ปราบนายตัวร้ายด้วยรัก [Yaoi][ระบบ]

ตอนที่ 6 : โลกละครหลังข่าว ตอนที่ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,746
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 228 ครั้ง
    22 เม.ย. 63

 

เจมี่ไม่มีเวลาคิดอะไรอีกแล้ว เขาเงี่ยหูฟังเสียงรถจอด อะดรีนาลีนกำลังหลั่งจนเขาตาสว่างไปหมด เขารีบประกอบแผ่นไม้กลับอย่างรวดเร็วที่สุดด้วยมืออันสั่นเทาจนแทบทำไม่สำเร็จ ขณะที่กำลังจะยกขึ้นนั้นเรี่ยวแรงกลับไม่พอ กรอบรูปเอียงไปด้านหนึ่งกำลังจะกระแทกกับตู้ไม้ ทันใดนั้นก็มีใหญ่มารองเอาไว้ เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นก็พบกับแววตาล้ำลึกของคณิณ คณิณยกกรอบรูปนั้นแขวนที่เดิมอย่างเงียบเชียบ

"รีบไปกันเถอะ" คณิณพูดก่อนจะคว้าข้อมือเขาวิ่งออกจากห้องด้วยกันอย่างรวดเร็วโดยปิดประตูตามหลังอย่างแผ่วเบา

แล้วทันใดนั้นพวกเขาก็ได้ยินเสียงเดินดังใกล้เข้ามาจากทางปีกทางเดินด้านข้าง เจมี่อยากจะเป็นลมให้รู้แล้วรู้รอด ไม่มีเวลาแล้ว

ระหว่างที่เขากำลังทำอะไรไม่ถูกอยู่นั้น คณิณก็ดึงเข้าไปซ่อนในตู้ไม้โบราณตู้หนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ ในตู้นั้นแคบมาก ร่างของพวกเขาเบียดชิดกันจนแทบจะไม่มีช่องว่าง เจมี่สูงแค่ไหล่อีกฝ่ายดังนั้นใบหน้าของเขาจึงฝังแนบอยู่กับหน้าอกจนได้ยินเสียงหัวใจที่กำลังเต้นรัวกระหน่ำของคณิณ

เสียงเดินนั้นยังวนเวียนอยู่หน้าห้องทำงานของคุณพ่อ เหมือนกำลังหาอะไรสักอย่าง

เจมี่เริ่มรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกจึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เขาเห็นดวงตาล้ำลึกของคณิณเปล่งประกายแวววาวอยู่กลางความมืดเหมือนดวงดาว เสียงเดินลับหายไปแล้ว แต่ใบหน้าคณิณกลับใกล้เข้าเรื่อยๆ ทำไมถึงดูใกล้เข้ามาเรื่อยๆ นะ เจมี่อดคิดไม่ได้

ทันใดนั้นเขาก็หลุดจากมนต์สะกดบางอย่าง เจมี่ดิ้นพรวดพราดออกจากตู้แล้วล้มลงกับพื้นอย่างน่าสมเพช จากนั้นก็เด้งลุกขึ้นมาทันทีเหมือนคนโดนไฟช็อต โชคดีที่ไม่มีใครอยู่หน้าห้อง เจมี่ที่ความคิดกระเจิดกระเจิงวิ่งสี่คูณร้อยลงมาข้างล่างอย่างบ้าคลั่ง สบถด่าบ้านหลังนี้ที่กว้างใหญ่เกินไปอย่างไม่เคยทำมาก่อน

"ทำไมกลับมาเร็วนักละครับ" เขาพูดพลางหอบหายใจยืนนิ่งอยู่ข้างบันได ผมเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อแนบติดหน้าผาก

"คุณย่ากับฟ้าลดาไปบ้านชาวีต่อ แต่แม่รู้สึกเหนื่อยๆ เลยกลับมาก่อน" คุณหญิงแม่บ่นพลางมองเขาด้วยความสงสัย "ทำไมลูกเหงื่อโทรมแบบนั้น ออกกำลังกายหรือลูก"

