ปราบนายตัวร้ายด้วยรัก [Yaoi][ระบบ]

ตอนที่ 9 : โลกละครหลังข่าว ตอนที่ 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,299
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 163 ครั้ง
    30 มี.ค. 63

 

ณ สนามบินที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ผู้คนหลากหลายเชื้อชาติและสีผิวพร้อมกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ต่างเดินกันอย่างเร่งรีบ ชาวีก้าวขาลงจากรถหรูโดยมีชายชุดดำคอยเปิดประตูให้

วันนี้เขาเดินทางมารับศิลปินเกิร์ลกรุ๊ปจากเกาหลีที่เขาชื่นชอบ เนื่องจากธุรกิจตระกูลของเขาเป็นสปอนเซอร์คนสำคัญในคอนเสิร์ต เขาจึงมีสิทธิ์เข้ามารับสาวๆ ในเกตวีไอพีเป็นการส่วนตัวรวมถึงพาไปส่งยังโรงแรมที่พัก เอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ ไม่มีใครเกินอีกแล้ว

ขณะที่ชาวีกำลังเดินไปจัดทรงผมไปอย่างตื่นเต้นอยู่นั้น จู่ๆ หญิงสาวผมยาวสุดเซ็กซี่คนหนึ่งก็ล้มลงมาในอ้อมกอดของเขา

"อุ๊ย ขอโทษค่ะ" เจนที่ถึงกับเสิร์ชวิธีแต่งหน้าแบบเกาหลี 'แต่งยังไงให้ดูเหมือนไม่แต่ง เคล็ดลับสำคัญอยู่ที่ผิวฉ่ำวาว' ตอนนี้เธออยู่ในอ้อมกอดของชาวีพลางกระพือแพขนตาปริบๆ อย่างยั่วยวน

"ไม่เป็นไรครับคุณผู้หญิง ผมไม่เคยรังเกียจที่จะช่วยเหลือคนสวยเช่นคุณ"

เจนเห็นดังนั้นจึงยกยิ้มอย่างพอใจ

 

อีกด้านหนึ่ง เจมี่เจ้าของภารกิจสำคัญ ผู้ซึ่งไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับใครเขาเลย ตอนนี้เขากำลังเอนกายอย่างสุขสบายอยู่บนร่างแกร่งของคณิณเหมือนแมวตัวโต พวกเขานั่งดูซีรีส์ตะลุยอวกาศเรื่องหนึ่งอยู่ มือไม้คณิณมักอยู่ไม่สุข ป่ายปะไปตามร่างกายจนเจมี่ก็คอยตีมือเขาอยู่เรื่อยๆ เหมือนปัดแมลงวัน ในที่สุดเขาจึงตัดสินใจลวนลามคืนเพื่อไม่ให้เสียเปรียบ ดูหนังไปลวนลามกันไปมา เขารู้สึกมีความสุขมากจริงๆ

ก่อนที่เสียงเคาะประตูจะดังขึ้นทำลายช่วงเวลาดีๆ

"คุณหนูเล็ก แจ่มเข้าไปได้มั้ยคะ"

เจมี่ลุกพรวดจากร่างคณิณทันที แต่อีกฝ่ายมีหรือจะยอมให้เขาลุกไปดีๆ จับเขากดลงกับเตียงอย่างแรง

"ปล่อยนะ! " เจมี่เอ็ดเสียงเบา "ไม่งั้นจะไม่คุยกับพี่อาทิตย์นึง"

"ฉันก็มีวิธีให้นายเปิดปากจริงไหม" คณิณไม่สักแต่พูด ใช้ลิ้นดันเปิดริมฝีปากเขาที่กำลังพยายามเม้มแน่นอย่างขัดขืน

"แจ่มเข้าไปแล้วนะคะ"

เจมี่ตกใจแทบสิ้นสติ แต่แล้วคณิณก็ผละออกไปยืนข้างเตียงอย่างรวดเร็ว หัวเราะหึๆ ไปด้วยอย่างมีความสุขที่ได้แกล้งเขา

เจมี่มองค้อนอย่างแค้นเคือง พอดีกับที่แจ่มเปิดประตูเข้ามาพอดี

"อ้าว อยู่ด้วยกันทั้งสองคนเลย" แจ่มประคองถาดผลไม้และน้ำชาเข้ามาอย่างทุลักทุเล คณิณรีบเขาไปรับมาวางไว้ข้างเตียง ก่อนจะใช้ซ้อมจิ้มแตงโมชิ้นหนึ่งยื่นไปมาตรงหน้าเขา

