[FanFic] Mobile Suit Gundam OO ข้ามมิติมาเป็นกันดั้มไมสเตอร์พระผู้ช่วย

ตอนที่ 11 : บทที่11:กันดั้มไมสเตอร์จากเฟเรชเต(100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 148
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    12 พ.ค. 63



 Mobile Suit Gundam OO 

ข้ามมิติมาเป็นกันดั้มไมสเตอร์พระผู้ช่วย


บทที่11:กันดั้มไมสเตอร์จากเฟเรชเต




   "ว่าไง...ไม่ได้ยินเสียงซะนานหวังว่าจะสบายดี"

  โซลเดอร์ เกราฟติดต่อไปหาเพื่อนสนิทที่ประจำการอยู่บนโลก นานพอสมควรที่พวกเขาไม่ได้คุยกัน

   (สบายดี เห็นว่านักบินของคุณหนึ่งคนสร้างความวุ่นวายที่อาซาดิสสถานสินะ) คนปลายสายถามเสียงติดตลก โซลเดอร์อมยิ้มเขาคิดว่าข่าวความวุ่นวายมันจะซาลงแล้วซะอีก
   "กลายเป็นข่าวดังขนาดนายยังรู้เลยหรือเนี่ย? แต่เอาเถอะที่โทรมาเพราะอยากให้นายช่วยกระจายข่าวเรื่องหนึ่งให้หน่อย"
    (ว่ามาสิ งานแค่นี้ทำไมฉันจะทำให้ไม่ได้)

  โซลเดอร์ยิ้ม เขาเลื่อนลิ้นชักหยิบรูปใบหนึ่งมาดู มันเป็นรูปภาพของเขากับกลุ่มคนซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นชายหนุ่มผมสีเขียวอ่อน ดวงตาสีม่วงอเมติสที่ในเวลานี้ได้หายไปตลอดกาล 

   "จงปลุกกระแสความวุ่นวายให้เซเลสเทียลบีอิ้งซะ!"

   (รับทราบ...)

 ปลายสายได้ตัดการติดต่อไป คาเลียที่ยืนฟังอยู่ข้างๆจึงเริ่มพูด

   "กัปตันคะ กิลเบิร์ตพร้อมทำภารกิจแล้วคะ"

   "บอกให้ไปได้เลย"



ฐานปล่อยโมบิลสูทบนลิฟต์วงโคจร โมบิลสูทลักษณะคล้ายกันดั้มอยู่ในท่าปล่อยตัว

    "รับทราบกัปตัน" กิลเบิร์ตยิ้มน้อยๆกับคำสั่งที่ได้ ก่อนโมบิลสูทตนจะถูกปล่อยตัวนั้นก็มีโมบิลสูทไร้สังกัดปล่อยออกไปแล้วไม่นาน

    "ออกมาเล่นกันหน่อยสิ เซเลสเทียลบีอิ้ง"

----------------------------------



ฐานกองกำลังเซเลสเทียลบีอิ้ง ลากราน3


ตอนนี้เรารู้สึกกังวลยังไงก็ไม่รู้....

ใจมันสั่นเหมือนว่ากำลังเกิดเรื่องอันตรายเลย


"เตรียมสเบียงเสร็จแล้วสินะ พวกเราจะไม่อยู่ที่นี่นานนัก" 

 เวลาผ่านไปได้เกือบหนึ่งอาทิตย์ทุกคนก็ยังไม่ได้ไปไหน เพราะกำลังรอดูผลลัพธ์การเคลื่อนไหวของพวกAS

"เตรียมเรียบร้อยแล้วค่ะ แต่ตอนนี้ยังไม่มีแววการเคลื่อนไหวของพวกเขาเลยนะคะ เตรียมของเร็วไปรึเปล่า" ลิเลียถาม ตอนนี้ส่งสัญญาณสื่อสารหากันคนละที่

"ไม่เร็วหรอก ถึงเราจะต้องรออยู่แบบนี้แต่ฉันเชื่อว่างานจะมีให้เราในอีกไม่ช้า" สุเมรากิบอก

"อย่างที่สุเมรากิพูด เราต้องเตรียมรับมือตลอดเวลา" เอียนเดินเข้ามาร่วมวง สุเมรากิพยักหน้าให้

'จะว่าไปสองปีนี้ พวกเขาก็ทำงานลับหลังมาตลอดนี่นา...ลืมนึกไปเลยว่าต้องมีช่วงเวลาโล่งๆแบบนี้' ลิเลียคิด หลังจากนั้นเธอก็ไปเห็นหุ่นเอ็กเซียรีแพร์III

"จะเอาเอ็กเซียรีเเพร์IIIไปด้วยเหรอคะ?"

"ใช่! มีหุ่นสำรองมันอุ่นใจดีน่ะ"


  ข้างในที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปเป็นขั้นเป็นตอน ไม่มีผู้ใดสังเกตุถึงโมบิลสูทไร้สังกัดเข้ามาโจมตีพวกเขา

"จัดการได้" เสียงชายหนุ่มกดสวิตในห้องนักบิน โมบิลสูทไร้สังกัดที่ว่าก็เข้าโจมตีในเขตอุกบาตนับร้อยเขตลากราน3

"อ่ะ!" ลิเลลียสะดุ้งตัวพลางมองไปยังทางออกที่ถูกม่านGNบดบังไว้ พลันเสียงสุเมรากิที่ยังติดต่อสื่อสารกันอยู่ก็ร้องเสียงหลง

"ว่าไงนะ! มีโมบิลสูทไร้สังกัดโจมตีอุกบาตแถวๆนี้งั้นเหรอ!?"

