(MPreg) Dear you, my husband รักที่สุดคุณสามี

ตอนที่ 5 : กลับไปหาสามี 05 : มื้อเที่ยงกับว่าที่สามี [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,055
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 75 ครั้ง
    10 มี.ค. 63


 

 

            ดวงตาเรียวสดใสจ้องผ่านกระจกออกไปยังทิวทัศน์เบื้องนอก สภาพการจราจรยามใกล้เที่ยงของเกาะฮ่องกงยังคงคล่องตัวทำให้เขาอารมณ์ดี เฉินอวี่เฉิงมองเวลาเล็กน้อย ยิ้มออกมาอย่างพอใจเมื่อพบว่าตนไม่ได้ไปสาย จากตรงนี้ไปถึงย่านเซ็นทรัลยังไงก็ไปถึงก่อนเกือบยี่สิบนาที คิดแล้วก็หยิบสมาร์ตโฟนออกมาเขี่ยเล่นฆ่าเวลา

            “ตรวจร่างกายเป็นยังไงบ้างครับคุณชายเล็ก” คำถามจากคนขับรถทำให้คนฟังชะงัก

            “ออกมาดีครับ แข็งแรงสมบูรณ์ อาทิตย์หน้าก็เริ่มได้เลย” ว่าแล้วก็ชูใบรับรองแพทย์ที่มีรายละเอียดการตรวจร่างกายอย่างละเอียดให้ลุงฝู คนเก่าคนแก่ของที่บ้านได้เห็นผ่านกระจกมองหลังไปพลาง ๆ “บอกคุณพ่อเลยครับว่าไว้ใจได้”

            “เรื่องสำคัญอย่างนี้ต้องบอกเองสิครับ” ลุงฝูตอบมาว่าอย่างนั้น

            “แต่เดี๋ยวลุงก็จะแอบเอาไปบอกพ่อผมอีกรอบ รู้ทันนะครับจะบอกให้”

ตอบพลางหัวเราะอารมณ์ดี วันนี้ก็ยังเป็นอีกวันที่เฉินอวี่เฉิงมีแพลนออกไปทำธุระนอกบ้าน ชายหนุ่มขยับแขนเปลี่ยนมือสำหรับเล่นสมาร์ตโฟนเล็กน้อยเนื่องจากรู้สึกปวดหน่วง ๆขึ้นมา ซึ่งก็เกิดขึ้นจากรอยช้ำตรงข้อพับที่ถูกเจาะเพื่อตรวจเลือด เจ็บนิดหน่อยและไม่มีค่าพอให้บ่นอะไร และตอนนี้เฉินอวี่เฉิงก็ยังอยู่ในภาวะอารมณ์ดีที่เอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ใส่โปรแกรมแชทจนลุงฝูต้องทำสีหน้าประหลาด ๆ ออกมาอีกครา

อันที่จริงคนขับรถเก่าแก่ของบ้านคงจะปลงกับสีหน้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างง่ายดายและท่าทางเดี๋ยวยิ้มเดี๋ยวคิ้วขมวดของเขาไปแล้วหลังจากพบกับเหตุการณ์น่าตกใจบนรถเมื่อสองวันก่อน เฉินอวี่เฉิงคิดถึงเรื่องนี้แล้วยิ้มออกมา บทสนทนาที่เขาพูดคุยเปิดใจกับแม่บนรถนั้นใช้เวลาไม่นานก็ถึงหูบิดาเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นหลังมื้อเที่ยงกับบ้านสกุลหลี่ เมื่อเฉินอวี่เฉิงกลับไปสิ่งที่รออยู่คือคุณพ่อซึ่งยืนทำตาแดงเรื่อ ใบหน้าของชายวัยกลางคนที่เฉินอวี่เฉิงคิดเสมอว่าเอาแต่เคร่งเครียดจดจ่อกับเงินและผลประโยชน์ซ้ำยังไม่รักเขาเท่าพี่ ๆ เต็มไปด้วยความละอายและความเสียใจ พ่อตรงมากอดเขาไว้ ปากก็พร่ำบอกว่ารักเขามากมายและจะยกเลิกสัญญาทั้งหมด ยอมกิจการล้มละลายแต่ไม่ยอมให้ลูกต้องทุกข์ใจเด็ดขาด

ในช่วงเวลาที่ทั้งน่าตกตะลึงและชวนประทับใจเหล่านั้น เฉินอวี่เฉิงจำได้ว่าเขายิ้ม บอกพ่อด้วยประโยคเดียวกับที่บอกแม่ว่าเขาจะแต่งงานกับหลี่หยางสวินด้วยความเต็มใจ จากนั้นก็เป็นหน้าที่ของเถาเยว่หรงในการบอกเล่าว่าเขายินดีกับการมีสามีเป็นตัวเป็นตนแค่ไหน บอกว่าลูกชายคนเล็กหลงรักหลี่หยางสวินสุดใจ แถมด้วยเรื่องราวน่าอายทั้งการสารภาพรักและอาจหาญไปลวนลามคู่หมั้นก่อนอย่างใจกล้าของเฉินอวี่เฉิง เล่นเอามุดหน้าหนีแทบไม่ทัน

