ปราบนายตัวร้ายด้วยรัก [Yaoi][ระบบ]

ตอนที่ 16 : โลกทิพย์กายทอง ตอนที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 953
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 112 ครั้ง
    19 มิ.ย. 63

 

 

วันนี้หนูด้วงก็ตื่นแต่เช้ามืดเหมือนเช่นทุกวัน ข้างนอกกระท่อม เสียงไก่ป่าและเหล่านกกาเริ่มขับขานบอกเวลาหากินของพวกมัน หนูด้วงเปิดประตูกระท่อม บิดขี้เกียจหลายครั้ง ตักน้ำล้างหน้าล้างตาก่อนจะเริ่มก่อไฟในเตาเพื่อย่างปลาดุกที่ขังไว้ในโอ่งใบเล็ก (เขายังแอบเปิดหม้อข้าวดูเล็กน้อย กลัวว่าข้าวสีขาวที่ยังเหลือจากเมื่อวานจะอันตรธานหายไป)

เมื่อทำทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เด็กน้อยก็ตักน้ำขันหนึ่งพร้อมผ้าเก่าๆ อีกผืนเตรียมเช็ดหน้าเช็ดตัวให้มารดาที่นอนป่วยอยู่บนแคร่

หนูด้วงจุดตะเกียงจนกระท่อมสว่างไสว แล้วค่อยๆ ใช้ผ้าที่ชุบน้ำและบิดจนหมาดเช็ดไปตามใบหน้าขาวซีดของมารดาที่เริ่มบวมพองเล็กน้อย

เด็กน้อยบรรจงเช็ดไปเรื่อยๆ อย่างเบามือ จู่ๆ น้ำตาก็เริ่มไหลออกมาเป็นสายอย่างควบคุมไม่ได้ จากนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นเสียงสะอื้น

"แม่จ๋า..." เขาทิ้งผ้าในมือแล้วเขย่าตัวมารดาเบาๆ "แม่ตื่นเถิด...เช้าแล้วนะ"

ไม่มีเสียงตอบรับจากผู้เป็นมารดา หนูด้วงไม่ใช่เด็กโง่ เพียงแต่ความจริงอาจยากจะยอมรับไปสักหน่อย

"แม่...ฮือ.." หนูด้วงเช็ดดวงตาด้วยหลังมือก่อนคลานเข้าไปนอนซุกอยู่ข้างกายมารดาราวกับลูกแมวตัวน้อย ทุกอย่างแทบจะเหมือนเดิม ยกเว้นมารดาที่ไม่ยกมือขึ้นมากอดเขาไว้เหมือนเคย

เขานอนอยู่อย่างนั้นจนท้องฟ้าข้างนอกเริ่มสว่าง แสงสีทองของยามเช้าลอดผ่านเข้ามาในกระท่อมผุๆ พังๆ เหล่าแมลงต่างๆ ก็เริ่มมากันแล้ว แต่หนูด้วงไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น

เจมี่มองภาพตรงหน้าอย่างร้อนใจ พยายามลูบผมเปียของเด็กน้อยเบาๆ แต่ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเหมือนเคยราวกับว่าเขาตัดความรับรู้ไปจนหมดแล้ว เจมี่รู้สึกคุ้นๆ กับสภาพนี้ของเขา เกือบเหมือน เหมือน...

ช่างเถอะ...ดูเหมือนเขาจะต้องรีบทำอะไรสักอย่างให้หนูด้วงพ้นจากสภาพนี้ให้เร็วที่สุด เจมี่ตัดสินใจหายตัวไปยังศาลที่ชาวบ้านสร้างไว้ เหล่าสัมภเวสีแก๊งเดิมก็ยังคงกินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย

เจมี่อดคิดไม่ได้ว่าชีวิตพวกมันช่างสุขสบายเสียจริง ชาวบ้านพวกนั้นจะรู้ไหมว่าตัวเองกราบไหว้ตัวอะไรกันอยู่

"พญาจิตสุวรรณนาคราช" เมื่อพวกมันเห็นเขาก็รีบวางของกินในมือแล้วก้มลงกราบตัวสั่นงันงกทันที

