ปราบนายตัวร้ายด้วยรัก [Yaoi][ระบบ]

ตอนที่ 3 : โลกละครหลังข่าว ตอนที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,960
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 229 ครั้ง
    11 มี.ค. 63

*คำเตือน เรื่องนี้มีการIncest*
 

 

เจมี่ลืมตาตื่นขึ้นมาบนเตียงหรูหราหมาเห่าสีทองอร่าม แม้แต่เสาเตียงยังสลักลวดลายวิจิตรบรรจง เป็นเทวดาตัวน้อยดีดพิณอะไรทำนองนั้น เขายันตัวขึ้นอย่างอ่อนเพลียพลางมองไปรอบๆ แล้วก็พลันรู้สึกแสบตาขึ้นมาทันทีเพราะแสงอาทิตย์ยามเช้าที่ตกกระทบเฟอร์นิเจอร์ทองๆ ในห้องผ่านทางม่านที่เปิดทิ้งไว้

ตอนนี้เขาอยู่ในห้องนอนที่อลังการที่สุดที่เขาเคยเห็นมาในชีวิต แต่ทุกอย่างทองเกินไปหรือเปล่า เจมี่คิดเงียบๆ อย่างกับพวกละครหลังข่าวที่คุณยายชอบดู

ทันใดนั้นระบบก็ประกาศเสียงดัง [ขอแนะนำโลกนี้อย่างสั้นๆ นี่คือโลกละครหลังข่าว]

เจมี่ "…"

ระบบเหมือนรู้ว่าเขาคิดอะไรจึงรีบอธิบายต่อ

[เรื่องในละครไม่ได้แปลว่าไม่มีอยู่จริง ระบบกำลังเชื่อมต่อเซลล์สมองระหว่างโฮสต์กับร่างภาชนะ กรุณารอการปรับตัวสักครู่]

จากนั้นระบบก็อธิบายเรื่องเกี่ยวกับตัวเขาให้ฟังคร่าวๆ ประกอบกับความทรงจำจากเจ้าของร่างเดิมที่ค่อยๆ ผุดขึ้นมาทีละน้อย

ร่างนี้มีชื่อว่า กล่อมกมล อัครเดชเดชากรณ์วรกุล ปีนี้อายุ 14 เป็นบุตรชายคนเล็กในจำนวนพี่น้องทั้งสามคน ตระกูลนี้เป็นผู้ดีเก่าที่สืบเชื้อสายมาจากเจ้านายชั้นสูง รวมทั้งเป็นเจ้าของธุรกิจและอสังหาริมทรัพย์มากมาย โดยเฉพาะธุรกิจแปรรูปอาหารซึ่งเป็นบริษัทที่ใหญ่อันดับต้นๆ ของประเทศ

บิดาของเขา ไตรทศ อัครเดชเดชากรณ์วรกุล เสียชีวิตไปเมื่อสี่ปีก่อนด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ พร้อมกับพิกุล ภรรยาคนรับใช้ที่นั่งไปด้วยกัน ส่วนมารดาของกล่อมกมลคือคุณหญิงพวงผกาซึ่งเป็นภรรยาหลวงยังมีชีวิตอยู่และร้ายกาจเป็นอันดับสองในเรื่อง

เขามีพี่สาวคือ ฟ้าลดา พี่สาวคนรองซึ่งมีมารดาคนเดียวกันคือคุณหญิงพวงผกา ฟ้าลดาเป็นนางร้ายสายกรี๊ด มีตำแหน่งเป็นนางร้ายอันดับสามในเรื่อง

และพี่ชายคนโต คณิณ ตัวเอกของเรื่องผู้มีความคั่งแค้นพร้อมจะบดขยี้ทุกคนให้ตายเยี่ยงหมา พี่ชายร่วมบิดาของเขาที่เกิดจากมารดาคนใช้ เขาคนนี้คือคนที่จะใช้ปืนระเบิดสมองคุณหญิงย่าจนกระจายไปทั่วห้องเช็ดยังไงก็ไม่ออกในวันใดวันหนึ่งข้างหน้านี้