"...." หญิงสาวผมขาวตัวแข็งถื่อกับสิ่งที่ได้ยิน ส่วนเอียนก็แทบจะตั้งสติเอาไว้ไม่ทัน

"บ้าน่า! อย่าบอกนะว่าเป็นพวกAS" 

"ฉันจะออกไปเองค่ะ!" 

"หา!!!???" เอียนหันไปมอง ร่างหญิงสาวที่ไม่ได้สวมชุดนักบินวิ่งและกระโดดเข้าไปในโมบิลสูทเครื่องหนึ่งที่อยู่หน้าเอ็กเซียรีแพร์III

"ลิเลีย!" ชายผมดำร้องทัก 

"เก็บไว้เป็นอาวุธลับนานเกินไปแล้วนะ ไอ้เราก็ไม่นึกว่าจะนานขนาดข้อมูลมันต้องคีย์เยอะขนาดนี้"

  ในห้องนักบิน ลิเลียเปิดระบบเครื่องโมบิลสูทให้ทำงานพลางรีบทำการเซ็ทระบบทุกอย่างให้เข้าที่

"กันดั้มตัวนี้ ต้องเอามาใช้กับสถานการณ์เวลานี้ได้แน่...เรียบร้อย" ลิเลียพูดดีใจ ระบบมันปรับเข้าที่เรียบร้อย ดวงตาสีเขียวของมันส่องสว่างโดยที่เธอไม่เห็น

"เดี๋ยวก่อนลิเลีย! กันดั้มตัวนั้นเธอจะใช้ตอนนี้มันเสี่ยงไปนะ" เอียนติดต่อเข้ามาในห้องนักบิน

"มันไม่มีทางเลือกแล้วค่ะ! ฉันจะโจมตีจากระยะไกลแล้วกัน"

"เฮ้ย! ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น---"

"กรัมกันดั้ม ลิเลีย วีเลตต้าออกตัวได้!

  ยังไม่ทันทีชายผมดำจะห้ามปรามได้ทันเวลา ลิเลียก็ออกตัวไปก่อนแล้วเล่นเอาชายสูงวัยแทบลืมหยุดหายใจเลยทีเดียว

   ไม่ช้าทีเอเรียก็วิ่งเข้ามาช่วยด้วย ชายผมม่วงสังเกตุเห็นแรงลมพัดและกลิ่นแทงค์บรรจุอนุภาคที่ยังลงเหลืออยู่

"เอียน เมื่อกี้ใครออกไป?" 

"ทีเอเรียเหรอ! คือว่าเมื่อกี้นี้มัน...."




บึ้มๆๆ!!! ตู้มๆๆ!!!

 

  เสียงระเบิดจากมิสไซส์ดังกระหน่ำเป็นวงกว้าง ลิเลียบังคับโมบิลสูทนาม'กรัมกันดั้ม'หลบดูสถานการณ์หลังอุกบาตก้อนใหญ่ยังบริเวณที่เกิดเสียง

"โมบิลสูทพวกนั้น!" ลิเลียเบิกตากว้างเมื่อเซ็นเซอร์จับความร้อนว่าเป็นโมบิลสูท แถมลักษณะของมันก็ไม่ต่างพวกเดียวกับที่โจมตีอาซาดิสสถาน

"ถ้าจำไม่ผิดกรัมกันดั้มมันสามารถ...." หญิงสาวเว้นช่วงพูดและกฏไปยังระบบติดตั้งปืนกระบอกใหญ่ที่ขวามือหุ่น

"ใช่แล้ว! ถ้าใช้GNเมก้าลันเชอร์ที่มีพลังบีมแคนน่อนมากกว่ายานรบจะต้องกวาดได้หมดแน่

   ลิเลียเมื่อได้ข้อมูลกก็รีบเล็งกระบอกปืนGNเมก้าลันเชอร์ไปยังเป้าหมาย โมบิลสูทไร้สังกัดมีถึงสี่เครื่องและยังกระจายห่างกันทำลายอุกบาตเข้ามาทุกที

"เปลี่ยนอนุภาคGN...." หญิงสาวเล็งให้พร้อม เธอจะใช้แรงอัดสูงจัดการให้หมดทีเดียวสี่เครื่อง


กึก!


 ดั่งไกรปืนลั่นออก มวลพลังงานมหาศาลถูกยิงใส่เป้าหมายความแรงที่มากกว่าอานุภาพของยานรบสร้างความเสียหายวงกว้าง กวาดโมบิลสูทไร้สังกัดไปได้หมดและรวมทั้งอุกบาตเป็นจำนวนมาก เห็นเพียงแสงระเบิดสีส้มส่องเจิดจ้าก่อนเปลี่ยนเป็นควันสีเทา

"...สำเร็จสินะ" ลิเลียรู้สึกใจชื้นเล็กน้อย ปากกระบอกปืนเกิดรอยไหม้และควันจากแรงยิง


ฟรึ่บ!


