ปราบนายตัวร้ายด้วยรัก [Yaoi][ระบบ]

ตอนที่ 4 : โลกละครหลังข่าว ตอนที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,569
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 233 ครั้ง
    12 มี.ค. 63

 

เจมี่เดินตามรุ่นพี่หน้าโหดอย่างกล้าๆ กลัว ๆ ตลอดทางพยายามโทรหาแบรน แต่ไม่มีใครรับสาย จนกระทั่งเดินลงมาถึงบันไดหนีไฟ

"แบรน!! "

เขาตะโกนพลางรีบวิ่งเข้าไปประคองแบรนที่อยู่ในสภาพดูไม่จืด หน้าบวมปูดเขียวช้ำเหมือนโดนผึ้งต่อย แบรนนั่งพิงผนังอย่างหมดสภาพ

"กล่อม..กมล... ช่วย...ช่วยฉันด้วย พวกมันจะฆ่าฉัน" แบรนพูดอย่างยากลำบาก

"พี่ มีอะไรคุยกันดีๆ ก็ได้ อย่าทำร้ายร่างกายกันเลย" เจมี่รีบหันไปขอร้องพวกรุ่นพี่หน้าโหด พวกมันมีอยู่สามคน แต่ละคนรูปร่างใหญ่โตไม่เหมือนนักเรียนเลยแม้แต่น้อย

"มึงเองหรอเพื่อนโคตรรวยของมัน" รุ่นพี่หน้าโหดที่ดูเหมือนเป็นหัวโจกถาม "มึงรู้ไหมว่าไอ้ฝรั่งมันแพ้พนันบอลพวกกูแล้วไม่ยอมจ่าย"

"เค้าติดพี่เท่าไหร่ ผมจะจ่ายให้เอง" เจมี่พยายามใช้นิสัยรวยเข้าสู้ เขามองไปทางแบรนที่สภาพอเนจอนาถต่างจากท่าทีร่าเริงเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง -- ตอนที่มาถึงมาถึงโลกนี้เมื่อเช้า เขาสำรวจดูในกระเป๋าสตางค์ก็พบเงินสดจำนวนมากรวมทั้งบัตรเครดิตอีกหลายใบ เขาคิดว่ายังไงก็คงพอช่วยแบรนได้แน่

จู่ๆ รุ่นพี่หน้าโหดคนนั้นก็เอียงคอมองเจมี่อย่างพิจารณา "มึงนี่หน้าตาน่ารักดีนี่หว่า" มันพูดพลางเขยิบเข้ามาใกล้ "มาอยู่กับกูดีกว่า กูดูแลมึงเอง"

รุ่นพี่คนนั้นโน้มตัวลงมา ทำท่าเหมือนจะเชยคางเขาขึ้น

ขณะที่เจมี่กำลังจะเบี่ยงตัวหลบด้วยความขยะแขยง เขาก็รู้สึกว่ามีคนเดินมาขวางหน้าแล้วผลักรุ่นพี่หน้าโหดไปกระแทกผนังอย่างแรง

"อย่ายุ่งกับน้องกู!!" คณิณพูดเสียงเรียบ เขาเหลือบมองมาทางเจมี่กับแบรนแล้วกล่าวว่า "พาเพื่อนออกไปก่อน"

เจมี่ตกตะลึง คณิณมาได้ยังไง...

"ไอ้หน้าอ่อน กูว่ามึงอย่าเสือกดีกว่า" พวกรุ่นพี่หน้าโหดหัวเราะพลางมองหน้ากันอย่างขำขัน "มึงให้น้องมึงนอนกับกูสักคืน แล้ววันนี้กูจะปล่อยมึงไปก็แล้วกัน"

เจมี่เหม่อมอง คณิณที่เขาคิดว่าตัวใหญ่แล้วกลับดูเหมือนลูกคุณหนูบอบบางไปเลยเมื่อเทียบกับรุ่นพี่สามคนนั้น เขาประคองแบรนให้ลุกขึ้นแต่ยังลังเลใจที่จะออกไป เขาจะปล่อยให้คณิณโดยยำเละอยู่คนเดียวได้ยังไง

เมื่อคณิณหันมาเห็นเขายังยืนนิ่งอยู่ก็ตวาดเสียงดังลั่น "ออกไป!!!"

