ปราบนายตัวร้ายด้วยรัก [Yaoi][ระบบ]

ตอนที่ 34 : โลกของชื่นชีวา ตอนที่ 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 548
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 88 ครั้ง
    1 พ.ย. 63

 

 

บริเวณท้องสนามหลวงแถวรูปปั้นพระแม่ธรณีบีบมวยผมเป็นแหล่งหนังสือมือสองที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงมากในเมืองหลวง ไม่ว่าจะตำรับตำราต่างๆ ล้วนหาได้ในราคาที่ถูกกว่าร้านทั่วไปกว่าเท่าตัว แต่ก็ไม่ได้มีแค่หนังสือเรียนอย่างเดียว ยังมีหนังสืออะไรอีกหลายอย่างที่ค่อนข้างในสนใจและเป็นที่รู้กันเฉพาะคนกลุ่มเล็กๆ

ร่างสูงโปร่งของชัชวาลกำลังเดินสำรวจตามแผงหนังสือต่างๆ ช่วงสายคนค่อนข้างน้อย เป็นเวลาดี ชายหนุ่มเดินลึกเข้าไปจนเกือบถึงแผงท้ายๆ เบื้องหน้าเป็นหนังสือนิยายประโลมโลกเก่าๆ มากมายกองเป็นตั้งอย่างไม่เป็นระเบียบ ลูกค้าคนหนึ่งกำลังคุ้ยหาหนังสือดีๆ อย่างขะมักเขม้น ชัชวาลหยิบหนังสือบางเล่มขึ้นมาเปิดดูส่งๆ แววตาเบื้องหลังแว่นกรอบหนาดูร้อนอกร้อนใจพิกล

เด็กวัยรุ่นตัวผอมแห้งซึ่งดูเหมือนเป็นเจ้าของร้านเดินออกมายืนเท้าสะเอวอยู่หน้าแผง สำรวจชัชวาลขึ้นลงหัวจรดเท้า ก่อนเดินเข้ามาประชิด แล้วกระซิบถามว่า "โป๊ไหมพี่ โป๊ไหม"

ชัชวาลเหลือบมองซ้ายมองขวา เมื่อแน่ใจว่ารอบข้างปราศจากคนรู้จักจึงพยักหน้าก่อนเดินตามเด็กหนุ่มไปด้านหลัง พ่อค้าวัยรุ่นหยิบนิตยสารกองใหญ่ส่งให้เขาเลือกดู หน้าปกล้วนเป็นภาพวาบหวิวอล่างฉ่างของสาวสวยมากมาย ปทุมถันหลายคู่คล้ายกำลังเชื้อเชิญยั่วยวน ชัชวาลพลิกดูส่งๆ อย่างเร่งรีบ แต่ก็ไม่เจออะไรคล้ายกลับที่กำลังตามหา เขารีบวางหนังสือเหล่านั้นลงก่อนตั้งท่าจะเดินออกมา แต่เด็กหนุ่มเจ้าของร้านกลับรั้งแขนเขาเอาไว้

"ไม่ถูกใจเลยเหรอพี่ นี่พึ่งลงใหม่วันนี้เลยนะ ร้านเราเยอะสุดแล้ว"

"ไม่…ไม่ชอบ" ชัชวาลกล่าวสั้นๆ ก่อนพยายามเดินออกมาอีกรอบ เด็กหนุ่มสำรวจเขาด้วยแววตาของพ่อค้าผู้มีประสบการณ์โชกโชน สีหน้าพลันปรากฏแววเข้าใจทันที เขาดีดนิ้วเบาๆ กล่าวว่า

"พี่รอแป๊บ ผมมีของที่พี่ต้องชอบ" ว่าพลางหันไปค้นๆ ในลังกระดาษ ก่อนหยิบหนังสืออีกปึกออกมา คราวนี้หน้าปกกลับเป็นรูปหนุ่มผมบลอนด์หล่อล่ำหลายคนในเสื้อผ้านุ่งน้อยห่มน้อยแทน ชัชวาลหน้าแดงแปร๊ดทันที เหลือบมองซ้ายขวาตามสัญชาตญาณ หัวใจเต้นแรงกระหน่ำด้วยกลัวว่าจะมีใครมาเห็น

