[FanFic] Mobile Suit Gundam OO ข้ามมิติมาเป็นกันดั้มไมสเตอร์พระผู้ช่วย

ตอนที่ 12 : บทที่12:แสงแห่งความเคียดแค้นที่หวนคืน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 114
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    15 พ.ค. 63

   
  


 Mobile Suit Gundam OO 

ข้ามมิติมาเป็นกันดั้มไมสเตอร์พระผู้ช่วย


บทที่12:แสงแห่งความเคียดแค้นที่หวนคืน



ณฐานลิฟต์วงโคจร....หลังจากกิลเบิร์ตถอยหนีจากลิเลียมาไม่นาน

ห้องบังคับกำลังอาวุธภายใน โซลเดอร์ เกราฟยืนมองแผนที่โลกบนจอขนาดใหญ่

"กัปตันครับ พลังงานได้ที่แล้วครับ" เสียงนายทหารสังกัดองค์กรASบอก 

   ตอนนี้กำลังเกิดความตึงเครียดเล็กน้อยกับการทำงาน ส่วนด้านนอกกลับมีเงาเลือนลางของอาวุธชนิดหนึ่งคล้ายป้อมปืนใหญ่ที่ตั้งกึ่งกลางฐาน แสงสีเขียวอ่อนๆแผ่กระจายล้อมรอบราวกับว่าแสงนั่นคือพลังของมันเอง

  แววตาโซลเดอร์ เกราฟจ้องเขม็งไปยังจุดสีแดงบนหน้าจอ มันคือเป้าหมายที่เขาเล็งเอาไว้โดยเฉพาะ

"ยิงกวาดล้าง!" เสียงโซลเดอร์สั่ง 

   ป้อมปืนด้านนอกในข้างต้น มันได้ปล่อยลำแสงทำลายล้างสีแดงลงสู่พื้นโลกความเร็วสูง

      ภาพบนจอตรงจุดสีแดงเป้าหมายเลือนหายไป โซลเดอร์ยิ้มแสยะกับผลที่ตามมา

"กัปตันค่ะ กิลเบิลต์กลับมาถึงฐานแล้วคะ" คาเลียแจ้ง หัวหน้าองค์กรASยังคงอยู่ในภวังศ์ของตนอยู่

"เป็นแสงที่สวยงามจริงๆ ถ้าหมอนั่นได้มาเห็นด้วยก็คงดี" โซลเดอร์บอกกับตัวเอง ในรัศมีที่มีแต่คนใกล้ๆถึงจะได้ยินก็สร้างความสงสัยให้คาเลีย

"หมายถึงชายผู้เป็นอินโนเวเตอร์เพื่อนของกัปตันเหรอคะ?"

"ใช่...แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ล่ะนะ ถ้าอาวุธนี่ยิ่งไปที่พวกคาตาลอนตั้งแต่แรกก็จะหมดปัญหาไปกว่าครึ่ง" เสียงโซลเดอร์แฝงไปด้วยความหงุดหงิดและโมโห

"ปืนใหญ่แร็กนาร็อกทำลายพื้นที่ได้เกินแปดสิบห้าเปอร์เซ็นครับกัปตัน" นายทหารคนนึงรายงานความคืบหน้าให้ฟัง ภาพบนจอปรากฏภาพควันสีดำลุกลามจนแทบไม่เห็นว่าใต้ควันนั่นมีสภาพเป็นยังไง

"ถือว่าประสบความสำเร็จพอควร เตรียมชาร์จพลังในการยิงครั้งต่อไป" โซลเดอร์สั่ง พอดีกับที่กิลเบิร์ตเดินเข้ามาข้างใน

"....กัปตันครับ" 

"ไปพักผ่อนให้พร้อม อีกสามชั่วโมงเราจะทำการยิงแร็กนาร็อกครั้งที่สอง" 

"จะยิงแร็กนาร็อกครั้งที่สองหรือครับ! แบบนั้นมันจะเจาะจงเกินไป---"

"นายมีหน้าที่ฟังคำสั่งของฉันก็พอ ไปพักผ่อนซะ!"

