ปราบนายตัวร้ายด้วยรัก [Yaoi][ระบบ]

ตอนที่ 32 : โลกของชื่นชีวา ตอนที่ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 671
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 104 ครั้ง
    5 ก.ย. 63

 

 

"ว่าไงตาชัช หนูทิพย์เกสรคนนี้เป็นกุลสตรีมีเชื้อมีแถว รูปร่างหน้าตารึก็งดงามอ่อนหวานสมเป็นลูกผู้ดี แม่ว่าใช้ได้เลยนา" คุณหญิงสอางค์กำลังนั่งจิบน้ำชายามบ่ายอยู่บนเฉลียงหน้าบ้าน สองแม่ลูกตระกูลจิระสกุลกลับไปพักใหญ่แล้ว พี่ตาและครอบครัวกำลังนั่งเล่นอยู่ที่ศาลาริมน้ำ

"ผมแก่เกินกว่าจะแต่งงานแล้วครับคุณแม่ เพื่อนฝูงก็ลูกโตกันหมดแล้ว อีกอย่าง อยู่คนเดียวก็สบายใจดี" ชัชวาลตอบ ความจริงทิพย์เกสรคนนั้นก็สวยโฉบเฉี่ยวดี ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงยอมแต่งๆ ไปเพื่อตามใจคุณแม่ เพียงแต่ตอนนี้ในหัวกลับมีแต่ภาพของเด็กดื้อบางคนอย่างลอยไปลอยมา ตอนนี้เด็กดื้อที่ว่ากำลังเดินเสิร์ฟน้ำชาไปรอบๆ โต๊ะ ชายหนุ่มอดเหลือบมองไม่ได้ 

เหมือนปลาดุกจริงๆ โดยเฉพาะเวลาได้กินของอร่อย...

"อยู่คนเดียวอะไร เกิดเป็นผู้ชายก็ต้องสร้างครอบครัว มีลูกหลานสืบสกุล จะมาทำตัวเป็นพ่อพวงมาลัยอยู่แบบนี้แม่ไม่สบายใจเอาซะเลย"

"คุณแม่ก็รู้ว่าผมรังเกียจการคลุมถุงชน" ชายหนุ่มกล่าว "ถ้าจะแต่งงานจริงๆ ผมก็อยากแต่งกับคนที่ผมรักมากกว่า"

"แต่งงานกับคนที่รัก? ครั้งที่แล้วที่แกแต่งกับคนที่รักแล้วเป็นยังไงล่ะ" คุณหญิงสอางค์ปรายตามองเจมี่ด้วยสายตาชิงชังอย่างไม่ปิดบัง "ก็ออกมาเป็นไอ้ลูกเจ๊กตัวซีดเหมือนไก่ต้มนี่ไง พ่อชัชนี่ก็ช่างประเสริฐแท้ ลูกชู้แท้ๆ ยังจะเก็บมาประคบประหงม ถ้าเป็นแม่ได้เอาขี้เถ้ายัดปากไปตั้งแต่ยังเล็กแล้ว แล้วดูหน้ามันสิ อย่างกับเด็กผู้หญิง นี่แกคงไม่ได้เป็นพวกลักเพศไปอีกอย่างหรอกนะ! "

อา...เหยียดชาติพันธุ์ เหยียดผิว เหยียดเพศ ครบจบในคนเดียว เจมี่คิดว่าคุณหญิงสอางค์ควรได้ตำแหน่งมนุษย์ป้าอันดับหนึ่งธนบุรีไปครองอย่างไม่มีข้อแม้ เขาอยากสั่งทำป้ายใหญ่ๆ ประจำตำแหน่งติดหน้าบ้านให้เลย เจมี่พยายามควบคุมตัวเองอย่างเต็มที่แม้มือที่ถือกาน้ำชาจะเริ่มสั่นเล็กน้อย

หึ! ผมนี่แหละ ลูกเขยในอนาคตของคุณ จำหน้าซีดๆ นี่ไว้ให้ดี! 

เอ๊ะ หรือว่าลูกสะใภ้? 

