[FanFic] Mobile Suit Gundam OO ข้ามมิติมาเป็นกันดั้มไมสเตอร์พระผู้ช่วย

ตอนที่ 10 : บทที่10:องค์กรผู้อยู่เบื้องหลังเซเลสเทียลบีอิ้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 137
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    1 พ.ค. 63

   


 Mobile Suit Gundam OO 
ข้ามมิติมาเป็นกันดั้มไมสเตอร์พระผู้ช่วย


บทที่10:องค์กรผู้อยู่เบื้องหลังเซเลสเทียลบีอิ้ง






   

 ห้องพักผ่อนกัปตันยานปโตเลไมออสแห่งเซเลสเทียลบีอิ้ง สุเมรากิกำลังนั่งอ่านข่าวสารการเคลื่อนไหวของโลก บนโต๊ะทำงานมีเอกสารมากมายวางซ้อนกัน
   "...อิสระภาพและความเข้าใจซึ่งกันและกัน" 



   "คุโจ ฉันถือว่าคราวนี้จะไม่เอาผิดกับการกระทำของพวกเธอ"
   "เคธี่"

    หญิงสาวผมน้ำตาลมองหน้าอดีตเพื่อนที่เคยสนิทกัน  

   "แต่อย่าลืมซะล่ะว่าเซเลสเทียลบีอิ้งคือองค์กรติดอาวุธ...ถ้าพวกเธอเข้าแทรกแซงอีกพวกเราจะไม่มีคำว่าปราณี!"



  ความทรงจำที่ได้พูดคุยกับเพื่อนสนิทหลังสิ้นสุดการกวาดล้างA-Laws สิ่งที่เกือบจะลืมหายไปในระยะเวลาสองปีนี้ก็หวนคืนมาในสถานการณ์ตึงเครียด

   "...ตอนนี้เธออาจจะรู้ถึงการเคลื่อไหวของพวกฉันแล้วก็ได้ แต่ว่าองค์กรASมีฝีมือมากเกินไป...ฉันคงจะหลบซ้อนๆการแทรกแซงไม่ได้"


-----------------------------





   "คุณลินดาคะ ห้องนี้มัน...."

   "ถ้าเป็นเธอก็คงรู้สินะ นานแล้วล่ะหลังจากที่กันดั้มไมสเตอร์รุ่นสองจากไป"



    หญิงสาวผมขาวเดินเข้ามาในห้องๆหนึ่งดูลึกลับต่างจากส่วนอื่นๆของฐานโดยมีลินดามาด้วยกัน
   "ตอนก่อตั้งองค์กรครั้งแรกๆ พวกเราก็อยู่แต่ในยานขนส่งกันยังไม่ได้มีฐานแบบนี้" ลินดาพูด ไฟภายในเปิดให้เห็นภาพเบื้องหน้า ดวงตาสีน้ำเงินเบิกกว้างเมื่อพบกับโมบิลสูทตัวหนึ่งสภาพของหุ่นยังไม่ผ่านการใช้งาน

   "เฟเรชเต...องค์กรที่ถูกก่อตั้งโดยคุณชาล อาคูสติก้า...กันดั้มไมสเตอร์คนแรกของเซเลสเทียลบีอิ้ง" ลินดาพูด ลิเลียใช้สายตาสาดส่องมองหุ่นทุกตัวอย่างสนอกสนใจ นึกรู้สึกสนุกที่ได้เห็นของชั้นดี

   "คุณลินดานี่นับอายุผิดรึเปล่าคะ คุณชาลที่หมายถึงน่ะเขาอายุน้อยกว่าคุณลินดานะคะ...เรียกคุณนำหน้าเลยเหรอ?" ลิเลียพูดติดตลก เพราะชาล อาคูสติก้าน่ะตอนเข้ามาเป็นกันดั้มไมสเตอร์ก็อายุสิบหกปี ตอนนั้นเอียนอายุสามสิบหก....ใครแก่กว่าคนที่นี่ก็รู้ๆกันอยู่

   "สมเป็นลิเลียรู้ละเอียดแบบนี้ฉันก็ไม่จำเป็นต้องอธิบายมาก เห็นแบบนี้ก็อดคิดถึงพวกเขาเหล่านั้นที่จากไปไม่ได้เลย"
   "....."