คณิณในตอนนี้ดูแตกต่างจากคนที่ยืนสงบเสงี่ยมต่อหน้าคุณหญิงย่าเมื่อเช้าโดยสิ้นเชิง ดวงตาเขาดำมืดแต่เหมือนจะลุกเป็นไฟ เจมี่รู้ดีว่าอยู่ไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ รังแต่จะเป็นภาระจึงประคองแบรนเดินลงบันไดไปอย่างรวดเร็ว

"ช่วยด้วย ช่วยด้วยครับ พี่ผมถูกซ้อมอยู่ที่บันไดหนีไฟ" เขารีบตะโกนลั่นทันทีที่ออกมาได้ สองแขนประคองแบรนที่สภาพน่ากลัวมาด้วย คนรอบข้างต่างมองพวกเขาด้วยสีหน้าตกใจ แต่ไม่มีใครเข้ามาช่วยเลย โชคดีที่แถวนั้นมียามอยู่คนหนึ่งกำลังเดินตรวจตราอยู่

"ไอ้หนู มีเรื่องอะไรกัน" ยามคนนั้นรีบเดินเข้ามาหาพวกเขา

"พี่ยาม พี่ช่วยพี่ชายผมด้วย เขากำลังโดนพวกเด็กช่างรุมซ้อม" เจมี่พยายามอ้อนวอนสุดชีวิต "อยู่ที่บันไดหนีไฟชั้นสาม"

"ไอ้หนู ไม่ต้องกลัว รออยู่ตรงนี้ก่อนอย่าไปไหน เดี๋ยวพี่แจ้งเจ้าหน้าที่ให้เอารถเข็นมาให้เพื่อนเรา" พูดจบพี่ยามคนนั้นก็ออกวิ่งทันทีพลางวอเรียกยามคนอื่นไปด้วย

เจมี่ตั้งสติได้ก็รีบโทรศัพท์หาคนขับรถของตระกูลที่จอดรอเขาอยู่ เพื่อให้พาแบรนไปส่งที่โรงพยาบาล เขายืนรออยู่ตรงนั้นด้วยใจร้อนรน สักครู่ก็มีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งเอารถเข็นมาให้พลางช่วยเขาเข็นแบรนยังลานจอดรถ ตอนนี้แบรนดูเหมือนจะไม่ค่อยรู้สึกตัวแล้ว

"คุณหนู!! คนรับรถที่เจมี่จำชื่อไม่ได้วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา "เกิดอะไรขึ้นครับเนี่ย"

"ช่วยพาเขาไปโรงพยาบาลก่อน" เจมี่นิ่งคิดนิดนึงก่อนหันไปกำชับ "พี่ห้ามบอกคุณย่าเด็ดขาดนะ"

พอส่งแบรนเรียบร้อยเจมี่ก็วิ่งสุดชีวิตกลับไปยังบันไดหนีไฟทันที แต่เมื่อมาถึงเขาก็เห็นคนมากมายกำลังมุงดูกันอยู่คณิณในสภาพดูไม่ได้กำลังเดินกะโผลกกะเผลกแหวกผู้คนออกมานั่งลงที่ม้านั่งตัวหนึ่งข้างลิฟต์

"คณิณ!!" เจมี่พึมพำ คณิณในตอนนี้ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยช้ำ ตาข้างหนึ่งเป็นสีม่วงบวมจนแทบปิด ปากแตกเลือดไหลเป็นทาง แต่โดยรวมแล้วสภาพดีกว่าแบรนมาก ที่สำคัญคือเขายังยืนได้

เจมี่เห็นพี่ยามคนนั้นและยามคนอื่นอีกสองคน พร้อมด้วยตำรวจอีกสี่ กำลังหิ้วปีกพวกรุ่นพี่หน้าโหดออกมา เขาอดประหลาดใจไม่ได้ เพราะรุ่นพี่พวกนั้นแต่ละคนสภาพแย่กว่าคณิณเสียอีก ดูเหมือนพวกมันซัดกันเองจนเละเทะมากกว่า

เจมี่ค่อยๆ เดินไปนั่งลงบนม้านั่งข้างๆ คณิณ "พี่เจ็บมากไหม"

