หย่งเหิง มิมลายสิ้นสูญ (สนพ.สถาพรบุ๊คส์)

ตอนที่ 4 : ๐๓ : ไฉ่ชุนผู้รู้คุณ (รีไรต์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 35,614
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,575 ครั้ง
    6 ก.พ. 62



 

                เมื่อผิงเจี้ยนทำท่าจะเข้ามาช่วยรักษา ปุณณมาสก็พาร่างของเด็กหญิงวัยสิบเอ็ดสิบสองที่คนยุคสมัยนี้นับว่าเป็นวัยกึ่งเด็กกึ่งเด็กสาว ปีนกลับขึ้นไปนั่งห้อยขาตรงข้างเตียง ยื่นมือข้างหนึ่งไปให้เขาจับชีพจร เพียงไม่กี่พริบตาเขาก็มีสีหน้าเครียดเคร่งจริงจัง


                “ดูจากภายนอกแล้วไม่รู้เลยว่าอวัยวะภายในของเจ้าบอบช้ำสาหัสถึงเพียงนี้ ผู้ลงมือกับเจ้าช่างโหดเหี้ยมนัก” ผิงเจี้ยนทั้งสงสารเมตตา ทั้งยังนึกชมในความอดทนของนางมากนักที่ไม่ร้องไห้ครวญครางให้เห็น เขาถึงกับลงทุนถ่ายลมปราณกระแสหนึ่งไปเยียวยาอวัยวะภายในที่บาดเจ็บ มิให้เด็กสาวผู้นี้ทรมานกับความเจ็บปวดเกินไปนัก


                “แล้วข้าจะจัดยาบำรุงให้ ส่วนบาดแผลภายนอก... เฮ้อ!... ผู้ที่พอกยาให้เจ้าช่างไร้ศิลปะในการรักษา” หมอหนุ่มฝีมือดีส่ายหน้า เอ่ยวิจารณ์ผู้อื่นหน้าตาเฉย ก่อนจะเอื้อมมือไปแกะผ้าพันแผลบนศีรษะเล็กๆ ออกอย่างระมัดระวัง


                “อืม... ยังดีที่ฝีเข็มไม่เลวร้ายเกินไปนัก... จากนี้ถ้าเจ้าไม่อยากเป็นหนูตัวเขียวให้ผู้คนขบขัน และไม่อยากมีแผลเป็นติดกายก็ใช้ยาในตลับนี้แทนเสีย”


                มือเล็กผอมแห้งยื่นไปรับตลับยาที่เขาล้วงออกมาจากแขนเสื้อ เงยหน้ามองใบหน้าหล่อเหลาที่ยามนี้ไม่ได้หน้าตาดีเสียเปล่าอีก ดวงตากลมฉายแววสำนึกบุญคุณ


                “ขอบคุณท่านหมอผิงเจี้ยน” กล่าวอย่างมีมารยาท


                ผิงเจี้ยนพยักหน้ารับ ก่อนจะละจากสายตาบริสุทธิ์เปิดเผยของเด็กน้อยไปยังเส้นผมเว้าแหว่ง มองแล้วก็นิ่วหน้า “แต่ผมของเจ้า... ต่อให้ให้เร่งบำรุงอย่างไรก็ยังต้องใช้เวลา อดทนรอสักหน่อยแล้วกัน”


                เห็นแววตาสีหน้ารับไม่ได้ของเขาแล้ว เจ้าของทรงผมที่ไม่เหมือนใครและไม่มีผู้ใดกล้าเหมือนก็อยากจะเห็นสภาพตัวเองนัก แต่ทว่าใบหน้าเล็กๆ ตีอาการยุ่งเหยิงได้ไม่นานก็ต้องเงยแหงนไปมองร่างสูงตระหง่านที่ก้าวมาหยุดตรงหน้า แล้วโยนคำถามชวนยุ่งยากใจมาให้ปุบปับ


                “เจ้าชื่อแซ่อะไร และเป็นใครมาจากไหน เหตุใดจึงถูกพวกเขารุมทำร้าย”


                จินหย่งเหิงเฝ้ามองจับสังเกตอาการ ของเก็บตกของตนอยู่นาน ดูจากภายนอกแล้ว เด็กน้อยผู้นี้ไม่ต่างจากขอทานเร่ร่อนอดอยากแร้นแค้น ร่างกายจึงได้เล็กแกร็นซูบผอม ผิวพรรณแห้งลอกหยาบกร้าน แต่แววตาและคำพูดคำจาในยามโต้ตอบผู้คน แม้จะดูกร้าวกล้าไปบ้าง แต่ก็ไม่เหมือนเด็กสาวที่ขาดการอบรมสั่งสอน


                คำถามของบุรุษชุดดำคงจะตอบง่าย หากจิตวิญญาณที่อยู่ในร่างชวนเวทนานี้ไม่ใช่หญิงสาวต่างถิ่น ที่จนป่านนี้ก็ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก


                ในระหว่างที่นางกำลังครุ่นคิดหาคำตอบ จู่ๆ ก็คล้ายได้ยินเสียงกระซิบวิ่งวนอยู่ในหัว ครั้นนางมุ่งความคิดควานหาที่มาอย่างประหลาดใจ เสียงขานตอบลึกลับก็พลันชะงักเงียบงันลงเสียตรงนั้น


