(MPreg) Dear you, my husband รักที่สุดคุณสามี

ตอนที่ 46 : สามีภรรยาที่ก้าวเดินไปด้วยกัน 46 : ไม่อาจยินดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 138
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    25 ส.ค. 63

ไม่อาจยินดี

 

 

ท้อง..

ก้มลงมองหน้าท้องแบนราบของตนเองอย่างคาดไม่ถึง เฉินอวี่เฉิงนิ่งอึ้ง  เขาคาดไม่ถึงกับคำคำนี้จนต้องเงียบอยู่นาน ในหัวแล่นเร็วจี๋ เฉินอวี่เฉิงนึกถึงตัวเขาที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับหลี่หยางสวิน คิดถึงตนเองที่พร้อมเสียยิ่งกว่าพร้อมในการอุ้มชูเจ้าตัวเล็กและหวนคิดถึงคำตอบเมื่อกี้ซ้ำ ๆ เขานิ่งอยู่นานกว่าจะตระหนักได้ว่าสิ่งที่ได้ยินคือความจริง ไม่ใช่การคิดไปเอง ไม่ใช่การล้อเล่นไร้สาระใด ๆ ไม่มีทางเป็นเรื่องเล่นแน่ เพราะเราสองต่างก็รู้ว่าคำนี้มีความหมายแค่ไหน มัน... ไม่มีทางเป็นเรื่องตลกแน่นอน

ดังนั้นเขากำลังท้อง พี่หยางสวินบอกว่าเขาตั้งท้องได้สองเดือน มันก็ต้องหมายความแบบนั้นจริง ๆ

ตั้งท้องแล้ว งั้นเหรอ

หัวใจเต้นแรงจนเจ็บมันกังวานอยู่ในหูขณะที่เขา ถามย้ำ ถามตนเองซ้ำ ๆ ด้วยความรู้สึกวิงเวียนราวกับอยู่ในความฝัน ชายหนุ่มเม้มปาก เขาก้มลงจ้องมองหน้าท้องแบนราบของตนอยู่อย่างนั้น มองมันกระทั่งรู้สึกปลาบปลื้มปนตื้อตันในใจ มองอย่างไม่กล้ากะพริบจนขอบตาของเขาร้อนผะผ่าวราวกับจะร้องไห้ มองจนกระทั่งรู้สึกว่าคลื่นแห่งความยินดีที่สาดซัดทั่วร่างค่อยซาลงไปจึงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมา

“พี่หยางสวิน.. ผมไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย?” น้ำเสียงของเขาสั่นไหวราวกับกำลังกลั้นสะอื้น

“ไม่ ไม่ได้ฝัน” เฉินอวี่เฉิงไม่ได้มองตาคู่นั้น บางทีมันอาจเพราะพี่หยางสวินกำลังร้องไห้เหมือนกันอีกฝ่ายจึงจับใบหน้าของเขาซุกอก เขาได้ยินน้ำเสียงแหบห้าวแปลกหู ขณะรับรู้ถึงเสียงหัวใจที่เต้นแรงของคู่หมั้น ชายหนุ่มริมฝีปากสั่นระริก เขาเกลือกหน้าลงกับอกกว้างเพื่อสะกดกลั้นน้ำตาเอาไว้ ทว่ามันก็เท่านั้นเอง เพราะเพียงมือหนาลูบเส้นผมตนเบา ๆ เพียงอึดใจเดียวหยาดน้ำใสก็ร่วงรินลงมาอย่างสุดกลั้น

“พี่หยางสวิน พี่หยางสวิน”

เฉินอวี่เฉิงเม้มปาก เขาสะอื้นฮักและร้องไห้ออกมาเหมือนเด็ก และเสียงนั้นยังเต็มไปด้วยอารมณ์อันหลากหลาย หัวอกปวดหนึบ ทั่วทั้งร่างเต็มไปความยินดีผสมความรู้สึกตื้อตันและจุกแน่นอยู่ในใจ และมันยังมีความเจ็บปวดแฝงอยู่ลึก ๆ

เป็นความเจ็บที่มีเพียงเขาและหลี่หยางสวินเท่านั้นที่รู้

ร่างเพรียวสั่นระริก ริมฝีปากปรากฏรอยยิ้มแต่ใบหน้าเปื้อนน้ำตา เฉินอวี่เฉิงไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกตนเองอย่างไร เขาตั้งท้องแล้ว เขากำลังจะมีลูก เขาดีใจ ดีใจมาก ๆ ความยินดีเอ่อล้นในอกแต่ความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ข้างในก็ชวนให้คิดถึงบางสิ่งบางอย่างที่เรียกว่าอดีต ความทรงจำ และเรื่องเลวร้ายที่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจลบเลือน

เฉินอวี่เฉิงบอกพี่หยางสวินไว้ว่าจากนี้จะไม่คิดถึงเรื่องเก่า อยากใช้ชีวิตที่คิดถึงอนาคตและปัจจุบัน เขาพูดไปอย่างนั้นแต่ตนเองก็รู้ดีว่าบางเรื่องมันไม่อาจลืม ไม่อาจไม่คิดถึง..

โดยเฉพาะรอยแผลใหญ่ที่ยังคงถูกจารึกไว้ในอกของเราสองคน

            ไม่กล้าพูดถึง ไม่กล้าแตะลงบนรอยแผลนั้นและหยิบยกมันขึ้นมา เฉินอวี่เฉิงจำได้ดีว่าเมื่อเดือนก่อนเขาต้องรวบรวมความกล้ามากแค่ไหนกว่าจะพูดเรื่องที่ตัวเองอยากมีลูกออกไป แล้วใครจะคิดล่ะว่าแค่เดือนเดียวจะสามารถสมปรารถนา ใครจะคิดล่ะว่าลืมตาขึ้นมาเขาจะมีเด็กอยู่ในท้องแล้วจริง ๆ!

            “ลูกยกโทษให้ผมแล้วใช่ไหม?” เขาถามออกมาราวกับต้องการขอคำยืนยัน เฉินอวี่เฉิงพึมพำไม่หยุดพลางยกมือขึ้นลูบหน้า “พี่หยางสวิน ลูก.. ลูกยอมมาอยู่กับผมแล้ว เขายกโทษให้ผมแล้วใช่มั้ย เขาไม่โกรธผมแล้วใช่ไหมครับ”

“ชู่ว.. เฉิงเฉิงอย่าร้องไห้” ท่ามกลางหยาดน้ำตา เฉินอวี่เฉิงได้ยินเสียงพี่หยางสวินปลอบเบา ๆ เป็นจังหวะเดียวกับฝ่ามือที่ลูบหลังปลอบขวัญอย่างอ่อนโยน “ลูกจะโกรธได้ยังไง ลูกไม่โกรธหรอก ไม่โกรธแน่นอน”

“แต่ผม.. ผมไม่สามารถ ฮึก! ความผิดของผม ผมทำให้ลูก...”

“ไม่ ๆ ไม่ใช่ความผิดของเฉิงเฉิง พอแล้ว อย่าคิดมากเลย เรื่องมันผ่านไปแล้วนะ” หลี่หยางสวินปลอบคนในอ้อมแขนด้วยสีหน้าเป็นกังวล น้ำเสียงยิ่งพูดยิ่งเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “ไม่ร้องนะ เช็ดน้ำตาเถอะ”

“อึก”

อย่าร้องไห้เลยเด็กดี เดี๋ยวลูกจะตกใจนะครับ”

“อื้อ”

เม้มปากแน่นพลางสูดหายใจฟึดฟัด เพียงได้ยินคำว่าลูกเฉินอวี่เฉิงก็เม้มปากแน่น เขารับคำเบา ๆ ขณะยกมือขึ้นขยี้ตา ชายหนุ่มใช้ฝ่ามืออีกข้างลูบหน้าท้องตนซ้ำ ๆ พลางกลั้นน้ำตา มันผ่านไปแล้ว ใช่ มันผ่านไปแล้ว พี่หยางสวินพูดถูกแล้วว่ามันผ่านไป มันเป็นอดีตและเขาสามารถเริ่มใหม่ และการเริ่มใหม่ครั้งนี้มันจะต้องไม่ซ้ำรอยเดิม

สูดหายใจลึก เฉินอวี่เฉิงรู้สึกเหมือนได้หลักยึดอีกครั้งเมื่อคิดถึงเจ้าตัวน้อยในร่างกายของเขา ชายหนุ่มผละออกจากอกกว้างพลางฉีกยิ้มออกมา ในแววตาที่มีทั้งความดีใจและยังคงความเศร้าอาลัยอวลอยู่ในอก เขาดีใจที่มีลูก เขาเจ็บปวดที่นึกถึงอดีต แต่มากกว่านั้นคือเฉินอวี่เฉิงรู้สึกประหนึ่งได้รับการอภัยโทษ ได้ปลดปล่อยตนเองจากความรู้สึกผิดที่ค้างคา คำว่าตั้งท้อง คำว่าลูกที่พี่หยางสวินบอกออกมา และเตือนให้รู้ว่าเขากำลังมีเจ้าตัวเล็กอายุสองเดือนอยู่ในร่างกาย มันทำให้เฉินอวี่เฉิงรู้สึกว่าเขากำลังมีชีวิตใหม่อย่างแท้จริง

