[FanFic] Mobile Suit Gundam OO ข้ามมิติมาเป็นกันดั้มไมสเตอร์พระผู้ช่วย

ตอนที่ 4 : บทที่4:ภารกิจแรกของสงคราม(100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 288
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    28 ม.ค. 63

 


    Mobile Suit Gundam OO

ข้ามมิติมาเป็นกันดั้มไมสเตอร์พระผู้ช่วย

บทที่4:ภารกิจแรกของสงคราม



   "อาเลลูย่า"
   "ข่าวที่แถลงออกมามันชัดเจนเกินไป เหมือนจงใจล่อพวกเราให้ไปติดกับดักเลย"
   "นั่นน่ะสินะ ฉันก็คิดแบบนั้น" 
 อาเลลูย่าและมารีกำลังดูข่าวในเรือทหารที่เดินทางมาที่กองทัพน่านน้ำของAEUโดยที่พูดคุยกันอย่างเงียบๆ ดูเหมือนว่าข่าวนี่จะมีการฉายซ้ำในกองทัพด้วย
   "ถึงจะรู้ว่าเสี่ยงแต่จะให้อยู่เฉยๆก็เป็นไปไม่ได้"
   "พวกคุณสุเมรากิส่งสัญญาณมาให้รึยัง" มารีถาม อาเลลูย่าเปิดอุปกรณ์สื่อสารขึ้นมาดู
   "ส่งมาแล้วแถมใกล้ถึงจุดนัดอีก"
   "งั้นพวกเราก็ต้องเตรียมตัวแล้วสิ" มารีบอกอาเลลูย่า
   "แต่มีอยู่หนึ่งเรื่องที่ฉันอยากจะบอกเธอ"
   "เรื่องอะไรงั้นเหรอ?" มารีพูดด้วยความสงสัย อาเลลูย่าพยายามกระซิบให้เบาที่สุดแต่ให้คนรักได้ยิน
   "มีกันดั้มไมสเตอร์คนใหม่มาประจำยานปโตเลไมออส"
  
   



  

   "ปโตเลไมออสรักษาระยะการเดินทางในระดับความลึกเกินห้าร้อยเมตร"
   "ระบบทุกอย่างปกติ" 
เฟลท์กับมิเลน่าบอกถึงสถานะของปโตเลไมออสรายงานกับสุเมรากิ เธอถอนหายใจโล่งอก
   "เพราะระบบในตัวของซาวี่กันดั้มแท้ๆนะ ไม่คิดว่าจะเชื่อมกับระบบของยานได้"
   "ชมกันเกินไปคะ แต่ถ้าถึงเวลาฉันจะทำตามแผนถึงตอนนั้นยานลำนี้ก็ต้องขึ้นน้ำในระดับที่เอื้อยต่อการปล่อยตัวกันดั้มนะคะ" ลิเลียที่ต่อสัญญาณถึงห้องควบคุมยานบอก สุเมรากิยิ้มให้เข้าใจความหมายนั้นดี
   "แต่ตอนนี้ก็ขอฝากด้วยนะ"

ด้านไมสเตอร์ทั้งสามคน
   "กันดั้ม ซาวี่กันดั้ม" เซ็ทสึนะมองโมบิลสูทสีขาวเทาจากข้างในหุ่นของตนเอง โดยทีไลล์อยู่ช่องสัญญาณพูดคุยก่อนถึงจุดหมาย
   "เจ้านั่นน่ะมันมีระบบหลายอย่างที่สนับสนุนยานได้ดีเลย เห็นแบบนี้ก็น่าจะสบายใจไปได้บ้าง"
   "ระบบที่ในการเชื่อมประสิทธิภาพหุ่นไปให้ยานรบได้น่ะเหรอ" เซ็ทสึนะถาม ไลล์พยักหน้าดูเหมือนเขาเองก็จะให้ความสนใจหุ่นของลิเลียไม่น้อย
   "ใช่! ซาวี่กันดั้มเท่าที่ดูมันสามารถดำน้ำได้ในระยะความลึกเกินห้าร้อยเมตรแถมยังเดินทางใต้น้ำและอวกาศได้เร็วอีก ไม่เรียกว่าสุดยอดก็ไม่ได้แล้วมั้ง" ไลล์พูด
   "เห็นด้วยๆๆ" เสียงแหลมเล็กของฮาโล่ดังเสริม
   "ที่สุดยอดมันไม่ใช่หุ่น แต่เป็นนักบินต่างหาก" เซ็ทสึนะพูด ไลล์เลิกคิ้วขึ้น
   "ต่อให้หุ่นประสิทธิภาพดีแค่ไหนแต่ถ้าความสามารถนักบินไม่ถึงก็ไม่สามารถควบคุมได้"
   "เรื่องนี้มันก็ใช่ของนายนะเซ็ทสึนะ"
   "เซ็ทสึนะ! ไลล์!เตรียมพร้อมกันด้วยตอนนี้ถึงเป้าหมายแล้ว" สุเมรากิส่งข้อความหา ทั้งสองหนุ่มจึงเลิกคุยและหันมาตั้งใจกับภารกิจตรงหน้า
   "อย่าลืมนะโจมตีตรงจุดตายของเรือ เราจะไม่ให้มันใช้งานได้เพื่อสร้างความวุ่นวายและฝ่าออกไป" สุเมรากิบอกแผนการ คอนเทนเทอร์เปิดออกในสถานะกันน้ำ
   "รับทราบ! ดับเบิ้ลโอ เซเว่นซร์อด เซ็ทสึนะ เอฟ เซเอย์ออกตัว!" โมบิลสูทเตาพลังงานแสงอาทิตย์สองเตาออกตัวไปก่อน
   "ไลล์เธอคอยเฝ้าเหตุการณ์ไว้นะ ถ้ามีโมบิลสูทเข้ามาใกล้ก็โจมตีสกัดทันที"
   "รับทราบ!"