                “ข้า... ข้าชื่อไฉ่ชุน เป็นขอทานไร้บ้าน เร่ร่อนอยู่ในตลาด...” เสียงแห้งๆ เอ่ยออกไปเท่าที่จับความได้


                “ขอทานน้อยไฉ่ชุนงั้นหรือ แล้วเจ้าไปทำอะไรเข้า คนพวกนั้นจึงทำร้ายเจ้า มุ่งหมายเข่นฆ่าให้ตายเช่นนั้น”


                ผู้มีนามใหม่ว่าไฉ่ชุนพยายามคิดทบทวนอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่มีเสียงผีพรายกระซิบดังมาให้ได้ยินอีกแล้ว คิดอยู่นานจนใบหน้ายับยุ่งก็ยังมีเพียงความเงียบ จนคนรอคอยคำตอบต้องย้ำเสียงเข้มปนข่มขู่อยู่ในที


                “ว่าอย่างไร! เหตุใดจึงเงียบไป หรือแท้จริงเป็นเจ้ากระทำความผิดอันใดมา จึงต้องถ่วงเวลาเพื่อปั้นแต่งคำโป้ปด”


                คำหยั่งเชิงยัดข้อกล่าวหา เรียกให้คนตัวเล็กเงยหน้ามองผู้ยิ่งใหญ่ตาขวาง ไม่เลี่ยงไม่หลบแววตาค้นคว้าจับพิรุธที่ข่มให้ใจสั่นไม่น้อย


                “ข้าก็จำไม่ได้” นางเอ่ยตอบออกมาในที่สุด


                “จำไม่ได้งั้นรึ” จินหย่งเฉินหรี่ตาลงว่าไม่เชื่อ แววตาฉายคำขู่ว่าอย่าริโกหก


                “ข้าจำไม่ได้จริงๆ” ข้อนี้นางไม่ได้โกหก แต่เพื่อให้เขาเชื่อถือจึงต้องปั้นน้ำเป็นตัวต่อไปอีกสักประโยคสองประโยค “อาจเป็นเพราะศีรษะถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส สมองกระทบกระเทือนเสียจนเลอะเลือน ความทรงจำบางส่วนจึงสูญหาย”


                “หึ! ช่างเป็นขอทานที่เก่งกาจ สามารถวินิจฉัยโรคให้ตนเองได้” จินหย่งเฉินยังจับจ้องจับผิดไม่วางตา


                “เอ่อ... ข้าเพียงพูดไปตามที่เคยได้ยินมา ในตลาดมีผู้คนมากมาย มีเรื่องราวเข้าหูข้าเยอะแยะ... โรคที่ข้าพูดนี้ย่อมมีจริง ใช่หรือไม่ท่านหมอผิงเจี้ยนผู้เก่งกาจ” นางหันไปคว้าแขนชายหน้ายิ้ม เขย่าเร่งเร้าถามทั้งแถมคำประจบ


                ผิงเจี้ยนมองสายตากึ่งขอร้องกึ่งบังคับหาพวกของขอทานน้อยแล้วก็นึกขันนัก แต่ใจหนึ่งก็เห็นใจคนเจ็บจนยอมพยักหน้า เอ่ยปากช่วยให้นางหนีรอดพ้นการคาดคั้นของบุรุษหน้าเคร่ง


                “อาการเช่นนี้ย่อมมี เพียงแต่มิใคร่พบเจอบ่อยนัก”


                จินหย่งเฉินหรี่ตามองคนทั้งสอง แววตาฉายเจตนาไม่ดีนัก เอ่ยถ้อยคำแล้งน้ำใจเสียงเรียบเฉย


                “ในเมื่อข้าหวังปากคำเกี่ยวกับคดีทำร้ายคนจากเจ้าไม่ได้ คนไร้ประโยชน์เช่นนี้ จะช่วยเหลือให้ที่พักพิงต่อไปก็เสียเปล่า เช่นนั้นก็จงออกจากเรือนของข้า กลับไปสู่ที่ของเจ้าเสีย”


                คนไร้ประโยชน์เบิกตามองสีหน้าจริงจังของผู้เอ่ยขับไล่ไสส่ง ในสมองก้อนน้อยๆ ที่มิได้เลอะเลือนมีความคิดวิ่งแล่นเร็วจี๋ หากนางต้องกลับออกไปเร่รอนอยู่ด้านนอก ไม่ใช่แค่ตกระกำลำบากกับการเป็นขอทานไร้บ้านเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ถ้าหากคนพวกนั้นผ่านมาเจอ แล้วนึกอยากออกกำลังไล่กวดไล่ฆ่านางขึ้นมาอีกเล่า!


                ทางผิงเจี้ยนกำลังขยับปากจะช่วยพูดให้เด็กน้อย แต่กลับมีสายตาดุดันตวัดมองฉับ ห้ามไม่ให้เขาเข้ามายุ่งเกี่ยว เมื่อมิอาจขัดบุรุษผู้นี้ได้ เขาจึงต้องยอมยืนมองอยู่เงียบๆ


                “นายท่านผู้สูงส่ง เปี่ยมด้วยเมตตาบุญญาบารมี...”