โซลเดอร์ตัดบทสนทนากับกิลเบิร์ตไว้ด้วยน้ำเสียงดุดัน เขารู้ดีว่านักบินของตนต้องการจะบอกเรื่องอะไร

  ในหัวโซลเดอร์ตอนนี้คิดเพียงการทำลายเท่านั้น...ไม่อยากมารับรู้อะไรมากไปกว่านี้

"รับทราบครับกัปตัน...." กิลเบิร์ตก้มหน้าคอตกเดินออกไป คาเลียแอบมองดูจนลับตา

'พวกมันต้องชดใช้ที่ทำกับเพื่อนและครอบครัวของฉัน'


_______________________


 อีกด้านหนึ่งของอวกาศ บนยานสีฟ้ากลุ่มกำลังอิสระคาตาลอนก็กำลังเกิดเรื่องโกลาหลขึ้น

   "เกิดเรื่องใหญ่แล้วสิ พวกASมันใช้อาวุธที่สร้างแบบเดียวกันกับเมเมนโต้โมรี่โจมตีใส่ฐานของพวกเรา" 
 เสียงหนึ่งในสมาชิกลูกเรือบนยานพูดกันให้ดัง เรียกว่าเป็นสิ่งเดียวที่ได้ยินในเวลานี้

  ฟอนกับฮิกซาร์ยืนอยู่ใกล้โมบิลสูทของตนตั้งแต่กลับมาถึง พวกเขายังไม่ได้ไปเปลี่ยนชุดเพราะกลับมาก็เจอความโกลาหลนี้ะแล้ว
   "คาดเอาไว้ไม่ผิดแฮะ นึกแล้วว่ามันจะต้องยิงไปที่คาตาลอน" ฟอนพูด สีหน้าชายหนุ่มยิ้มแสยะไม่รู้สึกเสียใจหรือตกใจแม้แต่น้อย ต่างจากฮิกซาร์ที่หน้าบอกบุญไม่รับไปแล้ว
   "...."
   "อะไรกัน  ทำหน้าแบบนั้นสงสารรึไง?" ฟอนถาม 
   "ก็มันไม่ต่างอะไรกับการที่พวกเราต้องเสียพวกพ้องไปเลย! ดีแค่ไหนที่ลิเลียไม่ได้ตายไปด้วย" 
   "นายชอบยัยนั่นอยู่ทำไมไม่บอกไปซะล่ะ? เป็นห่วงนักเป็นห่วงหนา...มาพูดให้คนอื่นฟังแล้วขนลุกชะมัด"  
   "ขอโทษแล้วกัน!"

     ฮิกซาร์หันหน้าหนีไปทางอื่น

   "แต่ยัยผมขาวก็เปลี่ยนไปเยอะอยู่นะ เหตุผลอะไรที่เลือกมาขับโมบิลสูทแค่ไมสเตอร์ของปโตเลไมออสก็พอแล้วแท้ๆ" ฟอนพูด ชายหนุ่มผมสีครีมแปลกใจ ปกติฟอนมักจะคาดเดาเรื่องในสงครามและเหตุผลคนอื่นได้ตลอดแต่ครั้งนี้กลับไม่ใช่แบบนั้น

     ระหว่างนั้นเองก็มีชายหนุ่มผมสั้นสีเหลืองเดินเข้ามาหาทั้งสองคน

   "หาอยู่ตั้งนาน นึกว่าไปอยู่ไหนกันซะอีก" ชานหนุ่มผู้มีแผลเป็นข้างขวายิ้มให้ฟอนกับฮิกซาร์
   "เกรแฮม..." ชายหนุ่มผมครีมเรียกอีกฝ่ายเบาๆ
   "ทุกคนที่นี่พูดกันให้วุ่นวาย รู้แล้วนะว่าเกิดอะไรขึ้น"
   "รู้สิ! ฉันคาดการณ์ถูกใช่ไหมล่ะ" ฟอนพูด 
   "ยอมรับว่าความสามารถคาดการณ์ของนายเยี่ยมยอด สมกับเป็นเซเลสเทียลบีอิ้ง" เกรแฮมเอ่ยชม ฟอนแอบหงุดหงิดกับคำชมนั้นหน่อยๆเพราะรู้สึกว่ามันฟังดูประชดแปลกๆ
   "พวกเราแค่อยู่เบื้องหลัง นายน่ะคิดดีจรืงๆเหรอที่ไม่อยู่กับสหพัสธ์ต่อ...มาอยู่คาตาลอนแล้วคิดจะเอาข้อมูลไปบอกพวกเก่า คงรู้นะว่าชีวิตจะเป็นยังไง" ฮิกซาร์กดเสียงต่ำถาม ชายหนุ่มไม่ค่อยจะไว้ใจคนมาใหม่อย่างเกรแฮม เอเคอร์นัก ยิ่งรู้มาว่าเป็นทหารแถมยังมีความสนิทกับเซ็ทสึนะมาก่อน