พอถามออกไปแล้วเจมี่ก็รู้สึกว่าเป็นคำถามโง่ๆ ทันที รอยช้ำบนหน้าของคณิณออกจะชัดเจนขนาดนั้น เขาเอื้อมมือออกไปอย่างห้ามไม่อยู่ ราวกับว่ารอยช้ำพวกนั้นมีแรงดึงดูดแปลกประหลาด คณิณหันมามองเขาด้วยสายตาที่ไม่อาจอธิบายได้ ขณะที่เขากำลังจะแตะรอยช้ำข้างแก้มนั้น ตำรวจคนหนึ่งก็เดินเข้ามา เจมี่ตกใจรีบลดมือลงอย่างรวดเร็ว

"น้องต้องไปที่สถานีตำรวจด้วย" ตำรวจพูดกับคณิณ "ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับพวกแก๊งพนันบอล ต้องสอบปากคำอย่างละเอียด"

"คุณตำรวจครับ ผมอธิบายได้ พี่ชายมาช่วยผม ไม่งั้นผมกับเพื่อนคงตายไปแล้ว" เจมี่รีบพูดอย่างรวดเร็ว

"พี่หรือ" ตำรวจมองชื่อที่ปักอยู่บนอกเสื้อนักเรียนของเราสองคนแล้วพยักหน้า "ไปด้วยกันทั้งคู่เลยแล้วกัน"

"ไม่ครับคุณตำรวจ นี่เป็นเรื่องของผมคนเดียว" คณิณหันมากำชับเสียงเข้ม "นายไม่ต้องตามมา"

คุณตำรวจมีสีหน้ายุ่งยากใจ "พวกน้องตกลงกันเอาเองก็แล้วกัน" เขากล่าวก่อนจะเดินไปหาตำรวจคนอื่น เจมี่ไม่พอใจมาก เรื่องนี้ความจริงไม่เกี่ยวกับคณิณเลยสักนิดเดียว

"ผมต้องไปอธิบายให้คุณตำรวจฟัง ถ้าคุณหญิงย่ารู้เรื่องพี่ต้องเดือดร้อนแน่" เขาพูดอย่างร้อนใจพลางรั้งแขนข้างหนึ่งของคณิณไว้ คณิณมองมือเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะโน้มตัวลงมากระซิบเสียงแผ่วเบา

"ฟังนะกล่อมกมล -- "

เจมี่รู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของคณิณที่ราดรดหน้าผาก ไม่รู้ทำไมจู่ๆ เขาก็หัวใจเต้นแรงขึ้นมาทันที

"ถ้านายกล้าตามมา กลับถึงบ้านฉันจะบีบคอนายให้ตาย ฉันไม่สนคุณหญิงย่าบัดซบอะไรนั้น ฉันจะฆ่ามันทั้งหมด" เจมี่แทบหยุดหายใจ นี่สินะที่ระบบพยายามอธิบายให้เขาฟัง

เมื่อเห็นสีหน้าหวาดกลัวของน้องชาย คณิณก็มีท่าทีเหมือนพึ่งรู้ตัวว่าเขาพูดอะไรออกไป เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หลายครั้ง แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลง

"ฉันไม่รู้นายจะเข้าใจไหม แต่ถ้านายเดือดร้อน คุณหญิงย่าของนายจะทำทุกอย่างให้ฉันต้องเดือดร้อนยิ่งกว่า"

เขาจ้องตาเจมี่อยู่ครู่หนึ่ง

"ผม...." กว่าเจมี่จะรู้สึกตัว คณิณก็ผละไปนานแล้ว

 

คณิณไม่เคยเกลียดชังกล่อมกมลได้จริงๆ เสียที แม้บ้านหลังนั้นจะเป็นเหมือนนรกบนดินที่แท้จริง แต่เขารู้ดีว่าน้องชายไม่ได้เป็นหนึ่งในสัตว์นรกพวกนั้น เขาเป็นเพียงเทวดาตกสวรรค์ที่น่าสงสาร...

