[FanFic] Mobile Suit Gundam OO ข้ามมิติมาเป็นกันดั้มไมสเตอร์พระผู้ช่วย

ตอนที่ 2 : บทที่2:กันดั้มไมสเตอร์คนที่ห้า(100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 398
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    15 ม.ค. 63

 


 Mobile Suit Gundam OO 
ข้ามมิติมาเป็นกันดั้มไมสเตอร์พระผู้ช่วย


บทที่2:กันดั้มไมสเตอร์คนที่ห้า



   

   ฐานกองกำลังเซเลสเทียลบีอิ้ง ลากราน3....ศูนย์ปล่อยตัวโมบิลสูท
      
    "ดาวเคราะห์น้อยเยอะก็จริง...แต่ในเรื่องศัตรูอย่างเอเลอร์ก็ยังสามารหาตำแหน่งได้ ไม่สิ!เพราะความสามารถอินโนเวเตอร์ด้วย" ลิเลียคิดหนักถึงวิธีการลงไปยังโลก เธอหันไปมองโมบิสสูทสีขาวซึ่งในเรื่องเป็นของเธอ
   "ถึงเราจะออกแบบไว้ แต่อาวุธมันเหมาะการการสู้ระยะไกลมากกว่า ถ้าให้คิดถึงสถานการณ์ตอนนี้...คงต้องใช้ระบบนั่น" 
   "มาเตรียมพร้อมแล้วเหรอ!"
   "คุณเอียน" หญิงสาวหันไปมองตามต้นเสียง ชายผมสีดำเดินมาหา
   "มีอะไรกังวลรึเปล่าดูสีหน้าเครียดๆนะ หรือเธอกังวลในการลงไปที่โลก" เอียนถาม 
   "นิดหน่อยค่ะ เพราะที่นี่ไกลจากโลกพอสมควรและก็ไม่รู้จะมีกองทัพป้องกันกำลังที่ชั้นบรรยากาศมากแค่ไหนด้วยคะ" ลิเลียบอกในสิ่งที่เธอกังวล เอียนเกาศีรษะเข้าใจความรู้สึกนี้เพราะมันก็อันตรายถ้าจะไปคนเดียวโดยไม่มีกำลังเสริมไปด้วย
   "ก็จริงนะ โมบิลสูทของเธอเท่าที่ฉันตรวจสอบประสิทธิภาพไม่แพ้กันดั้มทั้งสี่เครื่องเลยแต่มันมีเรื่องหนึ่งที่ฉันสงสัย"
   "เรื่องอะไรเหรอคะ?"
   "ฉันเช็คระบบภายในเครื่องดู มันมีระบบหนึ่งที่ไม่เคยเห็นพอจะกดเข้าไปดูมันกลับตั้งรหัสไว้ด้วย...เธอตั้งไว้เหรอ?" 
   "อ๋อ! ค่ะ! ฉันเตรียมการเอาไว้ต้องขอโทษด้วยที่บอกไม่ได้ มันเป็นระบบที่ทางฉันเองก็ยังไม่เคยใช้เลยซักครั้ง" ลิเลียพูดพลางยิ้ม เอียนแอบสงสัยในคำพูดนั้น
   "คุณเอียนไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ถ้ามันใช้ได้ดีในการลงไปที่โลกครั้งนี้ฉันจะบอกข้อมูลให้คะ"
   "จริงเหรอ!"
   "จริงค่ะ ขอบคุณที่มาถามความพร้อมต่อจากนี้ฉันขอลงไปที่โลกเลยแล้วกันนะคะ" ลิเลียหยิบหมวกชุดอวกาศมาสวมและส่งยิ้มให้เอียนสบายใจ
   "ถ้างั้นก็ระวังตัวนะ ถ้าไปถึงก่อนพวกฉันก็ฝากไปทักทายเซ็ทสึนะด้วยก็ดี"
   "เซ็ทสึนะ!...อินโนเวเตอร์อย่างเขาคงไม่ได้ทักทายกันวิธีธรรมดาแน่นอนคะ" ลิเลียยิ้มมุมปากก่อนจะเข้าไปในคอทพิทที่เปิดรอรับ
   "เป็นเด็กที่มีความลับเยอะดีแฮะ" เอียนพูดกับตัวเองและเดินไปดูความพร้อมการปล่อยตัว
   "ต่อจากนี้คือของจริง เราก็ไม่รู้ว่ามันจะใช้ได้ผลมากแค่ไหนแต่ถ้าไม่ลองทำก็ไม่รู้สิ" ลิเลียนั่งเปิดระบบต่างๆในตัวเครื่องให้ทำงานตามคำสั่ง 
   (ช่องทางสะดวกพร้อมออกตัวได้)
   "ลิเลีย วีเลต้า...savvy ออกตัวได้!(ซาวี่ กันดั้ม)"
      โมบิลสูทสีขาวพุ่งออกตัวจากดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่ด้วยความเร็วสูงเดินทางไปยังเป้าหมายห่างไกล
   