ส่วนตัวร้ายอันดับหนึ่งก็คือ [แท่น แทน แท๊น] (ระบบพูดอย่างนี้จริงๆ นะ)

คุณหญิงทรงสมร อัครเดชเดชากรณ์วรกุล หรือที่หลานๆ เรียกกันว่าคุณหญิงย่า คุณหญิงย่าก็คือต้นเหตุชีวิตบัดซบทั้งหมดของคณิณ จนนำมาสู่ความคั่งแค้นและเหตุการณ์เลือดสาดกระจายในตอนจบนั่นเอง พอรู้เรื่องราวแล้วเจมี่ก็ได้แต่ถอดทอนใจ เขาเข้าใจเลยว่าทำไมระบบจึงเรียกโลกนี้ว่า "ละครหลังข่าว"

คุณหญิงย่าเกลียดเมียคนใช้ของคุณพ่อเป็นที่สุด แต่ยิ่งเกลียดลูกคนใช้อย่างคณิณมากกว่า ชีวิตตั้งแต่เด็กจนโตก็ถูกรังแกมาเรื่อยๆ เหมือนซินเดอร์เรลล่าไม่มีผิด

ซึ่งกล่อมกมล ที่เจมี่เข้ามาอยู่ในร่างก็เป็นหนึ่งในตัวร้ายที่ชอบจิกหัวใช้คณิณเยี่ยงทาสทั้งที่เป็นน้องชายแท้ๆ

กล่อมกมลคนก่อนนั้นทั้งขี้โมโห ขี้เกียจ และขี้อิจฉา ชอบทำลายข้าวของเวลาไม่พอใจ เป็นเด็กเปรตคนหนึ่งอย่างแท้จริง

เจมี่ฟังแล้วก็ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมระบบจึงส่งเขามาเป็นกล่อมกมล

ในเมื่อร้ายกาจกับคณิณขนาดนั้น คณิณจะฟังเขาหรือ?

ขณะที่กำลังทำความเข้าใจกับเรื่องราวและปรึกษากับระบบอยู่บนเตียงสีทองนั้น ประตูห้องก็ถูกเคาะและเปิดออก

[ขอแนะนำให้รู้จักกับตัวเอกของเรื่อง คณิณ อัครเดชเดชากรณ์วรกุล] ระบบประกาศด้วยเสียงไร้อารมณ์เหมือนเสียงประกาศตามหารถในห้าง แต่มีเพียงเขาที่ได้ยิน [ขอให้สนุกกับภารกิจค่ะ]

เจมี่รู้มาจากระบบว่าปีนี้คณิณมีอายุสิบแปดปี กำลังจะจบมัธยมปลายแล้ว แต่รูปร่างสูงใหญ่จนน่าจะเกิน 190 เซนติเมตร นั้นทำให้เจมี่ประหลาดใจ ผิวขาวเหมือนกระดาษ ท่าทางสง่างามเยือกเย็นแม้จะมีความเศร้าฉายอยู่บนหน้าอย่างชัดเจน เขาดูไม่เหมือนเด็กอายุ 18 เจมี่คิดว่าบางทีความทุกข์ก็ทำให้คนเป็นผู้ใหญ่ก่อนวัยได้อย่างนี้เอง

"กล่อมกมล พี่ทำการบ้านให้เสร็จแล้ว" เขาพูดเสียงเรียบพลางเดินมาหยุดอยู่ข้างโต๊ะทองๆ ตัวหนึ่ง คณิณวางสมุดการบ้านกองย่อมๆ ลงบนโต๊ะอย่างเรียบร้อยก่อนหันมามองแวบเดียวแล้วรีบก้มหน้าลงอย่างสำรวมทันที