      เลยกลัวว่าเรื่องมันจะเลวร้ายมากไปกว่านี้

   "ฮิกซาร์นายไปถามอะไรแบบนั้น...หมอนี่มันรับไม่ได้กับวิธีการของโซลเดอร์ เกราฟถึงมาอยู่ที่นี่ไง" ฟอนว่า เกรแฮมหันมามอง
   "ฉันรู้น่า แกน่ะเคยยอมที่จะเป็นหุ่นเชิดของA-Lawsเพื่อจะได้สู้กับเจ้าหนูเอ็กเซีย...แกยอมขายศักดิ์ศรีและเกียรติของตัวเองมากกว่าทหารไปให้พวกมันเพื่อแค่ต่อสู้ในฐานะนักรบใช่ไหมล่ะ! แล้วนักรบในความหมายของแกมันคือการลดตัวไปเป็นหุ่นเชิดคนอื่นรึไงวะ?" ฟอนว่ายาว เกรแฮมยกยิ้มไม่ปฏิเสธสิ่งที่อีกฝ่ายพูด เผลอๆถูกทั้งหมดด้วยซ้ำ
   "ทำไมครั้งนี้ไม่ยอมทำแบบเดิมอีกล่ะ? อาจจะได้สู้จนหน้ำใจก็ได้"
   "....ฉันทำไม่ได้อีกแล้ว ตอนนี้สามมหาอำนาจไม่มีกำลังพอจะหยุดหยั้งASได้ วิธีการพวกนั้นมันรุนแรงเกินไป...ขืนอยู่ก็ทำอะไรไม่ได้ สู้มาอยู่ทำงานลับหลังแบบนี้อย่างน้อยก็ยังทำอะไรได้หลายอย่างนะ" เกรแฮมตอบด้วยสีหน้ามั่นใจในเส้นทางที่ตนเลือก ฟอนยิ้มเยาะถึงจะแอบอยากอ้วกกับคำพูดสวยหรูนี่ไปหน่อยก็ตาม
   "มาหาเราสองคนจะให้ทำอะไร?" ฮิกซาร์ถาม
   "จะมาขอบคุณน่ะ เพราะคำเพื่อนนายคาดการณ์ได้ถูกว่าพวกASจะต้องใช้อาวุธปืนใหญ่ดาวเทียมที่พัฒนามาจากเมเมนโต้โมรี่ยิงไปทำลายฐานทัพคาตาลอนแทบประเทศซิล พวกเขาทุกคนก็เลยรอด ไม่ต้องตายเหมือนเมื่อสองปีก่อน" เกรแฮมบอก ฮิกซาร์ถอนหายใจโล่งอก
   "คิดว่าแค่นั้นเหรอ? ถ้ามันยิงไปอีกรอบล่ะจะทำยังไง?...ต่อให้รอดชีวิตแล้วจะไปซุกหัวนอนกันที่ไหนมิทราบ" ฟอนถาม ฮิกซาร์แอบเห็นด้วยกับเรื่องนี้
   "คงต้องไปอยู่อาซาดิสสถานกันมั้ง เห็นลูกเรือในนี้พูดกันว่าหัวหน้าคาตาลอนสนิทกับราชินีที่นั่น แถมมันก็เป็นจุดที่ใกล้ที่สุดแล้วด้วย" เกรแฮมบอก 
   "...ระวังเถอะ...ราชินีนั่นได้ซวยแน่ถ้าช่วยศัตรูคนอื่น" ฟอนพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินไปห้องพักตัวเองแบบไม่สนใจ แต่คำพูดก็พาคนฟังเริ่มไม่สบายใจ
   "จริงของนาย...แต่ถ้าเป็นฉันคงจะอยู่ไม่นานหรอก" 
   "ไม่มีทางให้อยู่ไปได้ตลอดเด็ดขาด อย่างที่ฟอน สปาร์คพูด....พวกASรู้เป็นเรื่องจริงๆ"

