ปราบนายตัวร้ายด้วยรัก [Yaoi][ระบบ]

ตอนที่ 36 : โลกของชื่นชีวา ตอนที่ 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 491
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 72 ครั้ง
    1 พ.ย. 63

 

 

เจมี่เดินตามคุณชัชไปขึ้นรถอย่างว่าง่ายเนื่องจากรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับเรื่องทุกอย่างเต็มที พวกเขานั่งกันเงียบๆ ไม่ได้เปิดเพลง ไม่มีบทสนทนาใดๆ ไม่มีถ้อยคำหยอกเย้าตลกๆ ชัชวาลคิดถึงช่วงเวลานั้นเหลือเกิน คิดถึงเด็กคนนั้นที่คอยพูดจาเจื้อยแจ้วไร้สาระไม่หยุดปาก แต่กลับคล้ายรู้สึกว่ามันกำลังจะหลุดลอยไป ไม่กลับคืนมาอีกแล้ว

"แกไปยุ่งกับเจ้าสัวอรุณทำไม เขาเป็นคนอันตรายมาก แถมยังไปนั่งโอบเอวกันเหมือน..." ชายหนุ่มกลืนคำพูดที่เหลืออย่างหงุดหงิด

"เหมือนอะไรฮะ" เจมี่ถามเสียงเรียบ "พูดให้จบสิ"

"ช่างเถอะ" ชัชวาลตัดบท

เจมี่หันไปมองอดีตคนรักของเขา "คุณชัช คุณชอบลืมอยู่เรื่อยว่าผมเป็นผู้ชาย แต่ที่ลืมบ่อยยิ่งกว่าคือลืมว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว"

"คนอย่างเจ้าสัวอรุณ เขาไม่มีวันรักแก หรือรักใครทั้งนั้น"

เจมี่หัวเราะเบาๆ "สอนกฎหมายของคุณไป ไม่ต้องสอนใครเรื่องความรัก เพราะคุณไม่ได้เรื่องเลย"

เขากับคุณชัชสบตากัน ท่ามกลางแสงสีจากท้องถนน เจมี่เห็นภาพสะท้อนใบหน้าตัวเองในแว่นตาและในดวงตาของเขา รู้สึกเหมือนเป็นครั้งแรกที่คุยกันจริงๆ จังๆ หลังเกิดเรื่อง เขาพึ่งตระหนักได้ว่าคิดถึงคุณชัชมากจริงๆ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกเหมือนกันบ้างไหม

"ชอบเขามากขนาดนั้นเลยเหรอฮะ" เจมี่ถาม

อีกฝ่ายมองเขานิ่งๆ แววตาที่มองมาแฝงความปวดใจ "อืม...ชอบ ชอบเขามาก เขาคือความสุขเดียวในชีวิตฉัน..."

ตอนนี้มีสองอย่างที่เจมี่อยากจะทำ คือถีบคุณชัชแรงๆ สักทีหนึ่ง กับดึงเขามาจูบอย่างร้อนแรง แต่แน่นอนว่าเจมี่ที่เคยผ่านนรกสวรรค์มาก่อน ตีให้ตายก็ไม่กล้ายุ่งกับคนมีเจ้าของ ดังนั้นจึงได้แต่ถอนหายใจ เบือนสายตากลับมามองท้องถนนที่วุ่นวาย

"เชิญสแครชต้นงิ้วไปคนเดียวเถอะ ผมไม่เอาด้วยหรอก" เขาพึมพำ รถยนต์เคลื่อนช้าลงก่อนจอดติดไฟแดง "เดี๋ยวส่งผมป้ายรถเมล์ข้างหน้าก็ได้"

"ฉันทำทุกอย่างก็เพื่อแก ชื่นชีวา"