"แม่บอกแกกี่ครั้งแล้วว่าให้วางมันทิ้งไว้หน้าบ้านไอ้ย้ง เดี๋ยวพ่อมันก็ออกมาเก็บไปเลี้ยงเอง จะได้ไม่เป็นภาระ แต่แกก็ยังจะหอบหิ้วมันกลับมาเลี้ยงให้แสลงตา! " พูดจบคุณหญิงสอางค์ก็คลี่พัดโบกกระพืออย่างหงุดหงิด

ชัชวาลคลึงถ้วยชาในมือเล่นอย่างใจลอย เขาอดสยดสยองไม่ได้เมื่อหวนคิดถึงความทรงจำในคืนนั้น คืนที่เขาเกือบจะวางเด็กทารกตัวเล็กๆ ทิ้งไว้หน้าบ้านคู่อริจริงๆ ตามคำแนะนำของมารดา เพียงแต่พอเหลือบมองบนพื้นเห็นมดแมลงมากมาย ทั้งยุงบินกันให้ว่อน แม้จะแค้นแทบตาย แต่ส่วนลึกในใจก็เกิดความสงสารขึ้นมา 

ชายหนุ่มเหลือบมองชื่นชีวาที่ในวันนี้ได้เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่ดีคนหนึ่ง รู้สึกว่าโชคดีจริงๆ ที่ไม่ได้ทำบาปทำกรรมลงไป

"คุณแม่คะ ตาชื่นไม่รู้เรื่องอะไรด้วยสักหน่อย ไม่เห็นต้องไปว่าเด็กมันเลย" พี่ตาที่กำลังเดินเข้ามาเอ่ยขึ้น เจมี่อยากจะกอดเธอจริงๆ เพราะแม้แต่คุณชัชยังไม่เอ่ยปากปกป้องเขาแม้แต่คำเดียว

"ไม่รู้แหละ ยังไงก็ต้องเป็นหนูทิพย์เกสร ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวเกิดมีลูกแขกโผล่มาอีกจะทำยังไง! "

"ไอ้ชื่น แกไปเล่นที่อื่นก่อนไป" คุณชัชรีบตัดบท

แกไปเล่นที่อื่นก่อนไป? เห็นเขาเป็นเด็กสามขวบหรือไง เจมี่วางกาน้ำชาลงอย่างหงุดหงิดก่อนเดินไปหาหนูนิดหนูหน่อยที่ริมน้ำ

ระหว่างทางกลับบ้าน พวกเขาแทบจะไม่พูดอะไรกันเลย บรรยากาศในรถย่ำแย่ต่างจากตอนขามาลิบลับ

"เป็นอะไร งอน? " คุณชัชหัวเราะเบาๆ มือหนึ่งคีบบุหรี่ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่วรถ เจมี่ใช้หลังมือปัดเบาๆ อย่างไม่พอใจ

"คุณชัชไม่เคยปกป้องผมเลย แถมยังเอาแต่ย้ำให้ผมไม่ต้องปกป้องตัวเองอีก มันไม่โอเคเลยฮะ" เขาตัดสินใจพูดออกไปตรงๆ "ไม่มีใครควรโดนว่าแบบนั้น"

"แกก็รู้ว่าแม่ฉันเป็นยังไง ไม่เคยมีใครเถียงแกชนะ เถียงไปแล้วได้อะไร มีแต่จะยิ่งยุ่งยากมากขึ้น"

ที่พูดก็จริงอยู่ แต่นั่นก็ไม่ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นแต่อย่างใด อย่างน้อยพี่ตาก็ยังพูดอะไรบ้างไม่ใช่หรือ?

ตลอดทางยังคงมีแต่ความเงียบเป็นส่วนใหญ่ เจมี่รู้สึกได้ชัดเจนว่าเหมือนมีกำแพงบางอย่าง กั้นกลางระหว่างเขากับคุณชัชอยู่ตลอดเวลา บางทีอาจมีมานานแล้ว เพียงแต่เขาไม่เคยยอมรับ

เมื่อถึงหน้าบ้าน เจมี่รีบลงจากรถไปเปิดประตูรั้ว แต่ใครบางคนกลับพุ่งเข้ากอดเขาเต็มแรง

"สวัสดีปีใหม่ตัวเล็ก"

ชุน พี่ชายสุดที่รักกำลังสวมกอดเขาไว้แน่น ปีนี้ชุนเป็นหนุ่มเต็มตัวแล้ว ร่างกายสูงใหญ่พ่วงตำแหน่งกัปตันทีมรักบี้ของโรงเรียนทำให้เจมี่ไม่รู้สึกเหมือนถูกกอด แต่เหมือนถูกบดด้วยยางรถยนต์มากกว่า

"จะกอดกันอีกนานไหม เปิดประตูเข้าสิ" คุณชัชที่ยังอยู่บนรถตะโกนอย่างหงุดหงิด เจมี่รีบผลักชุนออกก่อนตรงไปเปิดประตูรั้วให้คุณผู้ชายของบ้านได้ขับรถเข้าไป

"วันปีใหม่ทั้งที อยู่กับคนแก่น่าเบื่อแย่ เลยมารับตัวเล็กไปเที่ยวกัน" ชุนพูดเสียงดังเป็นพิเศษ

