ปราบนายตัวร้ายด้วยรัก [Yaoi][ระบบ]

ตอนที่ 31 : โลกของชื่นชีวา ตอนที่ 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 589
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 112 ครั้ง
    2 ก.ย. 63

 

 

ณ ตึกสูงบนถนนเยาวราช ร่างผอมของเสี่ยย้งทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ในห้องทำงานอย่างอ่อนล้า ชายหนุ่มยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเมื่อคิดถึงปัญหาต่างๆ ที่กำลังประดังประเดเข้ามา เขากำลังติดหนี้เจ้าสัวอรุณเป็นจำนวนมหาศาล และหากไม่สามารถเจรจาขอซื้อที่ดินผืนนั้นของชัชวาลมาได้สำเร็จ ไม่รู้ว่าความปรานีของเจ้าสัวอรุณจะยังคงอยู่ได้อีกนานสักแค่ไหน

ขณะกำลังจมอยู่กับความเคร่งเครียด ประตูไม้ด้านหน้าก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงพร้อมกับเสียงโหวกเหวกโวยวายของหญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งที่กำลังถูกลูกน้องหลายคนของเขาล้อมหน้าล้อมหลังเอาไว้ การแต่งกายของเธอดูภูมิฐานราวกับพวกคุณหญิงคุณนาย เพียงแต่ขณะนี้ทุกอย่างบนร่างกลับดูยุ่งเหยิงพิกล ทั้งทรงผมตีกะบังสูงที่เอียงกระเท่เร่ไปด้านหนึ่งดูน่าขันและสร้อยเพชรเส้นใหญ่ที่ไขว้อยู่บนบ่า ดวงตาของเธอเหลือกถลนอย่างโกรธจัดขณะตะโกนใส่ชายหนุ่มที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน

"เสี่ยย้ง นี่มันอะไรกัน ให้ลูกน้องทำรุนแรงกับฉันแบบนี้ได้ยังไง แกลืมไปแล้วหรือว่าฉันคือใคร นี่ฉัน คุณนายสมรของเสี่ยเจริญนะ! "

ลูกน้องผู้ขยันขันแข็งคนหนึ่งรีบเอ่ยฟ้องทันที "เสี่ยครับ คุณนายสมรเล่นเสียแล้วคิดจะเบี้ยว ไม่ยอมจ่ายครับ เฉพาะวันนี้ก็เกือบหมื่นแล้ว"

เสี่ยย้งเฝ้ามองหายนะของผู้คนในบ่อนแห่งนี้จนเฉยชาเสียแล้ว เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองภาพเหตุการณ์วุ่นวายตรงหน้าอย่างเกียจคร้าน ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบว่า "คุณนายสมร วันเวลาอันรุ่งโรจน์ของคุณมันใกล้จบลงแล้ว ลำพังแค่หนี้เก่าที่คุณติดผมไว้ก็เต็มกลืน แล้วยังหนี้ใหม่อีก ผมได้ข่าวว่าเสี่ยเจริญกำลังจะหย่ากับคุณเพื่อแต่งอนุคนใหม่ขึ้นเป็นเมียหลวงไม่ใช่หรือ ถ้าเขารู้เรื่องนี้จะยิ่งดีใจสักแค่ไหนที่มีเรื่องให้หย่าได้สะดวกขึ้น"

"แกมันจะไปรู้อะไร หุบปากนะ!" คุณนายสมรตวาดลั่น ริมฝีปากแดงสดสั่นสะท้านด้วยความโกรธ

จู่ๆ หญิงสาววัยแรกรุ่นหน้าตางดงามในชุดกระโปรงสีเข้มคนหนึ่งก็พรวดพราดเข้ามาในห้อง "คุณแม่ คุณแม่ พวกแกทำอะไรแม่ฉัน! " เธอผลักลูกน้องของเสี่ยย้งที่ยืนล้อมหน้าล้อมหลังอยู่ให้ห่างจากร่างมารดา ดวงตาคู่สวยตวัดมองเสี่ยย้งด้วยความอย่างเกลียดชังอย่างไม่ปิดบัง "แกกล้าดียังไงมาแตะต้องแม่ฉัน!!"