นี่มันอะไรกัน! เจมี่ได้แต่กรีดร้องอยู่ในใจ เขาไม่คิดว่าจะได้เจอตัวเอกเร็วขนาดนี้ แล้วพี่ชายสุดหล่อ แสนดีและดูอบอุ่นคนนี้นะเหรอที่จะที่จะฆ่าคนตายได้อย่างเลือดเย็น ช่างดูไม่มีความเป็นไปได้เลย

"งั้นพี่ออกไปก่อนนะ" คณิณก้าวออกจากห้อง

"ขอบคุณครับ" เจมี่ในร่างกล่อมกมลกล่าวออกไปตามสัญชาตญาณทันทีโดยไม่ต้องคิด เวลาที่คนทำอะไรให้ เขามักจะพูดขอบคุณเสมอจนติดเป็นนิสัย ไม่ว่าจะกับกระเป๋ารถเมล์ คนเก็บขยะ หรือแม้กระทั่งป้าแม่บ้านทำความสะอาดห้องน้ำในห้าง

ทว่าคณิณที่ได้ยินคำขอบคุณพลันหยุดชะงัก และมีสีเหมือนเห็นผีขึ้นมาที

"เอ่อ..." คณิณพูดได้แค่นั้นก็พลันหยุดชะงัก เพราะไม่รู้จะพูดอะไรต่อ กล่อมกมลกำลังขอบคุณเขา เป็นเรื่องประหลาดเหมือนคุณหญิงย่าดึงเขาไปกอดพลางบอกรักนั่น เขารู้สึกขนลุกขึ้นมาทันที

คณิณประหลาดใจจนเผลอมองโดยไม่รู้ตัว ตอนนี้กล่อมกมลน้องชายคนเล็กที่พึ่งตื่นนอน ผมเผ้ายุ่งเหยิงสีดำสนิทจึงแผ่สยายเคลียไหล่ เสื้อนอนที่กระดุมหลุดลุ่ยจนเอียงไปอีกทางเผยให้เห็นต้นแขนขาวเนียน น้องดูเหมือนเทวดาตัวน้อยเอาแต่ใจบนเตียงสีทอง พอมองลึกลงไปตามสาบเสื้อที่เปิดออก... คณิณตกใจกับความคิดตัวเองมาจนรีบก้มหน้างุดออกจากห้องไปทันที

เมื่อคณิณออกไปแล้ว เจมี่จึงรีบลุกไปยืนหน้ากระจกพลางสำรวจตัวเอง เด็กหนุ่มคนนี้มีใบหน้าออกไปทางคนไทยเชื้อสายจีน ผิวขาวเนียนละเอียด ยกเว้นแต่ตากลมโตสีน้ำตาล ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่คล้ายกับใบหน้าเก่าของเขา ปากนิดจมูกหน่อย ดูรวมๆ แล้วก็น่ารักดี น่ารักแบบนี้ไม่ควรจะทำตัวไม่ดีเลยจริงๆ เจมี่ตบแก้มตัวเองเบาๆ แล้วไปอาบน้ำแต่งตัว เตรียมลงไปรับประทานอาหารร่วมกันตามความทรงจำของกล่อมกมลคนเดิม

"มาแล้วเหรอ" เสียงหญิงสูงวัยเอ่ยจากขึ้นเมื่อเจมี่ก้าวลงบันไดอลังการที่ยาวเหมือนบันไดศาลเจ้าลงมายังโต๊ะอาหารด้วยความเหนื่อยอ่อน ระบบประกาศทันที

[ขอแนะนำให้รู้จักตัวร้ายอันดับหนึ่ง คุณหญิงทรงสมร อัครเดชเดชากรณ์วรกุล]

"มาให้ย่ากอดหน่อยเร็ว" คุณหญิงย่ากล่าวพลางอ้าแขนกว้าง กำไลเพชรกำไลทองกระทบกันส่งเสียกรุ๊งกริ๊งเหมือนกระดิ่ง เจมี่เดินตรงเข้าสู่อ้อมแขนคุณหญิงย่าไม่คิดอะไรมาก เพราะเขามักใจอ่อนกับคนแก่โดยไม่รู้ตัว

