ปราบนายตัวร้ายด้วยรัก [Yaoi][ระบบ]

ตอนที่ 24 : โลกทิพย์กายทอง ตอนที่ 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 718
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 112 ครั้ง
    14 มิ.ย. 63

 

 

เรือนหลังใหญ่ของนายบ้านทองมั่นวันนี้กลับเงียบสงัดและมืดครึ้มผิดปรกติ แทบไม่จุดตะเกียงเลยทั้งที่เริ่มค่ำแล้ว ไอ้ด้วงยืนชะเง้อชะแง้อยู่ใต้ถุนเรือน บ่าวไพร่ไม่มีให้เห็นสักคน น่าแปลกนัก

"นายบ้านทองมั่นจ๊ะ ฉันด้วงจ้ะ" เด็กหนุ่มตะโกนเสียงดัง

"เอ่อๆ ไอ้ด้วงหรือ ขึ้นมาก่อนเถิด" เสียงนายบ้านทองมั่นดังมาจากบนเรือน ไอ้ด้วงรีบวางจอบเสียม ตักน้ำล้างเท้าจนสะอาดแล้วเดินขึ้นไป ทว่าบนเรือนกลับมืดสนิทและเงียบเชียบ ไม่ปรากฏร่างนายบ้านทองมั่นแต่อย่างใด

เด็กหนุ่มเริ่มรู้สึกผิดปรกติทันที แต่ก็ช้าไป ท้ายทอยเขาถูกฟาดอย่างแรง แม้ไม่ถึงกับสลบแต่ก็เจ็บจนทรุด คนหลายคนปรากฏตัวขึ้นรอบๆ เขาดิ้นรนสุดชีวิตระหว่างที่แขนถูกจับไพล่หลัง ตามด้วยศีรษะโดนคลุมด้วยกระสอบป่านเนื้อหยาบ

"ปล่อยกู ปล่อย!!" ไอ้ด้วงตะโกนอย่างหมดหวัง ถึงจะตัวใหญ่และแรงเยอะ แต่เมื่อต้องเจอกับมือเท้าของชายฉกรรจ์นับสิบที่กระหน่ำลงมาเหมือนห่าฝนก็สู้ไม่ไหวเหมือนกัน

"กูละหมั่นไส้มึงมานานแล้ว ขอสักทีเถิด" เสียงที่เขาจำได้ว่าเป็นเสียงไอ้ทองเปลวพูดขึ้น คอเสื้อถูกกระชากขึ้นจากพื้น จากนั้นหน้าท้องก็ถูกแทงเข่าใส่อย่างแรง เล่นเอาจุกจนตัวงอ ตามด้วยหมัดหนักๆ อัดลงบนใบหน้าอีกหลายครั้งจนไอ้ด้วงรู้สึกถึงกลิ่นคาวเลือดคลุ้งในปาก

"เฮ้ยไอ้ทองเปลว เบาๆ หน่อยเถิด ถึงอย่างไรมันก็คือน้องเขยมึงนะโว้ย ประเดี๋ยวมันตายขึ้นมาน้องสาวมึงก็ได้เป็นม่ายกันพอดี" เสียงนายบ้านทองมั่นพูดกลั้วหัวเราะ ตามด้วยเสียงหัวเราะของใครอีกหลายคน สมกับสำนวนนายว่าขี้ข้าพลอยจริงๆ

น่าแค้นใจนักที่รู้ไม่ทัน...มือที่ถูกมัดอยู่กำหมัดแน่น

"นิดหน่อยเองน่าพ่อ เอ้าพวกมึง ลากตัวมันไป" ไอ้ทองเปลวออกคำสั่ง สิ้นเสียง ร่างของเขาก็ถูกลากไถลไปกับพื้น แต่ดูเหมือนจะไม่ไกลนักและไม่ได้ลงจากเรือนแต่อย่างใด ไม่นานพวกมันก็หยุด ก่อนโยนเขาไว้ในห้องห้องหนึ่ง ใครบางคนกระชากกระสอบป่านออกจากหัว ตัดเชือกที่มือและเท้า จากนั้นก็มีเสียงปิดประตูลงดาลอย่างแรง ไอ้ด้วงรีบคลานโซซัดโซเซไปที่ประตูอย่างสิ้นหวัง