"แต่เป็นภาษาอังกฤษหมดเลยนะพี่ ของมาแพงด้วย" พ่อค้าวัยรุ่นเห็นปฏิกิริยาของเขาก็รู้ทันทีว่ากำลังจะขายของได้

"ผมเอาหมด ห่อดีๆ ละ" ชัชวาลรีบพูด เด็กหนุ่มยิ้มแฉ่งก่อนรีบห่อหนังสือทั้งหมดด้วยกระดาษสีน้ำตาลก่อนใส่ถุงกระดาษใบใหญ่อีกชั้น ชัชวาลส่งเงินให้ก่อนรีบเดินจ้ำออกจากร้านอย่างรวดเร็ว ใจเต้นกระหน่ำ แอบก่นด่าชื่นชีวาเบาๆ ที่เขาต้องมาพยายามเรียนรู้เรื่องอะไรแบบนี้ในวัยสี่สิบกว่าปี

ชัชวาลพยายามปรับลมหายใจให้เป็นปรกติและเดินตัวตรงอย่างแนบเนียนไปขึ้นรถที่จอดอยู่ริมฟุตบาท แต่ทันใดนั้นเสียงเรียกกลับดังขึ้นจากเบื้องหลัง เขาสะดุ้งสุดตัวทันที

"นั่นไงอาจารย์ชัชวาล อาจารย์คะ รอเดี๋ยว! " นักศึกษาชายหญิงหลายคนกำลังวิ่งกระหืดกระหอบมาทางเขาก่อนหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า

"อาจารย์ คือพวกหนูอยากเรียนนิติปรัชญากับอาจารย์ค่ะ แต่เห็นว่าเต็มแล้ว อาจารย์ช่วยเซ็นใบเพิ่มวิชาให้หน่อยได้ไหมคะ" เด็กสาวคนหนึ่งในกลุ่มถามอย่างมีหวัง

โล่งอกไป เป็นเรื่องเรียน....

"คลาสผมเต็มแล้ว ไม่รับนักศึกษาเพิ่ม ทำไมไม่ไปเรียนกับอาจารย์ศันสนีย์" เขาเอ่ยถาม

"เห็นพวกรุ่นพี่บอกว่าอาจารย์สอนรู้เรื่องกว่าครับ" เด็กหนุ่มคนหนึ่งตอบ "พวกเราอยากเรียนกับอาจารย์จริงๆ เซ็นให้พวกเราเถอะนะครับ เพิ่มมาแค่ไม่กี่คนเอง"

"แค่ตั้งใจเรียน เรียนกับใครก็เหมือนกัน ผมมีธุระ ต้องไปแล้ว" เขารีบเดินตัวตรงไปยังที่จอดรถอย่างรวดเร็ว แต่เด็กคนหนึ่งในกลุ่มกลับคว้าถุงกระดาษของเขาไว้ ชัชวาลเป็นอันสะดุ้งอีกครั้ง

"…"

"อาจารย์ครับ เดี๋ยวก่อน --"

"ก็ได้ ก็ได้" เขารีบเอ่ยออกมาทันทีอย่างร้อนตัว "ผมเบื่อพวกคุณจริงๆ เวลาลงทะเบียนกันก็หายหัว ถึงเวลาจะเริ่มเรียนก็วิ่งวุ่นไปทั่ว บอกไว้ก่อนว่าคลาสผมสายห้านาทีถือว่าขาด ไม่รับส่งงานนอกเวลา ไม่รับส่งงานเกินกำหนด เข้าใจไหม"

"เข้าใจครับ / ค่ะ" เด็กๆ ต่างตอบรับด้วยสีหน้าโล่งใจ

"ไปหาผมหน้าคณะสี่โมง ห้ามสาย" พูดจบเขาก็ดินหันหลังไปทันที หลังจากขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว ชัชวาลจึงฟุบหน้าลงกับพวงมาลัยอย่างเหนื่อยล้า พึมพำว่า "ชื่นชีวา แกนี่มันเหลือเกินจริงๆ " ซ้ำไปซ้ำมา

 