   เกรแฮมเสริม ชายผมสั้นสีเหลืองมองลงไปทางลิฟต์ต่างระดับบนยานพลางคิดเรื่องนึงในหัว

   'ไว้ตอนนั้นเราจะลงไปช่วยพวกเขาเอง ในฐานะทหารคนนึงที่ทำเพื่อประชาชน'


----------------------------------




  ยานปโตเลไมออส...ห้องประจำการในยาน


   "เเร็กนาร็อก...ปืนใหญ่แบบเดียวกับเมเมนโต้โมรี่งั้นเหรอ"

    สุเมรากิพึมพำ ทีเอเรียฉายภาพอาวุธดาวเทียมที่เวด้าส่งมาทเป็นภาพที่จับส่วนของมันได้ตอนยิงครั้งแรก

   "เอาของเก่ามาพัฒนาให้เก่งกว่าเดิม หัวหน้าองค์กรASจะมีความรู้ความสามารถเกินไปแล้วมั้ง" ไลล์พูด ทุกคนในที่นี้เห็นแต่ภาพยังไม่ได้ดห็นส่วนอื่นๆของมันอีก
   "อันนี้แอบเห็นด้วยนะ แต่ถ้าเป็นถึงอดีตรองผู้บัญชาการสหพันธ์โลกก็มีโอกาสสูงที่จะรู้เรื่องการสร้าง" ลาสเซ่ให้ความเห็น สุเมรากิทำหน้าคิด
   "ไม่มีโครงสร้างของมันแบบนี้คุณสุเมรากิคิดว่าจุดอ่อนของมันจะเหมือนเครื่องตัวเก่าไหมคะ?" ลิเลียถามดู ทีเอเรียเหลือบมองเล็กน้อย ชายหนุ่มผมม่วงเองก็คิดแบบนั้น
   "...." สุเมรากิเงียบ หญิงผมน้ำตาลบอกตัวเองในใจว่าภารกิจครั้งนี้เสี่ยงกว่าเมื่อสองปีก่อนมาก เรียกว่างานนี้คาดเดาอะไรแบบสุ่มๆไม่ได้
   "คุณสุเมรากิ..." อาเลลูย่ามองกัปตันด้วยความเป็นห่วง เสียงเพื่อนร่วมทางทำให้สุเมรากิมีสติกลับมา
   "ขอโทษนะ เรื่องที่ถามฉันก็ลำบากใจเหมือนกัน...อีกฝ่ายไม่มีทางสร้างเพื่อให้ซ้ำรอยเก่าหรอก คงต้อง..."

   ลิเลียมองดูสีหน้าลำบากใจของสุเมรากิก็แอบตกใจไม่ได้ 

   'โซลเดอร์ เกราฟที่เราคิดไว้...สามารถทำให้สุเมรากิ ลี โนริเอกะคนนี้ถึงกับเครียดได้เลยหรือเนี่ย'


   "ใช้GN-Blas Modeของซาวี่กันดั้ม" ทีเอเรียพูดท่ามกลางความเงียบที่ไม่มีใครจะพูด ลิเลียหันควับจ้องตาโต
   "ทีเอเรีย!"
   "ถ้าคาดเดาอะไรไม่ได้ ก็ต้องทำลายให้หมดนะครับถ้าเราทำลายได้ไม่หมดจะเกิดเรื่องใหญ่ตามมาอีก" ทีเอเรียบอกเสียงดัง 
   "งั้นคงต้องหาคนเป็นฐานรองรับพลังให้สิ นายไหมล่ะ" ไลล์มองไปที่ทีเอเรีย
   "ได้สิ เพื่อภารกิจทำได้อยู่แล้ว" 
   "เดี๊ยวก่อนสิ! ฉันยังไม่ได้บอกว่าจะให้ใช้วิธีนี้เลย" สุเมรากิว่า ลูกเรือมาตัดสินใจกันเองโดยไม่ฟังคำสั่งซะแล้ว
   'นั่นสินะ ในสถานการณ์นี้มันก็มีเพียงอาวุธของเราเท่านั้นที่จะทำลาย แต่ถ้าถามจุดอ่อนของมัน...." ลิเลียคิด ภาพเจ้าดาวเทียมนั่นฉายขึ้นมาในหัวทันที



   'ถ้าจะสร้างอาวุธดาวเทียมขึ้นมาใหม่เธอจะให้มันมีจุดอ่อนตรงไหนล่ะ?'