ขณะที่คุณหญิงย่ากอดเขาไว้แน่นก็ชำเลืองมองคณิณที่ยืนกุมมือสงบเสงี่ยมเหมือนบริกรอยู่ข้างโต๊ะอาหารด้วยสายตาเย้ยหยันไปด้วย เจมี่เห็นดังนั้นก็ต้องกลั้นหัวเราะจนหน้าท้องเกร็งไปหมด เขาใช้ชีวิตราบเรียบกับคุณยายมาตลอด ไม่คิดว่าเรื่องที่เหมือนในละครขนาดนี้จะมีอยู่จริงๆ สุดท้ายเขาต้องแกล้งทำเป็นไอเพื่อกลบเกลื่อน

"เอ๊ะ กล่อมกมลไม่สบายหรือเปล่าลูก ทำไมถึงไอ" คุณหญิงย่ายืดตัวเขาออกพลางพิจารณาอย่างละเอียด

"ผมไม่เป็นไรครับ เมื่อคืนรู้สึกหนาวนิดหน่อย" เจมี่รีบผละออกจาอ้อมแขนคุณย่าเดินไปนั่งที่เก้าอี้ด้านข้าง

"ทำไมแกไม่ดูแลน้องให้ดี แกจงใจให้น้องไม่สบายใช่ไหม" คุณหญิงย่าหันไปตวาดแว้ดใส่คณิณทันทีอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ความเชื่อมโยงอยู่ตรงไหน เจมี่ถามตัวเอง ส่วนคณิณเอาแต่ก้มหน้าไม่เถียงอะไรทั้งสิ้น เจมี่จึงชิงพูดก่อนเพื่อรักษาบรรยากาศ

"คุณย่า เมื่อคืนผมเปิดแอร์แรงไปเลยหนาวไม่เกี่ยวอะไรกับพี่เลย" เมื่อเจมี่อธิบายจบคณิณเงยหน้าขึ้นทันที คุณหญิงย่าเองก็ดูแปลกใจมาก เมื่อกี้กล่อมกมลเรียกคณิณว่าพี่หรอ เธอเชื่อว่าเขาคงไม่สบายจริงๆ ต้องเรียกหมอประจำตระกูลมาดูอาการด่วน

"คณิณ ไปโทรเรียกหมอฤทธิ์ให้มาตรวจน้องหน่อย เผื่อจับไข้ไม่สบาย" คุณหญิงย่าสั่งเสียงเย็นโดยไม่แม้แต่จะมองหน้าหลานชาย

"ครับคุณหญิงย่า" คณิณที่มัวแต่มองกล่อมกมลพลันใจลอยจนเผลอพูดคำต้องห้ามออกไป

"ใครย่าแก" คุณหญิงย่าตวาดแว้ดทันที "แกลืมแล้วหรอว่าฉันไม่อนุญาตให้แกเรียกฉันว่าย่า" คณิณหน้าไม่เปลี่ยนสีแม้แต่น้อย ราวกับว่าเขาเจอเรื่องแบบนี้เป็นประจำทุกค่ำเช้า เขาเอ่ยครับอย่างแผ่วเบาแล้วหมุนตัวออกไปทันที

"คุณย่าครับ คือผมไม่เป็นไรจริงๆ ...." เจมี่รีบร้อนอธิบายจนลิ้นพันกันเพราะกลัวคณิณจะเดือดร้อน แต่คุณหญิงย่ากลับยิ้มอ่อนพลางกล่าวว่า "ให้หมอดูสักหน่อยไม่เสียหาย หมู่นี้หมอฤทธิ์ชักจะว่างเกินไปแล้ว"