"ปล่อย ปล่อยกู ไอ้พวกเ-ี้ย!!" เขาทุบประตูไม่หยุด ทว่าประตูคล้ายถูกปิดตายอย่างแน่นหนา ทั้งเตะทั้งถีบสุดชีวิตก็ไม่ยอมขยับ

"พอเถอะจ้ะพี่ด้วง" เสียงหวานของทองรำไพดังขึ้น ไอ้ด้วงย่อมรู้อยู่แล้วว่าตนเองต้องไม่ได้อยู่คนเดียวในห้อง "คืนนี้พี่ด้วงต้องอยู่กับข้า" หญิงสาวว่าพลางเขยิบเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำอบน้ำปรุงเจือกลิ่นกายมนุษย์ทำให้ไอ้ด้วงขยะแขยงเกินทน ไม่เหมือนกับกลิ่นหอมอันเป็นทิพย์ของท่านเทวดาเลยสักนิด

"ทองรำไพ เองทำตัวเยี่ยงนี้ไม่อายบ้างหรือไร" ว่าพลางเดินกะโผลกกะเผลกไปที่หน้าต่าง แต่หน้าต่างก็ถูกปิดตายจากด้านนอกอีก เขาต่อยหน้าต่างอย่างสิ้นหวังหลายสิบครั้งจนเลือดไหลซึมจากฝ่ามือเปรอะแผ่นไม้เป็นด่างเป็นดวง

ระหว่างนั้น ทองรำไพก็เริ่มเปลื้องผ้าแถบคาดอกอย่างไม่อายฟ้าดิน ไอ้ด้วงเมื่อหันไปเห็นภาพนั้นแล้วก็ให้รู้สึกขนลุกขนพอง เพียงแต่ไม่ใช่ในทางที่เกิดกำหนัดก็เท่านั้น

เด็กหนุ่มกุมมือที่เปื้อนเลือดที่กำลังสั่นเทาทรุดลงกับพื้นเรือน คืนนี้ไม่ว่าเขาจะทำอะไรทองรำไพหรือไม่ แต่ชายหญิงอยู่ด้วยกันสองต่อสองในห้องเช่นนี้ วันพรุ่งเขาก็ต้องถูกบีบให้แต่งงานกับหญิงหน้าไม่อายนางนี้อย่างแน่นอน

"พี่ด้วง พี่จะเศร้าใจไปไย ภายหน้า เราสองต้องมีความสุขเป็นแน่" ทองรำไพว่าพลางเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ

ไอ้ด้วงได้ยินดังนั้นก็อดหัวเราะในชะตาชีวิตตัวเองไม่ได้ นี่หรือเปล่านะชีวิตดีๆ ที่ท่านเทวดาหมายถึง มีเมียสวยๆ ได้อยู่ในเรือนหลังใหญ่โตและมีลูกตัวเล็กหลายๆ คน แต่เขาก็นึกไม่ออกอยู่ดีว่าจะมีความสุขได้ยังไง

"ทองรำไพ กูขอตายดีกว่าได้มึงเป็นเมีย" ไอ้ด้วงหัวเราะอย่างขบขันเมื่อเห็นภาพในจินตนาการ

"จุ๊ๆ พี่ด้วงพูดอย่างนี้ฉันก็เสียใจแย่สิ" ถึงจะว่าอย่างนั้น น้ำเสียงกลับไม่ปรากฏแววเสียใจแม้แต่น้อย ขณะที่มือขาวผ่องของทองรำไพกำลังจะแตะที่แก้มของเด็กหนุ่มนั้น ใต้แถบผ้าสกปรกบนข้อมือของไอ้ด้วงก็ปรากฏแสงสีทองจางๆ สร้อยข้อมือพญานาคคลายวงขดออกคล้ายงูสีทองตัวเล็ก มันเลื้อยออกมาจากแถบผ้าอย่างสง่างาม ดวงตาทำจากเพชรเปล่งแสงสีแดงฉาน

