หย่งเหิง มิมลายสิ้นสูญ (สนพ.สถาพรบุ๊คส์)

ตอนที่ 36 : ๓๒ : กลิ่นเปรี้ยวโชย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,798
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 224 ครั้ง
    26 เม.ย. 62




 

                กล่าวย้อนไปถึงเมื่อคืนนี้ที่หอชื่นราตรี...


                หลังจากแสดงละครอาละวาดคนจบแล้ว จินหย่งเฉินก็โอบเฟยเซียนกลับเข้าไปในเรือนแนบเนาราตรี อยู่ในนั้นหลายชั่วยาม จนใกล้จะรุ่งสางก็ได้เวลากลับ


                ก่อนจากมา เขายังไม่ลืมเอ่ยเรื่องการไถตัวนางกับแม่เล้า ต้องการพานางติดตามกลับเมืองชิงเหลียนไปด้วยกัน พูดกันสี่ห้าประโยค ตั๋วแลกเงินห้าพันตำลึงก็ลอยออกจากอกเสื้อไปโดยไม่มีแม้แต่คำต่อรองหรือแววตาเสียดาย แม่เล้าคลี่ยิ้มหน้าบานกล่าวประจบเสียงอ่อนหวาน ว่าขอเวลาขัดสีฉวีวรรณ อบรมมารยาทนางคณิกาผู้นี้ให้ดีสักหน่อย อีกสักสามวันเขาจึงค่อยมารับตัวนางไป


                แผนการสำหรับหอชื่นราตรีนับว่าลุล่วงไปอีกเปลาะหนึ่ง จินหย่งเฉินจึงเดินกลับโรงเตี๊ยมด้วยความโล่งใจอยู่หลายส่วน ไม่คาดคิดเลยว่าจะมีเรื่องทดสอบความสุขุมรอบคอบรอคอยเขาอยู่


                ขณะกำลังจะก้าวเข้าไปในห้องพักของตน เสียงหวานใสของเด็กสาวตัวปัญหาใหญ่ในชีวิตเขาก็ดังแว่วมาจากห้องของนางที่อยู่ด้านข้าง


                “...เรือนร่างนี้ช่างโดดเด่นไม่แพ้ใบหน้าเลยจริงๆ”


                สองเท้าที่เยื้องย่างสง่างามพลันหยุดชะงัก ใบหน้าเรียบเฉยหันขวับ คิ้วเข้มกระตุก... นั่นนางหมายถึงผู้ใดกัน!


            “...หากไม่นับรอยแผลน่าตายพวกนี้แล้ว ผิวที่เหลือก็ขาวเกลี้ยงเกลาดังหยกมันแพะเนื้อดี ดูเรียบลื่นไร้ตำหนิเสียยิ่งกว่าผิวของหญิงสาวเสียอีก”


                กล่าวเช่นนี้... แน่นอนแล้วว่าเรือนร่างที่เสียงใสๆ เอ่ยชื่นชมกินเต้าหู้อยู่นั้น มิใช่หญิงสาว!


                จินหย่งเฉินขบกรามข่มใจจนกล้ามเนื้อใบหน้าสั่นกระตุก นัยน์ตาเฉยชาลุกโชนด้วยแววอันตราย ต่อมาคล้ายในหัวบังเกิดเสียงสายฟ้าฟาดเปรี้ยงปร้าง เมื่อได้ยินเสียงบุรุษผู้อื่นอยู่ในห้องนอนของนางในยามวิกาล


                หากเท่านั้นไม่เพียงพอจะยั่วอารมณ์คนเยือกเย็นสุขุม ยังมีเสียงสนทนาชวนคิดไกลอีกหลายคำ ที่เปลี่ยนลมเรื่อยเอื่อยกลางม่านหมอกยามฟ้าสลัว ให้กลายเป็นลมพายุพัดโหมกระหน่ำ


                “อ้ะท่านเบาหน่อยสิอย่ารุนแรงเช่นนี้ เลือกออกแล้วเห็นหรือไม่”


                “ขออภัย... ต่อไปข้าจะระวัง ควบคุมกำลังตัวเองให้ดี”


                “เบาๆ ช้าๆ เช่นนั้นแหละ... พลิกเปลี่ยนข้างสักหน่อยดีหรือไม่”


                ยามนั้น... ความเยือกเย็นใดก็ไม่อาจเรียกขึ้นมาใช้เพื่อข่มความโมโหที่พวยพุ่งเกินหยุดยั้ง ฝ่ามือหนึ่งซัดกระแทกบานประตูเต็มแรง เท้ายาวๆ ก้าวเข้าไปพร้อมตะโกนถามเสียงดังลั่น


                “พวกเจ้าทำอันใดกันอยู่!!