"เปล่าครับ...เอ่อ คือ..ผม...ไปวิ่งมาจริงๆ นั่นแหละ" เจมี่ปาดเหงื่อ

แล้วเขาก็นึกขึ้นได้ ซองล่ะ?! เขาก้มดูมือตัวเองทันที ไม่มี คณิณณณณณ เจมี่ถลาขึ้นบันไดอีกรอบอย่างเหนื่อยอ่อน

"แล้วลูกจะรีบไปไหนน่ะ? " เสียงคุณหญิงแม่ตะโกนไล่หลัง

แม้เจมี่จะเคยมาที่ห้องของคณิณแล้วครั้งหนึ่ง แต่คราวก่อนที่ถูกประตูปิดใส่หน้าก็ไม่ใช่ความทรงจำที่ดีสักเท่าไหร่ เขากลั้นใจเคาะประตูแผ่วเบาสองครั้ง ข้างในมีเสียงคนเดิน เมื่อประตูแง้มเปิดออก เจมี่ก็ถูกมือใหญ่ฉุดเข้าไปในห้องมืดๆ ที่ไม่ได้เปิดทั้งไฟและหน้าต่างทันที

ตอนนี้เขาอยู่ในอ้อมแขนของใครบางคนที่กอดเขาไว้แน่

"พี่คณิณเหรอ หยุด! ปล่อยผม!" เขาดิ้นขลุกขลัก ทันใดนั้นไฟก็เปิดขึ้น เจมี่มองคณิณที่ยังคงกอดเขาอยู่ เขาหน้าแดงสะบัดตัวออกทันที

"พี่เป็นบ้าอะไรเนี่ย ซองล่ะ เปิดหรือยัง?" เจมี่ถามอย่างเคร่งเครียด

"ยัง เราน่าจะเปลือย เอ๊ย เปิด เปิดซองด้วยกัน" คณิณพูดพลางยิ้มกริ่ม เจมี่ไม่เข้าการพูดผิดของเขาเลย

เขาอดมองไปรอบๆ ไม่ได้ แม้ห้องของคณิณจะอยู่ใกล้เรือนคนรับใช้ แต่ก็ไม่ได้ทรุดโทรมน่าสงสารเหมือนที่เขาจินตนาการไว้เลย ห้องนี้ตกแต่งเรียบง่ายด้วยโทนสีขาว มีเพียงโต๊ะไม้ ชั้นหนังสือ ตู้เสื้อผ้าใบเล็ก และเตียงขนาดใหญ่เท่านั้น ห้องขนาดใหญ่เลยดูโล่งโปร่งสบาย

"ห้องพี่ใหญ่ดีเนอะ" เขาเอ่ยเรียบๆ

"อืม ใหญ่อยู่นะ"คณิณตอบ เจมี่สะบัดหัวนิดหน่อย

"ซองอยู่ไหนล่ะ เปิดกันเถอะ" เจมี่รีบพูดก่อนจะรู้สึกสับสนไปมากกว่านี้ คณิณจูงมือเขาไปนั่งที่เตียงแล้วล้วงซองปิดผนึกออกมา

เขากับคณิณสุมหัวอ่านด้วยกันในความเงียบ

"ข้าพเจ้า ไตรทศ อัครเดชเดชากรณ์วรกุล ได้ทำพินัยกรรมฉบับนี้ไว้ เพื่อแสดงเจตนาว่า เมื่อข้าพเจ้าถึงแก่กรรม ให้แบ่งทรัพย์สินของข้าพเจ้าทั้งหมด ทั้งที่มีในอยู่ปัจจุบัน และที่จะมีต่อไปในอนาคตให้แก่บุคคลที่มีรายชื่อต่อไปนี้ คนละหนึ่งส่วนเท่าๆ กันคือ ....."

