ปราบนายตัวร้ายด้วยรัก [Yaoi][ระบบ]

ตอนที่ 28 : โลกของชื่นชีวา ตอนที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 628
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 117 ครั้ง
    10 ส.ค. 63

 

 

 อาทิตย์ถัดมา คุณชัชจึงพาเขาไปสมัครเรียนที่โรงเรียนฝรั่งชายล้วนแห่งหนึ่งแถบชานเมือง ซึ่งเคยเป็นโรงเรียนเก่าของคุณชัชสมัยเด็ก หลังจากสมัครเรียนเรียบร้อยแล้วจึงพาเขาไปซื้อชุดนักเรียนที่ห้างเสื้อแถวบางลำพู เจมี่นั่งอยู่บนรถคันโก้ มองชีวิตของผู้คนสองฝั่งถนนบ้าง มองคุณชัชบ้างสลับกันไป

วันนี้ผู้ปกครองของเขาอยู่ในชุดลำลองอันได้แก่เสื้อโปโลสีขาวและกางเกงยีนขายาวทรงกระบอก พร้อมแว่นดำทรงเรโทร ต่างจากการแต่งการเป็นทางการอย่างทุกวัน ดูฮอตจนเจมี่แทบละสายตาไม่ได้พอๆ กับวิวข้างถนน

ความจริงตั้งแต่รู้ตัวว่าเบี่ยงเบนเจมี่ก็ไม่เคยมีสเปคอะไรเป็นเรื่องเป็นราว แต่ตอนนี้เขาตัดสินใจแล้วว่า หนุ่มรุ่นใหญ่นี่แหละคือสิ่งที่ดีงามที่สุด คือเดอะเบส คือส่วนผสมอันลงตัวระหว่างความฮอตและความอบอุ่นราวกับกาแฟคั่วบด

"มองอะไรของแกนัก" คนที่ถูกจ้องอยู่นานเอ่ยถามขึ้นในที่สุด

"ผมคิดว่าวันนี้คุณชัชหล่อมาก" ปากของเจมี่เร็วเท่าความคิด "เอ่อ ผมหมายถึง ผมอยากโตขึ้นแล้วหล่อเหมือนคุณชัชฮะ" เขารีบขยายความ

"ฉันไม่อยากจะเชื่อถืออะไรจากปากแก แกมันกะล่อนเหมือนแม่" คุณชัชว่า พูดไปพูดมาก็ไม่พ้นแซะพ่อแม่เขา คงจะยังแค้นใจไม่หาย เจมี่เช็ดน้ำลายแล้วจึงละสายตากลับไปมองวิวข้างถนนต่อ ไม่อย่างนั้นจะดูเหมือนเด็กโรคจิตเกินไป

ไม่นานชายหนุ่มก็จอดรถที่หน้าห้างเสื้อชื่อดังของย่านบางลำพู "ลงมาซะที แกรอให้ฉันเปิดประตูให้อยู่หรือไง"

เจมี่ที่กำลังมองรอบตัวอย่างเพลิดเพลินรีบเปิดประตูแล้วเดินตามผู้เป็นเจ้านายเข้าไปในห้างทันที ผู้คนแถวนี้แต่งกายกันโก้เก๋มาก คงจะเป็นย่านที่คนคูลๆ มาเดินกัน

เขาจำได้ว่าตอนเด็กๆ คุณยายเคยเปิดรูปสมัยสาวๆ ให้ดู เป็นรูปภาพของคุณยายและเพื่อนๆ ในชุดกระโปรงสั้นตัวสวย ผมดัดและจัดแต่งเป็นทรงอย่างประณีต คุณยายมักชอบวิจารณ์ว่าผู้คนในยุคปัจจุบันแต่งตัวเหมือนใส่ผ้าขี้ริ้ว ตอนนี้เจมี่เริ่มเข้าใจหน่อยๆ แล้วว่าทำไมคุณยายของเขาจึงรู้สึกอย่างนั้น สาวๆ ในยุคนี้ส่วนใหญ่แต่งกายเป๊ะหัวจรดเท้าจริงๆ ทั้งหน้าผม กว่าจะออกจากบ้านได้คงเสียเวลามาก แต่เจมี่กลับชอบมองพวกเด็กวัยรุ่นที่แต่งตัวสบายๆ กว่าในกางเกงยีนขาบานๆ กับเสื้อสีสันสดใสแบบฮิปปี้ที่กำลังเป็นกระแสมาแรงในตอนนี้มากกว่า