"ฮะฮะ.. ผม..." ผ่านไปครู่ใหญ่หลังสงบจิตสงบใจได้เขาจึงคิดได้ว่าควรพูดอะไรบางอย่าง ชายหนุ่มยกมือลูบแก้มที่เปรอะน้ำตาซ้ำ ๆ  เขายิ้มออกมาพลางบ่นอู้อี้ “ทั้งที่ควรดีใจแท้ ๆ แล้วดูสิ ร้องไห้ทำไมก็ไม่รู้ เสียบรรยากาศจริง ๆ”

“เฉิงเฉิงร้องไห้เพราะดีใจไง” พี่หยางสวินว่า

"อ่า.. นั่นสิเนอะ ผมท้องแล้ว.. แต่สองเดือน สองเดือนเหรอ.. พี่หยางสวิน ผมไม่รู้เลย มันเร็วมาก ผมไม่รู้ แต่ผมก็ดีใจมากจริง ๆ"

เฉินอวี่เฉิงหัวเราะเบา ๆ ด้วยสีหน้าโง่งมและไม่อาจควบคุมรอยยิ้มได้ ชายหนุ่มพูดจากุกกักน่าอายด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม คิดถึงช่วงระยะเวลาแล้วยิ่งไม่อาจห้ามความดีใจ สองเดือน..เขาตั้งท้องแล้วสองเดือน นี่แสดงว่ามีเจ้าตัวเล็กมาอยู่ด้วยกันตั้งแต่วันนั้นใช่ไหม นับดูแล้วก็ตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาเป็นของพี่หยางสวินในคืนวันหมั้นใช่มั้ย แสดงว่าเทวดาน้อยคงรออยู่ตลอด รอที่จะมาอยู่ด้วยกันตั้งแต่แรก ลูกน้อยคนนี้ติดตามคุณพ่อคุณแม่กลับมาเหมือนกันแน่ ๆ ถึงได้เตรียมตัวรวดเร็วและรีบมาขนาดนี้

ชายหนุ่มยิ้ม แม้รู้ว่าที่คิดอยู่เป็นเรื่องเพ้อเจ้อปลอบใจตนเองชนิดหนึ่งแต่เขาก็มีความสุขในการเชื่อมัน มือขาววางบนหน้าท้องแบนราบของตนและลูบวนซ้ำ ๆ แม้จะรู้ว่าเด็กอายุสองเดือนยังเป็นเพียงตัวอ่อนเล็ก ๆ ที่กำลังพัฒนาและไม่สามารถรับรู้อะไร แต่เฉินอวี่เฉิงกลับรู้สึกได้ถึงสายใยบาง ๆ เชื่อมระหว่างสองเรา

"พี่หยางสวิน แล้วสุขภาพของลูกเป็นยังไงบ้างครับ หมอบอกว่ายังไงบ้าง ตัวเล็กแข็งแรงดีใช่ไหม?"

เขายิ้มออกมาด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความสุขและกำมือหนาไว้แน่น เฉินอวี่เฉิงเช็ดน้ำตาจนเรียบร้อยแล้วก็เงยหน้าขึ้นอีกครั้ง เขาหันไปสบตาคนรักด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความสุขพร่างพราย ในหัวใจพองฟูเมื่อคิดว่าหลี่หยางสวินเองก็มีความสุขมากเหมือนกันกับตน พี่ หยางสวินที่มีบาดแผลเดียวกันและต่างก็ต้องการได้รับการเยียวยา ของขวัญวิเศษที่มาอย่างไม่ทันตั้งตัวชิ้นนี้จะทำให้ชีวิตคู่ของเราสมบูรณ์แล้ว

"พี่หยางสวิน.."