  ลิเลียเงียบกริบไม่โต้ตอบ แต่รู้ว่ามันคืออะไร
     องค์กรเฟเรชเตเป็นองค์กรลับที่ถูกตั้งโดยกันดั้มไมสเตอร์คนแรกของเซเลสเทียลบีอิ้งซึ่งในขณะนี้จะคอยทำงานลับหลังให้กับองค์กรโดยมีชาล อคูสติก้าเป็นเหมือนหัวหน้า

   'เรารู้ข้อมูลของเฟเรชเตมานิดเดียวเอง แถมยังมีหลายๆเรื่องที่พวกเขาทำลับหลัง...รวมทั้งเป็นคนทำให้ฐานทัพลากร้าน3นี่กลับมาด้วย' ลิเลียคิด ในห้องนี้ถ้าเคยอ่านในมังงะจะเป็นที่เก็บโมบิลสูทและใช้สร้างกันดั้มตัวใหม่ขึ้นมา

   "ฉันกับคุณเอียนตัดสินใจว่าจะใช้กันดั้มตัวนี้ให้เป็นประโยชน์น่ะจ้ะ เพราะไมสเตอร์ของเฟเรชเตเองก็ตายจากไปหมด....ถ้าไม่ใช้พวกเขาอาจจะโกรธที่มันไม่ได้ทำอะไรเลย" ลินดาพูดติดตลก แต่สีหน้ากลับต่างจากคำพูดชัดเจน

   "ฉันรับทราบข่าวมาจากคนที่ว่าพวกเขาตายในช่วงกวาดล้างของA-Laws...ถ้าเฟเรชเตทุกคนยังอยู่กันดั้มตัวนี้คงได้ทำงานอย่างที่ควรจะเป็น"
   "ถูกต้อง...ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ ดังนั้นฉันก็เลยจะให้พวกเธอนำหุ่นตัวนี้ขึ้นยานไปด้วย" หญิงผมสีเหลืองอ่อนเดินไปกดสวิต์ไฟฉายแสงไปที่โมบิลสูทตัวเดียวที่เหลืออยู่ตอนนี้
   "จะปรับระบบมันสินะคะ" 

   "มันเป็นสิ่งที่ทำได้ในตอนนี้นี่นา ที่เรียกลิเลียมาเพราะอยากให้รู้ไว้ก่อนน่ะเพราะคนที่จะช่วยคุณเอียนได้ในยานก็มีเธอคนเดียว" ลินดาพูด หญิงสาวยิ้มแห้งๆ ได้รับความไว้วางใจก็รู้สึกดีใจปนกับคิดถึงงานลำบากซ่อมแซมหุ่นไปด้วย

   







   "เฮ้อ....เนื้อเรื่องมันวุ่นวายไปหมดแล้วแฮะ" ลิเลียทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้ในห้องพักผ่อนตัวเอง
   "ใจเย็นๆก่อนนะตัวฉัน ลองนึกดูสิว่าตัวเราเขียนอะไรไว้ตอนอยู่โลกเดิม"


  'แล้วในนิยายของเธอจะมีเฟเรชเตไหม? พวกนั้นอยู่ลับหลังเซเลสเทียลบีอิ้งมานาน'

  'ก็อยากให้มีอยู่หรอกนะ แต่ถ้ามีมันคงจะวุ่นวายมากกว่า...เลยคิดจะให้พวกเขาตายในสงครามกวาดล้างA-Lawsท่าจะดี'

  'เฮ้ยๆ ไม่โหดร้ายไปหน่อยเหรอ?ให้พวกเขาอยู่ลับหลังช่วยพวกพระเอกเหมือนเดิมไม่ดีกว่าแน่นะ'

  'ฉันคิดดีแล้วค่ะ อีกอย่างทางเฟเรชเตเองก็มีกันดั้มตัวนึงที่สร้างเอาไว้แบบลับๆ ถ้าเอาออกมาใช้ได้ก็ดีไม่น้อย...คิดมาตลอดน่ะคะว่าก่อนจะไปคุยและทำความเข้าใจกับสิ่งมีชีวิตต่างโลก มนุษย์ด้วยกันเองยังทำไม่ได้เลย'

