ปราบนายตัวร้ายด้วยรัก [Yaoi][ระบบ]

ตอนที่ 8 : โลกละครหลังข่าว ตอนที่ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,430
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 163 ครั้ง
    18 พ.ย. 63

 

 

ประมาณตีสองคณิณก็ขับรถเข้ามาจอดยังคอนโดริมทะเลแห่งหนึ่ง "นี่เป็นคอนโดคุณพ่อ บางทีเราก็มาพักกันที่นี่ครั้งละเป็นอาทิตย์ๆ นายจำได้ไหม? "

"ไม่ ผมจำไม่ได้ ตอนนั้นผมเป็นคนอื่นอยู่"

คณิณจูบแก้มเขา "นายไปหัดพูดจาไร้สาระแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่" เขาหัวเราะอย่างอารมณ์ดี "แต่ฉันชอบนะ"

"แล้วพี่ชอบใครมากกว่ากัน" เจมี่ถามอย่างจริงจัง

คณิณนิ่งคิดครู่หนึ่ง "นายตอนเด็กน่ารักมากก็จริง แต่ฉันชอบนายตอนนี้ที่สุด" เขายิ้มกว้างก่อนพูดว่า "เราขึ้นไปกันเถอะ"

 

คอนโดริมทะเลแห่งนี้ใหญ่มาก แต่ทั้งตึกแทบไม่มีคนอยู่ เหมือนเป็นที่พักตากอากาศของพวกคนรวย ห้องของคุณพ่อครองพื้นที่ทั้งชั้น คณิณกับเขาแยกกันนอนคนละห้อง เจมี่นอนตาเบิกโพลงอยู่ในความมืด เสียงคลื่นข้างนอกดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ไม่เหมือนหัวใจเขาที่กำลังเต้นแรงจนแทบระเบิดออกมาจากอก

เขาได้ยินเสียงเปิดประตูห้อง จากนั้นก็เสียงเดินอย่างแผ่วเบา เจมี่ได้แต่นับหนึ่งถึงสิบในใจ เสียงเดินนั้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จากนั้นร่างสูงใหญ่ของคณิณก็ทาบทับลงมา พวกเขาสบตากันในความมืด ต่างฝ่ายต่างตกอยู่ในห้วงเวลาอันหยุดนิ่ง ไร้ซึ่งคำพูดใด

 

nc

 

ยามเช้าตรู่ แสงสีทองลอดผ้าม่านสีขาวผืนบางเข้ามายังห้องที่มีร่างสูงสองร่างนอนกอดก่ายเคียงข้างกัน คณิณที่ตื่นขึ้นมาก่อนกำลังเฝ้ามองใบหน้าเล็กๆ ที่โผล่พ้นขอบผ้าห่มออกมาอย่างมีความสุข เสียงคลื่นทะเลราวกับดนตรีบรรเลงอยู่ภายนอก อากาศสดชื่นเจือกลิ่นเกลือเล็กน้อย คณิณรู้สึกราวกับอยู่ในความฝัน

"ฉันรักนาย" เขากระซิบ ปัดปอยผมที่ระหน้าผากน้องชายออกอย่างอ่อนโยน แพขนตาของร่างที่กำลังหลับสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นในที่สุด

เจมี่กะพริบตาปริบๆ แสงแดดทำให้ตาพร่ามัวชั่วขณะ ภาพแรกที่เห็นคือคณิณกำลังส่งยิ้มกว้าง เมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อคืนก็ได้แต่เอาผ้าห่มปิดหน้าแก้เขิน

[ก๊อกๆ ] ระบบกล่าวขึ้น

เจมี่ที่อยู่ใต้ผ้าห่มกลิ้งตัวไปอีกทางก่อนคุยกับระบบในใจ "ก๊อกๆ อะไรของคุณ"

[ฉันเกรงว่าจะรบกวนความสุขของโฮสต์เลยเคาะเรียกก่อน]

"คุณมีอะไรเหรอ" เจมี่ถาม

[โฮสต์รู้จักคำว่า Pillow talk หรือไม่?]

