ปราบนายตัวร้ายด้วยรัก [Yaoi][ระบบ]

ตอนที่ 12 : โลกละครหลังข่าว ตอนจบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,644
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 191 ครั้ง
    11 พ.ค. 63

 

 

ในที่สุดเมื่อชีวิตของพวกเขาเริ่มเข้าที่เข้าทาง คณิณก็เริ่มไปพบจิตแพทย์และเข้ารับการรักษาอย่างจริงจัง เขารู้สึกว่าพอคณิณได้พูดทุกอย่างออกมาก็ดูสงบขึ้น ใจเย็นลงจริงๆ ไม่ได้เย็นแบบเก็บกดอย่างที่เคยเป็นมา เจมี่คอยดูแลให้เขากินยาบางประเภทอย่างตรงเวลาและทำอาหารกินกันเองบ่อยๆ

วันนี้เป็นวันเสาร์ อีกเพียงอาทิตย์กว่าๆ ก็จะเปิดเทอมแล้ว เมื่อคืนพวกเขานั่งดูหนังกันจนดึกดื่นเลยตื่นสายมาก เจมี่ค่อยๆ แกะตัวเองออกจากอ้อมแขนของคณิณก่อนจะก้มลงจูบหน้าผากเขาเบาๆ สีหน้าคณิณดูผ่อนคลายมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ได้มีทุกวัน เขามีปัญหานอนไม่หลับและยาทุกอย่างในโลกนี้ก็มีผลข้างเคียงของมัน บางวันคณิณก็ดูปรกติดี บางวันเขาก็นอนเบิกตาโพลงอยู่บนเตียงทั้งวันเหมือนคนตายไปแล้ว คุณหมอของเขาสัญญาว่าทุกอย่างจะค่อยๆ ดีขึ้น ไม่รู้ว่าอีกกี่เดือนหรือกี่ปี แต่เจมี่ก็เชื่ออย่างนั้น

เขาลงไปซูเปอร์มาร์เก็ตด้านล่างคอนโด ซื้อของสดของแห้งมาเติมตู้เย็นจนเต็ม สมัยอยู่กับคุณยายในโลกก่อนเขาเองก็เป็นคนเข้าครัวอยู่บ่อยๆ เนื่องจากช่วงสองสามปีที่ผ่านมานี้คุณยายเขาเริ่มสุขภาพไม่แข็งแรง จะลุกนั่งทีก็แสนลำบาก อีกทั้งคุณแม่เขาที่เป็นบุตรสาวคนเดียวก็มาตายจากไป เจมี่จึงกลายเป็นผู้สืบทอดตำรับอาหารคาวหวานต่างๆ ของคุณยายไปโดยปริยาย

วันนี้เขาจะทำไก่ทอดสูตรพิเศษและต้มฟักมะนาวดองที่เป็นเมนูโปรดของคณิณ ขณะกำลังปอกลูกฟักอย่างตั้งใจอยู่นั้น วงแขนแข็งแรงก็โอบกอดเขาไว้จากทางด้านหลัง

"ผมทำอาหารอยู่ ออกไปก่อน -- "

คณิณยังคงก้มหน้าหลับตาพริ้มอยู่ในซอกคอเขาไม่ขยับ เจมี่มองอย่างอ่อนใจ หลังๆ มานี้เขาชอบกอดมากเป็นพิเศษ กอดได้ทุกที่ทุกเวลา จนเจมี่รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแม่โคอาล่าที่มีลูกเกาะแน่นอยู่บนหลังอะไรแบบนั้น

"ฉันยังอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมจู่ๆ นายถึงทำอาหารเป็นขึ้นมา" คณิณพูดงัวเงียอยู่ข้างหู "ฉันยังจำรสชาติโจ๊กที่นายสาดใส่ฉันได้อยู่เลย รู้ไหมว่าฉันต้องสระผมอยู่นานแค่ไหน" เขาหัวเราะแผ่วเบาพลางจูบแก้มเจมี่

เขายังไม่ลืมโจ๊กบัดซบนั่นอีก เจมี่ถอนใจ แม้ว่าคณิณอาจพูดเหมือนติดตลก แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เขารู้สึกได้ว่าคณิณกำลังตกอยู่ในความทรงจำเลวร้ายอีกแล้ว หน้าที่ของเจมี่ก็คือการแก้ไขเรื่องตลกร้ายที่ไม่ขำของเขาให้กลายเป็นเรื่องตลกจริงๆ อย่างแนบเนียนที่สุด

"ถ้าพี่ไม่ไปอาบน้ำมายืนเกาะผมอยู่แบบนี้ ผมจะสาดพี่อีกรอบแน่!!" เจมี่ชี้มีดทำครัวใส่หน้าเขา "ไปซะ ชิ้วๆ"

คณิณหัวเราะ ขยี้ผมเขาจนยุ่งก่อนเดินออกไป

พอร่างสูงเดินออกไปแล้ว เจมี่ก็หุบยิ้มทันที พรุ่งนี้ก็จะเป็นวันเปิดพินัยกรรม และเป็นวันแรกที่คณิณจะต้องเผชิญหน้ากับคนในครอบครัวหลังเหตุการณ์น้ำตานองหน้าครั้งล่าสุด

แม้ว่าคณิณจะบอกเขาว่าเตรียมพร้อมแล้วสำหรับการไม่ได้อะไรเลยสักบาทเดียว และแม้จะพยายามพูดให้เจมี่สบายใจว่าเขามีเงินที่คุณพ่อทิ้งไว้ให้ ไม่ได้สนใจอะไรกับพินัยกรรมอีกแล้ว แต่เจมี่ต้องเตรียมรับมือกับความผิดหวังของเขาเอาไว้ก่อน ซึ่งจะต้องมีอย่างแน่นอน

ระบบไม่ได้บอกว่าเขาจะอยู่ที่นี่ได้นานแค่ไหน บางทีเขาก็อดสงสัยไม่ได้ว่าหากเขาไม่อยู่แล้วคณิณจะเป็นยังไง...

ขณะที่กำลังทำอาหารพลางคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่นั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เจมี่ล้างมืออย่างรวดเร็วก่อนวิ่งออกไปที่ประตู เขาชะงักนิดหนึ่งแล้วส่องดูจากช่องตาแมวก่อน เป็นคุณหญิงแม่นั่นเอง

เขาเปิดประตูพลางส่งยิ้มกว้าง "คุณแม่มาได้ยังไงครับ"

คุณหญิงพวงผกาหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดฝาด เธอยื่นมือมาจับแขนเขาไว้แน่น เหลือบมองไปข้างหลังเขาแล้วกระซิบถามว่า "ไอ้คณิณมันอยู่ในห้องหรือเปล่า"

เจมี่เริ่มรู้สึกแปลกๆ "คณิณอาบน้ำอยู่ คุณแม่มีอะไรหรือเปล่าครับ"

"ลูกไปคุยกับแม่หน่อย เดี๋ยวนี้!!" คุณหญิงพวงผกาลากแขนเจมี่ที่กำลังงุนงงออกจากห้องทันที

เขากับคุณหญิงพวงผกากำลังนั่งอยู่ในสวนข้างสระว่ายน้ำ คุณหญิงแม่ของเขามองซ้ายมองขวาอย่างมีพิรุธ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่รอบข้างก็หยิบขวดแก้วเล็กๆ ขวดหนึ่งที่บรรจุน้ำสีใสออกมา

เจมี่ชะงักทันที

"กล่อมกมล ลูกเป็นลูกแม่ ฟังแม่ให้ดี" คุณหญิงพวงผกายัดขวดนั้นเข้ามาใสมือเขา "ไอ้คณิณมันแพ้ยาบางอย่างรุนแรงมาก ยานี้จะทำให้อาการแพ้ของมันกำเริบ"

"คุณแม่!?" เจมี่ร้องเสียงหลงอย่างไม่อยากจะเชื่อ นี่คุณหญิงพวงผกาเสียสติขนาดจะยืมมือลูกตัวเองฆ่าคนเลยเหรอ

"นี่มัน -- นี่มันไม่ถูกต้องนะครับ" เจมี่วางขวดยาลงบนโต๊ะแล้วลุกพรวดขึ้นทันที "ผมไม่ทำ"

เจมี่ตั้งท่าจะเดินกลับห้อง แต่คุณหญิงแม่กลับฉุดแขนเขาไว้อย่างแรง "ลูกแม่ คุณหญิงย่ากับแม่ตกลงกันแล้ว ตอนนี้มีลูกคนเดียวที่จะทำได้ แม่รับรองว่าลูกจะไม่เดือดร้อนแน่นอน กล่อมกมล แม่เป็นแม่ของลูกนะ!!"

"ใช่!! แม่เป็นผม!! แล้วทำไมคนเป็นแม่ถึงจะให้ลูกตัวเองฆ่าคน แถมคนคนนั้นยังเป็นพี่ชายผมด้วย คุณแม่เสียสติไปแล้วเหรอ!?"

"ใช่!!แม่เสียสติไปแล้ว แล้วไง!?"

เธอยังคงพยายามยัดยาขวดนั้นใส่มือเขาเหมือนคนจนตรอก

"ลูกต้องเชื่อแม่นะกล่อมกมล ลูกเคยเชื่อแม่มาตลอดไม่ใช่เหรอ เชื่อแม่อีกครั้งนะลูกนะ" เธอลูบใบหน้าเขาพลางอ้อนวอนไปด้วย

"คุณหญิงพวงผกา!!" เสียงของคณิณดังขึ้น เจมี่หันไปเห็นคณิณกำลังเดินมาทางเขา คุณหญิงพวงผกาหน้าซีดจนเขียวไปแล้ว

"คุณหญิงพวงผกา คุณแพ้แม่ผมมาตลอด แพ้ผู้หญิงจนๆ หน้าตาธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ไม่มีอะไรเลยสักอย่างเดียว แม้ว่าเธอจะตายไปแล้ว แต่คุณก็ไม่เคยเอาชนะเธอได้เลย คุณนี่มันน่าสงสารจริงๆ" คณิณพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขาดูไร้ความโกรธแค้นใดๆ เหมือนแค่พูดความจริงเรื่องดินฟ้าอากาศเท่านั้นเอง

"แก แกคอยดูเถอะ!" คุณหญิงพวงผกาหันขวับมาทางเจมี่ "ลูกเองก็เหมือนกัน ลูกทำกับแม่อย่างนี้ได้ยังไง!!" เธอคว้ากระเป๋าสะพายบนโต๊ะก่อนเดินจากไป ก่อนไปยังหันมาถลึงตาใส่คณิณด้วยความโกรธแค้น

เจมี่รู้สึกไม่ดีเอาซะเลย เหมือนเขาเป็นสาวน้อยที่ทิ้งแม่แล้วหนีออกจากบ้านไปกับผู้ชายยังไงชอบกล...