"คุณหนูกล่อมกมล ทานได้แล้ว ให้ผมป้อนนะครับ"

หน้าไม่อายจริงๆ เจมี่หน้าแดงก่ำ ถลึงตาแล้วถลึงตาอีกใส่คณิณจนตาเจ็บไปหมด

แจ่มมองดูทั้งสองคนด้วยสีหน้าเอ็นดู "เห็นพี่น้องรักใคร่กันอย่างนี้แจ่มก็เบาใจ คุณท่านที่อยู่บนสวรรค์ก็คงเหมือนกัน"

เจมี่ชะงักทันที ได้แต่ภาวนาอย่าให้รู้เลยจะดีกว่า

"อ่อ ชุดสูทของคุณหนูที่ตัดไว้สำหรับงานหมั้นคุณหนูฟ้าลดาได้แล้วนะคะ เดี๋ยววันนี้ให้เจ้าสมมันไปรับที่ร้าน"

"ไม่ต้องครับ เดี๋ยวผมไปรับเอง" คณิณพูด

"ได้ค่ะคุณชายใหญ่ งั้นแจ่มไม่รบกวนความสุขแล้วนะคะ" พูดจบแจ่มก็ส่งยิ้มให้พวกเขาก่อนเดินออกจากห้องไป

"ผมไปด้วย" เจมี่รีบอ้อนวอนทันที "ผมอยากกินไอติม"

"กินไอติมฉันก่อนแล้วกันนะ" คณิณปลดเข็มขัดทันที เจมี่รีบร้องห้ามไม่เป็นภาษา ทั้งใบหน้าทั้งหูแดงก่ำไปหมด

"ทำไมพี่เป็นคนแบบนี้" เขาพูดตะกุกตะกักก่อนนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงด้วยความอับอาย

"ปากนายดูบวมๆ นะ ไปทำอะไรมา?"

เจมี่ "..."

ก็ทำให้นายไม่ใช่เหรอ

คณิณหัวเราะร่า "เดี๋ยวพวกบ้านทวีโชติธาดาจะมาทานอาหารกลางวันที่บ้าน นายลืมแล้วหรือไง"

"น่าเบื่อ" เจมี่บ่นแง่งอน "น่าเบื่อมากเลย"

"เด็กดี ถ้าพวกนั้นกลับเร็วเดี๋ยวตอนเย็นๆ เราไปดูหนังกัน" คณิณจุ๊บแก้มเขารัวๆ หลายครั้ง ก่อนเดินออกจากห้องไป

 

 

ประมาณบ่ายสองโมงคณิณจึงเดินออกมาจากร้านตัดสูทชื่อดัง ในอ้อมแขนเขามีสูทชุดใหม่เอี่ยมของน้องชายที่ตัดเพื่องานหมั้นของฟ้าลดาโดยเฉพาะ ถึงเขาจะรู้อยู่แก่ใจว่างานหมั้นของฟ้าลดาจะต้องพังไม่เป็นท่าก็ตาม เจนจะจับชาวีสำเร็จหรือไม่นั้นไม่สำคัญเท่าไหร่ เขาเตรียมสาวสวยหลายคนไว้ป่วนงานหมั้นเรียบร้อยแล้ว บอกได้แค่ว่ามันไม่มีทางที่จะไม่พัง คณิณยิ้มหยัน

เมื่อเดินมายังซอยที่จอดรถไว้ เขาก็รู้สึกได้ชัดเจนว่ามีใครบางคนกำลังเดินตามมา เมื่อหันไปมองก็พบกับชายฉกรรจ์รูปร่างสูงใหญ่คนหนึ่งที่สวมหมวกแก๊ปและแมสปิดปากท่าทางไม่น่าไว้ใจ คณิณไม่ได้กลัวอะไร ฝีเท้ายังคงมั่นคงทุกก้าว เมื่อกำลังจะเปิดประตูรถ มีดแหลมคมก็จ่ออยู่บนแผ่นหลังของเขาพอดี