                ยามนั้นก็มีเสียงเล็กใสเสียงหนึ่งเริ่มต้นเจรจา เรียกขานเยินยอเสียจนบุรุษผู้สูงส่งมุมปากกระตุก แต่เจ้าของศีรษะเล็กๆ ที่ก้มหน้านอบน้อมมีหรือจะได้เห็น ยังคงเอื้อนเอ่ยวาจาต่อไป


                “ไหนๆ ท่านก็ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเด็กตาดำๆ เช่นข้าแล้ว ได้โปรดช่วยเหลือต่อไปให้ตลอดรอดฝั่งเถิดนะเจ้าคะ การให้ทานต่อชีวิต นับเป็นการสร้างบุญสร้างกุศลครั้งใหญ่นัก และถึงแม้วันนี้ผู้น้อยจดจำความไม่ได้ แต่วันข้างหน้ายังมีโอกาสฟื้นคืนความทรงจำกลับมา ถึงวันนั้นย่อมมีคำอธิบายดีๆ ให้กับนายท่านผู้ประเสริฐเลิศล้ำแน่นอนเจ้าค่ะ”


                ถ้อยคำเพื่อเอาตัวรอดนั้นฟังแล้วช่างประจบสอพลอจนน่าชิงชัง แต่ขณะเดียวกันก็เป็นการเสแสร้งบีบเสียงอ่อนทำตัวอ่อนน้อมอย่างเปิดเผยใสซื่อไร้ซึ่งมารยา มองแล้วช่างขัดแย้งเสียจนน่าขัน ส่งผลให้แววตาของบุรุษผู้เข้มขรึมปรากฏร่องรอยคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มขึ้นมา


                ผิงเจี้ยนมองสีหน้าแววตาของผู้ที่ภายนอกยังนิ่งเฉยข่มขวัญเจ้าขอทานน้อย เขาหยั่งรู้อนาคตโดยไม่ต้องเป็นเล่าเรียนศาสตร์การทำนายเลยว่า เด็กสาวผู้นี้ ต่อไปคงมิได้เป็นเพียงขอทานอีกแล้ว


                ความช่างเจรจาแฝงรอยฉลาดเฉลียวรู้ความเกินวัย การหาทางเอาตัวรอดอย่างไม่ยอมแพ้ยอมรับชะตากรรมง่ายๆ นั้น ได้ดึงดูดความสนใจจากบุรุษผู้นี้จนไม่คิดปล่อยคน


                แต่ดูเหมือนคนเอาตัวรอดสุดชีวิตจะยังไม่รู้เรื่องรู้ราว จึงยกเหตุผลเอ่ยอ้างต่อไปไม่ได้หยุด


                “อีกอย่างหนึ่ง... ตัวข้าผู้น้อยก็ตัวแค่นี้ รับรองว่ากินไม่มาก ไม่สิ้นเปลืองข้าวปลามากมายนัก ซ้ำยังกตัญญูรู้คุณคนเป็นที่สุด ย่อมต้องขยันขันแข็ง ทำงานทำประโยชน์ให้นายท่านผู้สูงส่งได้ไม่มากก็น้อยนะเจ้าคะ”


                “ดี!


                เสียงทุ้มก้องกังวานคำเดียวนั้น เรียกให้ไฉ่ชุนผู้เอาแต่ก้มหน้านบนอบเงยหน้าขึ้นมอง แววตาเปล่งประกายรอคอยคำต่อไปอย่างใจจดจ่อ


                “เจ้าพูดว่าจะทำงานให้ข้า เป็นการตอบแทนเรื่องที่พักพิงและอาหารโดยมิหวังสิ่งใดตอบแทนใช่หรือไม่” เสียงคาดคั้นคาดเดาอารมณ์ไม่ได้เปล่งออกมาจากริมฝีปากคู่บางเฉียบขาด


                “เจ้าค่ะ” ผู้ที่ยังไม่รู้ชะตาตัวเองรีบพยักหน้านำไปก่อน ขอแค่ไม่ต้องออกไปเสี่ยงตายข้างนอกก็พอแล้ว


                “ดีมาก! ถ้าเช่นนั้นจงมารับใช้ข้าโดยไม่รับค่าแรงอย่างที่ตั้งใจไว้เถิด เจ้าไฉ่ชุนน้อย... เจ้าอายุเพียงเท่านี้ แต่กลับกตัญญูรู้คุณนัก”


                คำตัดสินของเขาทำให้คนยอมทุกอย่างในคราแรกชะงักอึ้งด้วยมีสังหรณ์แปลกๆ ผุดพราย สีหน้าแววตาของเขาในยามเรียกชื่อเอ่ยชม คล้ายเอ็นดูหนึ่งส่วน เยาะหยันเก้าส่วนนั้น ช่างไม่น่าไว้วางใจเอาเสียเลย


                เจ้าไฉ่ชุนน้อยชักนึกสงสัยนิดๆ แล้วว่า ตนคิดสั้นเกินไปหรือไม่ ที่ตอบรับ งานไร้เงินแลกที่พักพิง ของนายท่านผู้เดาใจยาก แถมนางยังนึกไม่ถูกชะตาตั้งแต่แรกพบผู้นี้

               