น่านน้ำด้านบน
   เรือสีเทาขนาดใหญ่กำลังเดินทางโดยไม่ได้ระวังภัยอะไร จึงเป็นโอกาสเหมาะแก่การโจมตีมาก
   "หางเรือ นั่นคือจุดอ่อนสินะ" ดับเบิ้ลเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้เป้าหมาย โล่สีขาวที่เเหลมคมดั่งดาบแทงเข้าไปที่จุดอ่อนของเรือเกิดควันพุ่งออกจากใต้น้ำ

 หวอๆๆ!!
   "เกิดอะไรขึ้น?"
   "หางเรือได้รับความเสียหายครับ เหมือนจะโดนวัตถุเเข็งๆเข้าใส่ครับ" เจ้าหน้าที่ในเรือต่างตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เรือเริ่มเอนลงและจะจมน้ำ
 ทางด้านอาเลลูย่ากับมารีก็ออกมารอที่ท้ายเรือแล้ว และด้วยเหตุนี้ก็มีทหารหลายคนไม่ทันระวังก็กำลังจะตกทะเล
   "ไปกันเถอะมารี" อาเลลูย่าบอก พวกเขาสองคนใช้โอกาสนี้กระโดดลงน้ำโดยมีเซ็ทสึนะเห็นและระวังภัยให้
   "เซ็ทสึนะพูด ตอนนี้เริ่มแผนการIIได้" ชายหนุ่มส่งสัญญาณไปหาสุเมรากิ หญิงผมสีน้ำตาลพยักหน้า
   "ลิเลียเอาเลย!"
   
   สะพานเดินเรือของยาน
   "ลิเลียอุณหภูมิของหุ่นคงที่ดีรึเปล่า?"
   "คงที่อยู่ค่ะ คุณเอียนไม่ต้องเป็นห่วง"  
   "จากนี้จะหยุดการเชื่อมต่อแล้วนะ ส่งฮารูทไปให้อาเลลูย่ากับมารีด้วย" เอียนพูดก่อนจะยกเลิกระบบโหมดดำน้ำของซาวี่กันดั้ม ยานเริ่มสั่นแรงจากการพุ่งตัวขึ้นให้อยู่ในระดับน้ำที่พอสมควร
   "ฝากด้วยนะคุณหนู" ไลล์ส่งกำลังใจ ลิเลียยิ้ม
   "ค่ะ! ลิเลีย วีเลต้า ซาวี่ออกตัวได้!" โมบิลสูทสีขาวเทาออกมานอกยาน เซ็นเซอร์ของเครื่องจับตำแหน่งอาเลลูย่ากับมารีได้พอดี
   'อาเลลูย่า ฮาฟทิซึ่มกับมารี พาฟาซี่ ในที่สุดก็ได้เจอตัวจริง' ลิเลียคิด เธอตื่นเต้นมากในเวลานี้
   "ไม่ได้นะเราต้องทำภารกิจก่อน ส่งฮารูทไปยังเป้าหมาย" หญิงสาวเลิกคิดอารมณ์ชั่ววูบส่วนตัวและรีบป้อนระบบอัตโนมัติการส่งหุ่นให้อาเลลูย่า
   "ซาวี่สามารถควบคุมระบบการขนส่งได้ แต่ต้องใช้เวลาเชื่อมต่อกับข้อมูลหลักนั่นก็คือยาน คุณสุเมรากิคิดได้รอบคอบมากจริงๆ" ลิเลียพูดไปก็คีย์ระบบไปด้วย เมื่อหน้าจอขึ้นแสดงว่าผ่านเธอก็ไม่รอช้าทำการส่งหุ่นไปให้พวกเขาทั้งสองทัน
   'มาแล้ว!' อาเลลูย่าคิด เขาลงไปพอดีกับจังหวะที่ฮารูกทถูกส่งมาพอดิบพอดี
   
 ปึก!