"เราพี่น้องได้คนละเท่าๆ กัน" เจมี่ถอนหายใจอย่างโล่งอก"นี่ก็ดูไม่มีอะไรผิดปรกตินี่นา ทำไมคุณพ่อต้องซ่อนไว้ด้วยล่ะ"

"เพราะนังคุณหญิงย่าจะไม่ยอมให้ฉันได้อะไรไง" คณิณยัดพินัยกรรมลงไปในซองแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำครู่หนึ่ง "ฉันซ่อนไว้ใต้ฝ้าเพดาน" เขาเสริมเมื่อเห็นหน้าสีหน้าสงสัยของเจมี่ จากนั้นจึงเดินมานั่งลงข้างๆ

"แล้วเราจะทำยังไงกับพินัยกรรมกันดี" เขามองที่ไปคณิณ

"พรุ่งนี้ฉันจะเอาไปให้คุณเกรียงไกร ทนายของคุณพ่อ"

"คุณเกรียงไกรไว้ใจได้แน่เหรอ" เจมี่ถามด้วยความสงสัย "เขาจะไม่เป็นพวกคุณหญิงย่าเหรอ"

"เขาไว้ใจได้" คณิณยิ่งพูดยิ่งเขยิบเข้ามาใกล้จนร่างกายพวกเขาแนบชิดกัน "คุณเกรียงไกรเป็นเพื่อนของคุณพ่อและคุณแม่ฉันมาตั้งแต่ยังเด็ก เขารักฉันเหมือนลูกแท้ๆ"

แม้จะมีเสื้อผ้าขวางกั้น แต่เจมี่ก็รู้สึกถึงอุณหภูมิของร่างกายคณิณที่ร้อนผ่าวจนน่าประหลาด เขาเริ่มรู้สึกถึงบรรยากาศแปลกๆ ที่ทำให้ใบหน้าเห่อร้อนเหมือนตอนที่อยู่ในตู้ จึงลุกพรวดขึ้นทันที

"งั้นผมกลับห้องแล้วนะ พี่จัดการไปแล้วกัน"

"เดี๋ยว"คณิณเรียก เจมี่หยุดชะงักที่ประตู หัวใจเขากำลังเต้นแรงจนแทบทะลุอยู่แล้ว "ไม่มีอะไรหรอก นายไปเถอะ" คณิณพูดเสียงแผ่วเบา

เจมี่ออกจากห้องได้ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ บรรยากาศพวกนั้นมันอะไรกันนะ [ระบบรู้ดี แต่คิดว่าให้โฮสต์รู้เองดีกว่า]

คืนนั้นเจมี่ฝันประหลาด ในฝันเขาดูเหมือนประมาณเจ็ดขวบ เป็นกล่อมกมลตัวจริงที่กำลังปีนต้นมะม่วงเตี้ยๆ ต้นหนึ่งเพราะอยากได้ลูกนก

ทันใดนั้นเขาก็ร่วงลงพื้น เขาร้องลั่นทันที แต่ต้นมะม่วงต้นนั้นอยู่ในสวนไกลจากตัวบ้านมาก เลยไม่มีใครได้ยินเขาเลย เขาเกลือกกลิ้งบนพื้นด้วยความเจ็บปวดอยู่นานมากพลางร้องกรี๊ดไปเรื่อยๆ ด้วยความโมโห

ไม่นานก็เห็นคณิณในวัยเด็กรีบวิ่งมาหน้าตาตื่นมา พอเขาเห็นคณิณก็เริ่มอาละวาดทันที

"ไปมุดหัวอยู่ไหนกันหมด ผมเจ็บ ผมจะตายอยู่แล้ว ผมเจ็บ ผมเจ็บ ฮืออออ" กล่อมกมลร้องไห้โฮด้วยความแค้นใจ เขาไม่ชอบการไม่มีใครสนใจ มันทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดยิ่งกว่าที่ตกลงมาเสียอีก