"แป๊บนะ" เจมี่บอกพี่ชายก่อนหันไปถามผู้ปกครองว่า "ผมไปเที่ยวได้ไหมฮะ"

"นี่มันก็เย็นแล้ว จะไปไหนอีก ไว้ไปพรุ่งนี้"

"ไม่กลับดึกหรอกครับ เดี๋ยวจะรีบพาน้องมาส่ง" ชุนเสริมด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง

"แล้วจะไปไหนกัน"

"ก็ไปเดินเล่นหาของกินแถวเยาวราชครับ" ชุนตอบ "สักสองชั่วโมงก็กลับ"

"ห้ามกลับเกินทุ่มครึ่ง"

"ฮะ" เจมี่เป็นฝ่ายตอบรับ ก่อนจะเดินกอดคอกับชุนไปยังรถดัสสันสีแดงที่จอดอยู่หน้าบ้าน

ชุนไม่ได้พาเขาไปเดินเล่นหาของกินอย่างที่พูดไว้ แต่พาเขามายังบาร์แห่งหนึ่งที่ดูเหมือนยังตกแต่งไม่เสร็จดี ด้านหลังมีเวทีขนาดย่อมตั้งอยู่ โต๊ะต่างๆ กระจัดกระจายมีผ้าขาวคลุมไว้ สีทาผนังยังส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง เจมี่มองไปรอบๆ อย่างสนใจ

"นี่เป็นร้านของชุนเองแหละ ป๊าทำให้ ต่อไปก็เลี้ยงดูตัวเล็กได้แล้วนะ ไม่ต้องพึ่งคุณชัชอะไรนั่นแล้ว" ชุนมองไปรอบๆ อย่างมีความสุข

"พี่ชุนจะไม่เรียนต่อมหาลัยจริงๆ เหรอฮะ" เจมี่หันไปถามอย่างแปลกใจระหว่างง่วนกับตู้เพลงแบบหยอดเหรียญ 

เด็กหนุ่มส่ายหน้า "ป๊าไม่อยากให้เรียนต่อ บอกว่าเรียนสูงไปก็ไม่มีประโยชน์ อยากให้ทำงานเลยมากกว่า"

เสียงเพลงจากตู้เพลงดังขึ้น ชุนดีดนิ้วก่อนดึงเขาไปเต้นรำแบบร็อกแอนด์โรล พวกเขาเต้นราวกับคนบ้ากันอยู่สองคนในบาร์ที่ว่างเปล่า

"ไปเยี่ยมป๊ากันไหม ป๊าอยากเจอตัวเล็กมากเลยนะ" ชุนเอ่ยชวนหลังจากเต้นรำกันจนเหนื่อย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อีกฝ่ายพยายามชวนเขาไปหาเสี่ยย้ง ความจริงตอนอยู่ที่โรงเรียนเขาก็เจอเสี่ยย้งที่มารับชุนบ่อยๆ อีกฝ่ายเองก็ดูเหมือนอยากรู้จักเขา แต่เจมี่กลัวคุณชัชรู้เข้าจะโกรธจึงไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวอะไรมากนอกจากทักทายกันสั้นๆ ไม่กี่ประโยค

บางทีอาจด้วยความไม่สบายใจที่ยังตกค้างอยู่ของวันนี้ เจมี่เลยตอบตกลง "ไปก็ได้ฮะ แต่ผมไม่มีของฝากเลยนะ แวะซื้ออะไรกันก่อนไหม"

ชุนยิ้มแป้นอย่างมีความสุข รีบจูงมือเขาออกจากร้านอย่างรวดเร็ว "ไม่ต้องมีอะไรไปหรอก แค่ตัวเล็กยอมไปหา ป๊าก็ดีใจมากแล้ว โรงน้ำชาอยู่ไม่ไกลหรอก นั่งรถแป๊บเดียวถึง"

ชุนพาเขามายังร้านอาหารแห่งหนึ่งริมถนนใหญ่ ป้ายภาษาจีนสีทองหน้าร้านเขียนว่าอะไรเจมี่ก็อ่านไม่ออกเหมือนกัน ยามเย็นจวนค่ำอย่างนี้ ข้างในมีลูกค้าค่อนข้างแน่น กลิ่นอาหารและน้ำชาหอมฟุ้งไปหมด ที่มุมด้านหนึ่งของร้านมีเวทียกพื้นเล็กๆ สาวสวยในชุดกี่เพ้าสีน้ำเงินกำลังร้องเพลงจีนด้วยเสียงหวานซึ้ง ชุนทักทายบริกรในร้านอย่างเป็นกันเองก่อนพาเขาเดินตรงไปยังลิฟต์ด้านหลังที่มีพนักงานในชุดสูทสีดำคอยกดให้

