ปราบนายตัวร้ายด้วยรัก [Yaoi][ระบบ]

ตอนที่ 10 : โลกละครหลังข่าว ตอนที่ 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,341
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 171 ครั้ง
    15 มี.ค. 63

 

สองอาทิตย์ถัดมา ชาวีกำลังเดินดูดชานมไข่มุกอยู่ในห้างหรูกลางเมือง จู่ๆ เขาก็หยุดเดินพลางจ้องมองเข้าไปในกระจกบานใหญ่ที่มีกระเป๋าชาแนลคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด ขณะกำลังพิจารณาความงามของเส้นสายต่างๆ ด้วยสายตาศิลปินอยู่นั้น ในกระจกก็ปรากฏภาพสะท้อนของชายคนหนึ่ง เมื่อชาวีหันไปมองก็พลันรู้สึกหน้ามืดตาลายขึ้นมาทันที

"ฮอตกาย" เขารำพึง

ผู้ชายหุ่นดีเกินมนุษย์คนหนึ่งกำลังเอนกายพิงผนังอีกด้านอย่างสบายๆ พลางจับตามองเขาอยู่ด้วยสายตาหรี่ปรือหยาดเยิ้ม เขายกมือขึ้นเสยผมด้วยท่าทางยั่วยวน ผิวแทน กล้ามเนื้อสวยงามนูนขึ้นมาจนเสื้อยืดคือกลมสีขาวแทบปริ เอวสอบ ก้นงอน เป้าตุงออกมาเหมือนสวมกระจับของนักฮอกกี้ ชาวีไม่สามารถถอนสายตาออกจากภาพนั้นได้เลย

เขามัวแต่มองภาพนั้นอย่างเคลิบเคลิ้มโดยไม่รู้ตัวเลยว่าหนุ่มสุดฮ็อตเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขาตั้งแต่เมื่อไหร่

"ที่รัก" เจตคว้ามือชาวีขึ้นประทับจูบอย่างอ่อนโยน "คุณดูดีมาก"

"ผม.. ผมว่าคุณต่างหากที่ดูดีมาก" ชาวียกมือขึ้นลูบไล้อกแกร่งนั้นอย่างห้ามตัวเองไม่ได้ เขาเหมือนรูปปั้นเดวิดที่มีชีวิต เดวิดเวอร์ชันที่ร้อนแรงกว่าและของใหญ่

"เราไปมีเพศสัมพันธ์กันเถอะ" เจตเข้าประเด็นทันที เขาตบกระเป๋ากางเกงยีนที่มีกล่องถุงยางรสกล้วยโผล่ออกมา

"ผมจะป้อนคุณให้หนำใจ ให้แดดิ้น" เจตพูดเหมือนอยู่ในนิยายอีโรติกโบราณ "ผมจะเอาคุณจนร้องครวญครางไม่หยุด" เขาลูบแก้มชาวีแผ่วเบา "จนคุณต้องร้องว่า ผัวขา ผัวเอา..."

"พอเถอะครับ" ชาวีรีบตัดบทก่อนเขาจะต้องฟังอะไรแปลกประหลาดไปมากกว่านี้ "ขอแค่คุณอย่าเป็นพวกเสียบปุ๊บแตกปั๊บก็พอแล้ว"

เพราะว่านั่นคือปัญหาทางเพศของชาวีจนอับอายไม่กล้าสู้หน้าผู้หญิงคนไหน

"ทูนหัว ผมไม่เคยต่ำกว่าสามชั่วโมงมาก่อนตั้งแต่อายุสิบสองเป็นต้นมา" เจตกระซิบพลางงับนิ้วชาวี "แต่ถ้าเป็นคุณน่ะ ทั้งวันก็ยังไหว" 

กรรรร เขาส่งเสียงคำรามในลำคอเหมือนเสือ

ชาวีที่สมองกำลังประมวลผลอย่างหนักพูดอะไรไม่ออกทั้งสิ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

