ปราบนายตัวร้ายด้วยรัก [Yaoi][ระบบ]

ตอนที่ 23 : โลกทิพย์กายทอง ตอนที่ 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 764
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 95 ครั้ง
    7 มิ.ย. 63

 

 

​โดยรวมแล้ว ชีวิตของเจมี่กับหนูด้วงเด็กโข่งที่เรือนยายช้อยก็สุขสบายดี จะเว้นก็แต่สายตาของหนูด้วงที่ร้อนแรงด้วยความรู้สึกลึกซึ้งขึ้นทุกวันจนเจมี่หวั่นใจ พอครบห้าวันเขาจึงย้ายกลับไปประจำที่ศาลท่ามกลางเสียงประท้วงกระเง้ากระงอดของเด็กตัวโต แต่เจมี่ไม่ได้ใจอ่อน ขืนอยู่นานกว่านี้ต้องอันตรายแน่นอน

หนูด้วงสร้างศาลให้เขาด้วยความรักและศรัทธาเต็มเปี่ยม แม้ภายนอกจะดูเป็นศาลไม้ธรรมดา แต่ภายในเป็นวิมานแก้วหลังหนึ่ง แม้จะใหญ่โตเทียบกับวิมานสมุทรของพญาจิตสุวรรณไม่ติดแต่งดงามไม่น้อยไปกว่ากัน

"คนต่อไป" เจ้าแดงประกาศระหว่างที่เจมี่นอนเอนกายดูผู้คนที่มาขอพรอยู่บนตั่งทอง โดยมีเจ้าเหลืองและเจ้าน้ำเงินคอยปรนนิบัติพัดวีอยู่ใกล้ๆ หญิงวัยกลางคนกับสามีจูงมือกันมาพร้อมดอกไม้ธูปเทียน หมากพลูและอาหารคาวหวานอย่างดี สีหน้าของทั้งสองดูเศร้าหมองและร้อนอกร้อนใจมาก

"พญาเกล็ดทองเจ้าขา วันนี้ลูกช้างและสามีอยากจะมาขอร้องท่าน เราอายุก็มากแล้ว ทรัพย์สินเงินทองรึก็มากมี ขาดเพียงบุตรธิดาไว้เลี้ยงตัวยามแก่เฒ่า" พูดไปพลางน้ำตาไหลไปพลาง "วอนพญาเกล็ดทองเมตตาประทานบุตรธิดาให้เราสักคนก็จะเป็นพระคุณเจ้าค่ะ"

เจมี่มองสองผัวเมียเบื้องหน้า แต้มบุญของพวกเขาไม่เลวเลย ขาดอีกแค่นิดหน่อยเท่านั้น เขาโบกมือเบาๆ แสงสีทองก็ปรากฏยังท้องของสตรีผู้นั้น อีกไม่นานเธอจะตั้งท้องอย่างแน่นอน

ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้รับสิ่งที่ร้องขอ มนุษย์ทุกคนมีต้นทุนมาไม่เหมือนกัน จะได้หรือไม่ได้นั้น ความจริงก็สุดแล้วแต่เวรแต่กรรมที่ทำมา อีกทั้งเทวดาก็ไม่ใช่ไม่ใช่ยักษ์จินนี่ในตะเกียงที่มีหน้าที่มานั่งให้พรมนุษย์ เจมี่ก็พึ่งมารู้ว่าจริงๆ แล้วมีเทวดาน้อยมากที่จะมานั่งทำอะไรแบบนี้ เพราะสิ้นเปลืองพลังบารมีและความสุขในการเสวยภพภูมิไปเปล่าๆ แทนที่จะต้องมานั่งรับฟังเรื่องทุกข์ใจของคนอื่นไม่สิ้นสุด สู้เอาเวลาไปตามจีบพวกนางอัปสรย่อมสนุกกว่าเป็นไหนๆ

"วันนี้คงจะหมดแล้วขอรับ" เจ้าแดงเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้ม

"พวกเจ้าเองก็ไปพักผ่อนเถิด" เจมี่บอกแก๊งแม่สีที่กราบลาไปงานปาร์ตี้ในป่ากับพวกผีโพงผีไพร

เขาลุกขึ้นบิดขี้เกียจซ้ายขวา ไม่นานหนูด้วงก็ปรากฏตัวขึ้นเพื่อทำความสะอาดศาลช่วงเย็นอย่างที่ทำเป็นประจำมาหลายปี อาหารที่ชาวบ้านนำมาถวายจะถูกนำไปมอบให้ชาวบ้านยากไร้และเป็นโรคน่ารังเกียจที่ถูกทิ้งอยู่ท้ายหมู่บ้าน นับเป็นการสร้างบารมีให้เจมี่อีกทางหนึ่ง