หลังจากเปิดเทอม เจมี่ก็ได้เริ่มต้นชีวิตนักศึกษาอย่างจริงจัง เขาคิดว่าตัวเองปรับตัวได้รวดเร็วพอสมควร เรียนก็ว่าหนักแล้ว แต่กิจกรรมรับน้องในช่วงสองเดือนแรกกลับสูบพลังยิ่งกว่า หลังจากเลิกเรียนเขายังต้องอยู่เข้าร่วมกิจกรรมทุกเย็นจวบจนค่ำมืดดึกดื่น คุณชัชบ่นทุกวันจนความโรแมนติกที่สั่งสมมาอย่างยากลำบากเป็นอันมลายหายไปหมด ในที่สุดเย็นวันหนึ่งคนรักผู้ชราภาพของเขาก็หมดความอดทน เดินดุ่มๆ เข้ามากลางวงขณะทำกิจกรรมเพื่อรับตัวเขากลับก่อนเวลาแถมยังฉอดกับพวกรุ่นพี่อีกหนึ่งยก ถ้าเป็นเด็กคนอื่นอาจรู้สึกอายแทบตาย แต่เจมี่บอกตรงๆ ว่าดีใจมาก เพราะตอนนี้เขาไม่อยากทำอะไรทั้งนั้นนอกจากนอนสลบไปบนเตียงนุ่มๆ และตื่นมาในอีกทีเมื่อหมดกิจกรรมรับน้อง

"พวกเด็กศิลป์เล่นอะไรกัน ไร้สาระที่สุด" คุณชัชบ่นไม่หยุดจนเจมี่อยากจะเอามือปิดหู แดดดี้สุดฮอตของเขา ตอนนี้ได้กลายร่างเป็นมนุษย์ลุงเฉิ่มๆ ไปซะแล้ว "คนเขาส่งลูกหลานมาเรียน ไม่ได้ส่งมาเต้นแร้งเต้นกา"

"เพื่อมิตรภาพไงคุณชัช มิตรภาพระหว่างเพื่อนร่วมรุ่น ระหว่างพี่น้องงงง" เจมี่พูดเสียงแหบเนื่องจากการต้องแหกปากร้องเพลงเชียร์มาตลอดตั้งแต่บ่ายสาม "คุณชัชเป็นอาจารย์นึกว่าจะชินซะอีก พวกอาจารย์นี่แหละพี่โหดตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด แค่กๆ "

"เป็นอะไรไป ไม่สบายหรือเปล่า" ชัชวาลถามอย่างเป็นกังวล เอื้อมมือออกมาแตะหน้าผากเขาเบาๆ

"เปล่าหรอกฮะ" เจมี่ส่ายหัว "แค่ร้องเพลงจนเสียงแหบเท่านั้นเอง"

แม้จะบ่นเหมือนหมีกินผึ้ง แต่คุณชัชก็แวะจอดรถซื้อยาแก้ไอให้เขา เจมี่เดินเข้าบ้านได้ก็สลัดทุกอย่างทิ้งล้มตัวลงนอนเหยียดบนโซฟาตัวยาวราวกับลาตาย แม้ว่าฟ้าจะถล่มลงมาก็ไม่ขยับเด็ดขาด

"คงจะเรียนเหนื่อยมากนะคะ" ป้านวลยิ้มเหมือนเห็นสภาพศพของเจมี่

"เดี๋ยวผมไปช่วยเตรียมอาหารเย็นนะฮะ ขอนอนแป๊บหนึ่ง" เจมี่พูดอู้อี้ขณะนอนคว่ำหน้าอยู่บนโซฟา ถึงแม้ว่าจะย้ายมาอยู่เรือนใหญ่กับคุณชัชแล้ว แต่เจมี่ก็ยังคงช่วยงานทุกอย่างเหมือนเดิม

"ไอ้เรียนน่ะคงไม่เหนื่อยเท่าไหร่หรอก แต่ช่วงนี้เด็กๆ เขารับน้องกัน จริงจังยังกับจะไปออกรบ" ชัชวาลคลายเนกไทออก "ป้าช่วยต้มข้าวต้มกุ๊ยสักชาม เครื่องเคียงสักอย่าง เดี๋ยวอาบน้ำแล้วจะได้อุ่นกินได้สะดวก"

"ได้ค่ะ" ป้านวลตอบรับ หันมาทางเขา "ชื่นเหนื่อยก็นอนไปเถอะลูก วันนี้ไม่ต้องมาช่วยหรอก" พูดจบก็เดินออกไปทันที