ทองรำไพเห็นดังนั้นก็ก้าวถอยหลังอย่างตกใจ

"นั่น...นั่นมัน -- " พูดยังไม่ทันจบ นาคทองคำก็พุ่งเข้าตวัดรัดลำคอระหงของทองรำไพอย่างแรง หญิงสาวหน้าแดงก่ำ มือเรียวป่ายปะอยู่บนลำคอตัวเอง พยายามแกะออก แต่เจ้างูน้อยกลับยิ่งรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ หญิงสาวตาถลนลงไปนอนกลิ้งเกลือกกับพื้นโดยไร้สุ้มเสียง

ไอ้ด้วงรีบลุกขึ้น ยกมือข้างที่บาดเจ็บต่อยหน้าต่างอีกรอบ เขาทั้งเตะทั้งถีบด้วยแรงเฮือกสุดท้ายที่มีจนกรอบหน้าต่างหลุดออกมาทั้งบาน เจ้างูทองส่งเสียงขู่ฟ่อ จากนั้นจึงผละจากลำคอทองรำไพเลื้อยกลับมาประจำตำแหน่งอยู่บนข้อมือหนูด้วงอย่างเดิม

หญิงสาวทั้งไอทั้งสำลักไม่หยุด ลำคอปรากฏรอยแดงเป็นทางยาว "แค่กๆ ช่วยด้วย ใครอยู่ข้างนอก!" นางพยายามตะโกน ทว่าเสียงกลับแหบแห้งราวกับคนป่วย "ใครก็ได้ เข้ามาที มันจะหนีไปแล้ว!"

ไอ้ด้วงมองลงไปเบื้องล่าง แม้จะสูงแต่เขาก็ไม่หวั่นเกรง เขาจูบหัวเจ้างูน้อยบนข้อมือเบาๆ ก่อนโดดออกไปในความมืดมิด

บานประตูด้านหน้ามีเสียงขยับและเปิดออก ไอ้ทองเปลวพรวดพราดเข้ามา กลิ่นเหล้าฟุ้งกระจาย "แม่ทองรำไพ เกิดอะไรขึ้น แล้วไอ้ด้วงเล่า" ไอ้ทองเปลวมองไปยังบานหน้าต่างที่ห้อยร่องแร่ง คำตอบก็เห็นชัดๆ อยู่แล้ว

"พี่ทองเปลว พี่..." จู่ๆ ทองรำไพก็เงียบไป นางขยับปากโดยไร้สุ้มเสียง ยกมือสั่นเทาขึ้นลูบคลำลำคอตัวเอง สีหน้าตกใจสุดขีด

"ทองรำไพ เอ็งไปอะไร!?" ไอ้ทองเปลวรีบเข้าไปประคองผู้เป็นน้อง ในแสงตะเกียงวูบไหว รอยสีแดงเข้มรูปเกล็ดงูบนลำคอขาวผ่องยิ่งเห็นเด่นชัด

"ที่คอเอ็งมันรอยอะไร..." ไอ้ทองเปลวเพ่งมองอย่างประหลาดใจ

หญิงสาวขยับปากอย่างน่าสงสาร น้ำตาไหลพราก แต่ไม่มีเสียงอะไรเล็ดลอดออกมาแม้แต่น้อย ผู้เป็นพี่ชายกำหมัดแน่น ขบกรามอย่างเคียดแค้น คว้าดาบข้างกายขึ้นแล้ววิ่งพรวดออกจากห้องไปทันที

 

อีกด้านหนึ่ง ไอ้ด้วงทั้งเดินทั้งวิ่งมาจนถึงเรือนตนเอง แจ้งเรื่องที่เกิดขึ้นกับยายช้อยตามความเป็นจริง ทั้งเขาและยายช้อยมีความเห็นตรงกันว่าคงจะอยู่ที่หมู่บ้านเขามะเดื่อต่อไปไม่ได้แล้ว

"โถ่ไอ้ด้วงเอ๊ย" ยายช้อยลูบหัวเด็กหนุ่มเบาๆ อย่างเห็นใจ "ข้ารู้ว่าเอ็งไม่ได้ทำ นังทองรำไพกับพ่อมันก็ช่างร้ายนัก"

หญิงชราตบเข่าฉาดอย่างแค้นใจ

"ขอโทษนะจ๊ะยาย ฉันมีแต่จะทำให้ยายต้องเดือดร้อน..."