A.D2,314....ณทะเลทราย เมืองเคอร์ดิช

ตอนนี้มีเรื่องหนึ่งอยากให้นายดู สุเมรากิ ลี โนริเอกะเป็นคนสืบมาให้

เกาหลีเหนือแยกตัวจาก'กลุ่มสหพันธ์ฯ'(HRL) โดยอ้างถึงสงครามที่ยุติลงจากการทำลายกองกำลังอิสระA-laws และมีกองกำลังพิเศษเกิดขึ้นในชื่อ'แนวหน้ามนุษย์ชาติAccuracy Symbol' 

ตอนนี้พวกเรากำลังจะลงไปที่โลกเพื่อสืบแผนการของพวกนั้น ไปเจอกันที่หมู่เกาะทะเลบาเรนนะ

ล็อกออน สตาร์ทอส...


'แยกตัว...'

   ตัวหนังสือที่ส่งมาให้อ่านชวนให้หัวใจชายหนุ่มผู้เป็นกันดั้มไมสเตอร์เกิดความรู้สึกสับสนปะปนกันอยู่ภายในใจ คำพูดของเขาเปล่งออกมาพร้อมสีหน้าที่สงบนิ่ง

"สงคราม...ยังไม่จบ" 

  สายลมพัดผ่าน ทรายสีส้มก่อตัวเป็นฝุ่นผ่านเบื้องหน้าของเขาไปมองลงต่ำพบดอกไม้สีเหลืองเติบโตท่ามกลางทะเลทรายที่แห้งแล้งและไม่มีน้ำมากมาย ชายหนุ่มถอนหายใจนึกแล้วก็ไม่สบายใจถึงอนาคตต่อจากนี้


ติ๊ด!

  หัวข้อสาระข่าวที่เพิ่งอ่านจบถูกปิดลงมาแทนที่ด้วยซองจดหมายสีขาวดูไม่โดดเด่นอะไร ชายหนุ่มผมสีดำขลับเปิดอ่านเนื้อหาจดหมาย เขาอ่านไปเรื่อยๆจนมาสะดุดที่ประโยคหนึ่งที่ตัวเองรู้ว่ายังไม่สามารถหามันได้


เซ็ทสึนะ....ฉันขอให้เธอได้พบกับความสุขในเร็ววันนะ

  

"ความสุข...ของเรา" ดวงตาสีส้มแดงดั่งดวงตะวันกำลังตกดินเห็นประโยคนี้ก็อยากเจ้าของจดหมายที่ส่งมาให้เขาเหลือเกินว่ามันยากเกินกว่าที่จะหามาได้ ความสุขที่เธอหมายถึงเขายังไม่รู้เลยว่าจะเริ่มมันจากตรงไหนดี ชีวิตนี้ก็มีเพียงแต่การต่อสู้เท่านั้น....แต่ถ้าให้ตอบการต่อสู้ก็ไม่ใช่ความสุขนะ เขาไม่ใช่คนที่เห็นการต่อสู้คือความสุขเลย


13/1/20....40%


-----------------------------------


บนอวกาศ บริเวณลิฟต์วงโคจรระยะ300เมตร

ยานปโตเลไมออสกำลังมุ่งหน้าดำเนินการลงไปยังโลก ลูกเรือในยานมารวมตัวกันเหลือเพียงกันดั้มไมสเตอร์ที่ประจำการในคอนเทนเนอร์