"มึงมีเงินเท่าไหร่ เอามาให้หมด" เสียงดุดันกระซิบอยู่ข้างหลัง

คณิณเก็บชุดสูทเข้าไปในรถอย่างใจเย็น ก่อนล้วงกระเป๋าเงินสีดำส่งให้ด้วยสีหน้าเฉยชา โจรร้ายรีบฉวยกระเป๋าเงินไปเก็บในเสื้อคลุมอย่างรวดเร็วโดยไม่แม้แต่จะเปิดดูด้วยซ้ำ

"น่าเสียดายว่ะ แต่คนที่จ้างกูมาเขาไม่ได้อยากให้มึงรอด"

ขาดคำ มีดสั้นสีเงินก็จ้วงแทงออกมาอย่างรวดเร็ว ทว่าคณิณกลับเร็วกว่า เขาเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างแล้วยกเท้าถีบโจรร้ายไปกระแทกกับรถอีกคันหนึ่งอย่างแรง กว่ามันจะตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาได้ก็ถูกเตะตัดขาล้มลงอีกครั้งอย่างไม่เป็นท่า คณิณกระทืบไม่หยุดจนเสียงร้องโหยหวนดังระงมไปทั่วทั้งซอย มีดร่วงลงกับพื้น เขาก้มลงเก็บด้วยท่าทีสบายๆ เหยียบหน้าอกมันไว้ก่อนจะถามเสียงเรียบว่า "ใครจ้างมึงมา"

"โอ๊ย น้อง พี่ไม่รู้" ร่างสะบักสะบอมอ้อนวอนแทบจะยกมือไหว้คณิณ น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาต่างจากตอนแรกเหมือนคนละคน "พี่รับงานผ่านคนอื่นอีกที"

เสียดายที่คำตอบไม่น่าพอใจเท่าไหร่ รองเท้าหนังมันปลาบจึงกระทืบลงบนหน้าท้องอ่อนนุ่มครั้งแล้วครั้งเล่าจนไส้แทบทะลักออกทางปาก

"โอ๊ย กูไม่รู้จริงๆ กูไหว้ล่ะ เดี๋ยว เดี๋ยว นึกออกแล้ว แค่กๆๆ "

ฝ่าเท้าของคณิณพลันชะงักค้าง

"ลูกพี่...เห็นลูกพี่บอกว่า...เป็นผู้หญิงแก่ๆ คนนึง ใส่เพชรเยอะๆ" โจรที่น่าสงสารฝืนตอบทั้งที่ปากเต็มไปด้วยเลือด ทำไมไอ้เด็กนี้มันแรงเยอะขนาดนี้ นี่มันไม่เหมือนที่คุยกันไว้เลย

คณิณไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร นี่ไม่ใช่ครั้งแรก และจะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ที่เขาสงสัยคือทำไมคุณหญิงย่าของเขามาตรฐานตกต่ำลงอย่างนี้ โจรกระจอกอย่างนี้คิดว่าจะฆ่าเขาได้จริงๆ หรือ

คณิณถอนหายใจ เอียงคอมองโจรกระจอกอย่างพิจารณาก่อนกระทืบซ้ำอีกหลายสิบที เมื่อเสียงร้องเริ่มแผ่วลง เขาจึงเดินไปเปิดประตูรถแล้วนั่งลง ก่อนจะขับออกไปเงียบๆ

 

สุดท้ายเขาไม่ได้ตรงกลับบ้านไปหาน้องชายสุดที่รัก แต่หยุดอยู่ที่ศาลากลางน้ำแห่งหนึ่งในสวนสาธารณะ ตอนยังเด็ก คุณแม่มักพาเขามาที่นี่เสมอเวลาที่คุณหญิงพวงผกาบีบคั้นเธออย่างหนัก หลายครั้งที่เธอพาเขาออกจากบ้านนั้น ร้องไห้ร้องห่มแล้วสัญญากับเขาว่าจะไม่กลับไปอีก แต่พอคุณพ่อมาง้อไม่กี่คำ สุดท้ายพวกเขาก็ต้องกลับไปทุกที คณิณเกลียดความอ่อนแอของเธอจริงๆ

ถึงแม้คุณแม่จะเสียไปนานแล้ว แต่บางครั้งเมื่อเขามีเรื่องที่อยากคิดใคร่ครวญคนเดียวก็มักจะมาที่นี่เสมอ เขาอยากพากล่อมกมลมาด้วยกัน มารู้จักที่พิเศษของเขา แต่ก็รู้ดีว่าคนรักตัวน้อยๆ ไม่อาจเข้าใจเขาได้ทุกอย่าง กล่อมกมลใสซื่อเกินกว่าจะต้องมาเห็นด้านที่น่ารังเกียจของเขา บางทีเด็กนั่นควรอยู่ในโลกที่มีแต่ท้องทะเลสีฟ้าใสของเขาต่อไป