"ข้ามีเรื่องให้พวกเจ้าช่วยหน่อย" เจมี่พูดอย่างหดหู่

"ไม่ว่าสิ่งใดพวกเราล้วนยินดีรับใช้ท่าน บุญที่ท่านแผ่ให้พวกเราทำให้เราสุขสบายยิ่งนัก" ภูตผีตัวหัวหน้าพูดขึ้นด้วยความซึ้งใจ ดวงตาแวววาว "ขอเพียงท่านเอ่ยมา ไม่ว่าจะให้ฝ่านรกทะเลเพลิง บุกน้ำลุยไฟ ขึ้นเขาลง -- "

"ความจริงก็มิใช่เรื่องลำบากอันใด ไว้ข้าจะอธิบายให้ฟัง" เจมี่รีบตัดบทก่อนจะเสียเวลาไปมากกว่านี้ "เอาล่ะ ไปกันเถอะ"

 

จนตะวันสายโด่งแล้วหนูด้วงก็ยังคงนอนกอดศพมารดาอยู่บนแคร่ไม้ไผ่เหมือนเดิม ราวกับว่าครึ่งหนึ่งในตัวเขาไม่รับรู้เรื่องราวต่างๆ อีกต่อไปแล้ว เขาแค่นอนอยู่แบบนั้น ไม่สนใจกลิ่นหรือแมลงวันที่กำลังเพลิดเพลินกับอาหารมื้อใหญ่ แล้วเสียงเคาะประตูกระท่อมก็ดังขึ้น

แปลกจริง ไม่เคยมีใครทำแบบนี้เลย ใครกำลังเคาะประตูนะ

แม้ดวงตายังคงเป็นสีแดงก่ำจากการร้องไห้ แต่หนูด้วงก็ค่อยๆ ลุกขึ้นเดินไปเปิดประตู เป็นพี่ชายรูปงามคนนั้นนั่นเอง

"สวัสดี" เจมี่พูด "ข้าหมายถึง เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง"

เด็กน้อยมองเขาด้วยแววตาเลื่อนลอยแปลกๆ "พี่ชายมาหาใครหรือจ๊ะ"

"ข้า...ข้าเดินทางเหนื่อยๆ กำลังหาที่พัก เห็นกระท่อมของเจ้าก็ดูใช้ได้" 

"เดินลงเขาไปทางทิศตะวันออกจะเจอหมู่บ้านจ้ะ พี่ชายไปพักที่นั่นเถิด กระท่อมของข้า...กระท่อมของข้าทรุดโทรมยิ่งนัก"

เขายกมือสกปรกจะเช็ดตา เจมี่รีบดึงมือน้อยๆ เอาไว้ หนูด้วงเงยหน้ามองเขาอย่างประหลาดใจ

"มือสกปรกขนาดนี้ เช็ดตาจะติดเชื้อโรคเอาได้"

"เชื้อโรค?" หนูด้วงทวนคำอย่างงุนงง "เชื้อโรคคืออันใดจ๊ะ" ตอนนี้เขาเริ่มได้สติแล้ว เจมี่ขี้เกียจเสแสร้งจึงพยักหน้าให้แก๊งสัมภเวสีที่ยืนรออยู่ด้านหลัง พวกมันเข้าใจทันที รีบเดินดุ่มๆ เข้าไปในกระท่อม

"พวกท่านจะทำอันใด!!" หนูด้วงร้องอย่างตกใจเมื่อเห็นแก๊งสัมภเวสีใช้ผ้าขาวค่อยๆ ห่อร่างไร้วิญญาณบนแคร่ "แม่ จะเอาแม่ไปไหน!!" หนูด้วงพยายามเข้าไปยื้อยุดฉุดกระชากร่างมารดา แต่ถูกเจมี่รั้งเอาไว้

"แม่จ๋า จะเอาแม่ไปไหน ฮือ..."