    ณร้านกาแฟเล็กๆ...เวลายามบ่าย

   'ไม่มีหรอกของแบบนั้นน่ะ' หญิงสาวผมสีขาวสวมแว่นตาตอบชายหนุ่มผู้เป็นเพื่อน

   'อ้าว! แล้วจะทำลายยังไงในเวลาจำกัด?'

   'ก็ใช้ระบบGN-Blas Modeที่คิดไว้ไงค่ะ ไหนๆมันก็มีความสามารถขนาดทำลายในระยะกว้างแล้ว...จุดอ่อนจำเป็นต้องมีเหรอคะ?'

   '...เจ้าเลห์นะเธอนี่ เเล้วแบบนี้บทของฉันจะเด่นตอนไหนกัน' ชายหนุ่มถามเสียงอ้อนๆ หญิงสาวยิ้มแห้งกับเสียงที่ได้ยิน

   'ได้เด่นอยู่แล้วค่ะ ตอนนี้พวกเราแค่เตรียมกันเองว่ามีอะไรบ้างอย่ารีบร้อนสิ...ไม่ว่ายังไงเธอก็เป็นพระเอกเรื่องนี้ของฉันอยู่แล้วค่ะ' 

   'หื้ม! เมื่อกี้บอกว่าฉันเป็นพระเอกเหรอ?' ชายหนุ่มตาโตถาม หญิงสาวสะดุ้งเอามือปิดปาก

   'พูดจริงใช่ไหมเนี่ย! นึกว่าเธอจะสนใจเซ็ทสึนะซะอีก'

   'หา! บอกตอนไหนว่าจะให้เซ็ทสึนะเป็นพระเอก...ฉันไม่ได้แต่งเพื่อตัวเองซะหน่อย' หญิงสาวผมขาวว่า ชายหนุ่มหัวเราะพรืด

   'ไม่ต้องมาหัวเราะกันเลย!...ก็สัญญาแล้วว่าจะให้เธอเด่นนี่ค่ะ'

   'รู้แล้ว แค่แซวเล่นนิดเดียวเอง...ขอบใจที่ให้ฉันไปมีส่วนร่วมกับเธอนะ...จิยุ'

   'ชอ-----น'



   "ลิเลีย...ลิเลีย! ลิเลีย!

  เสียงเรียกชื่อพลางมีใครมาเขย่าไหล่ทำให้ลิเลียหลุดจากความคิดของตน

   "เป็นอะไรรึเปล่า?" เสียงใกล้หูถาม ลิเลียกรอกสายตาไปมอง เส้นผมสีดำเป็นเอกลักษณ์อยู่ข้างๆตัวเธอ
   "คุณ...เซ็ทสึนะ" หญิงสาวพึมพำชื่ออีกฝ่ายเเผ่วเบา มือแกร่งของเขาจับไหล่เธอไว้ แรงสั่นเมื่อครู่คงจะมาจากชายหนุ่มนั่นเอง
   "เธอไว้ไหม? ไปพักก่อนดีกว่ามั้ง" ไลล์บอกด้วยความเป็นห่วง
   "ฉันไม่เป็นไรค่ะ ขอโทษที่เหม่อเวลานี้นะคะ" ลิเลียยิ้มกลบเกลื่อน เมื่อกี้เธอคิดถึงเพื่อนเก่าโลกเดิมมากไปหน่อย
   "ตกลงเห็นด้วยไหมครับคุณสุเมรากิ แผนที่ผมเสนอ" 
   "แผน?"
   "ก็เรื่องจะใช้GN-Blas Modeนั่นแหละ" ไลล์พูด ลิเลียมองไปที่สุเมรากิ
   "เธอจะรีบความเสี่ยงเองว่างั้นเถอะ"
   "ครับ ถ้าเป็นการใช้พลังGNราฟาเอลเองก็มีประสิทธภาพพอ...ถึงแม้จะเสี่ยงแต่ผมก็ยินดี" ทีเอเรียพูดเสียงหนักแน่น พาลิเลียแอบสั่นเล็กๆ
   "...ลิเลียว่าไง? เห็นด้วยรึเปล่า เธอเป็นเจ้าของระบบนี้ย่อมมีสิทธในการตัดสินใจ" สุเมรากิถาม 
   "..." หญิงสาวยังไม่ได้ตอบทันที เพราะสีหน้าทุกคนต่างมองมาที่เธอต้องการคำตอบทำให้รู้สึกกดดันจนแทบพูดไม่ออก
   'ทุกคนรอความหวังจากเราอยู่ ระบบของฉันมันสร้างมาเพื่อทำลายความบิดเบี้ยวของโลกนี้ จะมาปฏิเสธไม่ได้'
   "...!?" 