ไม่รู้เขายืนอยู่ตรงนั้นนานเท่าไหร่ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงหัวเราะร่าเริงสดใสของเด็กน้อยอยู่ข้างๆ

เมื่อคณิณก้มลงมองก็พบเด็กชายลูกครึ่งคนหนึ่งกำลังให้อาหารปลาอยู่ ดูแล้วอายุไม่น่าเกินห้าขวบ หน้าตาน่ารักเหมือนตุ๊กตากระเบื้อง เมื่อเด็กน้อยเห็นปลากินอาหารที่ตัวเองโยนให้ก็หัวเราะคิกคักอย่างมีความสุขพลางปรบมือไปด้วย

หญิงวัยกลางคนที่ดูเหมือนเป็นย่าหรือยายของเขากำลังค้นหาของในกระเป๋าหนังใบใหญ่อย่างกระวนกระวายใจ จู่ๆ เด็กน้อยก็เอื้อมมือออกมามากเกินไปจนเสียหลักกำลังจะร่วงลงไปในสระน้ำ คณิณพุ่งเข้าไปคว้าแขนเขาไว้ได้ทันท่วงที

แทนที่เด็กน้อยจะขอบคุณเขากลับมองเขาด้วยแววตาโกรธเคือง ปากเบะคว่ำเป็นรูปสามเหลี่ยม ยิ่งดูน่ารักมากเข้าไปกันใหญ่ "ยายยาย คงโลกจิก คงโลกจิก คงโลกจิก"เด็กน้อยตะโกนเสียงใสพลางชี้มือมาทางเขา

คณิณตกใจมากรีบปล่อยมือทันที

"ฮะ อะไรนะ? "ยายเด็กเงยหน้าขึ้นจากกระเป๋าในที่สุด

"คงโลกจิก คงโลกจิก คงโลกจิก" เด็กน้อยตะโกนไม่หยุด ยายเด็กมองคณิณด้วยสีหน้าถมึงทึง

คณิณรีบแก้ตัว "ผมเห็นน้องจะตกน้ำ ก็เลยจะช่วย"

หญิงมีอายุคนนั้นไม่พูดอะไร อุ้มเด็กขึ้นบ่าเดินหนีไปทันที พลางพึมพำอะไรกับตัวเองประมาณว่า 'คนกรุงเทพนี้นี่นะ หน้าตาก็ดี รู้หน้าไม่รู้ใจจริงๆ' เด็กน้อยยังคงจ้องมองเขาจากในอ้อมกอดของยายพลางดูดนิ้วโป้งไปด้วย ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น คณิณมองโทรศัพท์ จากเจน

"ว่าไงพี่" เขาเอ่ยถามทันทีที่รับสาย

"ฉันว่าชาวีมันแปลกๆ ว่ะ"นั่นมันของแน่นอนอยู่แล้ว คณิณคิด

"พี่ว่านะ พี่อาจจะไม่ใช่ไทป์เขา" เจนพูดเสียงอ่อน

"ถ้าพี่ไม่มีฝีมือก็อย่ามาอ้างอะไรจะดีกว่า" คณิณตอบอย่างหงุดหงิด

"คณิณ!! " เจนขึ้นเสียงสูง "นี่มึงกำลังพูดอยู่กับใคร กูกระดิกนิ้วนิดเดียวเสี่ยพวกนั้นก็ประเคนให้กูหลายแสนแล้ว กูช่วยมึงนี่เห็นว่ามึงเป็นน้องหรอกนะ….."

จู่ๆ เจนก็เงียบไปนิดนึงอย่างมีนัยยะ "คณิณ ถ้าพี่แนะนำอะไรสักอย่างมึงจะเชื่อพี่ไหม? "

"ลองพูดมาก่อน" คณิณตอบ

"มึงลองใช้ไอ้เจตดูดิ"

"พี่จะบ้าเหรอ? "คณิณขึ้นเสียงทันที "ผมสืบมาแล้วว่าไอ้ชาวีมันชอบผู้หญิง แล้วไอ้เจต..."

