ปราบนายตัวร้ายด้วยรัก [Yaoi][ระบบ]

ตอนที่ 19 : โลกทิพย์กายทอง ตอนที่ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 782
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 133 ครั้ง
    11 พ.ค. 63

 

 

แก๊งเด็กเปรตวิ่งไปด้วยตะโกนไปด้วย ชาวบ้านเริ่มเข้ามามุงดูมากขึ้น ดวงตาสีทองสว่างจ้าของเจมี่เริ่มทำให้ชาวบ้านแตกตื่นกันทั้งตลาด บางคนที่พ่ายแพ้ต่อความอยากรู้อยากเห็นก็ยังคงยืนดูอยู่ บางคนก็รีบหอบลูกจูงหลานวิ่งหนีไป ขณะที่เจมี่รู้สึกราวกับว่าทุกสิ่งกำลังพังทลายลง มือเล็กๆ ของหนูด้วงก็เอื้อมมาจับมือเขาไว้แน่น สติที่พร่าเลือนเริ่มกลับคืนมาทีละน้อย

เจมี่ถอนหายใจเฮือกใหญ่

สำหรับหนูด้วง ยิ่งกว่านี้เขาก็เคยเห็นมาแล้ว ในใจจึงไม่ได้หวาดกลัวอะไร นี่คือคนที่คอยอยู่ข้างเขาในวันที่เขาไม่เหลือใคร ไม่ว่าพี่บุญมีจะเป็นอะไรเขาก็รับได้ทั้งนั้น

เจมี่ที่พึ่งได้สติส่งยิ้มให้เด็กน้อย บีบมือเขากลับเบาๆ กล่าวว่า "เรากลับบ้านกันเถิด เดี๋ยวจะทำของอร่อยให้กิน"

หนูด้วงพยักหน้า พวกเขาทั้งสองจึงเริ่มเก็บผักที่เหลือลงกระบุงทันที แต่ก็ยังไม่เร็วพอ ไอ้ทองเปลวเดินหัวหดกลับมาพร้อมชายสูงวัยคนหนึ่ง

ชายผู้นี้เปลือยท่อนบนเหมือนชาวบ้านทั่วไป ลำคอสวมประคำสีดำและเขี้ยวอะไรต่อมิอะไรมากมาย ในมือถือไม้เท้ารูปร่างคล้ายกระดูก ร่างกายเต็มไปด้วยรอยสักรูปอักขระแปลกๆ ทั้งเนื้อทั้งตัวแผ่ไอชั่วร้ายออกมาอย่างชัดเจน รอบข้างยังมีภูตผีหน้าตาน่าเกลียดบิดเบี้ยวไม่อาจบรรยายได้ตามมาอีกเป็นพรวน เมื่อพวกมันเห็นเจมี่ก็เผ่นแนบไปหลายตัว ที่ยังอยู่ก็มีท่าทางหวาดกลัว ดูน่าสมเพชสุดพรรณนา

ไม่ต้องรอให้ระบบประกาศ เจมี่ก็รู้ว่าเขาคือหมอแม้น ต้นเหตุความซวยของชีวิตหนูด้วง

ทันใดนั้นแก๊งแม่สี บริวารผีทั้งสามก็ปรากฏตัวขึ้นขวางหน้าหมอแม้นทันที เจ้าแดงหันมามองเจมี่ด้วยสีหน้านอบน้อม เอ่ยถามว่า "จะให้พวกข้าหักคอมันเลยไหมขอรับ"

"ไม่ต้อง ข้าจัดการเอง พวกเจ้าถอยไปก่อนเถิด" เจมี่รีบบอก แก๊งแม่สีมองหมอแม้นด้วยสายตาดุร้าย ก่อนหลบไปยืนรอข้างๆ

"เหวยเหวย ดูเถิด ผีไม่อยู่ส่วนผี กลับมาปะปนกับชาวบ้าน" หมอแม้น หมอผีซึ่งดูเหมือนจะมองไม่เห็นภูตผีเป็นฝ่ายเอ่ยทักก่อนด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม

"หมอแม้นว่าใครเป็นผี เที่ยวโกหกคนไปทั่วไม่อายปากบ้างหรือไร" เจมี่แหวอย่างอดไม่ไหว "แค่เพราะผู้หญิงเขาไม่รับรักก็มาใส่ร้ายครอบครัวเขา หน้าไม่อาย!!"