เสี่ยย้งมองหญิงสาวผู้มาใหม่ด้วยสายตาเจ้าชู้กรุ้มกริ่ม แต่แล้วสีหน้ากลับเปลี่ยนเป็นประหลาดใจคล้ายนึกอะไรบางอย่างได้ "คุณนายสมร ผมจำได้ว่า คุณเป็นเพื่อนรักกับคุณหญิงสอางค์ แม่ของไอ้ชัชวาลไม่ใช่หรือ"

คุณนายสมรมีสีหน้างุนงง "ใช่ ครอบครัวเรารู้จักกันดี แกคงไม่ลืมหรอกนะว่าพ่อตาชัชเป็นอดีตนายทหารระดับไหน ถึงเขาจะตายไปนานแล้ว แต่คุณหญิงสอางค์ก็ยังมีเส้นสายในกรมอีกมาก ถ้าแกทำอะไรฉัน สอางค์คงไม่ปล่อยแกเอาไว้แน่"

ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ "อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลยดีกว่า คุณมันใกล้ตกกระป๋องเต็มทีแล้ว จอมพลคนไหนก็ช่วยให้คุณกลับมาเป็นเมียรักอีกรอบไม่ได้หรอกกระมัง" 

"แก! แกอย่าพูดกับแม่ฉันแบบนี้นะ!" หญิงสาวผู้มาใหม่ตวาดลั่น "ไอ้เจ๊กโสโครกอย่างแกมีสิทธิ์อะไรมาพูดกับพวกฉันแบบนี้ รู้ไหมว่าพวกฉันนามสกุลอะไร!"

เสี่ยย้งอดส่ายหัวในความเจ้ายศเจ้าอย่างของพวกผู้ดีเก่าไม่ได้ คนพวกนี้พออ้าปากก็เอาแต่อ้างเชื้ออ้างแถวอยู่ร่ำไป ยืนอยู่ปากเหวแล้วยังไม่รู้สึกตัว แต่จะว่าไป สถานะของเขาตอนนี้ก็ไม่ได้เรียกว่าดีไปกว่ากันสักเท่าไหร่ เขาเหลือบตามองสาวสวยผู้เป็นบุตรสาวของคุณนายสมรตั้งแต่ศีรษะจรดปลายรองเท้าส้นสูงสีแดงสดอย่างพออกพอใจ ในหัวคิดแผนการชั่วร้ายได้อย่างรวดเร็ว

"คุณนายสมร เรามันก็คนกันเองทั้งนั้น ผมกับชัชวาลก็เคยเป็นเพื่อนรักกัน ทำไมเราถึงไม่มานั่งคุยกันดีๆ ละครับ" เสี่ยย้งผายมือไปที่เก้าอี้ด้านหน้าโต๊ะทำงาน "เชิญนั่งก่อนดีกว่า ไอ้เรื่องเงินๆ ทองๆ มันตกลงกันได้ เราคนกันเองทั้งนั้น จริงไหมครับ"

น้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของเสี่ยย้งทำเอาสองสาวมองหน้ากันอย่างงุนงง ผู้เป็นแม่พยักหน้าเป็นเชิงให้บุตรสาวใจเย็นก่อนทรุดลงนั่งบนเก้าอี้ ยกมือประดับแหวนเพชรขึ้นจัดทรงผมและเสื้อผ้าที่ยุ่งเหยิงให้เข้าที่

"มีอะไรก็ว่ามาสิ" คุณนายสมรกล่าว

 

เช้าวันปีใหม่ที่บ้านชยังกูร อากาศหนาวเย็นจนแทบไม่อยากลุกจากที่นอน เจมี่พยายามขุดตัวเองขึ้นมาจากกองผ้านวมอุ่นๆ บนเตียงอย่างยากลำบากเพื่อทำอาหารเช้าให้คุณผู้ชายของบ้านเหมือนเช่นทุกวัน 

"สวัสดีปีใหม่ฮะ" เขายื่นของขวัญปีใหม่ให้แก่เจ้าของบ้านที่กำลังทานข้าวต้มพลางอ่านหนังสือพิมพ์ไปด้วย อีกฝ่ายยื่นมือออกมารับไปอย่างงงๆ

"แกะดูสิฮะ" เจมี่บอก

คุณชัชวางช้อนลงก่อนเริ่มแกะกล่องของขวัญออก ข้างในเป็นภาพวาดสีน้ำเล็กๆ ในกรอบไม้สีอ่อน เป็นภาพพระอาทิตย์ตกดินที่หน้าผาที่เขาเคยชอบดูด้วยกันสมัยก่อน เจมี่ไม่ได้หวังว่าคุณชัชจะจำอะไรได้ แค่บางที...อาจจะรู้สึกถึงอะไรบ้าง