"คณิณ มึงฟังพี่นะ พี่เป็นผู้หญิง มีเซนส์ของผู้หญิง ซึ่งแม่งไม่เคยพลาดเลยเว้ย" เจนรีบพูดต่อ "มึงรู้ไหมว่ากูเป็นเมียน้อยเสี่ยมากี่คนต่อกี่คน ไม่เคยโดนเมียพวกแม่งตามมาตบเลยสักครั้ง มึงรู้ไหมเพราะอะไร เพราะเซนส์ไง!! "

คณิณไม่รู้จะทึ่งกับอะไรก่อน ระหว่างเซนส์หรือว่าจำนวนเสี่ย

"มึงไปหาไอ้เจต มึงเชื่อพี่"เจนกล่าวก่อนจะตัดสายไปอย่างรวดเร็ว

หลังจากวางสายเจนแล้วคณิณก็เหม่อมองผืนน้ำกว้างไกลอยู่พักใหญ่

 

เมื่อเจนทำงานไม่สำเร็จ คณิณจึงจำต้องเป็นเดินทางมายังอู่ซ่อมรถแห่งหนึ่งแถบชานเมือง รถยนต์จอดเรียงรายด้านหน้าร้านเป็นทิวแถว เมื่อเขาปรากฏตัว เด็กในร้านก็พากันทักทายและก้มหัวให้

"พี่มาหาพี่เจตเหรอ" เด็กหนุ่มตัวผอมแห้งย้อมผมทองเหมือนสก๊อยคนหนึ่งถามเมื่อเห็นเขา คณิณพยักหน้า เด็กคนนั้นเดินเข้าไปในประตูบานหนึ่งพลางตะโกนเรียก สักพักก็เดินออกมาพร้อมผู้ชายคนหนึ่งในเสื้อกล้ามขะมุกขะมอมไปด้วยคราบน้ำมันเครื่อง

ผู้ชายคนนี้รูปร่างสูงใหญ่มาก ขนาดคณิณสูงมากแล้ว เขายังสูงกว่าคณิณถึงหนึ่งช่วงศีรษะ ผิวสีแทนจัด หน้าตาหล่อเหลายั่วยวนด้วยดวงตาหยาดเยิ้มที่มักหรี่ปรือหน่อยๆ ตลอดเวลา ไรหนวดเขียวครึ้ม รูปร่างกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้าม เขาคือพี่ชายของเจน ลูกพี่ลูกน้องอีกคนของคณิณ ชื่อเจตนรินทร์ หรือเรียกสั้นๆ ว่าเจต

เจตยืนพิงประตูอย่างเกียจคร้านแล้วเสยผมด้วยท่าทางสุดเซ็กซี่เหมือนนายแบบกางเกงใน พลางกล่าวทักทายคณิณด้วยเสียงทุ้มต่ำมีเสน่ห์ว่า "ไง ไอ้น้องชาย"

"ที่นี่ดีไหมพี่" คณิณถามพลางมองไปรอบๆ

"ดีกว่าที่เก่าเยอะเลย กูไม่มีวันลืมบุญคุณที่มึงช่วยออกทุนย้ายร้านให้ มึงมีอะไรให้ช่วยว่ามาเลย"

"เราไปคุยกันข้างในเถอะ"คณิณกล่าวพลางเดินนำเข้าไปหลังร้าน

 

กว่าเขาจะกลับถึงบ้านก็สี่ทุ่มกว่า ขณะกำลังเดินเข้าบ้านพร้อมชุดสูทและไอศกรีมกะทิร้านโปรดของน้องชาย คุณหญิงพวงผกากับฟ้าลดาในชุดนอนลูกไม้แก่ๆ ก็เดินเข้ามาขวางหน้า

"คุณแม่ขา ได้กลิ่นอะไรไหมคะ?" ฟ้าลดาทำจมูกฟุดฟิดอย่างไม่สบอารมณ์ "กลิ่นอะไรไม่รู้เหม็นๆ"

"จะกลิ่นอะไรซะอีกล่ะลูก นอกจากกลิ่นสาบลูกเมียน้อย" คุณหญิงพวงผกาหัวเราะร่า

คณิณมีสีหน้าเฉยชา เขาเดินตรงเข้าบ้านอย่างไม่สนใจ

แต่มีหรือที่สองแม่ลูกตัวร้ายจะยอมปล่อยเขา ฟ้าลดาเดินมาขวางหน้าทันที

"คุณแม่ขา" ฟ้าลดาตะโกนเสียงแหลมก้องไปทั่วห้องโถง "จู่ๆ สร้อยเพชรสีชมพูที่คุณย่ายกให้ฟ้าเป็นของขวัญงานหมั้นก็หายไปไหนไม่รู้นะคะ..."