กว่าจะจบเรื่องก็เป็นเวลาเกือบพลบค่ำ เจมี่กับหนูด้วงนั่งดูพระอาทิตย์ตกด้วยกันยังที่ประจำบนหน้าผาใกล้ๆ พระอาทิตย์สีทองกลมโตค่อยๆ ลาลับขอบฟ้า ทิ้งไว้เพียงรอยสีชมพูจางๆ ในอากาศ ดวงดาวเริ่มพราวแสง ไม่นานพระจันทร์ก็โผล่พ้นยอดไม้ขึ้นมา โลกสมัยก่อนไม่ร้อนเท่ายุคปัจจุบันที่เขาเคยอยู่ มันสดชื่นและงดงามกว่ามาก บางครั้งเจมี่ก็นึกดีใจที่ได้มาเห็น

"ท่านเทวดาขอรับ" หนูด้วงเรียกเบาๆ รอยยิ้มเอียงอายราวกับสาวน้อยที่ฉาบอยู่บนใบหน้าสีน้ำตาลหล่อเหลาดูขัดกันพิลึก เด็กหนุ่มยื่นมาลัยดอกไม้ป่าสีขาวที่ร้อยเองส่งให้ นี่ไม่ใช่มาลัยพวงแรก ตั้งแต่กลับมาเด็กนี่ก็ร้อยมาลัยให้เขาทุกวัน เจมี่รับมาคล้องคอเพื่อให้เขาดีใจ วันนี้หนูด้วงคล้ายมีเรื่องจะพูด ซึ่งเป็นเรื่องที่เจมี่รู้อยู่แล้ว ได้แต่ภาวนาอย่าให้เขาพูดออกมาเลย จะได้ไม่มีใครต้องเสียใจ

"คืนนี้พระจันทร์งามนัก ดูสิขอรับ ตากับยายกำลังตำข้าว" แม้จะกล่าวเช่นนั้น แต่สายตาของเด็กหนุ่มกลับมิได้จ้องมองดวงจันทร์แต่อย่างใด วันนี้พญาจิตสุวรรณอยู่ในร่างจริง งามเพริศแพร้วระยิบระยับยิ่งกว่าพระจันทร์ดวงใดที่ไอ้ด้วงเคยเห็นมา

"อืม ก็งามอยู่" เจมี่มาจากโลกอนาคต เขาย่อมมองดวงจันทร์ต่างไปจากคนยุคโบราณ ตอนมาอยู่ในร่างเทวดาใหม่ๆ เจมี่เคยลองพยายามหายตัวไปดวงจันทร์ด้วย แต่ก็ทำไม่ได้ ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครสามารถออกนอกโลกส่งเดชได้ด้วยเหตุผลลึกลับบางอย่าง

"รู้ไหม วันหนึ่งคนจะขึ้นไปเดินบนนั้น เขามีนามว่า นีล อาร์มสตรอง"

"งั้นหรือขอรับ" หนูด้วงยิ้มหวาน "น่าอิจฉานัก บนดวงจันทร์คงงดงามมาก แล้วเขาได้เจอตายายที่กำลังตำข้าวไหมขอรับ"

"มัน..." เจมี่ไม่อยากทำลายจินตนาการงดงามของหนูด้วงด้วยการพูดว่ามันเป็นสถานที่น่าเกลียดสีเทาๆ ไร้อากาศให้หายใจ "ข้าว่าที่ไหนก็ไม่งามเท่าโลกมนุษย์หรอกหนูด้วง"

"จริงขอรับ แผ่นดินนี้งามนัก ยิ่งถ้ามีท่านอยู่ด้วยกัน"

หวาน หวานอีกแล้ว...

เจมี่มองหน้าเด็กหนุ่มข้างๆ อดถอนหายใจไม่ได้ "หนูด้วง คนเรามักปรารถนาอะไรที่เอื้อมไม่ถึง แต่พอได้แล้วก็มักผิดหวัง เจ้าคิดหรือไม่ว่าบนดวงจันทร์อาจจะน่าผิดหวังสุดๆ อาจจะ...อาจจะดูดีแค่จากที่ไกลๆ เท่านั้น ส่วนตายายตำข้าวก็อาจจะเกลียดขี้หน้ากันสุดๆ กระต่ายก็ดุร้าย -- "

"ก็อาจจะเป็นเช่นนั้นขอรับ" เขากล่าว "แต่ถึงจะมีด้านที่น่าเกลียดบ้างก็ไม่เห็นเป็นไร"

เด็กหนุ่มก้มหน้าต่ำ นิ้วเขี่ยๆ พื้นดิน พึมพำว่า "เพราะว่ารักไปแล้วขอรับ..."