"ผมวาดเองเลยนะ"

"ขอบใจ" ชัชวาลมองรูปภาพอย่างสนใจ "ที่ไหน เหมือนฉันเคยเห็นมาก่อน"

"ไม่มีที่ไหนหรอกฮะ ผมจินตนาการเอง"

ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินขึ้นบันไดหายไปชั้นบนสักพัก ก่อนส่งกล่องแบนๆ ในห่อกระดาษสีน้ำตาลเรียบๆ ให้เขา "เห็นแกชอบวาดรูป ฝากเพื่อนซื้อมาจากต่างประเทศนานแล้ว ลืมให้"

คราวนี้เป็นเจมี่ที่รีบเปิดออกอย่างยินดี ข้างในเป็นสีน้ำมันเซ็ตใหญ่ เขากระโดดกอดคุณชัชจนตัวลอย "ขอบคุณฮะ"

"กอดอะไรของแกนักหนา โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงยังจะทำตัวเป็นเด็กๆ " ชายหนุ่มเอ็ดเบาๆ แต่มุมปากกลับกระตุกไม่หยุดจนอยากตีปากตัวเองที่ไม่รักดี "รีบกินข้าวแล้วไปกันได้แล้ว เดี๋ยวสาย" 

หลังจากทานอาหารเช้าด้วยกันเรียบร้อยแล้ว เจมี่กับผู้เป็นเจ้านายก็หอบหิ้วตะกร้าของฝากต่างๆ ขึ้นรถ เตรียมจะไปอวยพรมารดาคุณชัชที่ฝั่งธนบุรี เขาอิดออดขออยู่เฝ้าบ้านเต็มกำลัง แต่คุณชัชวาลสุดที่รักไม่ยอมให้เขาอยู่บ้านคนเดียว เนื่องจากไอ้มืด มือมีดอีโต้สุดโหดที่กำลังลอยนวลอยู่

สาเหตุที่เจมี่ไม่อยากไปก็เป็นเพราะคุณหญิงสอางค์ มารดาของคุณชัชวาลนั้นเกลียดเขาเข้าไส้ ทุกครั้งที่เจอหน้ากันก็ล้วนมีแต่คำกระแนะกระแหนต่างๆ ไม่จบไม่สิ้น ถ้าหากว่าเจ้านายของเขาจิกกัดเก่งแล้ว คุณหญิงสอางค์ผู้เป็นแม่ก็ย่อมเป็นขั้นกว่า ไม่สิ น่าจะเป็นขั้นสุดเลยทีเดียว แต่ก็โชคดีที่หลานๆ ของคุณชัชซึ่งเป็นลูกพี่สาวนั้นเป็นเด็กน่ารักมาก เจมี่จึงพอมีอะไรให้ตั้งตาคอยบ้าง

"แกซื้ออะไรไปฝากแม่ฉันกับหลานๆ " คุณผู้ชายของบ้านเอ่ยถามขณะขับรถ

"ของคุณหญิงสอางค์เป็นคุกกี้ฮะ เจ้านี้อร่อยมาก ผมเข้าแถวอยู่ตั้งครึ่งชั่วโมง" เขาตอบ "ส่วนของหนูนิดกับหนูหน่อยเป็นพวกของเล่น"

"ดี" ชายหนุ่มกล่าวสั้นๆ "จำไว้ว่าแม่ฉันพูดอะไรก็ไม่ต้องไปเถียง อยู่เฉยๆ ไว้"

"ผมเคยเถียงอะไรซะที่ไหน"

"กับฉันเห็นแกเถียงฉอดๆ อยู่ได้ทุกวัน" ชายหนุ่มบ่นอย่างหงุดหงิด "สมัยเด็ก ถ้าฉันเถียงพ่อแบบนี้เป็นได้โดนเตะตกกระได"

"ก็นี่มันสมัยไหนแล้วฮะ" เจมี่จุ๊ปาก "แล้วคุณชัชก็ไม่ใช่พ่อสักหน่อย"

"แล้วแกเห็นฉันเป็นอะไร" ชัชวาลเหมือนถามลอยๆ แต่ในใจกลับคล้ายรอคำตอบบางอย่างที่ตัวเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน

"เป็นคนสำคัญฮะ" เจมี่ตอบอย่างระมัดระวังหลังจากเงียบไปพักหนึ่ง วิทยุที่เปิดไว้กำลังเล่นเพลง Can't help falling in love with youของ Elvis Presley พอดี

Wise men say only fools rush in

นักปราชญ์กล่าวไว้ว่า มีแต่คนโง่เท่านั้นที่กระโจนลงไปในหลุมรัก

But I can’ t help falling in love with you

แต่ช่วยไม่ได้จริงๆ ที่ฉันตกหลุมรักเธอเข้าแล้ว

Shall I stay would it be a sin

จะพูดออกไปดีไหม แล้วมันจะบาปหรือเปล่า

If I can’ t help falling in love with you

หากหยุดตกหลุมรักเธอไม่ได้เลย

ชัชวาลมุมปากกระตุกแปลกๆ อย่างควบคุมไม่ได้อีกครั้ง จู่ๆ บรรยากาศในรถก็เริ่มหวานแหววขึ้นมาอย่างประหลาด พาลนึกถึงความฝันเมื่อคืนแล้วก็หน้าร้อนผ่าว ชายหนุ่มรีบกดเปลี่ยนช่องวิทยุเป็นเพลงประเภทที่เจมี่แอบเรียกในใจว่าเพลงป้าเทปยาน

"คุณชัช ผมจะฟังเอลวิส" เขาคร่ำครวญ ยกสองมือปิดหู

"แกมันเห่อฝรั่งเกินไปแล้ว"

"เฮ้อ..." เจมี่เอนตัวพิงเบาะมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างหมดแรง อาจารย์ชัชวาล ก้อนหินผู้ถูกน้ำเซาะทุกวันจนเริ่มพรุนผุดรอยยิ้มกว้างโง่งมอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ น่าเสียดายที่เจมี่มัวแต่มองออกไปนอกหน้าต่างจึงได้พลาดรายละเอียดสำคัญไป

 

บ้านหลังเก่าของคุณชัชเป็นเรือนไม้ทรงไทยประยุกต์สองชั้นหลังใหญ่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีพื้นที่สวนริมแม่น้ำกว้างขวาง อากาศช่วงต้นปีของยุคสมัยนี้หนาวจัด ไม่ใช่หนาวปลอมๆ แบบในยุคปัจจุบัน แม้เจมี่ห่อตัวด้วยเสื้อถักไหมพรมตัวหนาฝีมือป้านวล แต่ระหว่างขนของฝากลงจากรถ ลมเย็นๆ จากแม่น้ำก็พัดเส้นผมของเขาจนยุ่งเหยิงไปหมด

"ทำอะไรสักอย่างกับผมของแกสิ" คุณชัชผู้ซึ่งมักเซตผมอย่างดีเสมอไม่แทบเคยกระดิกเลยสักเส้นเอ่ยตำหนิ

"ลมแรงขนาดนี้ คงมีแต่ผมคุณชัชที่ไม่กระดิก ไม่รู้ใช้น้ำมันใส่ผมหรือจาระบี" เจมี่บ่น สองมือหอบกล่องของขวัญจนแทบไม่มีที่ว่าง ชัชวาลเห็นดังนั้นจึงยกมือเซตผมให้เขาอย่างเก้ๆ กังๆ

เจมี่ทำแก้มป่องแบบที่มั่นใจว่าจะต้องออกมาน่ารักประมาณหนึ่ง มือใหญ่ของอีกฝ่ายชะงักไป โชคร้ายที่วันนี้ชายหนุ่มสวมแว่นตาสีชาเข้ม เลยมองไม่เห็นแววตาที่แท้จริงเบื้องหลัง

อ่า...การอ่อยมันสนุกอย่างนี้นี่เอง...