ตั้งแต่เกิดมาจนตายแล้วถึงสองรอบ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาด่าคน เจมี่อดทึ่งกับพัฒนาการของตัวเองไม่ได้จริงๆ

"หน็อยแนะ!" หมอแม้นตะโกนลั่นอย่างเดือดดาล เอาไม้เท้าชี้หน้าเขา หันมองชาวบ้านที่มุงดูอยู่โดยรอบ "ไอ้หนุ่มนี่หน้าตาก็ดี ใครจะรู้เล่าว่า แท้จริงแล้วมันคือเสือสมิง!!"

สิ้นคำหมอแม้น เสียงกรีดร้องก็ดังระงมไปทั่วตลาด

"เสือสมิง? เมื่อกี้หมอแม้นว่าอย่างนั้นจริงหรือ!"

"ไม่น่าเชื่อเลยนา หน้าตาก็ดี๊ดี"

"เนี่ย เขาถึงว่ารู้หน้าไม่รู้ใจ เสือร้าย ออกไปจากหมู่บ้านเราซะ!" หญิงนางหนึ่งตะโกนลั่น เขวี้ยงผักเหี่ยวๆ ใส่หน้าเจมี่

อ่าวนี่สรุปเธอไม่กลัวเสือหรือ? เจมี่ลูบผักเน่าออกจากหน้าก็อดสงสัยไม่ได้

ว่าแต่... เสือสมิงบ้าอะไรจะมานั่งขายผัก คิดสิคิด!!

หมอแม้นหันมองไปรอบๆ ด้วยสีหน้าลำพองใจอย่างปิดไม่มิด "เอ้าพวกเรา จะยอมให้ไอ้ผีปอบกับเสือสมิงอยู่ในหมู่บ้านเรากันจริงหรือ รีบขับไล่พวกมันไปให้เร็ว ไปซะ!!"

"ไปซะ เสือร้าย ไอ้ผีปอบ ออกไป!" ชาวบ้านต่างประสานเสียงเซ็งแซ่ หนูด้วงเขย่ามือเขาไม่หยุด น้ำตานองหน้า

"เรากลับกระท่อมกันเถิดจ้ะพี่บุญมี ไม่ต้องลงมาอีกแล้ว อยู่กันสองคนก็ไม่เห็นเป็นไร"

เจมี่อดรู้สึกผิดไม่ได้ เขาทำเสียเรื่องหมดเลยเพราะความโกรธ...

"ขอโทษนะ" เขากระซิบเบาๆ หนูด้วงส่งยิ้มให้กำลังใจเล็กน้อย กระบุงผักก็ช่างมันเถิด เจมี่อุ้มหนูด้วงเข้าเอวหันหลังเดินกลับกระท่อมบนเขาอย่างปลงๆ

"ช้าก่อน!" หมอแม้นตะโกนลั่น เจมี่หยุดชะงัก

"มาคิดๆ ดูแล้ว ทั้งผีปอบทั้งเสือสมิง หากวันนี้พวกเราชาวบ้านเขามะเดื่อปล่อยพวกมันเข้าป่าไป วันหน้าจะนอนหลับเป็นสุขอยู่ได้อย่างไร จริงไหมนายบ้านทองมั่น..."

หมอผีเฒ่ายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ มองไปยังนายบ้านทองมั่นที่พึ่งเบียดตัวแทรกผู้คนเข้ามา ไอ้ทองเปลวเห็นผู้เป็นพ่อก็รีบวิ่งไปเกาะเอวไว้แน่น

ผู้เป็นหัวหน้าหมู่บ้านส่ายหน้าน้อยๆ อย่างจนใจ กล่าวว่า "ไอ้ด้วงเอ๊ย ข้าเคยเตือนแล้วใช่ไหมว่าอย่าลงจากเขา ตายซะก็ถือว่าเอ็งจะได้หมดเวรหมดกรรมเสียที"