"เลิกพูดคำนี้สักที เลิกพูด เลิกพูด! " เจมี่ยกมือปิดหู ในที่สุดก็ทนไม่ไหว ยกขาถีบคุณชัชอย่างแรงไปหนึ่งทีก่อนเปิดประตูรถเดินลงมา เจมี่คิดว่าถ้าได้ยินคุณชัชพูดว่าฉันทำทุกอย่างเพื่อแกชื่นชีวาอีกครั้งเดียว เขาอาจจะเป็นคนฆ่าอีกฝ่ายก่อนคุณทิพย์เกสรแน่นอน

 

 

ในที่สุดก็ถึงงานมงคลระหว่างคุณชัชกับคุณทิพย์เกสร ตอนที่เจมี่รับปากคุณทิพย์เกสรก็ไม่ได้คิดว่าจะพาตัวเองมาอยู่ในงานจริงๆ เขาคิดจะแกล้งป่วยหลายครั้ง แต่เมื่อทบทวนดูแล้วถ้าทำแบบนั้นตัวร้ายจะหัวเราะเยาะเขาเปล่าๆ ในที่สุดจึงจำต้องลุกขึ้นมาแต่งเนื้อแต่งตัวแต่เช้าตรู่ คุณชัชของเขาวันนี้อยู่ในชุดสูทสีงาช้าง ส่วนคุณทิพย์เกสรสวมชุดไทยจิตรลดาสีเดียวกัน ดูงดงามเหมาะสมราวกับกิ่งทองใบหยก

คุณหญิงสอางค์วันนี้ดูมีความสุขมากราวกับเป็นงานแต่งตัวเอง เดินกรีดกรายทักทายแขกเหรื่อไปทั่วงาน ถึงกับกระตุกยิ้มให้เจมี่นิดหน่อย ซึ่งทำให้เขาขนลุกซู่ขึ้นมาทันที

"มันก็ไม่แย่มาก" เจมี่พูดกับระบบระหว่างถือเครื่องดื่มอยู่ริมน้ำ "ผมเคยคิดว่าถ้าเห็นภาพนี้อาจจะเสียใจจนโดดแม่น้ำเจ้าพระยาซะอีก"

[ไม่มีอะไรแย่เท่าในความคิดหรอกโฮสต์] ระบบตอบ [ฉันคิดว่าเหตุผลหนึ่งที่คุณไม่เสียใจมาก เป็นเพราะคุณรู้อยู่เต็มอกว่าพวกเขาอยากจะฆ่ากันให้ตาย]

เจมี่หัวเราะแผ่ว ๆ เหตุผลพวกนี้ก็มีไว้ปลอบใจตัวเองไปวันๆ เท่านั้นเอง

เขายืนแจกของชำร่วยด้วยสีหน้าเฉยชา เป็นคนท้ายๆ ที่รดน้ำสังข์ให้บ่าวสาว แทบจะต้องใช้ความพยายามทั้งหมดห้ามตัวเองไม่ให้ปาหอยสังข์ใส่หัวคุณชัช เดิมทีเจมี่แต่งคำอวยพรมากมาย ทั้งแบบดีๆ แล้วก็แบบประชดประชัน แต่สุดท้ายเขาก็แค่รดไปส่งๆ เหมือนรดน้ำต้นไม้ 

 

หลังจากงานเลี้ยงยามค่ำที่โรงแรมจบลง ในห้องนอนใหญ่ของบ้านชยังกูร ทิพย์เกสรกำลังเช็ดเครื่องสำอางอยู่หน้ากระจก เธอถอดตุ้มหูเพชรออกด้วยท่าทางแช่มช้าระหว่างที่ชัชวาลเดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำในชุดนอนลายทางสีเข้ม

"ชัชคะ เรามาคุยเรื่องอนาคตกันเลยดีไหม" ทิพย์เกสรหันไปกล่าวกับชายหนุ่ม "พรุ่งนี้เราจะไปจดทะเบียนสมรสที่บางรักกันแต่เช้า พอตอนสายๆ คุณก็จะโทรหาเจ้าสัวอรุณ บอกเขาว่าคุณตัดสินใจจะขายที่ดินผืนนั้นแล้ว อ๋อ อีกอย่างนะคะ บ้านไม้โกโรโกโสแบบนี้พวกผู้ดีสมัยใหม่เขาไม่อยู่กันแล้ว ฉันอยากอยู่ตึกฝรั่งโก้ๆ เข้าใจไหมคะ"

ชัชวาลหัวเราะเบาๆ เดินไปทิ้งตัวลงบนเตียง "เรื่องแรก ผมตกลงแต่งงานก็จริง แต่ไม่ได้บอกว่าจะจดทะเบียนกับคุณ เรื่องที่สอง ที่ดินผืนนั้นคุณปู่ยกให้ผมโดยตรง ท่านสั่งไว้ว่าไม่ให้ขายเด็ดขาด ส่วนบ้าน..." ชายหนุ่มเหลือบตามองภรรยาแวบหนึ่ง "ไม่อยากอยู่ก็ไม่ต้องอยู่ จะเดินออกไปตอนไหนก็ตามสบาย"

ทิพย์เกสรยิ้มพราว "คุณแน่ใจนะว่าจะปฏิเสธจริงๆ? "

ชัชวาลเอื้อมตัวไปยังลิ้นชักหัวเตียง หยิบซองสีน้ำตาลส่งให้ทิพย์เกสร หญิงสาวรับมาเปิดออกดูด้วยสีหน้าสงสัย ข้างในเป็นรูปแอบถ่ายของเธอกับชายหนุ่มหลายคนในอิริยาบถต่างๆ กัน มีตั้งแต่จับมือถือแขน หัวเราะต่อกระซิกจนถึงท่าทางคล้ายจุมพิต หลายใบยังเป็นรูปเกือบเปลือย มีเพียงผ้าผืนน้อยปิดร่าง ท่าทางยั่วยวนราวกับอยู่ในนิตยสารผู้ใหญ่ หญิงสาวหน้าซีดลงทันที ก่อนจะปรับเปลี่ยนมายิ้มหวาน

"ถึงอย่างไร เรื่องของทิพย์ก็คงไม่ฉาวเท่าคุณกระมัง หรือว่าคุณไม่สนใจอนาคตของเด็กนั่นแล้ว"

"ใช่ ไม่ฉาวเท่าผมหรอก แต่พ่อคุณจะว่ายังไงถ้ารู้เรื่องนี้ หืม? "

ทิพย์เกสรเม้มปากแน่น "คุณมันหน้าตัวเมีย"

"แต่คุณหน้าตัวเมียอยู่แล้ว รู้ตัวหรือเปล่า" ชัชวาลถอดแว่นตาออกมาเช็ดเบาๆ "ผมพร้อมจะเสียงาน ผมพร้อมจะเสียชื่อเสียง แล้วผมก็พร้อมจะดูแลเขา ถ้าคุณทำลายอนาคตของเขา ทิพย์เกสร ผมจะพาเขาหนีไปให้ไกล ไกลจนคุณนึกไม่ถึง แต่ก่อนหน้านั้น ผมสาบานว่าจะทำให้คุณจะต้องเสียใจมากกว่า" ชายหนุ่มเอนตัวลงนอนบนเตียง หยิบหนังสือเล่มประจำออกเปิดอ่าน ไม่สนภรรยาหมาดๆ ที่กำลังกัดฟันกรอดอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง

"บอกไว้ก่อนว่าไอ้รูปพวกนี้ผมไม่ได้เป็นคนสรรหามาสักนิด มีคนหวังดีส่งมาให้ผมถึงมหาวิทยาลัย ผมเห็นหลายคนในรูปก็ได้รับเชิญมางานแต่งด้วย ป่านนี้พวกนั้นคงกำลังหัวเราะเยาะผมแทบตายแล้ว"