"ชื่นชีวา ลุกขึ้นไปอาบน้ำอาบท่า เดี๋ยวจะได้กินข้าวเย็นกัน" คุณชัชสะกิดเขาเบาๆ

เจมี่เองก็รู้สึกไม่สบายตัวเท่าไหร่ เขาลุกขึ้นลากสังขารไปอาบน้ำที่ชั้นบนอย่างเหนื่อยอ่อน หลังจากอาบน้ำประแป้งจนหอมฟุ้งแล้วจึงลงมาทานอาหารด้านล่างกับคุณชัช แต่ป้านวลยังไม่ได้ตั้งโต๊ะ คุณชัชเองก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว กำลังนั่งอ่านหนังสือเล่มหนาอยู่บนโซฟา เจมี่รีบเข้าไปนอนหนุนตักออเซาะทันที

"ลุกขึ้น อย่าทำประเจิดประเจ้อ เดี๋ยวใครมาเห็น" ชายหนุ่มดุเบาๆ

"ไม่เอา" เจมี่พึมพำ "ขอห้านาทีนะครับ"

ชัชวาลมองเด็กหนุ่มที่ทาแป้งขาวโพลนทั้งหน้าจนเศษแป้งร่วงกราวอยู่บนขากางเกงเขาอย่างขบขัน "เมื่อไหร่แกจะเลิกทาแป้งเหมือนเด็กสามขวบสักที"

"คุณชัชไม่เข้าใจ นี่มันเป็นการทาแป้งแบบป้านวลสไตล์" เจมี่ตอบ ถูไถแก้มกับขากางเกงคุณชัชให้แป้งร่วงยิ่งขึ้น

"เดี๋ยวหมดรับน้องเมื่อไหร่จะพาแกไปเที่ยวหัวหิน ดีไหม? " 

"หัวหิน? " เจมี่ขมวดคิ้ว แม้สายตาคุณชัชจะยังอยู่บนหนังสือ แต่ใบหูกลับแดงก่ำอย่างไม่เป็นธรรมชาติ สมองด้านลามกของเจมี่ประมวลผลอย่างรวดเร็วทันที

"ทำไมผมต้องไปเสียตัวไกลขนาดนั้นด้วย" เขาถามยิ้มๆ

"ดีๆ หน่อยชื่นชีวา"

"ทำที่ไหนก็เหมือนกัน"

"ถ้าไม่หยุดฉันจะตีแกจริงๆ นะ"

เขากับคุณชัชหยอกล้อกันพักหนึ่ง ความจริงเจมี่แค่อยากอ้อนแค่นิดหน่อยพอเติมความหวานให้ชีวิตบ้าง แต่ในที่สุดกลับเผลอหลับไปจริงๆ ด้วยความเหนื่อยอ่อน ชัชวาลที่ถูกเด็กยึดครองตักแทนหมอนถอนหายใจเป็นรอบที่ร้อย แม้จะอยากจดจ่อกับหนังสือตรงหน้า แต่กลับพบว่าตัวเองไม่มีสมาธิเอาซะเลย กลิ่นหอมของแป้งเย็นยี่ห้อถูกๆ ในท้องตลาดกลับหอมมากเป็นพิเศษอย่างน่าพิศวงเมื่ออยู่บนร่างของชื่นชีวา ชัชวาลมองใบหน้าที่กำลังหลับตาพริ้มอย่างมีความสุขของอีกฝ่าย ก่อนใช้นิ้วคีบริมฝีปากนุ่มนิ่มเบาๆ จนคล้ายปากเป็ด อดหัวเราะกับตัวเองไม่ได้

เขาก้มตัวลงเหนือใบหน้าของเด็กหนุ่ม ก่อนประทับจูบที่มุมปากเบาๆ

นุ่ม เป็นความรู้สึกแรก แต่กลับซาบซ่านและอบอุ่นไปทั้งใจ แน่นอนว่าเมื่อมีครั้งแรกแล้วก็ย่อมมีครั้งที่สอง คล้ายคนอดอยากไม่รู้อิ่ม มันเป็นเพียงจูบเบาๆ ที่ไม่ได้ล่วงล้ำเนื่องจากกลัวอีกฝ่ายจะตื่นขึ้นมา จากริมฝีปากจรดแก้มและดวงตา รู้ตัวอีกทีชัชวาลก็พบว่าตนเองกำลังจุมพิตเด็กหนุ่มไปทั่วทั้งหน้า