   ขณะเดียวกัน เซ็ทสึนะก็สังเกตุเห็นมือหญิงสาวกำแน่น ชายหนุ่มรู้สึกเข้าใจเพราะงานนี้มันเสี่ยงพอตัวที่ให้ผู้หญิงทำ

   "ได้ค่ะ แต่เรื่องที่คุณทีเอเรียจะต้องมาทำแบบเดียวกับคุณอาเลลูย่าฉันขอปฏิเสธ" 
   "อะไรนะ!?" ทีเอเรียอุทาน ใบหน้าทุกคนต่างพากันสงสัย
   "ลิเลีย..." ไลล์พึมพำชื่อเธอ 
   "ความจริงระบบGN-Blas Modeมันไม่จำเป็นต้องมีโมบิลสูทมาเป็นฐานรับพลังก็ได้ค่ะ ให้ฉันออกไปยิงเดี่ยวเลยดีกว่า" ลิเลียบอก สุเมรากิเบิกตากว้างไม่เชื่อหู
   "ไม่ได้นะ ถึงฉันจะไม่รู้จักระบบนั่นของเธอ แต่แรงยิงที่ฉันคำนวณดูจากคาซัคสถานมันแรงเกินกว่าโมบิลสูทจะรับไหว!...ความเสียหายมันอาจจะไม่ได้อยู่ด้านนอก ถ้ามันอยู่ด้านในขึ้นมาเธอจะขยับไปไหนไม่ได้" กัปตันสาวบอกเสียงจริงจัง 
   'ว่าแล้วเชียว ถึงไม่รู้จักระบบแต่ประสบการณ์ของคุณมันก็ถูกเผ่ง' 
   "ฉันก็เห็นด้วยกับคุณสุเมรากินะ" อาเลลูย่าบอก
   "ไม่ต้องเป็นห่วงฉัน เธอทำตามแผนให้เต็มที่" ทีเอเรียเสริม ลิเลียรูว่าทุกคนเป็นห่วงแต่นี่ก็เป็นสิ่งที่เธอเลือกแล้ว จะไม่เปลี่ยนใจเด็ดขาด
   "คิดดีแล้วสินะ" เซ็ทสึนะถามหลังจากฟังมานาน ลิเลียหันควับมองเขา
   "ถ้าคิดดีแล้วฉันจะสนับสนุนความต้องการของเธอ"
   "เซ็ทสึนะ!" สุเมรากิพูดเสียงดุๆ ชายหนุ่มมองใบหน้าหญิงสาวผมขาว
   "เธอกลัวว่าความเสี่ยงมันจะเกิดกับราฟาเอลของทีเอเรียเลยไม่อยากจะทำใช่มั้ย หรือบางทีถ้าแรกอัดมันมากเกินไปเกิดระเบิดขึ้นมาทุกคนอาจจะบาดเจ็บได้...เธอถึงอยากจะรับความเสี่ยงไว้คนเดียว"
   "...คุณรู้?"

   ลิเลียมองหน้าเซ็ทสึนะตาไม่กระพริบ เธอสงสัยว่าทำไมเขาถึงออกตัวเห็นด้วยกับความคิดนี้ คนเย็นชาที่เธออยากจะช่วยคนนั้นหายไปไหนกัน? ตอนนี้ดูเป็นคนห่วงใยคนอื่นเกินคาด