แน่นอนว่าเขาไม่รู้จัก แต่ระบบที่อัปเกรดความลามกมาแล้วทำให้เขาคิดในทางดีไม่ได้เลย

"ไม่ ผมไม่รู้จัก" เจมี่ตอบอย่างระแวง

[ฉันกำลังศึกษาศัพท์สแลงในคู่มือโลกมนุษย์อยู่ จึงพบว่ามีสิ่งน่าสนใจมากมาย Pillow talk นั้นก็คือการสนทนากันบนเตียงหลังเสร็จกิจ]

นั่นไง เป็นระบบลามกจริงๆ ด้วย

ระบบไม่สนใจความคิดของเขา [ในคู่มือโลกมนุษย์บอกฉันว่า การเกลี้ยกล่อมกันบนเตียงหลังเสร็จกิจมักจะประสบความสำเร็จสูงมาก เนื่องจากผลของสารเอ็นดอร์ฟินที่ยังตกค้าง]

"เสร็จอะไรของคุณ...." เขาเถียงระบบเสียงอ่อน ความจริงเมื่อคืนพวกเขาแค่ช่วยกันไปมาเท่านั้นเอง

 เจมี่พูดยังไม่ทันจะขาดคำ คณิณตัวดีเริ่มลูบไล้ต้นขาเขาผ่านผ้าห่ม ขณะที่ระบบยังก็คงพูดต่อไปเรื่อยๆ

[ระบบอยากจะขอเตือนโฮสต์ว่าเวลาที่คณิณจะสังหารคุณหญิงย่านั้นใกล้เข้ามาแล้ว คุณควรรีบจบภารกิจให้เร็วที่สุด ขอให้มีความสุขกับความรักค่ะ]

เจมี่พลันได้สติ ขยับตัวหนีมือปลาหมึกทันที [ระบบ เดี๋ยว ระบบ!]

ทว่าเรียกเท่าไหร่ก็ไม่มีเสียงตอบ ระบบลามกได้จากไปแล้ว เขาเปิดผ้าห่มออกทันที

"คณิณ...." เจมี่เรียกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงจริงจัง คณิณหยุดมือ เจมี่จูบเขาอย่างรวด ซึ่งคณิณก็ตอบรับเป็นอย่างดี เนิ่นนานกว่าริมฝีปากจะแยกออกจากกัน

"เราหนีไปด้วยกันไหม ไปเมืองนอกหรือที่ไหนก็ได้ อยู่ด้วยกันแค่สองคน ไม่ต้องมีคุณหญิงย่าหรือใครทั้งนั้น"

คณิณหลุบตาลงไม่สบตาเขา เจมี่คิดว่ารู้คำตอบทันที

"แน่นอนว่าฉันจะไปกับนายทุกที่" คณิณยกมือเขาขึ้นจูบ "แต่ฉันมีเรื่องที่ต้องทำให้สำเร็จก่อน"

"พี่คิดจะทำอะไร แก้แค้นงั้นเหรอ? " เจมี่ถามออกไปอย่างไม่ทันคิดให้รอบคอบ

คณิณปล่อยมือเขาทันที "นายไม่เข้าใจหรอก" เขาถอนหายใจก่อนลุกขึ้นสวมกางเกง "กลับบ้านกันเถอะ ป่านนี้พวกนั้นคงรอแล้ว" เขาพูดอย่างเย็นชา

เจมี่รู้สึกเหมือนใจสลาย "พี่แค่ปล่อยวางไม่ได้เหรอ พี่มีผมแล้วนี่ไง..."

ระบบแจ้งเตือนทันที [ขณะนี้ระดับความโกรธสูง อันตราย กรุณาหยุดพูด] แต่นาทีนั้นเจมี่ไม่สนใจแล้ว ทำไมคณิณเปลี่ยนแปลงไปได้รวดเร็วขนาดนี้

"แล้วพี่คิดจะทำอะไร พี่จะ…จะต้องฆ่าคุณย่าถึงจะพอใจเหรอ"

คณิณกระชากแขนเขาทันที เจมี่มองเข้าไปในดวงตาของเขา แต่ไม่เห็นอะไร ไม่มีความรัก ไม่มีอะไรเลยนอกจากหลุมลึกสีดำว่างเปล่าที่ไม่มีวันเติมเต็ม

"นายมันจะไปรู้อะไร นายเองก็เหมือนกัน เมื่อก่อนนายเองเคยทำอะไรกับฉันไว้บ้าง ลืมแล้วเหรอ?" คณิณกระซิบอย่างเย็นชา

"พี่เป็นอะไรเนี่ย!! " เจมี่ถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ

ทันใดนั้นแววตาคณิณก็ว่างเปล่าเลื่อนลอยเหมือนติดอยู่ในความทรงจำเลวร้าย

"ชีวิตนายมีทุกอย่าง นายไม่เคยหิว ไม่เคยเจ็บ ไม่เคยต้องร้องไห้อยู่คนเดียวในห้องมืดๆ แล้วนายจะมาเข้าใจอะไรฉัน!!" เขากระซิบอย่างเจ็บปวด