 หมอกควันแยกออกจากกัน ร่างโมบิลสูมตัวหนึ่งพุ่งมาด้วยความเร็วสูงมาทางกรัมกันดั้ม

"!!!..." ลิเลียเบิกตากว้างรีบใช้GNชิลด์ของกรัมกันดั้มต้านไว้ ซึ่งมันยังมีGNคอนเดนเซอร์ในตัวซึ่งทำให้สามารถแผ่ GNฟิลด์ออกมาป้องกันตัวได้

"ทำได้ไม่เลวเซเลสเทียลบีอิ้ง" เสียงกิลเบิร์ตกล่าวชม ลิเลียรู้สึกว่าเสียงนี้มันคุ้นๆหู...ไม่สิ! คำพูดมากกว่าที่มันคุ้นแปลกๆ


เปรี๊ยง!


 หุ่นสองตัวผละออกจากกันเล็กน้อย ทำให้นักบินต่างเห็นอีกฝ่ายชัดขึ้น

"หุ่นตัวนั้นมัน...เอ็กซ์ตรีมกันดั้ม!" ลิเลียพูดเสียงดังทั้งอึ้งเวลาเดียวกัน ภาพเบื้องหน้าคือโมบิลสูทตัวเดียวกับในนิยายที่เธอได้คิดเอาไว้...มันคือกันดั้ม

"แสดงว่านักบินก็คือ..." 

   ดวงตาสีน้ำเงินเบิกกว้างขีดสุด โมบิลสูทตรงหน้าสะท้อนกับแสงจากเตาพลังงานแสงอาทิตย์เทียมเป็นสีแดงลางๆ

   ท่ามกลางอุกบาตนับร้อยนี้ การเคลื่อนไหวของมันยังสามารถผ่านมาได้ทำให้ลิเลียต้องเจอศึกหนักด้วยตัวคนเดียวกับกันดั้ม


10/5/63...30%


---------------------------------------------------

"พวกแกอยู่แถวนี้กันจริงๆด้วย ไหนๆก็คงต้องใช้เป็นเหยื่อล่อพวกพ้องออกมาล่ะ" กิลเบิร์ตชักบีมเซเบอร์สองอันจากด้านหลังมาสู้ 

"แสดงว่าทุกอย่างมันก็เป็นสิ่งที่ฉันคาดเดาได้ไม่ยาก! อย่าคิดว่าเมก้าลันเชอร์จะยิงได้ครั้งเดียว" ลิเลียบังคับหุ่นถอยห่างแยกไปออกไปนอกเขตอุกบาตเพื่อไม่ให้การต่อสู้ถล้ำลึกไปถึงฐานทัพข้างใน

  การต่อสู้ดุเดือดในเวลาไม่นาน เอ็กซ์ตรีมกันดั้มหลบการยิงของกรัมกันดั้มเป็นจังหวะแม้บางครั้งจะถูกยิงแต่เพราะอนุภาคGNที่ใช้ไปค่อนข้างมากในครั้งแรกทำให้เเรงการยิงลดลง

"ต่อให้ชาร์จพลังงานทัน...แต่อีกฝ่ายคือกันดั้มที่เราเอามาร่วมในสงคราม พลังยิงจากการชาร์จครั้งที่สองคงทำลายไม่ได้"

   ลิเลียขมวดคิ้วคิด นึกว่าสถานการณ์นี้จะเอาตัวรอดยังไงไม่ให้อีกฝ่ายจับได้

"เสร็จฉัน!" เอ็กซ์ตรีมกันดั้มเข้าประชิดตัวในขณะที่กรัมกันดั้มหยุดนิ่ง จังหวะนั้นลิเลียก็บังคับหุ่นให้หลบการโจมตีมาประชิดที่เอวอีกฝ่าย

"ฉันจะทำลายส่วนบันทึกข้อมูลของหุ่นล่ะ" ลิเลียใช้ชิลด์ที่เธอกับเอียนเพิ่งปรับปรุงให้มีความคมไม่แพ้บีมเซเบอร์แทงเข้าไปช่วงเอวเต็มเเรงเพื่อสร้างความเสียหายส่วนห้องคนขับ กะจะทำลายส่วนสำคัญให้ได้มากที่สุด

"อึก!" กิลเบิร์ตกลืนน้ำลายลงลำคอ เขาขับหุ่นหลบการโจมตีไว้ได้ทันแต่มันก็เกิดความเสียหายเล็กน้อย

"ชิลด์นั่นมีความคมขนาดนี้เชียว" ชายหนุ่มถอยห่าง 

"ฝีมือนักบินที่เราคิดเอาไว้ร้ายกาจจริงๆ เราจะทำยังไงดี" ลิเลียถามตัวเอง จะโทษว่าประมาทคงไม่ผิด

"ต้องกำจัดทิ้งให้ได้ กันดั้ม!"

  โมบิลสูทเข้าโจมตีมาใกล้ ลิเลียรีบหักหลบไปเรื่อยๆ เพราะเธอนึกไม่ออกว่าจะทำยังไงกับสถานการณ์เวลานี้

"เราจะทำหุ่นตัวนี้เสียหายไม่ได้..แต่ก็หนีไปไหนไม่ได้ด้วย" หญิงสาวใช้ชิลด์ป้องกัน สังเกตุพลังงานที่ชาร์จอยู่หน้าจอ....มันยังไท่ถึงแปดสิบเปอร์เซ็นเลย

"คิดจะรออาวุธนี่ชาร์จพลังงานเสร็จสินะ ไม่ยอมหรอก!" 

"ฉันก็ไม่ยอมให้เล่นงานเหมือนกัน!"