   "คุณเอฟเซย์ เอจะสนับสนุนยังไงเหรอคะ?" มิเลน่าถามหลังจากฟังมานาน
   "ฉันจะโจมตีเบี่ยงเบนความสนใจของศัตรูเหมือนเมื่อสองปีก่อน" 
   "!!!" ลิเลียเบิกตากว้าง เข้าใจความหมายนั่นทันที
   'แย่ล่ะ ถ้าเกิดแยกกันเหมือนเดิมคราวนี้ยิ้มไม่ออกแล้วนะ'
   "ด้วยดับเบิ้ลควอนต้า ฉันจะรักษาระยะห่างให้ดี ถ้าเกิดอะไรขึ้นจะได้ไปช่วยทัน" เซ็ทสึนะพูด สุเมรากิกอดอกรับฟังก่อนจะคิดตาม
   "เฮ้อ...ลิเลีย" ทีเอเรียเรียก หญิงสาวหันมามอง
   "เธอจะยิงยังไงให้ปลอดภัยทั้งตัวเองและจากศัตรู" 
   "ยิงจากด้านล่างของแร็กนาร็อกค่ะ" ลิเลียตอบ ไลล์กับอาเลลูย่ามองกันแบบไม่ต้องบอก
   "ฟังดูก็ปลอดภัยที่สุดล่ะนะ งั้นให้ทีเอเรียไปช่วยป้องกันให้....เผื่อพวกนั้นรู้ทัน" สุเมรากิพูด ลิเลียถอนหายใจโล่งอกที่ไปได้สวย






 

  เมื่อประชุมกันเสร็จเรียบร้อย กันดั้มไมสเตอร์ทั้งห้าคนก็ไปเปลี่ยนชุดนักบิน

     โดยที่ลิเลียนั้นเสร็จก่อนและรีบมาประจำการที่หุ่นตัวเอง

   "ใช้เวลาเตรียมพร้อมนานไหม? ครั้งก่อนมัวแต่ยุ่งเลยไม่ได้ถาม"
   "ไม่นานหรอกค่ะ แต่ถ้ายติดต่อกันเกินสองครั้งพลังงานจะเหลือต่ำเพียงแค่ขยับได้แต่โจมตีไม่ได้"

   เอียนถามความพร้อมซึ่งหญิงสาวก็ตอบสบายๆเหมือนเคย

   "อย่าฝืนล่ะ ถ้าหลงเหมือนเซ็ทสึนะล่ะแย่เลย" เอียนย้ำถึงความปลอดภัย 
   'รู้อยู่แล้วค่ะ ถ้าเกิดฉันหลงเหมือนเซ็ทสึนะก็ซวยพอดีน่ะสิ คราวนี้คาตาลอนที่จะช่วยพวกเราก็ไม่มีแล้วด้วย' ลิเลียบอกกับตัวเอง และเธอก็จะไม่ให้เป็นตัวถ่วงใครด้วย
   "คุณเอียนค่ะ"
   "ว่าไง?"
   "คุณเซ็ทสึนะนี่...เป็นคนใจดีเนอะ" ลิเลียพูด เอียนทำหน้าเหวอไม่เข้าใจ
   "ที่ฉันได้ทำภารกิจนี้เพราะเขาบอกกัปตันกับทุกคนว่าจะสนับสนุนน่ะคะ แปลกไหมสำหรับคุณ" หญิงสาวยิ้มถาม เอียนละสายตากอดอกคิดตาม
   "....มิน่าล่ะ แต่ใจดีตรงไหน?ฉันว่าถ้าเพื่อภารกิจใครๆก็ต้องสนับสนุนกันทั้งนั้นแหละ"
   "งั้นเหรอค่ะ" ลิเลียเลิกคิ้วก่อนจะกลับไปสนใจงานตัวเองต่อ
   'แต่เราสัมผัสได้เลยนะ...ว่าเขาเป็นห่วง หรือคิดไปเอง?'





  ผ่านไปสามสิบนาทีกว่าๆ ปโตเลไมออสก็มาถึงจุดหมายในระยะห่างกว่ากันเกือบไมล์

   "เฟลขยายภาพศัตรูขึ้นจอที" สุเมรากิสั่ง หญิงสาวสั้นผมสีชมพูพยักหน้าและเปิดภาพขึ้นจอ
   "มีเยอะอยู่นะ เตรียมป้องกันเอาไว้ตลอดเลยรึ?" ลาสเซ่สงสัย

   ภาพโมบิลสูทนับยี่สิบเครื่องและยานรบอีกห้าลำอยู่ใกล้ๆแร็กนาร็อก อาวุธปืนใหญ่ดาวเทียมอันเเข็งแกร่ง