สองแม่ลูกยิ้มมุมปากสบตากันอย่างรู้ใจ

"นั่นสิลูก หายไปไหนนะ... หนูหาทั่วหรือยัง" คุณหญิงพวงผกาถามลากเสียงเสแสร้งราวกับกำลังเล่นละคร "หรือว่าพวกขี้ข้าที่ไหนมันจะเอาไปนะ...."

"ถอยไป!" คณิณผลักฟ้าลดาล้มไปข้างๆ ก่อนจะเดินตรงขึ้นบันไดอย่างรวดเร็ว

ฟ้าลดาที่ล้มหน้าคะมำร้องเสียงแหลมอย่างตกใจ

คุณหญิงพวงผกาถลึงตามองคณิณอย่างเดือดดาล "แก แกกล้าผลักลูกเหรอ ไอ้คณิณ" เธอพุ่งขึ้นไปคว้าคอเสื้อคณิณที่กำลังเดินขึ้นบันไดแล้วกระชากลงมาอย่างแรง

คณิณซวนเซเพราะแรงดึงของแม่เลี้ยง ไอศกรีมกะทิของกล่อมกมลร่วงหลุดมือหกกระจายอยู่บนพื้นหินอ่อน

"แล้วจะทำไม! " คณิณมองไอศกรีมอย่างเดือดดาลแล้วปัดมือคุณหญิงพวงผกาออกอย่างรังเกียจ

"เอะอะโวยวายอะไรกัน" คุณหญิงย่าปรากฏตัวที่เชิงบันไดอย่างพอดิบพอดี เจมี่เองก็ยืนอยู่ข้างๆ ด้วย วันนี้เขาต้องเล่นไพ่เป็นเพื่อนคุณหญิงย่าทั้งวันเพราะคณิณไม่มารับเขาไปเดทตามสัญญา เจมี่มองเหตุการณ์ด้านล่างอย่างงุนงง

"คุณย่าขา" ฟ้าลดาทรุดนั่งลงกับพื้นสะอึกสะอื้นยกมือกุมแก้มเหมือนคนพึ่งโดนตบ "คุณย่า สร้อยเพชรสีชมพูที่คุณย่าให้ฟ้าเป็นของขวัญมันหายไปค่ะ พอหนู.... พอหนูถามคณิณดีๆ เขาก็ตบหนูค่ะ"

"ตอแหล" คณิณพูดเสียงเรียบ วันนี้เขาหมดความอดทนแล้วจริงๆ

"ไอ้คณิณ" คุณหญิงพวงผกาชี้หน้าคณิณทันที "แกกล้าว่าลูกฉันเหรอ!!! แกนี่มันชักจะมากไปแล้วนะ" เธอเงื้อมือขึ้นจะฟาดหน้าคณิณอย่างแค้นเคือง

เจมี่อดรนทนไม่ไหวจึงเอ่ยขึ้นว่า "ฟ้าลดา พี่เอาไปลืมไว้ที่ไหนเองหรือเปล่า"

"กล่อมกมล นี่น้องเข้าข้างมันเหรอ!!!" ฟ้าลดาร้องเสียงแหลม

"หยุดได้แล้ว!!!" คุณหญิงย่าตวาดลั่นกลบเสียงร้องน่ารำคาญของฟ้าลดาจนมิด

"แค่ไปค้นห้องมันดูก็รู้แล้วไม่ใช่เหรอ" คุณหญิงย่าส่งยิ้มให้คุณหญิงพวงผกาอย่างรู้กัน

คณิณหน้าซีดเผือด เขากำหมัดแน่นตัวสั่นสะท้าน

เจมี่เห็นดังนั้นก็เข้าใจทันที เรื่องแบบนี้เขาเคยดูมาในละคร เขาค่อยๆ ย่องออกจากด้านหลังของคุณหญิงย่าอย่างเงียบกริบ ก่อนวิ่งหน้าตั้งไปยังห้องคณิณด้วยความเร็วสูงสุด

 