"ตาชัช มาแล้วเหรอลูก" หญิงสูงวัยผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นขณะก้าวออกมาจากบ้านโดยมีสาวใช้คอยประคอง เมื่อเธอเห็นเจมี่ ใบหน้าที่ยิ้มแย้มก็พลันเปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้นหลายส่วน เจมี่รีบวางข้าวของลงบนกระโปรงรถแล้วยกมือไหว้คุณหญิงสอางค์ มารดาคุณชัช แน่นอนว่าเธอไม่คิดจะรับไหว้ให้เมื่อยมือแต่อย่างใด

"ไม่ยักรู้ว่าจะพามันมาด้วย" คุณหญิงสอางค์ปรายตามองเขาอย่างรังเกียจ สองมือเท้าสะเอว "ว่ายังไง ไปร่ำเรียนถึงโรงเรียนประจำ ลูกชายฉันต้องเสียเงินเสียทองไปมากมาย ได้วิชาความรู้อะไรมาบ้างล่ะพ่อคุณ"

เริ่มแล้วสิน่ะ...ยกที่หนึ่ง...

ก่อนที่เขาจะอ้าปากพูดอะไร คุณชัชกลับเป็นฝ่ายตัดบทก่อน "สวัสดีปีใหม่ครับคุณแม่ เข้าบ้านกันก่อนเถอะ วันนี้ลมแรงเดี๋ยวจะไม่สบาย"

เจ้านายเขารีบเข้าไปประคองแขนมารดาให้เดินเข้าบ้าน ระหว่างนั้นรถเมอซิเดสสีแดงอีกคันก็เลี้ยวเข้ามาจอดข้างๆ ทันทีที่ประตูรถเปิดออก ร่างเล็กๆ สองร่างก็พุ่งเข้าใส่เจมี่ทันที

"พี่ชื่น/พี่ชื่น" สองสาวตัวน้อยในชุดกระโปรงสีฟ้าฟูฟ่องราวกับเจ้าหญิงกระโดดกอดเอวเขาไว้แน่น

"หนูนิด หนูหน่อย" เจมี่รวบร่างเล็กๆ ขึ้นมากอดไว้แน่นพลางหมุนไปรอบๆ เรียกเสียงหัวเราะกรี๊ดกร๊าดจากเด็กๆ ดังลั่น

"เด็กๆ ปล่อยพี่เขาก่อน" คุณชนิตา หรือพี่ตา พี่สาวของคุณชัชซึ่งเดินลงจากรถมาพร้อมกับสามีพูดเสียงแข็ง เจมี่รีบวางเด็กๆ ลงก่อนยกมือขึ้นสวัสดีทั้งสองอย่างนอบน้อม

"สวัสดีปีใหม่ฮะพี่ตา คุณสกล"

"ว่าไงตาชื่น ไม่เจอเดี๋ยวเดียวหล่อขึ้นเป็นกอง" พี่ตาพูดอย่างใจดี "สวัสดีปีใหม่ค่ะคุณแม่" เธอกับสามียกมือไหว้ผู้เป็นมารดา

"หนูนิด หนูหน่อย มาหายายเร็ว" คุณหญิงสอางค์พูดเสียงเขียว เด็กๆ เดินคอตกเข้าสู่อ้อมแขนคุณยายอย่างเกร็งๆ

หลังจากทักทายกันหอมปากหอมคอแล้วจึงพากันเดินเข้าไปในบ้าน เจมี่ที่จริงๆ แล้วเป็นคนนอกไม่อยากไปนั่งเป็นส่วนเกินจึงเล่นกับเด็กๆ อยู่ในศาลาริมน้ำ สองสาวฝาแฝดชอบตุ๊กตาเจ้าหญิงที่เขาให้เป็นของขวัญมาก 

ไม่นานก็ถึงเวลาอาหารกลางวัน เจมี่ได้นั่งร่วมโต๊ะด้วย เขาพยายามไม่สนใจสายตาเขียวขุ่นของคุณหญิงสอางค์ที่คอยมองมาเป็นพักๆ แต่แล้วจู่ๆ ก็มีแขกแปลกหน้าสองคนเดินเข้ามายังเฉลียงหน้าบ้านที่ตั้งโต๊ะรับประทานอาหารกันอยู่ เป็นหญิงวัยกลางคนในชุดผ้าไหมสีเหลืองอ๋อยคนหนึ่งและสาวงามวัยแรกรุ่นในชุดกระโปรงสีฟ้าอีกหนึ่ง ระบบประกาศทันที

[ขอแนะนำให้รู้จักตัวร้ายอันดับหนึ่งของเรื่อง ทิพย์เกสร จิระสกุล]