แต่ทุกอย่างก็เป็นไปด้วยดี ได้เคลียร์ใจและพูดคุยเปิดอกกับพ่อแม่ทำให้ความรู้สึกผิดของเฉินอวี่เฉิงเบาบางลงไปมาก แม้จะรู้สึกผิดคาดไปบ้างที่งานแต่งเปลี่ยนเป็นงานหมั้นหมาย ทว่าเมื่อมีการให้คำมั่นเรียบร้อยอีกทั้งธุรกิจของที่บ้านก็ได้รับการช่วยเหลือเฉินอวี่เฉิงจึงไม่เดือดเนื้อร้อนใจอะไร ทั้งสองตระกูลตกลงหมั้นหมายกันในอีกสามเดือนข้างหน้า เป็นวันที่สิบสามเดือนเก้าฤกษ์ที่เร็วที่สุดอย่างที่คุยกันไว้ จากนั้นก็เป็นภารกิจการก้าวสู่เส้นทางสายแม่บ้านของเฉินอวี่เฉิงที่ตัวเขากระทำอย่างเต็มอกเต็มใจ เมื่อวานเข้าไปสมัครเรียนทำอาหารเพื่อเป็นศรีภรรยาที่ดี ส่วนวันนี้ก็มีนัดตรวจร่างกายกับหมอที่เพิ่งเสร็จไปเมื่อครู่

ปัจจุบันนี้ด้วยวิทยาศาสตร์อันก้าวหน้า การทำให้ผู้ชายตั้งท้องไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ขั้นตอนง่าย ๆ เพียงแค่แจ้งความจำนงต่อแพทย์ จากนั้นก็จะมีการตรวจร่างกายและทานยาก่อนจะเข้าสู่กระบวนการเพาะสร้างมดลูกเทียมด้วยวิธีทางการแพทย์ที่ปลอดภัยและสะดวกสบาย เพียงแต่การตั้งครรภ์ในผู้ชายยังมีข้อจำกัด นั่นคือผู้ชายหนึ่งคนสามารถตั้งท้องได้เพียงครั้งเดียวชั่วชีวิต เพราะของที่สร้างมายังไงก็ไม่เหมือนธรรมชาติให้ อีกทั้งร่างกายของผู้ชายที่คลอดลูกแล้วจะอ่อนแอลงอย่างมากจนการตั้งท้องอีกครั้งไม่ต่างกับการฆ่าตัวตาย จึงไม่มีหมอที่ไหนยอมให้มันเกิดขึ้น

ไปโรงพยาบาลในวันนี้ก็เพื่อตรวจยืนยันเรื่องสุขภาพและเตรียมความพร้อมของร่างกาย หลังจากนี้เฉินอวี่เฉิงต้องฉีดยา ทานยาและฮอร์โมนเพื่อปรับสภาพร่างกายให้เหมาะสมต่อการตั้งครรภ์ ระยะเวลาหนึ่งปีเป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเตรียมให้ตนเองพร้อมกับชีวิตคู่ เฉินอวี่เฉิงคิดไว้แล้วว่าจะไม่ยอมพลาดเหมือนอดีตเด็ดขาด ชายหนุ่มแจ้งความต้องการนี้กับมารดาและคุณนายหลี่แล้วซึ่งทั้งสองต่างก็ไม่ขัดข้อง พวกเขาดีใจที่เฉินอวี่เฉิงแสดงออกว่าต้องการร่วมชีวิตกับหลี่หยางสวิน ต่างคนต่างก็พูดจาให้กำลังใจมากมาย หลี่อี้เหมยที่ปลาบปลื้มในตัวลูกสะใภ้เป็นที่สุดบอกซ้ำ ๆ ว่าเสี่ยวเฉิงน่ารักแบบนี้อีกไม่นานพี่หยางก็ต้องยอมศิโรราบแต่โดยดี

และคำอวยพรนั้นก็เหมือนจะได้ผลนิดหนึ่ง... ล่ะมั้ง

หัวเราะออกมาเบา ๆ พลางกดเข้าไปอ่านข้อความในโปรแกรมสนทนาอีกครั้ง เฉินอวี่เฉิงมองชื่อหลี่หยางสวิน เจ้าของบทสนทนาที่ชวนเขาไปทานมื้อเที่ยงและยิ้มหวานละไม ชายหนุ่มคิดถึงตอนที่ตัวเองขอเบอร์โทรจากหลี่หยางสวินแล้วอดขำไม่ได้ ตอนนั้นหลังจากถือวิสาสะลวนลามชาวบ้าน มองดูสีหน้าช็อกของว่าที่สามีอย่างสุขใจที่ไม่โดนเหวี่ยงทิ้ง เฉินอวี่เฉิงยังทำหน้าหนาขอเบอร์ขอเป็นเพื่อนกันในโลกออนไลน์ นอกจากเข้าไปกดติดตามบัญชีอินสตราแกรมของอีกฝ่าย ก็ยังได้วีแชทมาด้วย

มองข้อความที่ออกจะหนักขวา แม้อยากคุยกับพี่หยางมาก ๆ แต่เฉินอวี่เฉิงก็ไม่หน้าหนาขนาดจะโทรไปพูดคุยกับอีกฝ่าย เขากลัวว่าจะรบกวนและเป็นที่รำคาญ ดังนั้นจึงเลือกรุกจีบพี่หยางสวินด้วยการส่งข้อความไปแทน ดวงตาคู่สวยไล่มองประโยคอรุณสวัสดิ์ยามเช้า ทักทายยามเที่ยงบอกให้ทานข้าวตรงเวลาแถมด้วยทักไปตอนเย็นและก่อนนอน ขยันส่งทั้งสติ๊กเกอร์ ทั้งรูปภาพ (ที่เขาคิดว่าตัวเองน่ารัก) ไปให้ แต่คำตอบของหลี่หยางสวินดันกลายเป็นการอ่านเฉย ๆ ไม่ก็ส่งแค่ อืมมาหนึ่งคำชวนให้หน้าม้านกันไป ทำเอาคนไม่คุ้นกับนิสัยเงียบ ๆแบบนี้แอบบ่นอุบ