"ว่าไง นายจะฆ่าฉันหรือเปล่า" คณิณหันมามองเขา

"จะรีบเอาไปใส่ต้มฟักเดี๋ยวนี้ พี่ตายแน่" เจมี่พยายามพูดจาหยอกเย้าให้กลายเป็นเรื่องตลกอย่างยากลำบากเต็มที เมื่อเห็นคณิณไม่ขำ ในที่สุดเขาจึงเดินเข้าไปบีบมือพี่ชายของเขาเบาๆ ก่อนเอ่ยว่า "ขึ้นบ้านกันเถอะ"

คณิณยิ้มอ่อนนิดนึงจึงยอมให้เขาจูงกลับห้องอย่างว่าง่าย

 

พวกเขามีกฎที่ไม่เป็นทางการอยู่อย่างหนึ่ง คือการไม่พูดถึงเรื่องแย่ๆ ที่ได้ผ่านไปแล้ว ดังนั้นหัวข้อ คุณหญิงแม่ของเขาพยายามจะฆ่าคณิณให้ตาย ก็เลยไม่ถูกพูดถึงอีก ช่วงบ่ายเจมี่เริ่มสำรวจข้าวของบางอย่างที่คุณอาไพลินทิ้งไว้ เขาพบขาตั้งวาดภาพขนาดใหญ่ในห้องเก็บของ ยังมีพวกสีน้ำมัน สีน้ำ รวมถึงกระดาษและเฟรมผ้าใบจำนวนมากอีกด้วย เจมี่สงสัยว่าภาพสีน้ำมันรูปมารดาของคณิณในห้องทำงานคุณพ่อก็คงเป็นฝีมือคุณอาไพลินนี่เอง สมัยอยู่ที่โลกก่อนเขาเองก็ชอบวาดรูปมาก ซึ่งเขาก็ทำได้ดีพอสมควรเลยทีเดียว ถึงขนาดเคยเป็นตัวแทนจังหวัดลงประกวดวาดภาพมาแล้ว เจมี่ค่อยๆ รื้ออุปกรณ์วาดภาพต่างๆ ออกมาปัดกวาดเช็ดถูอย่างมีความสุข

"นายเอาของพวกนี้ออกมาทำไม อย่าบอกนะว่านายวาดรูปได้ด้วย?" คณิณเดินมาเห็นเขากำลังรื้อข้าวของออกมาก็ถามอย่างสงสัย

"จริงๆ แล้วผมวาดรูปสวยมากนะ" เจมี่บอกยิ้มๆ "พี่มาเป็นแบบให้ผมหน่อยเร็ว"

"ฉันต้องแก้ผ้าหรือเปล่า" คณิณถามจริงจัง

เจมี่หน้าตาเหลอหลา "พี่นี่ วันๆ อยากแต่จะแก้ผ้า!!" เขาอดบ่นไม่ได้ "พี่ไปนั่งตรงนั้นเลยไป ผมเตรียมของแป๊บนึง"

คณิณเดินไปนั่งเต๊ะท่าที่เก้าอี้ตัวหนึ่งอย่างว่าง่าย

เจมี่ไม่อยากวุ่นวายกับการเตรียมอุปกรณ์สีน้ำต่างๆ จึงเลือกหยิบดินสอสีดำมาแท่งหนึ่งกับสมุดสเกตว่างๆ มาเริ่มร่างภาพ เขาเล็งดินสอเคลื่อนไปตามเครื่องหน้าอันงดงามไร้ที่ติของคณิณ จมูกยาวตรงโด่งเป็นสัน ตาสีดำเข้มล้ำลึก ริมฝีปากที่มีเส้นโค้งงดงาม เจมี่อดตกตะลึงไม่ได้

"พี่หล่อมาก" เขาเอ่ยชมอย่างจริงใจ

"แฟนฉันหล่อกว่า" คณิณยิ้มกรุ้มกริ่มแบบที่มักทำให้เจมี่ใจคอไม่ดี

พวกเขาวาดไปหยอกล้อไปกันราวกับคู่แต่งงานข้าวใหม่ปลามัน สักประมาณสิบนาทีเจมี่ก็วาดรูปเสร็จ เขายกกระดาษขึ้นมองอย่างภูมิใจ ภาพร่างลายเส้นของคณิณที่ลงแสงเงาอย่างเหมาะเจาะงดงามปรากฏขึ้นบนกระดาษขาว อาจจะไม่เหมือนที่สุด แต่เจมี่คิดว่าเขาสามารถถ่ายทอดความรู้สึกบนสีหน้าคณิณได้ดี ใบหน้าที่มีความเศร้าหน่อยๆ ดวงตาที่มองตรงมายังคนวาดมีความรักแฝงอยู่ เจมี่นิ่งคิดนิดนึงก่อนจะตัดสินใจอะไรบางอย่างได้อย่างรวดเร็ว

เขาหยิบดินสอมาเซ็นชื่อที่มุมภาพว่า เจมี่ แมคมิลเลี่ยน

คณิณเดินมากอดคอเขาไว้แล้วคว้ากระดาษไปส่องดู

"ฉันไม่ยักรู้ว่านายวาดรูปได้ นี่มันแปลกมาก" เขามองรูปภาพอย่างพิจารณา "นายเจมี่อะไรนี่อีกแล้ว เขาเป็นใคร เป็นชู้ที่ฉันต้องไปฆ่าทิ้งหรือเปล่า"

"ชู้บ้าอะไรของพี่!" เจมี่งับต้นแขนอีกฝ่ายเบาๆ ก่อนจะเอ่ยทีเล่นทีจริงว่า "พี่ต้องจำชื่อนี้ไว้ให้ดีนะ นี่เป็นชื่อจริงของผม"

รอยยิ้มของคณิณค่อยๆ จืดจางลง เขารู้สึกใจหายแปลกๆ ราวกับกำลังจะเสียบางสิ่งที่สำคัญไป

"นายนี่ทำตัวติสท์เหมือนคุณอาไพลินเลย ชอบพูดจาประหลาดๆ อยู่เรื่อย" เขาขยี้ผมเจมี่

"ต่อไปฉันทำงานแล้วนายก็วาดรูปอยู่บ้านนี่แหละ ไม่ต้องออกไปไหน ฉันเลี้ยงนายเอง" คณิณพูดอย่างจริงจัง นี่เป็นสิ่งที่เขาคิดมานานแล้ว มันไม่ง่ายที่ต้องอยู่กับคนป่วยอย่างเขา และเขารู้ดีว่าน้องชายพยายามหนักขนาดไหนแม้จะไม่ได้พูดออกมา