ในที่สุดก็ออกมาแล้ว เจมี่มองใบหน้าสวยโฉบเฉี่ยวของคุณทิพย์เกสรอย่างพิจารณา เธอดูเป็นผู้หญิงที่รับมือยากอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งไม่ใช่พวกนางร้ายสายกรี๊ดที่พูดทุกอย่างออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจตลอดเวลา จากคำบอกเล่าของระบบ ทิพย์เกสรคนนี้ต่อไปจะแต่งงานกับคุณชัชวาลของเขาและค่อยๆ วางยาคุณชัชจนปางตาย ก่อนผลักตกหน้าผาเพื่อฮุบสมบัติไปเสวยสุขอยู่กับชู้รัก ซึ่งชู้รักที่ว่านั้นก็จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเสี่ยย้งผู้เป็นบิดาของเขานั่นเอง

เจมี่คิดว่ามันไม่ใช่ภารกิจที่ยากเย็นอะไร เขาก็แค่ต้องทำให้คุณชัชชอบเขาแทน เพียงแต่ตอนนี้ปัญหาของเจมี่ก็คืออีกฝ่ายดูไม่สนใจเขาในเชิงชู้สาวเลยสักนิดเดียว ซึ่งออกจะเป็นเรื่องแปลกเมื่อพิจารณาจากความมือไวใจเร็วของชาติที่ผ่านๆ มา ไม่รู้เหมือนกันว่าปัญหาอยู่ตรงไหน?

"สวัสดีปีใหม่ค่ะ คุณหญิงสอางค์" คุณนายสมรและบุตรสาวยกมือไหว้อย่างนอบน้อม สาวใช้ที่อยู่เบื้องหลังวางตะกร้าผลไม้ขนาดใหญ่ลงบนโต๊ะด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

"อ่าว กำลังรออยู่เลย แม่สมร หนูทิพย์เกสร แหมหนูทิพย์เกสรนี่ไม่เจอเดี๋ยวเดียวสวยขึ้นจริงๆ " คุณหญิงสอางค์เหลือบมองคุณชัชเล็กน้อยพร้อมกับขยิบตาอย่างมีนัยยะ เจมี่หน้าบึ้งทันที ทำไมชาตินี้ศัตรูหัวใจเยอะแยะไปหมด อยากลากคุณชัชไปขังไว้ในถ้ำแล้วกลิ้งหินปิดไว้จริงๆ

และเพราะแขกที่มาใหม่ทำให้โต๊ะไม่พอ เจมี่กับสองแฝดจึงจำต้องย้ายไปนั่งทานอาหารที่ 'โต๊ะเด็กๆ ' อย่างช่วยไม่ได้ เขาเขี่ยอาหารในจานอย่างอารมณ์เสียตลอดเวลา คอยลอบมองไปยังคุณชัชกับคุณทิพย์เกสรที่ถูกจัดให้นั่งใกล้กันอย่าง 'มีนัยยะ' จู่ๆ เขาก็อยากพ่นไฟได้เหมือนชาติที่แล้วจริงๆ จะได้เผาปัญหาทุกอย่างให้มันไหม้ๆ ไปซะให้หมด โชคดีที่คุณชัชของเขาดูไม่กระตือรือร้นกับการจับคู่ครั้งนี้เท่าไหร่ อาจเพราะพึ่งอกหักมาหมาดๆ หรืออย่างไรก็ไม่ทราบได้

พอตกบ่ายทั้งครอบครัวรวมถึงสองแม่ลูกที่พึ่งมาใหม่จึงไปร่วมทำบุญที่วัดใกล้บ้านร่วมกัน เจมี่ได้แต่นั่งอยู่ห่างๆ ระหว่างที่ผู้ใหญ่ถวายสังฆทาน หลังจากนั้นทั้งคุณหญิงสอางค์และคนอื่นต่างก็อยู่สนทนาต่อกับพระอาจารย์ที่ดูเหมือนจะรู้จักกันดี เจมี่ไม่อยากอยู่ให้เกะกะจึงลงมาเดินเตร็ดเตร่ให้อาหารปลาอยู่ที่ศาลาริมแม่น้ำ

"อึดอัดหรือไง" เสียงคุณชัชดังขึ้นจากด้านหลัง เจมี่หันไปส่งยิ้มเครียดๆ

"เปล่าหรอกฮะ แล้วแฟนใหม่คุณชัชไปไหนซะล่ะ" เขาแกล้งชะเง้อไปด้านหลังชายหนุ่ม

"ฉันจะตายเร็วเพราะแกคอยกวนประสาทนี่แหละ" คุณชัชคว้าอาหารปลาจากมือเขาไปโรยแทน ปลาดุกสีดำตัวใหญ่ในแม่น้ำต่างอ้าปากกว้างดูดกลืนทุกอย่างลงไปราวกับหลุมดำ