เจมี่คล้ายได้ทำคำพูดหล่นหายไปสู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้นอีกครั้ง

"ตอนท่านจากไป ข้าออกไปรอท่านที่กระท่อมหลังเก่าทุกวัน เมื่อตอนยังเล็ก ข้าไม่เข้าใจว่าความรู้สึกในอกนี้คืออะไร เพียงแต่อยากเห็นท่าน อยากฟังเสียงท่าน มีความสุขเหลือเกิน คะ...ความรู้สึกของข้า แม้เดือนปีผ่านไปกลับไม่เคยเปลี่ยน มีแต่จะมากขึ้นเรื่อยๆ"

หนูด้วงเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาเปี่ยมรัก ดูเหมือนเขาจะไม่สามารถเก็บงำความรู้สึกได้อีกต่อไปแล้ว

"ไอ้ด้วงผู้ต่ำต้อยไม่กล้าหมายจันทร์หรอกขอรับ เพียงอยากให้ท่านได้รู้ไว้ว่า...ข้า...ข้า..."

"ด้วงเอ๊ย ที่ข้าดูแลเจ้า มิหวังสิ่งใดนอกจากให้เจ้าได้มีชีวิตที่เป็นสุข" เจมี่ขัดขึ้นก่อนเขาจะพูดจนถึงประโยคสุดท้าย พลันอดคิดถึงสภาพคณิณที่นั่งอยู่ในห้องคนป่วยไม่ได้ เขาไม่อยากทำผิดจนใครบางคนต้องเจ็บปวดไปทั้งชีวิตอีกแล้ว

"สิ่งที่เจ้ารู้สึก มีแต่จะทำให้ชีวิตเจ้าต้องเป็นทุกข์ เจ้าไม่อยากมีครอบครัวที่อบอุ่น มีลูกตัวเล็กๆ อยู่บนตักให้เจ้าเล่านิทานกล่อม มีภรรยาที่น่ารักคอยเคียงข้างเจ้าในยามค่ำคืนที่เหน็บหนาวหรือ ด้วงลองตรองดูให้ดีเถิด หากเลือกข้า เจ้าจะต้องอยู่กับความโหยหาที่แตะต้องไม่ได้ไปทั้งชีวิต ข้าอาจจะทิ้งเจ้าไปครั้งละปีสองปี หรือเป็นสิบๆ ปี ปีแล้วปีเล่าที่เจ้าต้องนั่งเหม่อมองดวงจันทร์ คิดถึงใครบางคนที่ไม่มีตัวตนในขณะที่ร่างกายก็แก่ตัวลงเรื่อยๆ หนูด้วงต้องการชีวิตแบบนั้นจริงหรือ"

"ไม่มีอะไรที่ไอ้ด้วงต้องการไปมากกว่านี้ ไม่มีเลย" น้ำตาของเด็กหนุ่มค่อยๆ ไหลออกมา "ข้าพร้อมจะรอท่าน...ไม่ว่าเมื่อไหร่ -- "

"แต่ข้าไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้น! ข้าไม่อยากเห็นเจ้าต้องเจ็บปวดอีกแล้ว ข้าแค่อยากให้เจ้ามีชีวิตที่ดี" พูดได้แค่นั้นเจมี่หายตัวไป ทิ้งเสียงสะอื้นแทบขาดใจไว้เบื้องหลัง

 

เจมี่หายตัวมาอยู่ที่กระท่อมหลังเก่าเช่นเดิม เขาทรุดลงนั่งบนขอนไม้ท่อนหนึ่งหน้ากระท่อม เสียงขลุ่ยโศกโศกาอาวรณ์ของใครบางคนลอยแว่วมาตามลม

"มานั่งหลบความรักอยู่หรือไร" เสียงขององค์หญิงบัวทองดังขึ้นในความมืด นางฟ้าอาภรณ์ขาวสว่างระยิบระยับกำลังเดินคล้ายลอยละล่องมาหาเขา แต่ละก้าวก็ร่ายโคลงกลอนแผ่วเบาไปด้วย

อย่าเอื้อมเด็ดดอกฟ้า มาถนอม

สูงสุดมือมักตรอม อกไข้

เด็ดแต่ดอกพะยอม ยามยาก ชมนา

สูงก็สอยด้วยไม้ อาจเอื้อมเอาถึง[1]