คณิณนึกถึงภาพเด็กตัวเล็กๆ น่ารักที่ลากตุ๊กตาไดโนเสาร์ตัวใหญ่แอบย่องมานอนห้องเขาทุกคืนตอนดึกๆ เพราะอ้างว่ามีผีอยู่ใต้เตียงบ้าง ปีศาจตุ๊กตาบ้าง และอะไรอีกสารพัด -- สิ่งที่น้องชายหวาดกลัวที่สุดคือเสียงฟ้าผ่า ดังนั้นเมื่อฝนตกฟ้าร้องน้องจะกอดเขาไว้แน่นด้วยความกลัว ตัวนุ่มๆ หอมๆ ที่มีกลิ่นเฉพาะของเด็กเล็ก ร่ำร้องให้เขาเล่านิทานสารพัดไม่รู้เบื่อ...

แล้วทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไปตั้งแต่น้องเริ่มรู้ความและถูกคุณย่าล้างสมองด้วยคำว่าลูกคนใช้ ลูกผู้หญิงสำส่อน ลูกโสเภณี เมียน้อย และอีกมากมาย คนพวกนั้นทำลายเด็กจิตใจดีคนหนึ่งให้กลายเป็นเด็กเอาแต่ใจและโหดร้าย

เทวดาน้อยๆ ร่วงลงมาจากฟ้า... คณิณเผลอกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว ทุกคนต้องชดใช้ แต่บางทีเขาอาจละเว้นกล่อมกมล แค่บางที.. เขาอาจยังมีที่ว่างในใจเล็กๆ เอาไว้เก็บสิ่งที่สวยงามนี้ยามต้องเผชิญหน้ากับความโหดร้ายไม่สิ้นสุดในบ้านที่เหมือนนรกหลังนั้น

 

กว่าจะกลับถึงบ้านได้เจมี่ก็แทบหมดแรง นี่พึ่งจะเป็นวันแรกของเขาในโลกนี้แท้ๆ เมื่อกลับมาถึงบ้านก็เจอคุณหมอฤทธิ์ หมอประจำตระกูลที่รอตรวจเขาอยู่ หมอฤทธิ์บอกว่าเขาสบายดีท่ามกลางสายตาเคลือบแคลงใจของคุณหญิงย่าและคนอื่นๆ ดูเหมือนการเรียกคณิณว่าพี่คำเดียว จะทำให้เขาจะกลายเป็นคนป่วยขึ้นมาเลยซะอย่างนั้น

แบรนถูกส่งไปโรงพยาบาล นอกจากกระดูกซี่โครงหักไปสองท่อนแล้วเขาก็ไม่เป็นอะไรมาก แต่โชคร้ายที่เรื่องไปถึงโรงเรียน เขาจึงถูกพักการเรียนถึงหนึ่งเทอมเนื่องจากเกี่ยวข้องกับการพนัน

ส่วนคณิณ ตำรวจสอบสวนเรียบร้อยแล้วก็พบว่าเขาไม่เกี่ยวอะไรด้วยกับพวกรุ่นพี่หน้าโหด ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่รุ่นพี่อะไร เพราะทุกคนล้วนอายุสามสิบกว่า แต่เอาเสื้อนักเรียนมาใส่หลอกพวกเด็กมัธยมให้เล่นพนัน

สุดท้ายเรื่องนี้ก็รู้ถึงคุณหญิงย่าจนได้ พอคุณหญิงย่าเห็นหน้าคณิณก็แทบจะกลายร่างเป็นปีศาจกระโดดกัดคอเลยทีเดียว คณิณถูกเรียกผู้ปกครองเรื่องชกต่อย แน่นอนว่าไม่มีใครในบ้านยอมไปเลยแม้แต่คนเดียว แต่เจมี่รู้จากแม่บ้านคนหนึ่งว่าคณิณยังมีญาติห่างๆ ซึ่งพอพึ่งพาได้จึงค่อยสบายใจ สุดท้ายทางโรงเรียนก็ไม่ได้ลงโทษอะไรคณิณนอกจากว่ากล่าวตักเตือน

 

ตอนนี้เจมี่กำลังถือโจ๊กชามหนึ่งที่ทำเองกับมือ พวกแม่บ้านในครัวแตกตื่นกันใหญ่ที่พบว่าเขาทำอาหารได้ ความจริงแล้วไม่ใช่เรื่องประหลาดอะไร เพราะตอนอยู่กับคุณยายเขาก็เป็นคนเข้าครัวเองอยู่บ่อยๆ