"ทุกคนเตรียมพร้อมกันเรียบร้อยนะ ตอนนี้เรามีภารกิจใหม่ที่จะต้องทำ" หญิงสาวผมสีน้ำตาลเข้มผู้เป็นกัปตันของยาน สุเมรากิ ลี โนริเอกะเอ่ยถามลูกเรือทุกคนรวมทั้งส่งสัญญาณถึงกันดั้มไมสเตอร์ด้วย

"พร้อมเสมอ!" ลาซเซ่ ไอออนเจ้าหน้าที่ฝ่ายควบคุมอาวุธของยานและคนขับยานตอบกลับเสียงหนักแน่น

"มิเลน่าก็พร้อมนะคะ" เด็กสาวผมยาวหยิกสีน้ำตาลอ่อนวัยใสมิเลน่า วาสตี้หันมาบอกตามกัน สุเมรากิยิ้มที่เห็นความพร้อมของทุกคนจะเหลืออยู่หนึ่งคนที่ยังไม่ตอบเธอ

"ฉันก็พร้อมคะ"

"ดีจ้ะ เฟลท์"

"นี่ๆ ช่วยสนใจกันด้วยสิเรากำลังอยู่ในสายตาของพวกสหพันธ์นะ" กันดั้มไมสเตอร์เพียงคนเดียวในยานเอ่ยขัด สุเมรากิละความสนใจจากเฟลท์มาที่หน้าจอ

"รู้แล้วละ ก็ระวังกันอยู่นี่ไงไม่งั้นจะให้ไปลงที่เกาะทะเลบาเรนเหรอ"

"เกาะนั่นเป็นสถานที่ที่ใกล้ที่สุดและก็ลับตามากที่สุดเราถึงต้องไปที่นั่น คุณสุเมรากิห่วงนายนะถึงได้เลือกสถานที่ใกล้ขนาดนี้เพื่อเลี่ยงการต่อสู้โดยไม่จำเป็นน่ะ" ลาสเซ่พูด ล็อกออนหรือไลล์พยักหน้ายิ้มๆเขารู้อยู่แล้วแต่สิ่งที่เขาจะพูดต่อจากนี้ต่างหากคือประเด็นสำคัญ

"ขอบคุณครับที่เห็นแก่ผม แต่เซ็ตสึนะเนี่ยสิที่ลำบากมากกว่าอยู่ไกลกว่าจุดหมายคนละฝั่งเลย" ไลล์พูด ทุกคนฟังก็แอบหัวเราะเป็นห่วงคนอื่นไม่สนใจตัวเองเลย

"อย่ากังวลไปเลย...เพราะเอียนบอกว่ามีเซอร์ไพร์ไว้ให้เซ็ทสึนะด้วยนี่เนอะ" ลาสเซ่ยิ้มกว้าง ไลล์ทำสีหน้าไม่เข้าใจ

"เดี๊ยวก็รู้เองนั่นแหละ ไม่ต้องห่วงอย่างเซ็ตสึนะน่ะมาได้อยู่แล้ว" สุเมรากิพูดอย่างมั่นใจ ก่อนจะนั่งลงเก้าอี้ประจำของกัปตันเข้าสู่หน้าที่จริง

"ไปกันเถอะ Ptolemaios Take-OFF!"

ยานแม่ขององค์กรติดอาวุธเอกชน เซเลสเทียลบีอิ้งได้ลงสู่บนโลกด้วยความเร็วสูง.....โดยไม่มีใครรู้สึกถึงภัยอันตรายที่กำลังจ้องมองพวกเขาดั่งนักล่าวิญญาณในเงามืด

หลังดาวเคราะห์น้อยใกล้ลิฟต์วงโคจร

"ลงไปกันแล้วสินะ...เป็นไปตามที่คิด" ยานลำหนึ่งในมุมมืดเผยออกมาจับจ้องสถานการณ์ให้ชัดเจน