เจมี่อดชื่นชมไม่ได้ แม้ว่าสถานการณ์จะเลวร้ายแค่ไหน นายบ้านทองมั่นก็ยังคงคีพลุคหน้าเนื้อใจเสือของเขาต่อไปได้อย่างคงเส้นคงวาจริงๆ

"ฆ่าพวกมันซะ!" หมอแม้นตะโกนก้อง

ชาวบ้านโห่ร้องรับคำทันที พวกที่หยิบอาวุธมาเตรียมไว้ก่อนแล้วก็มี เจมี่คิดว่ายังไงวันนี้เขากับหนูด้วงก็คงไม่สามารถเดินออกจากหมู่บ้านไปได้ง่ายๆ แน่

จะว่าไปหมอแม้นนี่ แม้แต่ตาทิพย์ก็ไม่มี แล้วเป็นหมอผีได้ยังไงก็ยังน่าข้องใจอยู่ เจมี่วางหนูด้วงลง ย่อตัวลงอยู่ระดับเดียวกัน "หนูด้วง เจ้าคงรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าข้าเป็นอะไร"

เด็กน้อยพยักหน้าเบาๆ ยังคงจับมือเจมี่แน่น จู่ๆ ก็รู้สึกว่าเขารักพี่บุญมีเหลือเกิน...

"หนูด้วงไปหลบหลังต้นไม้ต้นนั้นก่อนนะ" เจมี่ชี้ไปที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งใกล้ๆ นางฟ้าหลายองค์ในต้นไม้ก็ต่างโผล่หน้าออกมาดูอย่างกระวนกระวาย หนูด้วงพยักหน้าอีกครั้งก่อนวิ่งไปแอบหลังต้นไม้

เจมี่ยืดตัวขึ้น หันไปสบตากับหมอแม้นด้วยดวงตาสีทองสว่างจ้า "หมอแม้น ข้ามิใช่เสือสมิง แต่ข้าจะให้โอกาสเจ้าทายอีกครั้ง หากทายผิด เจ้าเองก็ไม่สมควรจะได้รับการนับถือจากใครอีกแล้ว"

"ชิชะ! เจ้าเสือร้ายยังมีหน้ามาต่อล้อต่อเถียงกับข้าอยู่อีกรึ เอ้าพวกเรา รออะไร ฆ่ามันเลยสิ!" หมอแม้นตะโกนลั่น ชายฉกรรจ์รูปร่างใหญ่โตผู้หนึ่งพร้อมมีดอีโต้ปรี่เข้ามาทันที แต่เมื่อสบตาเจมี่ก็เกิดความรู้สึกลังเล จิตใจอ่อนยวบอย่างน่าประหลาด ในที่สุดมีดก็หล่นลงพื้น ทรุดลงนั่งร้องไห้โฮเหมือนเด็กๆ

"งาม งามเหลือเกิน" ชายผู้นั้นกระซิบพลางร้องไห้ไปด้วย สร้างความประหลาดใจและแตกตื่นให้แก่ผู้คนที่มุงอยู่โดยรอบเป็นอย่างมาก

แล้วจู่ๆ ก็เหมือนเกิดเหตุอุปาทานหมู่ขึ้น ชาวบ้านหลายคนเริ่มทรุดตัวลงนั่งร้องไห้โฮกับพื้น มองหน้าเจมี่พลางพึมพำว่า งาม งามจริงๆ อะไรทำนองนั้น

หมอแม้นหน้าเขียว กระทืบเท้าอย่างเดือดดาล "นะ...นี่มัน...นี่มันมนต์ของเสือสมิง!! พวกเราอย่าไปหลงกล นี่มันมนต์ของเสือสมิง!!"

ยัง ยังจะเสือสมิงอยู่อีก...