"เด็กดี..." เจมี่กอดเขาเอาไว้ ลูบหลังเบาๆ "แม่เจ้าตายแล้ว หักอกหักใจเสียเถิด"

หนูด้วงร้องไห้ไม่หยุด ดิ้นรนจนเจมี่แทบจับไว้ไม่อยู่ "แม่..แม่จ๋า..." ในที่สุดเด็กน้อยก็ร้องไห้จนสลบไป

"พญาจิตสุวรรณ จะให้ฝังนางไว้ที่ไหนขอรับ" เจ้าผีตัวหัวหน้าถามขึ้น บนบ่ามันมีร่างไร้ชีวิตที่ห่อผ้าขาวเรียบร้อยแล้ว

"เจ้าไปขุดหลุมที่โคนต้นคูนต้นนั้นก่อน" เจมี่ชี้มือไปที่คูนต้นใหญ่ที่กำลังออกดอกสีเหลืองเป็นพุ่มงดงามมาก เขาคิดว่าที่นี่คือที่ที่สวยที่สุดแล้วสำหรับหญิงสาวชีวิตแสนอาภัพคนนี้ "ขุดแล้วแค่วางไว้เฉยๆ รอเขาฟื้นค่อยฝัง"

"ขอรับ" พวกมันรับคำก่อนเริ่มทำตามคำสั่งอย่างแข็งขัน

เจมี่ประคองหนูด้วงไว้บนตัก เขาใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดค่อยๆ เช็ดตามใบหน้าและร่างกายที่ส่งกลิ่นเหม็นหึ่งของเขา ความเย็นสดชื่นและกลิ่นหอมอ่อนๆ ทำให้หนูด้วงเริ่มได้สติ เปลือกตาขยับเล็กน้อยก่อนค่อยๆ ลืมขึ้นในที่สุด

"ท่าน...ท่านเทวดา" แรกเริ่มหนูด้วงเห็นบุรุษผู้หนึ่งที่เป็นสีทองทั้งตัว แต่งองค์ทรงเครื่องงดงามหาใดเปรียบ

"งดงามเหลือเกิน" เขากระซิบ แต่พอกะพริบตาหลายครั้งภาพที่พร่าเลือนก็ค่อยๆ ชัดเจนขึ้น ไม่ใช่เทวดารูปทองแต่อย่างใด เป็นพี่ชายรูปงามคนนั้นนั่นเอง

"ตื่นแล้วหรือ" เจมี่ประคองหนูด้วงให้ลุกยืนขึ้น ยื่นขันน้ำลอยดอกมะลิให้เด็กน้อยดื่มแก้กระหาย อดถอนหายใจไม่ได้บางทีสำหรับเรื่องนี้ ยิ่งยอมรับได้เร็วก็จะยิ่งเจ็บปวดน้อยกว่า "ฟังข้านะหนูด้วง ข้ารู้ว่ามันยาก แต่เจ้าต้องยอมรับความจริง แม่ของเจ้าเขาไปสบายแล้ว"

เด็กน้อยสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หลายครั้ง แม้ดวงตาจะแวววาวแต่ก็ไม่ได้มีน้ำตาหยาดลงมาอีก "จ้ะ หนูเข้าใจแล้ว" เขาดูปลงตกในที่สุด

"เอาล่ะ" เจมี่อุ้มหนูด้วงเข้าเอว "เราไปส่งนางกันดีหรือไม่"

เขาอุ้มเด็กน้อยมาจนถึงหลุมใหญ่ใต้ต้นคูนที่เหล่าสัมภเวสีขุดไว้อย่างเรียบร้อย พวกมันยืนรออยู่ด้านข้าง มือประสานกันอยู่ข้างหน้า สายตาหลุบต่ำอย่างสงบ เจมี่ปล่อยหนูด้วงลง เด็กน้อยไม่ได้ร้องไห้แล้ว แต่กลับดูไร้ชีวิตชีวา ราวกับตัวตนบางส่วนเขาได้นอนอยู่ที่ก้นหลุมด้วย เจมี่อดจินตนาการไม่ได้ว่าถ้าหากคนที่นอนอยู่ในหลุมเป็นคุณยายของเขา สภาพเขาก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่

เจมี่ย่อตัวลงกุมมือหนูด้วงเอาไว้ ก่อนพูดว่า "บอกลาแม่เจ้าเสียเถิด"