- - - - - - - - - -


                ในคืนนั้น หานคุนที่ยึดถือหลักจารีตชายหญิงมิอาจร่วมห้อง เสียสละเตียงนอนของตนให้แม่นางน้อยผู้หนึ่งได้พักรักษาตัว แล้วดอดไปคอยเฝ้าผู้เป็นนายอยู่เรือนนอกมาถึงสองคืน ในที่สุดเขาก็ได้ห้องนอนของตนคืนมา ส่วนเจ้าตัวปัญหาก็ถูกย้ายไปพักที่ห้องนอนเล็กอีกข้างหนึ่งของห้องนอนใหญ่ ซึ่งมีไว้สำหรับบ่าวรับใช้ส่วนตัวของเจ้าของเรือน


                “กลิ่นอะไรหอมนัก”


                ไฉ่ชุนส่ายจมูกไปมาในอากาศ สูดกลิ่นหอมเย็นจางๆ เข้าไปอย่างชอบใจ นางนึกว่ากลิ่นสมุนไพรบนตัวจะทำให้จมูกสูญเสียการรับกลิ่นอื่นๆ รอบกายไปหมดสิ้นเสียอีก


                “กลิ่นเครื่องหอมน่ะ” ป้าเซินตอบผ่านไปที หากให้เจ้าของห้องคนใหม่รู้ความจริงว่าเป็นกลิ่นธูปเรียกวิญญาณที่คุณชายเฉินใช้เรียกปลุกแม่นางผู้หนึ่งที่เสียชีวิตในห้องนี้ เกรงว่าจะหวาดกลัวจนหลับไม่ลงเสียเปล่าๆ


                ภรรยาหลงจู๊จัดการดูแลบ่าวรับใช้หญิงอีกสองคนให้ปูฟูก จัดเตรียมของใช้ให้สาวใช้คนใหม่ตามคำสั่งของคุณชายเฉิน จนเรียบร้อยแล้วก็หันไปมองผู้ที่ยืนจดๆ จ้องๆ คล้ายอยากช่วยแต่ไม่รู้จะเริ่มตรงที่ใด เห็นชุดบ่าวตัวหลวมโพรกที่สวมใส่ยิ่งข่มกดให้ร่างน้อยที่สูงไม่ถึงห้าฉื่อยิ่งดูเล็กจ้อย หญิงกลางคนยิ้มใจดีให้แล้วเอ่ยสั่งความ


                “วันนี้เจ้าพักผ่อนเสีย พรุ่งนี้ยังต้องรีบตื่นมายกน้ำ ยกสำรับอาหารเช้า และทำงานรับใช้นายท่านอีก”


                “ข้าทราบแล้ว ขอบคุณท่านป้าเซิน” ไฉ่ชุนยิ้มกว้างตอบ ทั้งยังเผื่อแผ่ไปถึงหญิงสาวอายุราวสิบหกสิบเจ็ดทั้งสองที่มักมองมาแล้วยิ้มน้อยๆ คิดว่าพวกนางท่าทางจิตใจดีน่าคบหาทีเดียว


                จนคนทั้งสามออกจากห้องไปแล้ว ไฉ่ชุนก็เดินสำรวจหยิบจับข้าวของในห้องขนาดเล็ก นางหันซ้ายหันขวา และเดินไม่กี่ก้าวก็ครบถ้วนทั่ว ก่อนจะมาหยุดตรงหน้าอ่างน้ำที่วางอยู่บนชั้นไม้ข้างปลายเตียง ข้างๆ มีผ้าขาวผืนบางหลายผืนพับซ้อนกันไว้


                แม้เวลานี้จะอ่อนเพลียอยากนอนพักอย่างยิ่ง แต่อย่างไรแล้ว นางก็ต้องล้างหน้าล้างตา ทำความสะอาดเนื้อตัวที่เหนียวเหนอะหนะให้เรียบร้อยเสียก่อน


                แต่ว่าก่อนของก่อน...


                นางขอคลี่คลายสิ่งที่ค้างคาใจเป็นที่สุด... นางอยากรู้อยากเห็นนักว่า รูปร่างหน้าตาของขอทานน้อยที่ตนจับพลัดจับผลูมาอาศัยใช้ชีวิตอยู่นั้นเป็นเช่นไรกันแน่


                ด้วยในห้องนี้ไม่มีกระจกส่องหน้า ไฉ่ชุนจึงต้องยกเก้าอี้ไม้ตัวเล็กมาวางตรงหน้าชั้นที่สูงราวหน้าอก ก้าวขึ้นไปเขย่งชะโงกหน้ามองเหนืออ่างไม้ใบเล็ก


                เสี้ยวพริบตาต่อมา นางก็ผงะตกใจร้องลั่น ทั้งยังสะดุดเก้าอี้ล้มหงายหลังกับภาพที่เห็น!


                แสงวูบไหววับแวมจากตะเกียงเพียงดวงเดียวในห้อง สะท้อนกับผิวน้ำเป็นภาพสยองขวัญเกินเตรียมใจรับ ทั้งใบหน้าบูดเบี้ยวสีเขียวคล้ำ ดวงตาข้างหนึ่งบวมปูดแทบไม่เห็นลูกตา ที่ทุเรศทุรังที่สุดคงเป็นเส้นผมที่ถูกกล้อนทิ้งจนเว้าแหว่งสั้นกุดไปครึ่งแถบ


                เมื่อรวมเข้ากับเนื้อตัวที่ได้เห็นไปแล้วก่อนหน้า... สรุปว่าทั้งเนื้อทั้งตัวไม่มีตรงไหนที่ดูได้!