คณิณอุ้มเขาขึ้นมาโดยไม่พูดอะไร จากนั้นจึงรีบเดินเข้าไปในบ้านแล้ววางเขาไว้บนโซฟาอย่างระมัดระวัง

"เจ็บจะตายอยู่แล้ว ทำอะไรสักอย่างสิ ไม่งั้นจะฟ้องคุณย่านะ!" กล่อมกมลพูดอย่างเอาแต่ใจ คณิณไม่เห็นรอยแผลอะไร มีเพียงรอยเขียวช้ำที่น่องและแขนนิดหน่อย

"กล่อมกมลเด็กดี ไม่ร้องนะ เดี๋ยวพี่จะนวดให้นะ" คณิณปลอบเขาด้วยเสียงอ่อนโยนก่อนเดินไปหยิบยาหม่องตลับหนึ่งจากตู้ยามานวดคลึงขาที่มีรอยเขียวช้ำให้เขาที่กำลังนอนคว่ำหน้าอยู่บนโซฟา สัมผัสของคณิณทำให้เขารู้สึกสบายมากถึงขนาดยอมนอนนิ่งๆ ได้โดยสงบปากสงบคำ

"กล่อมกมลเด็กดี แข็งแกร่งเกินใคร ปีศาจร้ายยังต้องหวั่นเกรง" คณิณร้องเป็นเพลงดูน่าขัน

"เพลงบ้าอะไรของพี่ น่าเกลียดชะมัด" กล่อมกมลหน้างอขึ้นมาทันที เขาเกลียดที่ใครๆ ชอบทำเหมือนเขาเป็นเด็กๆ ถึงจะเป็นเรื่องจริงก็ตาม

"พี่แต่งเอง เป็นเรื่องของกล่อมกมลที่เป็นเด็กดีและกล้าหาญมาก สู้กับปีศาจร้ายไม่กลัวอะไรเลย"

กล่อมกมลลุกขึ้นกระทืบเท้าพลางตวาดลั่นทันที "ผมไม่ใช่เด็กสักหน่อย ผมโตแล้วนะ!!"

คณิณรีบแก้ไขทันที "ก็ได้ๆ พี่ผิดเอง กล่อมกมลโตแล้ว ไม่ใช่เด็กแล้ว แต่ยังกล้าหาญอยู่" คณิณดึงมือเขามานวดตรงรอยช้ำ

กล่อมกมลหน้ามุ่ยเหมือนกำลังต่อสู้กับความรู้สึกบางอย่างในใจ

"กอดหน่อย" เขาพูดเสียงเบาอย่างพ่ายแพ้ในที่สุด คณิณยิ้มกว้าง ดึงเขาเข้าสู่อ้อมกอดแล้วร้องเพลง กล่อมกมลเด็กดีแข็งแกร่งเกินใครซ้ำไปซ้ำมาโดยไม่มีเสียงโต้แย้งอะไรอีก

คืนนั้นระหว่างที่เจมี่กำลังหลับใหลอยู่ในความฝัน ห้องว่างๆ ใกล้กับห้องที่คณิณอาศัยอยู่ก็เกิดไฟไหม้ คณิณรีบออกไปช่วยทุกคนดับไฟ พอกลับมาถึงห้องเขาก็รู้สึกถึงอะไรแปลกๆ จึงรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำก่อนจะยืนบนฝาชักโครกพลางเอื้อมเปิดที่ซ่อนลับของเขา แต่พินัยกรรมไม่อยู่แล้ว

 

 

กว่าเจมี่จะตื่นขึ้นก็สิบโมงกว่า เขารู้สึกเหมือนฝันดีแต่จำไม่ได้ว่าฝันอะไร ทุกคนออก­ไปทำธุระกันหมดแล้ว คุณหญิงย่าออกไปเล่นไพ่ที่บ้านเพื่อน คุณหญิงพวงผกากับฟ้าลดาไปช็อปปิ้งทำสปาทำหน้าทำเล็บเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับงานเลี้ยงต้อนรับชาวีในค่ำวันนี้ เจมี่ลุกขึ้นจากเตียงอย่างอ่อนระโหยโรยแรงจากการวิ่งมาราธอนเมื่อวาน เขาอาบน้ำแต่งตัวอย่างลวกๆ เพื่อจะลงไปกินข้าวเช้า