"อย่าตกใจล่ะ" ผู้เป็นพี่ชายกระซิบข้างหูก่อนที่ประตูลิฟต์จะเปิดออก เบื้องหน้าเขากลับกลายเป็นบ่อนขนาดใหญ่ โต๊ะพนันเรียงราย กลิ่นบุหรี่คละคลุ้งไปหมด เหล่านักพนันทั้งหญิงชายกำลังจดจ่ออยู่กับไพ่ ลูกเต๋าและอะไรอื่นๆ อีกหลายอย่าง แน่นอนอยู่แล้วว่าเสี่ยย้งต้องไม่ใช่คนดีอะไร ไม่อย่างนั้นระบบคงไม่เรียกเขาว่าตัวร้าย

"นี่เป็นธุรกิจลับๆ ของป๊า" ชุนแนะนำเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ "ทุกเดือนต้องจ่ายให้ตำรวจโขเลย -- ทางนี้ตัวเล็ก"

ผู้เป็นพี่ชายเดินนำเขาไปยังปีกทางเดินด้านข้าง ห่างจากเสียงพูดคุยและควันบุหรี่ เจมี่มองเห็นประตูไม้บานใหญ่ด้านหน้า คงเป็นห้องทำงานของเสี่ยย้ง แต่ยังไม่ทันที่จะเดินไปถึง ประตูใหญ่ก็ถูกเปิดออก ร่างสองร่างที่ดูคุ้นเคยเดินออกมา ด้วยสัญชาตญาณ เจมี่รีบดึงชุนหลบไปด้านข้างหลังรูปปั้นสิงโตตัวหนึ่งอย่างรวดเร็ว

นั่นมันคุณทิพย์เกสรตัวร้ายอันดับหนึ่งกับคุณนายสมรผู้เป็นมารดาที่พึ่งนั่งกินข้าวกลางวันด้วยกันไม่ใช่หรือ?

"อะไรกันตัวเล็ก ทำไมต้องหลบด้วย" ชุนกระซิบ เจมี่รีบยกนิ้วปิดปากเป็นเชิงให้เงียบ

"คุณนายสมร หนูทิพย์เกสร หากงานนี้สำเร็จละก็ ทั้งคุณทั้งผมก็จะมีแต่เรื่องน่ายินดีจริงไหม" เสียงพูดกลั้วหัวเราะของเสี่ยย้งดังออกมาจากช่องประตูที่เปิดแง้มๆ ไว้

"อย่าลืมที่ตกลงกันไว้ละคะ เสี่ยย้ง" เสียงผู้หญิงหวานๆ ที่เจมี่จำได้ดีว่าเป็นของคุณทิพย์เกสรกล่าวขึ้น ก่อนที่เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นจะเดินผ่านพวกเขาไป

เจมี่ยังคงนั่งอยู่ตรงนั้นสักพักอย่างครุ่นคิด ข้างล่างมีคนเห็นเขาหลายคน ยังไงก็ต้องมีคนบอกเสี่ยย้งว่าเขามาที่นี่ ถ้าอย่างนั้นก็ควรจะเล่นตามน้ำไปก่อน อีกอย่างจะได้สืบข่าวด้วยว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไรกันแน่

เจมี่ลุกยืนขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยท่ามกลางสายตางุนงงของชุน "อะไร ทำไมต้องหลบด้วยล่ะ พี่ไม่เข้าใจ"

"คือว่า...." เจมี่ชั่งใจอยู่สักพักว่าจะเล่าอะไรให้ชุนฟังแค่ไหน แม้ระบบก็ไม่ได้บอกว่าพี่ชายของเขาเป็นพวกตัวร้ายก็จริง แต่ก็ควรระวังตัวไว้ก่อน "ผมรู้จักกับสองแม่ลูกที่เดินออกมาจากห้อง แค่ไม่อยากให้เขาเห็นว่าผมมาที่นี่ฮะ"

"แค่นั้น? "

"แค่นั้นแหละ" เจมี่ตอบ "เราเข้าไปกันดีไหม"

แม้พี่ชายของเขาจะยังมีสีหน้าสงสัยอยู่ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรมาก เสี่ยย้งดูประหลาดใจนิดหน่อยที่เห็นเจมี่มาด้วย แต่ก็ยื่นซองแดงให้พวกเขาสองพี่น้องคนละซอง

"เป็นยังไงบ้าง เห็นชุนบอกว่าเธอกำลังเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว? "