"บอกได้แค่ว่า คุณไม่มีทาง ที่จะไม่ติดใจผม" เจตกระซิบพลางเลียริมฝีปาก

เขาทำงานที่เจนทำไม่สำเร็จได้ด้วยเวลาอันรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ เดี๋ยวต้องโทรไปโม้สักหน่อย น่าเสียดายที่ชาวีไม่ใช่สเปคเขาเลย เขาชอบแบบล่ำๆ ตัวมันๆ สไตล์ไซต์ก่อสร้าง

ทว่าบางครั้งเขาก็เบื่อที่เปลี่ยนคู่นอนไปเรื่อยๆ แล้วเหมือนกัน เมื่อขาดความรัก บางครั้งเซ็กซ์ก็ไร้รสชาติซะอย่างงั้น หรือว่าเขาจะลองมีความสัมพันธ์ที่จริงจังดูสักครั้ง บางทีน่าจะลองอะไรใหม่ๆ ดูบ้าง แบบที่ไม่ล่ำ ตัวไม่มัน และดูมีความรู้

เจตชะงักนิดนึง "ผมว่าเราไปหาอะไรกินกันก่อนดีไหม อาจจะดูหนังสักเรื่อง" เขาถามชาวีด้วยน้ำเสียงแบบคนปรกติ

ชาวีหัวเราะสดใส "ได้สิ หนุ่มฮอตสุดร้อนแรงของผม"

 

อีกด้านหนึ่ง ภายในห้องโถงของตระกูลอัครเดชเดชากรณ์วรกุล คุณหญิงย่าทรงสมรก็กำลังโทรศัพท์หาใครบางคน "ว่าไง เจอไหม" เธอเอ่ยถาม

"ไม่เจอเลยครับ เราหาทุกที่แล้ว บ้านพักตากอากาศทุกหลัง ในบริษัท บ้านคนใกล้ชิด ทั้งในน้ำบนบก ใต้ดินบนดิน ไม่เจอเลยครับ"

"ไม่เจอก็ดี ไม่ต้องหาแล้ว" คุณหญิงย่ากล่าวพลางกดตัดสาย

พอวางสายเธอก็เริ่มพูดกับตัวเองแบบในละคร "ฉันจะต้องเฉดหัวไอ้คณิณออกจากบ้านนี้ให้เร็วที่สุด มันจะต้องไม่ได้อะไรเลยแม้แต่บาทเดียว" เธอพูดพลางยิ้มบิดเบี้ยวไปด้วย

"ถึงลูกชายเฮงซวยของฉันมันจะรักนางรักนังคนใช้สำส่อนนั่นมากกว่าเมียแสนดีที่ฉันอุตส่าห์หามาประเคนก็ช่างปะไร ถึงเวลาต้องเปิดพินัยกรรมแล้ว ถ้าไม่มีก็ฉันก็จะสร้างขึ้นมาเอง"

คุณหญิงย่ายกยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียมพร้อมหัวเราะดังลั่น

ขณะนั้น คุณหญิงพวงผกาที่แอบฟังอยู่ด้านนอกก็ยิ้มอย่างพอใจ โดยมีแจ่ม แม่บ้านเก่าแก่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่ข้างๆ

"นังแจ่ม แกเผาพินัยกรรมที่เจอในห้องไอ้คณิณเรียบร้อยแล้วใช่ไหม?" คุณหญิงพวงผกากระซิบถามเเค่นเสียง

"เรียบร้อยแล้วค่ะคุณหญิง รับรองไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่าน" แจ่มบอกแผ่วเบาอย่างมั่นใจ

"แกห้ามพูดเรื่องพินัยกรรมของจริงที่เจอให้คุณแม่ได้ยินเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นหลานแกก็ไม่ต้องเรียนต่อแล้ว เข้าใจไหม? "

"แจ่มเข้าใจค่ะคุณผู้หญิง"

"เข้าใจแล้วก็ดี" คุณหญิงพวงผกาจัดเสื้อให้เรียบร้อยครู่หนึ่งก่อนเคาะประตูแผ่วเบาสองครั้ง

"คุณแม่ขา หนูขอเข้าไปได้ไหมคะ"

คุณหญิงย่าที่หัวเราะก๊ากอยู่จำต้องหยุดหัวเราะอย่างหงุดหงิด "เข้ามาสิ แม่พวงผกา"