ทว่าเมื่อละจากใบหน้าของชื่นชีวาอย่างเสียดาย เขากลับพบกับใครบางคนที่กำลังยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยสายตาแวววาว

"ทิพย์เกสร" ชัชวาลลุกขึ้นอย่างตกใจจนเจมี่พลอยสะดุ้งตื่นไปด้วย

"มีอะไรเหรอฮะ" เจมี่พึมพำ ขยี้ตาอย่างงัวเงีย เมื่อมองตามสายตาคุณชัชก็พบกับหญิงสาวในชุดกระโปรงสั้นสีแดงเข้มกำลังยืนมองอยู่ด้วยสายตาราวกับพึงพอใจกับอะไรบางอย่าง "คุณทิพย์เกสร"

"พอดีทิพย์มีธุระด่วนค่ะ เลยถือวิสาสะเข้ามาค่ำไปหน่อย หวังว่าคุณชัชคงไม่ถือสา"

แววตาเบื้องหลังแว่นหนาของชัชวาลวูบไหวเล็กน้อย "ชื่น ขึ้นไปนอนเล่นข้างบนก่อน ฉันมีแขก เดี๋ยวข้าวเย็นเสร็จแล้วจะเรียก"

"งั้นผมไปช่วยป้านวลที่ครัวดีกว่า" เจมี่หันเดินไปทางด้านหลังบ้าน หยุดอยู่ที่ครัว พยายามแอบฟัง แต่คุณชัชกลับพาคุณทิพย์เกสรเดินไปยังห้องหนังสือ ปิดประตูซะมิดชิด ไม่รู้ว่าคุยอะไรกัน แต่ในเมื่อตอนนี้เขาได้เปลี่ยนแปลงเนื้อเรื่องไปหมดแล้วด้วยการทำให้คุณชัชหันมาตกหลุมรักเขาแทน ดังนั้นคุณทิพย์เกสรก็ไม่น่าจะทำอะไรได้อีก เจมี่ยักไหล่ก่อนเดินตัดสวนไปทางเรือนคนใช้

ชัชวาลนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่งในห้องหนังสือ จุดซิการ์ขึ้นสูบเพื่อดับอารมณ์ต่างๆ ที่กำลังประดังประเดเข้ามา

"คุณมีธุระอะไรก็ว่ามา"

"แหม คนกันเองทั้งนั้น อย่าเย็นชากับทิพย์นักเลยค่ะ" หญิงสาวหัวเราะเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างมีความสุข จะไม่มีความสุขได้ยังไง ในเมื่อตอนนี้เธอมีไพ่ตายในมือแล้ว ลำพังเรื่องนี้แค่เรื่องเดียวก็น่าจะบีบให้ชัชวาลยอมขายที่ผืนนั้นได้ แต่ที่ผืนเดียวจะมีประโยชน์อะไรต่อเธอ ทิพย์เกสรรู้มาว่าครอบครัวชยังกูรถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ทำเลทองของเมืองหลวงมากมาย เธอมีแผนของตัวเองเรียบร้อยแล้ว

"เราจะพูดกันเรื่องเมื่อครู่ไหมคะ คุณชัช"

"ผมไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องพูดเรื่องส่วนตัวหรอกนะ" ชัชวาลตอบอย่างเย็นชา

ทิพย์เกสรหัวเราะเสียงเล็กเสียงน้อย "แหม อย่าพึ่งอารมณ์เสียไปสิคะ" เธอหยิบบุหรี่จากในกระเป๋าใบเล็กขึ้นจุดสูบเช่นกัน ครู่หนึ่งกว่าจะเอ่ยปาก

"ชัชคะ อย่าว่าอย่างนู้นอย่างนี้เลยนะคะ คุณเองก็อายุไม่ใช่น้อย ส่วนเด็กก็คือเด็ก คุณคิดว่าเขาจะชอบคุณไปได้อีกสักกี่ปีกัน ธรรมชาติของเด็ก พอเห็นของใหม่ๆ สวยๆ กว่าเดี๋ยวก็วิ่งตามไปเป็นธรรมดา ถ้าถึงวันนั้น คุณเองจะทำใจได้ไหม"

"ได้แค่ไหนก็แค่นั้น" ชัชวาลตอบเสียงเรียบ "ผมมีแค่ปัจจุบัน"