"ข้าน่ะไม่เดือดร้อนดันใดดอก แก่ขนาดนี้แล้วจะอยู่ได้อีกสักกี่ปีกัน แต่เอ็งนะสิไอ้ด้วง ถ้าขืนให้เป็นดองกับบ้านนั้น ชาตินี้ทั้งชาติก็เห็นจะหาความสุขมิได้" ดวงตาของหญิงชราแดงก่ำ

"ยายเก็บของเถิดนะจ๊ะ ฉันจะไปเตรียมเกวียน แล้วก็...มีเรื่องต้องไปทำสักครู่"

ยายช้อยย่อมรู้ดีว่าไอ้ด้วงจะไปไหน "เอ่อ รีบไปรีบกลับเถิด" กล่าวจบนางก็เดินกระย่องกระแย่งขึ้นเรือนไปเก็บข้าวของจำเป็น

เด็กหนุ่มเดินโซซัดโซเซออกจากเรือนไปตามเส้นทางประจำที่เดินอยู่ทุกวันตลอดหลายปี ตรงไปหาใครบางคนที่อยู่ในใจมาตลอด แค่ไม่เห็นหน้าไม่กี่วันใจก็แทบขาด ครั้งนี้ไม่รู้ว่านานแค่ไหนถึงจะได้พบกันอีก

ระหว่างที่เดินไปก็อดคิดไม่ได้ว่าชีวิตเขาเป็นเพียงชั่วขณะเดียวของท่านเทวดาเท่านั้น สั้นนักเหมือนใบไม้ปลิดจากต้นแล้วร่วงลงสู่พื้น แต่เขาก็พอจะดีใจได้บ้าง เพราะท่านเทวดาจะได้ไม่ต้องรอนานเหมือนครั้งที่เขาเฝ้ารออีกฝ่าย...

ขณะกำลังเดินขึ้นเขาโดยอาศัยแสงจันทร์อยู่นั้น ฉับพลัน ไอ้ทองเปลวก็ปรากฏตัวขึ้นขวางหน้า ในมือถือดาบเล่มหนึ่งส่องประกายแวววาว ดวงตาแดงก่ำฉายแววกระหายเลือดอย่างเห็นได้ชัด

"ไอ้ด้วง มึง... มึงกลับไปทำให้น้องกูเป็นเหมือนเดิมเดี๋ยวนี้" มันกัดฟันพูดอย่างแค้นใจ "มึงใช้มนต์อะไรสาปแช่งน้องกู มึงกลับไปแก้ซะเดี๋ยวนี้ แล้ววันนี้กูจะให้มึงได้ตายอย่างไม่ทรมาน"

ไอ้ด้วงฟังจบก็หัวเราะหึๆ แล้วก็แปรเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะดังลั่น

"ไอ้ทองเปลว กูไปทำอะไรให้พวกมึงแค้นใจมาแต่ชาติปางไหนรึ ถึงได้จองเวรกูไม่เลิก วันนี้มึงก็เข้ามาเถิด จะได้จบเรื่องกันไปเสียที"

ขาดคำ ไอ้ทองเปลวก็ตวัดดาบพุ่งเข้าใส่ทันทีโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง

มีเพียงแสงจันทร์ที่ส่องผ่านเมฆหนาลงมาเท่านั้นเป็นแสงนำทางในคืนนี้ ใจของเด็กหนุ่มสงบนิ่งกว่าที่เคยแม้คมดาบจะกระชั้นเข้ามาเรื่อยๆ หลายครั้งที่ปลายดาบเฉียดผ่านไปแค่เส้นยาแดงผ่าแปด แม้เขาหลบหลีกได้ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่อย่างไรมีดก็ไม่อาจสู้กับเนื้อ ในที่สุดแผ่นหลังแกร่งก็ปะทะเข้ากับต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง เขาไร้ทางหนีอีกแล้ว คมดาบตวัดสูงสะท้อนแสงจันทร์เป็นประกาย หูแว่วเสียงไอ้ทองเปลวคำรามอย่างผู้ชนะ เด็กหนุ่มยกแขนขึ้นบังโดยอัตโนมัติ ทว่าคมดาบที่ควรจะฟาดลงมากลับกระทบเข้ากับบางอย่างบนข้อมือเสียงดังแกร๊ง ดูเหมือนเจ้างูน้อยจะช่วยชีวิตเขาอีกครั้งแล้ว