"พูดเป็นป๋าแก่ๆ ไปได้ ถึงตอนนั้นพี่ก็ทิ้งผมแล้ว" เจมี่หัวเราะ

คณิณลูบแก้มเขา "ไม่ทิ้งเด็ดขาด นายเองก็ห้ามทิ้งฉัน สัญญาได้ไหม"

"ผมสัญญา" เจมี่พูดอย่างร่าเริง หลังจากนั้นเขาจึงถูกคณิณลากเข้าห้องนอนไปตามระเบียบ

 

รุ่งเช้า พวกเขาตื่นพร้อมกันพลางช่วยกันแต่งตัวอยู่หน้ากระจกในห้องแต่งตัว คณิณกับเขาใส่สูทสีดำที่ดูเข้ากันมาก เหมือนคู่เกย์สองคนที่กำลังจะแต่งงานกัน เขาช่วยคณิณผูกเนกไทก่อนถอยออกมายืนชื่นชมผลงาน คณิณเข้ากับชุดสูทมากราวกับเขาเกิดมาเพื่อใส่มันโดยเฉพาะ

"ไม่ว่าวันนี้จะเป็นยังไงผมก็อยู่ข้างพี่เสมอนะ" เจมี่บอกเบาๆ ระหว่างจัดปกเสื้อ

"นายกลัวว่าจะมีปืนอยู่ใต้เข็มขัดฉันละสิ จะลองลูบดูก็ได้" คณิณพูดกลั้วหัวเราะ

เจมี่ทำหน้าบู้บี้ใส่เขา ตั้งท่าจะเดินออกไปนอกห้องแต่งตัว แต่กลับถูกดึงเข้าสู่อ้อมกอดท่ามกลางเสียงประท้วง

"อย่า เดี๋ยวเสื้อยับหมด" เจมี่พยายามดันตัวออก แต่คณิณแข็งแรงมาก สุดท้ายเขาก็ติดแหง็กอยู่ในอ้อมอกกว้าง

"ฉันโอเค" คณิณกระซิบ "จบเรื่องแล้วจะพานายไปกินปูริมทะเลนะ"

"อือ" เจมี่ตอบอู้อี้ เสียงเครื่องปิ้งขนมปังในครัวดังแผ่วเบา "ผมปิ้งขนมปังไว้ ปล่อยผม -- "

คณิณหัวเราะแล้วจึงยอมปล่อยคนรักตัวน้อยๆ ของเขาไป เมื่อกล่อมกมลออกจากห้องแต่งตัวไปแล้ว คณิณจึงล้วงกล่องเล็กๆ สีน้ำเงินออกมาจากตู้เสื้อผ้า เขายิ้มเล็กน้อยกับตัวเองก่อนจะเปิดออก ข้างในเป็นแหวนวงหนึ่งที่ประดับเพชรเม็ดเล็กๆ แม้ไม่สะดุดตาแบบแหวนเพชรของผู้หญิง แต่ก็เป็นเพชรน้ำดี หลังจากอ่านพินัยกรรมเสร็จไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรก็ตาม เขาจะพากล่อมกมลไปเที่ยวทะเล จากนั้นหากบรรยากาศดีๆ...เขาจะบอกกล่อมกมลว่าเขาอยากจะดูแลกันและกันไปตลอดชีวิต

 

เมื่อมาถึงบ้านอัครเดชเดชากรณ์วรกุล พวกเขาก็เดินจับมือกันอย่างไม่สนใจสายตาคนรอบข้างที่มองมาอย่างพิศวง คุณอาเกรียงไกรทนายประจำตระกูลมาถึงแล้ว เจมี่กับคณิณยกมือไหว้

"ว่าไงหนุ่มๆ ได้ข่าวว่าแยกไปอยู่กันเองแล้ว โตแล้วสิเรา" คุณเกรียงไกรตบบ่าคณิณเบาๆ

"อยู่ข้างนอกสบายใจกว่าจริงๆ ครับ" คณิณตอบยิ้มๆ

ทว่าคุณเกรียงไกรกลับน้ำตาคลอ "ขอโทษนะที่อาปกป้องเราไม่ได้ รู้สึกผิดต่อพ่อเราจริงๆ..."

"คุณอาอย่าโทษตัวเองเลยครับ ตอนนี้ผมมีความสุขดี"

คุณเกรียงไกรส่งยิ้มอ่อนโยนให้คณิณก่อนหันมามองเจมี่ "กล่อมกมล หลานเปลี่ยนไปมากนะ"

"แล้วเปลี่ยนไปในทางดีหรือเปล่าครับ" เจมี่ถามหยอกเย้า

"ดีกว่าแน่นอน อาก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน อาจจะโตขึ้นแล้ว" คุณเกรียงไกรลูบหัวเจมี่เบาๆ "ไป พวกเราเข้าไปข้างในกันเถอะหลาน"

เจมี่กับคณิณเดินเข้าไปนั่งข้างๆ กันในห้องที่มีคนอยู่เยอะพอสมควร บางคนเขาเคยเห็นหน้าแล้ว บางคนก็ไม่รู้จัก คนเหล่านี้คงจะเป็นบรรดาญาติๆ และเพื่อนสนิทของคุณพ่อ นอกจากนั้นยังมีนักข่าวหลายคนมาร่วมสังเกตการณ์อยู่ห้องอีกด้วย วันนี้คุณหญิงแม่ของเขาอยู่ในชุดสีแดงสด เธอส่งยิ้มกว้างไปทั่วอย่างมีความสุข ไม่มองเจมี่เลยสักนิด สงสัยจะยังงอนอยู่ ส่วนฟ้าลดาที่กลับมาจากต่างประเทศเพื่องานนี้โดยเฉพาะสวมเดรสสีดำยาวที่มีหมวกลูกไม้คลุมหน้าราวกับอยู่ในงานศพ คุณหญิงย่านั่งอยู่คนเดียวที่โซฟาตัวใหญ่สุด เธอดูเลื่อนลอยไร้วิญญาณแปลกๆ