หนูด้วงเดินไปข้างหน้านิดหนึ่ง มองดูร่างที่ถูกผ้าขาวห่อไว้ก้นหลุม "แม่จ๋า...ขอให้แม่...ขอให้แม่มีความสุข..ฮือ" เขาพูดได้แค่นั้นก็เริ่มร้องไห้อีกครั้ง เจมี่ดึงเด็กน้อยไปกอดพลางลูบหัวเบาๆ แม้คำล่ำลาจะไม่ได้สวยหรูอะไรแต่ก็จริงใจที่สุดแล้ว

เหล่าสัมภเวสีเริ่มใช้เสียมกลบดินลงไป ชั้นแล้วชั้นเล่า จวบจนไม่เห็นผ้าขาวอีกต่อไป

กว่าจะจบเรื่องก็เป็นเวลาเย็นแล้ว จักจั่นร้องระงมไปหมด ท้องฟ้าเป็นสีม่วงแดงสวยงามมาก เจมี่ไม่อาจมองเห็นได้ชัดเจนว่ามารดาของหนูด้วงไปสู่ภพภูมิไหน รู้เพียงไม่ใช่ที่ที่ไม่ดี

"หนูด้วง ดูอะไรนั่นสิ" เจมี่ร้องร้องตื่นเต้น

เมื่อใบหน้าเล็กๆ หันไปดูก็เป็นอันตกตะลึง เหนือหลุมศพมารดามีหิ่งห้อยนับพันหมื่นตัวกำลังบินขึ้นสู่ท้องฟ้า แท้จริงแล้วเป็นเพียงเวทมนตร์เล็กๆ ของเทวดาองค์หนึ่ง แต่เป็นภาพที่สวยงามมากเสียจนหนูด้วงจำภาพนี้ได้จนวันตาย

"สวยจังเลยจ้ะ" เขากระซิบ สีหน้าดูสดใสขึ้น มือน้อยๆ ยื่นออกไปคล้ายอยากสัมผัส หิ่งห้อยหลายตัวบินมาเกาะบนมือเล็ก หนูด้วงหัวเราะเล็กน้อย แล้วพวกมันก็ผละจากมือเขาบินขึ้นฟ้า

พวกเขายืนดูหิ่งห้อยพวกนั้นอยู่นาน จวบจนตัวสุดท้ายบินขึ้นไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงความมืดและแสงจันทร์จางๆ

"หิวหรือไม่" เจมี่ถาม

เด็กน้อยลูบท้องแห้งๆ แล้วตอบตามความจริงว่า "หิวจ้ะ"

ตอนนี้หนูด้วงอดสงสัยไม่ได้ว่าพี่ชายรูปงามคือใคร ทำไมรู้ชื่อเขา แต่ที่แน่ๆ คือพี่ชายรูปงามคงไม่ใช่คนใจร้าย เพราะทั้งเนื้อทั้งตัวเขาก็ไม่มีอะไรให้ปล้นได้อยู่แล้ว

"ไป เราเข้าบ้านกัน" เจมี่อุ้มหนูด้วงจะเดินเข้ากระท่อม แต่นึกถึงพวกแก๊งสัมภเวสีขึ้นมาได้ เขาหันหลังกลับไปหาบริวารจำเป็นที่ยังคงยืนรออยู่อย่างสงบ "วันนี้ขอบใจพวกเจ้ามาก พวกเจ้าไปพักผ่อนก่อนเถิด แล้วข้าจะแผ่เมตตาให้"

"ขอรับ" พวกมันรับคำก่อนเดินเรียงแถวเข้าป่าไป

เจมี่วางหนูด้วงลงบนแคร่ตัวใหม่ที่ถูกแปลงโฉมเรียบร้อยแล้ว เขาจุดตะเกียงจนกระท่อมหลังน้อยสว่างไสวอบอุ่นด้วยแสงนวลตา บนแคร่ ทั้งหมอนทั้งผ้าห่มล้วนนุ่มฟูและสะอาดสะอ้าน ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง มุมห้องมีเสื้อผ้าเนื้อดีมากมายกองซ้อนเป็นตั้งสูง เด็กน้อยมองรอบห้องอย่างประหลาดใจ