ห้างเสื้อที่คุณชัชพาเขามาช็อปปิ้งแห่งนี้ไม่เหมือนห้างในยุคปัจจุบัน แต่ดูคล้ายซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ ภายในมีหลายร้านอยู่รวมกัน มีตั้งแต่ชุดนักเรียนประถมจนถึงชุดนักศึกษามหาวิทยาลัยต่างๆ เสื้อผ้าข้าราชการกระเป๋ารองเท้าอะไรก็ล้วนมีหมด ดูเหมือนจะเป็นที่นิยมมากเพราะคนค่อนข้างเยอะ คุณชัชเดินนำเขาไปจนถึงร้านหนึ่ง บอกชื่อโรงเรียนก่อนทิ้งเขาไว้ให้ป้าคนขายวัดตัวให้ ส่วนตัวเองก็แยกไปคุยกับผู้หญิงแต่งตัวสวยๆ ผมสั้นคนหนึ่งที่เหมือนจะรู้จักกัน เจมี่ได้แต่มองตาละห้อย เขาคิดอยู่ตลอดว่าคุณชัชอาจจะมีแฟนแล้ว และด้วยสภาพของเขาตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้ทั้งนั้นนอกจากยืนถอนหายใจไปเรื่อยๆ

"นี่ระบบ ทำไมคุณไม่ส่งผมเข้าร่างหล่อๆ สักร่าง ผมกำลังจะถูกแย่งแฟนแล้วเนี่ย" เขาแอบบ่นเบาๆ

[ฉันไม่ใช่คนที่กำหนดได้ โฮสต์ อีกอย่างจากฐานข้อมูลของฉัน มีคำกล่าวว่า คู่กันแล้วย่อมไม่แคล้วกันไปได้]

เจมี่ "..."

"ทำไมฐานข้อมูลคุณยังกับเนื้อเพลงลูกทุ่งของยุคนี้เลย"

เจมี่ใจลอยตลอดเวลาที่คนขายเสื้อผ้าเริ่มวัดตัวจนกระทั่งรู้สึกได้ว่ามีใครบางคนกำลังมองอยู่ เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นก็พบกับเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งอายุราวสิบห้าสิบหกปี อีกฝ่ายส่งยิ้มกว้างให้เขาทันทีที่สบตากัน

"น่ารักจังงงง" เด็กหนุ่มคนนั้นแววตาเป็นประกายวิบวับราวกับเจอสัตว์เลี้ยงที่ถูกใจ เจมี่อดแปลกใจไม่ได้ รอยยิ้มของเขาเหมือนเจมี่มากราวกับฝาแฝด ทั้งตาหงส์เรียวยาวคู่นั้นอีก

"เรียนโรงเรียนเดียวกันซะด้วย เด็กใหม่เหรอเรา" เขาเอ่ยถามเมื่อเห็นเสื้อนอกสีน้ำเงินเข้มที่เจมี่กำลังลองอยู่

"เอ่อ...ฮะ" เจมี่ตอบ

"ต่อไปมาอยู่กับชุนนะ จะได้ไม่ต้องวิ่งวุ่นคอยขัดรองเท้าซักเสื้อผ้าให้รุ่นพี่คนอื่น ชุนจะดูแลตัวเล็กเอง" เด็กหนุ่มว่าพลางยกเท้าข้างหนึ่งในรองเท้าหนังมันปลาบวางบนม้านั่งเตี้ยๆ "หรือจะลองซ้อมดูก่อนก็ได้...."