เจมี่ได้แต่มองตามคณิณด้วยความเศร้าใจ บางทีเจ้ากรรมนายเวรที่คุณยายเขาชอบพูดนี่อาจจะมีอยู่จริง ไม่เช่นนั้นคนเราจะเกลียดใครสักคนโดยไร้เหตุผลขนาดนี้ได้ยังไง

"ตักข้าวได้แล้ว รอข้าวงอกกันอยู่หรือไง" เมื่อคุณหญิงย่าเอ่ยขึ้นคนรับใช้รอบโต๊ะก็กระวีกระวาดเสิร์ฟอาหารทันที

ขณะนั้น ก็มีคนอีกสองคนกำลังเดินลงบันไดมา

[ขอต้อนรับตัวร้ายอันดับสองและสาม] ระบบประกาศ

นี่ก็คือคุณหญิงพวงผกาผู้เป็นมารดา และฟ้าลดา พี่สาวแท้ๆ ของเขาเอง

"คุณย่าขา" ฟ้าลดาร้องเสียงแหลมพลางวิ่งเข้าจุ๊บแก้มคุณย่าซ้ายขวาอย่างประจบประแจง แล้วมานั่งลงข้างเจมี่ที่ตัวเกรงขึ้นมาทันที ขณะที่คุณหญิงพวงผกานั่งลงที่โต๊ะอีกด้านอย่างสงบเสงี่ยมพลางคลี่ผ้ากันเปื้อนออกวางบนตัก

เจมี่เหงื่อตก เขาไม่รู้จักคนพวกนี้มาก่อน และไม่รู้ว่าควรทำตัวยังไงจริงๆ

และด้วยพลังความเชื่อมโยงของคุณย่า หากเขาทำตัวแปลกไปทันทีคณิณต้องซวยแน่เหมือนเรื่องเมื่อครู่นี้ และจะยิ่งเพิ่มความคั่งแค้นกระหายเลือดเข้าไปอีก เพราะฉะนั้นเขาต้องคงคาแรคเตอร์เดิมก่อน แล้วค่อยๆ ปรับเปลี่ยนไปทีละน้อย [แต่จะทำได้หรือ ระบบคิดในใจ]

"เออจริงสิ" คุณย่าพูดขึ้นมาขณะที่เหล่าแม่บ้านเสิร์ฟอาหารเช้าไปรอบโต๊ะ "ได้ยินมาว่าชาวีจะกลับมาจากเมืองนอกแล้วนะ"

"กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด" คุณหญิงย่าพูดไม่ทันจบฟ้าลดาก็หวีดร้องเสียงแหลมปรี๊ดขึ้นมาทันที "พี่ชาวีจะกลับมาแล้ว ฟ้าดีใจจังเลย" เธอเด้งขึ้นมาจากเก้าอี้กระแทกเจมี่ที่กำลังจิบน้ำจนสำลัก

"ตื่นเต้นอะไรลูก ถึงยังใช่ชาวีก็ต้องกลับมาแต่งกับลูกอยู่แล้ว" คุณหญิงพวงผกากล่าวพลางยกน้ำส้มขึ้นจิบด้วยจริตผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว

"เอ่อ เดี๋ยวย่าต้องไปคุยกับแม่ปานใจย่าของพ่อชาวีเรื่องงานหมั้นงานแต่งให้เรียบร้อย" คุณย่าหันหน้าไปทางคนรับใช้คนหนึ่งที่อยู่ข้างโต๊ะ "ไปบอกเจ้าสมให้เตรียมรถ ทานข้าวเสร็จฉันจะไปบ้านทวีโชติธาดา"

"ค่ะ คุณท่าน" คนรับใช้คนนั้นหมุนตัวออกไปจากห้องอาหารทันที

"แม่พวงพกาไปด้วยกันไหมล่ะ? " คุณย่าถามคุณหญิงพวงผกา ซึ่งตอบรับทันที เจมี่แอบมองท่าทางเรียบร้อยซ่อนคมของคุณหญิงพวงผกา แล้วอดคิดไม่ได้ว่าคนแบบนี้สำหรับเขาน่ากลัวกว่าคุณหญิงย่าซึ่งนึกจะพูดอะไรก็พูดซะอีก