คล้ายๆ ว่ากระท่อมของเขาจะใหญ่ขึ้นหรือเปล่านะ หนูด้วงเกาหัวแกรกๆ

"พี่เป็น...พี่เป็นเจ้าชายหรือจ๊ะ" หนูด้วงอดใจไม่ไหวจึงถามออกมาในที่สุด

เจมี่หัวเราะ "ทำไมถึงคิดว่าข้าเป็นเจ้าชายล่ะ"

"ก็พี่ดูไม่เหมือนคนในหมู่บ้านเลยสักนิด" หนูด้วงเอียงคอตอบ "พี่เหมือนเจ้าชายในนิทานที่แม่เล่าให้ฟัง เจ้าชายปลอมตัวมาเที่ยวป่า มาเจอสาวชาวบ้าน ตกหลุมรักแล้วก็แต่งงานกัน แล้วแม่เจ้าชายก็ร้ายกาจกับสาวชาวบ้าน สาปให้สาวชาวบ้านกลายเป็นปลาบู่ -- "

"..." แล้วทำไมเรื่องนี้มันคล้ายปลาบู่ทองขึ้นมาได้

"เอาล่ะ เจ้าชายจะออกไปหาอาหารมาเลี้ยงเจ้า รออยู่ตรงนี้สักประเดี๋ยว" เจมี่เดินออกจากกระท่อมไปทางด้านหลัง ก่อนจะแอบเสกไก่ทอดเคเอฟซีกับข้าวสวยร้อนๆ อีกหม้อใหญ่ หวังว่าหนูด้วงจะไม่ถามวิธีทอดไก่ ไม่อย่างนั้นเขาก็ไม่รู้จะตอบยังไงเหมือนกัน คนที่นี่ใช้แต่หม้อดินเผาหุงต้มอะไรไปเรื่อย ยังไม่รู้จักหลอมกระทะหรือเอาน้ำมันมาทอดอะไรทั้งสิ้น

เขานิ่งคิดชั่วครู่ ควรมีอาหารน้ำๆ อีกสักอย่าง เขาจึงเสกต้มฟักมะนาวดองของโปรดคณิณขึ้นมา ทว่าพอเห็นต้มฟักแล้วก็เกิดสลดใจ อันที่จริงแม้จะบอกว่าเป็นคนเดียวกัน แต่เจมี่กลับไม่สามารถเชื่อมโยงหนูด้วงกับคณิณได้เลย อีกทั้งชาตินี้เขาเป็นเทวดา ยังไงก็ไม่สามารถครองคู่กับมนุษย์ได้ ทั้งเขายังรู้สึกเอ็นดูหนูด้วงเหมือนน้องชายเท่านั้น

เจมี่ยกสำรับอาหารเข้าไปในห้อง แต่เด็กน้อยกอดหมอนนุ่มๆ หอมๆ หลับไปแล้ว เจมี่ต้องสะกิดนิดหนึ่งถึงได้ตื่นขึ้นมา

"กินข้าวก่อนแล้วค่อยอาบน้ำนอนนะ" เขาวางอาหารลงบนแคร่อย่างเบามือ เด็กน้อยมองอาหารหน้าตาแปลกๆ ตรงหน้าอย่างประหลาดใจ ก่อนจะค่อยๆ หยิบไก่ทอดชิ้นหนึ่งขึ้นมาดมๆ แล้วกัด จากนั้นก็ตาโตเป็นไข่ห่าน

"อร่อยมากเลยจ้ะ นี่คือสิ่งใดจ๊ะ"

นั่นไง แล้วเขาก็สงสัยจริงๆ

"นั่นก็คือ...อาหารสุดพิเศษของบ้านข้าเอง ทอดในน้ำมัน เดี๋ยววันหลังข้าจะสอนทำ อร่อยก็กินเยอะๆ มีน้ำจิ้มไก่ด้วยนะ" เขารีบยื่นถ้วยเล็กๆ ใส่น้ำจิ้มไก่รสหวานให้

เด็กน้อยกินไก่ทอดไปสักพักก็มองช้อนในต้มฟักมะนาวดองอย่างสงสัย เจมี่เลยช่วยอธิบายวิธีใช้ช้อน หนูด้วงตักขึ้นมาคำหนึ่งแล้วส่งเข้าปากอย่างลังเล จากนั้นก็ตาโตเป็นไข่ห่านอีกรอบ