"ดูสิ หน้าเหมือนแกเลย" ชายหนุ่มมองปลาดุกพลางหัวเราะขัน

เจมี่ได้แต่ทำหน้าเซ็งเพราะคิดคำตอบโต้ไม่ออก พวกเขาให้อาหารปลาเงียบๆ กันครู่หนึ่ง

"คุณแม่จะให้ฉันทำพิธีถอนคำสาบานอะไรก็ไม่รู้" จู่ๆ คุณชัชก็เอ่ยขึ้น

"อะไรนะฮะ?" เจมี่ขมวดคิ้วอย่างงุนงง

"เล่าไปแล้วแกจะขำ หลวงพ่อท่านทักว่า ชาติที่แล้วฉันไปสาบานรักกับเทวดาองค์หนึ่งที่เป็นเนื้อคู่กัน ชาตินี้ฉันเลยต้องอกหักซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลวงพ่อท่านให้ฉันทำพิธีถอนคำสาบาน เขาจะได้อโหสิกรรมให้"

ไม่ได้สาบานนะ แค่สัญญาเท่านั้นเอง...

เจมี่เม้มปากแน่น "แล้ว...แล้วคุณชัชจะทำไหมฮะ"

ชายหนุ่มหันหลังเอนตัวพิงราวกั้น ตอบว่า "ไม่รู้สิ ฉันไม่เชื่อเรื่องอะไรแบบนั้น แต่ถ้าทำแล้วคุณแม่สบายใจ บางทีฉันอาจจะทำ"

ชัชวาลมองเด็กหนุ่มข้างๆ อย่างพิจารณา "ทำไมแกตาแดงๆ เหมือนจะร้องไห้"

"ไม่รู้สิฮะ ลมแรงมั้ง" เจมี่ใช้หลังมือขยี้ตาเบาๆ

"อย่าเช็ดตาแบบนั้น เดี๋ยวเชื้อโรคเข้าตา ตาบอดขึ้นมาเดือดร้อนฉันอีก" คุณชัชส่งผ้าเช็ดหน้าเขาก่อนถอดแว่นตาสีชาสวมให้ "ลมแรง เข้าไปนั่งข้างในศาลาก่อน เดี๋ยวอีกสักพักก็กลับกันแล้ว"

"พี่ชัชคะ คุณป้าให้มาตามค่ะ" ร่างบางของทิพย์เกสรปรากฏตัวขึ้น เธอส่งยิ้มให้เจมี่นิดหน่อย ก่อนคล้องแขนคุณชัชของเขาอย่างสนิทสนมแล้วพากันเดินไป

"ผมอโหสิ" เจมี่พูดเบาๆ "แต่เดี๋ยวผมจีบคุณอีกรอบก็ได้"

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 112 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

147 ความคิดเห็น

  1. #102 miyuukiMF (@T--T) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 19:18

    คนไม่รู้ไม่ผิด แต่เรามีสิทที่จะมอหอ!

    #102
    0
  2. #100 maima131 (@maima131) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 16:18
    น้องงงง ควรเคืองใครดีห้ะ ออกห่างๆคุณชัชนะชะนี
    #100
    0
  3. #99 Aconite_ (@Rookie_King) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 14:27
    ฮือออ ยัยน้องงงง ไม่เป็นไรนะคะคนดี พี่เอาใจช่วย เจ็มต้องจีบติดแน่ๆ ค่ะ!
    คูมชัชไปสัญญาไว้จริงๆ ค่ะ (แต่เป็นเวอร์ชันหนูด้วงคนคลั่งรัก) พระท่านไม่ได้หลอก อ่ยยย
    #99
    0
  4. #98 GFMB (@GFMB) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 14:00
    โง๊ยยยย

    น้องงงง ลูกแมะ~~~
    #98
    0
  5. #96 bilibilibababi (@bilibilibababi) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 13:27

    แงงง ยัยต้วร้ายออกไปเลยนะ!!!
    #96
    0
  6. #95 Thanva2004 (@Thanva2004) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 13:11
    อัพอีกกก
    #95
    0