  '....ก็จริงของเธอ แถมหลังจากที่เซ็ทสึนะออกไปคุยกับELSทั่วจักรวาล มันก็เกิดสงครามระหว่างมนุษย์กับมนุษย์สายพันธ์ใหม่อย่างอินโนเวเตอร์อีก รู้สึกว่ากองทัพโลกก็ไม่สามารถเข้าไปยุ่งได้อีกเพราะกองทัพเสียหายหนักจากการทำสงครามกับELS'

  'ใช่ค่ะ เพราะอย่างนี้แหละฉันอยากให้พวกเขาเข้าใจกันก่อน...เปลี่ยนจากสิ่งมีชีวิตนอกโลกมาเป็นสิ่งมีชีวิตด้วยกันเองก่อน' 


  

   "....ตอนแรกคิดแบบนั้น แต่พอเห็นสีหน้าคนที่รูจักเฟเรชเตที่เศร้าเสียใจกับการจากไปของพวกเขา...รู้สึกผิดจัง" ลิเลียถอนหายใจยาว พอนึกถึงเรื่องราวก่อนจะมาโลกนี้ในใจก็เกิดคิดถึงโลกฝั่งนู้นด้วย
   "เธอคงสบายดีนะ...แต่ว่าฉันไม่อยกให้พวกเขามายุ่งเรื่องนี้...เฟเรชเตทุกคนมีเหตุผลในการใช้ชีวิตอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องมาอยู่ในโลกแห่งนี้หรอก"



   ทันใดนั้นเสียงสัญญาณเตือนหน้าห้องก็ดังขึ้น ลิเลียตกใจเล็กน้อยจึงรีบเดินไปเปิดประตู

   "สะดวกไหม? มีเรื่องอยากจะคุยด้วยน่ะ"

   "คุณทีเอเรีย!" หญิงสาวเบิกตากว้าง ชายหนุ่มใส่แว่นผมม่วงยืนยิ้มบางๆให้เธอ

   "ได้ค่ะ...อยากคุยเรื่องอะไรงั้นเหรอคะ?"


  ทีเอเรียพาลิเลียมายังส่วนฐานที่ทดสอบการใช้งานโมบิลสูท

   "อาวุธปืนใหญ่ที่เธอใช้ยิงทำลายฐานผลิตอาวุธในคาซัคสถานนั่นเกิดจากอุภาคGN-Driveแรงอัดสูงสินะ"

   "คะ?" ลิเลียงุนงง เขาเรียกเธอมาคุยเรื่องโมบิลสูทเหรอ
   "ฉันหมายถึงอาวุธน่ะ เห็นเอียนบอกว่ามันชื่อGN-BlasMode...เธอคิดค้นเองจริงๆน่ะเหรอ.." ทีเอเรียถาม ใบหน้าเรียบเฉยเป็นปกติเวลาคุยกับคนที่ไม่สนิทด้วย

   "ทำไมเหรอคะ คุณเองก็รู้ขนาดนี้ยังต้องการอะไรจากฉันอีก" ลิเลียถามกลับ เธอรู้สึกประหม่ามากเมื่อต้องมาคุยกับคนที่ไม่ค่อยไว้ใจคนอื่นอย่างทีเอเรีย แม้ว่าตอนนี้เขาจะเปิดใจกับลูกเรือแล้วก็ตาม

   "ก็แค่อยากรู้น่ะ มันเป็นระบบที่เเม้แต่เวด้าก็ไม่รู้จัก...ยิ่งเห็นพลังทำลายของมันที่คาซัคสถานแล้วฉันเลยต้องรู้ว่าเธอสร้างมันมาได้ยังไง"

   "...ก็แค่เอาส่วนต่างๆของหุ่นกับภาพการต่อสู้มาดูและทดสอบเองค่ะ ฉันมีความรู้ทางวิศวกรมาบ้างเลยไม่ใช่เรื่องยาก" 