   ค็อทพิทถูกปิดลง เครื่องของฮารูทเป็นยูนิตคู่หรือห้องนักบินสามารถนั่งบังคับหุ่นได้สองคน อาเลลูย่าถอนหายใจยาวก่อนจะมองเครื่องรุ่นใหม่
   "โอเคไหมมารี?"
   "จ้ะ! แต่คนที่ส่งเจ้านี่มาให้เนี่ยตรงพอดีกับจังหวะของเราเลยนะ" มารีพูด อาเลลูย่าเพียงยิ้มแต่ไม่นานก็มีสัญญาณจากสุเมรากิเข้ามา
   "ทั้งสองคนรีบกลับเข้ามาที่ยานเร็วเข้าเราจะออกจากน่านน้ำนี้ให้เร็วที่สุดก่อนที่พวกเขาจะจับสัญญาณได้" 
   "รับทราบ!"
 ฮารูทรีบกลับเข้ายาน เซ็ทสึนะเมื่อเห็นจังหวะราบรื่นจึงถอยกลับมาเช่นกันในขณะที่ดูสถานการณ์ทางเขาก็ได้โจมตีส่วนระบบสื่อสารของเรือ ตอนนี้พวกนั้นก็ไม่น่าที่จะจับภาพใต้น้ำได้ไปซักระยะ


ด้านบน

   "ความเสียหายเท่าไหร่?"
   "30เปอร์เซ็นครับแต่ตอนนี้เรามีปัญหาเพิ่มครับ อุปกรณ์จับภาพใต้น้ำมันใช้งานไม่ได้ครับ"
   "อะไรนะ เป็นแบบนั้นได้ยังไง?"
 หัวหน้าเรือร้อนรนถาม เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลพยายามคีย์ข้อมูลเพื่อให้มันใช้งานได้แต่ทำเท่าไหร่ก็ไม่สามารถทำได้
    "สิ่งที่จะทำให้เป็นอย่างนี้ได้ก็คงจะเป็นการโจมตีของโมบิลสูทเท่านั้นครับ" เจ้าหน้าที่คนเดิมคาดการณ์บอกสาเหตุ หัวหน้าถึงกับอึ้ง

   "หรือว่าจะเป็นฝีมือของเซเลสเทียลบีอิ้ง แล้วเครื่องยนต์ยังสามารถเดินทางไปถึงกองทัพน่านน้ำAEUได้ไหม"

   "ได้ครับ แต่คงจะช้ากว่ากำหนดการครับเพราะเท่าที่ตรวจสอบได้ระบบส่วนสำคัญในการเดินเรือถูกทำลาย"

   "ไม่เป็นไร! ฉันเข้าใจทุกอย่างแล้วของเเข็งที่ว่าก็ต้องเป็นอาวุธของโมบิลสูทอย่างที่เธอว่าไม่มีทางเป็นอย่างอื่นได้เด็ดขาด แต่มันน่าโมโหจริงๆ...โซลเดอร์ เกราฟสงสัยต้องรายงานเรื่องนี้กับทางเบื้องบนของAEUที่จะไปถึงซะแล้ว การแถลงข่าวของเขาสร้างภัยกับชีวิตทหารเรือเราชัดๆเลย!"



-----------------------------------------------------

   (ฉันได้รับรายงานที่ไม่ค่อยน่าพอใจ แถมมีประเด็นเกี่ยวกับคุณด้วยคะ)