"แหม ฟังดูซาบซึ้งใจจังเลยนะคะ" ทิพย์เกสรเหยียดยิ้ม กล่าวว่า "เรื่องที่ผู้ใหญ่อยากให้เราแต่งงานกัน บอกตามตรงว่าทิพย์เองก็ไม่ได้รักคุณ คุณเองก็มีคนรักอยู่แล้ว เพียงแต่ตอนนี้สถานะในบ้านของทิพย์กับแม่ค่อนข้างพูดลำบาก ทำไมเราไม่มาแต่งกันแค่ในนามล่ะคะ คุณอยากระเริงรักกับเด็กนั่นในบ้านทิพย์ก็ไม่สนใจ แถมยังจะช่วยเป็นไม้กันหมาให้อีก ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวแม่คุณก็คงหาผู้หญิงคนอื่นให้แต่งงานด้วยอยู่ดี วินวินกันทั้งสองฝ่าย ว่าไงคะ"

"ผมว่าเรื่องนี้มีประโยชน์กับคุณมากกว่าผมน่ะ ทิพย์เกสร" ชัชวาลลุกขึ้นยืนทันที "ผมไม่สนใจข้อเสนอเหลวไหลของคุณหรอกนะ เชิญกลับไปได้แล้ว ผมไม่ส่ง"

"คุณพูดถูก" ทิพย์เกสรถอนหายใจ ลุกยืนขึ้นเช่นกัน "แต่ลองคิดดูนะคะ คุณเองเป็นถึงครูบาอาจารย์ เป็นลูกชายคนเดียวของอดีตจอมพล พี่สาวก็แต่งงานกับนายทหารใหญ่ มีเกียรติ มีหน้ามีตาในวงสังคม ถ้ามีใครรู้ว่า...คุณกับลูกเลี้ยง..."

"นี่คุณขู่ผมหรือ" ชัชวาลหัวเราะในลำคอเสียงต่ำ "ใครจะเชื่อคำพูดของคุณ อีกอย่างผมกับชื่นชีวาไม่ได้ทำอะไรผิด เราบริสุทธิ์ใจ --"

"แล้วใครจะสนเรื่องความรักบริสุทธิ์งดงามกันของพวกนิยมไม้ป่าเดียวกันล่ะคะ" ทิพย์เกสรจุ๊ปาก ส่ายหน้าเบาๆ อย่างผิดหวัง "ผู้คนไม่ต้องการความจริงหรอกค่ะชัช พวกเขาต้องการแค่เรื่องฉาวๆ ยิ่งฉาวก็ยิ่งดี"

ทิพย์เกสรเดินเข้าไปประชิดชายหนุ่ม ลูบไล้กรอบหน้าคมคายเบาๆ "บอกฉันสิคะ ชัชวาล มีสักกี่คนที่รู้ว่าเด็กนั่นเป็นลูกเสี่ยย้ง ไม่ใช่ลูกคุณ อีกอย่าง…เราทั้งคู่ก็รู้กันดีว่า…แค่ข่าวลือก็ทำลายชีวิตมนุษย์คนหนึ่งให้พินาศได้แล้ว ถ้าเรื่องแดงขึ้นมา ทิพย์เองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเด็กนั่นจะยังมีหน้าไปมหาวิทยาลัยอยู่ไหม..."

ชัชวาลกำหมัดแน่น กระซิบแผ่วเบาอย่างอันตรายว่า "อย่ายุ่งกับชื่นชีวา ไม่อย่างนั้นฉันจะทำให้เธอเสียใจที่เกิดมาเป็นคน"

"แหม คุยกันดีๆ ก็ได้ ไม่เห็นต้องดุเลย" ทิพย์เกสรผุดรอยยิ้มพราย ยิ้มไม่ถึงดวงตา

 

หลังจากการสนทนากับทิพย์เกสรจบลง ชัชวาลเดินขึ้นห้องนอนอย่างเลื่อนลอย เขาปิดประตูห้อง ทรุดนั่งบนเตียงอย่างอ่อนล้า รู้สึกเหมือนตัวเองแก่ขึ้นนับสิบปี

"คุณชัชฮะ" เจมี่เปิดประตูเข้ามาในห้องพร้อมถ้วยนมอุ่นร้อนๆ ที่เติมน้ำผึ้งลงไปนิดหน่อยเพิ่มความหอมหวาน "นมอุ่นๆ ใส่น้ำผึ้งฮะ จะได้หลับสบาย"