   "แค่นั้นแน่เหรอ! การสร้างอาวุธเกินคำสั่งของเวด้ามันแถมยังเป็นอาวุธที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในเซเลสเทียลบีอิ้ง เป็นสิ่งที่ทำให้เห็นว่าเธอทำเกินกว่าคำสั่ง!" ทีเอเรียพูดเสียงดัง ลิเลียผงะเห็นสีหน้าชายหนุ่มมองราวกับจะจับผิดเธอให้ได้ 

  ลิเลียยืนนิ่งในเวลาต่อมา อารมณ์ความโกรธขึ้นสมองเมื่อยิ่งนึกถึงภาพทีเอเรียเวลาพูดเสียงดังกับคนอื่นในใจมันก็บอกทันทีว่าเขายังไม่ได้เชื่อใจเธอ

   'ถึงจะบอกว่าเปิดใจก็เถอะ แต่กับฉัน...กับคนมาใหม่มันคนละเรื่องสินะ' หญิงสาวกัดฟันคิด เธออยากจะรู้จักกับทุกคนให้ดีกว่านี้และช่วยพวกเขา แต่พอมากับชายคนนี้ทุกอย่างที่ตั้งใจเริ่มไม่ลงตัวแล้ว

   "ถ้าทุกคนคิดแบบคุณ....โลกใบนี้ก็จะไม่มีความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีตามความปราถนาของคุณอิโอเลียได้หรอกค่ะ!" ลิเลียเดินเข้าไปประชิดตัวชายหนุ่มผมม่วง ดวงตาสีทองสว่างจ้องกลับแข็งกร้าว ความอดทนที่มีมันหายไปหมดแล้ว

   "การที่ฉันผลิตอาวุธระบบต่างกันมันเป็นสิ่งที่แย่มากเลยเหรอคะ? งั้นคุณบอกมาสิแบบไหนถึงจะเรียกว่าดี! ตอบมาสิคุณทีเอเรีย...ตอบมาสิอินโนเวเตอร์!" ลิเลียขึ้นเสียงถาม ทีเอเรียตกใจเห็นแววตาหญิงสาวที่ดุดันต่างจากปกติตัวเองก็เริ่มไปไม่เป็น

   "ถ้าการกระทำของฉันมันไม่น่าไว้ใจขนาดนั้นก็เรื่องของคุณ ตอนนี้ฉันคือกันดั้มไมสเตอร์ถ้าไม่เชื่อใจกันก็เรื่องของคุณ"

   "เสียงดังอะไรกันเหรอค่ะ! คุณออเด้ คุณวีเลตต้า" เสียงมิเลน่าถามขึ้น เด็กสาวผมหยักศกเข้ามาหาทั้งสองคนเมื่อได้ยินเสียงพูดคุยที่เหมือนจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก

   "ไม่มีอะไรหรอกคะคุณมิเลน่า แค่เป็นพวกมาใหม่เลยไม่ได้รับการไว้วางใจ" ลิเลียบอกสีหน้ายิ้มให้มิเลน่าแต่ส่งสายตาไม่พอใจให้ทีเอเรียก่อนจะแยกออกไปทางอื่น

   "ทำไมคุณวีเลตต้ามองคุณออเด้เหมือนโกรธเลยล่ะคะ ทะเลาะกันเหรอ" มิเลน่าถามทีเอเรีย ชายหนุ่มถอนหายใจและมองเด็กสาวข้างๆ

   "....ผมคงจะคิดมากไปน่ะครับ...แค่กังวลว่าเธอจะเป็นสปายเหมือนอานิว"

   "ทำไมคิดแบบนั้นล่ะคะคุณออเด้ คุณวีเลตต้าน่ะทำงานในลากร้าน3มาตั้งแต่เจ็ดปีก่อนแล้วค่ะ ถึงมิเลน่าจะไม่เคยเห็นเธอซักเท่าไหร่แต่เขาก็เป็นคนสนิทของคุณแม่ ช่วยซ่อมกันดั้ม ออกแบบอุปกรณ์มาหลายครั้ง...คุณวีเลตต้าไม่มีทางเป็นสปายได้หรอกคะ" มิเลน่าบอกให้เข้าใจ ทีเอเรียทำหน้าไม่ค่อยเชื่อแต่เด็กสาวก็ดูออก