   ลิเลียบังคับใช้เท้าเตะอีกฝ่ายจนกระเด็นไประยะนึง กิลเบิร์ตสบเล็กน้อยเพราะเขาลืมคิดถึงจุดนี้

  ระยะห่างไม่ไกล แสงเตาพลังงานแสงอาทิตย์สีเขียวส่องเป็นทางในรัศมีที่ไม่มีใครสังเกตุเห็น

"เจ้าหนูที่ขับกรัมกันดั้มนั่นพาอารมณ์เสียชะมัด"

"แต่ยังไงเธอก็เป็นคนรู้จักของผมกับนายนะ เข้าไปช่วยกันเถอะ"



 ทางด้านลิเลีย หญิงสาวใช้ความเร็วหลบหลีกรอพลังงานเพื่อยิ่งGNเมก้าลันเชอร์อีกครั้ง

"ไอ้หนู! รอแบบนั้นเเกตายก่อนแน่" เสียงผู้ชายฟังดูดุดันและแฝงไปด้วยความสนุกสนานดังขึ้น 

  โมบิลสูทสองเครื่องปรากฏตัวด้านหลังเอ็กสตีมกันดั้ม ลิเลียเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าอะไรเป็นอะไร

"หลบไปลิเลีย ผมมาช่วยแล้ว!" 

"เอ๊ะ?" 

 พลันเสียงผู้ชายอีกคนก็ดังบอกด้วยเสียงเป็นกังวล กิลเบิร์ตผงะตกใจเมื่อเห็นกรัมกันดั้มหยุดนิ่ง ชายหนุ่มหมายจะหันไปดู


ฉั้ว!


  ข้อมือเอ็กซ์ตรีมกันดั้มขาดเพราะแรงฟันของGN บีมเซเบอร์ที่ออกมาจากเข่าของกันดั้มพูลโตเน่ กันดั้มร่างทรงอวบใหญ่กระแทกใส่ด้วยแรงมหาศาล

"เหอะ! บ้าบอดีนะยัยผมขาวที่กล้าเอากรัมกันดั้มออกมาใช้ ทั้งที่ตัวเองเคยบอกว่ามันเสี่ยง" 

"....นี่คุณ" ลิเลียตกใจจนเสียงแทบหายไปในลำคอ นักบินโมบิลสูทที่เข้ามาช่วยเธอได้ติดต่อเข้ามาในห้องของทางนี้ ใบหน้าสนุกสนานปนซาดิสของอีกฝ่ายทำให้หญิงสาวอึ้งซ้ำสอง

'อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น...นี่อย่าบอกนะว่ามันจะเป็นทุกอย่าง...เป็นอย่างที่ฉันคิดหมดจริงๆ'

  ลิเลียถามตัวเองขณะที่มือเริ่มสั่น คนและโมบิลสูทที่เห็นนี่เป็นสิ่งเหลือเชื่อกว่าทั้งหมดที่เคยคิด

"มีพวกมาช่วยเหรอ?" กิลเบิร์ตพูด ชายหนุ่มหวังจะเข้าไปสู้โต้กลับ แต่แล้วก็ต้องชะหงักเมื่อเห็นข้อความบนหน้าจอ

กลับมาได้แล้ว เราจะเริ่มแผนการณ์ถล่มพวกคาตาลอน

"...." กิลเบิร์ตนิ่งเมื่อเห็นข้อความ สายตาจ้องกรัมกันดั้มและโมบิลสูทสองเครื่องที่เข้ามาช่วยแบบเจ็บใจเล็กน้อย

"ช่วยไม่ได้ ขืนไม่ทำอะไรถ่วงเวลามีหวังเราไม่รอดแน่" ชายหนุ่มมองไปที่สวิตมิสไซต์

"ระดับพวกเขาแค่นี้ก็พอ!" กิลเบิร์ตปล่อยมิสไซล์ไปหากันดั้มทั้งสามเครื่อง

"ฟอนระวัง!" เสียงผู้ชายอีกคนตะโกนบอก เมื่อเห็นมิสไซล์หลายลูกพุ่งมาทางเขา

"เงียบน่าฮิกซาร์ แกน่ะดูแลยัยผมขาวไปเลย!" สัญญาณถูกตัดออกไป 

กันดั้มพลูโตเน่ ใช้ชิลด์ขนดใหญ่ป้องกันมิสไซล์หลายลูกพร้อมเร่งอนุภาคGNเป็นเกราะป้องกัน

แสงระเบิดเป็นฝุ่นบดบังไม่ให้เห็นหุ่นของกิลเบิร์ต 

"ถึงจะเจ็บใจ แต่เราก็ได้ข้อมูลไปบอกกัปตันบ้างล่ะ" ชายหนุ่มอาศัยจังหวะหลบหนีไป เขากลับไปตามคำสั่งที่เข้ามา

  พอฝุ่นควันหายไป ทุกอย่างก็กลับสู่ความว่างเปล่า

'หึๆๆ เราเคยคิดมาตลอดว่าอยากคุยกับเขาทั้งสองคนมานาน...กันดั้มไมสเตอร์สองคนของเฟเรชเต'

 หญิงสาวหัวเราะในลำคอ ใบหน้าฉีกยิ้มอย่างพึงพอใจกับเหตุการณ์ตรงหน้านี้นักเหลือเกิน

"ลิเลียไม่เป็นอะไรนะ? แล้วทำไมเธอถึงเอากรัมกันดั้มออกมาใช้ล่ะ?" เสียงถามดังในห้องนักบิน ชายผมสีครีมสั้นน้ำเงินแบบเดียวกับเธอมองอย่างเป็นห่วง ลิเลียเงยหน้าส่งยิ้มให้คนถามทั้งสีหน้าฉีกยิ้ม