บอกตัวเองว่าอย่าสนเรื่องเก่า ๆ แต่ลึก ๆ ในใจเขายังอดท้วงไม่ได้ว่าแต่ก่อนพี่หยางไม่ได้เป็นแบบนี้ เฉินอวี่เฉิงที่จำได้ดีว่าหลี่หยางสวินเป็นผู้ชายแสนดีและอบอุ่นแค่ไหน ได้แต่ถามตัวเองว่าทำไมพี่หยางของเขาถึงกลายเป็นเสือยิ้มยากผู้เย็นชา ยิ่งคิดก็ยิ่งกังวลว่าจะโดนเกลียดเข้าแล้ว

ไปกินมื้อเที่ยงกันที่ร้านXX ดีไหม

แต่ทุกความกังวล ความสงสัยก็ปลิวออกไปจากสมองทันทีเมื่อเช้านี้หลี่หยางสวินส่งข้อความมาหาเขาเป็นครั้งแรกเพื่อชวนออกไปทานข้าวด้วยกัน

เสียสติ ฉีกยิ้มกว้างและอ่านข้อความซ้ำ ๆ เพื่อยืนยันว่าตนเองไม่ได้ตาฝาด เฉินอวี่เฉิงจำได้ว่าตัวเองที่นอนเขี่ยมือถือแบบเซ็ง ๆ อยู่แทบลุกมาหวีดร้องเมื่อได้รับคำชวนจากอีกฝ่าย เขาพิมพ์ตอบไปก็หัวเราะคิกคักเหมือนคนบ้าไป คิดดูแล้วก็น่าอายที่ทำยังกับเด็กหนุ่มเพิ่งมีความรัก

มองสบตาลุงฝูที่ยังทำหน้าแปลก ๆ ผ่านกระจกหลังแล้วขยับตัวสำรวจรูปร่างหน้าตาและการแต่งกายไปพลาง ๆ เฉินอวี่เฉิงปัดเส้นผมสีดำสนิทของตนที่กระดกขึ้นเล็กน้อย วันนี้เนื่องจากหลี่หยางสวินนัดทานอาหารที่ร้านบะหมี่ชื่อดังย่านเซ็นทรัล เขาจึงแต่งตัวออกแนวสตรีทด้วยกางเกงยีนสีเข้มพอดีตัว รองเท้าผ้าใบสีขาว เสื้อยืดพิมพ์ลายสีเดียวกันทับด้วยเเจ็คเก็ตสีน้ำเงิน แม้การแต่งตัวแบบนี้จะดูผิดแผกกับลุคคุณชายน้อยเมื่อคราวก่อนที่พบหน้าแต่เฉินอวี่เฉิงคิดว่าเหมาะสมแล้ว มันดูเป็นตัวเขามากกว่า ใครจะรู้ล่ะว่าความจริงหลี่หยางสวินอาจชอบแบบนี้มากกว่าก็ได้

นึกถึงการพบหน้ากันในสภาพความประทับใจติดลบแล้วส่ายหน้า บางทีเขาก็ไม่เข้าใจ ชีวิตก่อนเฉินอวี่เฉิงแต่งตัวแนวร็อกเต็มพิกัดแถมกัดสีผมจนหัวทองชวนแสบตาคนยังตกหลุมรักจะเป็นจะตาย มาตอนนี้พอเป็นคุณชายน้อยน่ารักดันเฉย ๆ หรือไอ้ทฤษฎีที่ว่าคนเรามักชอบอะไรที่ต่างจากตัวเองมันจะเป็นจริง

 

Rrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrr

กำลังเล่นมือถืออยู่ดี ๆ ก็มีคนโทรมา เฉินอวี่เฉิงกดรับ “ครับ ใครครับ”

“อาเฉิง นี่ฉันเอง อย่าเพิ่งวางนะฉั...”

ตู๊ด

รับสายเมื่อเห็นว่าเบอร์ที่โทรมาเป็นเบอร์ที่เขาไม่รู้จัก อุตส่าห์คิดว่าอาจเป็นคนของพี่หยางสวินแต่ผลลัพธ์ที่ได้ชวนเบ้หน้า เฉินอวี่เฉิงกดวางสายทันควันเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นหู สีหน้าของชายหนุ่มเย็นเยียบเมื่อทราบว่าคนที่โทรมาเป็นใคร เขาปฏิเสธการพูดคุย เขาไม่สนใจ ไม่อยากฟังน้ำเสียงอ้อนวอนราวกับจะขาดใจใด ๆ ทั้งนั้น

“ลุงฝู”  เฉินอวี่เฉิงเรียกชื่อคนขับรถตนด้วยน้ำเสียงเย็น ๆ ชายหนุ่มหรี่ตามองเบอร์เดิมที่โทรซ้ำ นิ้วเรียวกดบล็อกมันเงียบ ๆ “ผมมีเรื่องจะถาม”

“ครับคุณหนู”

“เบอร์ใหม่ของผมไปซื้อมาจากไหน ไม่ได้เอาของฟรีที่แจกตามข้างทางมาใช่มั้ยครับ”

“ไม่นะครับ เบอร์นี้คุณชายใหญ่ให้เลขาไปซื้อมา คนที่มีเบอร์คุณชายเล็กนอกจากคุณ ๆที่บ้านก็ไม่มีแล้ว”