"มีอะไรเล็ดลอดสายตาท่านบ้างไหมเนี่ย" เจมี่ถามยิ้มๆ "ยังไม่ได้ขอบคุณท่านเรื่องแหวนวิเศษเลย"

องค์หญิงบัวทองยักไหล่ ทรุดนั่งลงข้างๆ "ไม่เป็นไร เพียงแต่ความรู้สึกของเด็กนั้นแผ่ซ่านไปทั่วขุนเขาเช่นนี้ เหล่าเทวดาอารักษ์รวมถึงภูตผีทุกตนต่างก็ล่วงรู้กันหมด ตอนนี้ชาวฟ้ามีเรื่องให้เล่าลือกันใหม่อีกแล้ว รักต้องห้ามแสนซาบซึ้งระหว่างเด็กหนุ่มชาวมนุษย์และเทพสงคราม เจ้านี่ช่างทำตัวโดดเด่นยิ่งนัก"

เจมี่นึกสงสารภาพลักษณ์ของพญาจิตสุวรรณจริงๆ ป่นปี้ไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้

"ท่านไม่คิดว่ามันประหลาดหรือที่ผู้ชายกับผู้ชาย....แบบว่า..." เจมี่อึกอัก แต่องค์หญิงบัวทองกลับหัวเราะร่า

"ความจริงสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกาของเราก็แทบไม่ต่างจากโลกมนุษย์เลย ไม่เชื่อไปถามพวกคนธรรพ์วิทยาธรในหิมวันต์ดูสิ" นางมองเขานิ่งๆ ครู่หนึ่ง "เจ้ามีนามว่าอะไรหรือ นามจริงๆ ของเจ้า"

"เจมี่ แมคมิลเลี่ยน" เขาตอบ

"ชื่อแปลกนัก" องค์หญิงบัวทองวิจารณ์ "เจ้ายังต้องไปอีกไกล อย่าลืมชื่อตัวเองเสียก่อนก็ใช้ได้"

ตอนนี้เจมี่เริ่มชินกับการพูดจาเป็นปริศนาธรรมของนางแล้ว ดังนั้นแม้จะเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แต่ก็ไม่คิดจะถามอะไรต่อ

"ข้าเองก็มีคนรักอยู่เหมือนกัน" จู่ๆ นางก็เอ่ยขึ้นมา เจมี่ตาโตทันที

"เทพบุตรองค์ไหนได้รับเกียรติเช่นนั้นหรือ" เขาอดถามเย้าแหย่ไม่ได้ ทว่าองค์หญิงบัวทองกลับส่ายหน้า

"เขามิได้อยู่สวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา"

"แล้วเขาอยู่ไหนล่ะ"

"พรหมโลก"

......

เจมี่ไม่รู้ว่าควรแสดงความเสียใจหรือดีใจกันแน่ เทพชั้นพรหมไม่มีเพศ ไม่จับคู่ และไม่สนใจเรื่องรักๆ ใคร่ๆ นอกจากนี้ยังมีอรูปพรหมซึ่งไม่มีแม้แต่รูปร่างด้วยซ้ำ เพราะสมัยเป็นมนุษย์เกิดเห็นโทษของร่างกายขึ้นมา แต่จะเป็นรูปพรหมหรืออรูปพรหมก็ดี เกรงว่าต่อให้องค์หญิงบัวทองงามเลิศล้ำกว่านี้สักล้านเท่า เขาก็คงไม่ลืมตาจากฌานขึ้นมาแลสักนิดเดียว

"โอ้...คือ" เจมี่พูดตะกุกตะกัก

องค์หญิงบัวทองกลับยิ้มน้อยๆ เอ่ยว่า "อย่าเศร้าไปเลย แท้จริงแล้วไม่มีอะไรให้เศร้า"

พวกเขานั่งจมอยู่ในความคิดตัวเองครู่หนึ่ง ก่อนองค์หญิงบัวทองจะเริ่มเล่าเรื่องของตัวเอง

"สมัยที่ข้ายังเป็นมนุษย์ ข้าเกิดเป็นบุตรสาวเจ้าเมืองทางเหนือแห่งหนึ่งอันมั่งคั่งไปด้วยทรัพย์สมบัติแลรูปโฉม เมื่อเติบโตขึ้นก็ได้แต่งงานกับบุรุษซึ่งมีฐานะไม่ด้อยไปกว่ากัน สามีของข้านั้นเป็นคนใจบุญยิ่งนัก ทุกวันพระล้วนตั้งโรงทาน เลี้ยงคนเรือนพันเรือนหมื่นเป็นประจำ ทั้งยังรักการภาวนายิ่ง ข้าเอง...ด้วยความรักที่มีต่อเขา จึงทำบุญทำทานร่วมกันไม่เคยขาด ทว่าทานของข้ากลับมิใช่ทานบริสุทธิ์ เพราะข้าไม่ได้ทำทานเพื่อหวังให้ใครพ้นทุกข์ ข้าทำเพื่อให้สามีรักและชื่นชมในตัวข้ามากขึ้นก็เท่านั้น...แน่นอนว่ายามตายจาก บุญของเราไม่เท่ากัน...."