มือของหญิงสาวกำแน่น สั่นสะท้าน

"เกือบลืมบอกไป ผมไม่ชอบให้ใครมายุ่มย่ามในพื้นที่ส่วนตัว ห้องของคุณเชิญด้านข้าง" ชัชวาลมองผู้เป็นภรรยา เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลดั่งมีดกรีดเฉือน "ยินดีต้อนรับสู่ชีวิตแต่งงาน ทิพย์เกสร"

 

 

เผลอแป๊บเดียวงานแต่งก็ผ่านไปเดือนกว่าแล้ว ชีวิตยังคงดำเนินต่อไป เดิมทีเจมี่คิดจะย้ายออกไปอยู่กับชุนที่ชั้นบนของร้าน แต่ระบบกลับเตือนอย่างจริงจังว่าเขาไม่ควรจะอยู่ห่างจากตัวเอก สุดท้ายเขาก็ได้แต่กล้ำกลืนความรู้สึกส่วนตัวทนอยู่ที่บ้านต่อไป

 วันนี้หลังกลับจากมหาวิทยาลัย เจมี่ก็ช่วยป้านวลกับพี่นิ่มเตรียมอาหารเย็นอยู่ในครัวตามปรกติ หกโมงกว่าแล้ว แต่คุณชัชก็ยังไม่กลับบ้าน หลังจากแต่งงาน คุณชัชก็มักจะอยู่ที่มหาวิทยาลัยจนดึกดื่นและแทบไม่ได้ใช้เวลาพักผ่อนอยู่ในบ้านเหมือนเก่า ทั้งที่ปรกติแล้วเป็นคนติดบ้านมาก เรื่องนี้แม้แต่ป้านวลกับพี่นิ่มต่างก็สังเกตเห็น

ระหว่างที่เจมี่กำลังนั่งปอกลูกฟัก พี่นิ่มก็เดินหน้างอสะบัดก้นนั่งลงอย่างไม่พอใจเต็มที "ชื่น แม่คุณนายเขาบอกว่าอยากกินสะเต็กเนื้อ พี่ไม่รู้หรอกว่าไอ้สะเต็กมันคืออะไร เคยได้ยินแต่ชื่อ"

"สเต๊กมันก็คือเนื้อย่างฮะ ความจริงแล้วทำไม่ยากหรอก เดี๋ยวผมจัดการเอง" เจมี่เดินไปล้างมือ เตรียมจะออกไปซื้อเนื้อสันนอกสักชิ้น

"มืดค่ำอย่างนี้ตลาดไม่วายหมดแล้วหรือไง" พี่นิ่มบ่นอย่างหงุดหงิด "ดูสิ มาอยู่ได้ไม่เท่าไหร่ก็สั่งๆๆๆ สั่งทั้งวัน พี่ละอยากจะบ้าตาย"

แม้แต่ป้านวลที่ไม่เคยเห็นด้วยกับการนินทาเจ้านายยังร่วมวงด้วย "ตั้งแต่คุณนายเธอมาอยู่ ค่าอาหารเพิ่มขึ้นบานเลย เฮ้อ พวกผู้ดีเนี่ย เขากินกับข้าวบ้านๆ ไม่ได้เลยหรือไงนะ"

"คุณชัชยังไม่เห็นว่าอะไร ช่างเขาเถอะฮะ" เจมี่บอกเสียงใส เรื่องสะใจอย่างเดียวในช่วงนี้คือการทำอาหารมากมายขึ้นโต๊ะ เขาจินตนาการภาพสีหน้าคุณชัชออกเลยว่าเป็นยังไง ถึงจะไร้สาระไปหน่อยแต่ก็เพียงพอจะปลอบประโลมจิตใจที่บอบช้ำของเขาได้บ้าง