เฉินอวี่เฉิงหลุบตาลง “นั่นสินะครับ”

ตอบรับเบา ๆ ขณะดวงตาเรียวสวยเต็มไปด้วยความกังขา เฉินอวี่เฉิงคิดถึงคำพูดของลุงฝูและคล้อยตาม แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ หลังจากหวนย้อนอดีตคืนมาในวันนั้น เฉินอวี่เฉิงก็ตัดสินใจตัดการติดต่อกับคนในอดีตอย่างเด็ดขาด ชายหนุ่มเปลี่ยนเบอร์โทรของตนเสียใหม่ เบอร์โทรนี้ฝากพี่ชายซื้อให้และเพิ่งใช้ได้ไม่ถึงสองสัปดาห์ คนที่รู้หมายเลขก็มีแค่ครอบครัวของเขา ล่าสุดที่เพิ่มเข้ามาก็มีบ้านสกุลหลี่ที่ตนกำลังจะเป็นลูกสะใภ้ ไม่น่าจะเชื่อมโยงกับผู้ชายคนนั้นได้ แล้วหมอนั่นไปเอาเบอร์โทรของเขามาจากที่ไหนกันแน่...

“มีคนโทรมาก่อกวนเหรอครับคุณชายเล็ก” ลุงฝูเอ่ยถามเมื่อเห็นความผิดปกติ “ให้ผมแจ้งคุณชายใหญ่ดีไหมครับ หรือไม่ก็เปลี่ยนเบอร์อีกที”

เฉินอวี่เฉิงมองคนขับรถเก่าแก่ของที่บ้านแล้วยิ้ม

“ช่างเถอะครับ คงโทรผิด ลุงฝูไม่ต้องสนใจหรอก”

ใช่ ไม่ควรสนใจ เฉินอวี่เฉิงบอกตนเองเช่นนั้นและยิ้มเพื่อไล่ความขุ่นมัวในใจ เขาไม่อยากให้อารมณ์ดี ๆ ที่เกิดขึ้นเพราะจะได้พบหน้าพี่หยางกลายเป็นขุ่นมัวเพราะตัวทำให้อารมณ์เสีย ช่างมันเถอะ จะได้เบอร์นี้มาจากใครหรือโทรมั่วแล้วบังเอิญติดก็ช่างมัน หมอนั่น ไม่มีค่าพอให้สนใจ

อ่านทวนข้อความชวนทานข้าวของหลี่หยางสวินซ้ำ ๆ เพื่อเตือนตนเองให้โฟกัสกับความสัมพันธ์ที่คืบหน้า  เฉินอวี่เฉิงยิ้มและคาดหวังการพบปะครั้งนี้อยู่ในใจ เมื่อสองวันก่อนเขาทำพลาดไปหน่อยเพราะยังติดอยู่ในกับดักของอดีตและเต็มไปด้วยอารมณ์หวั่นไหว มาครั้งนี้เขาตั้งใจจะเริ่มใหม่ เฉินอวี่เฉิงอยากสร้างความประทับใจให้พี่หยางสวิน เฉินอวี่เฉิงอยากให้เราผูกสัมพันธ์กันราบรื่นและเข้ากันได้ เฉินอวี่เฉิงคาดหวังกับการพบหน้าครั้งนี้ คิดถึงทีไรก็ใจเต้นแรง

เฉินอวี่เฉิงจะเริ่มต้นใหม่แล้ว ดังนั้นสิ่งมีชีวิตโง่ ๆ แบบแฟนเก่าก็ควรพาตัวเองไปลงกรุและเลิกแล้วต่อกัน ให้ความรักในอดีตนั่นเป็นเพียงความทรงจำก็พอ

           

"ลุงฝูกลับไปได้เลยครับ ผมมีนัดทานมื้อเที่ยงกับคุณหลี่ เสร็จแล้วทางนั้นจะไปส่งเอง"

ปัดเรื่องงี่เง่าออกจากสมองเมื่อมาถึงสถานที่นัดหมาย เฉินอวี่เฉิงรีบให้คนขับรถกลับไปทันทีด้วยความตั้งใจจะบังคับให้หลี่หยางสวินไปส่งกันถึงบ้านแบบเนียน ๆ ชายหนุ่มกลับมาคลี่ยิ้มอารมณ์ดี เขาเช็กสภาพตนเองเป็นครั้งสุดท้ายแล้วสะพายกระเป๋า พอลงจากรถได้ก็ยืนมองป้ายมิชลินสตาร์การันตีความอร่อยหน้าร้านอาหารแล้วหยิบสมาร์ตโฟนโทรออกไปหาคู่หมั้นของตนอย่างว่องไว นี่เป็นครั้งแรกที่เราโทรคุยกัน... เฉินอวี่เฉิงมองชื่อ พี่หยางสวิน แถมท้ายด้วยหัวใจดวงโตและยิ้มออกมา พอคิดว่ามื้อเที่ยงวันนี้จะมีเราสองคนนั่งยิ้มแย้มพูดคุยกัน เขาก็มีความสุขซะจนแทบเต้นแร้งเต้นกาเลยทีเดียว

"ครับ"

"พี่หยางสวิน ผมเฉิงเฉิงเองนะครับ"

ทักทายเสียงใสพลางใช้ชื่อแสนน่ารักที่จำได้ว่าอีกฝ่ายเคยชอบเรียกมาก ๆ ในชีวิตก่อน เฉินอวี่เฉิงยิ้มใส่มือถือแม้รู้ว่าอีกฝ่ายไม่เห็นพลางชะโงกหน้าเข้าไปในร้าน มองซ้ายมองขวา "ผมมาถึงที่ร้านแล้ว ก่อนเวลานัดนิดหน่อย ให้จองโต๊ะไว้เลยมั้ยครับ"