เจมี่มองไปรอบๆ ห้องนี้เคยเป็นห้องพิธีจัดงานหมั้นที่พังไม่เป็นท่าเมื่อคราวก่อน เขาทะเลาะกับคณิณครั้งแรกและหวังว่ามันจะเป็นครั้งเดียว จู่ๆ เจมี่ก็คิดว่ามันไร้สาระมากที่เสียเวลาไปเป็นอาทิตย์กับการทำปั้นปึ่งใส่กัน

ขณะที่คิดอะไรเพลินๆ ฝ่ามือก็ถูกบีบเบาๆ คณิณส่งยิ้มอ่อนโยนให้เขา เจมี่คิดว่าบางทีพวกเขาอาจกำลังคิดเรื่องเดียวกันอยู่ก็เป็นได้ หมู่นี่เขารู้สึกแปลกๆ ว่าเขากับคณิณเริ่มสื่อถึงกันได้ในใจ เจมี่ส่งยิ้มตอบ บีบมือเขากลับอย่างให้กำลังใจ

ประมาณครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น คุณเกรียงไกรก็เดินเข้ามาพลางกวาดตามองไปรอบๆ เมื่อเห็นทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตากันในห้องรับแขกเรียบร้อยแล้ว เขาก็เริ่มการเปิดพินัยกรรมทันที

"ทุกท่านครับ ที่เรามาประชุมพร้อมหน้ากันในวันนี้ก็เพื่อเปิดพินัยกรรมของคุณไตรทศ อัครเดชเดชากรณ์วรกุล ผู้ล่วงลับ หากใครรู้จักคุณไตรทศ คงรู้ดีว่าเขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยมขนาดไหน คุณไตรทศคือเพื่อนที่ดีที่สุดของผมและอีกหลายๆ คนในที่แห่งนี้ เป็นพ่อที่รักลูกๆ และครอบครัวยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด และเป็นลูกที่รักและกตัญญูต่อบิดามารดาของเขาเท่าชีวิต..."

คุณหญิงย่าน้ำตาไหลรินออกอย่างมาอย่างช้าๆ เมื่อได้ยินชื่อบุตรชายผู้ล่วงลับ

"ผมรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติจริงๆ ที่ทุกท่านสละเวลามากันในวันนี้เพื่อรับฟังเสียงสุดท้ายของเขา คำสั่งเสียสุดท้ายที่มีต่อบุคคลอันเป็นที่รัก"

กล่าวจบคุณเกรียงไกรหยิบซองสีน้ำตาลออกมามาจากกระเป๋าหนังสีดำใบใหญ่ เขาดึงกระดาษแผ่นบางออกมาแล้วเริ่มอ่าน

"ข้าพเจ้า ไตรทศ อัครเดชเดชากรณ์วรกุล ได้ทำพินัยกรรมฉบับนี้ไว้ เพื่อแสดงเจตนาว่า เมื่อข้าพเจ้าถึงแก่กรรม ให้ยกทรัพย์สินของข้าพเจ้าทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นบรรดาอสังหาริมทรัพย์ก็ดี สังหาริมทรัพย์ก็ดี ตลอดจนสิทธิ์เรียกร้องต่อผู้อื่น รวมทั้งบรรดาทรัพย์สินอย่างใดๆ ทั้งที่มีในอยู่ปัจจุบัน และที่จะมีต่อไปในอนาคตให้ตกเป็นสิทธิ์แก่

 

 

คณิณ อัครเดชเดชากรณ์วรกุล แต่ผู้เดียว...

 

คณิณบีบมือเจมี่แน่น พวกเขามองหน้ากันอย่างสับสน

 

ข้าพเจ้าหวังว่าเขาจะดูแลน้องๆ ด้วยความรักและเอาใจใส่ เช่นที่ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติต่อเขาเสมอมา"

 

"ไม่จริง!!!!" คุณหญิงพวงผกาลุกพรวดขึ้นทันที "นี่มันของปลอม แกเป็นเพื่อนรักกับไอ้ไตรทศ แกปลอมพินัยกรรมใช่ไหม!?" คุณหญิงพวงผกาลุกขึ้นชี้หน้าคุณเกรียงไกรทันที

"คุณหญิงพวงผกาใจเย็นๆ ก่อนนะครับ ผมเป็นทนาย จะทำเรื่องแบบนั้นได้ยังไง" คุณเกรียงไกรพยายามอธิบายอย่างใจเย็น

"แก...แกโกหก!!" คุณหญิงพวงผกากรีดร้อง

เธอหันไปมองคุณหญิงย่าที่มีสีหน้าเลื่อนลอยเหมือนวิญญาณ

"คุณแม่ นี่มันไม่ใช่ฉบับที่เจอนี่ นี่มันอะไรกัน!!"

"คุณหญิงพวงผกาครับ ผมว่าคุณกำลังเข้าใจอะไรผิด ฉบับที่เจอนั่นเป็นของปลอมนะครับ ทางผมและตำรวจได้ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว -- "

"มันจะปลอมได้ยังไง ก็ฉันกับคุณแม่..."