   "เรื่องอะไรอย่างนั้นเหรอครับ พลจัตวาเคธี่ มาเนคิน"
 หัวหน้าองค์กรแนวหน้ามนุษย์ชาติAccuracy Symbolคุยกับนายทหารหญิงยศพลจัตวาแห่งกองกำลังAEUผ่านหน้าจอโน้ตบุ๊ค
   (เรือที่นำพลทหารมาที่กองทัพน่านน้ำของทางเราถูกโจมตีค่ะ...หวังว่าคุณจะทราบนะว่าเพราะอะไร) โซลเดอร์มีสีหน้าตกใจ
   "แล้วจะให้ทางผมชดใช้อะไรเหรอครับ? การแถลงข่าวของผมก็เป็นไปตามแบบแผนตั้งแต่แรกฝ่ายทางคุณก็ไม่ได้คัดค้านไม่ใช่หรือ"
   (ดิฉันเข้าใจที่คุณบอก เลยจะมาเตือนเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นอีก) เคธี่พูดตีหน้านิ่ง โซลเดอร์รอฟังอย่างสงบ
   "ว่ามาได้เลยครับ"
   (คราวหน้าจะแถลงอะไรออกสู่สาธารณะช่วยอย่าเจาะจงเกินไปนะคะ แล้วก็ส่งรายงานเกี่ยวกับสื่อมาให้ทางเราตรวจสอบด้วยเวลาจะทำอะไร คุณเป็นถึงผู้นำและกัปตันยานจะต้องเข้าใจความปลอดภัยของลูกเรือเป็นหลัก)
   "รับทราบ"
 สิ้นเสียงตอบรับหน้าจอก็ถูกตัดสาย โซลเดอร์ใช้โน้ตบุ๊คเช็คความเคลื่อนไหวในกองทัพ
   "ไม่รอบคอบกับพวกเดียวกันเลยนะครับ สงสัยทางAEUก็คงต้องรักษามาตฐานเรื่องความปลอดภัยให้มากขึ้น...เวลานี้เซเลสเทียลบีอิ้งก็คงจะเดินทางไปถึงจุดหมายของพวกเขาได้ไม่อยาก"
   "....ร่างกายไม่เป็นอะไรแล้วรึถึงได้มาหาฉัน"
 โซลเดอร์ชายตามองเจ้าของเสียง ชายหนุ่มในชุดทหารพิงประตูทางเข้ายิ้มสบายๆ
   "ไม่ต้องเป็นห่วงครับ"
   "แล้วไป แต่ที่หาว่าฉันไม่รอบคอบนี่รับไม่ได้นะ"
   "กัปตันครับ เมื่อกี้ที่เขาแจ้งมาไม่ได้คิดเลยเหรอ?หรือผมเข้ามาขัดจังหวะความคิดคุณพอดี" 
   "หึ! มันเป็นสิ่งที่ฉันต้องการอยู่แล้ว...พวกนั้นจะมาโทษเราฝ่ายเดียวได้ยังไง ในเมื่อคำแถลงของฉันมันก็ชัดเจนขนาดนี้แล้วทำไมถึงไม่จัดกำลังป้องกันไปซะก็สิ้นเรื่อง...ต่อให้เป็นเคธี่ มาเนคินก็เถียงต่อคำได้แค่ที่เธอเห็น" ชายหนุ่มเบิกตากว้างมอง ชายวัยกลางคนยิ้มและนั่งอ่านข่าวๆหนึ่งก่อนจะเริ่มพูดอะไรซักอย่างขึ้นมา
   "อ๋อ!...ร้ายใช่ย่อยนะคุณน่ะ"
   "เลิกพูดได้ล่ะ! ฉันมีภารกิจจะให้ทำ" โซลเดอร์ตัดบทพร้อมหันโน้ตบุ๊คของเขาให้ชายหนุ่มดู 
   "นี่คืองานในช่วงเวลานี้ ไปเป็นสปายให้ฉันที"
   "!!!"
  ชายหนุ่มตกใจ ภาพในจอเป็นปราสาทพระราชวังของประเทศหนึ่งที่ใครๆเห็นก็ต้องรู้
   "จะไปทำไมกัน! ในเมื่อเราก็มีคนเป็นสายสืบรายงานอยู่แล้ว" ชายหนุ่มถามไม่เข้าใจ
   "ก็ไปเป็นบอร์ดี้การ์ด เพิ่มความมั่นใจกับเขาให้มากขึ้น" 
   "แค่ชายคนนั้นคนเดียวมันยังไม่พอเหรอ? ผมไม่ถนัดงานแบบนี้ด้วยสิ" ชายหนุ่มกอดอกไม่พอใจกับงานที่ต้องทำเท่าไหร่นักแต่โซลเดอร์กลับยิ้มและเหมือนมั่นใจว่าเขาจะทำได้
   "ประเทศนี้เป็นหนึ่งในหลายประเทศส่วนย่อยที่ไม่ยอมเข้าร่วมกับสามมหาอำนาจ คิดซะว่าจะทำยังไงให้เขายอมร่วมมือกับเรา" ชายหนุ่มฟังไปก็เกิดความลังเลจึงเอ่ยถาม
   "แล้วถ้าเขาไม่ยอมละครับ...จะทำยังไง"
   "ก็ไม่ได้มีชีวิตสันติน่ะสิ" รอยยิ้มฉีกถึงมุมปากชวนให้เกรงกลัว ชายหนุ่มได้ยินก็แอบยิ้มนิดๆนึกในใจถึงแม้จะไม่ชอบงานใส่สูทออกหน้าเข้าที่ประชุมกับนักการเมือง...แต่ในเมื่อหัวหน้าพูดแบบนี้ก็ปฏิเสธไม่ลง