"ฮะ" เจมี่ตอบสั้นๆ เขาไม่สนิทสนมอะไรกับผู้เป็นพ่อ เลยไม่มีเรื่องอะไรจะคุย เสี่ยย้งหันไปหาชุนก่อนกล่าวว่า "แกลงไปตามไอ้สุชาติให้มันขึ้นมาหาป๊าหน่อยไป"

"ครับ" พี่ชายของเขาหมุนตัวออกจากห้องโดยปิดประตูตามหลัง เจมี่รู้สึกได้ทันทีว่าเสี่ยย้งมีเรื่องจะพูดคุยกับเขาที่ไม่สะดวกพูดต่อหน้าลูกชายคนโต แผ่นหลังของเขาเกร็งขึ้นมาทันที บรรยากาศในห้องเมื่อปราศจากชุนที่คอยเป็นตัวกลางเย็นเฉียบขึ้นมาอย่างกะทันหัน

เสี่ยย้งจุดบุหรี่สูบ พักใหญ่ก่อนเอ่ยว่า "เรื่องเรียนต่อมหาวิทยาลัย เดี๋ยวป๊าจะเป็นคนส่งเสียเอง ความจริงป๊าอยากให้เรากลับมาอยู่ด้วยกันนานแล้ว แต่ไอ้....เอ่อ ชัชวาลเขาไม่ยอม ก็เข้าใจเขาได้ ที่ผ่านมาป๊าเป็นคนผิดเอง"

"ผมไม่ได้ลำบากอะไรเลยฮะ ไม่ต้องเป็นห่วง" เจมี่พยายามตอบอย่างแบ่งรับแบ่งสู้ไม่ให้อีกฝ่ายเสียน้ำใจ

"ชุนคงพาเธอไปดูร้านแล้ว ความจริงร้านนั้นเธอเองก็เป็นเจ้าของคนละครึ่งกับเจ้าชุนมัน ขาดเหลืออะไรถ้าไม่สะดวกบอกป๊าก็ไปบอกมันได้" ชายหนุ่มสบตาเขานิ่งๆ ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยถามว่า "ชัชวาล...เขาดูและเธอดีไหม เขาตีเธอ ทำร้ายเธอหรือเปล่า"

เจมี่หัวเราะเบาๆ ก่อนส่ายหน้า "คุณชัชดูแลผมดีทุกอย่างฮะ ถึงจะปากร้ายไปหน่อยแต่จริงๆ แล้วใจดีมาก... "

"ก็ดี ดีแล้ว... " เสี่ยย้งเอนกายพิงพนักเก้าอี้ พ่นควันบุหรี่สีขาวออกมา ดวงตาเรียวยาวดูเลื่อนลอยคล้ายจมอยู่ในความคิด

"...พ่อครับ" เจมี่ลองเอ่ยคำนั้นออกมาเบาๆ คำที่เขาไม่เคยได้ใช้เรียกใครมาก่อนเลยในชีวิต "คุณชัชน่ะ เป็นคนดีมากเลยนะครับ"

เพราะฉะนั้นอย่าทำร้ายเขาเลยได้ไหม...

ชายหนุ่มยิ้มจางๆ เมื่อได้ยินคำนั้น สีหน้าที่ปรกติแล้วมักจะดูเฉยชาอ่อนโยนลงหลายส่วน "ฉันรู้ว่าชัชวาลคงดูแลเธอได้ดีกว่าฉัน บางที...อาจเป็นโชคดีของเธอที่ได้อยู่กับเขา" เขาเอื้อมมือมาขยี้ผมเจมี่เบาๆ 

เสียงเปิดประตูดังขึ้นจากด้านหลัง ชุนกลับมาพร้อมชายผู้หนึ่ง ผู้เป็นพ่อของเขาดูมีธุระยุ่งตลอดเวลา เจมี่กับชุนจึงยกมือไหว้ขอตัวลาก่อนเดินออกจากประตูไป 

พ่อ เป็นคำที่แปลกประหลาดสำหรับเจมี่ แม้กระทั่งยามเอ่ยออกมาจากปากตัวเอง เขามีชีวิตมาสามชาติแล้ว แต่ไม่เคยได้มีโอกาสใช้คำนี้กับใครเลย ตอนเด็กๆ เจมี่เคยฝันมาตลอดว่าพ่อจะกลับมารับเขาสักวันหนึ่ง ฝันอยู่เสมอ ถึงขนาดอ้อนวอนขอให้คุณยายให้พาไปตามหาที่อเมริกาก็เคยมาแล้ว แม้จะผ่านมาแล้วถึงสามชาติ แต่พ่อก็ยังคงเป็นสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดและลึกลับสำหรับเจมี่อยู่ดี...