แต่ความมั่นใจก็หายไปทันทีที่ได้มองตาคู่นั้น

เฉินอวี่เฉิงชะงัก เขาใจหายวาบ สมองอันสับสนตั้งคำถามตนเองทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น ชายหนุ่มไม่เข้าใจ เขาจ้องมองภาพหลี่หยางสวินผู้เบนหน้าไปทางอื่น ท่าทางเหมือนไม่กล้าสบตา แต่มันช้าไปแล้ว ก่อนหน้านี้เฉินอวี่เฉิงได้สบตาคู่นั้นและมองเห็นอย่างชัดเจนว่าพี่หยาง สวินมีสีหน้าเคร่งขรึมราวกับกำลังเจอเรื่องเลวร้ายและน่าหนักใจอย่างยิ่ง

ทำไม

“มีอะไรหรือเปล่าครับ?” เฉินอวี่เฉิงถามซ้ำ เขาจ้องมองเสี้ยวหน้าคมคายที่เบนออกด้านซ้ายมือไม่หันมา ชายหนุ่มเห็นชัดว่าหลี่หยางสวินนิ่งตัวแข็งทื่อ น้ำเสียงจึงเคร่งขึ้น “พี่หยางสวิน”

“ครับ”

“พี่ไม่ดีใจ?”

ชายหนุ่มเอ่ยปากถามไปตรง ๆ เมื่อคู่หมั้นของตนยอมหันมาสบตาในที่สุด ดวงตาสีดำสนิทหรี่เล็กลงช้า ๆ เขาเม้มปากเข้าหากันเมื่อพบว่าในดวงตาคู่นั้นไม่มีความยินดีอยู่.. ไม่สิ มันมี หลี่หยางสวินดีใจที่เขาตั้งท้อง เฉินอวี่เฉิงมองเห็นขอบตาแดงเรื่อของคนรักอย่างชัดเจน ชายหนุ่มจำได้ดีถึงน้ำเสียงสั่นพร่าและอาการทุกอย่างของคนรัก พี่หยางสวินดีใจแน่ ๆ เฉินอวี่เฉิงมองเห็นความรู้สึกนั้น แม้มันจะซ่อนอยู่ในดวงตาอันรวดร้าวและถูกสิ่งที่เรียกว่าความกังวลเข้าครอบคลุม แต่นั่นแหละ เขาไม่รู้ว่าคู่หมั้นมีสีหน้าแบบนี้เพราะอะไร

“พี่กำลังคิดมากเรื่องเก่า ๆ อยู่ ใช่ไหมครับพี่หยางสวิน?”

เฉินอวี่เฉิงถามอีกครั้งเมื่อคนรักเงียบ เพราะพี่กำลังคิดถึงอดีตและรู้สึกเจ็บปวดอยู่หรือถึงได้หลบตา มันเป็นแบบนั้นใช่ไหมจึงได้เบือนหน้าหนี เพราะผมพูดถึงเรื่องเก่า ๆ ใช่มั้ยพี่ถึงไม่อาจยินดีได้อย่างเต็มใจ เพราะเราคิดเหมือนกันใช่ไหม ในแววตาของพี่ถึงมีความกังวล

จ้องมองดวงตาคู่นั้น เขาไม่อยากคิดมากและพยายามบอกตัวเองว่าอย่ากังวล บอกว่าพี่หยางสวินกำลังกลัวว่าจะเกิดเรื่องซ้ำรอย ไม่อยากให้ตัวเขาที่กำลังตั้งท้องอ่อน ๆ ถูกปองร้ายจากพวกสายรองเหมือนตอนนั้น ไม่ก็กลัวว่าเฉิงเฉิงคนนี้จะทำเรื่องบ้าบิ่นอะไรลงไป บางทีตอนนี้ลึก ๆ แล้วหลี่หยางสวินยังมีปมค้างคาในจิตใจ อาจกลัวยิ่งกว่าเขาและไม่อยากให้เหตุการณ์ทุกอย่างจะซ้ำรอยเดิม

ใช่ไหม?

"เฉิงเฉิง.. พี่..."