นางเหม่อมองท้องฟ้าเบื้องบน ใบหน้ายังคงมีรอยยิ้มประดับ "แม้กระทั่งตอนนี้ข้าก็ยังรู้สึกได้ว่าเขารักข้า แต่ก็รักเท่าที่พรหมองค์หนึ่งจะรักอะไรได้..."

นั่นก็คือไม่รัก...เจมี่อดคิดไม่ได้ว่าในความรักก็ล้วนมีแต่ความทรมานเช่นนี้เอง เขาใกล้ปลงจนอยากจะร้องว่า 'ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์ หัวใจขื่นขม ระทมชั่วนิรันดร์'

"งั้นท่านก็จะไม่ครองคู่กับใครทั้งนั้นรึ" เจมี่ถามอย่างสงสัย

"ก็ไม่แน่ดอก" องค์หญิงบัวทองตอบ "ชีวิตของพวกเราชาวฟ้ายาวนานเกินไปที่จะอยู่คนเดียว แต่หลังจากผ่านร้อยปีแรกไปแล้ว เจ้าจะรู้เองว่ามันไม่ใช่แค่ใครก็ได้...ไม่ใช่ใครก็ได้หรอกเจมี่ มีแค่คนเดียวเท่านั้น..."

แวบหนึ่ง เจมี่คิดว่าองค์หญิงบัวทองช่างเป็นคนที่พิเศษมากจริงๆ ไม่ใช่แค่สวยเหมือนในโฆษณารีเจนซี่ แต่มีอะไรบางอย่างที่เจ๋งกว่านั้น เจมี่ก็อธิบายไม่ถูก แค่แบบว่า...ผู้หญิงบางคนก็เกิดมาเพื่อเป็นนางฟ้าจริงๆ

"ข้าเห็นดวงใจเจ้า เจ้าเองก็มีใจให้เด็กหนุ่มชาวมนุษย์มิใช่น้อย เหตุใดไม่รับรักเขาเสียให้สิ้นเรื่องสิ้นราวไป"

เจมี่ส่ายหน้าเบาๆ "ผมแค่ไม่อยากให้เขาต้องมีชีวิตเป็นทุกข์อีก อีกอย่างก็ผิดกฎนาคพิภพมิใช่หรือ หากเรื่องรู้ถึงท้าววิรูปักษ์ ผมอาจจะต้องทัณฑ์หนังงู ถูกสาปให้เป็นงูเฝ้าสมบัติโบราณเป็นร้อยๆ พันๆ ปี"

"แต่ข้าว่ามิใช่ทัณฑ์หนังงูกระมังที่เจ้ากลัว" องค์หญิงบัวทองพูดอย่างรู้ทัน "เจ้าติดอยู่กับเงาของใครบางคนจนมองไม่เห็นตัวจริงที่ยืนอยู่ตรงหน้ามากกว่า"

นางลุกยืนขึ้นอย่างสง่างาม "สำหรับข้าแล้ว หากได้อยู่กับคนรักเพียงสิบปี แม้นต้องทัณฑ์หนังงูพันปีก็ไม่นึกเสียใจเด็ดขาด" พูดจบนางก็ส่งยิ้มให้เขาก่อนหายตัวไปพร้อมแสงสว่าง ทิ้งให้เจมี่ครุ่นคิดถึงสิ่งที่นางพูด

 

เป็นเวลาหลายวันที่เจมี่ไม่ได้ไปปรากฏตัวให้หนูด้วงเห็น เขาเคยได้ยินมาว่าเจ็บสั้นย่อมดีกว่าเจ็บยาว ได้แต่หวังว่าดวงใจมนุษย์ที่เปลี่ยนแปลงได้เร็วจะช่วยให้หนูด้วงลืมเขาได้ในสักวันหนึ่ง ส่วนหนูด้วงเด็กโข่งก็ยังคงมาที่ศาลเป็นประจำทุกวันเหมือนเคย ดวงตาแดงก่ำเพราะร้องไห้อย่างหนักนั้นทำให้เจมี่ปวดใจเหลือเกิน

เขามาพร้อมพวงมาลัยดอกไม้ป่าเช่นทุกวัน มาร้องขอในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