"มีครั้งหนึ่งตอนยังเด็ก ฉันป่วยหนักมากจนแทบตาย ไม่มีใครพาฉันไปหาหมอ ไม่มีใครมาดูฉัน ฉันพึ่งมารู้ที่หลังว่านังคุณหญิงย่ามันห้ามไว้ ใครมาช่วยฉันจะไล่ออก โชคดีที่แจ่มยอมเสี่ยงแอบเอายาเอาข้าวมาให้กินตอนดึกๆ ฉันเลยรอดมาได้" เขาตัวสั่นสะท้านเหมือนหวาดกลัวมาก

"มันจะฆ่าฉัน กล่อมกมล มันจะฆ่าฉัน แล้วจะให้ฉันทำยังไง นั่งรอให้มันมาฆ่าฉันเหรอ!!! " คณิณเขย่าตัวเขาอย่างรุนแรง

เจมี่กลัวมาก กลัวที่สุดในชีวิต เขาแน่ใจแล้วว่าคณิณไม่ปรกติอย่างแน่นอน น้ำตาค่อยๆ ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

คณิณเห็นดังนั้นก็เริ่มได้สติ เขารีบปล่อยมืออย่างรวดเร็ว

เขาไม่ได้ตั้งใจจะทำอย่างนี้เลย แต่เมื่อได้ยินคำว่าคุณหญิงย่า ความโกรธของเขาก็มักจะพุ่งสูงขึ้นทันทีเหมือนตั้งโปรแกรมไว้ กล่อมกมลต้องมาอยู่ที่นี่เพราะเขาควบคุมความต้องการของตัวเองไม่ได้ ตอนนี้ยังทำร้ายคนคนเดียวที่รักและจริงใจกับเขาอีก

"ฉันขอโทษ ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ" เขาดึงเจมี่เข้ามากอดไว้แน่นจนเจ็บไปหมด "นายให้อภัยฉันนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ " คณิณรีบพูดเสียงสั่นเหมือนกลัวเขาจะโกรธ

เจมี่พยายามดิ้นรน แต่ไม่เป็นผล ในที่สุดก็ทนไม่ไหวปล่อยโฮเหมือนเด็กๆ

"ผมอยากกลับบ้าน" เขาพูดสะอึกสะอื้น หมายถึงบ้านของเขาจริงๆ บ้านที่มีคุณยายใจดีและต้นจันต้นใหญ่ บ้านที่ไม่มีคณิณที่ทำตัวน่ากลัวเอาแน่เอานอนไม่ได้และคุณหญิงย่าที่ไร้เหตุผล เจมี่รู้สึกเหนื่อยกับเรื่องนี้มากจริงๆ

"คณิณ พี่ต้องไปหาหมอนะ" เขาแข็งใจพูดออกมา แม้ระบบจะยังแจ้งเตือนไม่หยุด

คณิณพรมจูบเขาไปทั่วใบหน้าเหมือนรู้สึกผิด "ไม่ ฉันไม่เป็นไร ฉันสัญญาว่าหลังจบเรื่องนี้เราจะได้อยู่ด้วยกัน อยู่ด้วยกันตลอดไป" เขาตัวสั่นสะท้าน

เจมี่รู้สึกได้ว่าหัวใจของอีกฝ่ายเต้นแรงเหมือนจะระเบิด แต่มันจะจบยังไง เขาอดคิดไม่ได้

สุดท้ายระบบก็แจ้งเตือนอย่างเศร้าหมอง [การคุยกันบนเตียงไม่ประสบผลสำเร็จ ขอให้พยายามต่อไป]

 

ขณะกำลังขับรถกลับบ้าน คณิณยังคงเงียบกริบเหมือนคิดอะไรอยู่ในใจ เจมี่รู้สึกดีใจที่เมื่อคืนไม่ได้ถลำลึกลงไปจนถอนตัวไม่ขึ้น เพราะบรรยากาศตอนนี้มันแย่จริงๆ ความสุขเมื่อคืนระเหยไปหมดสิ้นเหมือนน้ำค้างโดนแดด

คณิณก็คงทนไม่ไหวเหมือนกัน ในที่สุดเขาจึงจอดรถข้างทาง

"ฉันขอโทษ" เขาพูดแผ่วเบา "ฉันจะไม่ทำร้ายนายแบบนั้นอีกแล้ว ฉันสาบาน"