"พระเจ้า...กำลังทดสอบฉันอยู่ การที่พวกเราเป็นประเทศน้อยถึงไม่ได้เข้าร่วมกับสามมหาอำนาจ...แต่ก็ขาดแคลนทรัพยากรเพราะพวกมัน"

"เพราะอย่างนั้นเราถึงต้องต่อสู้ด้วยตัวเอง กัปตันคะ จะทำยังไงต่อคะ" หญิงสาวรองกัปตันยานเอ่ยถาม ชายผู้เป็นกัปตันยิ้มมุมปาก

"ถ้าเป็นเธอละจะทำยังไง? เมื่อเห็นศัตรูลงไปที่โลกแต่ไม่แน่ใจพิกัดของพวกมันคาเลีย"

"...องค์กรที่จะมาก็มาก็จะไปก็ไปนี่ แค่ทำให้หายไปตลอดกาลก็พอ" รองกัปตันยานตอบด้วยสีหน้านิ่งเรียบ ชายกัปตันยานยิ้มพลางถอนหายใจ

"ช่างเป็นผู้หญิงที่น่ากลัวจริงๆ" หญิงสาวได้ยินจึงอมยิ้มเพราะนั่นมันคือคำชมจากเขา

"พวกเราจะทำลายเซเลสเทียลบีอิ้งเอง ถึงจะบอกว่าทุกอย่างสงบสุข...แต่ถ้ายังมีพวกนี้อยู่มันจะเรียกอย่างที่ว่าได้ยังไง"

บนโลกน่านน้ำAEU

"จับสัญญาณโมบิลสูทไร้สังกัดเหนือน่านน้ำของAEUได้ครับ"

"ตอนนี้กำลังประเมินว่าเป็นของกองทัพไหนให้ชัดเจนอีกครั้งครับ!"

ร่างโมบิลสูทธสีขาวเหนืออยู่กองกำลังขนาดกลางของทองทัพAEU

"หึ...เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้แถวนี้เองถ้าใช้เกาะบาเรนเป็นที่ตั้งได้จะสามารถเดินทางเข้ารัสเซียได้ไม่ยาก แถมทางนี้เขาก็ไม่ได้มีกำลังมากเท่าสหพันธ์เราจะไม่เสียเวลาเล่นกับพวกเขา" ลิเลียพูดดูท่าทีของAEU สงสัยกำลังจะเตรียมกำลังจัดการพวกเธอเป็นแน่

"ไอแบบนั้นจัดการฉันคนนี้ไม่ได้หรอกคะ" โมบิลสูทสีขาวพุ่งดิ่งลงไปในทะเล น้ำทะเลแยกเป็นวงล้อม

"ลงมาในน้ำระดับความลึกขนาดนี้ได้ก็ถือว่าดี เราจะได้ไม่เสียงต่อสู้ในยามนี้" ลิเลียพูด ในระดับน้ำความลึกกว่า700เมตร ดวงตาสีน้ำเงินสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัว พร้อมดูระดับกระแสน้ำลึกเพื่อปรับความสมดุลของเครื่องให้คงที่

"ยานปโตเลไมออสสามารถลงมาในระดับน้ำแค่500เมตรจากเท่าที่เห็น เพราะฉะนั้นในความลึกขนาดนี้พวกเขาคงตามหาเราไม่ได้ง่ายๆแน่ไหนจะแรงดันของน้ำที่เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวอีก"

โมบินสูทสีขาวพุ่งตัวในน้ำระดับความลึกเพื่อเดินทางไปให้ถึงเป้าหมาย

"...จริงสิ!...ในเรื่องตอนนี้ลิเลียต้องเจอกับเซ็ทสึนะ...เดี๊ยวก่อน!แล้วฉันจะกังวลเรื่องที่เขียนไว้ทำไมกัน ตอนนี้ได้มาอยู่ที่นี่แล้ว...จะต้องพูดในสิ่งที่เราคิดไว้ให้หมด!" ลิเลียมองออกไปด้านนอก สายน้ำไหลเชี่ยวมากกว่าที่คิดแต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกอะไร

"เฮ้อ...เวลานี้เราลองมานั่งคิดดูก่อนดีกว่าว่าเราออกแบบเจ้านี่ไว้ว่าอะไรบ้าง" ลิเลียถอนหายใจนั่งหลับตานึกช่วงเวลาที่วาดออกแบบโมบิลสูทเครื่องนี้

ตั้งชื่อว่าGN-010 ซาวี่กันดั้มนะคะ ส่วนความสามารถก็...จะมีอาวุธหลักเป็นGNฟันแนลติดตามซึ่งมีต้นแบบมาจาก'ชิลด์บิลของเครูดิม'มีGNซอร์ดที่พัฒนาจากดับเอ็กเซียกันดั้มถึงจะใช้เป็นบีมไรเฟิลไม่ได้แต่ดาบนี่ก็สามารถตัดผ่านได้ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นอนุภาคอะไรเพราะมันถูกพัฒนาเพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะ ส่วนเรื่องเทรนซัมน่ะมันต้องมีอยู่แล้ว...ส่วนระบบหนึ่งที่เราสนใจนะแต่จะทำยังไงให้มันมาเข้ากันดีนะ


....GN-Blast MODE....


"อาวุธทำลายล้างสุดจะคาดคิดที่ฉันสร้างขึ้น"

-----------------------------

ที่ราชอาณาจักรอาซาดิสถาน ห้องทำงานของเจ้าหญิงผู้ปกครองประเทศกับกองเอกสารที่ใกล้เสร็จเรียบร้อย เหลือเอกสารส่วนหนึ่งที่เธอยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทำยังไงกับมันดี

"ท่านมารีน่าครับเอกสารสำหรับการประชุมเรื่องพันธมิตรสมาชิกของสามมหาอำนาจโลก จะทำยังไงดีครับ" ชายผู้เป็นคนจัดงานเอกสารถามขึ้นเมื่อำใเห็นเธอทำอะไรกับมัน เจ้าหญิงผู้มีเรือนผมสีดำสวย ดวงตาสีฟ้าเหนื่อยอ่อนจากการทำงานมองไปที่คนถาม

"คุณเบอร์นาร์ด เอกสารเรื่องนี้ฉันขอใช้เวลาคิดก่อนนะคะ...ไม่รู้ว่ามันจะเป็นประโยชน์กับอาซาดิสถานจริงๆรึเปล่า"

"เข้าใจแล้วครับ ทางนั้นเองก็อยากให้เราเข้าร่วมมือเพื่อผลประโยชน์แต่ก็ไม่แน่ชัดว่าจะเป็นผลประโยชน์ของใครกันแน่ ยังไงก็พักผ่อนให้เพียงพอด้วยนะครับ"

"ขอบคุณคะที่มาช่วยงานฉัน เอาไว้เจอกันพรุ่งนี้นะคะ" มารีน่า อิสมาอิลบอกลาเบอร์นาร์ด เดลซีลหนึ่งในผู้ช่วยงานของเธอ

"เฮ้อ...นี่ฉันควรจะทำยังไงต่อดีนะ โลกของเรากำลังเข้าสู่การเข้าใจซึ่งกันและกันจริงหรือเปล่า" มารีน่าบ่นกับตัวเอง เมื่อสามวันก่อนมีเอกสารถึงการชักชวนให้อาซาดสถานเข้าร่วมเป็นพันธมิตรประชุมกับสามมหาอำนาจของโลก เธอกังวลว่าทั้งสามมหาอำนาจคิดจะทำอะไรแล้วประเทศนี้จะได้รับสิ่งที่ดีจริงๆใช่มั้ยถ้าหากเข้าร่วม

"ถ้าเป็นเธอจะทำยังไง...เซ็ทสึนะ"

เวลายามค่ำคืนสายลมพัดอ่อนๆจากหน้าต่างที่เปิดเอาไว้ข้างๆ

"ฉันไม่ใช่เธอที่จะมาตอบคำถามนี้ของเธอได้นะ"

"เอ๊ะ!" มารีน่าหันไปมองทางต้นเสียง

"เธอต้องคิดในวิธีทางของเธอเอง"