คุณหญิงพวงผกาเดินยิ้มแย้มเข้ามานั่งลงที่โซฟาด้านตรงข้ามกับคุณหญิงย่า โดยมีแจ่ม แม่บ้านเก่าแก่ยืนนอบน้อมอยู่ด้านหลัง

"คุณแม่คะ คุณแม่อยากลองดูก่อนไหมคะ" คุณหญิงพวงผกากล่าวพลางวางกระดาษแผ่นหนึ่งบนโต๊ะ "นี่หนูจ้างนักปลอมแปลงเอกสารระดับประเทศเลย ฝีมือเขาชั้นครู ตระกูลดังๆ ใช้บริการกันนับไม่ถ้วน รับรองว่าไม่มีใครจับได้แน่นอนค่ะ"

"ไม่ต้อง ฉันไว้ใจเธอ เธอจัดการเอาไปหาที่ซ่อนให้เรียบร้อย" คุณหญิงย่ายิ้มอย่างสะใจ "ฉันอดใจรอจะเฉดหัวไอ้คณิณออกจากบ้านให้มันไปนอนข้างถนนไม่ไหวแล้ว คราวนี้มันจะต้องไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดอีกเลย" เธอหัวเราะลั่นอีกครั้งอย่างสะใจ แล้วตัวร้ายทั้งสามคนก็ร่วมหัวเราะด้วยกันอย่างมีความสุข

 

อีกเพียงหนึ่งวันก็จะถึงงานหมั้นของฟ้าลดา ชาวีที่กำลังจะเป็นเจ้าบ่าวของใครบางคนตอนนี้กำลังนอนเปลือยกายฟังเพลงจากวงสุดโปรดอยู่บนเตียง ในมือหมุนแก้วไวน์แดงเล่นอย่างใจลอย คราวนี้เขาไม่ได้เต้น แต่เจตกำลังเต้นให้เขาดู

เจตกำลังเต้นด้วยลีลาเหมือนเกิดในบาร์รูดเสา เขาลูบไล้ตัวเองอย่างยั่วยวน อาวุธประจำกายขนาดใหญ่เท่าแขนของเขาแกว่งไปแกว่งมาจนชาวีกลัวว่าจะหลุดออกมาจากเรือนร่างสุดเร่าร้อน เขาไม่อยากให้มันมีอันตรายใดๆ เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เขามีความสุขในช่วงเวลาอันน่าหดหู่นี้

"ที่รัก ทำไมผมทำให้คุณหัวเราะไม่ได้เหมือนเคยล่ะ" เจตเดินไปปิดเพลงพลางทิ้งตัวลงนอนข้างชาวี "คุณดูเครียดมาก"

"พรุ่งนี้เช้าผมก็จะหมั้นแล้วนะ" ชาวีถอนหายใจ เขาไม่เหลือเค้าหนุ่มร่าเริงคนนั้นเลย

"คุณก็แค่ไม่หมั้นเท่านั้นเอง ยากอะไร" เจตคว้ามือชาวีขึ้นมาจูบ หลายอาทิตย์ที่ผ่านมาเขาพบชาวีไม่มีอะไรเหมือนที่คณิณอธิบายไว้เลย บางทีเด็กนั้นอาจมีอคติเกินไป เจตคิดว่าชาวีดีกว่านั้น สดใสเหมือนแสงแดดจ้า แต่วันนี้พระอาทิตย์ของเขากลับถูกเมฆหนาบดบัง

"มันไม่ง่ายอย่างที่คุณคิดหรอก ครอบครัวเราสนิทกันมาก คุณย่าผมกับฟ้าลดาเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่ยังสาว"

"ทำไมเขาไม่แต่งกันเองซะเลยล่ะ หรือบางทีสมัยนั้นอาจยังไม่ได้รับการยอมรับ" เจตพลิกตัวนอนหงาย ชาวีหัวเราะนิดนึง

"เจต" ชาวีลูบไล้กล้ามท้องนูนสวยอย่างหลงใหล "ผมชอบคุณจริงๆนะ คุณร้อนแรงมาก แต่คุณยังมีอะไรบางอย่างที่ดีกว่านั้น..."