"ไม่เป็นไร เข้ามาเลย" น้ำเสียงทุ้มพร่าตอบมาเบา ๆ "ผมเองก็มาถึงแล้วเหมือนกัน"

มาถึงแล้วทั้งที่ตอนนี้เพิ่งสิบเอ็ดโมงครึ่ง เฉินอวี่เฉิงคิดเข้าข้างตัวเองได้ไหมว่าพี่หยางสวินเองก็ตื่นเต้นเลยมารอเจอหน้ากัน ชายหนุ่มอมยิ้ม "งั้นให้ผมไปโต๊ะไหนดี"

"ชั้นสอง ห้องวีไอพี บอกพนักงานด้านหน้าว่าจองไว้แล้วในชื่อหลี่หยางสวิน" ปลายสายตอบมาแบบนั้น

"ครับ ไว้พบกันนะครับ"

จองห้องไว้พิเศษแบบนี้ขอเข้าข้างตัวเองอีกทีได้มั้ยว่าไม่อยากให้ใครรบกวนบรรยากาศส่วนตัว เฉินอวี่เฉิงกดวางแล้วหัวเราะเบา ๆ เขาแทบจะส่งจูบไปให้ปลายสายอยู่แล้วเพราะอารมณ์ดีเหลือหลาย แต่ชายหนุ่มยังรู้ตัวว่ามีคนมองอยู่จึงสงบสติอารมณ์ได้ทัน (ท่ามกลางสายตาแปลก ๆ ของพนักงานหน้าร้าน)

“สวัสดีครับ ผมนัดกับแฟนที่ห้องวีไอพี จองไว้ในชื่อหลี่หยางสวิน ช่วยนำทางไปหน่อยได้ไหมครับ”

ชายหนุ่มเก็บโทรศัพท์แล้วตรงดิ่งไปเคาน์เตอร์ สนทนาด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มอารมณ์ดีที่เมื่อรวมกับดวงตาระยิบระยับดั่งดวงดาวแล้วเล่นเอาพนักงานสาวแก้มแดงก่ำ แม้คำพูดชัดจากปากของคุณลูกค้าคือมาหาแฟนแต่หล่อนก็ยังอดเคลิ้มไม่ได้ หญิงสาวจึงให้การบริการอย่างกระตือรือร้น ส่วนคนโมเมเรียกชาวบ้านว่าแฟนก็ยิ้มร่าเดินตามไปชั้นสอง ดวงตาคู่สวยมองภาพเมนูอาหารที่ติดอยู่ทั่วร้านเพื่อคิดหาเมนูที่จะกินไปพลาง ๆ

"ห้องนี้ค่ะ เชิญเลยค่ะคุณลูกค้า"

มาถึงแล้ว ชายหนุ่มพยักหน้าขอบคุณพนักงานที่ช่วยเปิดประตูให้อย่างพอใจ เฉินอวี่เฉิงแทบไม่ต้องปรับสีหน้าให้ยิ้มแย้มหรือพยายามทำตัวร่าเริงใด ๆ เลย เพราะตอนนี้เขาอารมณ์ดีมาก อารมณ์ดีสุด ๆ เลยก็ว่าได้ จากที่ความมั่นใจเคยถูกทำลายไปเพราะเหตุการณ์พลิกล็อกไม่เป็นไปตามความคาดหมายให้รู้สึกเสียเซลฟ์ว่าตัวเองไม่ถูกสเป๊กพี่หยาง มาตอนนี้เฉินอวี่เฉิงกลับมาเต็มร้อยแล้ว

"สวัสดีครับพี่หยางสวิน คิดถึงจังเลย พี่สั่งอาหารหรือยัง ผมหิว... "

ขยับปากเอ่ยคำหวาน ส่งถ้อยคำสนิทสนมและอารมณ์ดีทันควันเมื่อเดินเข้าไปในห้อง เฉินอวี่เฉิงยิ้ม แต่แล้วดวงตาคู่สวยก็เบิกกว้าง ยังพูดไม่จบแต่เฉินอวี่เฉิงกลับเงียบเสียง ชายหนุ่มหยุดเท้า เขามองภาพเบื้องหน้าที่เป็นเหตุให้รอยยิ้มของตนจางลงไป นัยน์ตาสีดำสนิทที่พราวพรายด้วยความสุขบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นนิ่งเรียบ ไม่แสดงอารมณ์

"อาเฉิง ในที่สุดก็ได้เจอตัวแล้ว วันนี้ฉันโทรไปทำไ..."

"พี่นัดผมทานข้าว ผมคิดว่าเราจะกินด้วยกันแค่สองคนเสียอีก"

น้ำเสียงเพ้อเจ้อที่เต็มไปด้วยความรักใคร่คิดถึงถูกปัดทิ้ง มันไม่ได้รับความสนใจใด ๆ จากเขาโดยเฉพาะเมื่อเฉินอวี่เฉิงไม่แม้แต่จะตวัดสายตาไปยังคน ๆ นั้น บัดนี้นัยน์ตาทั้งสองข้างของเขามองตรง จ้องเขม็งไปยังร่างสูงใหญ่อันแสนคุ้นตาของว่าที่คู่หมั้นอย่างหลี่หยางสวินที่นั่งอยู่บนเก้าอี้อย่างสบาย ๆ เบื้องหน้า เจ้าของส่วนสูงเหยียบร้อยเก้าสิบและดวงตาคมวาววับสวมสูทแต่งตัวอย่างนักธุรกิจทั่วไป มีท่าทางนิ่งเฉย ดังนั้นเฉินอวี่เฉิงจึงยิ่งไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