ไม่ล่ะ ขอบคุณ เขาเกือบตอบออกไปแล้ว แต่เมื่อนึกได้ว่าเด็กคนนี้อาจเป็นรุ่นพี่ที่ทำให้ชีวิตในโรงเรียนของเขารุ่งเรืองหรือหายนะได้ก็ได้แต่เงียบปาก

"ล้อเล่นน่ะ" เขาหัวเราะก๊ากเมื่อเห็นเจมี่หน้าเจื่อนลง "พี่ชื่อชุน ชุณห์ บูรพาภิรมย์ แล้วตัวเล็กชื่ออะไรเหรอ"

"ชื่นชีวา ชยังกูรฮะ" เจมี่ตอบ

"อาชุน ลื้อคุยกับใครอยู่" เสียงทุ้มดังขึ้นจากด้านหน้าร้าน ตามมาด้วยร่างผอมสูงของชายคนหนึ่ง

ระบบประกาศดังลั่น [ขอแนะนำให้รู้จักกับตัวร้ายอันดับสามของเรื่องและบิดาของคุณ เสี่ยย้ง]

เจมี่ตัวแข็งทื่อทันที ไหนระบบบอกว่าพวกตัวร้ายจะออกมาในอีกสองสามปีไม่ใช่หรือไง?

"รุ่นน้องในโรงเรียนฮะ น่ารักไหมป๊า" เด็กหนุ่มหันไปส่งยิ้มให้ผู้เป็นพ่อ เสี่ยย้งที่ในปากยังคาบบุหรี่มองเขาหัวจรดเท้าขึ้นลงอย่างพิจารณา เจมี่เองก็มองผู้เป็นพ่อด้วยความประหลาดใจเช่นกัน เขาไม่มีอะไรเหมือนที่จินตนาการไว้เลย เสี่ยย้งเป็นชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับคุณชัช รูปร่างสูงโปร่ง แต่งกายภูมิฐาน หน้าตาหล่อเหลาเหมือนพระเอกหนังฮ่องกง พอเห็นเสี่ยย้งตัวจริง เจมี่ก็พอเข้าใจได้ว่าทำไมแม่เขาถึงได้เกิดไขว้เขวขึ้นมา

และแน่นอนว่าเรื่องเลวร้ายย่อมเริ่มหลังจากนี้ เมื่อคุณชัชเดินเข้ามาพอดีพร้อมกับหญิงสาวหน้าตาสวยงามคนนั้น "เสร็จหรือยังไอ้ชื่น" เขาถามเจมี่ แต่เมื่อสบตากับศัตรูเก่าก็มีอันชะงักไป สีหน้าทั้งสองคนต่างเย็นชาขึ้นทันทีราวกับเห็นสิ่งที่ไม่น่าพึงประสงค์ติดส้นรองเท้า

"อ่าว นึกว่าใคร อาจารย์ชัชวาลนี่เอง" บิดาของเขาเป็นฝ่ายเอ่ยทักก่อนด้วยน้ำเสียงสดใส แถมยังเหลือบมองสาวสวยข้างกายคุณชัชด้วยแววตากะลิ้มกะเหลี่ยอย่างกวนประสาท "ลมอะไรหอบมาถึงที่นี่ได้ละครับ"

"พาเด็กมันมาซื้อของ" คุณชัชตอบเสียงเรียบ พลางเหลือบมองมายังเจมี่ เมื่อเสี่ยย้งมองตามสายตาคุณชัช รอยยิ้มก็เริ่มจืดจางไปหลายส่วนราวกับเข้าใจอะไรบางอย่าง เจมี่กับเด็กชายที่ชื่อชุนนั้นหน้าตาคล้ายกันขนาดที่ว่าถ้าไม่ถึงร้อยก็เก้าสิบแน่นอน

"ได้แล้วจ้ะ" ป้าคนขายส่งถุงกระดาษหลายใบให้คุณชัช เจมี่รีบรับมาถือไว้อย่างรู้งาน ชายหนุ่มส่งเงินให้ป้าคนขายก่อนตบบ่าเขาเบาๆ