'ฟอน สปาร์ค,ฮิกซาร์ เฟรมี่ ในนิยายของฉันลิเลียคือหนึ่งในสมาชิกของเฟเรชเตมาก่อน เพียงแต่เธอไม่ได้เข้าร่วมภารกิจกับพวกนาย...เพราะฉันอยากให้แค่ทำงานลับหลังกว่านั้นอีก'

 ลิเลียคิดไปทั้งยังฉีกยิ้มไม่หุบ ฮิกซาร์ชายหนุ่มผมครีมเห็นก็ขมวดคิ้วสงสัยสีหน้าเธอ ก่อนที่ฟอนจะเข้ามาแจมด้วย

"ยิ้มอะไรยัยผมขาว? มาขับกันดั้มเเล้วดีใจจนต้องยิ้มเหมือนคนบ้าเลยรึ!" ฟอนถาม สีหน้าอีกฝ่ายดูกวนๆใส่

"เปล่านี่คะ แค่คิดว่าควรจะขอบคุณดีไหมที่ได้นักโทษปากสุนัขอย่างคุณช่วยไว้" ลิเลียพูดกวนกลับ ฟอนชักสีหน้าหงุดหงิดทันที

"เฮ้ย! เดี๊ยวพ่อสับทิ้งเลย!"

"พอเถอะทั้งสองคน เธอปลอดภัยผมก็ดีใจ" ฮิกซาร์พูด

"เชอะ! แล้วไปไงมาไงถึงได้มาขับกันดั้ม...ยัยสมองจักรกลที่ชอบอ้างทำงานซ่อมไม่เคยสนทางนี้ถึงมาขับห้ะ!" ชายหนุ่มผมแหลมสีเหลืองอ่อนไม่ได้สวมหมวกนักบินถามประชดประชัน หญิงสาวถอนหายใจเหนื่อยๆก่อนจะตอบ

"ฉันอยากมาทำเองค่ะ ทำไมเหรอ?...ที่คุณยังทำนู้นทำนี่ตามใจชอบได้เลย แล้วทำไมฉันจะทำไม่ได้คุณนักโทษปากสุนัข" 

"ยัยผมขาว ถ้ายังพูดปากสุนัขอีกฉันจะเอาแกตายแน่" 

"แม้ๆ น่ากลัวจังเลย~~~...ไม่เรียกปากหมานี่ก็บุญแล้วนะคะ"

ฟอนบอกด้วยอารมณ์โมโหสุดขีดในขณะที่ลิเลียทำท่าไม่กลัวแถมยังล้อเลียนกลับอีก ฮิกซาร์ถอนหายใจเพลีย

"ยังต่อปากต่อคำกันได้เหมือนเดิมนะ แสดงว่าเธอกับเซเลสเทียลบีอิ้งก็อยู่ลากร้าน3สิ" 

"ค่ะ! คุณฮิกซาร์...ลำบากไหมค่ะที่ต้องเสียทุกคนไป?" ลิเลียถามเสียงเศร้า สีหน้าคนถูกถามส่ายหน้าเบาๆ

"เสียใจพอแล้วครับ อีกอย่างเฟเรชเตอย่างพวกเราสามารถรักษาเวด้าได้ก็ถือว่าโอเค...แล้วพวกเราเข้ากลุ่มคาตาลอนก็เพราะคำสั่งจากเวด้า"

"ดีใจที่ได้อย่างนั้นค่ะ^-^" ลิเลียยิ้มสบายๆให้ฮิกซาร์ ฟอนถึงกับอยากจะอ้วกที่คุยกับคนอื่นรื่นสนุกสนานต่างกับเขาที่ต้องมากัดกันทุกที

"ตอนนี้อยู่กับคาตาลอน คงรู้เรื่องพวกองค์กรASกันมากแล้วสินะค่ะ"

"รู้สิ! ไม่งั้นจะมาช่วยเหรอยัยผมขาว" ฟอนว่า

"คาตาลอนที่พวกเราอยู่เขาน่ะ เป็นคนของเฟเรชเตที่ไปสังกัดภาคพื้นดินเลยมีชีวิตรอด กว่าจะติดต่อกันได้และคอยอยู่เฝ้าสถานการณ์บนโลกนี่ก็นานพอควร" ฮิกซาร์บอก ลิเลียฟังก็พยาบามคิดตามให้ทันกับสิ่งที่ได้รับ

"อยู่กับเซเลสเทียลบีอิ้งก็ทำตัวดีๆล่ะ พวกฉันไม่ได้มาช่วยบ่อยนะจะบอกให้"

"รู้แล้วค่ะ! ครั้งนี้มันลืมคิดเท่านั้นเอง...ขอบคุณนะ" ลิเลียบอกขอบคุณแต่ไม่ยอมสบตา

"ครั้งนี้โชคดีที่เจ้านักบินนั่นมันไม่ได้ตั้งใจจะมาสู้กับเธอ มันแค่มาดูลาดราวเท่านั้น" ฟอนบอก

"เฮ้อ ยังเก่งเรื่องคาดเดาไม่เปลี่ยนนะคะ" ลิเลียพึมพำกับตัวเอง ฟอนมีความสามารถในการวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆในสงครามได้เก่งมาก เธอเองก็อึ้งทุกครั้งตั้งแต่อ่านมังงะที่โลกเดิม...จนมาได้ยินกับหู 