"มีอะไรหรือเปล่าตัวเล็ก" ชุนถามอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นน้องชายมีอาการเหม่อลอย เกือบเดินชนเสาแล้วด้วยซ้ำถ้าเขาไม่รั้งเอาไว้ทัน

เจมี่นิ่งคิดนิดหนึ่งก่อนถามว่า "ขอกระเพาะปลาน้ำแดงให้ผมชุดหนึ่งได้ไหม" 

 

"กลับมาได้สักที ฉันหิว ไปทำอะไรมาให้กินหน่อย" คุณชัชเห็นหน้าเขาก็สั่งงานทันที เจมี่รีบเข้าครัวไปจัดอาหารที่ได้มาจากร้านเสี่ยย้งอย่างรวดเร็ว ไม่ได้มีแค่กระเพาะปลา แต่ยังมีอาหารจีนหน้าตาน่ากินอีกหลายอย่าง 

ชัชวาลนั่งลงมองอาหารมากมายตรงหน้าอย่างงุนงง "แกเอาเงินที่ไหนไปซื้ออาหารเหลามาเลี้ยงฉัน"

"เหลาอะไรฮะ นี่ของข้างทาง ซื้อมาจากป้าแก่ๆ หาบเร่ทั้งนั้น" 

"อย่าบอกนะว่าจากร้านไอ้ย้ง" ชายหนุ่มยกมือกอดอก สีหน้าเริ่มไม่ดีแล้ว

"เปล่านะฮะ" เจมี่ปฏิเสธหน้าตาย แต่อีกฝ่ายดูไม่เชื่ออย่างเห็นได้ชัด

"ฉันไม่ชอบอาหารจีน เอาไปเททิ้งให้หมด ไปผัดข้าวมา" พูดจบคุณผู้ชายของเขาก็ลุกขึ้นเดินไปเปิดทีวีนั่งไขว่ห้างที่โซฟา ไม่ต่อรอง ไม่ฟังอะไร ขอเพียงเป็นเรื่องเสี่ยย้งก็จะกลายเป็นแบบนี้ไปเลย 

เจมี่รู้สึกเหนื่อยใจกับอะไรหลายๆ อย่างในวันนี้มาก เขาเดินกลับเรือนคนใช้เอาอาหารเทใส่จานนั่งกินคนเดียว เสร็จแล้วจึงอาบน้ำประแป้งเข้านอน ทั้งไอ้มืดมีดโหดที่กำลังลอยนวลอยู่หรือคุณชัชที่นั่งรอข้าวผัดก็ไม่สนใจแล้ว

"นี่ระบบ คุณชัชเป็นคนรักของผมจริงๆ เหรอ ทำไมเขาไม่เหมือนเดิมเลย" เจมี่ถามอย่างหงอยๆ

[โฮสต์ คุณต้องเข้าใจว่าแม้จะเป็นพลังงานชุดเดิม แต่สิ่งที่เป็นตัวกำหนดอุปนิสัยและการกระทำของมนุษย์มีหลายประการ ทั้งการเลี้ยงดู การศึกษา ประสบการณ์ในวัยเด็ก สภาพแวดล้อม วัฒนธรรม และอีกมากมาย ถึงแม้คุณจะได้พบกับวิญญาณดวงเดิม แต่แน่นอนว่าเขาย่อมต้องเปลี่ยนไป บางทีคุณเองก็เช่นกันไม่ใช่หรือ] 

"เฮ้อ..." เจมี่ถอนหายใจเป็นรอบที่ร้อยของวัน "เอาอย่างนี้ไหมล่ะ ผมจะมอมเหล้าคุณชัชแล้วก็จับปล้ำให้สิ้นเรื่องสิ้นราวไป เสร็จแล้วก็ตื่นมาร้องห่มร้องไห้ขอให้รับผิดชอบ เท่านี้คุณชัชก็ไม่ต้องแต่งงานกับคุณทิพย์เกสร ไม่มีใครถูกวางยาพิษ ไม่มีใครผลักใครตกหน้าผา เรื่องทุกอย่าง จบ "

[....]