หน้าต่างที่เปิดให้ลมเข้ามามีร่างของชายหนุ่มผมสีดำนั่งพิงขอบหน้าต่างมองมาที่หญิงสาวในห้อง มารีน่าเบิกตากว้างเมื่อพบกับคนที่เธอเพิ่งจะเอ่ยชื่อไปครู่นี้

"ซ...เซ็ท..สึ...นะ" เธอยืนขึ้นจากเก้าอี้ทำงาน อาการเหนื่อยล้าและความกังวลหายไปทันทีเมื่อพบเขา

"เธอถามฉันในจดหมายว่าความสุขของฉันคืออะไรสินะ" ชายหนุ่มพูดขึ้นหลังจากให้หญิงสาวตกใจอยู่นาน

"...เธออ่านจดหมายของฉันแล้วเหรอ?...ใช่ฉันถามอย่างที่เธอบอก"

"แล้วความสุขของเธอมันคืออะไร? ตอบฉันได้ไหมมารีน่า อิสมาอิล"

"ความสุขของฉัน...ได้สิ! การเห็นอาซาดิสถานและผู้คนมีความสุขรวมทั้งเธอด้วยนะเซ็ทสึนะ" เซ็ทสึนะฟังคำตอบของเธอเงียบๆแต่ก็แอบตกใจในความสุขของมารีน่า เขาทอดสายตามองเข้าไปในแววตาสีฟ้าสว่างที่มองเขาอย่างอ่อนโยน

"ฉันถามเธอทีสิ ถ้าสงครามมันจบลงจริงๆความสุขของเธอมันคืออะไรอย่างนั้นเหรอ?เธอเคยคิดถึงความสุขของตัวเองบ้างรึเปล่าว่าอยากจะทำอะไรในชีวิตหลังจากนี้"

"...."

"เซ็ทสึนะ"

เซ็ทสึนะยังคงนิ่งไม่ตอบมารีน่า แต่เธอเองก็ระบายยิ้มถ้าเขาไม่อยากจะบอกเธอก็ไม่เป็นไรเพราะเชื่อว่าเขาเองก็ต้องคิดเอาไว้บ้างในเมื่อชีวิตมันไม่ได้มีแค่การต่อสู่ในสงครามนี่นา

"ถ้าถึงเวลาฉันจะกลับมาบอกเธอ ไว้เจอกัน---"

"เดี๊ยวก่อนเซ็ทสึนะ!"

ระหว่างที่ชายหนุ่มจะจากเธอไป มารีน่าก็ได้เอ่ยเรียกเขาไว้ได้ทันเซ็ทสึนะหันกลับมามองด้วยหางตา

"เธอ....อยากจะฟังเพลงของฉันกับเด็กๆไหม?"

"เพลง..." เซ็ทสึนะก้มหน้าคิด ไม่นานจึงนึกขึ้นมาได้ว่าเขาเคยขอมารีน่าถ้าได้พบกันอีกก็อยากจะฟังเพลงที่เธอแต่งขึ้นด้วยคำอธิฐานของเด็กๆ

"เอาไว้คราวหน้าได้ไหม ฉันมีเรื่องต้องทำ" สิ้นเสียงก็มีลมพัดเข้ามาอย่างรุนแรงชั่วขณะหนึ่ง มารีน่ารีบหลับตาลงเพราะลืมตาไม่ขึ้น

"เซ็ทสึนะ!" หญิงสาวร้องเรียกชื่อเขาเสียงดัง เมื่อมองไปที่หน้าต่างอีกครั้งก็พบว่าเขาไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว

"เธอ...จะไปที่ไหนงั้นเหรอ" มารีน่าเอ่ยเสียงแผ่วเบา เธอรีบเดินไปดูวิวข้างนอกที่หน้าต่างบานนั้น

ฟิ้ว!

วัตถุขนาดใหญ่บินผ่านหน้าเธอไป ร่างโมบินสูทสีขาวนาม'กันดั้ม' มันกำลังไปที่ไหนแม้แต่เธอก็ไม่อาจจะเข้าใจได้


เกาะบาเรน....