แต่เมื่อเปิดประตูออกก็พบกับคณิณที่ดูเหมือนยืนอยู่นานแล้วไม่กล้าเคาะประตู คณิณดูเหนื่อยอ่อนมาก ขอบตาเขามีรอยคล้ำเหมือนอดหลับอดนอน เจมี่กำลังจะเอ่ยปากทักทายพลันถูกผลักไปติดผนังด้านหนึ่งทันที คณิณยึดแขนทั้งสองข้างไว้แน่นแล้วกักตัวเขาไว้ในอ้อมแขนแข็งแกร่ง

"พี่เป็นบ้าอะไรเนี่ย!?" เจมี่ร้องอย่างตกใจ "พี่ปล่อยผมก่อน"

"นายจะไม่มีวันทำร้ายฉันใช่ไหม?" คณิณถามเสียงดุดัน "ฉันไม่สนว่าใครจะทำยังไงกับฉัน ฉันอยากรู้แค่อย่างเดียว นายจะไม่มีทางทำร้ายฉันใช่ไหม?"

คณิณจ้องตาเขาไม่กะพริบ บางสิ่งเบื้องหลังดวงตานั้นทำให้เจมี่วิงเวียน

"คณิณ พี่ฟังผมให้ดีนะ" เจมี่สบตาเขาและตอบอย่างจริงจัง "ผมไม่มีวันทำร้ายพี่เด็ดขาด"

คณิณนิ่งเงียบสักพักจึงปล่อยมือเขา "พินัยกรรมหายไปแล้ว" เขาพูดพลางถอนหายใจ

"อะไรน่ะ?" เจมี่งุนงง

"เมื่อคืนไฟไหม้ใกล้ห้องฉัน ฉันออกไปดับไฟแค่เดี๋ยวเดียว กลับมาก็หายไปแล้ว"คณิณโยนบางสิ่งมาข้างหน้า อะไรบางอย่างที่เหมือนหูฟังสีดำ

"นี่น่าจะเป็นเครื่องดักฟัง มันซ่อนอยู่ในห้องฉัน"

เจมี่ก้มลงไปหยิบขึ้นมาพิจารณา

"พี่สงสัยผมใช่ไหม"เขาเงยหน้าถามคณิณอย่างผิดหวัง

"เคยสงสัย แต่ไม่อีกต่อไปแล้ว" คณิณส่งยิ้มให้เขา เป็นรอยยิ้มที่สดใสที่สุดที่เขาเคยเห็นจากคณิณ แล้วในขณะที่เจมี่ยังไม่ทันตั้งตัว คณิณก็โน้มตัวลงมาจูบเขา

จูบนั้นแผ่วเบาราวกับแมลงปอแตะผิวน้ำ ไม่เร่งเร้า ไม่ร้อนแรง เป็นแค่เพียงจูบเบาๆ ด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเท่านั้นเอง เจมี่ตัวแข็งทื่อเหมือนก้อนหินโง่ๆ เขาตกใจจนแทบสิ้นสติ พอรู้สึกตัวก็รีบผลักคณิณออกทันที

"พี่ทำบ้าอะไรของพี่" เขาตะโกนลั่นห้องด้วยความตกใจ "ผมเป็นน้องพี่นะ พี่บ้าไปแล้วเหรอ!!"