ทนายเกรียงไกรส่ายหน้าระอาใจ

"คุณหญิงพวงผกาครับ ผมต้องขอเตือนว่าการปลอมแปลงพินัยกรรมมีโทษร้ายแรงมากนะครับ อีกอย่าง พินัยกรรมของไตรทศก็อยู่กับผมมาตลอด ไม่เคยหายไปไหนเลย เขาเขียนต่อหน้าพยานสามคน ตำรวจ รวมถึงผมด้วย มีลายเซ็นพยานครบถ้วน วันนี้พยานเหล่านั้นก็นั่งอยู่ที่นี่ด้วย คุณหญิงทรงสมรเป็นคนสั่งไม่ให้เปิดก็เพื่อจะรอให้คณิณบรรลุนิติภาวะเท่านั้นเอง..."

ทนายเกรียงไกรหันไปมองคุณหญิงย่าด้วยสีหน้าเศร้าใจ

เจมี่นิ่งงัน เพราะอย่างนี้เองคณิณจึงไม่อาจฆ่าคุณหญิงย่า....

"แก!!" คุณหญิงพวงผกาทำท่าเหมือนจะพุ่งเข้าไปบีบคอคุณหญิงย่า แจ่มรีบเข้ามาขวางทันที

คุณหญิงพวงผกามองแจ่มด้วยสายตาเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ "นั่งแจ่ม แกกับคุณแม่รวมหัวกันหลอกฉันใช่ไหม แสร้งทำเป็นเกลียดไอ้คณิณ ลับหลังก็รวมหัวกันหลอกฉัน หลอกฉันกันหมดเลย!!" เธอกรีดร้องด้วยความแค้นใจ

บรรดานักข่าวที่รอชมอยู่มีสีหน้าเหมือนแร้งเห็นซากศพ พวกเขารู้ดีว่าเรื่องของบ้านอัครเดชเดชากรณ์วรกุลในวันนี้จะต้องกลายเป็นข่าวใหญ่หน้าหนึ่งอย่างแน่นอน แขกหลายคนเริ่มยกมือถือออกมาถ่ายวิดีโอความวุ่นวายนี้กันใหญ่ บางคนที่สติดีหน่อยต่างก็พยายามห้ามปรามคุณหญิงพวงผกา แต่นาทีนี้เธอไม่ฟังใครอีกต่อไปแล้ว

"ไอ้คณิณจะได้ไปหมดได้ยังไง แล้วลูกฉันล่ะ?" คุณหญิงพวงผกาฉุดแขนฟ้าลดาขึ้นอย่างแรง

"คุณแม่ค่ะ หนูเจ็บ ปล่อยหนูก่อน" ฟ้าลดาอ้อนวอน

เธอกระชากแขนฟ้าลดามายืนข้างหน้า "ดูนี่สิ ลูกฉันไม่ใช่ลูกไอ้ไตรทศหรือไง!? ฉันอุตส่าห์ฆ่ามันตายไปแล้ว มันยังจะสร้างความเดือดร้อนให้ฉันอีก ถ้ายังอยู่ฉันจะฆ่ามันอีกรอบให้ดู!"

ทุกคนในห้องที่ลุกขึ้นมาเผือกต่างเงียบกริบทันที แทบไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ

"กล่อมกมลกับฟ้าลดาจะได้มรดกในส่วนของฉันทั้งหมด แม้ว่าคณิณจะได้มากที่สุด แต่ก็ไม่ได้มากน้อยกว่ากันจนน่าเกลียดอะไร นี่เป็นเรื่องที่ฉันตกลงกับไตรทศมานานแล้วตั้งแต่ก่อนเขาตาย" คุณหญิงย่ากล่าวขึ้นท่ามกลางความเงียบ

"ก่อนเขาจะตายไม่กี่วัน ไตรทศเข้ามาหาฉันที่ห้อง เขาบอกฉันว่าเขากลัวว่าเธอจะฆ่าเขา ฉันไม่เชื่อ ฉันบอกเขาว่ามันเป็นไปไม่ได้ เขาคิดมากไปเอง..."

น้ำตาค่อยๆ ไหลรินเป็นสายจากดวงตาของหญิงชรา

"หลังเขาตายฉันก็ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ แต่รถคันนั้นไฟไหม้เป็นเถ้าถ่าน ฉันมีหลักฐานไม่พอจะปรักปรำใคร ฉันได้แต่ภาวนาขอให้เป็นแค่ความสงสัย แต่วันนี้ไม่คิดว่าจะทำลงจริงๆ เธอฆ่าลูกฉันทำไม แม่พวงผกา..."

"คุณแม่...หนู...หนูไม่ได้ทำอะไร ไม่ได้ทำอะไรเลยนะ" คุณหญิงพวงผกาส่ายหน้าเหมือนคนเสียสติ

ทันใดนั้นแจ่มก็ก้าวออกมา

"ไม่รู้ว่าคุณหญิงจำนังจวงได้ไหม?" แจ่มถามทั้งน้ำตา "นังจวงมันเป็นเพื่อนรักของอิฉัน แต่คุณหญิงคงไม่ทราบ เพราะคุณหญิงไม่เคยสนใจชีวิตพวกเราคนใช้อยู่แล้ว"

คุณหญิงพวงผกาเมื่อได้ยินชื่อจวงก็หน้าซีดเผือดจนแทบกลายเป็นสีเทา "แก นังแจ่ม!! แกหุบปากเดี๋ยวนี้นะ!! "

"อิฉันกับนังจวงเข้ามาทำงานในบ้านไล่เลี่ยกัน เราเลี้ยงคุณไตรทศมาด้วยกันตั้งยังเล็ก คุณไตรทศไม่เคยปฏิบัติต่อเราเหมือนคนใช้เลย เราเองก็รักคุณไตรทศเหมือนลูกแท้ๆ..." แจ่มหยุดร้องไห้นิดนึงแล้วกล่าวต่อด้วยเสียงสะอื้น

"วันนึง จู่ๆ นังจวงมันก็มาบอกอิฉันว่า มันเห็นคุณหญิงทำอะไรสักอย่างกับรถคุณไตรทศ -- "

"แก แกหุบปากนะนังแจ่ม หุบปาก หุบปาก!!!!"