"บริเวณแทบนี้ไม่มีโมบิลสูทศัตรู เป็นไปอย่างที่คุณสุเมรากิคาดการณ์เอาไว้เลยคะ"

"ก็แทบนี้เป็นของAEUที่ช่วงนี้ดูเหมือนกำลังเตรียมกองกำลังสำหรับปรับเปลี่ยนกองทัพ สงสัยคงจะยุ่งกันมั้ง"

"นี่ละคือเหตุผลที่เราใช้ที่นี่ในการวางแผนและดูสถานการณ์โลก ถึงจะเป็นอาณาเขตของAEUแต่ความเสี่ยงน้อยกว่าที่อื่นมาก"

ซ่าๆ!!

"นั่นอะไรน่ะ!" ลาสเซ่ร้องตกใจ สุเมรากิสั่งให้ชะลอความเร็วของยานลงกว่าปกติเพราะมีโมยอลสูทสีขาวมาปรากฏเบื้องหน้ายานจากใต้ทะเล

"โมบิลสูทนี่ค่ะ" มิเลน่าพูด

โมบิลสูทสีขาวเคลื่อนตัวลงไปด้านล่างเกาะโดยไม่ทำอันตรายปโตเลไมออส ทุกคนในยานมองด้วยความสงสัย

"หุ่นตัวนั้นเป็นสิ่งเซอร์ไพร์ที่เอียนบอกน่ะ" สุเมรากิบอกทุกคน พอดีกับที่ไลล์ทักเข้ามาหน้าจอยาน

"จริงรึเปล่าครับ แต่เป็นหุ่นที่ไม่เคยเห็นเลย"

"ถ้าไม่ใช่เขาก็คงจะโจมตีเราไปแล้วละ ไว้ยานลงเทียบท่าเหมาะแล้วไปคุยกับนักบินสิ" สุเมรากิยิ้ม

เมื่อปโตเลไมออสลงเทียบท่าเสร็จสิ้น

หญิงสาวนักบินโมบิลสูทเมื่อครู่ออกมายืนรอ เธอมองคนในยานลงมาหาด้วยท่าทางใจเย็น

"ยินดีที่ได้พบกันนะคะ" ลิเลียเอ่ยทักทายก่อน มทอบางถอดหมวกนักบินเผยโฉมใบหน้าของเธอให้ทุกคนได้เห็น ผมสีขาวมัดรวบหางม้าปล่อยสยายพร้อมดวงตาสีน้ำเงินสะท้อนยามค่ำคืนกับแสงจันทร์ ทุกคนต่างอึ้งเมื่อได้เห็น

"เห๊! เป็นสาวสวยเหมือนกันนี่เธอน่ะ" ไลล์พูดขึ้นคนแรก เอียนที่เดินตามลงมาสะกิดไหล่ให้เกรงใจสุภาพสตรีด้วย

"ขอแนะนำให้รู้จัก เธอคนนี้เป็นนักบินที่ลินดาแนะนำมาใช่มั้ยลิเลีย"

"ค่ะ!" หญิงสาวยิ้มขอบคุณชายผมดำที่ช่วยอธิบายรายละเอียดให้เธอ ลิเลียก้าวไปข้างหน้าและโค้งตัวเล็กน้อยทักทายทุกคน

"code nameของฉันคิอลิเลีย วีเลต้าค่ะ เป็นนักบินของซาวี่กันดั้มที่พวกคุณเพิ่งจะเห็นเมื่อครู่ค่ะ"

"ซาวี่กันดั้ม! กันดั้มที่คุณพ่อเป็นคนคิดน่ะเหรอ" เฟลท์พูดขึ้น

"เธอรู้จักงั้นเหรอเฟลท์" ไลล์ถาม

"ก็ไม่เชิงหรอกคะแต่เคยเห็นในสมุดบันทึกของคุณพ่อ...ชื่อ'ซาวี่'มันอยู่ในแบบงานของคุณพ่อด้วยน่ะ"

"งั้นเหรอคะ...เป็นเกียรติที่ชื่อโมบิลสูทของฉันมีความเกี่ยวข้องกับเซเลสเทียลบีอิ้งรุ่นที่สองขนาดนี้"

"หา!"