[นอนเถอะโฮสต์ จากคลังข้อมูลของฉัน สมองมนุษย์จะปลอดโปร่งและมีประสิทธิภาพสูงสุดหากได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ]

เจมี่ก็รู้สึกว่ามันเป็นไอเดียที่แย่จริงๆ ในที่สุดเขาจึงตัดสินใจจะลืมทุกอย่างแล้วนอนหลับสักตื่น พรุ่งนี้จะได้มีแรงสู้ชีวิตต่อ

แต่นอนกลิ้งไปกลิ้งมาได้สักพักเสียงบันไดเอี๊ยดอ๊าดก็ดังขึ้น ประตูห้องถูกเปิดออก ร่างสูงของคุณชัชในชุดนอนเดินเข้ามากทรุดนั่งลงข้างมุ้ง

"ไหนข้าวผัดฉัน" ชายหนุ่มเอ่ยถาม แต่เจมี่ไม่ได้ตอบอะไร 

"งอน? "

"เหนื่อยฮะ เหนื่อยกับการเอาใจคนอื่น" เจมี่ตอบเรียบๆ ดึงผ้าห่มคลุมมิดถึงคอ "เหนื่อยมากเลยคุณชัช ไม่อยากทำอะไรแล้ว"

"ฉันขอโทษ" ชัชวาลถอนหายใจ "ฉันไม่ควรพาแกไปหาแม่ แกพูดถูก ไม่ควรมีใครโดนต่อว่าแบบนั้น ฉันขอโทษที่ดูแลแกไม่ดีพอ"

เจมี่ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาทันที 

"ขี้เกียจก่อไฟด้วยฮะ ซื้อเตาแก๊สให้หน่อย" เขาพูดอู้อี้

"ได้ เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปซื้อเลย"

"อยากไปเที่ยวเขาดินด้วย"

"เดี๋ยวพรุ่งนี้พาไป"

คุณชัชพูดจบแล้วกลับยังไม่ยอมไปไหน นั่งตบยุงเพี๊ยะๆ อยู่ข้างนอกมุ้ง เจมี่จึงเลิกชายมุ้งขึ้น ถามว่า "เข้ามาไหมฮะ"

ชายหนุ่มมุดเข้ามาอย่างทุลักทุเลเนื่องจากร่างกายที่สูงใหญ่ ทั้งยังหอบเอายุงเข้ามาด้วยหลายสิบตัว เสื่อผืนกว้างแคบลงไปถนัดตาเมื่อมีอีกคนเข้ามานอนด้วย

แสงไฟสีส้มจากโคมไฟเล็กๆ สาดแสงสว่างไสวอบอุ่นในค่ำคืนที่อากาศหนาวเหน็บ พวกเขานอนหันหน้าเข้าหากัน เจมี่มองเข้าไปในดวงตาสีเข้มของคุณชัช รู้สึกเหมือนเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นตัวตนของอีกฝ่ายจริงๆ เขายกมือขึ้นไล่ไปตามสันจมูกโด่งและริมฝีปากของคุณชัช ริ้วรอยเล็กๆ บนใบหน้าไม่ได้ทำให้เขาดูแย่ แต่ยิ่งขับเน้นให้เขาดูมีเสน่ห์แบบผู้ใหญ่มากขึ้น

"นี่คุณชัช อายุขนาดนี้ไม่ต้องแต่งงานแล้ว เดี๋ยวผมเลี้ยงคุณชัชเอง โอเคไหม รับรองดูแลดีทุกอย่าง ทำให้อาหารก็อร่อย นวดก็ได้ ใช้งานคล่อง ร้องเพลงเพราะ..." 

"แกดูมีเรื่องอะไรไม่สบายใจ พูดมาซะ" 

"ไม่มีหรอกฮะ" 

"ตังค์หมด? "

เจมี่ถอนหายใจ บางทีพูดออกมาน่าจะดีที่สุด ไม่อย่างนั้นอาจเกิดอะไรไม่ดีขึ้นในอนาคตก็ได้ เขาจึงเล่าเรื่องที่ไปหาเสี่ยย้งแล้วเจอคุณทิพย์เกสรกับมารดาเดินออกมาจากบ่อน

"ผมสงสัยว่า เขากับคุณพ่อจะเกี่ยวข้องกัน" 

คุณชัชนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาคมยังคงจับจ้องอยู่แต่ใบหน้าเขา เจมี่คิดว่าอีกฝ่ายคงโกรธเขาเสียแล้ว "อย่าโกรธผมเลยนะฮะ ตอนนั้นผมงอนคุณชัชนิดหน่อยเลยตามพี่ชุนไป..."