"น้องคนละแม่" คณิณรีบแก้ไขทันที ดวงตาของเขามีทั้งรอยยิ้มและความรวดร้าวไปพร้อมๆ กัน

"แล้วมันต่างกันยังไง" เจมี่กระซิบเสียงแผ่วเบา ตอนนี้ใจเขาสับสนไปหมดแล้ว

"ฉันแค่อยากให้นายรู้ไว้ ฉันพยายามแล้ว พยายามห้ามตัวเองมาตลอด" คณิณแตะแก้มเขาอย่างแผ่วเบา

เจมี่ขยับตัวหนีทันที 

"แต่ตอนนี้ฉันจะไม่ปล่อยนายอีกแล้ว ไม่ปล่อยเด็ดขาด น้องชาย ถ้านายยังไม่รักฉันก็ควรจะเริ่มได้แล้ว" เขาพูดคำสุดท้ายอย่างดุดัน ก่อนจะส่งยิ้มเศร้าสร้อยให้เขาและก้าวเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงัน

เจมี่ยังคงยืนนิ่งอึ้งอยู่แบบนั้นอีกพักใหญ่ "ระบบ อยู่ไหน ออกมาคุยกันเดี๋ยวนี้" เขาร้องเรียกระบบด้วยความเดือดดาล

[ระบบไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น] ระบบตอบอย่างกวนประสาท

"โกหก" เจมี่เดินกุมหัวไปรอบห้อง สุดท้ายเขาก็ทิ้งตัวลงนอนลงบนเตียงอย่างอ่อนแรง

"คุณรู้ใช่ไหมว่าเขาเป็นเกย์?"

[ฉันรู้แค่ว่าเขาชอบคุณ เรื่องเพศสภาพนั้นระบบไม่ได้ให้ความสำคัญ]

"ไหนคุณบอกว่าคุณไม่เข้าใจความรู้สึกมนุษย์ไง"

[ฉันไปอัปเกรดมาแล้ว]

เจมี่ "…"

"ระบบ" เจมี่ยกมือขึ้นปิดหน้า "ระบบ ระบบ ระบบ" เขาปิดหน้าร้องครวญครางกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียง

"แต่ผมไม่ได้ชอบผู้ชาย" เจมี่พึมพำกับตัวเอง

[ทุกสมมุติฐานล้วนต้องผ่านการทดลองดูก่อนทั้งนั้น] ระบบยังคงตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"แต่เขาเป็นพี่ชายผมนะ!"เจมี่แทบไม่อยากเชื่อหู "พี่ชายแท้ๆ"

[ในเมื่อคุณตั้งท้องไม่ได้ก็จะไม่มีเด็กที่ได้ผลกระทบจากยีนด้อยแต่อย่างใด]

"ระบบ!!" เจมี่ปาหมอนใส่ความว่างเปล่า"นี่คุณยังมีคุณธรรมอยู่หรือเปล่าเนี่ย?"

[ขออภัย ระบบไม่มีความเห็นด้านคุณธรรมเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ฉันต้องขอแนะนำว่าการเป็นคนรักของตัวเอกจะยกระดับความสำเร็จในการเกลี้ยกล่อมเพิ่มขึ้น หวังว่าคุณจะทุ่มสุดตัวแม้จะต้องใช้ร่างกายเข้าแลกก็ตาม ฉันต้องไปพักผ่อนแล้ว ขอให้มีความสุขกับการรักและถูกรัก]

"ระบบ! เดี๋ยวก่อน ระบบ! ระบบ!!"เจมี่พยายามร้องเรียก แต่ระบบได้หายไปแล้ว ระบบลามกอะไรกัน เขาอยากจะบ้าตาย

เขาไม่กล้าออกจากห้องเลยตลอดทั้งวันเนื่องจากกลัวว่าคณิณจะฉุดเขาไปทำมิดีมิร้าย ชีวิตชาติที่แล้วของเขาไม่เคยมีความรักมาก่อนเลย จะว่าไป จูบเมื่อกี้ก็เป็นจูบแรกของเขา แม้อาจไม่ใช่จูบแรกของกล่อมกมล แต่ยังไงก็เป็นจูบแรกของเขาอยู่ดี เจมี่ยกมือขึ้นแตะริมฝีปากแผ่วเบา เขาพอจะรู้เรื่องความรักระหว่างผู้ชายกับผู้ชายมาบ้าง ในโลกเก่าของเขามันไม่ใช่เรื่องประหลาดอะไร แต่เขาก็ไม่เคยคิดว่าจะเกิดกับตัวเอง แล้วยังมีเรื่องพินัยกรรมที่ถูกขโมยไปอีก ใครเป็นคนเอาไป?