เมื่อเห็นสีหน้าเศร้าหมองของคณิณ เจมี่ก็พ่ายแพ้ต่อความสงสาร จึงเอื้อมมือไปจับมือข้างหนึ่งของเขาไว้ คณิณกุมมือเขาทันที พวกเขานั่งจับมือกันอย่างนั้นอยู่สักพักโดยไม่ได้พูดอะไร

"ผมเข้าใจ พี่ไม่ต้องอธิบายอะไรหรอก" เจมี่พูดในที่สุด

ครั้งหนึ่งคุณยายเคยบอกเขาว่า ทุกคนล้วนมีด้านที่น่าเกลียด ด้านที่พยายามปิดบังไม่ให้ใครเห็น คณิณไม่ใช่เทวดาอะไร เขาเป็นมนุษย์ที่ไม่สมบูรณ์พร้อม เขาแตกหัก เปราะบาง แต่ขณะที่จับมือกันอยู่นั้น พวกเขาก็กลายเป็นสิ่งที่สมบูรณ์ขึ้น และไม่ได้โดดเดี่ยวอีกต่อไป

ในชาติที่แล้วเขาไม่เคยมีความรักมาก่อน เลิกเรียนก็กลับมาช่วยยายทำอาหารขาย เขาคิดว่าบางทีความรู้สึกอบอุ่นใจนี้ละมั้งที่ใกล้เคียงการมีคนรัก "ไปหาข้าวกินข้าวกันเถอะ ผมหิวจะตายอยู่แล้ว"

สักพักคณิณก็จอดรถที่ร้านอาหารเล็กๆ แห่งหนึ่ง

"ร้านนี้ฉันเคยมากินกับคุณแม่ตอนเด็ก อร่อยดี" เขาเปิดประตูให้เจมี่เข้าก่อน

"พี่อยากกินอะไร" เมื่อนั่งลงเจมี่ก็เปิดเมนูผ่านๆ

"อยากกินนาย" คณิณตอบหน้าตาเฉยเหมือนเรื่องชั่วโมงก่อนเป็นแค่ฝันร้าย เมื่อเห็นเขาหน้าแดงจัดจึงรีบเปลี่ยนท่าทีเป็นจริงจังพลางกล่าวว่า "ตอนเช้ากินอาหารหนักๆ ไม่ดีต่อกระเพาะ สั่งพวกโจ๊กก็แล้วกัน"

เจมี่หัวเราะ "พี่อายุไม่ถึงยี่สิบ พูดจาเป็นคนแก่ไปได้"

คณิณยิ้มกริ่ม "เมื่อคืนนายก็รู้ว่าฉันโตแค่ไหน.."

"พอเลย!! " เขาก้มหน้าอ่านเมนูหน้าแดงแปร๊ด สุดท้ายคณิณก็สั่งอาหารอ่อนๆ เช่นพวกต้มจืด ผัดผัก อะไรแบบนั้น คณิณกินคำนึงก็เงยมองเขาครั้งหนึ่ง กินไปมองไปอยู่อย่างนั้นจนเขาต้องเอ่ยปาก

"พี่เลิกมองผมสักทีได้ไหม ผมอึดอัด กินไม่ลงแล้วเนี่ย"

คณิณไม่พูดอะไร ยิ้มและคอยตักอาหารใส่จานเขาจนพูนจาน เจมี่กินจนจะแน่นท้องไปหมด

ความจริงเขาอยากเริ่มการเกลี้ยกล่อมอีก แต่ประสบการณ์เลวร้ายเมื่อเช้าสอนให้เขาต้องคอยสังเกตดูสถานการณ์เหมาะสมด้วย ดูภายนอกเหมือนคณิณจะสงบนิ่ง แต่เขาคือระเบิดเวลาเดินได้ดีๆ นี่เอง ความอดทนของเขาที่มีต่อบ้านอัครเดชเดชากรณ์วรกุล ใกล้หมดแล้ว จากเมื่อคืนที่งานเลี้ยง และเมื่อเช้า ทุกอย่างกำลังจะระเบิดกลายเป็นโกโก้ครั้นซ์เร็วๆ นี้แน่นอน

กว่าพวกเขาจะกลับถึงบ้านก็บ้านก็บ่ายโมงกว่า ขณะที่กำลังเดินกะหนุงกะหนิงเข้าบ้านราวกับโลกนี้มีเพียงสองเรา จู่ๆ คณิณก็คว้าข้อมือเขาเอาไว้