"อร่อยมากเลยจ้ะ หนูชอบต้มฟักนี่มากเลย" เขายิ้มฟันหลออย่างมีความสุข เจมี่เห็นดังนั้นก็รีบตักอาหารใส่จานให้หนูด้วงเพิ่ม กินเสร็จก็ช่วยกันเก็บล้าง หนูด้วงยังคงพิจารณาจานชามกระเบื้องชุดสวยอย่างประหลาดใจไม่เลิกจนเจมี่ต้องลากเขาไปอาบน้ำเข้านอน ไม่มีแปรงสีฟันและหนูด้วงก็ไม่รู้จักการแปรงฟัน เขาแค่บ้วนปากเท่านั้น เรื่องนี้ต้องถูกแก้ไขด่วน เจมี่ลิสต์ไว้ในใจ

หลังจากส่งหนูด้วงเข้านอนแล้ว เขาก็นั่งคิดนอนคิดอยู่หลายตลบว่าจะเลี้ยงเด็กน้อยยังไงดี ถ้าเป็นยุคสมัยปัจจุบัน หนูด้วงคงได้ไปอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแน่ อีกทั้งเจมี่เป็นลูกคนเดียว ไม่เคยมีพี่น้อง ไม่รู้จริงๆ ว่าควรทำยังไง จะเนรมิตอาหารการกินต่อไป ไม่นานหนูด้วงก็จะเริ่มสงสัย

อีกสาเหตุที่เจมี่ไม่อยากเนรมิตอะไรไปเรื่อยๆ ก็คืออัตราแลกเปลี่ยนระหว่างโลกทิพย์กับแดนมนุษย์ที่ต่างกันมาก อธิบายให้เห็นภาพก็คือ สมมุติว่าเจมี่จะเสกข้าวทิพย์หนึ่งหม้อ จะต้องใช้บุญบารมีของเทวดาถึงห้าหมื่นแต้มบุญ ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงมาก ขืนเป็นอย่างนี้ต่อไป กว่าหนูด้วงจะโตเป็นผู้ใหญ่ บุญบารมีเขาน่าจะหมดเสียก่อน อีกทั้งการเอาแต่เสกอะไรออกมาทุกครั้งก็จะสร้างความเคยชินผิดๆ ไปเปล่าๆ

"ระบบ" เจมี่เรียกหาที่พึ่งสุดท้ายของเขา "ระบบจ๋า"

[โฮสต์ คุณทำให้ฉันขนลุก แม้ฉันจะไม่มีขนก็ตาม] ระบบตอบเสียงเย็นชา

"ผมควรจะทำยังไงกับเด็กน้อยคนนี้ดี?"

[ฉันมีคำแนะนำสั้นๆ คือ 'ทำให้เป็นที่ยอมรับ' ] ระบบตอบ

เจมี่นิ่งคิด ทำให้เป็นที่ยอมรับ? "คุณหมายถึง ทำให้หนูด้วงเป็นที่ยอมรับของชาวบ้านเหรอ แล้วมันทำยังไง?"

[นั่นเป็นปัญหาของคุณ เจมี่]

"ปัญหาของผม? ทำไมมีแต่ปัญหาของผมล่ะ คนดีที่ถูกเลือกอะไรกัน มีแต่ปัญหา!" เจมี่แอบบ่นงุบงิบกับตัวเอง

เขายังคงนั่งคิดอะไรอยู่เนิ่นนานจนเกือบรุ่งสาง โชคดีที่เทวดาไม่จำเป็นต้องนอนบ่อยนัก เรื่องแรกที่จะต้องเร่งแก้ปัญหาก็คือเรื่องปากท้องของหนูด้วง พวกเขาจะต้องเริ่มเพาะปลูก เลี้ยงตัวอะไรสักอย่างสองอย่าง เพื่อที่หนูด้วงจะได้เติบโตขึ้นอย่างสมบูรณ์แข็งแรง แต่งงานกับผู้หญิงดีๆ สักคน สร้างครอบครัวที่อบอุ่นและมีชีวิตเรียบง่ายแต่เป็นสุข