                ไฉ่ชุนนั่งกุมหัว ส่งเสียงครางคร่ำครวญรับตัวเองไม่ได้ รู้สึกอับอายขายหน้าเหลือทน เพิ่งเข้าใจลึกซึ้งถึงเสียงหัวเราะ รอยยิ้มขบขัน และแววตาเจือยิ้มของผู้คนที่พบเห็นตนก็ตอนนี้เอง


                ทว่าไม่ทันไร จู่ๆ ประตูห้องก็ถูกซัดเปิดผ่างเข้ามากะทันหัน จนนางต้องหันขวับไปมองอย่างตกใจ

 

- - - - - - - - - -


                จินหย่งเฉินยกมือห้ามหานคุนที่พุ่งตัวติดตามมาเพราะคิดว่ามีเหตุร้าย สั่งให้เขารั้งรออยู่ด้านนอก ก่อนจะสะบัดชายชุดยาวยกเท้าก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไปในห้องนอนเล็ก นัยน์ตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้อง แล้วหยุดลงตรงร่างที่นั่งกองอยู่บนพื้นห่างจากปลายเท้าไปไม่กี่ก้าว


                “เจ้าเป็นพวกชอบก่อกวนความสงบหรือไร” เขาชักสีหน้ารำคาญ กล่าวตำหนิเสียงเข้ม


                หนแรกที่พบเจอก็ร้องตะโกนไฟไหม้เรียกปลุกผู้คน หนที่สองก็กลิ้งหล่นจากเตียงร้องโอดโอยให้ต้องเข้าไปดู และหนนี้... ดูท่าเด็กรับใช้คนใหม่ของเขาจะนิยมชมชอบการนั่งกองอยู่กับพื้นเสียจริง


                ไฉ่ชุนช้อนตาขึ้นมองเจ้าของร่างดำทะมึนที่ก้าวเข้ามา น่าแปลกนักที่สายตาแหลมคมประดุจเหยี่ยวจ้องมองเหยื่อจากบนฟ้าคู่นั้น ปลุกเร้าความรู้สึกมากมายให้ปะทุขึ้นกลางอก หัวใจพลันเต้นตื่นด้วยความเกลียดชังแค้นเคืองรุนแรงอย่างไร้ที่มาที่ไป ซ้ำยังบีบหัวใจให้เจ็บปวดทรมานนัก


                ประกายตาโกรธกร้าวแข็งกล้าบนใบหน้ายับเยินนั้น พาให้คนมองแปลกใจจนคิ้วกระตุก ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายอันตรายเมื่อคิดว่าอีกฝ่ายอยากลองดี


                “นั่นคือสายตาที่ใช้มองผู้มีพระคุณของเจ้ารึ ตกลงแล้วเจ้าตั้งใจอยู่ที่นี่ต่อไปเพื่อตอบแทนคุณ หรือจ้องหาโอกาสทำร้ายข้ากันแน่” 


                ยามนี้เจ้าของสายตาจึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าเมื่อครู่จิตใจของตนลอยคว้าง สองตาจ้องหน้าเขาเขม็งขึงราวต้องการหาเรื่องใส่ตัว


                ทันทีที่รู้เช่นนั้น ไฉ่ชุนคนใหม่ก็กะพริบตาถี่ๆ รีบช่วงชิงการควบคุมสีหน้าแววตาคืนกลับมาจากสิ่งใดก็ไม่รู้ข้างในกาย นางหลุบตาก้มหน้ากล่าวอ้างแก้ตัว


                “ผู้น้อยมิกล้า... นายท่านคงมองผิดไปแล้ว ต้องโทษแสงไฟที่น้อยนิดเกินไปเถิด” บอกไปแล้วนางก็ได้ยินเสียงหัวเราะขึ้นจมูก ตามมาด้วยเสียงเรียบเย็นเอ่ยบอกข้อสันนิษฐาน


                “หึ! ข้าคิดว่าข้ารู้แล้ว... อาจเป็นแววตาหาเรื่องใส่ตัวของเจ้านี่เอง ที่กระตุ้นให้ผู้คนคันไม้คันมือ อยากลงมือให้หนัก”


                ไฉ่ชุนได้ยินแล้วก็เหลือบตามองมือเรียวยาวที่อยู่ใต้แขนเสื้อทันที ดูว่ามันกำลังกำเป็นหมัด อยากซัดนางให้หายคันไม้คันมือหรือไม่ เมื่อเห็นว่ามันยังถูกปล่อยอยู่ข้างตัวสบายๆ ก็โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง


                “อย่าได้ก่อเรื่องอันใดรบกวนยามราตรีของข้าอีก และพรุ่งนี้เมื่อข้าตื่นมาต้องมีน้ำร้อนไว้ล้างหน้าทันที เข้าใจหรือไม่” จินหย่งเฉินออกคำสั่งต่อร่างที่นั่งก้มหน้าก้มตา ห่อไหล่คอย่นให้คนคิดสงสาร เสียแต่ไม่ได้ผลกับเขา