เป็นเวลาสองทุ่มกว่าแล้ว แต่คุณชัชยังไม่กลับบ้าน เขากับพี่นิ่มจึงเสิร์ฟอาหารให้คุณผู้หญิงของบ้านตามเวลา เสร็จแล้วเจมี่จึงนั่งทำการบ้านอยู่ในห้องนอน ขณะที่กำลังรู้สึกคล้ายตาจะปิดอยู่รอมร่อ ประตูห้องก็เปิดออกเบาๆ ร่างสูงของคุณชัชยืนพิงกรอบประตู ใบหน้าแดงก่ำ กลิ่นแอลกอฮอล์คลุ้งไปหมด 

เจมี่เงยหน้าขึ้นมองแวบหนึ่ง ไม่ได้พูดอะไร

"ชื่นชีวา แกเคยรู้สึกเหมือนชีวิตว่างเปล่าไหม"

"พออ้าปากพูดเรื่องความรู้สึกแล้ว ไม่เหมือนคุณเอาซะเลย" เขาตอบก่อนหันไปสนใจงานเขียนแบบตรงหน้าต่อ คิดว่าเดี๋ยวอีกฝ่ายคงไป แต่คุณชัชกลับเอาแต่ยืนจ้องอยู่แบบนั้น

"ทำไม ชีวิตคู่ไม่มีความสุขหรือไงฮะ" เจมี่หันไปจิกกัดเบาๆ "สมน้ำหน้า"

"ใช่ สมน้ำหน้าจริงๆ " ชายหนุ่มหัวเราะเสียงแผ่ว ชีวิตของเขาไม่มีอะไรทั้งสิ้น ทั้งหมดที่ห่วงมีแค่อนาคตของเด็กคนนี้ ราวกับพวกเขามีความรู้ใจกันบางอย่าง เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองเขา

"ห้ามพูดว่าฉันทำทุกอย่างเพื่อแกชื่นชีวาอีก ไม่งั้นผมจะเอาดินสอจิ้มตาคุณ"

"ฉันอยากได้ยินแค่นี้แหละ" ชัชวาลยิ้มน้อยๆ ก่อนเดินลงจากเรือนเล็ก คืนนี้ดอกแก้วในสวนส่งกลิ่นหอมมาก ชายหนุ่มหยุดยืนมองแสงไฟในห้องของเด็กหนุ่มอยู่พักใหญ่ หลายครั้งที่เขามักจะบ่นเรื่องที่ชื่นชีวาชอบเถียงคำไม่ตกฟาก แต่มาตอนนี้เขากลับคิดถึงถ้อยคำจิกกัดปนขบขันเหล่านั้นเหลือเกิน ถึงวิธีที่เด็กหนุ่มเรียกชื่อเขา คิดถึงริมฝีปากนุ่มที่โค้งขึ้นอย่างเย้ยหยัน คิดถึงทุกอย่างที่เป็นชื่นชีวา ชยังกูร

ร่างสูงถอนหายใจก่อนเดินตัดผ่านสวน มองเห็นทิพย์เกสรในชุดนอนลูกไม้สูบบุหรี่ยืนพิงเสาต้นหนึ่งอยู่บนเรือนใหญ่ เธอมองเขาขึ้นลงอย่างพิจารณา มีรอยยิ้มกริ่มประดับใบหน้า

"ว่ายังไงคะสามีฉัน สบายตัวหรือยัง"

ชัชวาลถอนหายใจ "ผมไม่ใช่สามีของคุณ แล้วผมกับชื่นชีวาก็ไม่เคยทำเรื่องต่ำๆ อย่างที่คุณเข้าใจ" ชายหนุ่มเหลือบมองผู้เป็นภรรยา "ผมหมายถึงยังไม่ทันได้ทำ"

พูดจบก็ก้าวผ่านหญิงสาวไปอย่างไม่สนใจ

"ฉันท้อง"

รองเท้าหนังมันปลาบพลันหยุดชะงัก ก่อนที่ชัชวาลจะหัวเราะเบาๆ "ผมนี่เกิดมาเพื่อเลี้ยงลูกชาวบ้านแท้ๆ " เขายืนเท้าเอวส่ายหน้าอย่างขบขัน "แล้วท้องกับใคร"