บรรยากาศบนโต๊ะอาหารรื่นรมย์นัก ฟ้าลดากำลังดีอกดีใจจะได้มีหลัว พลางคิดว่าจะใส่ชุดไหนไปรับชาวีที่สนามบินดี โชคดีที่ทุกคนกำลังตื่นเต้นเรื่องชาวีกลับมาจึงลืมกล่อมกมลไปเสียสนิท เขาจึงรอดพ้นจากคาแรคเตอร์ที่กำลังสับสนไปได้ครั้งหนึ่ง

ขณะนั้นไม่มีใครสังเกตคณิณที่ยืนเงียบๆ อยู่ข้างโต๊ะอาหาร ดวงตาของเขากำลังทอประกายเจิดจ้าทันทีเมื่อได้ยินเรื่องชาวี เพียงครู่เดียวก็กลับไปดำมืดยิ่งกว่าเก่า เขามีแผนในใจเรียบร้อยแล้ว
 

เจมี่อยู่บนรถลีมูซีนสีดำพร้อมกับฟ้าลดาที่นั่งข้างๆ และคณิณที่นั่งเบาะหน้า กำลังเดินทางไปโรงเรียนไฮโซที่อยู่ใกล้บ้าน ฟ้าลดาจิ้มโทรศัพท์ไม่หยุด เดี๋ยวๆ ก็หัวเราะคิกคักแล้วก็กรี๊ดอะไรอยู่คนเดียว

"นี่กล่อมกมล" ฟ้าลดาเรียกเขาพลางยื่นโทรศัพท์มือถือให้ดูรูปผู้ชายผิวขาว หน้าตาหล่อเหล่าดูเจ้าสำอางคนหนึ่งที่ดูเหมือนนักร้องเคป็อป เจมี่มองแล้วรีบเงยหน้ามองฟ้าลดาทันทีอย่างตกใจนิดหน่อย แย่แล้วล่ะ เธอกำลังจะมีสามีที่สวยกว่าเธอ เขาคิดแต่ไม่ได้พูดออกไป

"สวย เอ้ย หล่อ พี่ชาวีหล่อขึ้นนะ" เจมี่พูดตามที่คิด เพราะชาวีในความทรงจำไม่ได้หน้าตาดีขนาดนี้

"ใช่ไหมล่ะ เขาหล่อมาก เหมาะสมกับพี่สุดๆ ไปเลยว่ามะ" ฟ้าลดามองโทรศัพท์ด้วยสายตาเคลิบเคลิ้ม เป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ เหมือนกำลังพูดกับตัวเองมากกว่า เจมี่เลยนิ่งเงียบ

แล้วจู่ๆ เธอก็พลันเหลือบเห็นคณิณที่กำลังแอบมองเจมี่จากกระจกหน้า จึงตวาดลั่นแสบแก้วหูทันที "มองอะไรของแก อิจฉาละสิ" ฟ้าลดาพูดพลางเบ้ปากไปด้วย"หน้าเห่ยๆ อย่างแกน่ะ แต่งกับลูกแม่บ้านได้ก็บุญแล้ว"

"แต่ผมว่าพี่คณิณหล่อมาก" เจมี่พูดออกไปอย่างไม่ทันคิด ในรถเงียบกริบจนได้ยินเสียงแอร์ทันที เห็นได้ชัดว่าบางครั้งการพูดความจริงก็ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป เขาหลุดคาแรคเตอร์ครั้งใหญ่อีกรอบแล้ว [ระบบส่ายหน้าทั้งที่ไม่มีหน้า]