                “เข้าใจเจ้าค่ะ” ไฉ่ชุนรีบรับคำ แต่ไม่ทันไรก็เงยหน้าขึ้นถามต่อ “แล้วปกตินายท่านตื่นนอนยามใดหรือเจ้าคะ”


                “ยามใดก็ยามนั้น” เขาตอบเหมือนไม่ตอบแล้วก็เตรียมจะสะบัดกายจากไป แต่กลับถูกสาวใช้เจ้าปัญหาร้องเรียกรั้งตัวไว้เสียก่อน


                “เดี๋ยวสิ! ประเดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะ ไม่รู้เวลาตื่นเช่นนี้ แล้วข้าจะเตรียมน้ำร้อนให้ท่านถูกเวลาได้อย่างไรเล่า” ผู้ไม่เคยเป็นสาวใช้ประท้วง


                “นั่นมิใช่ปัญหาของข้า” ผู้ที่ยังหันหลังให้กล่าวไม่ใยดี ซ้ำยังทิ้งคำขู่ขวัญก่อนจากอีกด้วย “แต่หากเจ้าชักช้าหรือทำให้ข้าพอใจไม่ได้ คงไม่ต้องบอกกระมังว่าคนไร้ประโยชน์สมควรมีจุดจบเช่นไร” 


                ไฉ่ชุนนั่งจ้องแผ่นหลังตรงตระหง่านอย่างเคืองใจนัก เมื่อเขาลับตาก็ลุกขึ้นไปปิดประตูที่คนแล้งน้ำใจเปิดค้างไว้ บ่นงึมงำให้กับนายท่านผู้เดาใจยากและโชคชะตาอันแสนประหลาดของตนไม่หยุด


                “เหอะ! ถือว่าท่านหล่อเหลายิ่งใหญ่นักหรือ จึงได้วางก้ามเอาแต่ใจตนเองถึงเพียงนี้ ช่างเป็นนายที่ไร้เหตุผล ไร้ความเห็นใจลูกน้องจริงแท้... เฮ้อ... เมืองก็ประหลาด ผู้คนก็ประหลาด ข้าจะพอพูดจาปรึกษาเรื่องนี้กับใครได้บ้างหนอ”


                นางบ่นไปพลางขยับมือถอดชุดตัวโคร่งออกจากตัว แต่แล้วก็ต้องชะงัก หมุนตัวหันไปมองประตูห้องที่หาความแข็งแรงไม่ได้ มองซ้ายมองขวาหาอะไรบางอย่าง ก่อนจะออกแรงลากเก้าอี้มีพนักตัวหนึ่งไปตั้งขวางไว้


                “ห้องนอนของข้าแท้ๆ แต่ความเป็นส่วนตัวสักนิดก็ไม่มี ผู้ใดจะบุกเข้ามาก็สวนสนามกันเข้ามาได้ตามใจ” เสียงเล็กใสยังคงบ่นต่อไป


                ระหว่างที่เช็ดตัวชำระคราบเหนียวเหนอะ แล้วทายาขี้ผึ้งบางเบากลิ่นหอมอ่อนๆ ลงไปแทน ผู้ที่เริ่มสงบใจลงก็เริ่มคิดใคร่ครวญเกี่ยวกับชีวิตของตนอย่างจริงจัง


                ตราบใดที่ยังไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ ไม่รู้เหนือรู้ใต้ว่าภายนอกนั้นยังมีสิ่งใดรออยู่ อย่างไรนางก็จะขอเกาะชายผ้าดำของนายท่านผู้นี้เอาไว้ให้มั่นก่อนแล้วกัน


                แล้วต้องทำตัวเช่นไรเล่า จึงจะสร้างความพึงพอใจให้เขาได้


                ผู้มาจากแดนไกลยังคงครุ่นคิด ถึงกับพกพาอาการขมวดคิ้วนิ่วหน้าตามติดไปถึงห้วงฝัน

               

- - - - - - - - - -


                ในความฝันนั้น... นางกำลังนั่งกอดขันใบหนึ่ง เสื้อผ้าชุดบางปะตรงนั้นชุนตรงนี้มิได้ช่วยบรรเทาความเหน็บหนาวได้เลย หลายร่างในวัยใกล้เคียงกันที่นั่งอยู่ข้างกำแพงคฤหาสน์จึงเบียดกายเข้าหากัน หวังถ่ายทอดไออุ่น สองตามองจ้องไปยังประตูไม้ทาสีแดงบานใหญ่อย่างรอคอย


                กระทั่งได้เวลาประตูบานนั้นเปิดออก เหล่าผู้คนอดอยากหิวโหยก็รีบขยับตัวลุกขึ้นกรูกันเข้าไปหา เสียงตะโกนสั่งจากบ่าวชายของเรือนนั้นคอยบอกให้เข้าแถว ผู้ใดแตกแถวจะมิได้รับแจกอาหาร