"ไม่สำคัญหรอก แต่คุณจะต้องเป็นพ่อของเด็ก"

"ถ้าผมบอกว่าไม่ล่ะ"

ทิพย์เกสรเดินเข้ามาลูบไหล่ของผู้เป็นสามีเบาๆ "ลองคิดดูนะคะชัช คุณแม่สุดที่รักของคุณจะว่ายังไง ถ้ารู้ว่าลูกชายคนเดียวเป็นพวกนิยมไม้ป่าเดียวกัน…" หญิงสาวหัวเราะเบาๆ "ฉันได้ยินมาว่า…คุณพ่อของคุณเองก็หนีไปกับเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่เลี้ยงไว้ในบ้าน…แม่คุณแทบบ้ากับเรื่องนี้ไม่ใช่หรือ"

"หุบปากเดี๋ยวนี้!" ชัชวาลตวาดลั่น คล้ายใกล้หมดความอดทนเต็มที ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หลายครั้งอย่างพยายามสงบสติอารมณ์ "ถ้าผมตกลงขายที่ให้เจ้าสัวอรุณ คุณจะออกไปจากชีวิตผมกับชื่นชีวาไหม"

ไม่หรอก ชัชวาลถามออกไปทั้งที่รู้ดี คนอย่างทิพย์เกสรไม่มีวันหยุด จนกว่าจะตาย…

ใช่…จนกว่าจะตาย…

หญิงสาวแหงนหน้าหัวเราะลั่น "ฉันไม่อยากได้ที่ผืนเดียวหรอกค่ะชัช แต่ฉันจะต้องได้ทั้งหมด" เธอมองผู้เป็นสามีแต่ในนามอย่างผู้ชนะ "คุณจะจดทะเบียนสมรสกับฉัน รับลูกในท้องฉันเป็นทายาทตามกฎหมาย ลูกฉันจะได้ทุกอย่างที่เป็นของคุณ นั่นคือสิ่งที่ฉันต้องการ"

ชัชวาลถอนหายใจ "ขอแค่คุณยกเว้นเด็กคนนั้น เขาไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย" พูดจบร่างสูงก็เดินเข้าบ้านตรงไปยังห้องนอนด้วยความเหนื่อยล้า

ทิพย์เกสรยกบุหรี่ขึ้นสูบ พ่นควันขาวออกมาเป็นวง สายตาจับจ้องไปยังเรือนหลังเล็กที่เปิดไฟอยู่ด้วยสีหน้าว่างเปล่า

"ยกเว้นงั้นหรือคะ ชัชวาล…"

 

 

รุ่งเช้าของอีกวันหนึ่ง ขณะที่คุณหญิงสอางค์กำลังรดน้ำต้นไม้อยู่นั้น ทิพย์เกสรก็เดินพรวดพราดน้ำตานองหน้าเข้ามา

"อ้าวแม่ทิพย์เกสร เป็นอะไรไปลูก" คุณหญิงรีบทิ้งฝักบัวรดน้ำปรี่ไปหาลูกสะใภ้ที่กำลังสะอึกสะอื้น ยกมือลูบหลังอย่างปลอบใจ

"คุณแม่ คุณแม่คะ…ทิพย์อัดอั้นตันใจเหลือเกิน ไม่รู้จะไปพึ่งใครแล้วค่ะคุณแม่" พูดไปพลางร้องไห้พลาง ดวงตาคู่สวยแดงช้ำอย่างน่าเวทนา

"มามา มีอะไรค่อยๆ พูดค่อยจากันนะ" แม่สามีผู้แสนดีจูงลูกสะใภ้ไปนั่งยังเก้าอี้ตัวหนึ่งใกล้ๆ "ไหนมีอะไรเล่าให้แม่ฟังสิลูก ตาชัชรังแกอะไรหนู แม่จะไปดุมัน"