   "เชื่อมิเลน่าเถอะค่ะ คุณแม่เองก็บอกว่าคุณวีเลตต้าน่ะชอบทำงานลับๆด้วยตัวคนเดียว"

   "แล้วมิเลน่ารู้ได้ยังไง? ถามเอียนเหรอ"

   "ค่ะ! เพราะสงสัยเหมือนคุณออเด้เลยถามมาค่ะ ถ้าเป็นคุณพ่อก็รู้แค่ผ่านๆน่ะคะ" เด็กสาวบอก ชายหนุ่มเลยหันหน้าไปมองทางอื่น เพราะอารมณ์ขี้ระแวงแท้ๆทำให้เขาพูดไม่คิด

   "มิเลน่าว่าคุณวีเลตต้าเขาเป็นคนใส่ใจคนรอบข้างมากนะ แถมยังเล่นโอคาริน่าเพราะด้วย คุณออเด้ลองไปขอให้เธอเล่นให้ฟังดีไหมคะ?"

   "...ผมพูดแบบนั้นไปแล้ว เธอจะยอมเล่นให้ฟังเหรอ?"

   "ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวมิเลน่าช่วยพูด"

 มิเลน่าบอก ทีเอเรียยิ้มแบบรู้สึกผิดเล็กน้อยแล้วก็หวังว่ามันจะง่ายอย่างที่เด็กสาวบอกเขา

  


หลังจากแยกกับทีเอเรียและมิเลน่ามา ลิเลียก็เดินคอตกกลับห้องพัก

   "เฮ้อ...ฉันควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้อีกแล้วสิ" หญิงสาวบ่นตัวเอง ถ้าควบคุมอารมณ์แล้วตอบแบบปกติคงจะไม่ทำให้อีกฝ่ายสงสัยกว่าเดิมแน่นอน

   "ไม่ต้องเครียดไปหรอก ทีเอเรียก็เป็นแบบอย่างที่เห็น"

   "!!!"

   เสียงไลล์ดังจากข้างหลัง ลิเลียสะดุ้งรีบหันไปดู ฮาโล่สองตัวสีส้มกับน้ำเงินลอยกลางอากาศส่งเสียงน่ารักให้เธอ

   "เป็นแบบที่เห็นๆๆๆๆ!!!!!"

   "คุณ...แอบฟังเหรอค่ะ?"

   "ขอโทษที ก็ไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟังหรอกนะแต่เพราะกลัวว่าหมอนั่นจะเป็นแบบที่ทำกับเธอเลยอดเป็นห่วงไม่ได้น่ะ...ว่าไปนั่นสุดท้ายเธอก็โดนสงสัยเต็มๆ" ชายหนุ่มผมน้ำตาลพูดน้ำเสียงร่าเริงเพื่อให้หญิงสาวสบายใจ ลิเลียขมวดคิ้วกังวล

   "แล้วคุณไลล์ไม่สงสัยฉันเหมือนคุณทีเอเรียเหรอคะ?"

   "ไม่เลย สำหรับฉันเธอก็เป็นเหมือนน้องสาว...ถ้าเป็นสปายจริงๆก็แค่กักตัวไม่ให้ไปไหนได้แค่นั้นเอง"

   "พูดแบบนี้มันง่ายไปไหมค่ะ-▪︎-;;;" ลิเลียถามทั้งเหงื่อตก ไลล์หัวเราะแล้วเอามือลูบศีรษะหญิงสาวเบาๆ

   "เอาตรงๆเลยล่ะกัน ฉันไม่เคยคิดว่าเธอเป็นสปายนะตั้งแต่เห็นหน้าครั้งแรกก็รู้ได้เลยทันที...ว่าเธอมาเพื่อเป็นน้องสาวให้พวกเรากันดั้มไมสเตอร์"