- - - - - - - - - - -


                จบสิ้นเสียงราวฟ้าผ่า... ห้องทั้งห้องก็พลันกลับกลายเป็นห้วงความเงียบงันห้วงใหญ่


                คนบุกเข้ามาพลันชะงักยืนทื่อวางหน้าไม่ถูก เมื่อสิ่งที่เห็นมิใช่สิ่งที่คิด


                ส่วนคนที่อยู่ในห้องต่างออกอาการงุนงง มองคนโมโหอารมณ์พุ่งสูงเทียมฟ้าที่จู่ๆ ก็นิ่งงันไปตาปริบๆ


                มีเพียงคนเดียวที่ยิ่งใหญ่คับห้องนี้ที่ส่งเสียงประท้วงออกมาเบาๆ แล้วตามด้วยเสียงร้องแผดลั่นสุดพลังปอด...


                “อาเฮะเอะแง้!!


            “เสี่ยวหมิง!


                ไฉ่ชุนหันขวับทันควัน เร่งเท้าก้าวเข้าไปในห้องด้านในไม่รีรอชักช้า แต่ก่อนลับหายไปหลังม่านกั้นห้อง นางยังไม่วายสาดสายตาตำหนิใส่คนทำเสียงดังอย่างไม่กลัวเกรง


                จินหย่งเฉินนิ่วหน้ามองตามแผ่นหลังเล็กๆ ที่ผลุบหายไป แม้นางจะไม่ได้ทำอะไรอย่างที่เข้าใจผิดไปมหันต์ แต่การเห็นเด็กสาวต้อนรับบุรุษอื่นเข้าห้อง โดยที่ตัวเองอยู่ในชุดตัวในสีขาว ปล่อยเรือนผมยาวสยายเต็มแผ่นหลังเช่นนี้ เขาก็ไม่อาจกล่าวได้ว่าไม่มีเรื่องชวนขุ่นใจอันใดเกิดขึ้น


                ในเมื่อตัวการสำคัญไม่อยู่แล้ว สายตากระด้างของเขาจึงสาดไปยังองครักษ์กองเพลิงทมิฬที่ยืนนิ่งอยู่


                “เหตุใดจึงมีคนแปลกหน้าเข้ามาอยู่ในห้องของนาง” สายตาคมเฉียบตวัดฉับไปยังคนเจ็บหนักที่นอนตะแคงบนตั่ง เห็นบาดแผลบนแผ่นหลังนั้น เขาก็นึกรู้โดยเร็วว่าเป็นคนชุดดำที่หลบหนีมาจากหอชื่นราตรี


                “คนผู้นี้บาดเจ็บสาหัส สิ้นสติตรงหน้าห้องขอรับ ฮูหยินออกไปพบเห็นเข้าจึงให้ผู้น้อยแบกเขาเข้ามารักษา ผู้น้อยเห็นว่าเขาไม่อาจทำอันตรายใดต่อฮูหยิน จึงทำตามคำสั่งของนาง” องครักษ์ร่างใหญ่กล่าวรายงาน


                “เจ้าหละหลวมถึงขนาดให้คนนอกบุกมาถึงหน้าห้องนาง?” เสียงเรียบนิ่งแต่เข้มจัด บ่งบอกชัดว่าไม่พอใจ


                เมื่อจินหย่งเฉินเห็นคนของตนก้มหน้านิ่ง ไม่มีคำแก้ตัวอย่างรู้ความผิดก็เอ่ยคาดโทษ “คนบาดเจ็บไม่ใช่เหตุผลเพียงพอให้เจ้าหย่อนยาน อย่าให้มีเหตุการณ์เช่นนี้อีก”


                “ผู้น้อยน้อมรับทราบขอรับ ต่อไปจะกวดขันให้มาก”


                “แล้วเจ้าอยู่ในห้องนี้มานานเท่าใดแล้ว”


                “ราวสองเค่อขอรับ” องครักษ์หนุ่มเอ่ยตอบ


                “เช่นนั้นจงไปลืมตาในน้ำ ห้ามแม้แต่กะพริบตาสองเค่อ ฝึกยุทธ์อย่าได้หยุดพักอีกสองชั่วยาม และที่สำคัญ อย่าได้แพร่งพราย หรือนึกถึงสิ่งที่เห็นในห้องนี้อีก” จินหย่งเฉินมอบบทลงโทษแสนประหลาดด้วยใบหน้าจริงจังน่ายำเกรง