เจมี่วางแก้วนมลงบนโต๊ะข้างเตียง "แล้วเมื่อกี้คุณทิพย์เกสรเขามาพูดอะไรเหรอฮะ"

"ไม่มีอะไรหรอก เรื่องครอบครัว เรื่องเดิมๆ " ชัชวาลหยิบนมขึ้นจิบ "ทำการบ้านเสร็จแล้ว? "

"ยังฮะ เหลือวิชาดรออิ้งอีกนิดหน่อย" เจมี่นั่งแหมะลงข้างๆ เอาคางเกยไหล่ชายหนุ่มทันที ชัชวาลมองก้อนแก้มนุ่มๆ เหมือนขนมโมจิที่กำลังเกยอยู่บนไหล่ตัวเองอย่างอ่อนใจ

"ชื่นชีวา...แกเรียนอินทีเรียมีความสุขดีไหม" เขาถาม "ฉันมาคิดๆ ดูแล้ว ถ้าเผื่อว่าไม่ชอบ อยากเรียนศิลปะจริงๆ ..."

"ชอบฮะ" เจมี่รีบตอบ "ก็ไม่ได้ชอบมาก แต่ก็ไม่ได้ฝืนใจ ความจริงผมชอบแต่งบ้านตั้งแต่เด็กๆ แล้ว" เจมี่นึกย้อนไปถึงสมัยที่อยู่กับคุณยายในชาติอันแสนไกล เขาเคยมีความสุขกับการประดิษฐ์สิ่งละอันพันละน้อยแต่งบ้านอยู่ตลอดเวลา

ชัชวาลมองใบหน้าของอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกยากจะกล่าว ถอนหายใจ บีบมือเด็กหนุ่มเบาๆ "แกสำคัญที่สุดรู้ตัวหรือเปล่า"

"โว้ว วันนี้คุณชัชมาแปลกแฮะ เอาแก้มเหี่ยวมานี่เร็ว ผมให้รางวัล"

ปรกติแล้วเวลาที่เจมี่หวานใส่คุณชัชก็มักจะบ่นๆ อะไรไปเรื่อยกลบเกลื่อนความเขินอาย แต่แปลกที่วันนี้กลับไม่พูดอะไร เอียงแก้มให้เขาหอมหลายฟอดแต่โดยดี ยิ่งทำให้เจมี่รู้สึกไม่สบายใจแปลกๆ

"คุณชัช เราคุยกันได้ตลอดนะฮะ มีอะไรก็บอก ไม่ต้องเก็บไว้คนเดียว" เจมี่บอก "ตอนนี้คุณชัชไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วนะ"

ชัชวาลอุ่นวาบในใจกับประโยคนั้นยิ่งกว่านมอุ่นๆ ใส่น้ำผึ้งเสียอีก เขานิ่งคิดครู่หนึ่ง เกือบจะพูดทุกอย่างออกมา แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจตอบว่า "ไม่มีอะไร ไปทำการบ้านให้เสร็จแล้วจะได้รีบเข้านอน พรุ่งนี้ยังมีงานรับน้องบ้าๆ บอๆ รอแกอยู่อีก ฉันคงไม่ไปลากแกออกมาแล้ว ประเดี๋ยวแกจะอายเพื่อนเปล่าๆ "

"ฮะ" เจมี่ถูไถแก้มกับไหล่คุณชัชเหมือนแมวจนพอใจแล้วจึงลุกขึ้น รู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ คล้ายจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น เขาหันมองคุณชัชแวบหนึ่ง อีกฝ่ายเองก็จ้องมองเขาอยู่เช่นกัน เจมี่ส่งยิ้มให้เล็กน้อยก่อนปิดประตูแล้วเดินลงไปทำการบ้านที่ห้องหนังสือชั้นล่าง

 