เจมี่ส่ายหน้า "เอาล่ะ หมอแม้น เจ้าหมดโอกาสแล้ว อยากรู้นักใช่ไหมว่าข้าคืออะไร ได้ เดี๋ยวข้าจะให้ดูเดี๋ยวนี้แหละ"

ขาดคำ พญานาคเกล็ดทองระยิบระยับขนาดใหญ่โตมโหฬารก็ปรากฏตัวขึ้นกลางหมู่บ้านท่ามกลางสีหน้าตกตะลึงของทุกคน

"พญานาค!" เสียงกรีดร้องดังระงม ชาวบ้านวิ่งวุ่นแทบเหยียบกันตาย หลายคนก้าวขาไม่ออกได้แต่ประนมมือไหว้ปลกๆ ตัวสั่นอย่างหวาดกลัว

หมอแม้นมีสีหน้าตกตะลึงสุดชีวิต "พญา... พญานาค" ดูเหมือนเขาจะพูดได้แค่นั้น หมอผีเฒ่าขนลุกชันตั้งแต่หัวจรดเท้า ตั้งแต่เกิดมาพึ่งเคยสัมผัสความกลัวเช่นนี้เป็นครั้งแรก มันคือความกลัวยามต้องเผชิญหน้ากับความตายนั่นเอง...

เจมี่อ้าปากกว้างอวดเขี้ยวแหลมคม ไฟบรรลัยกัลป์สีม่วงอมฟ้าในปากลามเลียออกมาภายนอกดุจลูกกระสุนเพลิง

จริงๆ นี่แค่เอาไว้ขู่เท่านั้นเอง ไฟของพญานาคนั้นทลายภูเขาทั้งลูกได้ในพริบตาเดียว ไม่จำเป็นต้องเอามาใช้กับหมอผีปลอมๆ อย่างหมอแม้นให้เสียเกียรติแต่อย่างใด อีกทั้งความโกรธของเขามลายหายไปนานแล้ว

หมอแม้นเห็นไฟนรกปรากฏตรงหน้าก็ถึงกับฉี่ราด... ได้เผชิญหน้ากับขุนเขา ถึงได้รู้ว่าตัวเองเล็กแค่ไหน หมอผีเฒ่าถึงกับเป็นลมสลบไปทันที

เจมี่มองหมอแม้นที่นอนจมสิ่งปฏิกูลของตนเองด้วยสีหน้าเหยียดหยาม แล้วจึงกลางร่างเป็นเทวดารูปทองดังเดิม สร้างความฮือฮาให้แก่ชาวบ้านเขามะเดื่ออีกรอบ แต่คราวนี้ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว พญาจิตสุวรรณนั้นรูปงามเป็นที่เลื่องลืออยู่แล้วแม้แต่ในหมู่เทวดาด้วยกัน ไม่ต้องพูดถึงมนุษย์โลกที่เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็นเทวดามาก่อน...

ชาวบ้านทั้งหลายที่ก่อนหน้านี้วิ่งพล่านด้วยความกลัว ตอนนี้ต่างตกอยู่ในสภาพบื้อใบ้ แววตาเคลิบเคลิ้มไปตามๆ กันทั้งหญิงชาย

"เทวดา..."

"งามเหลือเกิน...."

"ท่านเทวดาเป็นของข้า อย่าแย่งนะ" เหล่าหญิงสาวเริ่มตบตีกันวุ่นวายไปหมด

หนูด้วงที่แอบอยู่หลังต้นไม้ชะเง้อคอออกมามองภาพตรงหน้าอย่างตกตะลึง ที่แท้...ท่านเทวดา พี่บุญมี และพญานาคเกล็ดทองก็คือคนเดียวกัน!

"หยุด!!" เจมี่ประกาศเสียงดังก้องไปทั่ว แม้แต่น้ำเสียงนั้นยังนุ่มละมุนชวนฝัน ความวุ่นวายจึงยุติลง

เจมี่เดินเข้าไปอุ้มหนูด้วงที่ดูเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่างไปแล้วเข้าเอวเหมือนดังเคย

เขายกมือที่ประดับแหวนเพชรแหวนทองแพรวพราวลูบจมูกเด็กน้อยเบาๆ "อะแฮ่ม เด็กคนนี้มิใช่ผีปอบ แม่เขาก็ไม่ใช่ผีปอบ เป็นเพราะแม่หนูด้วงไม่รับรักหมอแม้น เจ้าคนชั่วจึงใส่ร้ายหญิงสาวที่น่าสงสารและลูกน้อยของนาง ทั้งยังทำของสกปรกใส่สามีของนางจนตายอีก โทษทัณฑ์ในครานี้ ให้พวกเจ้าตัดสินกันเองก็แล้วกัน"