"กลับกันดีกว่า ไว้ยัยผมขาวพลาดท่าค่อยมาสนุกอีกที...เจ้าโมบิลสูทของพวกASนั่นถ้ามันเอาจริงต้องสนุกเป็นแน่"

"จริงของนาย...ลิเลียพวกผมไปก่อนนะ รักษาตัวด้วย" ฮิกซาร์บอก

"เช่นกันค่ะ ฟอนมีอะไรจะฝากไปถามคุณเซ็ทสึนะรึเปล่า?" ลิเลียบอกฮิกซาร์และหันไปถามฟอน ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้ม

"รู้ใจดีนะ เจ้าหนูเอ็กเซียตอนนี้ก็กลายเป็นอินโนเวเตอร์ไปแล้วนี่เนอะ ขอถามก่อนล่ะกันว่าสำหรับเธอคิดว่ายังไง"

"ใจแข็งน่ะ แต่ก็อ่อนไหวง่ายเมื่อพูดจี้จุดถูก" หญิงสาวตอบ ฟอนหัวเราะร่า

"ฮ่าๆๆๆ!!! งั้นไปถามมันหน่อยล่ะกัน...สงครามของแกคืออะไร

"รับทราบค่ะ" ลิเลียโค้งศีรษะเล็กน้อยเป็นการตอบรับ ฮิกซาร์คิ้วกระตุกมองสายตาดุๆไปหา

"ถามอะไรอย่างนั้น สมองคิดอะไรอยู่นี่"

"นายก็น่าจะรู้นะ ถ้าเป็นพวกที่ตายไปแล้วก็อยากรู้เหมือนกันนั่นล่ะ" ฟอนพูดส่งท้าย ชายหนุ่มขับกันดั้มพลูโตเน่ห่างออกจากกรัมกันดั้มทันที

"ฟอน! ให้ตายสิ" ชายหนุ่มผมครีมเอามือกุมขมับ ไม่เข้าใจความคิดของเพื่อนตัวเองเลย

"รีบกลับไปเถอะค่ะคุณฮิกซาร์ เดี๊ยวม่านGNที่อุสาห์กั้นไม่ให้พวกคุณเซ็ทสึนะตามมาจะพังซะก่อน ถ้าโดนเห็นตัวไม่รู้ด้วยนะ" ลิเลียพูด ชายหนุ่มเบิกตากว้างมอง

"รู้น่าว่าพวกคุณทำอะไรก่อนจะมาช่วยฉัน กันดั้มพลูโตเน่สามารถเร่งพลังGNถึงขั้นสุดเพื่อสร้างม่านพลังได้ มันถูกปรับปรุงให้ใช้พลังงานได้สูงเกินขีดจำกัด...ไม่งั้นตอนนี้พวกคุณเซ็ทสึนะคงจะมาแล้วล่ะคะ"

"...ดูออกสมเป็นลิเลียนะ อย่าลืมคิดหาคำแก้ตัวกับพวกเขาล่ะ โดยเฉพาะกับทีเอเรียคงต้องเตรียมใจหนักด้วยสิ" ฮิกซาร์พูดในเชิงให้กำลังใจ ถึงแม้จะไม่รู้จักกันดีแต่พวกเขาเฟเรชเตก็รู้เรื่องและสืบนิสัยของกันดั้มไมสเตอร์แต่ละคนมาเป็นอย่างดี

"ขอบคุณค่ะที่เป็นห่วง..." 


หลังจากนั้นฮิกซาร์ก็ตามฟอนไป เหลือลิเลียที่ยืนมองหุ่นจนลับตาก่อนจะเริ่มขับกรัมกันดั้มกลับฐานลากร้าน3

"ให้ตายสิ ชักสนุกขึ้นมาแล้วแฮะ...โลกนี้มันจะจบลงยังไงนะ?" ลิเลียบอกสนุกๆ 


 ใช้เวลาเกือบยี่สืบนาที หญิงสาวผมขาวก็กลับมาถึงฐาน ปรากฏว่ามีกันดั้มสี่เครื่องยืนอยู่หน้าฐาน

ราวกับกำลังรอเธอกลับมา

"ลิเลีย! บาดเจ็บรึเปล่า" เสียงไลล์เรียกภายในห้องนักบิน หญิงสาวสะดุ้งตัวมองไปหา มาถึงก็โดนถามเลย

"ศัตรูล่ะ?" คราวนี้เป็นเสียงของทีเอเรียถาม ลิเลียขมวดคิ้วกลัวชายหนุ่มผมม่วงพยายามไม่สบตาอีกฝ่าย

"ไปแล้วค่ะ..." หญิงสาวตอบเสีนงไม่ค่อยดี เลยนึกถึงคำเตือนของฮิกซาร์เข้ามาในหัวทันที

"เป็นอะไรหรือเปล่า? เสียงดูไม่ดีเลยนะ" ไลล์ถามด้วยความเป็นห่วง ลิเลียส่ายหน้าเธอไม่ได้เป็นอะไรหรอก แค่กลัวทีเอเรียเท่านั้นเอง

  ไลล์สับสนอยู่ซักพักก่อนจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรเลยติดต่อไปหาทีเอเรีย ชายหนุ่มผมม่วงมองแบบสงสัยบ้างแต่พอเพื่อนอธิบายตนจึงเข้าใจ

"ลิเลีย วีเลตต้า" ทีเอเรียติดต่อเข้ามาคุย เจ้าของชื่อขานรับแต่ไม่ได้มองเขา

"...ขอบใจที่ออกมาต้านศัตรูไว้ให้นะ"

"!!!" ลิเลียเบิกตากว้างไม่ทันตั้งตัวที่โดนขอบคุณ

"แต่วันหลังควรจะรอคนอื่นก่อนล่ะ อย่าไปคนเดียวเหมือนครั้งนี้อีก"

"คุณทีเอเรีย"

   หญิงสาวแอบอึ้งเพราะน้ำเสียงอีกฝ่ายดูอ่อนโยนกว่าหลายวันก่อนที่เข้ามาคุยกับเธอ จนต้องเก็บเอาไปคิดมาตลอดเวลา

"รับทราบค่ะ"


หลังกลับมาถึงฐาน....