ทว่าหญิงสาวกลับไม่ยอมเอ่ยอะไร สองมือขยุ้มกระโปรงตัวสวยจนยับย่น ดูอึดอัดคับข้องใจคล้ายน้ำท่วมปากเต็มที "นะ…หนู หนูอายปากค่ะคุณแม่ หนูไม่กล้าพูดเรื่องแบบนี้"

คุณหญิงสอางค์คล้ายเข้าใจรางๆ "ไม่ต้องกังวล เราลูกผู้หญิงเหมือนกัน มีอะไรแม่พร้อมจะรับฟังนะลูกนะ" หญิงสูงวัยลูบผมลูกสะใภ้อย่างอ่อนโยน ทิพย์เกสรยังคงสะอึกสะอื้นไม่หยุด ต้องใช้เวลาสักพักกว่าเธอจะหายเป็นปรกติพอจะพูดอะไรได้

"ไอ้ชื่นน่ะค่ะ คุณแม่" แค่ได้ยินชื่อไอ้ชื่นสีหน้าของคุณหญิงสอางค์ก็ซีดลงทันที เพราะมันคือสิ่งที่เธอกลัวที่สุดมาตลอด คือความกลัวที่ลึกที่สุดในใจ...

"มันทำไมลูก" คุณหญิงสอางค์กระซิบเสียงต่ำอย่างน่ากลัว

"มัน…" หญิงสาวก้มหน้าลงไม่กล้าสบตาแม่สามี "ทิพย์จับได้ว่า มันแอบยั่วคุณชัชลับหลังทิพย์ค่ะคุณแม่ ฮือ…"

พูดจบก็ปล่อยโฮครั้งใหญ่

คุณหญิงสอางค์เม้มปากเน้น ตัวสั่นสะท้าน เนิ่นนานกว่าเธอจะพูดอะไรออก "แม่ก็ว่าอยู่แล้วเชียว ไอ้นี่มันหูตาแพรวพราว เหมือน…เหมือนกับไอ้เด็กจัญไรนั่น"

หญิงสูงวัยกว่ารีบปรับสีหน้าให้เป็นปรกติอย่างรวดเร็ว "ไม่ต้องร้องนะลูก ถึงยังไงตาชัชก็ไม่ใช่คนใจคอโลเลอะไร เรื่องนี้ปล่อยให้แม่จัดการเองนะลูกนะ"

"คุณแม่…ฮือ…" ทิพย์เกสรโผเข้ากอดแม่สามีแน่น น้ำตาไหลออกมาเป็นสายอย่างน่าเวทนา คุณหญิงสอางค์ลูบหลังลูกสะใภ้อย่างปลอบโยน ดวงตาแวววาวด้วยความแค้น ลูกชายตัวดีของเธอก็เหลือเกิน ถึงทิพย์เกสรจะไม่ยอมพูดออกมาแต่เธอก็รู้ว่าเรื่องแบบนี้ปรบมือข้างเดียวย่อมไม่มีทางดัง เป็นตายยังไงเธอก็จะไม่ยอมให้เรื่องร้ายเกิดขึ้นกับครอบครัวของลูกชายเหมือนที่เคยเกิดกับครอบครัวของเธอเด็ดขาด

 

อีกด้านหนึ่ง ในตึกสูงของมหาวิทยาลัยชื่อดังระดับประเทศ ชัชวาลในชุดสูทสีเข้มกำลังเดินอยู่ในโถงทางเดินทอดยาวราวกับไม่สิ้นสุด รองเท้าหนังกระทบพื้นไม้ขัดมันเป็นจังหวะมั่นคง เขาหยุดทักทายเพื่อนร่วมอาชีพบ้างเป็นระยะ จนในที่สุดจึงเดินมาหยุดหน้าโต๊ะทำงานแห่งหนึ่ง เบื้องหลังเป็นประตูไม้บานใหญ่ เสมียนคนสวยหน้าห้องที่กำลังวุ่นอยู่กับการเคาะเครื่องพิมพ์ดีดเป็นจังหวะต่อเนื่องอยู่เงยหน้าขึ้นมองเล็กน้อย