เจมี่นอนเกลือกกลิ้งบนเตียงอย่างคิดไม่ตกตลอดทั้งวันจนกระทั่งแจ่ม แม่บ้านเก่าแก่ยกสำรับอาหารมาให้ถึงห้อง เขารีบคว้ามาจ้วงกินทันทีด้วยความหิว

แจ่มมองเขาอย่างเอ็นดูก่อนจะถามว่า "อร่อยไหมคะ นี่คุณชายใหญ่อุตส่าห์ไปซื้อถึงร้านโปรดของคุณหนูที่ตลาดพลูเลยนะคะ ช่างเป็นพี่ชายที่รักน้องมากจริงๆ"

เจมี่สำลักทันที ใช่แล้วแจ่ม เขารักฉัน แล้วก็อยากได้ฉันด้วย เจมี่อยากร้องไห้

เขายังไม่ทันได้พูดคุยอะไรกับแจ่มมากนัก แม่บ้านหลายคนเดินเข้ามาในห้องพร้อมทั้งเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายสำหรับงานเลี้ยง

"วันนี้งานเลี้ยงต้องรับคุณชาวี คุณหนูเล็กต้องแต่งตัวให้หล่อเฟี้ยวจนคนทั้งงานตะลึงไปเลยนะคะ" แม่บ้านคนหนึ่งพูดกับเขาเหมือนเขาเป็นเด็กสามขวบ เจมี่กินข้าวเสร็จก็ปล่อยให้แม่บ้านพวกนั้นแต่งตัวเขาเหมือนตุ๊กตาอย่างเลื่อนลอย

"คณิณล่ะ" เขาเผลอถามออกไปโดยไม่รู้ตัว

"คุณชายใหญ่ออกไปแล้วค่ะ แต่เห็นว่าไม่ได้ไปงานเลี้ยง" แม่บ้านคนหนึ่งรีบกระวีกระวาดตอบ คณิณไม่ไปงานเลี้ยงก็เป็นเรื่องเข้าใจได้ คุณหญิงย่าไม่เคยยอมให้เขาเข้าร่วมงานสังคมอะไรอยู่แล้ว การให้เขามีตัวตนเป็นเรื่องที่รับไม่ได้อย่างรุนแรง

"นี่เธอ รู้หรือเปล่าว่าเมื่อคืนใกล้ๆ ห้องคุณชายใหญ่ไฟไหม้น่ะ" เหล่าแม่บ้านเริ่มเม้าท์กันระหว่างที่แต่งตัวให้เขา เจมี่หูผึ่งทันที

"รู้ แต่จะแปลกอะไร นี่ไม่ใช่ครั้งแรกซะหน่อย ใครๆ ก็รู้ว่าคุณหญิงใหญ่.."

"นังพวกนี้!!" แจ่มเอ็ดเสียงเบา "งานการไม่มีทำหรือไง ถึงได้กล้านินทาเจ้านายต่อหน้าเจ้านายกันแบบนี้!!"

"ขอโทษค่ะคุณหนูเล็ก" แม่บ้านขาเม้าท์มองหน้ากันอย่างรู้สึกผิด แล้วรีบแต่งตัวให้เขาอย่างตั้งใจ

