมบิลสูทแยกออกไป ไลล์เห็นก็รีบตามเพื่อไม่ให้คลาดสายตาแต่ฮาร์ทก็เข้ามาขวางไม่ให้ตามไป

   "โมบิลสูทตัวนี้สามารถเปลี่ยนสารในอากาศเป็นม่านกันพลังงานความร้อนจากอาวุธได้ แต่เราก็ไม่รู้ว่าพวกมันจะเล่นแบบไหน" เมย์พูดกับตัวเอง ในขณะที่มือพิมพ์ข้อมูลตัวเครื่องอย่างรวดเร็ว

  ที่ปโตเลไมออส ทีเอเรียกลับาได้อย่างปลอดภัย โดยที่ตอนนี้ฮารูทได้เชื่อมตัวเป็นฐานพลังงานให้ยานแทนซาวี่ กันดั้มเเล้ว
   "ลิเลีย พร้อมนะ" สุเมรากิถาม หญิงสาวพยักหน้าตอนนี้เธออยู่ในโมบินสูท ปืนกระบอกขนาดใหญ่โดยใช้ฮารูทเป็นฐานด้วยการเสริมพลังแทรนซั่มของกันดั้มทั้งสองเข้าด้วยกันเป็นแรงยิงสูง

   "ค่ะ!" หญิงสาวผมเงินล็อกเป้าหมายให้ชัดเจน แต่ในใจเธอก็รู้อยู่แล้วว่าทางข้างหน้านั้นมีอะไรบางอย่างขวางอยู่
   "โอกาสมีแค่ครั้งเดียวห้ามพลาดนะ อย่างน้อยเราต้องจัดการฐานกำลังอาวุธพวกมันไปให้ได้ส่วนนึงก็ยังดี" สุเมรากิบอก 
   เวลานาทึกใจของทุกคนเริ่มขึ้น ม่านGNฟิลด์ช่วยบดบังตัวยานให้เครื่องเข้าใกล้เป้าหมายโดยไม่ถูกจับได้ ตัวยานเปิดออกส่วนหนึ่งเเลให้เห็นถึงสิ่งที่จะกำหนดชะตาของภารกิจครั้งนี้


.

.

.

.

.


   "ยิงได้!" 

     ลำแสงขนาดใหญ่และมีความเร็วสูงเคลื่อนตัวด้วยไปยังทางเป้าหมายของตึกสูงแหล่งผลิตอาวุธขอคาซํคสถาน แสงสีขาวอมเขียวส่องสว่างให้โมบิลที่สู้กันไม่ไกลเห็นชัดเจน
   "แสงนั่นมัน?"

   "...."


บึ้ม!  

  เสียงระเบิดดังขึ้นในเวลาไม่นาน กิลเบิร์ตกับฮาร์ทหัวใจลุ้นมาก่าเมย์จะหยุดมันได้ไหม
     พอหมอกควันหายไป ร่างโมบิลสูทของฝ่ายพวกตนยังอยู่ดีแต่มือหนึ่งของหุ่นแตกละเอียดเพราะรวบรวมพลังหยุดลำแสงนั่นไว้
   "รอดสินะ" ฮาร์ทถอนหายใจโล่งอก 

   "ไม่ใช่! ไม่นะ..." กิลเบิร์ตรีบขับโมบิลสูทไปหาเมย์ ฮาร์ทเห็นเหตุการณ์ก็แอบสงสัยแต่ก็ตามไปสมทบ ปล่อยเซ็ทสึนะกับไลท์ยืนปากค้างกันสองคน(ไลล์คนเดียวดีกว่าเรื่องนี้)
   "ไม่ได้ผลงั้นเหรอ? หุ่นพวกมันอะไรจะร้ายกาจขนาดนี้"
   "กลับไปที่ปโตเลไมออสเร็ว ภารกิจลุล่วงแล้ว" เซ็ทสึนะบอก เจ้าตัวขับดับเบิ้ลโอ เซเว่นซร์อดกลับไปที่ยานยิ่งชวนให้เพื่อนสับสนกว่าเดิม
   "รอก่อนเซ็ทสึนะ!"