รุ่งเช้า ตะวันก็ยังขึ้นทางทิศตะวันออกเหมือนเดิม แม้จะกลุ้มใจแค่ไหน แต่ชัชวาลก็ยังคงไปส่งเด็กดื้อของเขาที่มหาวิทยาลัยเหมือนเช่นทุกวัน เขาเฝ้ามองแผ่นหลังของชื่นชีวาที่สะพายกระบอกใส่แบบวิ่งเข้าไปในมหาวิทยาลัย ชายหนุ่มนิ่งคิดสักพัก ก่อนตัดสินใจเปิดประตูรถเดินตามเข้าไปอย่างเงียบๆ เขาเดินลัดเลาะไปตามถนนเส้นเล็กๆ ตรงไปสู่คณะมัณฑนศิลป์ ร่างสูงหยุดยืนอยู่ตรงมุมตึกซึ่งเป็นโรงอาหาร จากมุมนี้มองเห็นลานด้านหน้าคณะพอดี ชื่นชีวาของเขาโดดเด่นอยู่ท่ามกลางหมู่เพื่อนฝูงราวกับดอกไม้ป่าสีสวย เพื่อนหลายคนตรงเขามากอดเขาไว้ เล่นหัวกันอย่างสนุกสนาน ชัชวาลอดยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นภาพนั้น

เขาตระหนักเป็นครั้งแรกว่าตัวเองกำลังจะทำลายชีวิตอันสวยงามของเด็กหนุ่มคนหนึ่งเพราะความไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ เขาไม่ควรจูบชื่นชีวา ไม่ควรเลย กระนั้นเขากลับไม่เสียใจ ถ้าหากความรักครั้งนี้มีราคาที่ต้องจ่าย เขาก็ยินดีจะเป็นคนจ่ายมันทั้งหมดด้วยตัวเอง

"สวัสดีครับ มาแอบดูลูกเหมือนกันหรือครับ" ผู้ชายคนหนึ่งเอ่ยถาม เขาเป็นชายรูปร่างเล็ก สวมสร้อยพระเต็มคอ ชัชวาลมัวแต่มองชื่นชีวาจนไม่ได้สังเกตว่าตนเองไม่ได้กำลังยืนอยู่ที่มุมตึกคนเดียว

"เอ่อ...ครับ"

"ผมก็เหมือนกัน" ชายคนนั้นหัวเราะ ชี้มือไปที่เด็กหนุ่มคนหนึ่งในกลุ่มเด็กปีหนึ่ง "นั่นไงลูกผม คนที่ตัวดำๆ ใหญ่ๆ เหมือนหมีควายนั่นแหละ ตัวใหญ่เหมือนยักษ์ แต่เสือกเรียนจิวเวอรี่"

ชายคนนั้นส่ายหัว ยิ้มกับตัวเองอย่างขบขัน "เราเป็นพ่อเป็นแม่ ในใจมันปล่อยวางไม่ได้นะครับ"

"ครับ" ชัชวาลตอบ สายตายังคงจับจ้องอยู่บนร่างของชื่นชีวาอย่างเลื่อนลอย จวบจนมีรุ่นพี่ออกมาเรียกรวมเด็กปีหนึ่งให้เข้าไปในตึก จวบจนแผ่นหลังของชื่นชีวาลับสายตาไป

ปล่อยวางไม่ได้จริงๆ...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 88 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

149 ความคิดเห็น

  1. #121 NightHeart (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 13:10
    อยากตายมากสินะ...ทิพย์เกสร (ชักไกปืน)
    #121
    0
  2. #120 Rookie_King (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2563 / 23:05
    ทิพย์เกสรรรรร ไม่น่ารักเลยนะคะ
    อิพี่ใจเย็น คุยกับน้องก่อน น้องพร้อมรับฟังตลอดเลย อย่าเลือกโดยไม่ปรึกษาน้องงงงง
    #120
    0
  3. #119 sevenroses (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2563 / 16:04

    อยากเอาระเบิดไปปาบ้านยัยทิพย์

    #119
    0
  4. #118 star-240351 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2563 / 15:54
    อินังชะนี!!!!! // กำหมัดแน้วนะ!!!
    #118
    0
  5. #117 16092002 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2563 / 15:15
    คุยกันน้องนะอย่าคิดเองเออเองนะ ....แม่จะตบอีทิพย์ให้ตาย
    #117
    0
  6. #116 sir_chad (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2563 / 15:07

    ปรึกษาน้องสิ ต้องคุยกันน้าาา

    #116
    0
  7. #115 popsecret (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2563 / 14:42

    ตบน้าาาาาาาาาาา

    #115
    0
  8. #114 GFMB (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2563 / 13:36
    พ่ออ อย่าหาทำเด้ออ!
    #114
    0
  9. #113 waew512 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2563 / 12:36

    ไม่น้าาาาาาา
    #113
    0