ในเมื่อเก่งเรื่องปลุกมวลชนดีนัก ก็จงถูกมวลชนจัดการเถิด

"ไอ้หมอผีชั่วสมควรตาย! ฆ่ามัน!" ชาวบ้านหลายคนเริ่มปาก้อนหินใส่หมอแม้นที่ยังนอนสลบอยู่บนพื้น ความเจ็บเริ่มทำให้หมอผีเฒ่ารู้สึกตัว สภาพน่าสมเพชจนเจมี่ไม่อยากมองด้วยซ้ำไป

"ท่านเทวดา...ที่แท้เป็นท่านเอง" หนูด้วงกระซิบเบาๆ ซบหัวลงบนไหล่เขาแล้วร้องไห้ออกมา

"เด็กดี ต่อไปนี้หมดทุกข์หมดโศกแล้วนะ เรากลับกระท่อมกันเถิด"

"ท่านเทวดารูปทอง ไปพักเรือนข้าเถิด" นายบ้านทองมั่นรีบผลักชาวบ้านคนอื่นให้พ้นทางแล้วรีบเข้ามาประจบประแจงทันที "ต่อไปข้าจะเลี้ยงไอ้ด้วง เอ๊ย.. หนูด้วงอย่างดีเลย"

"ข้า ข้าเลี้ยงเอง"

"ให้ข้าเถิด ข้าจะเลี้ยงเขาดุจลูกในไส้" ชาวบ้านเริ่มตะโกนแข่งกัน

เอาอีกแล้ว เจมี่ปวดหัวยิ่งนัก

ยังไม่ทันจะได้ไปไหน เทวดานับร้อยองค์ก็ปรากฏกายขึ้นพร้อมแสงสว่างจ้า ชาวบ้านเขามะเดื่อส่งเสียงฮือฮากันเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ พูดได้แต่ว่า เรื่องในวันนี้จะต้องถูกเล่าไปชั่วลูกชั่วหลานแน่นอน

เหล่าเทพบุตรรูปงามทั้งหลายต่างทรุดกายนั่งลงแล้วถวายบังคมเขาอย่างนอบน้อม

"พญาจิตสุวรรณนาคราช พวกเราตามหาท่านเสียทั่ว" นาคหนุ่มรูปงามผู้หนึ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงยินดี เขามีนัยน์ตาสีทอง รูปร่างล่ำสัน เจมี่จำได้ว่าเขาคือสุปินนะนาคราช บริวารคู่ใจของพญาจิตสุวรรณซึ่งมาจากตระกูลวิรูปักษ์เช่นเดียวกัน

"เราตามหาท่านบนโลกมนุษย์อยู่หลายวันแต่มิพบ บัดนี้สิงขรรามสูรออกอาละวาดอย่างหนัก ท้าวเวสสุวรรณมีรับสั่งให้ท่านออกปราบมันพ่ะย่ะค่ะ" นาคหนุ่มน้อยรูปงามอีกตนเอ่ยขึ้น เขามีเส้นผมสีขาว นัยน์ตาสีน้ำเงิน รูปร่างผอมสูงสะโอดสะอง เขาก็คือภัททกะนาคราช บริวารคู่ใจพญาจิตสุวรรณอีกตนจากตระกูลฉัพยาปุตตะหรือตระกูลสีรุ้ง

เจมี่เหลือบมองหนูด้วงที่อยู่ในอ้อมแขนอย่างหนักใจ เขาจะทิ้งเด็กน้อยไปได้ยังไง...