                องครักษ์หนุ่มรีบโค้งคำนับแล้วออกไปปฏิบัติตามโดยไม่คิดกังขา คิดเอาว่าตนถูกลงทัณฑ์เพราะเผลอละสายตา ละเลยต่อหน้าที่เฝ้าคุ้มกันเรือนท่านหมอและฮูหยิน ส่วนใจความสำคัญที่นายท่านไม่ต้องการให้พูดออกไป... แน่นอนว่าย่อมเป็นเรื่องชายชุดดำ นายท่านคงไม่ต้องการให้พวกที่ทำร้ายคนผู้นี้ล่วงรู้ว่าที่นี่ได้ช่วยเหลือซ่อนตัวคนเอาไว้


                สำหรับชายชาญหาญกล้าในกองเพลิงทมิฬ เรื่องฝึกยุทธ์กับการปฏิบัติตามคำสั่งนายท่าน พวกเขาใส่ใจให้ความสำคัญนัก แต่เรื่องความรู้สึกในหัวใจกลับไม่มีแม้แต่เสี้ยวใจจะฉุกคิดสงสัย


                จึงไม่ได้คิดเลยว่าสิ่งที่ผู้เป็นนายต้องการล้างออกจากตาและจงลืมเลือน เป็นภาพของฮูหยินในรูปลักษณ์ที่เขารู้การควรไม่ควร ไม่ได้จ้องมองให้ชัดสายตาเท่านั้น!


                ผิดกับเด็กสาวผู้หนึ่งที่อุ้มเด็กทารกในห่อผ้านวมเดินช้าๆ ออกมา


                ไฉ่ชุนได้ยินคำสั่งของเขาแล้วรู้สึกว่าแปลกประหลาดนัก ดวงตากลมมองคนวางหน้านิ่งเฉย นางคิดอะไรอยู่ครู่หนึ่งก็หยั่งเชิงถาม


                “คำถามนั้นของท่านตอนแรกเข้ามา... คิดว่าข้ากับเขาทำสิ่งใดกันอยู่หรือ”


                “คิดอันใด? ข้าไม่ได้คิดอันใดทั้งสิ้น” จินหย่งเฉินตอบเสียงเรียบ ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าเผยพิรุธออกไปไม่น้อย ทั้งการไม่สบตาคนถาม ทั้งอาการหายใจเข้าแรง ทั้งใบหน้าฉาบน้ำแข็งที่เชิดสูงขึ้นหลายองศาจนดูจงใจมากเกินไป


                ไฉ่ชุนเห็นแล้วก็ลอบยิ้ม คาดเดาว่าสิ่งที่เขาคิดย่อมเป็นเรื่องไม่ดีไม่งามระหว่างนางกับองครักษ์ผู้นั้น แต่ที่นางไม่รู้คือเขาคิดไปไกลลิบเพราะคำพูดสองแง่สองง่ามของนางเอง


                “แล้วเหตุใดท่านจึงไล่เขาออกไปเสียเล่า ผู้ใดจะอยู่ช่วยข้าดูแลคนเจ็บ” นางถามไปก็แกว่งร่างไปมา ไกวกล่อมเจ้าหนูเสี่ยวหมิงไปพลาง


                เห็นนางถามอย่างไม่รู้สึกรู้สา จินหย่งเฉินก็ตีหน้าเคร่งว่ากล่าวอบรม


                “เจ้ายังกล้าถามอีกรึว่าเหตุใดต้องไล่เขาไป ห้องนอนสตรีจะปล่อยให้มีบุรุษเข้ามาเพ่นพ่านได้อย่างไร แล้วยังมีตัวเจ้า ก่อนออกจากห้องหรือเปิดประตูรับผู้ใด ไม่คิดบ้างหรือว่าสมควรหาเสื้อคลุมมาคลุมทับไว้ให้มิดชิด”


                คนไม่ทันได้คิดใส่ใจเพิ่งจะนึกขึ้นได้เมื่อถูกตักเตือน แต่ก็ยังไม่วายแย้งออกไป


                “ข้าสวมเสื้อแขนยาวตัวยาวคลุมถึงข้อมือข้อเท้า เนื้อผ้าก็มิได้โปร่งบางเหมือนชุดนอนฤดูร้อน เชือกรัดเอวก็ผูกแน่นหนา ท่านยังบอกว่าไม่มิดชิดอีกหรือ แล้วถ้าหากท่านบอกว่าห้องสตรีไม่เหมาะกับบุรุษ ตัวท่านไยไม่ออกไปด้วยเล่า” ไฉ่ชุนถามหน้าซื่อ แต่แววตายอกย้อนนั้นซ่อนไม่มิด