"อย่าตกใจไปเลยนะคะ ถึงต่อให้เหมือนแค่ไหนแต่ซาวี่ของฉันไม่เหมือนแน่นอนคะ^^" ลิเลียพูด สีหน้าของทุกคนที่มองเธอด้วยความสงสัยชวนให้เธอชอบใจมาก

'แม้~~ก็ฉันศึกษาเรื่องของคุณมาตั้งเยอะทำไมเเค่นี้จะไม่รู้คะ...ถึงบางจุดตัวเองจะเปลี่ยนมันก็เถอะนะ'

"อ..เอาเป็นว่าเชื่อใจได้แน่นอน ตอนนี้พวกเราควรจะรอเซ็ทสึนะกันก่อนดีกว่านะ" เอียนพูดเปลี่ยนบรรยากาศ ลิเลียหันหลังเดินไปที่โมบิลสูทอย่างไม่สนใจสมาชิกทุกคน

"ต้องเช็คสภาพอีกครั้ง....ว่าความสามรถจะเป็นไปอย่างที่เราต้องการรึเปล่า"

วิ้งๆ!!

"เสียงอะไรน่ะ? เหมือนมีอะไรกำลังใกล้เข้ามา"

ลิเลียเงยหน้าขึ้นมองบนท้องฟ้า เธอได้ยินเสียงที่ไม่คุ้นหูดังขึ้นถี่ๆขณะจะขึ้นกลับไปในค็อทพิทหุ่น ความรู้สึกนี้กำลังบอกว่าคนสำคัญของเรื่องกำลังจะมาถึงที่นี่

"!!!!"

"โอ้! เอ็กเซียมาแล้ว"

โมบิลสูทสีขาวน้ำเงินลักษณะโด่ดเด่นลงมาถึงพื้น กระแสลมพัดรุนแรงจากท่อที่ปล่อยออกมา

"ครั้งนี้ที่ต้องให้ใช้เอ็กเซียลงมาที่โลกก่อนเพราะฉันปรับเปลี่ยนโครงสร้างของดับเบิ้ลโอหลายจุดเลย กลัวเดี๊ยวเวลาใช้สู้จริงมันจะไม่ตอบสนองกับเซ็ทสึนะ" เอียนพูดและเอาแผนข้อมูลการปรับปรุงให้สุเมรากิดู หญิงผมน้ำตาลเริ่มคิดหนัก

"แต่เท่าที่เห็นมันยังปรับเปลี่ยนไม่เสร็จเลยนี่คะ"

"ก็แค่เอาเตาพลังงานแสงอาทิตย์ของเอ็กเซียไปติดตั้งตามเดิมก็พอแล้ว ไม่เกินสองวันสร็จแน่นอนอีกอย่างไปโทษเซ็ทสึนะที่ดื้อจะลงมาบนโลกแทนดีกว่ามั้ง"

"นี่น่ะหรือ...เอ็กเซียกันดั้ม" ลิเลียพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ดวงตาสีน้ำเงินสวยจ้องมองตาไม่กระพริบ แต่ไม่นานดวงตาของเธอก็หรี่ลงต่ำรีบเดินไปขึ้นสริงตัวหุ่น

"..ความรู้สึกของคุณ..."

ไม่นานนักบินเอ็กเซียก็ออกมาจากค็อทพิท พอดีกันอย่างบังเอิญที่ทั้งสองคนได้สบตาเห็นกันเพียงแต่ลิเลียไม่ได้เห็นหน้าเขาและเขาได้เห็นหน้าเธอ

หญิงสาวมองไปอีกฝ่ายนิ่งเฉยแต่ในใจกลับสงสารขึ้นมาต่างจากสีหน้า

"อินโนเวเตอร์บริสุทธ์...ถ้ามาอยู่ในสงครามที่ต่างจากเดิมจะเป็นยังไงกันนะคะ น่าตื่นเต้นเสียจริงๆ" 




 15/1/20...100%


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

41 ความคิดเห็น

  1. #5 Rnozero (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 04:35

    สาวกกันดั้มขอคารวะเลยครับพี่สนุกมากเลยครับ

    #5
    0
  2. #2 ra3mtt (@ra3mtt) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 01:23

    รออ่านอยู่นะครับ
    #2
    0