   "น้องสาว?!" ลิเลียมองหน้าอีกฝ่าย เธอแทบไม่เชื่อหูว่าเขาจะพูดแบบนี้

   "อาจจะฟังดูตลกนะ แต่ก่อนทีเอเรียจะมาฉัน,เซ็ทสึนะ,อาเลลูย่ารวมทั้งมารีเคยคุยเรื่องของเธอครั้งนึง เชื่อไหมแม้กระทั่งเซ็ทสึนะยังบอกเลยว่ารู้สึกได้ว่าเธอน่ะเป็นคนอ่อนโยนแค่ไหน แถมหมอนั่นยังยืนยันเองด้วยว่าเธอไม่ใช่อินโนเวเตอร์" ไลล์บอกสิ่งที่เคยคุยกับเพื่อนไมสเตอร์คนอื่น เรื่องนี้พวกเขาคุยกันตั้งแต่อยู่ที่อาซาดิสสถานเพราะลิเลียมัวไปช่วยเอียนทำงานเลยไม่มีเวลาสังเกตุเห็น

"เพราะงั้นไม่ต้องไปคิดมาก ถ้าหมอนั่นยังสงสัยเดี๋ยวฉันช่วยพูดให้" ไลล์บอกพลางลูบศีรษะลิเลียเบาๆ หญิงสาวรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของเขายิ่งนักที้ทำเพื่อเธอ

"ขอบคุณค่ะ ไว้จะไปขอบคุณคุณเซ็ทสึนะ,คุณอาเลลูย่าและคุณมารีทีหลังนะคะ"

"เฮ้ยๆ!! ไม่ต้องเลยขืนพวกนั้นรู้ว่าเป็นฉันก็ซวยน่ะสิ อย่าบอกเชียวล่ะ" ไลล์ว่า ลิเลียยิ้มหน้าบานรู้สึกสบายใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

"รับทราบค่ะ"


---------------------------------------



 ณลิฟต์วงโคจร.....


   "ขอแสดงความเสียใจที่คาซัคสถานด้วยค่ะ และขอบคุณสำหรับภาพที่บันทึกได้ว่าฝีมือนี้เป็นของใคร" 
   "ไม่จำเป็นต้องขอบคุณครับ เพราะองค์กรของผมมีอยู่เพื่อกำจัดเซเลสเทียลบีอิ้งแถมคุณควรจะไปขอบคุณคนของผมที่ทำงานที่นี่จะดีกว่านะ"


   ภายในห้องประชุมบนฐานลิฟต์วงโคจร โซลเดอร์ เกราฟกำลังประชุมพูดคุยกับผู้บัญชาการอย่างเคธี่ มาเนคินโดยมีคนสนิทยืนฟังอยู่ข้างๆทั้งสองฝ่าย

   "อย่างนั้นหรือคะ แต่ว่าที่ฉันเรียกคุณมาพบก็ไม่ได้มีแค่เรื่องของเซเลสเทียลบีอิ้งอย่างเดียวหรอกนะ" เคธี่บอก 
   "ก็ดีสิครับ มีเรื่องอยากจะพูดก็พูดมาให้หมดเลยนะครับ...จะได้ไม่มีใครมาสงสัยพวกเราอีก" ชายหัวหน้าองค์กรเผยยิ้มมุมปาก หญิงสาวผมม่วงเข้มแอบกลัวกับสีหน้าอีกฝ่ายที่เหมือนรู้ว่าเธอจะถามอะไร
   "ทางเราได้รับทราบข่าวมาว่าคาซัคสถานเป็นแหล่งผลิตอาวุธที่มีสารเคมีเกินปริมาณมานาน ไม่ทราบพวกคุณได้ใช้ที่นั่นผลิตอะไรบ้าง?"