"คุณคิดเหมือนผมเลย" เจตจูบชาวีแผ่วเบา "คุณจะใช้ชีวิตตามที่คนอื่นสั่งไปตลอดจริงๆ เหรอ ผมไม่ได้ว่าอะไร แต่แบบว่าใครจะทำให้คุณถึงได้รัวๆ ได้เท่าผมอีก"

ชาวีหัวเราะไม่ออก เขาจมอยู่กับความคิด

 

สำหรับเจมี่ วันเวลาผ่านไปอย่างน่ารื่นรมย์ เขามีความสุขกับการถูกคณิณลวนลามและได้ลวนลามกลับ พวกเขาเจอกันตามห้องว่างๆ ที่ฝุ่นเขรอะจนหัวพวกเขาเต็มไปด้วยหยากไย่แล้วก็เอามานั่งหัวเราะกันทีหลัง

พวกเขาสนุกกับความลับเล็กๆ นั้น แต่นั่นก็เป็นเพียงความสุขสั้นๆ ก่อนพายุใหญ่จะมา

เจมี่ที่มีรักครั้งแรก จนในที่สุดก็ถูกความรักพรากความตั้งใจในการทำภารกิจไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในที่สุดวันหมั้นก็มาถึง บ้านตระกูลอัครเดชเดชากรณ์วรกุลวุ่นวายตั้งแต่เช้าตรู่ เหล่าแม้บ้านวิ่งวุ่นหัวแทบชนกัน เจมี่ที่สายโด่งแล้วยังไม่ตื่นถูกปลุกด้วยคณิณที่ล้มทับจนแทบแบนเป็นกล้วยปิ้ง

"หนัก ออกไป" เขาบ่นอย่างงัวเงีย

"กล่อมกมลเด็กดีตื่นได้แล้ว" คณิณฉุดเขาลุกจากเตียงแล้วลากเข้าห้องน้ำ

คณิณถอดเสื้อผ้าของพวกเขาออกอย่างรวดเร็วก่อนเปิดฝักบัว เขากดครีมอาบน้ำมาละเลงทั่วตัวเจมี่ก่อนเลื่อนลงด้านล่าง

"อย่า วันนี้อย่าทำเลย เดี๋ยวสาย" เจมี่พยายามอ้อนวอนเสียงแหบพร่า

"นายอยากให้ฉันหยุดจริงเหรอ" จู่ๆ คณิณก็หยุดมือ

เจมี่นิ่งคิดนิดนึง "ผมหมายถึง อย่า อย่าหยุด"

คณิณหัวเราะร่าเริง วันนี้เขามีเรื่องให้ร่าเริงหลายอย่างเลยทีเดียว

 

หลังจากช่วยกันไปช่วยกันมาจนเสร็จแล้ว พวกเขาเดินลงมาข้างล่างพร้อมกัน ทั้งบ้านตกแต่งด้วยดอกไม้สีขาวและสีชมพูเต็มพรืดไปหมด คณิณหันซ้ายหันขวา เมื่อเห็นรอบข้างไม่มีใครจึงจับเจมี่มาหมุนตัวเต้นรำไปรอบๆ เหมือนในเรื่องโฉมงามกับเจ้าชายอสูร

"ทำอะไรกันน่ะ!!" คุณหญิงพวงผกาตวาดเสียงดัง "กล่อมกมล มานี่เดี๋ยวนี้!! "

เจมี่ใจตกไปที่ตาตุ่มทันที "คือ คณิณกำลังสอนผมเต้นรำน่ะ เดี๋ยวจะมีงานเลี้ยงคืนนี้ ผมกลัวเต้นไม่เป็น"

ตั้งแต่มาที่โลกนี้เขาโกหกไปแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งยังมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับพี่ชายตัวเอง จนเขาสงสัยว่าระบบยังจัดเขาอยู่ในหมวดคนดีอีกหรือ?