แจ่มยังคงกล่าวต่ออย่างไม่สนใจเสียงกรีดร้องของคุณหญิงพวงผกา

"ฉันไม่เชื่อว่าคุณจะทำอะไรแบบนั้น จนคุณไตรทศตายได้ไม่กี่วัน นังจวงมันมาบอกอิฉัน บอกว่ามันทนไม่ไหวแล้ว มันจะไปถามคุณให้รู้เรื่อง แล้วไม่กี่ชั่วโมงต่อมา มันก็ตกบันไดตายซะอย่างงั้น คุณหญิงคิดว่ามันไม่แปลกไปหน่อยเหรอคะ!!!" แจ่มถามอย่างแค้นใจ

"ก็มันเสือก มันเสือกไงเลยต้องตาย ถ้ามันไม่เสือกมันจะตายไหม ฮะ!!!" คุณหญิงพวงผกาหัวเราะขำ

เจมี่ได้แต่เหม่อมองอย่างจนปัญญา เขาช่วยคณิณ แล้วใครจะช่วยคุณหญิงพวงผกาได้...

"แม่พวงผกาเอ๊ย เธอฆ่าไตรทศทำไม ถึงยังไงเขาก็เป็นสามีเธอนะพวงผกา" คุณหญิงยกมือกุมหน้าอกเหมือนใจจะขาด

คุณหญิงพวงผกาหัวเราะลั่น "สามี? สามีอะไร อยากจะขำ ทั้งหมดมันก็เพราะคุณแม่นั่นแหละ!" คุณหญิงพวงผกาตอบอย่างเดือดดาล

"หนูแค่อยากมีความรักดีๆ แต่งงานกับผู้ชายที่เขารักหนู คุณแม่ยืนยันว่าเขาไม่เจ้าชู้ ไม่มีใคร หนูเชื่อเลยยอมตกลงแต่งงาน แล้วเป็นไงล่ะ" คุณหญิงพวงผกาหัวเราะเหมือนคนเสียสติ เธอนึกย้อนไปถึงวันที่ยังเยาว์วัยและสวยสะพรั่ง ฝันว่าจะได้อยู่ปราสาทสายรุ้งหลังงาม แต่สุดท้ายปราสาทสายรุ้งมันกลับถล่มลงมาทับเธอจนจมดิน...

"เขามีเมียแล้วแถมยังรักมากปานจะกลืนกิน เขารักกันมาตั้งแต่เด็กแล้ว คุณแม่จะมาบอกว่าไม่รู้ได้ยังไง!!" เธอกรีดร้องด้วยความแค้นใจ

"คืนวันแต่งงานพออวยพรบ่าวสาวเสร็จเขาก็ออกจากห้องหอไปเลยทันที ทิ้งหนูนอนร้องไห้อยู่คนเดียวในห้อง หน้าหนูเขายังไม่อยากจะมอง หนูผิดอะไรเหรอคุณแม่ หนูทำผิดอะไรถึงต้องมาเจอแบบนี้ ถ้าคุณแม่ไม่ไปขอร้องอ้อนวอนกราบกรานให้มันยอมนอนยอมกับหนู นับวันตกไข่แล้วตกไข่อีกเหมือนแม่พันธุ์วัวควาย กล่อมกมลกับฟ้าลดาจะได้เกิดมาไหม? ถ้าหนูไม่ฆ่ามันแล้วจะไปฆ่าใคร ฮ่าๆๆๆ" เธอหัวเราะลั่น

"โชคไม่ดีที่วันนั้นไอ้คณิณมันดันเป็นไข้ เลยไม่ได้ขึ้นรถไปด้วย ไม่งั้นจะได้ตายไปพร้อมกันให้หมดเลย อย่าคิดว่าหนูไม่รู้นะ ว่าคุณแม่แอบบอกให้นังแจ่มคอยดูแลมัน หนูได้ยินทุกอย่าง!!"

"หนูพยายามวางยาพิษไอ้คณิณกี่ครั้งแล้ว พยายามฆ่ามันมากี่ครั้งแล้ว แล้วทำไมมันไม่ตาย ไหนคุณแม่ลองว่ามาสิ ฮือ..." คุณหญิงพวงผกากรีดร้องพลางทรุดลงไปนั่งร้องไห้กับพื้น

คุณหญิงย่ากล่าวทั้งน้ำตา "ฉันเกลียดนังคนใช้นั่น เกลียดยังกับอะไรดี แต่ไอ้คณิณมันหน้าเหมือนพ่อเขายังกับพิมพ์มา แล้วจะให้ฉันทำยังไง"

"ทั้งหมดมันเป็นความผิดฉันเอง ความผิดฉันคนเดียว เธอโกรธแค้นอะไรก็ขอให้มาลงที่ฉันเถอะ" คุณหญิงย่าพูดเสียงแผ่ว เหมือนปลงกับชีวิตแล้วในที่สุด คุณหญิงพวงผกาหัวเราะทั้งน้ำตา ทันใดนั้นเธอก็ล้วงปืนจากกระเป๋าแล้วยกขึ้นเล็งใส่คุณหญิงย่าทันที

"คุณแม่พูดถูก มันเป็นความผิดของคุณแม่ทั้งหมด"

เจมี่ไม่รู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ ขาของเขาเหมือนเคลื่อนไหวอัตโนมัติ คณิณพยายามรั้งเขาไว้ แต่รั้งไม่อยู่ รู้ตัวอีกทีเขาก็มายืนบังคุณหญิงย่าท่ามกลางเสียงกรีดร้องของใครไม่รู้ดังระงมไปหมด

"ปัง!!! "