---------------------------------------

25/1/20....70%


ทางด้านปโตเลไมออส
 ห้องควบคุมยาน
   "เฮ้อ ผ่านมาได้สบายอยู่นะเท่านี้ก็หมดภาระแล้วใช่ไหมคุณสุเมรากิ" ลาสเซ่ถาม
   "อื้ม! เท่านี้ก็รักษาระยะทางให้ดีก็เพียงพอแล้วล่ะ"

   "คุณโนริเอกะ มิเลน่าขอไปหาคุณฮาฟทิซึ่มกับคุณพาฟาซี่ได้ไหมคะ?" มิเลน่าหันมาถาม สุเมรากินิ่งคิด เวลานี้ก็ไม่มีอะไรแล้วก็ควรจะให้ทุกคนพักผ่อนก็น่าจะดี

   "ได้สิ"

   "ขอบคุณมากค่ะ! คุณเฟลท์จะไปด้วยกันไหมคะ" มิเลน่าเข้าไปชวนเฟลท์  หญิงสาวผมสีชมพูสะดุ้งพลางมีสีหน้าไม่รู้จะตอบยังไง

   "ไม่ไปดูคุณเซเอย์เลยระวังจะโดนคุณวีเลต้าแซงหน้านะคะ"
   "พ...พูดอะไรน่ะมิเลน่า!?" เฟลท์พูดเสียงหลง เด็กสาวหัวเราะเบาๆบทสนทนาของทั้งคู่ชวนให้สุเมรากิกับลาสเซ่สงสัย
   "ก็แม้~~~มิเลน่ามีโอกาสได้ยินคุณวีเลต้าเล่นเครื่องดนตรีด้วยนะ มันเพราะมากๆแถมคุณเซเอย์ก็ดูออกจะสนใจด้วยคะ...มิเลน่าเตือนแล้วนะถ้าไม่รีบระวังจะไม่ได้ใจของเขานะ"

   "พอได้แล้วนะมิเลน่า...เธอคนนั้นเขาเพิ่งจะรู้จักกับเซ็ทสึนะ...จะไปมีความรู้สึกแบบที่ว่าได้ยังไง" เฟลท์ค้านสุดใจแต่สีหน้าแสดงความรู้สึกกังวล

   "คำพูดต่างจากสีหน้าจังนะคะ"

   "ม...ไม่เกี่ยวกันนะ!" เฟลท์เถียงกลับ

   "ท..ทั้งสองคนกำลังคุยอะไรกันอยู่เหรอ?"  สุเมรากิถาม เพราะฟังมาตั้งนานตอนนี้ยังจับใจความไม่ได้เลยว่าทั้งสองคนนี้พูดเรื่องอะไรกันโดยเฉพาะมิเลน่าคนเปิดประเด็น
   "จะว่าไปคุณโนริเอกะกับคุณไอออนยังไม่รู้เลยนี่นา งั้นมิเลน่าจะเล่าให้ฟังค่ะ" เด็กสาวพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เรื่องรักๆต้องยกให้เธออย่างเดียวเลยนะ



 สะพานเดินเรือยาน

   เพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันนานก็ทักทายกันตามปกติหลังจากภารกิจเสร็จ 