เจมี่ได้แต่ทอดถอนใจเงียบๆ ไม่รู้ว่าคณิณต้องพบเจออะไรบ้างที่ผ่านมา

ขณะที่เขาลงมาก็เป็นเวลาหนึ่งทุ่มครึ่งไปแล้ว เขานั่งแหมะลงบนโซฟาตัวหนึ่งอย่างเลื่อนลอย คุณหญิงย่า คุณหญิงพวงผกาและฟ้าลดายังไม่ลงมา คงจะยังแต่งตัวไม่เสร็จ เจมี่พบว่าเขากำลังคิดถึงคณิณอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ บางทีอาจเพราะจูบนั้น หรือว่าระบบลามกจะทำอะไรกับสมองเขา เขาลองเรียกเบาๆ

"ระบบ ระบบ" แต่ไม่มีเสียงตอบ นี่ระบบรู้จักการหลบหน้าด้วยหรือนี่

"ลูกพึมพำอะไรอยู่ฮึ กล่อมกมล" คุณหญิงแม่ในชุดราตรีสีฟ้าเลิศหรูที่เดินมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้เอ่ยถามเขา เธอยกมืออังหน้าผากเขาอย่างเป็นกังวล ดูเหมือนทุกคนจะคิดว่าเขามีความป่วยไข้ไม่สบายอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเขาก็เข้าใจคนพวกนี้พอสมควร ลูกหลานตัวจริงของพวกเขาไปอยู่ไหนแล้วก็ไม่รู้

"หมู่นี้กล่อมกมลทำตัวแปลกๆ นะคะคุณแม่" ฟ้าลดาในชุดราตรีสีขาวเหมือนชุดแต่งงานที่เดินลงบันไดมากับคุณหญิงย่ารีบฟ้องทันที

"ขลุกอยู่กับไอ้คณิณได้ทั้งวี่ทั้งวัน"

"ผม..ผมมีรายงานต้องทำ" เจมี่แก้ตัวทันที คุณหญิงแม่มองเขาอย่างสงสัย

"ลูกอย่าไปยุ่งกับพวกชั้นต่ำให้มากดีกว่า เดี๋ยวจะพลอยติดกลิ่นคาวไปด้วย" คุณหญิงแม่หัวเราะพลางหันไปมองทางคุณหญิงย่า "จริงไหมคะคุณแม่"

คุณหญิงย่าทำหน้ารังเกียจเหมือนมีอะไรติดส้นรองเท้า "เฮอะ ไอ้คณิณมันก็ร่านเหมือนแม่มันนะแหละ หลานอย่าไปยุ่งกับมันให้มากนัก เดี๋ยวมันเกิดบ้าทำอะไรประหลาดๆ ขึ้นมา ไปกันได้แล้ว" เธอเอ่ยอย่างเย็นชาก่อนจะเดินนำไปขึ้นรถที่จอดรออยู่

คุณหญิงย่าพูดเหมือนตาเห็นจนเจมี่รู้สึกประหลาดใจ หรือว่าจะมีเครื่องดักฟังอยู่ในห้องเขาด้วย สุดท้ายเขาก็ได้แต่เดินตามครอบครัวของเขาไปขึ้นรถด้วยความรู้สึกหลากหลาย

ทันใดนั้นระบบที่หลบหน้ามาทั้งวันก็กล่าวขึ้นว่า [โฮสต์ คุณสามารถสื่อสารกับฉันทางจิตได้ จะได้ไม่ดูเหมือนพูดคนเดียว]

เจมี่ "…"

แล้วทำไมคุณพึ่งจะมาบอกผม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 228 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

149 ความคิดเห็น

  1. #11 cwethysvsd (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:50

    นะ...นิมะน!!นิยายดี!!

    #11
    0
  2. #10 NightHeart (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:22
    นี่มันมรดกเลือด! คณิณเอามรดกทั้งหมดของเราไปก็ได้นะ! เรายกให้! นายจะได้มีสินสอดดูแลเจมี่ไง!
    #10
    0
  3. #9 Nanthara (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:06
    ใครขโมยพินัยกรรมไปอ่ะ
    #9
    1
    • #9-1 TienTienTien(จากตอนที่ 6)
      9 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:09
      แง ไม่อยากสปอย รออ่านนะค่ะ ขอบคุณค่ะ
      #9-1