คุณหญิงพวงผกาสีหน้าดูไม่เชื่อ เจมี่รู้สึกได้ว่าเธอเริ่มสงสัยแล้ว

เธอปรับสีหน้าส่งยิ้มอ่อนโยนให้เขา "อีกสองชั่วโมงจะถึงฤกษ์ดี ลูกไปหาคุณย่ากับพี่ในห้องก่อนไป"

เขามองไปทางคณิณอัตโนมัติ อีกฝ่ายพยักหน้าให้เขานิดนึง เจมี่ทำอะไรไม่ได้จึงต้องเดินไปห้องพิธี

เมื่อคุณหญิงพวงผกาแน่ใจว่าลูกชายของเธอเดินไปแล้ว จึงหันมาแหวใส่คณิณทันที "แกทำอะไรลูกชายฉัน?"

คณิณยิ้มกริ่ม "ทำอะไรเหรอครับ เราพี่น้องจะทำอะไรกันได้บ้างล่ะ" เขาจงใจตอบกวนประสาท ถึงจะรู้ว่าตอบแบบนี้คงไม่ดีต่อพวกเขาทั้งสองคนก็ตาม

คุณพวงผกาเดินเข้าไปใกล้ลูกเลี้ยงของเธอด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียมพลางกระซิบแผ่วเบา

"แกอยากรู้ไหม ว่าพ่อกับแม่แกตายยังไง?"

คณิณหน้าซีดเผือด

"ถ้าแกไม่อยากตายอนาถเหมือนพ่อแม่แกล่ะก็ อย่ามายุ่งกับลูกๆ ของฉันอีก" พูดจบเธอก็เดินจากไปด้วยสีหน้าเย้ยหยัน หันมาส่งยิ้มให้คณิณแวบหนึ่งก่อนลับหายไปจากช่องประตูโค้ง

คณิณได้แต่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นเนิ่นนาน จมอยู่กับความคิดตัวเอง จนกระทั่งมีคนมาสะกิดเบาๆ

"คณิณ" ชายวัยกลางคนหัวล้านหน้าตาดูใจดีเรียกเขา ร่างสูงจึงสะดุ้งตื่นจากภวังค์ "ยืนเหม่ออะไรอยู่ อาเรียกอยู่ตั้งนาน"

"คุณอาเกรียงไกร" คณิณยกมือไหว้คุณอาเกรียงไกร ผู้เป็นทนายประจำตระกูลและเพื่อนรักของบิดาเขา

"เป็นไงบ้างหลาน สบายดีไหม?" คุณเกรียงไกรตบบ่าเขา

คณิณพยักหน้ายิ้มเศร้าๆ "ผมสบายดีครับ"

"เฮ้อ บอกหลายครั้งแล้วว่าให้ไปอยู่กับอาก็ไม่เชื่อ อาเองก็ไม่รู้จะช่วยยังไง" ทนายเกรียงไกรส่ายหน้าระอาใจ เขารู้สิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านหลังใหญ่นี้ดี แม้ภายนอกสวยหรู แต่ใครจะรู้ว่าข้างในเน่าเฟะขนาดไหน

"ที่นี่เป็นบ้านพ่อแม่ผม ผมไปไหนไม่ได้หรอกครับ" คณิณตอบขณะที่ใจยังคงคิดถึงสิ่งที่คุณหญิงพวงผกาพูด

พวกเขาสนทนากันครู่หนึ่ง ก่อนจะพากันเดินเข้าห้องพิธี

 

เจมี่นั่งอยู่ในห้องพิธีที่ประดับตกแต่งอย่างงดงามแบบไทยๆ พระหลายรูปที่นิมนต์มาก็มาถึงแล้ว วันนี้ฟ้าลดาสวยมากจริงๆ เขาหาข้อติไม่ได้เลย เธออยู่ในชุดไทยประยุกต์ลูกไม้สีขาวผ่อง เครื่องประดับจากคุณย่าที่เลือกมาแต่ชิ้นเด่นๆ สวยงามเหมาะเจาะ ไม่ฉูดฉาดบาดตาเหมือนตำแหน่งนางร้ายในละครหลังข่าวเลยสักนิด