"ท่านเทวดา ได้โปรดรับรักข้า ไอ้ด้วงด้วยเถิด" ขอกันง่ายๆ อย่างนี้เลย มีแต่คนเขามาขอแฟน คงมีแต่หนูด้วงที่มาขอเทวดาเป็นแฟน แก๊งแม่สีมองหน้ากันอย่างกระอักกระอ่วน แสร้งทำเป็นชี้นกชี้ไม้ โน่นแนะนกเขาคู จุ๊ก จุ๊กกรู กันให้วุ่น หนูด้วงวางพวงมาลัยเสร็จก็เดินไปนั่งเหม่อที่มุมหนึ่งของศาลอย่างเจียมตัว เจมี่ต้องคอยเตือนตัวเองว่าอย่าใจอ่อนเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นคนรักของเขาจะต้องเจ็บปวดไปตลอดชีวิตซ้ำสอง

"พี่ด้วงจ๋า มาอยู่นี่เอง" เสียงหวานดังขึ้นพร้อมการปรากฏตัวของทองรำไพคนงาม "รำไพหาเสียตั้งนาน"

ก็เหมือนเคย หนูด้วงไม่ตอบและไม่มองหน้านางด้วยซ้ำ เจมี่คิดว่าถ้าเขาชอบใครสักคนแล้วเจอกับปฏิกิริยาแบบนี้ก็คงเลิกตื๊อไปแล้ว แต่ทองรำไพคงไม่คิดแบบนั้น นางหิ้วปิ่นโตเดินฉับๆ ไปนั่งลงข้างๆ อย่างไม่ถือตัว เจมี่หรี่ตามองปิ่นโตเถานั้นอย่างเป็นกังวล เพราะมันมีภูตผีตัวเล็กๆ น่าเกลียดน่ากลัวแยกเขี้ยวขู่ฟ่อๆ เกาะมาด้วย

แก๊งแม่สีมองหน้าเขาอย่างรอคำสั่ง

ทองรำไพแกะปิ่นโตออก หยิบขนมยื่นส่งให้ถึงปากหนูด้วง "ดูสิจ๊ะ ขนมเม็ดขนุน ฉันทำเองเลย พี่ด้วงกินสักคำนะจ๊ะ"

กล้ามากจริงๆ กล้ามาใช้เสน่ห์เล่ห์กลหน้าศาลของข้าเชียวหรือ! หนูด้วงจะต้องได้เมียดีกว่านี้ ใครก็ได้ที่ไม่ใช่ผู้หญิงร้ายกาจคนนี้!! เจมี่เหลือบตามองไปทางเจ้าแดง มันรีบเดินดุ่มๆ ออกไปปัดปิ่นโตใส่ขนมร่วงลงพื้นอย่างแรง

"ว้าย!" ทองรำไพกรีดร้อง ขนมเม็ดขนุนสีเหลืองนวลหกลงพื้นเปื้อนดินเกือบหมด

หนูด้วงหันมองมาทางศาลแวบหนึ่งเหมือนรู้อะไรบางอย่าง

"หกหมดเลย" สาวงามรำพึงอย่างเสียดาย "แต่ไม่เป็นไร ยังมีอีกจ้ะ" นางแกะปิ่นโตชั้นล่างออกมา โชคดีที่ทำมาเผื่อ เพราะว่านางใส่ยาเสน่ห์ลงไปทั้งหมด หาไม่ก็ไม่เหลือแล้ว

ทองรำไพหยิบขนมขึ้นมาอีกหนึ่งชิ้น ทำท่าจะป้อนหนูด้วงที่ยังคงนั่งนิ่งเป็นรูปปั้นหิน แต่เด็กหนุ่มกลับปัดมือนางออกและลุกยืนขึ้นอย่างรำคาญเต็มที "ทองรำไพ ข้าพูดชัดเจนแล้ว ข้าไม่เคยมีใจให้เจ้า ใจข้ามอบให้ผู้อื่นไปแล้ว เจ้าอย่าทำเช่นนี้อีกเลย"

"ไม่จริง!" ทองรำไพทิ้งปิ่นโตแล้วลุกพรวดขึ้นทันที "ข้าไม่ดีตรงไหนหรือพี่ด้วง เป็นถึงลูกสาวนายบ้าน ทรัพย์สมบัติก็มากมี แต่งกับข้าก็ล้วนตกเป็นของพี่ทั้งสิ้น หากพูดถึงความงาม ในหมู่บ้านนี้จะหาใครงามกว่าข้าอีก!"