คุณหญิงพวงผกาลั่นไกได้ แต่หยุดลูกกระสุนไม่ได้...เมื่อเธอเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นก็คล้ายจะยืนไม่ไหวอีกต่อไป

เจมี่รู้สึกเจ็บนิดหน่อยจนน่าแปลกใจเมื่อจินตนาการถึงการถูกยิง แต่มันก็เริ่มเจ็บมากขึ้นเรื่อยๆ พอเขาก้มหน้าลงไปดูก็พบว่าหน้าอกของเขากำลังมีเลือดไหลซึมผ่านเสื้อเชิ้ตสีขาวเหมือนดอกไม้สีแดงแสนสวย เขาเห็นหน้าตื่นตกใจของคณิณพุ่งเข้ามาประคองเขาไว้ คณิณพูดอะไรบางอย่างแต่เจมี่ไม่ได้ยินว่าอะไร หูเขายังคงก้องไปด้วยเสียงปืน

เจมี่ร่วงลงสู่อ้อมกอดของคณิณ คุณหญิงย่าน้ำตานองหน้า เธอยกมือกุมหน้าอกทรุดลงกับพื้นเหมือนจะไม่ไหวแล้ว

"เรียก เรียกรถพยาบาล คุณย่า คุณ.." เจมี่ยึดแขนเสื้อคณิณแน่น จะพูดแต่ละช่างยากลำบากเหลือเกิน เลือดไหลออกมาท่วมในลำคอเขาจนสำลักเลือดไม่หยุด เขาอยากจะพูดได้สักครึ่งชั่วโมงแบบในละคร แต่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้แล้ว เจมี่คิดว่าบางทีโลกนี้อาจไม่ใช่โลกละครหลังข่าวอย่างที่คิด มันอาจเป็นแค่โลกธรรมดาๆ ใบหนึ่ง

"ใครก็ได้เรียกรถพยาบาลที!!" คณิณตะโกนเสียงดังทั้งน้ำตา แจ่มที่มีสติดีที่สุดวิ่งไปที่โทรศัพท์

"ไม่ ไม่ นายจะต้องไม่เป็นอะไร" คณิณกอดเจมี่ไว้แน่นพลางโยกตัวเบาๆ "นายจะต้องไม่เป็นอะไร ห้ามทิ้งฉัน นายสัญญาแล้ว..."

"กล่อมกมลลูกแม่ ลูกเป็นอะไร ใครทำลูก ใครทำลูกฉัน..." คุณหญิงพวงผกาพยายามจะเข้ามากอดเขา แต่ถูกคณิณผลักจนล้มคว่ำ ในที่สุดเธอก็หัวเราะลั่น พลางพึมพำอะไรกับตัวเอง ดูเหมือนคุณหญิงพวงผกาเสียสติไปแล้ว

ระบบประกาศด้วยเสียงเศร้าสร้อย [ภารกิจสำเร็จลุล่วง ได้เวลากลับชายหาดแล้วโฮสต์]

เจมี่พยายามพูด แต่ไม่มีอะไรออกมาจากปากนอกจากเลือด เขาขยับร่างกายไม่ได้ ได้แต่พยายามจะสื่อสารทางสายตากับคณิณ เขาได้แต่หวังว่าคณิณจะเข้าใจความรู้สึกในดวงตาของเขา และรู้ว่าเขารักคณิณมากแค่ไหน เจมี่พยายามเอื้อมมือแตะแก้มคณิณ แต่เขาขยับมือไม่ได้ เขาพยายามยิ้ม แต่ก็ไม่รู้ว่าหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มบ้างหรือเปล่า คณิณคล้ายล้วงกล่องอะไรบางอย่างเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แต่เขาไม่รู้ว่าคืออะไร แล้วทุกอย่างก็กลายเป็นสีฟ้า

 

 

__________________________

 

 

Talk มาลุ้นกันว่าตอนหน้าน้องจะไปต่อที่โลกไหนนะคะ โอ๋เอ๋ไม่เศร้านะ อยากบอกว่า พี่คณิณอาจได้พบกับน้องอีกก็เป็นได้ ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์ทุกคอมเม้นท์และหัวใจทุกดวงค่ะ ดีใจมากที่มีคนชอบ ฝากน้องเจมี่ไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 191 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

149 ความคิดเห็น

  1. #76 1896reborn2 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 16:12
    คุณหญิงพวงผกาก็ถือเป็นเหยื่อในวังวนนี้เหมือนกันสินะ เฮ้อ...
    #76
    0
  2. #58 nc102030 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 00:45
    น้ำตาคลอเลย
    #58
    0
  3. #57 Kaiwnna0 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 00:23
    แหวนๆๆๆ แหวนแต่งงานแน่ๆที่ล้วงมาาา
    #57
    0
  4. #33 Yeeee (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 20:38

    ฮือออออ เศร้าอ่า อ่านแล้วลุ้นมากเลยค่ะไรท์ ลุ้นทุกตอนเลย ไรท์เขียนดีมากๆๆๆๆเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆค่ะ

    #33
    0
  5. #22 NightHeart (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 10:09
    ส่วนตัวคืออยากให้ขอแต่งงานก่อนน้องเจมี่ตายจัง ฮือ คงบีบหัวใจมากกว่า เศร้า
    #22
    0
  6. #21 sir_chad (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 22:25

    โลกแรก เศร้าเลย

    #21
    0
  7. #20 trd_ka (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 19:31
    แงงงง เศร้าเลยยย ขอให้พบกันไวๆนะ
    #20
    0
  8. #19 sayuka (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 19:21

    เศร้ามากเลยคะไรท์แต่เราจะรอคะรอโลกต่อไป
    #19
    0
  9. #18 sayuka (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 19:20

    รอโลกต่อไปปปปป
    #18
    0
  10. #17 sayuka (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 19:20
    ชอบบบบบบมากกกเลยคะ
    #17
    0