"ลูกหมาลูกแมว เก็บมาเลี้ยงแล้วก็ต้องดูแลเขาเป็นธรรมดา" คุณชัชพูดนิ่มๆ "เมื่อพ่อแม่มันไม่เอาจะทำยังไงได้จริงไหม เสี่ยย้ง"

เจมี่อยากยกป้ายไฟให้สิบเต็มสิบไปเลย สีหน้าบิดาเขายังคงดูไม่จืด ท่าทางกวนประสาทเมื่อครู่ดูเหมือนสลายหายไปชั่วขณะ

คุณชัชไม่รอให้อีกฝ่ายตอบโต้อะไร หันไปหาหญิงสาวข้างกาย "ไว้ค่อยโทรคุยกันนะริน ผมไปก่อน ต้องไปส่งไอ้ลูกหมากลับบ้าน"

ตอนนี้เจมี่หักคะแนนคุณชัชเหลือห้าพอ เนื่องจากใช้คำว่าลูกหมาซ้ำสองครั้ง

เขาเดินหอบของพะรุงพะรังตามคุณชัชกลับไปขึ้นรถอย่างมึนๆ มีพ่อเป็นตัวร้ายแบบนี้ ไม่รู้ว่าต่อไปควรทำยังไงดี ถ้าวันหนึ่งต้องเลือก เขาจะเลือกพ่อหรือคนรัก แต่แล้วก็นึกได้ว่าต้องจีบคุณชัชให้ติดซะก่อนถึงจะมีปัญหา เจมี่รีบสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่าน

"แล้วเจอกันที่โรงเรียนนะตัวเล็ก" ชุนตะโกนไล่หลัง เจมี่หันไปโบกมือเร็วๆ ให้พี่ชายต่างแม่ ชุนดูไม่ใช่คนเลวอะไร ถึงยังไงการมีญาติพี่น้อง (ดีๆ) บ้างก็ชวนอุ่นใจกว่าไม่มีใครเลย

รถเคลื่อนตัวออกอย่างเงียบๆ ไร้เสียงพูดคุย ทว่าความกดดันแปลกๆ กลับลอยอยู่ในอากาศราวกับมือที่มองไม่เห็น คุณชัชเอื้อมไปเปิดวิทยุ เป็นรายการเพลงลูกกรุงเก่าๆ ซึ่งจะว่าไปก็ไม่เก่าสำหรับยุคนี้

"ขอบคุณมากนะฮะสำหรับเสื้อผ้า" เจมี่กอดถุงกระดาษแน่น "ถ้าผมโตขึ้นจะดูแลคุณชัชอย่างดี ยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม ถ้าคุณชัชแก่ก็จะคอยอยู่ข้างๆ ไม่ไปไหน คอยเช็ดอึเช็ด -- "

"พอเถอะไอ้ชื่น" ชายหนุ่มรีบพูดแทรก เด็กคนนี้นับวันจะปากดีเกินไปแล้ว "ใครสั่งใครสอนให้แกพูดจาแบบนี้"

เจมี่ส่ายหน้า "ไม่มีใครหรอกครับ แต่ผมคิดแบบนี้จริงๆ ..."

"...ถึงคุณชัชจะเกลียดผมมากก็ตาม" เขาเสริมอย่างเศร้าๆ

ชัชวาลเงียบไปพักใหญ่ คล้ายกำลังต่อสู้กับความรู้สึกตัวเอง ก่อนเอ่ยถามขึ้นว่า "รู้ไหมว่าผู้ชายในห้างคนนั้นเป็นใคร"

คราวนี้เจมี่เป็นฝ่ายเงียบบ้าง

"เขาคือพ่อแท้ๆ ของแก ไอ้ย้ง คนที่แย่งแฟนฉันไป ทำให้ฉันต้องนั่งรอเจ้าสาวจนงานแต่งล่ม กลายเป็นงานเลี้ยงอาหารกลางวัน ต้องโดนคนทั้งพระนครหัวเราะเยาะ แถมสุดท้ายยังทิ้งลูกชายไว้ให้เลี้ยง ให้อาจารย์มหาลัยเงินเดือนน้อยนิดอย่างฉันต้องทำงานงกๆ หาข้าวให้กิน ซื้อเสื้อผ้าให้ใส่..."