                “เจ้าเด็กน่าตายผู้นี้นี่ข้าเป็นสามี ไม่นับเป็นบุรุษอื่น” จินหย่งเฉินโดนเด็กสาวยั่วโมโหแทบแย่แล้ว ต่อมานัยน์ตาคมฉุนจัดก็ตวัดมองไปทาง เรือนร่างเนียนขาวราวหยกมันแพะ’ กล่าวเสียงขุ่นมัวห้วนจัด “อีกอย่างหนึ่ง หากข้าก้าวออกไป จะมิใช่เป็นการปล่อยให้เจ้าอยู่กับชายผู้นี้สองต่อสองหรอกรึ”


                ไฉ่ชุนมอง สามีเหวี่ยง’ แล้วคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์เจ้ากล เสียงหวานหยาดเยิ้มกล่าวกลั้วหัวเราะ


                “ท่านพี่... ข้ารู้สึกว่าได้กลิ่นเปรี้ยวโชยมาจากตัวท่าน”


                 เด็กสาวยิ้มกว้างยิ่งขึ้นเมื่อเห็นเขาชะงักไป นางรู้อยู่หรอกว่ามันไม่จริง เขาก็เพียงแค่รู้สึกเก้อที่เข้าใจผิด และไม่พอใจที่นางประพฤติตัวไม่เหมาะสม แต่กระนั้นนางก็ยังอยากยั่วประสาทเขาเล่น ท่าทางหลุดจากกรอบการควบคุมตนเองของคนสุขุมเยือกเย็น มองแล้วน่าขันน้อยๆ เสียเมื่อไร


                จินหย่งเฉินเพ่งสายตาดุสบตานางไม่หลบเลี่ยง แต่เหตุใดแววตาระยิบระยับหยอกล้อในดวงตากลมโตคู่นั้น กลับทำให้เขาร้อนตัวจนต้องเมินหลบในตอนสุดท้ายเสียก็สุดรู้


            ประเสริฐ!


            เขาผู้นี้ถึงกับเพลี่ยงพล้ำทำเรื่องน่าขายหน้า แม้จะเป็นแค่วาจาประโยคเดียวก็ถือว่าพลาดที่วู่วามรีบร้อนตัดสินเกินควร เท่านั้นไม่พอ ยามนี้ยังมาพ่ายแพ้ต่อสายตาดรุณีน้อยนางหนึ่ง


            เด็กสาวผู้นี้เป็นตัวปัญหา ตัวปัญหาใหญ่ทำให้จิตใจเขาวุ่นวายโดยแท้จริง


- - - - - - - - - - - -


หึๆๆ ชักจะเริ่มนิ่งไม่อยู่แล้วนะเจ้าคะท่านอ๋อง กลิ่นเปรี้ยงหึ่งมากเจ้าค่ะ

- - - - - 

ใครสนใจอุดหนุนเรื่องนี้ไปนอนอ่านยาวๆ 

สามารถสั่งจองได้ทั้งที่ เพจสถาพรบุ๊คส์ หรือ เว็บไซต์สำนักพิมพ์

ตั้งแต่วันนี้ - 15 มีนา ลด 20% เหลือ 344 บาท 

เริ่มจัดส่ง 15 มีนาคมค่ะ 

(ส่วนอีบุ๊คจะมาหลังออกเล่มไปอีก 1 สัปดาห์นะคะ)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 224 ครั้ง

3,046 ความคิดเห็น

  1. #2936 pemipond (@pemipond) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 14:22

    โชยมาทั้งไห

    #2936
    1
    • #2936-1 TianMeng (@TianMeng) (จากตอนที่ 36)
      13 พฤษภาคม 2562 / 23:09
      เปรี้ยวมากเจ้าค่ะ
      #2936-1
  2. #2703 Cartoon_Crazy (@lookwahh) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 20:26
    มีโปรebook บ้างไหมคะ??
    #2703
    1
    • #2703-1 TianMeng (@TianMeng) (จากตอนที่ 36)
      7 มีนาคม 2562 / 20:39
      ปกติอีบุ๊คจะลด 20% จากปกค่ะ แต่ถ้ามีพิเศษกว่านี้ยังไงจะมาแจ้งอีกครั้งนะคะ
      #2703-1
  3. #784 kakfern23 (@kakfern23) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 18:22
    ต้องใช้กระสุนเงินรึดาบรึอาวุธที่ทำจากเงิน
    #784
    1
    • #784-1 TianMeng (@TianMeng) (จากตอนที่ 36)
      1 มิถุนายน 2561 / 08:08
      วิธีตายคุ้นมากเลยเนอะ อิอิ
      #784-1
  4. #783 adw213455 (@adw213455) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 17:44

    กำลังเข้มข้นเลยแหะ

    #783
    1
    • #783-1 TianMeng (@TianMeng) (จากตอนที่ 36)
      1 มิถุนายน 2561 / 08:09
      กำลังเคี่ยวน้ำต้มมาม่าให้กลมกล่อมเจ้าค่ะ ^^
      #783-1