"ผมชวนคุณทานมื้อเที่ยง" หลี่หยางสวินผู้ถูกถามจ้องตอบอย่างไม่คิดจะหลบ ดวงตาคมสีน้ำตาลคู่นั้นสงบนิ่งเสียจนเสียดแทงใจ "แต่ผมไม่ได้บอกว่าเราจะทานด้วยกันแค่สองคน"

"นั่นสินะครับ ผมลืมไปเลยว่าพี่หยางเก่งเรื่องการใช้คำพูด" เฉินอวี่เฉิงสูดหายใจลึก

"ผมน่ะเหรอเก่ง ไม่หรอก ไม่เท่าคุณที่เก่งเรื่องการแสดง มากความสามารถสมกับที่เรียนจบสาขานี้โดยตรง"

หลี่หยางสวินยกมุมปากขึ้นช้า ๆ ใบหน้าที่เรียบเฉยตลอดเวลาตั้งแต่เราเจอกันปรากฏรอยยิ้มบางที่คนมองเห็นแล้วไม่รู้สึกดีใจ เฉินอวี่เฉิงเหมือนกำลังหายใจไม่ออกเพราะรู้ดีว่ารอยยิ้มแสยะที่ชวนหนาวสันหลังนั้นมีไว้เพื่อจัดการเขา

"แสดงละคร? ที่แท้พี่ก็ไม่ได้เชื่อผมนี่เอง"

จิตใต้สำนึกบอกว่าเขากำลังโดนเล่นงาน เฉินอวี่เฉิงรู้สึกขำตัวเองชะมัดที่ก่อนหน้านี้ทำตัวยังกับสาวน้อย พอคิดว่าระหว่างที่เขากำลังอารมณ์ดีและเตรียมตัวมาพบหน้ากันอย่างใจจดใจจ่อ อีกฝ่ายกำลังวางแผนลากคนมาเจอหน้ายิ่งรู้สึกแสบแปลบในอก

ในที่สุดปริศนาที่ว่าเบอร์โทรใหม่ของเขาหลุดไปได้อย่างไรก็ไขกระจ่างแล้วสินะ เฉินอวี่เฉิงเม้มปากเข้าหากัน

“ผมไม่ทราบว่าคุณหมายถึงอะไร” หลี่หยางสวินตอบสั้น

“เพราะไม่เชื่อที่ผมพูด พี่จึงเรียกเขามาไม่ใช่เหรอครับ” ดวงตาเรียวงามหรี่เล็กลงช้า ๆ สำหรับเฉินอวี่เฉิง การกระทำที่เหมือนกำลังเปิดโปงกันของหลี่หยางสวินนี้ได้สร้างความระแวงให้ผุดขึ้นมา “ถ้าไม่ใช่ ผมก็คิดไม่ออกจริง ๆ ว่าพี่เรียกแฟนเก่าผมมาทำไม”

"แต่ถ้าพี่ไม่เชื่อผม ไม่ชอบผม อยากปฏิเสธไม่ยอมแต่งงาน พี่ก็ควรพูดออกมาตรง ๆ นะครับ พี่แค่บอกว่าไม่อยากยุ่งกับผม ไม่อยากหมั้นหมายแต่งงานกันแค่นั้นผมก็รู้แล้ว พี่ไม่เห็นจำเป็นต้องทำเรื่องซับซ้อนขนาดนี้ หรือที่จริงพี่ไม่ได้แค่ไม่เชื่อผม แต่ยังไม่ชอบหน้าไปจนถึงเกลียดผมด้วย... ทำไมล่ะ มีอะไรที่พูดกันตรง ๆ ไม่ได้เหรอครับ ผมขวางทางพี่กับคนรักตัวจริงเหรอไง?"

ถามออกไปตามตรงพลางจ้องมองคนตรงหน้า เฉินอวี่เฉิงคิดไม่ออกจริง ๆ ว่าเพราะอะไรหลี่หยางสวินถึงได้ทำแบบนี้ ชวนเขามาทานข้าวแต่ชวนแฟนเก่าเขามาด้วยเนี่ยนะ อยากทำอะไรล่ะ ให้มานั่งเคลียร์ใจกันเหรอไง ไอ้แฟนเก่าของเขาก็เหมือนกันทั้งที่เฉินอวี่เฉิงบอกเลิกราไปแล้วแท้ ๆ เพราะอะไรถึงเอาแต่ตามตื๊ออยู่ได้ หรือนึกว่าคำบอกเลิกของเขาเป็นแค่การทะเลาะกันของคู่รักทั่วไปเลยตั้งใจจะมาง้อขอคืนดี

“อาเฉิง คุณหลี่เขาแค่ปรารถนาดี เขาตั้งใจช่วยเรา นายอย่าเพิ่งโมโหเลย”

“อะไรนะ”

เรื่องแบบนี้มันกลายเป็นความปรารถนาดีได้ยังไง เฉินอวี่เฉิงคิดแล้วยิ่งไม่เข้าใจจึงมองไปยังร่างของอดีตคนรัก คนที่เขายอมมองให้เต็มตาเป็นครั้งแรกตั้งแต่ย้อนกลับมา ชายหนุ่มจ้องใบหน้าหล่อเหลาที่ทำท่าประหนึ่งจะร่ำไห้แล้วยิ่งรู้สึกแย่กว่าเดิม

“ฉันเป็นคนไปหาเขาเอง ฉันติดต่อเขา บอกเขาว่าฉันคือคนรักของนาย อยากให้คุณหลี่เขาช่วยเรื่องความรักของเรา...”