"ให้ตายสิ ออกไปโดยไม่ฟังคำสั่งแบบนี้มันอันตรายแค่ไหนรู้ไหม!" เอียนตะโกนต่อว่าลิเลียคนแรกด้วยความเป็นห่วง หญิงสาวหงอยก้มหน้ายอมรับผิด

"ขอโทษด้วยค่ะ จะลงโทษเรื่องอะไรฉันก็จะไม่เถียงT-T"

"กลับมาปลอดภัยก็ดีแล้วค่ะคุณเอียน ไม่บาดเจ็บจริงๆนะคุณลิเลีย?" มารีถาม

"ค่ะ...ขอบคุณที่เป็นห่วงมากๆคะ" ลิเลียยิ้มให้มารี ระหว่างนั้นเซ็ทสึนะกับทีเอเรียก็เดินมาหา

"เธอเจออะไรจากการไปปะทะกับศัตรูบ้างรึเปล่า?" 

"หมายถึงอะไรเหรอคะ?" ลิเลียถามเสียงไม่เข้าใจ 

"ที่พวกเราไม่ตามออกไปช่วย...เพราะมีม่านGNกั้นพวกเราไว้ กว่าจะทำลายได้ต้องใช้ดาบของดับเบิ้ลโอควอตันที่ชาร์จพลังงานเกินสามร้อยเปอร์เซ็นถึงจะทำลายได้" ทีเอเรียบอกสาเหตุที่ไม่ได้ตามไปสมทบที่หลัง ลิเลียมีสีหน้านิ่งเฉยแต่ในใจคิดอยู่แล้วว่าจะต้องเป็นแบบนี้

"เจอเล็กน้อยค่ะ ตอนปะทะกับศัตรู...มีโมบิลสูทมาช่วยไว้" ลิเลียบอกเรื่องที่ฟอนกับฮิกซาร์ช่วย แต่ไม่ได้บอกตรงๆเพราะเรื่องนี้ต้องเก็บเป็นความลับไปก่อน

"แค่นั้นเหรอ? พอจะจับสังเกตุโมบิลสูทที่ว่าได้ไหม"

"ไม่ค่ะ สู้ในเขตอุกบาตแถมอีกฝ่ายก็น่าจะยิงไรเฟิลจากระยะไกล...ไม่เห็นจริงๆค่ะ" หญิงสาวหันหน้าไปทางอื่นพลางพยายามแสดงสีหน้ากังวลกลบเกลื่อนความจริง

"....ขอบใจที่บอก ไว้ฉันจะเอาเรื่องนี้ไปคุยกับคุณสุเมรากิดู" ทีเอเรียบอกกับทุกคนแล้วเดินจากไป ส่วนเอียนก็ไปตรงอื่นนานแล้ว

 เหลือไลล์,อาเลลูย่า,มารีและเซ็ทสึนะที่ยังอยู่กับลิเลีย

"โมบิลสูทมาช่วยแล้วยิงไรเฟิล เธอเห็นลำแสงจากที่ไกลสินะ" ไลล์ถาม หญิงสาวพยักหน้า

"แต่ใครกันที่จะสามารถสร้างม่านพลังได้ขนาดกั้นไม่ให้พวกเราออกไป จะต้องเป็นพวกมีฝีมือพอสมควร" อาเลลูย่าพูด ลิเลียแอบเหงื่อตก กลัวว่าอาจจะโดนสงสัยมากกว่านี้

"คงเป็นกันดั้ม" 

"หา??"

  เซ็ทสึนะบอก ไลล์อุทานด้วยความสงสัยส่วนลิเลียก็มองใบหน้าอีกฝ่ายตรงๆ เธอคิดอยู่ว่าเขาจะถามอะไรไหม

"ม่านGNนั่นเป็นสีเขียว ถ้าไม่ใช่เตาพลังงานแสงอาทิตย์ของจริงจะไม่สามารถทำได้"

"จริงของนาย แล้วมันจะเป็นฝีมือของใคร?...เฟเรชเตก็ไม่อยู่แล้วนะ" ไลล์พูด ถ้าพูดถึงพลังGNนั้นถ้าเป็นสีเขียวก็ต้องเป็นเซเลสเทียลบีอิ้งเท่านั้นถึงจะทำได้ เซ็ทสึนะหันหน้าไปทางอื่น

"พวกเขาอาจจะยังไม่ตายก็ได้ นักบินของทางนั้นเองก็ใช่ว่าจะอ่อนแอ" ชายหนุ่มผมดำหันหลังให้เพื่อนที่เหลือ ลิเลียรู้สึกว่าเขามีเรื่องที่อยากจะพูดมากกว่านี้ ใบหน้าเรียบเฉยแต่ดวงตามันสั่นไหวฟ้องเธอ

"เรื่องมันชักจะงุนงงแล้วแฮะ" ชายหนุ่มผมน้ำตาลบ่น 

"ไม่หรอกมั้งคะ ฉันว่าคุณเซ็ทสึนะเขาคงอยากจะพูดแบบนี้มากกว่ามั้ง" 

"พูดอะไรงั้นเหรอ?"