เจมี่ "..."

"แต่ฉันก็ไม่ใช่คนปัญญาอ่อนถึงขนาดจะแยกแยะไม่ออกว่าใครเป็นใคร" ชายหนุ่มตอบอย่างไว้ท่า

"หรือว่า...ที่คุณชัชดูเลี้ยงผม ให้การศึกษาผม เพื่อที่วันหนึ่งจะได้ใช้ผมแก้แค้นคุณพ่อ..." เจมี่กระซิบอย่างหวาดกลัว "พอผมโต คุณชัชก็จะปล่อยผมกลับบ้าน แล้วก็สั่งว่า ไอ้ชื่น แกต้องแก้แค้นพ่อแกแทนฉันนนน!! "

คุณชัชหันมองเขาอย่างตกตะลึง ส่ายหัว พึมพำว่า "ฉันต้องคุยกับป้านวลหน่อยแล้ว เรื่องปล่อยแกไว้กับละครวิทยุทั้งวัน"

เจมี่หัวเราะ เขารู้ดีว่าคนรักของเขาเป็นคนมีเหตุผลพอที่จะไม่ทำอะไรโง่ๆ เพื่อแก้แค้นใคร แบบว่า…ถ้าเขาจะฆ่าใครให้ตายเขาก็คงจะเดินดุ่มๆ เข้าไปเอามีดแทงเลยมากกว่า การนั่งวางแผนทำร้ายใครยาวนานเป็นปีๆ ไม่ค่อยเข้ากับสไตล์ของเขาเท่าไหร่

"ผมดีใจที่คุณชัชรับเลี้ยงผมฮะ" เจมี่รีบพูดอย่างเอาใจ "ถึงไม่มีพ่อแม่ก็ไม่เป็นไร ขอแค่คุณชัชใจดีกับผมก็พอแล้วฮะ"

"แกนี่มันปากหวานขึ้นเรื่อยๆ สักวันฉันคงหมดตัวเพราะแก" ชายหนุ่มว่าพลางส่ายหัว เจมี่ดีใจที่ครั้งนี้ไม่มีคำว่าปากหวานเหมือนพ่อหรือแม่ต่อท้ายอีก

วิทยุในรถกำลังเปิดเพลงลูกกรุงชื่อดังเพลงหนึ่งที่คุณยายเขาชอบมาก "โอ๊ะ เพลงนี้ผมรู้จักนะฮะ ผมจะร้องให้คุณชัชฟัง อะแฮ่ม"

"พอเถอะไอ้ชื่น แกนั่งเงียบๆ บ้างไม่เป็นหรือไง"

"เปรียบ...เธอเพชรงามน้ำหนึ่ง...."

คุณชัช "..."

ระบบ […]

"หวาน...ปานน้ำผึ้งเดือนห้า..." เจมี่ร้องเพลงอย่างสุดพลัง เขาภูมิใจในน้ำเสียงอันไพเราะของร่างนี้มาก "หยาดเพชร...เกล็ดแก้ว..แววฟ้าาาาาา"

รถฟอร์ดมัสแตงคันงามเบรกเอี๊ยดในที่สุด คุณชัชหันมองเขานิ่งๆ อันเป็นสัญญาณให้หุบปากแบบไม่มีข้อโต้แย้ง เจมี่เริ่มคิดว่าบางทีเสียงเขาอาจไม่ได้เพราะขนาดนั้น แล้วในรถกลับมาสู่ความสงบอีกครั้ง

 

 