"มันไม่ใช่เรื่องของทรัพย์สมบัติหรือหน้าตาดอก ข้าเกลียดคนที่บ้านเจ้า เกลียดไอ้ทองเปลว เกลียดพ่อเจ้า บอกตามตรงว่าข้ายอมตายเสียดีกว่าแต่งเจ้าเป็นเมีย ที่ข้าพูดนี่ชัดเจนพอหรือไม่"

"พี่ด้วง!" ทองรำไพตวาดแหวราวกับนางร้ายในละคร เจมี่อดทึ่งไม่ได้ ดูเหมือนคาแรกเตอร์แบบนี้จะมีทุกยุคทุกสมัยเลยจริงๆ "พี่ด้วง พี่คอยดูไปเถอะ" นางกัดฟันพูดอย่างแค้นใจ "ข้าจะเอาพี่เป็นผัวให้ได้ พี่ไม่รอดหรอก" ประกาศจบสาวงามแห่งหมู่บ้านเขามะเดื่อก็เดินสะบัดลงจากเขาไป

 

"พี่ด้วงนะพี่ด้วง!!" กลับมาถึงเรือนทองรำไพก็ทั้งร้องไห้ทั้งอาละวาดฟาดงวงฟาดงาไปตามประสาของนาง บ่าวไพร่ต่างยืนตัวสั่นงันงกอยู่รอบๆ แน่นอนว่าคงไม่มีใครกล้าห้ามปราม

"ใจเย็นๆ ก่อนเถิดแม่ทองรำไพ" นายบ้านทองมั่นผู้เป็นบิดาพูดขึ้น ปากคาบยาสูบเอนกายสบายอารมณ์อยู่บนตั่ง มีเมียบ่าวคนงามคอยบีบนวดทั้งซ้ายขวา ไม่คิดจะดุว่าบุตรสาวแม้แต่น้อย

"พ่อจ๋า พ่อต้องช่วยฉันนะ!" ทองรำไพผลักเมียบ่าวของบิดาออกแล้วซบลงกับต้นแขนร้องไห้กระซิกๆ "ฉันรักพี่ด้วงจริงๆ หากไม่ได้พี่ด้วงเป็นผัว ฉันก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว ฮือ"

นายบ้านทองมั่นพ่นควันขาวออกมาเป็นวง สีหน้าครุ่นคิด "ไอ้มีวิธีมันก็มีอยู่ดอก เพียงแต่ว่า ไอ้ด้วงมันใจแข็งนัก หากข้าหาวิธีให้เอ็งได้ตบแต่งแล้วมันไม่รักเอ็ง ภายหน้าชีวิตเอ็งจะมีความสุขอยู่หรือ" ความจริงนายบ้านทองมั่นก็ชื่นชมไอ้ด้วงอยู่แล้ว คนหนุ่มขยันขันแข็งหน่วยก้านดีอย่างมัน ให้ดูแลทรัพย์สมบัติคงดียิ่งนัก แต่สิ่งที่ล้ำค่ากว่าอะไรย่อมเป็นเทวดารูปทองที่คอยตามดูแลมันต่างหาก...

"มีความสุขสิจ๊ะ ต้องมีความสุขแน่" ทองรำไพได้ยินว่ามีวิธีก็รีบเงยหน้าขึ้นทันที "พ่อต้องช่วยฉันนะ นะจ๊ะพ่อ!"

"ลูกสาวคนเดียวจะไม่ช่วยได้อย่างไร" ผู้เป็นบิดาลูบหัวบุตรสาวอย่างรักใคร่ ก่อนหันไปหาบ่าวที่ยืนอยู่เบื้องหลัง "ไอ้ทองเปลวมันไปมุดหัวอยู่ไหนวะ"

ขณะที่บ่าวกำลังจะอ้าปากตอบ ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มผู้หนึ่งก็เดินปึงๆ ขึ้นเรือนมาพร้อมกับกลิ่นเหล้าจางๆ ตอนนี้ไอ้ทองเปลวได้กลายเป็นหนุ่มฉกรรจ์แล้ว แต่ใบหน้าหล่อเหลาก็ยังคงฉายแววเจ้าเล่ห์ไม่เปลี่ยน

"ตายยากจริงนะมึง วันๆ เอาแต่ตีไก่ เปรียบมวย ไม่เอาการเอางาน" แม้แต่คำบ่นว่าของนายบ้านทองมั่นยังเจือด้วยความเอ็นดูอยู่หลายส่วน

"โถ่พ่อ จะบ่นอะไรนักหนา" ทองเปลวรับขันน้ำลอยดอกมะลิจากบ่าวผู้หนึ่งยกขึ้นดื่มแก้กระหาย "เมื่อกี้ได้ยินว่าพ่อเรียกหาฉันรึ มีเรื่องอันใดกัน"