"ฟ้าลดา วันนี้พี่สวยมากเลย" เจมี่แอบกระซิบบอกเธอแผ่วเบา

ฟ้าลดายิ้มกว้าง หยิกแก้มเขาเบาๆ "ขอบใจจ้ะ น้องรัก" เธอยิ้มแย้มอย่างเอียงอาย ท่าทางแบบนี้เจมี่ไม่เคยเห็นจากฟ้าลดามาก่อนเลย วันนี้คงเป็นวันที่สำคัญของเธอจริงๆ

ตอนนี้ทุกคนเข้ามายังห้องพิธีกันเยอะขึ้นแล้ว คณิณเดินมานั่งลงข้างๆ เขาโดยไม่สนสายตามุ่งร้ายของฟ้าลดาและคนอื่นๆ ในครอบครัว เขาแอบสะกิดคณิณนิดนึง แต่คณิณไม่หันมามองและไม่พูดกับเขา เขาใจเสียทันที หรือว่าเมื่อกี้คุณหญิงแม่พูดอะไรแย่ ๆ จนคณิณไม่ชอบเขาแล้ว เจมี่นั่งฟุ้งซ่านไปไกลอยู่คนเดียว [ระบบส่ายหน้าระอาใจ]

ขณะนี้อีกหนึ่งชั่วโมงจะได้ฤกษ์ดี ขบวนขันหมากตั้งรออยู่ที่หน้าประตูรั้วแล้ว ขาดก็แต่ชาวี....

เจมี่เผลอหันไปมองคณิณโดยไม่รู้ตัว นี่เป็นเซนส์อย่างหนึ่ง เหมือนตอนที่เขารู้ว่ามีเด็กสองคนอยู่ในน้ำนั่นเอง คณิณยังคงมีสีหน้าไร้ความรู้สึก เจมี่ไม่รู้ว่าควรรู้สึกยังไงกับอาการผีเข้าผีออกของเขาดี

ขณะนั้นแจ่มวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้องพลางกระซิบอะไรบางอย่างข้างหูคุณหญิงย่า คุณหญิงย่ามีสีหน้าตื่นตระหนก รีบเดินกระย่องกระแย่งออกไปทันที

"มีอะไรหรือคะคุณแม่?" คุณหญิงพวงผกาเอ่ยถาม เธอกับฟ้าลดามีสีหน้างงงวย

"พวกเธอรออยู่นี่ก่อน" คุณหญิงย่าพูดพลางเดินออกไปโดยมีแจ่มคอยพยุง

เจมี่หันไปมองคณิณอีกครั้ง แล้วในที่สุดเขาก็เห็นมัน รอยยิ้มมุมปากน้อยๆ เลือนรางเหมือนมีเหมือนไม่มี เจมี่ลุกพรวดขึ้นเดินตามคุณย่าไปทันที เขาพอแล้วกับเรื่องนี้ เขาอยากกลับบ้าน ชายหาดนั่นก็ได้ ที่ไหนก็ได้ที่ไม่มีคณิณ

เดินไปได้ครึ่งทาง ระบบก็ประกาศเสียงดัง

[วันนี้เป็นวันที่คณิณอาจจะฆ่าใครคนหนึ่ง โปรดระวังตัวด้วย]

เขารีบเดินตามไปยังห้องรับแขกทันที วันนี้เขาจะไม่ห่างคุณหญิงย่าอีกแม้แต่ก้าวเดียว

เจมี่ยอมรับว่าเขามีความลำเอียงในใจอยู่หน่อยๆ คุณหญิงย่าของเขากับคุณหญิงย่าของคณิณดูราวกับคนละคนกัน ความอ่อนโยนและเป็นห่วงเป็นใยที่ได้รับในสองสามเดือนที่ผ่านมานี้ทำให้เขาแทบลืมไปว่าเธอคือตัวร้ายอันดับหนึ่ง

เมื่อเดินมาถึงห้องรับแขก ภาพที่เขาเห็นก็คือคุณหญิงย่ากำลังเอนกายอยู่บนเก้าอี้นวมตัวใหญ่ตัวหนึ่ง มีคนรับใช้หลายคนปรนนิบัติพัดวี ทั้งยาดมยาลมยาหม่องวุ่นวายไปหมด