เจมี่ไม่กล้ามองคณิณจึงหันมองพี่สาวที่กำลังยกมือทาบอกพลางทำหน้าประหลาดใจตาโตโอเวอร์แอคติ้งสุดขีด แล้วฟ้าลดาก็ยกมือขึ้นมาอังหน้าหน้าผากเจมี่ "น้องไม่สบายหรือเปล่า" พูดเหมือนคุณหญิงย่าไม่มีผิด สมเป็นย่าหลานกัน

"ผมไม่เป็นไร" เขารู้สึกว่าหน้าร้อนผ่าวไปหมดโดยไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน สักพักฟ้าลดาก็กลับไปจิ้มโทรศัพท์ต่อ ส่วนเจมี่ที่ไม่กล้าสบตาใครได้แต่มองออกนอกหน้าต่างรถจนถึงโรงเรียน

"กล่อมกมล" เสียงเรียกดังขึ้นทันทีที่เจมี่ก้าวขาลงจากรถ

"เฮ้ ทางนี้" เขามองตามเสียงเรียกไปก็พบกับเด็กฝรั่งผมทองคนหนึ่งกำลังโบกไม้โบกมือเรียกเขาอยู่หน้าประตูโรงเรียน

จากความทรงจำเจ้าของร่าง คนผู้นี้คือเพื่อนรักเพียงคนเดียวของกล่อมกมล มีชื่อว่าแบรนดอน หรือเรียกสั้น ๆ ว่าแบรน จากความทรงจำ แบรนไม่ได้นิสัยเลวร้ายอะไร เพียงแต่ด้วยความเหลาะแหละจึงคบกับเค้าไว้เหมือนพึ่งพาอาศัยในความรวยเท่านั้น

ฟ้าลดาเองก็เดินไปหากลุ่มเพื่อนผู้หญิงที่แต่งหน้าเข้มของเธอ เจมี่หันไปปิดประตูรถก็สบตากับคณิณที่กำลังมองเขาอยู่อีกแล้ว คณิณรีบหลบตาแล้วเดินเข้าโรงเรียนตามลำพังทันที น่าแปลก ทำไมคณิณเอาแต่แอบมองฉันแบบนั้น เจมี่ครุ่นคิด [ระบบถอนหายใจ]

วันนี้หลังจากเจมี่เข้าเรียนมาทั้งวันก็ได้ทราบว่ากล่อมกมลคนเดิมไม่ใช่เด็กเรียนดีอะไร เขาไม่ได้เป็นที่นิยมชมชอบของเพื่อนนักเรียนหรือคุณครูคนไหน เนื่องด้วยหน้าตาที่บึ้งตึงชนิดที่แม้หน้าตาดีก็ไม่ช่วยอะไร และอารมณ์ที่พร้อมจะปะทะกับทุกคนตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้จึงมีแบรนเพียงคนเดียวที่ยอมอดทนรองมือรองเท้าเขาอย่างไม่ปริปากบ่น เพราะนิสัยเดียวที่แบรนชอบในตัวกล่อมกมลก็คือนิสัยรวยนั่นเอง

ทุกวันนี้ที่เขายังไม่ถูกไล่ออกไปซะก่อนมีเหตุผลอยู่สองประการ หนึ่งก็คือคุณหญิงพวงผกา มารดาของเขาเป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหารโรงเรียน

และสอง ก็เป็นเพราะการบ้านและรายงานที่คณิณคอยทำให้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เจมี่เองตั้งแต่สมัยประถมจนถึงมัธยมปลาย ผลการเรียนก็อยู่ในระดับต้นๆ มาตลอด เขาเป็นเด็กเรียนเก่งและความจำดี เขาตั้งใจว่าต่อไปนี้จะทำการบ้านเอง เพื่อผลการเรียนที่ดีขึ้นของกล่อมกมล

[ระบบต้องขอเตือนคุณให้ทราบว่า สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือการสร้างเร่งความสัมพันธ์ที่ดีกับคณิณ โปรดอย่าหลงทาง] เสียงไร้อารมณ์ของระบบดังขึ้นทันที