   "เมย์พลังงานเหลือเท่าไหร่?" กิลเบิร์ตถามเสียงร้อนรน แม้หุ่นจะสภาพดีแต่ข้างในนั้นร้าวพอทน

   "ต่ำกว่า40แล้วล่ะ แต่ก็ถือว่าต้านไว้ได้พอดีเลย"
   "ไม่! พวกเราต้านได้แค่ครั้งเดียว พวกมันตั้งใจจะยิ่งรอบที่สอง เราต้องถอยกันก่อน!"
   "!!!"
     ชายหนุ่มผมเงินรีบพาเพื่อนสองคนออกห่างจากน่านฟ้านี้ให้เร็วที่สุด พลางส่งสัญญาณไปที่คาซัคสถานด้วย


   "คุณอาเลลูย่า คุณมารีพร้อมนะคะ" ลิเลียถาม ทั้งสองคนส่งยิ้มให้เธอทางจอด้านข้าง

   "ไม่ต้องห่วง พวกเราจะรับแรงทั้งหมดเอง" มารีบอก ฮารูทเปิดใช้งานแทนซั่มเป็นเเรงขับเคลื่อนให้ยานโดยหวังให้ความเร็วเป็นตัวเพิ่มพลังทำลายของปืน
   "ขอความกรุณาด้วยค่ะ"
     หญิงสาวยิ้มขอบคุณ เธอล็อกเป้าหมายอีกครั้งคราวนี้ไม่มีอะไรมาขวางทางอีกแล้ว
   
"ไปเลย...GN-Blast MODE!

    
    ปัง!!


      เสียงปืนที่ยิงออกไปดังไม่ต่างจากเสียงระเบิด แรงการยิงทำเอาฮารูท กันดั้มเกิดแรงระเบิดเล็กน้อยตรงไหล่โมบิลสูทเพราะเป็นส่วนรองรับกระบองปืน
      ลำแสงสีเขียวเข้าเป้าหมายจุดตายตัว พลังงานมหาศาลกวาดเมืองคาซัคสถานไปถึง1ใน3ของเมืองและส่วนใหญ่ตรงนั้นเป็นแห่งผลิตอาวุธอันตราย ซึ่งไม่เป็นเขตที่อยู่อาศัยทำให้ประชาชนไม่โดนลูกหลง แต่อาจจะได้ยินเสียงดังเนืองๆ เซ็ทสึนะกับไลล์กลับมาได้อย่างปลอดภัย
   "ราสเซ่เร่งออกจากน่านฟ้านี้ แล้วขึ้นสู่อวกาศ!" สุเมรากิสั่ง ราสเซ่พยักหน้ารับทราบคำสั่ง ยานปโตเลไมออสเคลื่อนตัวขึ้นท้องฟ้าสูงเรื่อยๆ พวกกิลเบิร์ตมองดูแสงสีแดงจากแทรนซั่มที่ห่างไปไกลเรื่อยๆ
 

   "แรงอะไรจะขนาดนี้กัน?" ทีเอเรียยืนอึ้งในห้องควบคุมอาวุธยานกับเอียน
   "นี่สินะ...เพราะมันรุนแรงขนาดนี้เธอถึงไม่อยากให้ใช้ง่ายๆกับโมบิลสูททั่วไปแม้ว่าจะเป็นกันดั้มด้วยกันเองด้วย"
   "...." ทีเอเรียมองหน้าชายสูงวัย ในมือของเอียนมีเหรียญสีดำขนาดเล็กกว่าฝ่ามือใส่ถุงพลาสติกเก็บเรียบร้อย
   "เครื่องติดตามสินะ" ทีเอเรียพูด 
   "เจ้าองค์กรAS...น่ากลัวมากฝีมือทางวิศวกรของพวกนั้นอัจฉริยะเกินตัวเลย ถึงกับผลิตเครื่องติดตามที่จับไม่ได้ว่าเป็นของอันตราย ขืนไม่ตรวจละเอียดคงมองข้ามไปแล้ว"
   "คนที่รู้ว่าผมจะมาหาและบอกว่ามีเครื่องติดตามก็คือเธอคนนั้น...." ชายหนุ่มผมม่วงมองออกไปอีกฝั่งนึง ร่างหญิงสาวผมสีขาวมัดหางม้าเดินออกมาจากโมบิลสูท ไลล์เดินมาขยี้ผมเธอจนยุ่งเล็กน้อยส่วนไมสเตอร์ที่เหลือก็มารวมตัวใกล้ๆ
   "เฮ้อ ได้งานให้ทำเพิ่มจนได้ฉัน...ออกไปหาทุกคนเถอะนายเองก็ต้องแนะนำตัวให้สมาชิกใหม่รู้จักนะ"