"คุณย่า เกิดอะไรขึ้นครับ?" เจมี่ถาม

"กล่อมกมลเอ๊ย มันคงเป็นเวรเป็นกรรมของย่าเอง" คุณหญิงย่าตอบด้วยสีหน้าเหมือนจะร่ำไห้

ทันใดนั้นคุณหญิงพวงผกาก็พรวดพราดเขามา "มันเรื่องอะไรกันคะคุณแม่ นี่มันจะเลยฤกษ์ดีไปแล้ว ทำไมยังไม่เห็นครอบครัวนั้นสักคนเดียว"

"ฟังฉันนะแม่พวงผกา" คุณหญิงย่าสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หลายครั้ง "ทางนู้นโทรมาบอกว่าหาชาวีไม่เจอ หนีไปไหนแล้วก็ไม่รู้" คุณหญิงย่าพูดได้แค่นั้นแล้วก็หมดสติไปทันที

"คุณแม่! คุณย่า! " เขากับคุณหญิงพวงผการ้องลั่นด้วยความตกใจ

"โทรเรียกรถพยาบาลเร็ว" เจมี่ตะโกนขึ้น แจ่มรีบวิ่งไปที่โทรศัพท์พลางกดโทรออกทันที

รถพยาบาลแล่นผ่านขบวนขันหมากที่กระจัดกระจายเข้ามาท่ามกลางสีหน้าตกตะลึงและเสียงซุบซิบของแขกเหรื่อในงาน เจมี่ตามมาส่งคุณหญิงย่าที่ยังคงไม่ได้สติขึ้นรถพยาบาลถึงหน้าบ้าน ขณะที่รถวิ่งออกไป เขาหันไปเห็นคณิณยืนอยู่ที่ประตูใหญ่ คณิณมองตามรถพยาบาลสีหน้าสดใส เขาหันมามองเจมี่นิดนึง ยิ้ม และเดินเข้าบ้านไปโดยไม่เหลียวแลเลยแม้แต่น้อย

เจมี่รู้สึกเหมือนทุกอย่างไม่ใช่เรื่องจริง บางทีเขาอาจจะฝันไป อีกเดี๋ยวคณิณคงมาล้มทับปลุกเขาให้ไปอาบน้ำ เขาร้องไห้ออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ทุกคนคิดว่าเป็นเพราะคุณหญิงย่า แต่ไม่ใช่ คณิณทำเรื่องทั้งหมดนี้โดยที่เขาไม่รู้เลยได้ยังไงกัน

พี่สม คนขับรถรีบเดินมาถามเขา "คุณหนูจะตามรถพยาบาลไปไหมครับ?"

"ไปครับ" เขาตอบเสียงสั่นเครือ

"แจ่มขอไปด้วยนะคะ คุณหนูเล็ก" แจ่มคนรับใช้เก่าแก่ถามขึ้นด้วยสีหน้าเป็นกังวล "แจ่มเป็นห่วงคุณหญิงเหลือเกินค่ะ"

"อืม แล้วคุณแม่ล่ะ จะไปด้วยกันไหมครับ"

"คุณหญิงพวงผกากำลังปลอบคุณหนูฟ้าลดาอยู่ค่ะ อีกเดี๋ยวคงตามไป" แจ่มตอบ

เขากับแจ่มขึ้นรถไปโรงพยาบาล ส่วนคุณหญิงพวงผกาอยู่จัดการเรื่องที่บ้านพลางปลอบประโลมฟ้าลดาที่ร้องไห้น้ำตานองหน้าเป็นลมแล้วเป็นลมอีกไปหลายรอบ

งานหมั้นของตระกูลทวีโชติธาดา กับตระกูลอัครเดชเดชากรณ์วรกุล ก็มีอันจบลงแต่เพียงเท่านี้