                เท้าเล็กก้าวไปทีละก้าว แถวข้างหน้าหดสั้นลงเรื่อยๆ


                จนในที่สุด ขันในมือขอทานน้อยก็ได้ยื่นออกไปรอรับข้าวต้มร้อนๆ มา แต่ปริมาณครึ่งขันที่น้อยนิดกว่าทุกครั้งก็ทำให้ต้องเงยหน้ามองคนตัก เสียงเล็กใสถามออกไป


            “ได้เท่านี้เองหรือ... พี่สาวคนงามเล่า ทำไมนางไม่มาแจกอาหาร”


                หลายครั้งก่อนหน้าเป็นพี่สาวคนงามนางหนึ่งออกมาตักอาหาร นางมักจะเพิ่มปริมาณให้แล้วบอกว่าเจ้าตัวเล็กต้องกินเยอะๆ ครั้งนี้ขอทานน้อยจึงตั้งความหวังอย่างยิ่งว่าจะได้ข้าวเต็มขันอย่างในครั้งก่อน


                “พี่สาวคนงามอันใด พูดจาไม่รู้เรื่อง ได้รับแล้วก็รีบไปเสีย อย่าให้ผู้ที่รอด้านหลังเสียเวลา” เสียงกระด้างเอ่ยตอบ พร้อมโบกกระบวยไล่


                ขอทานน้อยจึงได้แต่ประคองขันข้าวต้มออกมาด้วยใบหน้ายับย่น ผิดหวังยิ่งนัก


                เวลาผ่านไปเป็นสองสัปดาห์ สี่สัปดาห์ แปดสัปดาห์...


                ภาพเดิมๆ เกิดขึ้นซ้ำๆ ...มือน้อยประคองขันยื่นออกไป แล้วรับข้าวต้มบางครั้งจางบางครั้งข้นกลับมา ทุกครั้งยังคงเป็นข้าวครึ่งขันเช่นเดิม


                ยิ่งกินไม่อิ่ม ก็ยิ่งคิดถึงผู้ที่เคยตักข้าวให้นางเต็มขัน


                พี่สาวคนงามของนางหายไปไหนกันแน่ เหตุใดจึงไม่ออกมาตักข้าวอีกเลย


                แม้กระทั่งในวันหยุดประจำสัปดาห์ที่สาวใช้ผลัดเปลี่ยนกันออกมาเดินเล่นที่ตลาด นางก็ยังอุตส่าห์มองหา แต่ก็ไม่เห็นพี่สาวคนงามคนนั้นอีกสักคราเดียว

 

- - - - - - - - - -


                ภาพฝันพลันตัดวูบ... กลายเป็นภาพจากสายตาของร่างที่นั่งรอความเมตตาจากผู้คนที่ผ่านไปมา


                พอเห็นรถม้ามาจอดรอตรงหน้าประตูใหญ่ ก็รู้ว่าจะต้องเป็นฮูหยินใจกว้างเตรียมออกไปไหว้พระสวดมนต์ที่ศาลเจ้านอกเมือง ขอทานน้อยรีบเข้าไปป้วนเปี้ยนใกล้ๆ ในใจหวังว่าถ้าฮูหยินออกมาเห็นนางเข้า ก็อาจจะเมตตาสงสารให้ทานมาสักอีเปะสองอีเปะ


                มิคาดเลยว่าลมแรงกระแสหนึ่งจะพัดวูบมา หอบเอาฝุ่นปลิวตลบ รวมทั้งม่านประตูรถม้ายังถูกพัดแง้มเปิดออก เผยให้เห็นบางสิ่งที่อยู่ข้างใน


                “เอ... หีบอันใดกัน ฮูหยินจะไปค้างแรมหรือ”


            ขอทานน้อยขบคิดเมื่อเห็นหีบไม้ใบใหญ่ตั้งขวางอยู่เกือบเต็มรถม้า สายตาจดๆ จ้องๆ อย่างติดใจสงสัย ยามนั้นเจ้าขอทานช่างสงสัยไม่รู้เลยว่า ความอยากรู้อยากเห็นเกินขอบเขตกำลังจะชักนำภัยมาสู่ตน


                จนกระทั่งหันไปสบเข้ากับสายตาชวนหนาวสะท้านของฮูหยินที่เดินออกมาเห็นท่าทางสอดส่องของนางเข้าพอดี

 


  - - - - - - - - - -




ดูท่าขอทานน้อยไฉ่ชุนตัวจริงจะไปรู้เบาะแสอะไรมานะเนี่ย 

แล้วงานนี้จะพอได้เรื่อง มีประโยชน์ช่วยคลี่คลายคดีได้บ้างไหมหนอ?? 