เจมี่สูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนเอื้อมมือข้างที่ว่างเคาะประตูแล้วถอยออกมายืนใจตุ้มๆ ต่อมๆ

สักพักประตูก็เปิดออก คณิณที่หน้าตาฟกช้ำดําเขียวกำลังยืนกอดอกด้วยสีหน้าบึ้งตึง

"นายมาทำไม" เขาถามเสียงเรียบ

"ผม...ผมทำโจ๊กมาให้พี่..." เจมี่ยื่นชามโจ๊กหมูร้อนๆ ที่กำลังส่งกลิ่นหอมกรุ่นไปข้างหน้าอย่างมีความหวัง

"นายทำเอง?" คณิณหัวเราะ "เมื่อสองอาทิตย์ก่อนนายยังสาดโจ๊กใส่ฉันเพราะทำเลขผิดไปข้อเดียวอยู่เลย ลืมแล้วหรือไง?"

เจมี่ลดมือลงทันทีอย่างผิดหวัง ทำไมเขาถึงทำโจ๊กมานะ เขาน่าจะทำ...ข้าวต้ม

"จู่ๆ นายมาทำดีกับฉันทำไม" คณิณถามอย่างแคลงใจ

"ผม...ผมคิดว่าผมผิดไปแล้ว ที่ผ่านมาผมรู้ว่าผมแย่มาก..." เจมี่พูดตะกุกตะกัก

"พอเถอะกล่อมกมล" คณิณยื่นมือมาดึงชามโจ๊กหมูไป "เห็นแก่ความพยายามของนายฉันจะรับไว้แล้วกัน แต่ต่อไปนายไม่ต้องมาทำดีกับฉัน เพราะฉันไม่อยากผิดหวังอีกแล้ว"

พูดจบเขาก็ปิดประตูใส่หน้าเจมี่ที่ยังคงยืนอึ้งอยู่อีกพักใหญ่

[การผูกมิตรล้มเหลว ขอให้พยายามต่อไป] ระบบประกาศ เจมี่ทำอะไรไม่ได้นอกจากเดินคอตกกลับห้องตัวเอง

ขณะที่กล่อมกมลเดินจากไปแล้วนั้น คณิณกำลังนั่งอยู่ในห้องพลางมองโจ๊กหมูที่วางอยู่ เขายิ้มอย่างอ่อนโยนก่อนค่อยๆ ตักโจ๊กในชามกินอย่างช้าๆ เหมือนกลัวว่าจะหมดเร็วเกินไป พลางคิดว่าเจ็บตัวคราวนี้คุ้มค่าจริงๆ

 

นับแต่วันนั้นเจมี่ก็ยังไม่มีโอกาสได้คุยกับคณิณอีกเลย ดูเหมือนเขายังโกรธอยู่ เดินผ่านก็มีพยักหน้าให้กันนิดหน่อย ทุกครั้งที่เป็นอย่างนี้ระบบจะแจ้งเตือนถี่มาก ว่าคุณกำลังทำลายโอกาสสานสัมพันธ์ คุณกำลังพลาดจากเป้าหมาย บลา บลา บลา -- แต่เจมี่อดรู้สึกไม่ได้ว่ายังไม่เหมาะสมที่จะทำอย่างนั้น คนเราเกลียดกันมาทั้งชีวิต ควรจะค่อยเป็นค่อยไปจะดีกว่า

ทว่าเจมี่คนซื่อไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาคิดนั้นต่างกับที่คณิณคิดไปคนละทางเลยทีเดียว

ในที่สุดหลังจากผ่านไปสองอาทิตย์ก็ปิดเทอมภาคฤดูร้อน เจมี่ตัดสินใจหอบการบ้านปิดเทอมมาทำที่ศาลาไม้สีขาวในสวนเนื่องจากวันนี้อากาศดีมาก สายลมเอื่อยๆ พัดเย็นสบายจนแทบหลับ เขาขนทั้งหนังสือต่างๆ และโน้ตบุ๊กมากองเต็มโต๊ะ เมื่อคุณหญิงพวงผกามาเห็นก็แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เข้ามากอดมาหอมเขาเสียยกใหญ่