ใครสักคนในโลกเก่าของเขาได้กล่าวไว้ว่า เงินทองเป็นของมายา ข้าวปลาคือของจริง ประโยคนี้ดูเหมือนจะเข้ากับชีวิตของคนในยุคสมัยนี้ได้พอดี

เจมี่เดินสำรวจรอบๆ กระท่อมพลางจินตนาการสิ่งต่างๆ ที่ควรมีไปด้วย กระท่อมหลังนี้แทบจะอยู่ร่วมกับป่า แม้จะมีพื้นที่เยอะก็จริงแต่ก็รกเหลือเกิน ต้องแผ้วถางพอสมควร โชคดีที่ดินแถบนี้อุดมสมบูรณ์ จะปลูกอะไรก็คงเป็นเรื่องง่าย

ขณะที่เจมี่กำลังจะเดินไปปลุกหนูด้วงมากินอาหารเช้า เบื้องหน้าก็ปรากฏแสงสว่างสีขาวนวลตา เมื่อแสงนวลเริ่มจางลงก็เผยให้เห็นเรือนร่างอรชรของนางฟ้าองค์หนึ่ง ทรงอาภรณ์และเครื่องประดับสีขาวบริสุทธิ์ระยิบระยับไปทั้งร่าง เมื่อเจมี่เห็นหน้านางฟ้าองค์นี้ชัดๆ ก็ได้แต่อุทานในใจว่า "แย่แล้ว!"

"พญาจิตสุวรรณนาคราช" นางฟ้าองค์นั้นเอื้อนเอ่ยด้วยเสียงหวานกังวานใส "เหตุใดท่านจึงไม่ยอมไปร่วมงานชุมนุมเทพสมุทร เหล่าเทวดานางฟ้าทั่วสวรรค์ต่างร่ำลือกันว่าเพราะข้าปฏิเสธรักของท่าน เลยทำให้ท่านเสียใจถึงขนาดพ่ายแพ้ต่อทินสูรยักษา จนต้องมาหลบเร้นกายอยู่ในโลกมนุษย์เช่นนี้ ข้าขอบอกตามตรงว่า...ท่านทำให้ข้าอึดอัดใจยิ่งนัก"

เจมี่อยากจะบอกเธอเหลือเกินว่าตอนนี้เขาก็อึดอัดใจพอๆ กัน

จากความทรงจำ นางฟ้าองค์นี้มีนามว่า องค์หญิงบัวทองผุสดี เป็นนางฟ้าเซเลบที่สวยติดอันหนึ่งในห้ายอดหญิงงามแห่งสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกาที่พญาจิตสุวรรณไปเทียวไล้เทียวขื่อตามจีบอยู่หลายร้อยปีก็ไม่สำเร็จ

เห็นได้ชัดว่า ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกใช้ไม่ได้กับทุกคนจริงๆ

เจมี่พยายามทำตัวให้เป็นปรกติที่สุด แต่เขาไม่รู้จะเอ่ยอะไรจริงๆ ขณะกำลังจะอ้าปากทักทาย นางฟ้าองค์นั้นก็ปรี่เข้ามาประชิดตัวทันที นางมีสีหน้าประหลาดใจเหมือนรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง

"เจ้ามิใช่พญาจิตสุวรรณนาคราช เจ้าเป็นใคร?" องค์หญิงบัวทองกระซิบเบาๆ

เจมี่ตัวแข็งทื่อเหมือนถูกสาปทันที ดูเหมือน...เขาจะโดนจับได้แล้ว...

 

 

__________________________

 

 

Talk ความจริง Arc นี้อยากเขียนให้เป็นแนวชีวิตชีวิตสโลไลฟ์ ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์อะไรไป แต่ก็กลัวรีดจะเบื่อกันซะก่อน 555 ขอบคุณทุกคอมเม้นต์และหัวใจนะจ๊ะ เป็นกำลังใจให้มากเลย

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 112 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

147 ความคิดเห็น

  1. #31 kuin326 (@kuin326) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 12:33

    โดนจับได้แล้วว ทำไงทีนี้ต้าวน้อนนน 0c0)
    #31
    0
  2. #30 NightHeart (@NightHeart) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 23:28
    โอ้!!! (อ้าปากตัวโตๆ) // OoO!!
    #30
    0