"ต้องไปตอนนี้เลยหรือ" เจมี่ถามเบาๆ บริวารทั้งสองเงยหน้ามองเขาด้วยสีหน้าประหลาดใจ

"พ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้โลกมนุษย์เริ่มเกิดภัยพิบัติร้ายแรง ล้วนเป็นฝีมือของสิงขรรามสูรทั้งสิ้น หากไม่รีบ ผู้คนจะยิ่งล้มตายอย่างหนักพ่ะย่ะค่ะ" สุปินนะนาคราชเป็นผู้ตอบ

ตาอินกับยายช้อยแหวกผู้คนเข้ามาหาพวกเขา เมื่อเห็นเจมี่ที่กำลังอุ้มหนูด้วงอยู่ก็ทรุดนั่งลงกับพื้นประนมมือปลกๆ ด้วยความหวาดกลัว

เขาหันกลับมาสบตาเด็กน้อยในอ้อมแขนอย่างลำบากใจ ก่อนกล่าวว่า "หนูด้วง คือข้า..คือข้ามีเรื่องที่ต้องไปทำ ต้องไปปราบปีศาจร้ายรู้ไหม เหมือนในนิทานไง"

"ไม่เอานะจ๊ะ ไม่ไปไม่ได้หรือ" หนูด้วงน้ำตาไหลพราก กอดคอเขาไว้แน่น

"บอกแล้วไงเป็นลูกผู้ชายอย่าขี้แย" เจมี่ลูบจมูกเขาเบาๆ "ปีศาจตนนี้ร้ายกาจมาก ถ้าข้าไม่ไป ผู้คนจะล้มตายอย่างหนัก อาจรวมถึงเจ้าด้วย ข้าคงยอมไม่ได้"

หนูด้วงยิ่งยึดไหล่เขาไว้แน่น "พาหนูไปด้วยเถอะจ้ะ หนูจะไม่...ไม่...เกะกะ หนูแค่...โฮฮฮฮ" แล้วเขาก็ร้องไห้โฮ

ไม่อยาก ไม่อยากให้ท่านเทวดาจากไปเลย ตอนนี้ดวงใจเล็กๆ ของหนูด้วงเจ็บปวดแทบสลาย

เจมี่เดินเข้าไปหาตาอินกับยายช้อย สองตายายมองเขาด้วยสายตาแตกตื่น ดูลังเลว่าจะมองดีหรือไม่มองดี จะนั่งอยู่ตรงนี้หรือจะวิ่งหนีไปเลยดี เจมี่วางหนูด้วงลงตรงหน้า เด็กน้อยเอาแต่กอดขาเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

"ไม่ไป ไม่เอา หนูไปด้วย ฮืออ"

"ตาอินกับยายช้อยจ๊ะ ฉันขอฝากหนูด้วงไว้สักเดี๋ยวจะได้หรือไม่"

สองตายายมองหน้ากัน ดูพูดอะไรไม่ออก

"ได้เอ่อ... ได้เพคะ ได้เจ้าค่ะ" ยายช้อยพูดลิ้นพันกันไปหมด เกิดมาไม่เคยเห็นอะไรงดงามเช่นนี้มาก่อน แววตาเริ่มเคลิบเคลิ้มจนน้ำหมากไหลย้อย ตาอินถองสีข้างทีหนึ่งอย่างตำหนิ

"ท่านเทวดาโปรดวางใจ เราสองตายายจะดูแลไอ้ด้วงให้ดีที่สุดขอรับ" ตาอินพูดพลางพยายามแกะมือหนูด้วงออกจากขาเจมี่อย่างยากลำบาก

"ไอ้ด้วงเอ่ย พี่บุญมีของเอ็งเขาเป็นถึงเทวดา เอ็งตัดใจเสียเถิด" ชายแก่พูดปลอบเบาๆ

"ไม่ ไม่เอา หนูจะอยู่กับท่านเทวดา ฮืออ" เด็กน้อยยังคงร้องไห้ไม่หยุดราวกับจะขาดใจ เจมี่ถอนหายใจก่อนทรุดลงนั่งยองๆ สบตากับเด็กน้อยของเขา

"หนูด้วงฟังข้านะ" เขาลูบหัวหนูด้วงเบาๆ "ข้า...ข้าสัญญาว่าจะกลับมาหาเจ้า" ถึงจะบอกแบบนั้น แต่เจมี่ก็ไม่อาจระบุเวลาได้ เพราะเวลาที่โลกมนุษย์กับโลกทิพย์ต่างกันมาก ถ้าเขาไปนานเกิน กลับมาหนูด้วงอาจจะแก่ชราเลยก็เป็นได้

"จริง... จริงๆ... นะจ๊ะ... พี่.. พี่บุญมีจะกลับมาหาหนูแน่นะ" หนูด้วงพูดขาดห้วงด้วยสะอึกสะอื้น

"ข้าสัญญา" เจมี่ถอดกำไลนาคราชทองคำสวมลงบนข้อมือของเด็กน้อย กำไลวงนั้นเลื้อยพันข้อมือเล็กๆ ของหนูด้วงจนพอดีทันที ไม่ว่าเขาจะเติบใหญ่เพียงใด มันจะพอดีเสมอ...