"ตบฉัน" เขากระซิบข้างหู "นายต้องตบฉันเดี๋ยวนี้"

เจมี่มองเห็นคุณหญิงพวงผกาที่กำลังเดินหน้าบึ้งตึงมาก็เข้าใจทันที "ผมทำไม่ได้หรอก"

"นายต้องทำ ถ้าคุณหญิงแม่นายรู้ว่าเราสนิทกันจะสงสัยเอาได้" เขาพูดด้วยสีหน้าจริงจัง เจมี่จึงเงื้อมือขึ้น แล้วแปะลงบนแก้มข้างซ้ายของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้

"ต่อไปแกต้องมารับฉันให้เร็วกว่านี้ เข้าใจไหม!! "

คณิณก้มหน้ารับทันที "พี่เข้าใจแล้ว"

คุณหญิงพวงผกาเดินมายืนกอดอกทำหน้าเย้ยหยันไปด้วย "ดีแล้วลูก ตบมันให้แรงๆ กว่านี้หน่อย มันกล้ามาลากลูกแม่ออกไปกลางงานเลี้ยงชาวีได้ยังไง"

"ต่อไปแกอย่ามากำเริบกับลูกฉันอีก" เธอฟาดมือลงที่หน้าคณิณเต็มแรงทันที

เจมี่ตกใจหน้าซีด

"ครับ คุณหญิง ผมผิดไปแล้วครับ" คณิณก้มหน้าสำนึกผิด บนแก้มซีดขาวของเขาปรากฏรอยแดงรูปมือชัดเจน

"แม่ พอเหอะน่า" เจมี่รีบพูดขึ้นทันทีที่เห็นคุณหญิงแม่ของเขาง้างมือเตรียมฟาดซ้ำ ขณะที่เขากำลังจะเข้าขัดขวาง เสียงคุณหญิงย่าก็ดังขึ้นก่อน

"แม่พวงผกา กล่อมกมล มาคุยเรื่องงานหมั้นที่ห้องหนังสือกับฉันหน่อย" คุณหญิงย่าปรากฏตัวที่หน้าประตู

คุณหญิงพวงผกาเห็นดังนั้นจึงลดมือลงอย่างหงุดหงิด

"ส่วนแก ไอ้คณิณ แกนี่มันหน้าด้านหน้าทนเหมือนแม่แกไม่มีผิด แกไปล้างรถทุกคันในโรงรถ ถ้าฉันไปดูแล้วเห็นฝุ่นแม้แต่นิดเดียวแกจะไม่ได้กินข้าวไปอีกหลายวัน" คุณหญิงย่ากล่าวเสียงเรียบก่อนเดินเข้าบ้านไปทันที

"ถ้ามีคราวหน้าอีกฉันไม่เอาแกไว้แน่" คุณหญิงพวงผกากระซิบอย่างเคียดแค้น

"กล่อมกมล ตามแม่มาเดี๋ยวนี้! " เธอหันมาแหวใส่เขา พูดจบก็เดินฉับๆ ตามคุณหญิงย่าไปทันที

เมื่อแน่ใจว่ามารดาของเขาเดินไปแล้ว เจมี่จึงรีบเข้าไปตรวจดูใบหน้าคณิณ "พี่เจ็บมากไหม" เขาถามพลางลูบรอยแดงรูปฝ่ามือบนแก้มขาวซีดอย่างปวดใจ

"ฉันเคยเจ็บมากกว่านี้เยอะ" คณิณตอบ "ถ้านายอยากให้ฉันหายเจ็บคืนนี้มาห้องฉันสิ....."

เจมี่เดินตามคุณหญิงแม่ไปห้องหนังสือทันทีโดยไม่พูดอะไร คณิณ พี่ชายแสนดีและอบอุ่นของเขาได้กลายเป็นอะไรไปแล้วก็ไม่รู้

 

เมื่อมาถึงห้องหนังสือเจมี่ก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ วันนี้เขาต้องเล่นใหญ่ให้ถึงที่สุด ไม่อย่างนั้นคงไม่พ้นต้องหมั้นกับใครก็ไม่รู้ แล้วสุดท้ายก็จะกลายเป็นเขาเองที่กระตุ้นให้คณิณคั่งแค้นจนนำมาซึ่งโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หลายครั้ง อัญเชิญวิญญาณของกล่อมกมลคนเก่ามาประทับร่าง แล้วถีบประตูเข้าไปอย่างแรง