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ห้องของคณิณถูกบรรดาแม้บ้านหลายคนรื้อค้นจนเละเทะไม่มีชิ้นดี ลิ้นชักโต๊ะหนังสือเล็กๆ ของเขาเปิดอ้า หนังสือเรียนกระจายอยู่บนพื้น เสื้อผ้าที่พับไว้อย่างเรียบร้อยกลายเป็นกองผ้ายับยู่ยี่เปื้อนฝุ่นอยู่บนพื้น เตียงถูกรื้อแม้กระทั่งฟูกที่นอนออกมาวางแผ่ ทว่าก็ไม่พบเครื่องเพชรแต่อย่างใด

"นี่มันอะไรกัน ทำไมไม่มี!!!" คุณหญิงพวงผกาเหวี่ยงหมอนใบหนึ่งลงพื้นอย่างเดือดดาล เธอกำชับแจ่มเป็นนักหนาแล้วว่าให้เอามาวางไว้ใต้หมอนไอ้คณิณ แล้วทำไมมันถึงไม่มี!!

"คุณแม่ขา มันต้องเอาไปซ่อนไว้ที่ไหนแน่เลยค่ะ คุณแม่" ฟ้าลดากระทืบเท้าเร่าๆอย่างร้อนใจ สร้อยเส้นนั้นเธอชอบมากซะด้วย ถ้าคุณแม่ไม่มาขอยืมโดยอ้างว่าจะใช้ไล่ไอ้คณิณออกจากบ้านได้ เธอคงไม่มีวันให้ยืมเด็ดขาด

"คุณแม่ขา...." ฟ้าลดาน้ำตาไหลพราก

คุณหญิงพวงผกาชี้หน้าลูกเลี้ยง "แกเอาสร้อยเพชรไปซ่อนไว้ไหน!! "

คณิณยืนกอดอกนิ่งอยู่มุมหนึ่งของห้อง ริมฝีปากยิ้มหยัน "หาไม่เจอก็คือไม่มี หาเสร็จก็ไสหัวออกไปได้แล้ว" เขาพูดเสียงเรียบ

"แก!!! ไอ้คณิณ!! แกกล้าพูดกับฉันอย่างนี้ได้ยังไง!!"

"แม่พวงผกา ฟ้าลดา ไปกันเถอะ ไม่เจอก็ไม่เจอ ฉันทนอยู่ห้องสับปะรังเคนี่ไม่ไหวแล้ว ฉันจะรีบไปอาบน้ำล้างตัว" คุณหญิงย่าพูดอย่างเย็นชาก่อนจะเดินหน้าเชิดออกจากห้องไป

"ฝากไว้ก่อนเถอะ" คุณหญิงพวงผกาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันจูงมือฟ้าลดาที่ร้องไห้กระซิกๆ เพราะเสียของรักออกจากห้องไปอย่างแค้นเคือง

เมื่อทุกคนไปแล้วคณิณจึงทรุดนั่งลงบนพื้นในห้องที่เละเทะ เขาเก็บหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมา ก่อนจะปาใส่ผนังอย่างแรงด้วยความโกรธ สุดท้ายจึงนอนแผ่ลงบนพื้นห้อง หมดอารมณ์ที่จะเก็บกวาดอะไรทั้งสิ้น

เป็นเวลาเนิ่นนานที่เขานอนจ้องเพดานอย่างหมดอาลัยตายอยาก จู่ๆ หน้าประตูก็มีเสียงคนเดิน จากนั้นประตูก็แง้มเปิดออกอย่างแผ่วเบา

เจมี่ค่อยๆ เดินมาทิ้งตัวนอนแหมะอยู่บนร่างแกร่งของคณิณ

"พี่โอเคไหม"

คณิณลูบต้นแขนเขาอย่างเหม่อลอย "นายเอาสร้อยเพชรไปไว้ไหน"

"ทิ้งลงชักโครกไปแล้ว" เจมี่ตอบ

คณิณหัวเราะร่วนแล้วพลิกตัวกอดเขาไว้ "นี่นายเอาสร้อยเพชรราคาหลายล้านไปทิ้งลงชักโครก? "

"อืม... ไหลลงไปกับสายน้ำเลยล่ะ ถ้าฟ้าลดาอยากได้คงลำบากหน่อย" เจมี่ตอบเรียบๆ แล้วเขากับคณิณก็หัวเราะกับเรื่องนี้อยู่ในห้องเละๆ เหมือนเด็กน้อยสองคน ซึ่งก็คือสิ่งที่พวกเขาเป็นจริงๆ