“อะไรนะ!

ชายหนุ่มถามซ้ำ แต่เป็นการย้ำคำที่ทำลงไปด้วยอารมณ์อันแตกต่างกันมากมาย เฉินอวี่เฉิงเบิกตากว้าง ในใจเดือดปุด ๆ ด้วยโทสะและความไม่เข้าใจ ซ้ำนอกจากโมโหแล้วยังต้องพยายามสะกดความเกลียดชัง ความรู้สึกขยะแขยงคลื่นเหียนเอาไว้อย่างสุดความสามารถ

“ฉัน...”

“นายทำอะไรลงไป นายกล้าพูดออกไปได้ยังไง เรื่องความรักเหรอ? ความรักของเราไม่มีอยู่แล้ว มันจบลงไปแล้วตั้งแต่ฉันบอกเลิกนาย เราเลิกกันแล้วนะเฮนรี่ เราไม่เกี่ยวข้องกันแล้วและความรักบ้า ๆ นี่มันเป็นไปไม่ได้ ไม่ว่าจะให้ใครช่วยก็เป็นไปไม่ได้ทั้งนั้น!

"อาเฉิง ฉันไม่เชื่อหรอกนะว่านายจะเลิกรักฉัน ฉันรู้ว่านายบอกเลิกกันเพราะความจำเป็นอะไร นายเลิกทำเพื่อที่บ้านเถอะอาเฉิง ไม่เป็นไรนะ ฉันบอกเหตุผลของนายให้คุณหลี่เขาเข้าใจแล้ว"

"หุบปาก ฉันไม่อยากฟัง!!"

เฉินอวี่เฉิงตวาดกร้าวด้วยโทสะ เขาตัวสั่นระริกด้วยความโมโหเมื่อทราบว่าใครกันแน่ที่ถูกหลี่หยางสวินชี้นำจนพาตัวเองมาเจอ ร่างโปร่งหายใจแรง ดวงตาดำขลับจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยความตื่นตะลึงของอีกฝ่ายแล้วกัดฟันกรอด เดิมทีคิดว่าตนเองสามารถเดินทางที่แตกต่างและละวางเรื่องราวแย่ ๆ ในชีวิตก่อนได้ แต่ผู้ชายคนนี้กลับเป็นข้อยืนยันกับคำตอบของคำว่าไม่... ไม่มีทางหลุดพ้น

"พี่คงไม่ชอบผมมากสินะ ถึงได้ลากแฟนเก่าที่ผมเกลียดขี้หน้าแทบตายมาอยู่ตรงนี้"

ชายหนุ่มสูดหายใจลึก

เฉินอวี่เฉิงไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงนี้ เขาโกรธจนพูดไม่ออกกับการกระทำของเฮนรี่ แต่คนที่ทำให้เขามึนงงและคาดเดาไม่ได้กลับเป็นหลี่หยางสวิน เขาไม่เข้าใจอีกฝ่ายเอาเสียเลย

“อาเฉิง...”

“เงียบทีเฮนรี่ เห็นแก่พระเจ้าเถอะ!”

ความสงสัยเรื่องหนึ่งยังไม่จางหาย ความโกรธก็เข้ามาแทนที่ เฉินอวี่เฉิงด่าคนแล้วสะบัดหน้าหนี ไม่อาจทนมองแฟนเก่าคนนี้ได้นานเลย

หมอนี่มันทำให้เขารู้สึก... ขยะแขยงและคลื่นไส้

แฟนเก่า รักเก่า คนที่เคยรักมาก ผู้ชายที่ชื่อเฮนรี่คนนี้แม้เฉินอวี่เฉิงจะบอกเลิกและตัดการติดต่อทันทีที่หวนกลับคืนมาแต่ความรู้สึกมากมายกลับยังคั่งค้างอยู่ ที่สำคัญมันไม่ใช่ความรัก แต่มันเป็นความโกรธเกลียดที่ทะลักออกมาทันทีที่ได้เจอหน้า เฉินอวี่เฉิงพบว่าตนเองต้องใช้ความพยายามมากเพื่อระงับอารมณ์ เขาต้องอดกลั้นแทบตายจะได้ไม่รู้สึกอยากอาเจียนใส่ผู้ชายที่มีดีแต่หนังหน้าหล่อ ๆ ทว่าใจแสนอัปลักษณ์

อดีตเคยรักมากแค่ไหน ตอนนี้ยิ่งเกลียดมากมายเท่านั้น!

“พี่หยางสวิน” เรียกชื่ออีกฝ่ายซ้ำเมื่อคนนิ่งเงียบ เฉินอวี่เฉิงตัดสินใจ “พี่มีอะไรอยากคุยกับผมก็พูดมา แต่ให้เขาออกไปก่อน”

แต่หลี่หยางสวินกลับยังนิ่งเฉย “ผมไม่อยากมีปัญหารักสามเส้า พวกคุณควรเคลียร์กันให้เรียบร้อย”

“มันไม่มีรักสามเส้าอะไรทั้งนั้น” ชายหนุ่มสูดหายใจลึก “ผมเลิกกับเขาแล้ว บอกเลิกก่อนมาเจอกับพี่ ผมไม่ได้รักเขาแล้ว ผมตัดการติดต่อทุกอย่าง ทุกทาง ทั้งเปลี่ยนเบอร์ใหม่ทั้งบล็อกเขาทิ้ง ผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาแล้ว”