"...ไม่ว่าใครจะมาช่วยหรืออะไรจะเกิดขึ้น เราก็ต้องต่อสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงโลกต่อไป"


------------------------------------------------


"เอียน" เซ็ทสึนะเรียกอีกฝ่าย 

"จะมาถามเรื่องลิเลียเหรอ?"

  ชายผมดำถามอย่างรู้ทัน ภายในห้องทดสอบประสิทธิภาพโมบิลสูทที่เปิดไฟสลัวๆพอแค่ให้เห็น

"เธอเคยอยู่เฟเรชเตมากก่อนสินะ แล้วเขาเป็นคนดูแลโมบิลสูททั้งหมดนี่รึเปล่า"

"ใช่...เด็กคนนั้นเป็นอย่างที่นายถามมานั่นแหละ เธอมีฝีมือทั้งวิศวกรกับการบังคับโมบิลสูท" เอียนตอบแต่ไม่ได้หันมามองชายหนุ่มเพราะกำลังวิเคราะห์การทำงานของดับเบิ้ลโอควอนตากันดั้ม

"ลิเลียน่ะสนิทกับสมาชิกเฟเรชเตทุกคน เธอเป็นคนที่ฉลาดมองคนเป็นและตามความคิดของอื่นทัน"

"เธอสนิทกับใครมากที่สุดในเฟเรชเต บอกได้ไหม?" เซ็ทสึนะถามต่อ เอียนชะหงัก มือที่กดระบบหยุดลงเหมือนกำลังคิดคำถามของชายหนุ่ม

"ก็เป็นนักบินน่ะ เเต่ฉันไม่รู้หรอกว่าใครเพราะนานๆจะได้กลับมาที่นี่ที...กลับมาก็ใช่ว่าจะได้พบพวกเฟเรชเตทุกคน นายสงสัยเด็กคนนั้นเหรอ?"

"แค่แปลกใจ ลิเลียรู้จักฉันดีเกินไป" เซ็ทสึนะบอก เอียนได้ยินก็แอบหัวเราะพรืดเบาๆ ที่จริงชายหนุ่มมาถามเรื่องหญิงสาวกับเขานานแล้วเอาตรงๆคนถูกถามก็ยังตกใจที่ลิเลียจะตามคนได้ทันขนาดนี้ ในเมื่อเพิ่งจะเคยเจอกันครั้งแรก

"ไม่ใช่ว่าลิเลียทักนายเรื่องเจ้าหญิงคนนั้นหรอกหรือ? ไลล์ก็เคยมาถามเหมือนกัน...ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะต้องมาเป็นคนตอบคำถามพวกนี้" เอียนบอกเสียงเหนื่อยๆ

"ขอโทษแล้วกัน ฉันไม่อยากให้เธอเข้าใจผิดเหมือนนาย" เซ็ทสึนะพูด เอียนขมวดคิ้วงง

"เข้าใจผิด! เข้าใจผิดอะไร?"

"เจ้าหญิงที่พูดถึง...ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับเธอ"

  ชายหนุ่มบอกก่อนจะเดินออกไป ชายผมดำกระพริบตาถี่ปรับความเข้าใจซักพัก

"นายพูดเหมือนร้อนตัวเลยแฮะ ฉันว่าลิเลียเขาก็เเค่ถาม...ถ้าไม่ใช่ก็ไม่เห็นต้องเอาไปคิดมากจนต้องมาถามทางนี้เลย"


12/05/63...100%

--------------------------------------------------

  เอาสองตัวละครจากภาค00Fมาร่วมนิดหน่อย ถ้าเยอะกว่านี้กลัวแต่งไม่ไหวเพราะเยอะเกิน

  ไว้จะมาอธิบายให้ละเอียดกวานี้ในตอนต่อๆไปค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

41 ความคิดเห็น

  1. #24 Pattamawan (@fanlovelove) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 14:01

    รออ่านเลยคร้าสนุกมากอยากอ่านโมเมนต์ลิเลียกับเซตซึแล้วว งื่อๆๆ
    #24
    1
    • #24-1 TimeReture (@TimeReture) (จากตอนที่ 11)
      12 พฤษภาคม 2563 / 20:43
      รออ่านได้เลยค่ะ^v^
      #24-1
  2. #23 polytome (@polytome) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 12:17
    จะรออ่านค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #23
    1
    • #23-1 TimeReture (@TimeReture) (จากตอนที่ 11)
      12 พฤษภาคม 2563 / 12:35
      ขอบคุณค่ะ
      #23-1
  3. วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 18:05

    เอ็กตรีมกันดั้มนี้ใช่กันดั้มภาค Exa รึเปล่า???

    #22
    1
    • #22-1 TimeReture (@TimeReture) (จากตอนที่ 11)
      12 พฤษภาคม 2563 / 20:41
      เอาแค่ชื่อมาค่ะ(คิดชื่อไม่ออก)
      #22-1
  4. #21 Pattamawan (@fanlovelove) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 20:59

    รอตอนต่อไปเลยคร้า
    #21
    0
  5. #20 polytome (@polytome) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 19:58
    จะรออ่านค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #20
    0