"คุณแม่ คุณย่า เรื่องหมั้นนี่มันอะไรกัน! ผมพึ่งจะอายุสิบห้านะ แล้วน้องปลายฟ้าอะไรนั่นเป็นใครกัน!? "

คุณหญิงพวงผกาทำหน้าไม่ใส่ใจเหมือนชินกับท่าทางแบบนี้ของเขามานานแล้ว

"ตระกูลของน้องปลายฟ้ากำลังจะเข้ามาลงทุนในธุรกิจใหม่ของเรา ลูกเองก็ต้องช่วยเหลือครอบครัวด้วยสิ"

"ช่วยเหลืออะไร! ผมไม่มีปัญญาทำอย่างอื่นนอกจากแต่งงานแล้วหรือไง!! " เจมี่ตวาดลั่น เขาตัดสินใจแล้วว่าจะเล่นใหญ่ก็ต้องเล่นให้สุด ดังนั้นจึงคว้าแจกันที่อยู่ใกล้มือทุ่มลงพื้นทันที แต่โชคร้ายที่เขาเป็นคนมือเบามากขนาดเด็ดดอกไม้ยังไม่ช้ำ อีกทั้งพื้นที่เป็นพรมหนาแจกันเลยไม่แตก เจมี่กัดลิ้นก่อนจะยกแจกันขึ้นมาใหม่แล้วขว้างไปที่ประตูไม้เต็มแรง ก็ยังไม่แตกอีก นี่แจกันทำจากอะไรกันเนี่ย

"กล่อมกมลลูก!!! ใจเย็นๆ ก่อน" คุณหญิงย่ายกมือกุมอกด้วยความตกใจ

"ไม่แต่ง ไม่แต่ง ไม่แต่ง ผมจะแต่งกับคนที่ผมรักเท่านั้น!!" หน้าคณิณผุดขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ขณะที่เขากำลังพุ่งเขาหาโถแก้วหรูหราอีกใบคุณหญิงย่าก็พูดขึ้นว่า

"ไม่แต่งก็ไม่แต่ง เฮ้อ ฉันเหนื่อยแล้ว"

คุณหญิงพวงผกาหันขวับไปหาคุณหญิงย่าทันทีด้วยสีหน้าไม่พอใจ "ทำไมคุณแม่ถึงพูดอย่างนั้นล่ะคะ"

คุณหญิงย่าเหม่อมองเหมือนคิดถึงอดีต "ฉันเหนื่อยแล้วกับการบังคับให้ใครเขารักกัน ตัวอย่างก็เคยมีมาก่อนไม่ใช่หรือ"

"แล้วทำไมคุณแม่พึ่งเกิดมาคิดได้เอาตอนนี้ ถ้าก่อนหน้านั้น..." เธอหยุดนิดหนึ่งเหมือนพยายามสงบสติอารมณ์อย่างสุดความสามารถ ในที่สุดก็กลับมาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานเหมือนเดิม "เรื่องนี้ต้องคุยกับบ้านหนูปลายฟ้าด้วย หนูขอตัวก่อนนะคะ" แล้วเธอก็ลุกเดินออกไป

เจมี่มองท่าทางหลายบุคลิกของคุณหญิงแม่อย่างตกตะลึง

"คุณย่าครับ…" เขาเรียกเสียงแผ่ว แต่คุณหญิงย่าไม่ตอบ เหมือนเธออยู่ในโลกแห่งความคิด สีหน้าเศร้าหมองมาก เจมี่เดินกลับห้องด้วยความไม่สบายใจ ดูเหมือนคุณหญิงย่ากับคุณหญิงพวงผกาจะมีเรื่องอะไรบางอย่างที่พวกพวกเขาไม่รู้หรือเปล่านะ

 

 

Talk สวัสดีค่ะ ทักทายกันหน่อยเนอะ ขอบคุณที่ติดตามค่ะ จริงๆ มีเวอร์ชั่นที่มี NC นะคะ แต่แค่ถูๆ ไถๆ เท่านั้นเอง ตามหากันได้จากชื่อเรื่อง หรือไบโอทวิต กลัวโดนแบน 55

สำหรับไรท์ พวกเขาก็เป็นแค่เด็กน้อยสองคนเท่านั้นเอง เอาใจช่วยพี่น้องคู่นี้ฝ่าฟันอุปสรรคกันด้วยนะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 163 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

147 ความคิดเห็น