“นายยังเอาแต่พูดแบบนี้อีกเหรออาเฉิง เลิกโกหกได้แล้ว!” เหมือนกลัวว่าเรื่องราวจะวุ่นวายไม่พอ คนที่ยอมเงียบอยู่ถึงได้เอ่ยปากด้วยสีหน้าเจ็บปวดร้าวราน “นายบอกเลิกฉันจริง ฉันรู้ แต่ฉันไม่ยอมให้เรื่องของเราจบลงแค่นี้หรอก ฉันไม่เชื่อด้วยว่านายจะเลิกรักฉัน ไม่กี่วันก่อนนายยังบอกว่าเราจะหนีตามกันด้วยซ้ำ จู่ ๆ จะมาเปลี่ยนไปยังไงฉันก็ไม่ยอม!

“ถอยไป” เฉินอวี่เฉิงสะบัดมือทิ้ง เขามีสีหน้ารังเกียจอย่างไม่อาจระงับ

“ไม่ ฉันอยากรู้ว่าทำไมนายถึงเลือกจะทำแบบนี้ แอชลีย์ ตอบฉั...”

“ฉันบอกว่าไสหัวไป!

เฉินอวี้เฉิงตวาดกร้าว ชื่อแอชลีย์นั้นเหมือนอะไรบางอย่างที่ทุบลงบนอกข้างซ้ายของเขา ชื่อนี้เป็นเหมือนคำสาปที่ชวนให้คิดถึงเรื่องเก่าที่อยากจะลืมตลอดมา สองมือยกขึ้นปิดหู เขาสะบัดหน้า ไม่อยากรู้ไม่อยากได้ยินอะไรทั้งนั้น

ขอบตาแดงก่ำด้วยอารมณ์ เฉินอวี่เฉิงมองเห็นสีหน้าตกตะลึงของผู้ชายที่ตนเคยรักมากแล้วยิ่งรู้สึกแสบร้อนในอก ได้ยินคำพูดเหมือนว่ารักเขามากมายจากปากของเฮนรี่แล้วยิ่งทนไม่ไหว เขาบอกตัวเองว่ามันผ่านมาแล้ว มันเป็นเรื่องเก่า แต่ทันทีที่เห็นหน้าทุกความทรงจำก็หวนกลับมาทำร้าย ผู้ชายคนนี้ คนที่เขารัก รักมาก ๆ คือคนเดียวกับสารเลวที่ชักชวนให้เขาทรยศพี่หยาง ชายชู้ที่คนตาบอดอย่างเฉินอวี่เฉิงคิดว่าเราจะรักกันตลอดไป ผู้ชายขี้ขลาดซึ่งจากไปกับผู้หญิงคนใหม่ ไอ้เวรที่ทำให้เขาทั้งติดยาและติดโรคจนต้องนอนป่วยตาย...

เฮนรี่ หลิว!


+++++++++++++++++++++++


#สามีของผม รักหนึ่งเศร้า เราสามคนรึเปล่าคะน้องเฉิงเฉิง ลุ้นกันตอนหน้านะคะ ว่าจะรอดหรือจะเละ ขอบคุณทุกคนที่เมาเมนต์หวีดและคุยกันด้วยนะคะ น้องเฉิงเฉิงเป็นคนมีชนักติดหลังค่ะ ก็จะอะเลิทแบบนี้ เป็นพลังให้น้องด้วยนะคะ

 ไรท์ขอแจ้งไว้ล่วงหน้านะคะ ตอนหน้าจะติดเหรียญแล้วและลงเต็มตอนที่ ReadAwrite

 ส่วนเด็กดีไรท์จะลงแจ้งว่าอัพแล้วต้องรบกวนให้รี้ดมาอ่านต่อ ReadAwrite  เรื่องนี้จะติดเหรียญประมาณ 4- 5 ตอนแล้วก็ปล่อยฟรีประมาณ 1-2 ตอน จะสลับกันไปแบบนี้จนจบเรื่องค่ะ และเนื่องจากมีการติดเหรียญเรื่องนี้จะลงจนจบและไม่มีการลบนะคะ

คืนนี้ดึกแล้วไรท์ขอให้ทุกคนหลับสนิทโกรทฮอร์โมนหลั่งเต็มที่นะคะ พรุ่งนี้เจอกันเหมือนเดิมค่ะ น่าจะดึกแบบนี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 75 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

60 ความคิดเห็น

  1. #56 bsss27 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 02:20
    พี่่่่่
    #56
    0
  2. #50 Xialyu (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 22:56
    ไปให้พ้นน้องเลยนะ
    #50
    0
  3. #26 กรานิเต้ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 07:08
    อยากได้เป็นเล่มจังเลยยยย ชอบแนวนี้มากๆเลยค่ะ
    #26
    0
  4. #25 Nyaft (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 01:45
    เศร้าแทนที่ย้อนกลับมาแล้วคนที่รู้ว่าคนนี้จะเลวมันมีแค่เราคนเดียว มันคือเรื่องอนาคตที่ยังไม่ถึง ไม่มีใครเข้าใจเพราะว่ามันยังไม่เกิดขึ้นจริง
    #25
    0
  5. #24 Zinezynner (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 มีนาคม 2563 / 23:58

    อยู่ดีๆก็โมโหแทนน้อง แบบเลือดขึ้นหน้าเลยอะ ลงดึกก็รออ่านจนดึกอยู่ดีค่ะ สู้ๆน้าาาา
    #24
    0