แล้วรอติดตามกันต่อเจ้าค่าาาา


อ่านแล้วถูกใจฝากแอดไว้ติดตาม ฝากเม้นต์ ฝากโหวตให้กำลังใจไว้ได้นะเจ้าคะ 



- เถียนเมิ่ง -


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.575K ครั้ง

3,046 ความคิดเห็น

  1. #3046 pacific60cm (@pacific60cm) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 17:39
    พี่สาวคนงามก็คือตัวนางหรือเปล่า
    #3046
    0
  2. #2726 Airika_Catcha (@Airika_Catcha) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 20:32
    คำบรรยายสารรูปของไฉ่ชุนนั้น ทำเอาเราหัวเราะเสียงดังไปสามบ้านแปดบ้าน 5555
    #2726
    0
  3. #1514 Dreammimi1 (@Dreammimi1) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 14:51
    ขอนางเอกเก่ง ฉลาดๆนะไม่เอาโง่นะไหนๆทะลุมิติทั้งที มาม่าก็ไม่เอา แหม?สั่งเป็นอาหารตามสั่งเลย555
    #1514
    2
    • #1514-1 TianMeng (@TianMeng) (จากตอนที่ 4)
      20 กรกฎาคม 2561 / 16:45
      555+ นางเอกไม่โง่นักดอกเจ้าค่ะ แต่ความมาม่าอาจมากรุบกริบนะเจ้าคะ
      #1514-1
    • #1514-2 warmior (@warmior) (จากตอนที่ 4)
      24 ธันวาคม 2562 / 13:46
      5555+ เข้ามาขำคอมเมนท์รีดด้านบน
      #1514-2
  4. #1513 Dreammimi1 (@Dreammimi1) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 14:48
    ฮัลโหลเทส? มีจิ๋นซีภาคผู้หญิงเด็กดูท่าจะตลกนะคะ
    #1513
    1
    • #1513-1 TianMeng (@TianMeng) (จากตอนที่ 4)
      20 กรกฎาคม 2561 / 16:45
      น่าสนใจจริงๆ เจ้าคะ
      #1513-1
  5. #1056 Naruko (@Naruko) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 23:54
    เอิ่ม บุญดูเป็นมีอารมณ์ขันนะคะ
    #1056
    1
    • #1056-1 TianMeng (@TianMeng) (จากตอนที่ 4)
      21 มิถุนายน 2561 / 19:54
      มากเจ้าค่ะ
      #1056-1
  6. #913 PuiPui--r (@PuiPui--r) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 19:50
    ตอนนี้ทำเป็นมารักษาร่างเขาไว้ ก่อนเขากินยาตายทำอะไรไว้ล่ะนายท่านชุดดำ
    #913
    0
  7. #903 ana julia (@anajulianovela) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 16:46
    น้องมะลิกินยาตายเพราะเจ็บแค้นเคืองโกรธนายท่านชุดดำงี้เหรอคะ แง
    #903
    1
    • #903-1 TianMeng (@TianMeng) (จากตอนที่ 4)
      13 มิถุนายน 2561 / 08:36
      นั่นสิๆๆ ทำไมน้าาาา รอติดตามกันต่อจ้าาา
      #903-1
  8. #869 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 11:04
    หวังว่าจะไม่น้ำเน่าดราม่าแบบมีวิญญาณอื่นมาเข้าร่างโม่ลี่ฮวามาสวมรอยแทนน่ะ
    #869
    1
    • #869-1 TianMeng (@TianMeng) (จากตอนที่ 4)
      13 มิถุนายน 2561 / 08:51
      แหม๋ อันนี้น่าสน วุ่นวายเข้าไปอี๊กกกก
      #869-1
  9. #817 Noi Guthridge (@suphatra99) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 07:19
    เริ่มเรื่องได้ดีมากค่ะ เหมือนและไม่เหมือนใครดี ติดตามน่ะค่ะ
    #817
    1
    • #817-1 TianMeng (@TianMeng) (จากตอนที่ 4)
      4 มิถุนายน 2561 / 07:46
      ขอบคุณค่าาาา ติดตามกันต่อนานๆ นะเจ้าคะ ^^
      #817-1
  10. #406 MHEEPQ12 (@MHEEPQ12) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 11:14
    ไม่รู้จะสงสารจะไรดี555
    #406
    1
    • #406-1 TianMeng (@TianMeng) (จากตอนที่ 4)
      11 พฤษภาคม 2561 / 17:40
      สงสารนางเถอะ
      #406-1
  11. #44 Looney00 (@Looney00) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:01
    5555หนูตัวเขียว
    #44
    1
    • #44-1 TianMeng (@TianMeng) (จากตอนที่ 4)
      9 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:30
      หนูเขียวน่ารักนะเจ้าคะ
      #44-1
  12. #22 ลักซ์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 01:28
    อิจฉาอ่ะ 555555
    #22
    1
    • #22-1 TianMeng (@TianMeng) (จากตอนที่ 4)
      26 มกราคม 2561 / 16:23
      อยากเป็นเด็กรับใช้แทนไฉ่ชุนไหมเจ้าคะ
      #22-1
  13. #8 sangin2 (@Sangin) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 18:55
    รอๆๆๆ......
    #8
    1
    • #8-1 TianMeng (@TianMeng) (จากตอนที่ 4)
      19 มกราคม 2561 / 22:22
      มาเจ้าค่ะ อ่านต่ออีกนิดนะ
      #8-1
  14. #7 วัวพันปี (@witch-singsong) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 10:19
    จองพี่หาน..ขอเป็นหนุ่มเอวบางข้างพี่นะเจ้าคะ ท่านอ๋องไม่ว่าง
    #7
    1
    • #7-1 TianMeng (@TianMeng) (จากตอนที่ 4)
      19 มกราคม 2561 / 17:32
      แหม.. ชอบผู้สายล่ำ หน้าหินใจซื่อ ก็ยกให้เป็นของพี่หานเลยค่าาาา
      #7-1