"ช่างเถอะ เป็นผู้ใหญ่แล้วไม่ควรคิดเล็กคิดน้อย" คุณชัชลูบผมเขาเบาๆ สีหน้าครุ่นคิด "ฉันไม่คิดจะแต่งกับทิพย์เกสรอยู่แล้ว แต่เรื่องนี้มีกลิ่นแปลกๆ ...ที่ดินผืนนั้นสร้างปัญหาให้ฉันเหลือเกิน" ประโยคหลังคล้ายพูดกับตัวเองมากกว่า

"งั้นแต่งงานกับผมไหมล่ะ" เจมี่พูดออกไปส่งๆ

"แต่งกับแก? " ริมฝีปากบางของชายหนุ่มเผยรอยยิ้มขบขัน "ไม่ใช่ว่าอีกหน่อยพอเห็นฉันแก่ก็วิ่งหนีไปแทบไม่ทัน"

"ไม่หรอกฮะ" เจมี่ตอบ "แต่ก็ต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์จริงไหม? "

ชัชวาลยันตัวขึ้น มือใหญ่เชยคางเด็กหนุ่มให้สบตากัน คล้ายไม่แน่ใจในสิ่งที่กำลังจะทำเท่าไหร่ แต่ก็ประทับจูบลงไปเบาๆ 

เจมี่แปลกใจนิดหน่อยในความกะทันหัน แต่ก็โอบแขนรอบคอคุณชัชตอบรับจูบนั้นอย่างยินดี อากาศหนาวเย็น แต่ร่างกายพวกเขาต่างร้อนผ่าว ริมฝีปากคลอเคลียไม่ห่าง

"พอใจแกหรือยัง" ชายหนุ่มพึมพำหลังจากผ่านไปพักใหญ่ ขยับแว่นตาที่เลื่อนหลุดให้เข้าที่ ใบหน้าตลอดทั้งลำคอแดงก่ำไปหมด

"ขออีกรอบได้ไหมฮะ" เจมี่พลิกตัวขึ้นไปอยู่บนร่างคุณชัชก่อนจูบปลายจมูกโด่งของชายหนุ่มแล้วเลื่อนลงมาจุ๊บเบาๆ ที่มุมปาก เขาสวมกอดคนรักไว้แน่นเหมือนลูกลิง "ดีจังเลยคุณชัช นึกว่าจะไม่ชอบผมซะแล้ว"

"แกนี่มันเหลือเกินจริงๆ " ชัชวาลอดบ่นไม่ได้ แต่ก็ลูบหลังเด็กดื้อเบาๆ "นอนเถอะ ดึกแล้ว" ชายหนุ่มเอื้อมมือไปปิดไฟ 

เจมี่ทิ้งตัวลงมาเบียดกายกับสีข้างอีกฝ่ายทันที "จะนอนเลยจริงๆ เหรอฮะ"

"เอาไว้แกเรียนจบก่อนค่อยว่ากัน"

"หมายถึงเรื่องอะไรฮะ"

"ฉันละเหนื่อยใจกับแกจริงๆ แล้วจะเบียดอะไรนักหนา ไปนอนไกลๆ หน่อย มันจั๊กจี้"

"ผมหนาววววว"

"อย่าเอาขามาสีตรงนั้น นั่นมัน...บอกว่าอย่าสี! "

"โหยหาาา ความรักความเมตตาาาาาา" เจมี่ร้องเป็นเพลง

"เฮ้อ..." เสียงถอนหายใจของชายหนุ่มกับเสียงใจเต้นไม่รู้ว่าอะไรดังกว่ากัน รู้แต่ว่าเขาแพ้เด็กนี่หมดท่าเลยจริงๆ

 

 

 

__________________________

 

 

 

เจมี่จะไม่ปรานีคุณหรอกค่ะ!!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 104 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

149 ความคิดเห็น

  1. #108 popsecret (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 07:02

    ..... ไฟแรงมากลูกกกก5555 เหมือนน้องเก็บกดอะ

    #108
    0
  2. #107 teddy-alone (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 00:41
    ชอบภาพอะคิดหน้าตามภาพออกเลย5555
    #107
    0
  3. #106 Rookie_King (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 20:41
    น้องเจ็มมมมม 555555555 ตอนแรกคือแบบอึดอัดอ่ะ หลังๆ มาคือเอ่อ โอเค๊ โอเคเลยเจ็ม 555555555
    อยากมีพี่ชุนเปงของตัวเองจังค่ะ 55555555 ชอบเวลาพี่น้องคู่นี้อยู่ด้วยกันนะ น่ารักมาก พี่ชุนโคตรเอ็นดูน้องเลย ;-;
    #106
    0
  4. #105 prapan33 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 14:32
    กะลังอึดอัดใจอ่านปุ๊บหูยยยย มีความหิวข้าว55555
    #105
    0
  5. #104 sevenroses (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 13:08

    ชอบตรงโหยหา มาซะเป็นเพลง

    #104
    0
  6. #103 sir_chad (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 10:27

    ชื่นชีวานี่มันชื่นชีวาจริง ๆ เลย รอตอนต่อไปค่ะ

    #103
    0