   "ก็ผลิตอาวุธกับโมบิลสูททั่วไปนั่นแหละครับ องค์กรของเราครอบคลุมทั่วทวีปเอเชียดังนั้นงานส่วนใหญ่ให้วางใจได้ว่าเป็นงานของเรา" โซลเดอร์ตอบทันทีโดยไม่มีสีหน้าตกใจใดๆ
   "งั้นเหรอคะ..." เคธี่ก้มหน้าเล็กน้อยราวกับกำลังคิดทบทวนคำพูดของโซลเดอร์
   "ขออนุญาตแทรกซักครู่นะค่ะ พอดีว่ากัปตันยังมีงานอื่นๆที่ต้องทำต่อ...ไม่ทราบว่าจะบอกได้รึยังว่าทางพวกคุณเรียกเรามาทำไม" คาเลียถาม อังเดรคิ้วกระตุกเพราะรู้สึกว่าเป็นการเสียมารยาทในการสนทนาของผู้มียศฐานสูง
   "ใจเย็นๆคาเลีย" โซลเดอร์ยกมือห้ามปราม คาเลียยอมสงบลงแต่โดยดี
   "ถ้าเช่นนั้น เราจะขอฝากฐานลิฟต์วงโคจรให้พวกคุณดูแลชั่วคราวนะค่ะเพราะทางฉันกับร้อยโทอังเดรต้องลงไปที่โลกเพื่อเคลียเรื่องการปรับปรุงโครวสร้างกองทัพใหม่" หญิงผมม่วงบอก
   "หวังว่าจะเรียบร้อยดีนะครับ ระหว่างนี้ทางผมก็จะจับตาเฝ้าดูเซเลสเทียลบีอิ้งที่นี่...ถ้าหากพวกเขาลงมือเราจะจัดการ หวังว่าคุณคงไม่มีข้อโต้แย้งอะไรนะ"
   "ค่ะ! ขอรบกวนด้วย"


   หลังจากนั้นภายในก็เหลือแค่หญิงผมม่วงกับร้อยโทคนสนิทสองคนที่กำลังคิดถึงบทสนทนาเมื่อครู่

   "พลจัตวาครับ....ทราบข่าวเรื่องพลังงานไฟฟ้าในทวีปเอเชียรึยังครับ เรื่องนี้ผมว่ามันชักแปลกๆแล้วครับ"

           "ฉันทราบแล้วล่ะ โซลเดอร์ เกราฟเขาตั้งใจจะกวาดล้างเซเลสเทียลบีอิ้งจริงๆ แววตาของเขาไม่ต่างอะไรจากคนกระหายเลือดเลย" เคธี่พูด อังเดรเห็นด้วยกับคำพูดนั้น

 "แต่ว่าการกระทำของเซเลสเทียลบีอิ้งที่โจมตีคาซัคสถานเราจะลองตรวจสอบดีไหมครับ พวกเขาคงไม่ทำอะไรที่มันเจาะจงเพื่อแค่สร้างความวุ่นวายหรอกนะครับ" อังเดรเสนอความเห็น เคธี่ถอนหายใจเบาๆ  

  "ก็ดี....ร้อยโทอังเดร พอลงไปถึงโลกเมื่อไหร่พวกเราจะต้องเตรียมการณ์เข้าสำรวจประเทศที่เข้าร่วมกับองค์กรASให้หมด...จะต้องรู้ให้ได้ว่าพวกเขากดข่มแหงประชาชนเรื่องพลังงานแสงอาทิตย์ที่เปลี่ยนเป็นไฟฟ้ารึเปล่า"
   "รับทราบครับ!" 

"เราจะต้องรู้ให้ได้ว่าองค์กรASจะทำเพื่อประชาชนหรือมีแผนการไม่ต่างจากA-Laws แม้ว่าพวกเขาจะเป็นผู้มีพระคุณกับเราในเรื่องเปิดเผยข้อมูลหลายๆอย่างก็ตาม"

   คนทั้งสองพยักหน้าให้กัน โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่ามีเครื่องดักฟังติดอยู่เพื่อฟังบทสนทนาที่แท้จริง






  ณห้องส่วนตัวที่ทางคนของลิฟต์วงโคจรเตรียมเอาไว้ให้ คาเลียได้ยกมือปิดหูตัวเอง

   "กัปตันค่ะ ดูเหมือนว่าจุดประสงค์ของพวกเขาจะไม่ตรงกับที่คุยกับเราคะ"
   "หึๆ!!...ฉันรู้อยู่แล้วล่ะคาเลีย แต่ไม่ต้องห่วงฉันมีคนรับมือเรื่องนี้อยู่แล้วล่ะ"

  โซลเดอร์บอก หญิงสาวหยิบเครื่องดักฟังที่เชื่อมกับห้องนั้นออกจากหูตัวเองและปิดการใช้งาน

   "พวกเราปฏิญาณแล้วว่าจะกำจัดเซเลสเทียลบีอิ้งให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม....ถ้ามีใครมาขวางเราจะกำจัดทิ้งโดยให้พวกคาตาลอนรับหน้าไปแทน" โซลเดอร์พูดเสียงเคียดแค้น อะไรกันที่ทำให้ชายคนนี้อยากกำจัดเซลเลสเทียลบีอิ้งขนาดนั้น