"งั้นผมไม่มาโรงเรียนก็ได้งั้นสิ" เจมี่ตอบอย่างหงุดหงิด แค่ได้ยินชื่อคณิณก็รู้สึกเครียดขึ้นมาทันที เพราะดูเหมือนว่าคณิณจะเป็นคนที่ดูเข้าถึงยากที่สุดในชีวิตที่เขาเคยเจอมา

[นั่นคือเรื่องที่โฮสต์จะต้องแก้ปัญหาด้วยตนเอง ระบบมีข้อแนะนำอย่างจำกัดในเรื่องความสัมพันธ์ของมนุษย์]

เจมี่ "…"

เมื่อถึงเวลาเลิกเรียน เจมี่กับแบรนนัดแนะกันไปเดินห้างแห่งหนึ่งใกล้ๆ โรงเรียน แบรนอยากให้เขาไปช่วยเลือกซื้อเกมใหม่ที่พึ่งออก ซึ่งแน่นอนว่านิสัยรวยของกล่อมกมลจะมีประโยชน์ตอนนี้

"เพื่อน นายเป็นอะไรหรือเปล่า" จู่ๆ แบรนก็ถามขึ้นพลางมองเขาอย่างพิจารณา

"ฉันเป็นไงหรอ" เจมี่ถามอย่างร้อนตัว

"ก็วันนี้ทั้งวันนายไม่ดุด่าฉันเลยแม้แต่คำเดียว ฉันว่ามันแปลกๆ อยู่นะ"

นี่นายเป็นพวกชอบความเจ็บปวดสินะ ถึงได้มาคบกับกล่อมกมลคนดี

เจมี่หยุดเดิน พลางตบไหล่แบรนเบาๆ แล้วเอ่ยอย่างจริงจัง "เพื่อน ต่อแต่นี้ฉันตั้งใจเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นคนใหม่ เป็นคนดีมีศีลธรรม ฉันจะไม่ทำร้ายนายอีกแล้ว"

แบรนยิ้ม "ก็ดี ฉันแค่ไม่ชินเท่านั้นเอง"

เจมี่หัวเราะพลางยกเท้าขึ้นถีบแบรนจนเซถลา "นายชอบแบบนี้ละสิ" พวกเขาเล่นแตะต่อยกันไปจนถึงร้านเกม

"กล่อมกมล นายรออยู่นี่ก่อนนะ ฉันไปเข้าห้องน้ำแป๊บเดียว" แบรนบอกพลางวิ่งออกไปอย่างรีบร้อน

เจมี่เดินดูเกมและพวกโมเดลอยู่ในร้าน เขาไม่เคยเล่นอะไรพวกนี้มาก่อนเลย เนื่องจากราคาแพงมากจริงๆ แต่ตอนนี้ดูเหมือนเขาจะสามารถซื้อทุกอย่างได้ตามต้องการ จู่ๆ เขาก็รู้สึกเหมือนมีคนมายืนประกบอยู่ด้านหลัง

เมื่อเขาหันมองไปก็พบรุ่นพี่หน้าโหดที่ใส่เครื่องแบบเหมือนพวกเด็กช่างกำลังยืนทะมึนอยู่ "มึงคือกล่อมกมลใช่ไหม"

เจมี่พยักหน้าทันที "ถ้ามึงไม่อยากให้ไอ้ฝรั่งถูกอัดจนอ้วกแตกละก็ มึงตามกูมาเดี๋ยวนี้" รุ่นพี่หน้าโหดพูดเสียงเหี้ยมเกรียมพลางเดินออกไปรออยู่หน้าร้าน

"แบรนเป็นอะไร เขาอยู่ไหน" เจมี่ถามเสียงสั่น

รุ่นพี่หน้าโหดหันมามองเขา "มึงไม่ต้องถามมาก ตามมา"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 229 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

149 ความคิดเห็น

  1. #71 Mypari (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 17:39

    เห้ะ..??
    #71
    0