   "การท่องเที่ยวทั่วโลกเป็นยังไงบ้าง? พบอะไรใหม่ๆในชีวิตไหมอาเลลูย่า"
   "ก็ดี ธรรมชาติของโลกชวนให้จิตใจสงบแถมผู้คนที่ได้พบก็อัธยาศัยดีเหมือนกัน" อาลลูย่าตอบ ไลล์ฟังก็สบายใจที่เพื่อนตัวเองไปได้ดีกับความตั้งใจของเขา
   "ว่าแต่นักบินของหุ่นสีขาวตัวนี้อยู่ไหนเหรอคะ ยังไม่ได้ทักทายเลย" มารีถามหาลิเลีย ไลล์เองเมื่อได้ยิาก็เริ่มมองซ้ายมองขวา
   "ไม่รู้สิ คงจะออกไปก่อนก็ได้มั้งเพราะเธอคนนั้นก็กลับเข้ายานมาก่อน" 
   "งั้นเหรอคะ เห็นคุณเอียนบอกว่าเขาเป็นส่งโมบิลสูทมาให้ฉันกับอาเลลูย่าเลยอยากจะขอบคุณน่ะคะ" มารีทำหน้าผิดหวังเมื่อไม่ได้เจอลิเลีย
   "อย่าทำหน้าเศร้าเลยมารี เดี๊ยวค่อยไปทักทายก็ได้" อาเลลูย่าพูดพลางวางมือตนไว้ที่ไล่ของเธอ หญิงสาวผมสีขาวถอนหายใจแต่ก็เข้าใจความหมายนี้ดี
   "ใช่แล้วล่ะ ลิเลียเขาออกไปพักผ่อน...ถ้าหายเหนื่อยเธอก็จะมาช่วยเอียนตรวจสอบสภาพโมบิลสูท อยากเจอก็มาตรงนี้แหละ" ไลล์เสริม
   "นี่ๆ เซ็ทสึนะหายไปไหนเห็นกันบ้างรึเปล่า?"เสียงของเอียนทักทั้งสามคนที่กำลังคุยกันถามหาเซ็ทสึนะ
   "อ้าว!นึกว่าอยู่กับเอียนนะ พวกเราไม่เห็นเลย" ไลล์ตอบ เอียนหัวเสียทันทีที่ได้ยินคำตอบกะจะเรียกให้มาดูอะไรซักหน่อย
   "มีอะไรรึเปล่าครับเอียน" อาเลลูย่าถาม
   "ก็ไม่มีอะไรมากหรอก แค่จะคุยเรื่องการเปลี่ยนโมบิลสูทน่ะ...หุ่นตัวใหม่สำหรับอินโนเวเตอร์เสร็จสมบูรณ์เรียบร้อย"
   "หุ่นตัวใหม่!" ไลล์พูด
   "แต่มันยังอยู่ที่ฐาน...แค่จะเอาให้เขาดูเป็นการคาดการณ์อะไรไปก่อนแต่ถ้าไม่อยู่ก็ช่วยไม่ได้" เอียนพูด ตอนนี้ชายวัยห้าสิบกว่าปีหัวเสียมองซ้ายมองขวาหาคนที่ต้องการจะเรียกให้ดูงาน ไลล์ถอนหายใจ
   "นั่นสิครับ"








  

   "เธอว่าเนื้อเรื่องมันจะเป็นประมาณนี้ดีไหมค่ะ? ถ้ามีผู้บัญชาการของศัตรูที่มีความสามารถคาดการณ์,เจ้าเลห์,วางอำนาจ,มีไหวพริบแล้วก็---"
   "พอๆ เอาสกิลผู้ร้ายมามากขนาดนั้นเธอกะจะเอาให้ตายกันเป็นหมู่คณะเลยรึไง"

  ณร้านกาแฟในเมืองแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มกับหญิงสาวเพื่อนสนิทนั่งคุยเรื่องสนุกๆกัน

   "ก็ถามนี่ไงว่ามันดีรึเปล่า" หญิงสาวถามน้ำเสียงไม่พอใจนิดๆ ชายหนุ่มทำท่าเหมือนนึกอะไรอยู่
   "แล้วไม่คิดจะให้มีนักบินฝีมือเก่งกับศัตรูบ้างเหรอ? ในความคิดของฉันน่ะถึงมีผู้วางแผนดีก็ใช่ว่าจะชนะนะ มันก็ต้องมีนักบินเก่งๆด้วยสิ" ชายหนุ่มเสนอความเห็น
   "นักบิน!....จริงด้วยสิลืมคิดไปเลยคะ"
   "ฮ่าๆๆ!!! สมเป็นเธอนะถ้าเป็นฉันฉันจะเอาตัวเองไปเป็นตัวร้ายในเรื่อง" ชายหนุ่มหัวเราะพลางพูดในสิ่งที่ทำให้คนตรงหน้าถึงกับอึ้ง
   "เอ๊ะ! พูดจริงรึเปล่าคะ คนส่วนใหญ่อยากอยู่ฝ่ายพระเอกเก่งๆ แต่เพื่อนฉันอยากอยู่ฝ่ายศัตรู...เธอนี่แปลกคนดีจังนะ" หญิงสาวไม่เข้าใจความคิดนี้ ชายหนุ่มส่ายหน้าเหนื่อยๆก่อนเริ่มอธิบาย
   "แปลกตรงไหน อยู่ฝ่ายศัตรูน่ะสนุกจะตายความรู้สึกที่เป็นฝ่ายบุก การปฏิบัติภารกิจที่ร้ายกาจกำจัดพวกตายยากน่ะหาไม่ได้นะถ้าไม่ได้อยู่ฝ่ายชั่วนะแถมฉันก็อยากจะต่อยเซ็ทสึนะให้หงายด้วย" น้ำเสียงชายหนุ่มจริงจังกับสิ่งที่พูด หญิงสาวสัมผัสได้เลยว่าเสียงนี้และความคิดนี้ละตรงกับสิ่งที่เธอต้องการจะใส่ไปในงาน....พูดเหมือนจะได้ทำจริงๆงั้นเเหละ
   "ต่อยให้หงายเลยเหรอ...คิดออกแล้ว! ในเมื่อเธออยากเป็นตัวร้าย งั้นก็มาเป็นนักบินฝ่ายศัตรูให้นิยายของฉันแล้วกันนะคะ"
   "เฮ้ย! ง่ายไปไหมนั่น?"
   "ก็แม้~~ทำเพื่อเพื่อนสนิทของฉัน แล้วชื่อตัวละครก็เอาชื่อเธอนั่นละดีที่สุด"
   "ช...ชื่อฉัน?" ชายหนุ่มชี้นิ้วมาที่ตัวเอง
   "ค่ะ! แต่จะออกมาเป็นยังไงไว้เขียนเสร็จแล้วจะเอามาให้อ่านคนแรกเลย ถึงตอนนั้นก็ช่วยวิจารณ์ด้วยนะ"
   "เอามาให้อ่านเรื่อยๆไม่ได้เหรอ กว่าเธอจะแต่งเสร็จมันตอนไหนล่ะ" ชายหนุ่มเอาหน้าเกยโต๊ะหัวเสีย เธอหัวเราะเบาๆ
   "คงเป็นปีไม่แน่ก็มากกว่านั้น เราเรียนมหาลัยแล้วนะเวลาเขียนก็คงน้อยลงอาจมากกว่าสองปี---"
   "อย่างนี้ฉันไม่อ่านแล้วนานขนาดนี้" 
   "อ้าว! ได้ยังไงคะ" หญิงสาวตกใจ
   "แต่จะช่วยเธอ----"