เหลืออีกเพียงไม่กี่อาทิตย์ก็จะเปิดเทอม เวลาว่างส่วนใหญ่ของเจมี่หมดไปกับการอ่านหนังสือต่างๆ ทั้งหนังสือเรียนและหนังสือในห้องทำงานของคุณชัชซึ่งอีกฝ่ายอนุญาตให้หยิบอ่านได้ตามสบาย เขาเป็นอาจารย์ ดังนั้นจึงชอบเด็กที่ดูตั้งใจเรียนเป็นเรื่องธรรมดา นับว่าการแสร้งทำตัวเป็นเด็กเนิร์ดก็เป็นการเอาอกเอาใจไปได้อีกแบบ หลังจากสองเดือนผ่านไป ผ่านการปะเหลาะมากมายจนน้ำท่วมทุ่งและอาศัยความหน้าด้านหน้าทนอีกนิดหน่อย เขาก็รู้สึกว่าคุณชัชไม่ได้รังเกียจรังงอนอะไรเหมือนตอนแรกๆ อีกแล้ว

"ผมไม่อยากไปเรียนโรงเรียนประจำเลย เปลืองเงินเปล่าๆ " เจมี่บ่นระหว่างบีบนวดขาให้เจ้านายอย่างเอาอกเอาใจ เขาพึ่งจะมารู้ทีหลังว่าโรงเรียนประจำแห่งนั้นเป็นโรงเรียนเอกชนที่ค่าเทอมแพงมาก มีแต่พวกลูกคนมีอันจะกินเรียนกัน "ผมเรียนแถวนี้ไม่ได้เหรอฮะ จะได้นั่งรถเมล์กลับบ้านได้ด้วย"

"เสื้อผ้าอะไรก็ซื้อหมดแล้ว แกจะบ่นให้ได้อะไรขึ้นมา" คุณชัชพูดขึ้นระหว่างตรวจรายงานนักศึกษาอยู่บนเก้าอี้หวายหน้าบ้าน "เรียนโรงเรียนฝรั่งจะได้รู้ภาษาอังกฤษ อีกอย่างจะได้มีระเบียบวินัยในการใช้ชีวิตมากขึ้น อยู่บ้านป้านวลขุนแกจนอ้วนตาแทบปิดแล้ว ฉันเห็นแทบจะป้อนข้าวใส่ปากกัน"

เจมี่ก้มลงมองรูปร่างที่เริ่มสมบูรณ์ไปหน่อยของตัวเอง ก็แค่อวบๆ หรือเปล่า อีกอย่างเขาอายุแค่นี้ ร่างกายก็ยังไม่ค่อยยืดเท่าไหร่ อีกทั้งรูปร่างแบบนี้ใครเห็นก็ชมว่าน่ารักน่าเอ็นดู มีแต่คุณชัชที่ชอบเรียกเขาว่ากระปุกใส่เกลือบ้าง ขวดซีอิ๊วเดินได้บ้าง ระวังจะกลิ้งตกคลองบ้าง

"แต่ผมไม่อยากแยกจากคุณชัชเลยนี่ฮะ" เจมี่พึมพำ

"หยุดปะเหลาะฉันสักที ไม่มีรางวัลให้แกหรอก" ชายหนุ่มว่าก่อนล้วงเหรียญหนึ่งบาทในกระเป๋าสตางค์ออกมาส่งให้เขา "ไปซื้อกาแฟร้านโกเล้งมาให้ฉันแก้วหนึ่ง เร็วๆ เข้าล่ะ" กาแฟแค่เจ็ดสิบห้าสตางค์ ดังนั้นที่เหลือจึงเป็นค่าจ้างเดินของเขา เพราะคุณชัชมักจะให้เขาเก็บไว้ตลอด สรุปแล้วก็มีรางวัลจากการปะเหลาะอยู่ดี

เจมี่ในเสื้อกล้ามสีขาวกับกางเกงขาสั้นตัวเก่งเดินโต๋เต๋ออกจากบ้านตรงไปยังร้านกาแฟโกเล้งเจ้าประจำ อันเป็นสถานที่ยอดนิยมของชาวบ้านในซอยนี้