ขณะที่กำลังนั่งอ่านชีทวิชาประวัติศาสตร์เพลินๆ อะไรบางอย่างที่มีลักษณะเป็นแผ่นๆ สีชมพูก็ปลิวมาแปะที่หน้าเขา

เจมี่ดึงออกอย่างงุนงง เป็นผ้าเช็ดหน้าสีชมพูลายดอกไม้ผืนหนึ่งที่มีกลิ่นน้ำหอมฉุนจัด

"ขอโทษค่ะคุณชายเล็ก" เสียงผู้หญิงหวานใสดังขึ้น เมื่อเจมี่หันมองตามเสียงก็พบกับสาวน้อยอกโตคนหนึ่งกำลังยืนเอียงอายอยู่ เจมี่รู้สึกคุ้นๆ หน้าเธอ เหมือนเธอจะเป็นลูกหลานพวกแม่บ้านที่ทำงานที่นี่

"คุณชายเล็ก มณีขอคืนนะคะ" สาวน้อยคนนั้นรีบดึงผ้าเช็ดหน้าจากมือเขาไปพับเก็บในกระเป๋าอย่างแช่มช้ามากลีลา เจมี่พบว่าเขาไม่อาจละสายตาไปจากหน้าอกคู่โตที่รั้งเสื้อยืดจนเป็นเส้นตรงได้เลย เมื่อเธอสังเกตเห็นก็ยิ้มแย้มให้เขาดวงตาเป็นประกาย

"คุณชายเล็กอยากให้มณีนั่งเป็นเพื่อนไหมคะ" ว่าแล้วเธอก็นั่งลงทันทีไม่ได้สนความเห็นเขาแต่อย่างใด เธอก้มลงมองกระดาษโน้ตและสมุดหนังสือต่างๆ บนโต๊ะพลางกล่าวว่า "แหม คุณชายเล็กนี่ขยันจังเลย เก่งมากเลยค่ะ"

นอกจากหน้าอกของเธอแล้ว เจมี่ไม่ได้สนใจอะไรมาก แต่มีเพื่อนคุยก็ดีเหมือนกัน เผื่อจะเข้าใจเรื่องราวตื้นลึกหนาบางในบ้านได้บ้าง

เมื่อพูดคุยกันได้สักพักจนผ่านช่วงเก้อเขินไปแล้ว เจมี่ก็พบว่าเขาเข้ากับมณีได้เป็นอย่างดี ไม่นานเธอก็จ้อไม่หยุดทั้งเรื่องเพลง เรื่องละครต่างๆ ที่ชอบดู หรือเรื่องตลกวงในของพวกแม่บ้าน จนในที่สุดก็เริ่มนินทาเจ้านายให้เขาฟัง ซึ่งก็คือแม่กับย่าเขานั่นเอง พวกเขาพากันหัวเราะเสียงดังลั่นไปทั่วทั้งสวน

หารู้ไม่ว่าภาพนั้นกำลังบาดตาใครบางคนจนทนไม่ไหว ในที่สุดคณิณก็ก้าวเข้าไปในศาลาหลังน้อยจากที่เฝ้ามองด้วยกล้องส่องทางไกลราวกับสโตกเกอร์มาพักใหญ่

เมื่อคณิณปรากฏตัวขึ้นเสียงหัวเราะก็เงียบลงทันที คณิณหันไปทางมณีแล้วเอ่ยถามด้วยเสียงเย็นชาว่า "เธอไม่มีงานทำเหรอ"

มณีลุกพรวดขึ้นทันทีอย่างรู้งานแล้วรีบกล่าวลา "ดิฉันไปก่อนนะคะ คุณชายใหญ่ คุณชายเล็ก" พูดจบก็จากไปอย่างเร่งรีบ เธอเคยได้ยินกิตติศัพท์ของคุณชายใหญ่คนนี้ดี แม้ว่ามารดาจะเป็นคนใช้หรือถูกคุณหญิงใหญ่รังเกียจ แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่ใครๆ จะมารังแกได้ มณีเคยได้ยินแม่บ้านเล่าเรื่องเขาหักแขนคนสวนคนเก่าที่กล้าดูถูกเขาจนทำงานต่อไม่ได้ 