"ข้าขอสัญญาจากเจ้าขอหนึ่งเช่นกัน เจ้าห้ามฆ่าใคร ห้ามทำร้ายใครเด็ดขาด ไม่อย่างนั้น...ไม่อย่างนั้นข้าจะไม่กลับมาหาเจ้าอีก และเจ้าจะไม่ได้เจอข้าอีกเลย" เจมี่แข็งใจพูด เพราะนี่คือภารกิจหลักที่แท้จริงของเขา

"หนูสัญญาจ้ะ" หนูด้วงรีบตอบทันที เขาหยุดร้องไห้ในที่สุด "พี่บุญมีต้องรีบกลับมานะจ๊ะ หนูจะรอพี่ทุกวันเลย" ดวงตาใสแจ๋วเปื้อนคราบน้ำตานั้นเต็มไปด้วยความรักและความหวัง

เจมี่ดึงเด็กน้อยไปกอดเบาๆ เป็นการบอกลา เขาหันไปทางแก๊งแม่สีทั้งสามที่ยืนรออยู่ใกล้ๆ กล่าวว่า "ฝากดูแลหนูด้วงด้วยนะ"

"ขอรับ พวกเราจะคอยดูแลเด็กคนนี้เป็นอย่างดี" เจ้าแดงตัวหัวหน้ารีบรับคำอย่างแข็งขัน

เจมี่ยืนขึ้น สบตากับหนูด้วงเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหายตัวไปในแสงสว่างพร้อมกับเหล่าเทพบริวาร

"พี่บุญมี!!" หนูด้วงตะโกนพลางมองไปรอบๆ พี่บุญมีของเขาหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่ ราวกับเรื่องทั้งหมดเป็นแค่ความฝัน หนูด้วงมองกำไลนาคบนข้อมือ เขาลูบหัวนาคทองคำเบาๆ คล้ายๆ ว่ามันจะผงกหัวตอบรับนิดๆ หรือบางทีหนูด้วงอาจจะคิดไปเองก็ได้

ตาอินกับยายช้อยลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเลเนื่องด้วยความชรา

"ไปไอ้ด้วง กลับเรือนกัน ต่อไปนี้ไม่มีใครรังแกเอ็งได้อีกแล้ว!!" ยายช้อยพูดเสียงดัง ส่งสายตาหยามเหยียดไปที่หมอแม้นที่ล้มลุกคลุกคลานอยู่บนพื้น และนายบ้านทองมั่นที่ลากไอ้ทองเปลวจากไปอย่างรวดเร็วด้วยความอับอาย ระหว่างที่สองตายายจูงมือหนูด้วงกลับเรือน เด็กน้อยยังคงเอาแต่เหลือบมองไปข้างหลังเสมอราวกับว่าพี่บุญมียังคงยืนอยู่ตรงนั้น และส่งยิ้มให้เขาอย่างเคย

เดี๋ยวพี่บุญมีก็กลับมา เขาปลอบใจตัวเอง เดี๋ยวพี่บุญมีก็กลับมา...

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 133 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

149 ความคิดเห็น

  1. #39 Yeee (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 22:20

    ฮือออ สงสารน้อง จะกลับมาเมื่อไร

    #39
    0
  2. #38 NightHeart (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 16:18
    สะเทือนใจกับคำว่าเดี๋ยวก็กลับมามากอ่ะ หดหู่แปลกๆ ฮือ
    #38
    0
  3. #37 kalamandaton (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 14:07
    กลับมาแหละ....แต่ตอนไหนก็ไม่รู้อ่ะนะ
    #37
    0
  4. #36 helpPreaw33 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 12:49

    เดี๋ยวก็กลับมา

    ......30ปีผ่านไป....

    55555

    #36
    0