   "แล้วเรื่องอินโนเวเตอร์ที่ศูนย์ซูปเปอร์โซเจอร์จะให้ส่งตัวมาร่วมงานกับกิลเบิร์ตเลยดีไหมค่ะ ทางศูนย์บอกว่าทุกอย่างพร้อมแล้ว" คาเลียถาม โซลเดอร์นิ้มมุมปากก่นจะหยุดเดินหันมาตามมือขวาตนเอง

    "ยัง! เราจะให้พวกเซเลสเทียลบีอิ้งรู้ไม่ได้...ครั้งก่อนมันส่งกันดั้มมาช่วยพวกอินโนเวเตอร์ด้วยกันหนีรอดไปได้จำนวนหนึ่ง เชื่อสิว่าพวกมันต้องอยู่ในบริเวณนี้แน่นอน"

     "กัปตันมั่นใจสินะครับว่าเป็นฝีมือกันดั้ม" เสียงกิลเบิร์ตเดินเข้ามาในชุดนักบิน 

     "ใช่! เป็นยังไงบ้างกิลเบิร์ตไปทดสอบความคล่องตัวกับทหารที่นี่พอจะให้เธอชินมือบ้างไหม?"

      "ก็ไม่แย่ครับ" ชายหนุ่มผมเงินตอบสั้นๆ ที่พูดแบบนี้ก็เพราะไม่อยากจะให้กัปตันตัวเองเหนื่อยฟรีที่อุสาเตรียมทุกอย่างไว้ให้ ซึ่งความจริงทหารที่นี่ฝีมือไม่ได้มาตรฐานที่เขาคิดไว้มากนัก

    โซลเดอร์ยิ้มกับคำตอบ เขาสั่งให้คาเลียเปิดข้อมูลกองกำลังทหารและโมบิลสูทภายในฐานลิฟต์วงโคจรเพื่อจะวางแผนการรบ

    ขณะที่ใจนั้นคิดถึงเพื่อนคนหนึ่งที่จากไปแล้ว 

   'รีวอง อัลมาร์ค...ข้อมูลที่นายทิ้งเอาไว้ให้ฉันจะไม่ทำให้มันเสียเปล่า'

-------------------------------

  




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

46 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 22:12

    ฟอน สปาร์ค!!! เองหายหัวไปไหน ไม่มาหาพวกนี่บ้างล่ะ หนีเวด้าได้นี่ถือว่าเทพกลับมาช่วยสักครั้งก็ดี หรือเองไปอยู่กับ leos extreme แล้ว???

    #19
    1
    • #19-1 TimeReture (@TimeReture) (จากตอนที่ 10)
      3 พฤษภาคม 2563 / 00:23
      อ้างอิงถึงภาคOOFเลยเหรอคะ? น่าสนอยู่นะถ้าเอาคนที่คุยกับลีวองส์ผ่านทางเวด้ามานี่...ฝ่ายนางเอกเราได้เจอศึกใหญ่กับความบ้าบอของเขาแน่เลย
      ขอบคุณที่เม้นนะคะ รอติดตามได้เลยค่ะ
      #19-1
  2. #18 Rnozero (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 15:56

    อ้าวแล้วกันตกลงว่าAsเป็นกากเดนชีอ...ไม่ช่ายยยยเป็นพวกA-Laws ที่เหลืออยู่งั้นเหรอ?ขอบคุณสำหรับตอนนี้นะสาวกกันดั้มคนนี้จะรอตอนต่อไปจ้าบายยยย

    #18
    1
    • #18-1 TimeReture (@TimeReture) (จากตอนที่ 10)
      1 พฤษภาคม 2563 / 18:53
      รอติดตามได้เลยค่ะ
      #18-1
  3. #17 Pattamawan (@fanlovelove) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 10:42

    อัพแล้วววดีจายยย
    #17
    1
    • #17-1 TimeReture (@TimeReture) (จากตอนที่ 10)
      1 พฤษภาคม 2563 / 18:52
      ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
      #17-1