เมื่อในศาลาเหลือเพียงพวกเขาสองคน เจมี่ก็รู้สึกขนลุกซู่ยังไงชอบกล

"นายชอบเธอเหรอ" จู่ๆ คณิณก็ถามขึ้นแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เจมี่ตกใจมาก รีบโบกไม้โบกมือแก้ตัวเป็นพัลวัน

"ไม่พี่ ไม่ใช่สักหน่อย เธอแค่มานั่งคุยเป็นเพื่อนเท่านั้นเอง"

คณิณส่งยิ้มเย็นเฉียบแบบที่ทำให้เขารู้สึกผิดอย่างไม่มีสาเหตุ "ฉันเห็นนายเหลือบมองหน้าอกเธอบ่อยๆ"

"เปล่า....ก็แบบ...เป็นธรรมชาติของผู้ชายไงพี่ ธรรมชาติของผู้ชาย" แล้วทำไมเขาจะรีบร้อนอธิบายเหมือนกลัวอะไรแบบนี้ มันแปลกๆ อยู่นะ

คณิณมองหน้าน้องชายอย่างพิจารณา เขาไม่พอใจ ไม่พอใจเอามากๆ แต่ก็ตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องเพื่อไม่ให้กล่อมกมลรู้สึกอึดอัดเกินไป

"นายเว้นโจทย์พวกนี้เพราะทำไม่ได้เหรอ" คณิณถามพลางดึงการบ้านวิชาเลขที่เจมี่ยังไม่ได้ทำเอาไปดู

"ใช่ครับ ผมสับสนนิดหน่อย" วิชาที่เจมี่ไม่ถนัดที่สุดคือเลข ซึ่งเป็นวิชาเดียวที่ฉุดคะแนนเขาให้ดิ่งลง

"เจมี่ แมคมิลเลี่ยน คือใคร" จู่ๆ คณิณก็เอ่ยถาม เจมี่ตกใจปัดแก้วน้ำส้มหกใส่การบ้านทันที แต่ปฏิกิริยาของคณิณไวมาก เขาหยิบกระดาษขึ้นมาทันก่อนจะโดนน้ำส้มหกเปียกจนหมด

"พี่ถามอย่างนี้ทำไม" เขาถามอย่างร้อนตัว

"ก็นายเขียนไว้ตรงนี้ไม่ใช่หรือไง?" คณิณชูกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้น

เจมี่อยากจะตบหัวตัวเอง เขาเขียนชื่อในโลกก่อนของตัวเองลงไปด้วยความเคยชินจริงๆ ด้วย เขารีบแถทันที "นี่คือชื่อที่ผมอยากเปลี่ยนน่ะ" พอพูดไปแล้วเจมี่ถึงได้รู้สึกว่าเป็นคำพูดที่งี่เง่ามากๆ

"นายอยากชื่อ เจมี่ แมคมิลเลี่ยน?" คณิณถามเสียงสูงอย่างไม่อยากเชื่อ

"ก็เหมือนดาราฮอลลีวูดที่ผมชอบไง" เขารีบตัดบททันที "พี่จะติวให้ผมไม่ใช่เหรอ ไหนล่ะ"

ถึงคณิณจะทำหน้าสงสัยแต่ก็ไม่ถามอะไรต่อ พวกเขาติวหนังสือด้วยกันตลอดยามบ่ายที่งดงามในสวน

คณิณรู้สึกราวกับว่าเขากำลังอยู่ในโอเอซิสที่มีดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์เบ่งบานท่านกลางนรกภูมิ แม้แต่สายตาประหลาดของคุณย่าที่เดินออกมาเมียงมองเป็นพักๆ ก็ยังทำลายช่วงเวลาดีๆ ไม่ได้

พอถึงตอนค่ำระบบก็ประกาศด้วยเสียงร่าเริง [ยินดีด้วย ความสัมพันธ์เพิ่มขึ้น ขอให้พยายามต่อไป] เจมี่ล้มตัวลงนอนอย่างหมดแรงทันที

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 233 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

149 ความคิดเห็น

  1. #45 T--T (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 20:34

    น้องต้องแอบมองนมสาวๆบ่อยๆแล้วล่ะ >.<



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 25 พฤษภาคม 2563 / 20:34
    #45
    0