   "เล่นใหญ่อยู่นะ แบบนี้เอียนจะซ่อมแซมเสร็จกี่วันกันล่ะ" ไลล์มองดูไหล่ของฮารูทที่ไหม้เป็นสีดำ พลางคิดเหนื่อยแทนคนซ่อมแซมอย่างเอียน

   "อาวุธทำลายขนาดนั้น ความเสียที่เกิดกับฮารูทนับว่าน้อยมาก" เซ็ทสีนะพูด 
   "จริงคะ...แต่เธอนี่สุดยอดมากนะคะ คาดเดาได้ด้วยว่าศัตรูจะป้องกันการยิงครั้งแรงได้" มารีเอ่ยชม ลิเลียสะดุ้งพยายามยิ้มกลบกลืนใบหน้าที่ตกใจ
   "นั่นสิ ถ้าเกิดยิ่งเต็มแรงสองครั้งความเสียหายของฮารูทคงเกินเยียวยาเลยล่ะ"
   "เพราะแบบนั้นเราถึงต้องขึ้นอวกาศเลยยังไงล่ะ" เสียงทีเอเรียดังเข้ามาแทรกกับทุกคน ทุกสายตาหันไปมองเพื่อนชายที่ไม่ได้พบกันนาน
   "ทีเอเรีย!"
   "ขอโทษที่ทำให้ลำบากกันนะ โดยเฉพาะเธอ" ทีเอเรียมองลิเลีย ในใจหญิงสาวแอบประหม่าเมื่อเขามองเธอตรงๆ ก็อย่างที่รู้ๆกันว่าทีเอเรียเป็นคนที่คาดเดาอารมณ์ยากกว่าเซ็ทสึนะมากลิเลียเลยไม่มั่นใจว่าที่เขายิ้มให้ตอนนี้คือจริงใจหรือมีอะไรแอบแฝง
   "ไม่เป็นไรคะ ฉันแค่ทำตามคำสั่ง.." 
   "แค่เหรอ? แล้วที่คุณสุเมรากิบอกมีโอกาสครั้งเดียวห้ามพลาดนั่น?..." ทีเอเรียขมวดคิ้วงง
   "อ๋อ! นั่นหมายถึงการยิงครั้งแรกฉันใช้แทรนซั่มของตัวเองเป็นแรงการยิงเพื่อทำลายโมบิลสูทที่เข้ามาขวางน่ะคะ กัปตันบอกว่าถ้าคุณทีเอเรียกลับมายังไงพวกนั้นก็ต้องมีจับได้เลยให้จัดการก่อนแล้วค่อยซ้ำทับ" ลิเลียบอกให้เข้าใจ สีหน้าชายหนุ่มผมม่วงดูครุ่นคิดหนักพอสมควรแต่ตอนนี้ก็เปลี่ยนเป็นสีหน้าเรียบเฉย เรียบเฉยแบบเข้าใจทุกอย่างแล้ว
   "สรุปคือการที่ฮารูทต้องมาเป็นตัวรับแรงของซาวี่ ก็เพราะพลังงานยิงและแทรนซั่มของมันลดลงไปแล้วจึงต้องใช้ร่วม" อาเลลูย่าพูด
   "แต่เพียงเท่านี้ก็ทำให้เห็นแล้วว่าGN-Blast MODE...เป็นอาวุธสุดรุนแรงที่ควรมีแค่ลิเลียที่ใช้มากกว่านะ" ไลล์พูด ลิเลียมองอย่างไม่เข้าใจ
   "ฉันขอยอมรับฝีมือที่สามารถเล็งเป้าหมายได้ดีในช่วงเวลาเสี่ยงตายเลยนะ ใช้ได้เลยลิเลีย"