"อ่าว อาจารย์ชัชวาลนี่เอง นึกว่าใคร" หญิงสาวยิ้มกว้าง "มาพบคณบดีหรือคะ ตอนนี้ท่านมีแขก อาจารย์ได้นัดไว้ก่อนหรือเปล่าคะ"

ชัชวาลสูดลมหายใจเข้าลึกๆ นี่อาจคือจุดจบของหน้าที่การงานที่เขารัก แต่มันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว "ไม่ได้นัดครับ พอดีผมมีเรื่องสำคัญต้องเรียนให้คณบดีทราบ"

"อาจารย์นั่งรอสักครู่นะคะ เดี๋ยวเพ็ญเข้าไปเรียนให้"

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 72 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

147 ความคิดเห็น

  1. #133 Aconite_ (@Rookie_King) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2563 / 19:45
    คุณชัชโว้ย ต้องให้ไปตบก่อนมั้ยค๊าถึงจะไปปรึกษาน้องซักที แหม๊ มันน่าโดนจริงๆ เลย ทิพย์เกสรอีกคนนะ แสดงเก่งจริง ถ้าไปเมืองนอกจะเรียนเอกการแสดงรึเปล่าค๊าคุณพรี่
    #133
    0
  2. #132 NightHeart (@NightHeart) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2563 / 14:07
    ARC นี้จะเป็นโลกแรกเลยนะที่ไม่อยากให้เจมี่คู่กับพระเอก เพราะแก้ปัญหาไม่ได้เรื่องเลย แทนที่จะปรึกษากัน ช่วยกันแก้ปัญหา นี่อะไร พอเขาห่างก็ทำเป็นหวงก้าง ไม่ยอมปล่อย บอกเลยว่างานนี้บทต้องเทให้อิพี่ชุนเต็มที่ ให้คุณชัชเขาเส้นเลือดแตกตายไปเลย!
    #132
    0
  3. #131 BBB99 (@bellbellza99) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 14:34
    เอาจริงงง นี่ว่าพระเอกทำแบบนี้ไม่โอนะ ไม่ได้เรื่องเล้ยย จัดการอะไรไม่ได้
    #131
    0
  4. #130 w21_s (@waew512) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 11:49
    พอเถอะชาตินี้กูขอถีบหัวส่งพระเอก
    #130
    0
  5. #129 8Friend (@dee23616) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 11:39
    มันน่าโมโหที่ไม่ยอมปรึกษาคนรักแล้วป่านไปด้วยกัน แต่เลือกที่จะตัดสินใจเองคนเดียว คิดว่าอีกคนเป็นเด็กหรอ แต่ชื่นน่ะอยู่มากี่ชาติแล้ว
    #129
    0
  6. #128 8Friend (@dee23616) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 11:38
    ต้องยอมขนาดนั้นเลยหรอ คุณชัชมีหลักฐานมากกว่าอีก
    #128
    0
  7. #127 montax (@montax) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 11:13
    ขอให้มีจุดจบที่ไม่ดีแล้วกัน ตายๆไปซะ
    #127
    0
  8. #126 star-240351 (@star-240351) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 11:12
    ชั้นขอสาปแช่งแก!!!นังดอกไม้!!!!ขอให้แกตกนรกทั้งเป็น!!!โดนคนอื่นเกลียดขี้หน้าซะเถอะ!!!

    ปล.โลกนี้ไรท์แร่งจนตับรีดจะวายแน้วนะ;-;;;;;เอาความหวามชื่นมาให้น้องซักทีเถอะะะะะ //ภาวนา
    #126
    0