ไอ้ทองเปลวก้าวถอยหลังด้วยสีหน้าตกตะลึง

"มึงนี่ซ่อนของดีไว้จริงๆ" มันว่าพลางจ้องมองกำไลนาคทองคำบนข้อมือหนูด้วงด้วยสายตาเผยความโลภอย่างปิดไม่มิด

"มึงอยากได้งั้นหรือ" ไอ้ด้วงหัวเราะ ถ่มเลือดออกมาเล็กน้อย "อยากได้ก็เก็บเอาจากศพกูก็แล้วกัน" พูดจบร่างใหญ่ก็พุ่งเข้าใส่ไอ้ทองเปลวอย่างแรงจนล้มคว่ำลงไปทั้งคู่ คมดาบของไอ้ทองเปลวแฉลบผ่านใบหน้าจนทิ้งแผลยาวบนโหนกแก้ม เขาพยายามจะยื้อแย่งดาบสุดกำลัง แต่ด้วยร่างกายที่สะบักสะบอมจากการโดนซ้อมอย่างหนักทำให้เป็นฝ่ายเสียเปรียบ หลังจากพลิกไปพลิกมาอยู่หลายตลบไอ้ทองเปลวก็เป็นฝ่ายเหนือกว่า ดาบในมือของมันเงื้อสูงเตรียมจะฟาดลงที่ลำคอ เด็กหนุ่มพลันยกมือข้างหนึ่งกดมือข้างที่ถือดาบของไอ้ทองเปลวไว้ มืออีกข้างคลำอย่างสิ้นหวังไปตามพื้นจนเจอก้อนหินใหญ่ก้อนหนึ่ง เขารวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย ก่อนใช้มันฟาดเต็มแรงไปยังศีรษะไอ้ทองเปลวจนกระเด็นล้มไปด้านข้าง เลือดไหลย้อมใบหน้าแดงฉานจนเหมือนปีศาจร้าย

ไอ้ด้วงตะเกียกตะกายลุกขึ้น ขณะกำลังจะฟาดซ้ำให้มันดับสิ้นชีวีนั้น เขาพลันนึกถึงคำสัญญาที่ให้ไว้กับใครบางคน ภาพของใครคนนั้นผุดขึ้นมา ไม่ใช่ท่านเทวดารูปทองระยิบระยับแต่เป็นพี่บุญมีของเขา แววตาแดงฉานของเด็กหนุ่มค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นอบอุ่น เขาเกือบลืมไปแล้วว่าพี่บุญมีนั้นอ่อนโยนจนใจเขาสั่นไหวขนาดไหน พี่บุญมียิ้มให้เขาก่อนป้อนขนมใส่ปาก ถามว่าอร่อยไหม กินอีกไหม ภาพนั้นทำให้เขาอดอมยิ้มไม่ได้

ไอ้ด้วงทิ้งก้อนหินในมือลง มองร่างน่าสมเพชที่นอนตัวสั่นอยู่บนพื้นด้วยแววตาว่างเปล่า

"กูจะ กู...กูจะฆ่า กูจะฆ่ามึง.." ไอ้ทองเปลวกระซิบอย่างเคียดแค้น ใบหน้าเปื้อนเลือดสั่นสะท้าน ดูคล้ายใกล้หมดสติเต็มที

ริมฝีปากแตกๆ ที่กำลังมีเลือดไหลซึมของไอ้ด้วงเผยรอยยิ้มอ่อนโยนโง่งม "แต่กูจะไม่ฆ่ามึงหรอกไอ้ทองเปลว เพราะกูเคยสัญญากับคนรักเอาไว้ แต่ถ้ามึงยังปล่อยวางไม่ได้ เอาไว้ชาติหน้าค่อยมาแก้แค้นก็แล้วกัน"

พูดจบร่างสูงก็เดินโซเซจากไป

 