   'คุณไลล์ก็พูดเกินไปค่ะ...แต่มันก็ทำให้ฉันเข้าใจว่าช่วงเวลาที่คุณต้องทำลายเมเมนโต้โมรี่ของพวกA-Lawsมันเป็นยังไงนะ' ลิเลียคิด ตอนดูในจอที่โลกเก่านี่เธอลุ้นแทบแย่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไง ซึ่งคราวนี้เธอดีใจมากที่สามารถช่วยทุกคนได้โดยที่ไม่มีใครหลงจากกันเหมือนกับเซ็ทสึนะในตอนนั้น
   "นั่นสิ พวกเราจะใชระบบนั่นทุกคนไม่ได้หรอก" เซ็ทสึนะพูดขณะจ้องมองลิเลีย ทีเอเรียเดินเข้ากระซิบกับชายหนุ่มเบาๆ
   "แปลกนะ ครั้งนี้ฉันรู้สึกว่าควรจะเชื่อในสิ่งที่นายพูดกับเชื่อว่าเธอคนนี้ไม่มีทางเป็นศัตรูยังไงก็ไม่รู้"
   "ที่ฐานเตรียมอาวุธในการซ่อมแซมพร้อมสินะ" เซ็ทสึนะถามกลับ ทีเอเรียพยักหน้าให้
   "ไว้คุยกันให้ละเอียดตอนไปถึงฐานเถอะ ตอนนี้ขอฉันไปช่วยเอียนซ่อมแซมโมบิลสูทแทนที่ไม่ได้ช่วยเหลือพกนายก่อนล่ะกัน" ชายหนุ่มผมม่วงจับไหล่เพื่อนก่อนจะไปหาเอียน
   "แต่ว่า มิสสุเมรากินี่เเผนสูงเหมือนเดิมนะเตรียมการเอาไว้สองทางเลย"
   "จริงด้วย แผนแรกที่จะให้เราสามคนบุกก็ใช่ไม่ได้ จึงคิดแผนสำรองให้ลิเลียจัดการ"
   "แต่ว่า ดูคุณลิเลียไม่ลังเลเลยนะในการใช้อาวุธที่ร้ายแรงขนาดนี้...คุณเอียนเคยบอกว่ามันมีความอันตรายพอตัว" มารีพูด ลิเลียยิ้มบางๆพลันสายตาของเธอก็เหลือบเห็นเซ็ทสึนะเดินออกไปจากกลุ่ม
   "เพราะคิดมาตลอดค่ะ ว่าซักไม่ช้าก็เร็วมันก็ต้องได้ใช้...อาวุธน่ะมันไม่มีทางจะเป็นของประดับไปได้ตลอดหรอกนะ"
   

   -----------------------------------------
     ฉากต่อสู้บรรยายไม่ค่อยเก่ง แต่เป็นกันดั้มก็ต้องสู้บ้างนั่นแหละคะ
    
      อัป22/04/63
  
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

41 ความคิดเห็น

  1. #14 Pattamawan (@fanlovelove) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 13:18

    สุดยอดเลยคะรอติดตามอยู่ระคะ หวังว่านางเอกของเราคงจะมีคู่กับเขานร้าา ลุ้นๆถ้าเป็นเซตซึคงดี...
    #14
    1
    • #14-1 TimeReture (@TimeReture) (จากตอนที่ 8)
      23 เมษายน 2563 / 13:44
      ขอบคุณค่ะ รอติดตามได้เลย
      #14-1