   "ลิเลีย...คุณลิเลีย!"
   "เฮือก!" ร่างหญิงสาวผมขาวสะดุ้งตื่นจากความฝัน เธอหายใจเข้าใจออกแรงก่อนเสียงที่เรียกตอนแรกจะดังขึ้นเสริม
   "ขอโทษนะคะที่ทำให้ตกใจแต่ตรงนี้มันห้องดูหุ่น เห็นคุณมานั่งหลับกลัวจะไม่สบายตัวก็เลย..." ลิเลียหันไปมอง หญิงสาวผมสั้นสีชมพูมองเธอด้วยสีหน้ากังวล เธอค่อยๆเรียบเรียงประโยคที่ได้ยินแล้วคิดเป็นระบบในหัว
   'เราเดินออกมาจากสะพานเดินเรือ...แล้วรู้สึกเหนื่อยเห็นห้องนี้มันใกล้เลยมานั่งพักก็เลยเผลอหลับไปสินะ แล้วก็ฝัน...ฝันถึงเพื่อน'
   "เฟลท์! ปโตเลไมออสจะถึงฐานของคาตาลอนที่ตะวันออกกลางในอีกกี่วันเหรอ" เสียงเซ็ทสึนะถามขึ้น ลิเลียตกใจมากกว่าเดิมตอนแรกที่เข้ามาไม่เห็นตัวเลยนี่
   "ถ้าไม่เจอศัตรูบุกก็ประมาณห้าวันถึง" เฟลท์ตอบ
   "อ..เอ่อ...คุณเฟลท์ขอบคุณที่เป็นห่วงคะ" ลิเลียเห็นจังหวะเหมาะเลยพูดขอบคุณ หญิงสาวผมชมพูส่ายหน้าและยิ้ม 
   "อย่าใส่ใจเลยค่ะ เพราะคุณช่วยพวกเราเอาไว้เยอะในการออกจากน่านน้ำนี้นะคะ"
   "...ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก" หญิงสาวผมขาวยิ้มแห้งๆแก้เขินที่ถูกชม
   "เฟลท์ที่มาหาฉันมีอะไรเหรอ?"
   "...ฉันเอาน้ำมาให้น่ะ คงจะเหนื่อยเพราะต้องใช้หุ่นใต้น้ำ" เฟลท์พูดพลางไม่สบตากับเซ็ทสึนะ ลิเลียเป็นกลางยืนมองทั้งสองคนในใจของเธอรู้ดีว่าบรรยากาศในตอนนี้คืออะไร
   'เฟลท์...ชอบเซ็ทสึนะมากจริงๆ' เธอคิด ขวดน้ำถูกส่งให้ เซ็ทสึนะรับไปแล้วพูดขอบคุณถ้าเป็นตัวเขาสมัยก่อนคงไม่พูดเเน่นอน
   "คุณลิเลียก็เชิญสิคะ" เฟลท์มีมาเพื่อ ลิเลียรับมาอย่างงงแต่ก็รีบดื่มแก้กระหาย
   "เฮ้อ..." ลิเลียหยิบโอคาริน่าเครื่องดนตรีที่พกติดตัวตลอดออกมาดู ใจอยากจะเล่นเพลงๆหนึ่งในเวลาที่รู้สึกเหนื่อยนี้มากแต่มีคนถึงสองคนยืนอยู่ใจมันก็ไม่กล้าเลย
   'เราควรออกไปให้สองคนนี้เขาคุยกันท่าจะดีที่สุด...ถึงแม้ผลสุดท้าย...เซ็ทสึนะจะเรียกใครก็เป็นสิทธของเขาแต่เราก็พอจะเดาได้'
   "ลิเลีย" อยู่ๆเซ็ทสึนะก็เรียกหญิงสาวที่นั่งก้มหน้า ลิเลียเงยหน้ามองเขาอย่างทันควัน
   "ค่ะ! ม..มีอะไร?" ลิเลียถามอย่างควบคุมสติไม่ได้ 
   "...เปล่า...ไม่มีอะไร" 
   'แล้วเรียกทำไม...หรือว่าสงสัยโอคาริน่าในมือเรา...ใช่ไหมคะ' ลิเลียมองเซ็ทสึนะ น้ำเสียงของเขาเมื่อครู่ดูเหมือนต้องการจะบอกบางอย่างกับเธอ