"ก็เรื่องน้องสาวเอ็งนะสิ จะมีเรื่องอะไรได้อีก" นายบ้านทองมั่นหัวเราะ หันไปหาบุตรสาว "แม่ทองรำไพ ผู้ชายเขาจะปรึกษาหารือกัน เอ็งมีอะไรก็ไปทำก่อนไป"

ทองรำไพที่กำลังบีบๆ นวดๆ ต้นแขนบิดารีบปาดน้ำตาลุกขึ้นเดินกลับห้องทันที รอยยิ้มผุดขึ้นบนมุมปากสวยอย่างอดใจไม่ไหว ทั้งบิดาและพี่ชายออกโรงเองเช่นนี้มิเสียแรงที่อาละวาดไปหลายยก คราวนี้พี่ด้วงหนีไม่รอดแน่

 

ยามโพล้เพล้ หลังจากไอ้ด้วงเสร็จจากงานประจำวันแล้วจึงแบกจอบเสียมเดินคอตกกลับบ้านตามประสาคนอกหัก เฝ้าแต่คิดถึงแต่คนในดวงใจ เผลอคิดไปว่าบางทีถ้าหากวันนั้นไม่พูดออกไป วันนี้คงกำลังนั่งดูพระอาทิตย์ตกด้วยกันเหมือนเก่า

ระหว่างนั้น ไอ้ทองเปลวและผองเพื่อนก็ปรากฏตัวขึ้นขวางหน้า

"มึงนี่เสน่ห์แรงเสียจริง" มันจุปากอย่างหมั่นไส้ "ขนาดน้องสาวกูยังหลงมึงหัวปักหัวปำ มึงใช้ยาเสน่ห์ของพ่อหมอบ้านไหนวะ กูอยากได้มั่ง"

"กูไม่มีอะไรจะพูดกับมึง" เด็กหนุ่มตอบเรียบๆ ผลักไอ้ทองเปลวไปให้พ้นทาง หัวใจเขากำลังช้ำหนัก ไม่มีอารมณ์จะมีเรื่องกับใครทั้งนั้น

ไอ้ทองเปลวกลับไม่ถือสาที่โดนผลักเหมือนเช่นเคย แถมยังกอดอกยิ้มหยัน "เดี๋ยวไอ้ด้วง พ่อกูให้มาตามไปที่เรือน มีเรื่องด่วน เกี่ยวกับที่นาของยายช้อย"

ร่างใหญ่หยุดเดินทันที "ที่ผ่านมากูก็จ่ายค่าเช่าให้ไม่เคยขาดแม้แต่ตำลึงเดียว มีปัญหาอะไรอีก"

"กูจะไปรู้ได้ยังไง แต่ผู้ใหญ่เขาเรียกหามึงก็ควรรีบไป อย่าเล่นตัวให้มากนัก" พูดจบไอ้ทองเปลวและผองเพื่อนก็เดินจากไปพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

ไอ้ด้วงส่ายหัว ก่อนเปลี่ยนทิศทางเดินไปยังเรือนนายบ้านทองมั่น

 

 

__________________________

 

 

Talk ตอนหน้าจะเป็นตอนจบแล้วเด้อออ นุ้งเจมี่จะรับรักหนูด้วงหรือไม่ต้องคอยติดตาม ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์ด้วยค่ะ ^^

เทพชั้นพรหมในเรื่องนี้ไรท์เขียนตามคติของเถรวาทนะคะ โดยแบ่งออกเป็น

**รูปพรหม คือ เทพชั้นพรหมที่มีรูปปรากฏอาศัยอยู่ในสวรรค์ ๑๖ ชั้นของพรหมโลก

**อรูปพรหม คือ เทพในพรหมโลกตามคติพระพุทธศาสนา เป็นจำพวกไม่มีรูป มี ๔ ชั้น

เชิงอรรถ

  1. โคลงโลกนิติ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 95 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

149 ความคิดเห็น

  1. #69 dear1093 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 16:06
    ชั้นชอบแก็งแม่สีอ่ะ น่ารักดี5555
    #69
    0
  2. #53 T--T (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 12:27

    สู้ๆเจมี่

    #53
    0
  3. #52 Rookie_King (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 11:44
    เจมี่ ผู้ชายหนูจะถูกขโมยไปแล้วลูกกกกก
    #52
    0
  4. #51 kalamandaton (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 10:44
    ถถถถถ เจมี่ถ้านายไม่รับรักหนูด้วง เราเอาเองนะ55555 เราพร้อมดูแล
    #51
    0