ท่ามกลางความมืด แสงจันทร์ และกลิ่นคาวเลือด ไอ้ด้วงแวะเก็บดอกไม้ให้ท่านเทวดาเหมือนเคย แต่เมื่อเห็นดอกไม้สีขาวที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดของตัวเองจึงจำใจโยนทิ้งไป เขาเดินกะโผลกกะเผลกไปที่ลำธาร ล้างไม้ล้างมือจนสะอาดแล้วจึงเก็บดอกไม้ป่าช่อใหม่อย่างพิถีพิถันก่อนจะเดินตรงไปที่ศาล

"ท่านเทวดา ท่านเทวดาขอรับ ไม่สิ พี่บุญมี พี่บุญมีของข้า.." ไอ้ด้วงคุกเข่าอยู่หน้าศาล ทั้งเนื้อทั้งตัวเจ็บจนสั่นสะท้าน "ไอ้ด้วงเห็นทีจะอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้ว ไอ้ด้วงมาลาท่าน"

เขาค่อยๆ วางดอกไม้ลงบนแท่นบูชาระมัดระวัง ไม่มีเวลาร้อยเป็นมาลัย ได้แต่หวังว่าพี่บุญมีของมันจะไม่ถือสา

"สิ่งที่ข้าสมควรพูดได้พูดไปหมดแล้ว วันหน้าก็ยังยืนยันคำเดิม" เด็กหนุ่มยิ้ม เงยหน้ามองรูปสลัก พยายามกล่าวด้วยความรู้สึกทั้งหมดในใจ

"ข้ารักท่าน"

เขาก้มลงกราบแนบพื้นก่อนหันกายเดินกะโผลกกะเผลกลงจากเขา แวบหนึ่งที่เขาได้กลิ่นหอมอันแสนคุ้นเคยลอยมาตามลม อบอวลอยู่รอบกาย เหมือนเมื่อครั้งที่พี่บุญมีอุ้มเขาขึ้นและร้องเพลงภาษาประหลาดขับกล่อมให้พ้นจากความเศร้ายามสูญเสียมารดาไป ตอนนี้เขาจำได้แล้ว มันมีชื่อว่าเพลงดาวดวงน้อย

"ทวิงเกิ้ล ทวิงเกิ้ล ลิตเติ้ลสตาร์" เขาฮำเพลงเบาๆ ระหว่างเดินย่ำเท้าไปตามทางแสนไกล

ฝ่ามือที่กำลังเจ็บคล้ายมีมือของใครบางคนสอดเข้ามา ความอบอุ่นขับไล่ความเจ็บปวดให้จางหาย หนูด้วงบีบมือเบาๆแม้มองไม่เห็น แต่เขาก็รู้ว่าพี่บุญมีจะอยู่กับเขาเสมอไม่ว่าที่ไหน

แก๊งแม่สีมองตามหลังหนูด้วงอย่างเศร้าใจ ไอ้แดงเอ่ยถามว่า "จะปล่อยเขาไปเช่นนั้นจริงหรือขอรับ"

เจมี่เหม่อมองแผ่นหลังกว้างที่กำลังกลายเป็นจุดเล็กๆ ห่างออกไป "เขาต้องมีชีวิตที่ดีแน่..."

ใช่...หนูด้วงต้องมีชีวิตที่ดีแน่ๆ...

 

 

 

 

 

 

Talk ตอนแรกว่าจะจบวันนี้ แต่กลัวจะยาวเกินไปเลยต้องหั่นเป็นสอง สรุปเหลืออีกตอนนึงโน๊ะ ขอบคุณทุกคอมเมนต์ด้วยจ้า

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 112 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

149 ความคิดเห็น

  1. #59 Rookie_King (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 14:20
    เรื่องนี้จบแบบ Normal End แน่ๆ สุขก็สุขไม่สุด ทุกข์ก็ทุกข์ไม่สุด ;—;
    #59
    0
  2. #55 T--T (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 15:34

    จะจบดีมั้ยคะ แงงง

    #55
    1
    • #55-1 T--T(จากตอนที่ 24)
      14 มิถุนายน 2563 / 15:38
      ปล. เพลงดาวน้อยตอนกล่อมเด็กก็นุ่มนวลดีนะคะ แต่พอคนร่างเปื้อนเลือดเดินกลางถนนตอนกลางคืนมาร้องมันก็หลอนแบบฉุดไม่อยู่
      #55-1
  3. #54 sir_chad (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 12:28

    รอตอนต่อไปค่ะ

    #54
    0