 

   เซ็ทสึนะน่ะขาดความอบอุ่นนะ คิดเหมือนกันไหมจิยุ

 

  เสียงชายหนุ่มคนหนึ่งดังเขามาในหัวของลิเลีย เสียงนั้นเรียกชื่อที่แท้จริงของเธอ เสียงเพื่อนสนิทก่อนจะมาที่นี่

   "หรือคุณ...อยากฟังเพลงตอนอยู่เกาะบาเรนคะ?"
   "เพลง!" เฟลท์ตกใจ
   "ฉันเล่นโอคาริน่าในยามว่างคะพอดีมีเพลงๆหนึ่งที่ชอบ ตอนนั้นคุณเซ็ทสึนะก็ได้ยินเหมือนกัน" ลิเลียพูดและยิ้มให้เขา เฟลท์หันไปมองเพื่อขอความจริง
   "ใช่! ช่วยเล่นให้ฟังที" ชายหนุ่มผมดำขอ ลิเลียพยักหน้าก่อนที่เธอจะเริ่มเป่าโอคาริน่าในมือแต่ก็เห็นได้ชัดว่าเฟลท์แสดงสีหน้าสงสัยและตกใจอย่างเห็นได้ชัด

   'ถ้ามันไม่ใช่เพลงของมารีน่า เซ็ทสึนะก็ไม่มีทางขอหรอกคะเฟลท์' ลิเลียหัวเราะในใจ เห็นชัดเจนว่าเฟลท์กำลังหึงอยู่ถึงจะไม่แสดงออกมาก็ตาม

    หลังจากนั้นเสียงดนตรีก็บรรเลงเป็นจังหวะที่ไพเราะ ลิเลียแอบมองเซ็ทสึนะว่าเขาจะมีปฏิกิริยายังไง ชายผมดำหลับตายื่นฟังจังหวะเพลงใบหน้าเรียบเฉยและสุขุมตลอดเวลาของเขา ดูผ่อนคลายต่างจากปกติ หญิงสามเห็นแบบนั้นก็ดีใจที่เห็นคนฟังการเล่นดนตรีของตนมีความสุข

   'จริงๆฉันอยากให้คุณฟังจากคนที่มีใจอยากจะเล่นให้คุณฟังมากกว่านะ' 

  ลิเลียคิด เธอเป็นแฟนคลับกันดั้มเรื่องนี้ความสุขของเธอคือการสร้างรอยยิ้มให้กับทุกคนที่กำลังลำบากยิ่งเป็นคนจากเรื่องนี้แล้วเธอก็อยากจะช่วยให้พวกเขาหาเป้าหมายของชีวิต อยากจะเป็นสะพานที่เชื่อมความรู้สึกของใครซักคนให้สื่อใจถึงคนที่เขาต้องการ เพื่อที่ในวันหนึ่งจะเข้าใจซึ่งกันและกันมากกว่านี้และพบความสุขของชีวิตหลังการหลั่งเลือด,ชีวิตให้สงคราม


28/1/20....100%

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

46 ความคิดเห็น

  1. #7 Rnozero (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 05:05

    Yes yes yes yes yes yes yes yes

    ขอบคุณครับผม

    #7
    0
  2. #4 เมล (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 21:09

    แต่งต่อค่ะชอบค่ะ

    #4
    0