เช้าวันเสาร์ ภายในร้านคนแน่นขนัด กลิ่นบุหรี่เคล้ากับกลิ่นกาแฟหอมๆ น่าเวียนหัว ชายหนุ่มนักศึกษาโต๊ะหนึ่งกำลังถกเรื่องอุดมการณ์ทางการเมืองอย่างเข้มข้น คนเฒ่าคนแก่ก็จับกลุ่มกันพูดคุยเรื่องวันเวลาเก่าๆ ทั้งภาษาจีนภาษาไทยล้งเล้งไปหมด

"อ่าว อาชื่น กาแฟของอาจารย์ชัชวาลเหมือนเดิมใช่ไหม" โกเล้งเอ่ยถามทันทีที่เห็นหน้าเขา

"ฮะ" เขามาซื้อบ่อยจนโกเล้งจำหน้าได้ อีกทั้งเขากับทวี ลูกชายโกเล้งก็เป็นเพื่อนกัน ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่หาได้ยาก เนื่องจากเขามักถูกเด็กๆ ในซอยนี้เรียกว่าไอ้ใบ้บ้าง และยังมีไอ้อะไรอีกสารพัดที่เจมี่ไม่อยากเอ่ยถึง มีแต่ทวีที่ปฏิบัติต่อเขาเหมือนคนปรกติ

"ชื่น เข้ามาดูการ์ตูนก่อนเร็ว กำลังสนุกเลยนะ" ทวีส่งเสียงเรียกจากมุมหนึ่งของร้าน เจมี่เดินตรงไปยังทีวีด้านในซึ่งกำลังฉายการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องหนึ่งที่เป็นเรื่องราวของหุ่นยนต์เด็กจอมพลังที่สร้างขึ้นมาโดยนักวิทยาศาสตร์ สำหรับเจมี่ที่ผ่านโลกปัจจุบันมาแล้ว ทั้งภาพและเสียงของทีวีโบราณจัดว่าเลวร้ายระคายตาอย่างรุนแรง แต่ในเมื่อมันไม่มีอะไรให้ดู ก็กลับกลายเป็นของสนุกขึ้นมา พวกเขานั่งด้วยกันบนตั่งไม้ตัวยาวท่ามกลางกลิ่นควันบุหรี่และกลิ่นหอมของกาแฟโบราณ ทวีเป็นเด็กที่คุยเก่งมาก ส่วนเจมี่จะออกเงียบๆ หน่อย ดังนั้นจึงเข้าขากันได้เป็นอย่างดี เผลอแป๊บเดียวก็ดูทีวีกันอย่างสนุกสนาน

"ไอ้ชื่น! " เสียงคุณชัชดังขึ้นแหวกเสียงจอแจ เจมี่สะดุ้งสุดตัว เขาลืมกาแฟไปซะสนิท...

"ฉันให้แกมาซื้อกาแฟ มานั่งดูการ์ตูน" ชายหนุ่มร่างสูงยืนเท้าเอวอยู่หน้าร้านด้วยสายตาดุๆ เจมี่บอกลาทวีเงียบๆ ก่อนเดินตัวงอออกมาทันที

"กาแฟแก้วเดียวแกหายหัวไปเป็นชั่วโมง ฉันนึกว่าแกกลิ้งตกคลองไปซะแล้ว"

"ขอโทษฮะ พอดีดูการ์ตูนเพลินไปหน่อย..."

"อาจารย์ชัชวาล อย่าไปดุเด็กมันเลย อย่าไปดุเด็กมันเลย" โกเล้งรีบส่งกาแฟร้อนในกระป๋องนมร้อยเชือกให้อย่างรู้งาน เจมี่รีบรับมาถือไว้ระหว่างที่เดินตามคุณชัชกลับบ้าน วันนี้คงโดนดุอีกตามเคย

เฮ้อ เมื่อไหร่จะโต จะได้จีบคุณชัชสักที....