แม้ว่าความเสียหายจะมากมาย แต่สำหรับครอบครัวนักธุรกิจ ทุกอย่างล้วนมีราคาและประเมินค่าได้ ตระกูลทวีโชติธาดา ยกสินสอดทองหมั้นให้ตระกูลอัครเดชเดชากรณ์วรกุล ทั้งหมด พร้อมสัญญาการลงทุนอีกหลายฉบับ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าชาวีหายไปไหน วันนั้นเขาเพียงแต่โทรมาบอกที่บ้านว่าจะไม่หมั้นและขอโทษครอบครัวเขาเท่านั้น

ฟ้าลดาทนเป็นข่าวขายหน้าในวงสังคมไม่ไหว จึงหลบไปต่างประเทศ ระบบบอกว่าเธอจะไม่กลับมาอีกพักใหญ่

คุณย่าไม่เป็นอะไรมาก ไม่นานก็กลับบ้าน แต่เนื่องจากโรคหัวใจและความดันสูงซึ่งเป็นโรคประจำตัวของคุณย่าเกิดกำเริบขึ้นมา ต่อไปจึงต้องระวังมากยิ่งขึ้น

เจมี่ยังไม่ได้คุยกับคณิณอีกเลย ซึ่งระบบก็ได้เตือนความจำเขาอยู่เรื่อยๆ แต่ตอนนี้เขากลายเป็นไพ่ตายของคณิณไปแล้ว เขาอยู่อย่างอกสั่นขวัญแขวนตลอดเวลา ไม่อยากจะคิดเลยว่าหากถ้าคณิณเดินพรวดพราดเข้าไปบอกคุณหญิงย่าเรื่องความสัมพันธ์ผิดศีลธรรมของพวกเขา เกรงว่าคุณหญิงย่าคงไม่ใช่แค่เป็นลมแน่ แล้วภารกิจเขาก็จะล้มเหลวไม่เป็นท่า

คณิณเองก็เดินผ่านเขาด้วยหน้าตาเฉยชา ไม่มองเขาสักนิดเดียว เจมี่นอนร้องไห้ทุกคืนจนไม่มีน้ำตาจะร้องอีกแล้ว

ในที่สุดก็เจอพินัยกรรม ถูกซ่อนไว้ในบ้านพักตากอากาศหลังหนึ่ง หนังสือพิมพ์ทุกฉบับประโคมข่าวใหญ่โต ในที่สุดตระกูลตระกูลอัครเดชเดชากรณ์วรกุลก็ออกแถลงการณ์ว่าจะเปิดพินัยกรรมในอีกไม่กี่อาทิตย์ที่จะถึงนี้

เรื่องทั้งหมดก็เป็นไปแบบนี้โดยที่เจมี่ทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่างเดียว เขารู้สึกไร้ค่าจริงๆ

 

คณิณกำลังนั่งยองๆ อยู่ในห้องเก็บของห้องหนึ่ง เป็นห้องนอนเก่าของแม่เขา และเป็นห้องล่าสุดที่กล่อมกมลกับเข้ามาพลอดรักกัน เขาแตะริมฝีปาก ยังจำสัมผัสนั้นได้ดี

เขาเลื่อนกล่องกระดาษผุๆ ฝุ่นหนาเตอะหลายใบออกจนเห็นตู้เก็บรองเท้าโทรมๆ ตู้หนึ่ง เขาไขกุญแจเปิดออกแล้วหยิบห่อผ้าด้านในออกมา เมื่อค่อยๆ คลี่ห่อผ้าออกก็เห็นปืนกระบอกหนึ่ง เขาลูบไล้ปืนกระบอกนั้น พลางร้องเพลงกล่อมกมลเด็กดีด้วยเสียงแผ่วเบาไปด้วย

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 171 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

149 ความคิดเห็น

  1. #16 JirajedPhakdeeto (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:29
    โอ้ยยย ชอบมากก มาต่อไวๆนะคะไรท์
    #16
    0
  2. #15 trd_ka (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:55
    ทำไมเหมือนคณินโรคจิตนิดๆหรือคิดไปเอง-.,-
    #15
    3
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #15-2 TienTienTien(จากตอนที่ 10)
      29 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:01
      ไม่คิดไปเองหรอกค่ะ 55
      #15-2
  3. #14 sayuka (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:44

    สนุกกกกกมากกกก
    #14
    0