   "ไม่ผิดคาดหรอก ฉันเชื่อว่าทางผู้บัญชาการทางนู้นก็ต้องรู้ว่าเราจะมา" สุเมรากิกดเสียงต่ำ นิ้วเรียวกดส่งสัญญาณไปหากันดั้มไมสเตอร์ทั้งห้าคน
   "กันดั้มไมสเตอร์ทุกคนฟังนะ ศัตรูเตรียมการป้องกันไว้แน่นหนา เราจะให้ดับเบิ้ลโอควอนต้าเป็นคนจัดการ ราฟาเอลกับซาวี่ไปยังจุดที่ตกลงกันไว้ ส่วนซาบันย่ากับฮารูทอยู่กับปโตเลไมออส...ถ้าถึงเวลาสันสนุนให้โจมตีเต็มพิกัด" 
   "รับทราบ!"

   กันดั้มไมสเตอร์ทั้งห้าคนขานรับพร้อมกัน ทางออกเปิดสามทาง

   "พร้อมนะ" เซ็ทสึนะถาม 
   "พร้อมค่ะคุณเซ็ทสึนะ คุณทีเอเรีย" ลิเลียพูด ไลล์กับอาเลลูย่าได้ยินก็สบายใจไปบ้าง
   "ทางเคลียเรียบร้อย" เอียนแจ้ง
   "รับทราบ ดับเบิ้ลโอควอนต้า เซ็ทสึนะ เอฟ เซย์เอย์ออกตัว" 

  โมบิลสูทสีน้ำเงินขาวที่สร้างขึ้นเพื่ออินโนเวเตอร์โดยเฉพาะออกตัวไปคนแรก

   "คุณออเด้ขอให้โชคดีนะค่ะ" มิเลน่าอวยพรให้เขาเหมือนเมื่อหลายปีก่อน
   "รับทราบ...ทีเอเรีย ออเด้ ราฟาเอลไปล่ะครับ" 

   ลิเลียมองดูรุ่นพี่ทั้งสองออกไปก่อน ข้างหลังขเธอคือฮารูทที่เตรียมพร้อมอยู่ในยาน

   "ต้องรอดกลับมานะ" อาเลลูย่าอวยพรให้ มารีเองก็ยิ้มเป็นกำลังใจด้วย
   "รับทราบค่ะ" ลิเลียขอบคุณทั้งสองคน่อนจะตัดสัญญาณติดต่อ
   "ลิเลีย วีเลตต้า ซาวี่กันดั้มไปล่ะ!"

   โมบิลสูทสีขาวเทาออกไปเป็นคนสุดท้าย แสงเตาพลังงานแสงอาทิตย์ส่องประกายเป็นทางให้คนข้างหลังเห็นเป็นลาง






  อีกมุมที่ลิฟต์วงโคจร 

   "กัปตันครับเราจับคลื่อนความร้อนได้ในระยะหนึ้งพันกิโลเมตร!" นายทหารแจ้งเหตุการณ์ คาเลียแอบอึ้งที่ได้ยิน
   "มากันจริงๆด้วย ให้รอซะนาน" โซลเดอร์พูดอย่างพอใจก่อนจะมองไปยังคาเลีย
   "สั่งให้โจมตีได้ ถ้าไม่ไหวให้กิลบิร์ตจัดการ...เอาให้จมอยู่ให้ห่วงอวกาศนี่ล่ะ"
   "รับทราบค่ะกัปตัน" คาเลียโค้งตัวเล็กน้อย ร่างหญิงสาวเดินออกไปเพื่อแจ้งภารกิจตามคำสั่ง

   ภาพบนจออีกฝ่ายเผยให้เห็นเป้าหมายในระยะอันใกล้แล้ว

   "พวกแกไม่ได้กลับไปสวยๆแน่นอน...เซเลสเทียลบีอิ้ง"

  
-------------------------------------------------
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

46 ความคิดเห็น

  1. #27 Pattamawan (@fanlovelove) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 00:54

    ง่าาเซตซึต้องเป็นพระเอกเท่านั้นนร้าลิเลีย รี๊ดเกอร์ไม่ยอม555
    #27
    0
  2. #26 polytome (@polytome) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 22:43
    จะรออ่านค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #26
    0
  3. วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 22:03

    ฮานาโยน่าจะต้องมาล่ะ

    #25
    0