"ทีวีที่บ้านก็มี ทำไมต้องไปดูที่ร้านโกเล้ง"

"ดูที่บ้านเดี๋ยวคุณชัชก็บ่นอีก นั่งดูไปก็อึดอัดเปล่าๆ "

"การ์ตูนมันมีอะไรดี วันๆ เห็นแกดูแต่การ์ตูน" ชายหนุ่มรีบดึงเขาหลบรถสามล้อคันหนึ่งที่พุ่งเข้ามาใกล้

เจมี่ถอนหายใจ พยายามอธิบายความยิ่งใหญ่ของโลกแอนิเมชัน "คุณชัชรู้ไหมว่า กว่าที่เราจะทำให้ตัวละครมันขยับได้สักนิดหนึ่ง จะต้องวาดรูปเยอะขนาดไหน ไหนจะฉาก ดนตรีประกอบ งานพากย์เสียง การ์ตูนมันคือศิลปะแห่งภาพเคลื่อนไหว"

เจมี่วาดมือไม้ประกอบเลียนแบบศิลปินใหญ่ไปด้วย ส่งผลให้กาแฟหกไปครึ่งกระป๋องทันที

"แล้วแกไปรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง" ชัชวาลมองเด็กชายที่เดินเหวี่ยงกระป๋องนมอยู่ข้างๆ ด้วยความแปลกใจ ในที่สุดจึงรีบแย่งกระป๋องกาแฟมาถือเองก่อนจะหกจนหมด

"คุณชัชคะ คุณรินมาหาค่ะ รออยู่ที่ห้องรับแขก" ป้านวลเดินเข้ามาแจ้งทันทีที่พวกเขาเดินเข้ามาในบริเวณบ้าน คุณรินก็คือหญิงสาวที่เจอที่ห้างเสื้อวันนั้น เธอเป็นอาจารย์สอนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกับคุณชัช เจมี่ได้แต่แอบเบ้ปากเงียบๆ อย่างจนปัญญา คุณรินช่างขยันมาขายขนมจีบคนรักของเขาเหลือเกิน แม้ตอนนี้จะยังไม่ได้สถานะแฟนแต่ก็คงอีกไม่นานแล้ว

จะต่อให้ก่อนก็แล้วกัน... เขาพยายามปลอบใจตัวเอง

ชัชวาลเหลือบมองใบหน้าบึ้งตึงของเด็กข้างๆ ในใจรู้สึกผิดแปลกๆ เขาไม่เข้าใจตัวเองเลย แค่รู้สึกเหมือนกำลังทำอะไรผิดสักอย่าง ที่เขาก็ไม่รู้ว่าคืออะไร ในที่สุดจึงหยิบเงินให้เด็กมันไปซื้อของกินเล่นอีกห้าบาท "แกจะไปเล่นที่ไหนก็ไป แต่จะให้ดีก็อ่านหนังสือเรียน"

เจมี่ยกมือไหว้ขอบคุณก่อนเดินคอตกกลับเรือนคนใช้ จะต่อให้ก่อนสักสามสี่ปีก็แล้วกัน...

 

 

 

__________________________

 

 

 

หยาดเพชร - ชรินทร์ นันทนาคร

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 117 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

147 ความคิดเห็น

  1. #86 sevenroses (@sevenroses) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 16:45

    อยากอ่านตอนต่อไปแล้ว

    #86
    0
  2. #85 Aconite_ (@Rookie_King) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 15:17
    ขอเขินพี่ชุนได้มั้ยคะ โง้ย เรียกน้องว่าตัวเล็กด้วย แง บ้าที่สุดเลยค่ะเธอ มีแววเห็นพี่ชายกับคุณพ่อขี้หวงเพิ่มมาด้วยแหละค่ะ งานนี้ไม่ใช่ว่าพ่อตาตีกับลูกเขยทุกวี่ทุกวันนะ 55555 คูมเสี่ยย้งเอ็นดูน้องด้วยนะค้าา ยังไงน้องก็เป็นลูกคนเล็กน้าาา ;-;
    #85
    0