"ไอติมกะทินายหกหมดเลย" คณิณพูดเศร้าๆ ถอนหายใจอย่างเสียดาย

เจมี่นิ่งคิดนิดนึงก่อนจะลุกขึ้นนั่ง เขาค่อยๆ ปลดเข็มขัดคณิณที่มีสีหน้าประหลาดใจ เขาหัวเราะก่อนพูดว่า "กินของพี่แทนก็ได้" จากนั้นจึงก้มลงไปปรนนิบัติอย่างตั้งใจ

คณิณยกมือปิดหน้าครางในลำคอ ดวงตาฉ่ำรื่น กล่อมกมลคือสิ่งเดียวที่ทำให้เขาไม่เป็นบ้าไปซะก่อนในบ้านเฮงซวยหลังนี้

เนิ่นนานหลังจากนั้น ในความมืดที่แสงจันทร์ส่องเข้ามารางๆ คณิณกระซิบแผ่วเบาว่า "ฉันรักนาย"

น่าเสียดายที่เจมี่ไม่ได้ยิน เพราะเขาได้หลับสบายอยู่ในอ้อมกอดอีกฝ่ายเรียบร้อยแล้ว

 

ขณะที่พวกเขาทั้งสองกำลังตกอยู่ในห้วงรักนั้น อีกมุมหนึ่งของบ้านก็มีคนกำลังโดนลงโทษอยู่

"นังแจ่ม แกเอาสร้อยเพชรไปไว้ไหน!!" คุณหญิงพวงผกาถามคาดคั้นก่อนบิดหูแจ่มอย่างแรง "แกขโมยไปใช่ไหม ฮะ!!?"

"แจ่มไม่ทราบจริงๆ ค่ะคุณผู้หญิง" หญิงสูงวัยร้องไห้อย่างน่าสงสาร "แจ่มก็วางไว้ใต้หมอนคุณชายใหญ่ตามที่คุณหญิงสั่งแล้ว ไม่รู้ว่าหายไปได้ยังไง"

"แกอย่ามาโกหกฉันนะ!!" คุณหญิงพวงผกาผลักแจ่มไปกระแทกผนังอย่างแรง

แจ่มร้องครวญคราง "คุณผู้หญิงคะ แจ่มสาบานได้ แจ่มวางไว้แล้วจริงๆ "

"แล้วมันหายไปในอากาศหรือไงฮะ!!? " คุณหญิงพวงผกาตวาดลั่น "สร้อยมันหายไปได้เองเหรอ นังโง่!! "

แจ่มนิ่งคิดนึง ก่อนเงยหน้ามองคุณหญิงพวงผกาด้วยสีหน้าเหมือนพึ่งนึกอะไรออก

"สงสัยจะเป็นฝีมือคุณหนูเล็กค่ะ คุณผู้หญิงจำได้ไหมคะ ในห้องโถง จู่ๆ คุณหนูเล็กก็วิ่งหายไป"

คุณหญิงพวงผกานิ่งงัน เธอเองก็สงสัยลูกชายคนเล็กอยู่เหมือนกัน

"ไม่รู้ว่าทำไมพักหลังมานี้กล่อมกมลถึงไปสนิทกับไอ้คณิณ" เธอพึมพำกับตัวเอง

"วันนี้ฉันจะไม่คิดบัญชีกับแก แกไสหัวหงอกๆ ไปได้แล้ว จับตาดูกล่อมกมลให้ดี เครื่องดักฟังนั่นน่ะ...." คุณหญิงพวงผกากระซิบคำสุดท้ายแผ่วเบาอย่างมีเลศนัย

แจ่มรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นทันที "ทราบแล้วค่ะ คุณผู้หญิง" เธอพูดเสียงเบาก่อนเดินกะโผลกกะเผลกจากไปอย่างรวดเร็วให้ตายแจ่มไม่กล้าพูดถึงสิ่งที่เธอสังเกตเห็นระหว่างสองพี่น้อง ไม่อย่างนั้นเกรงว่าจะเกิดเรื่องใหญ่แน่ๆ

 

 

Talk พรุ่งนี้จะลงอีกตอนนะคะ ใกล้จบแน้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 163 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

149 ความคิดเห็น