หลี่หยางสวินมองเห็นสีหน้าครุ่นคิดและความไม่เข้าใจในแววตาของคนรัก ชายหนุ่มจึงเอ่ยปากขึ้นมาด้วยความกังวล ใช่ พี่รีบอธิบายตัวเองก็สมควรแล้ว ทำหน้าแบบนั้นในวันที่รู้ตัวว่าเรามีลูกกันได้ยังไง ท่าทางเหมือนจะร้องไห้แต่ร้องด้วยความทุกข์น่ะไม่เป็นมงคลเอาเสียเลย เฉินอวี่เฉิงขมวดคิ้ว จ้องมองไปยังพี่หยางสวินอย่างขอคำอธิบาย เขามองคนพูดไปลูบหน้าท้องไปและทำหน้าตูมไปด้วย คุณแม่ที่เพิ่งรู้ตัวหมาด ๆ เริ่มคาดโทษในใจไว้แล้วว่าถ้าไม่มีเหตุผลที่ฟังขึ้นนะ จะอาละวาดให้ดู

"พี่ดีใจเหลือเกินที่เรามีลูกด้วยกัน" หลี่หยางสวินพูดเช่นนั้นและยิ้มออกมา ทว่าดวงตาก็ยังเต็มไปด้วยความกังวล "ดีใจมากเฉิงเฉิง แต่..."

"ครับ?"

เฉินอวี่เฉิงเลิกคิ้วเมื่อได้ยินคำว่าแต่ เขาถามแทรกขึ้นมาทันควันเพราะคำคำนั้นแหละที่ทำให้พวกเราไม่สามารถมีความสุขได้อย่างเต็มที่ แต่คิดถึงเรื่องแย่ ๆ ในอดีตหรือบอกกันว่าอย่าคิดมากแต่พี่ก็กังวลซะเองใช่ไหม ชายหนุ่มหน้าตูม พยายามคิดแล้วก็ยังไม่รู้คำว่าแต่นี่มันเป็นอะไร และก่อนที่เขาจะได้ซักไซ้ไปมากกว่านั้นหลี่หยางสวินก็ถอนหายใจยาว ก่อนจะใช้สองแขนก้มลงมากอดตนไว้นิ่ง ๆ

“พี่หยางสวิน?”

กำลังบ่ายเบี่ยงอยู่หรือไง เฉินอวี่เฉิงคิด แต่เขาไม่ได้พูดออกไปเพราะรู้สึกถึงน้ำหนักบางอย่างที่กดลงมาในหัวใจ ไม่เกี่ยวกับปลายคางที่กดลงบนไหล่ แต่เป็นเพราะบรรยากาศหนักอึ้งที่ตนสัมผัสได้ทันทีเมื่อได้แนบชิดซึ่งทำให้ความยินดีของเขาลดลงได้อย่างรวดเร็ว

สิ่งที่ทำให้ดีใจเรื่องเราจะมีลูกด้วยกันไม่ได้..เป็นเรื่องในอดีตหรือไม่ใช่ หรือเป็นปัญหาใหม่ที่หนักหนามากกว่านั้น?

“ขอพี่กอดหน่อย” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยพลางใช้สองแขนรัดร่างเพรียวไว้แน่น ทั้งกอดและซุกซบลงบนลาดไหล่ขาว ซ้ำยังใช้จมูกสูดกลิ่นกายหอมราวกับคิดถึงหนักหนา ท่าทางเหมือนกำลังเจอเรื่องหนักอกและต้องการกำลังใจอย่างมากในการพูดออกมายิ่งทำให้เฉินอวี่เฉิงรู้สึกหน่วงหนักในใจ

“พี่.. คุณแม่บอกว่าจะเข้ามาพูดเอง แต่ไม่ดีกว่า พี่ขอพูดเรื่องนี้เอง”

“ครับ?”

เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคุณแม่หลี่อี้เหมยด้วยเหรอ คิ้วเรียวขมวดมุ่นเข้าหากันขณะที่สมองกำลังพยายามจับต้นชนปลายอย่างมึนงง

“เฉิงเฉิงรู้ไหม พี่ตกใจแทบแย่ตอนที่เราล้มลงไป คิดกังวลมากมายว่าจะเป็นอะไรรึเปล่า ทั้งกลัวว่าจะเป็นเพราะอุบัติเหตุหรือป่วยเป็นอะไร ตอนรอเราอยู่ที่ห้องฉุกเฉินพี่.. พี่คาดไม่ถึงเลยว่าหมอจะเดินออกมาแล้วยิ้มให้ บอกว่าเราสองคนกำลังมีลูกด้วยกัน”

ไม่รอให้ความงงของเขาเดินต่อ พี่หยางสวินก็พูดออกมา ฝ่ามือหนาทาบลงบนหลังมือขาวที่แตะไปยังหน้าท้องแบนราบ ผสานเข้าด้วยกันประหนึ่งต้องการจะให้ความอบอุ่นแก่ชีวิตน้อย ๆ ที่กำลังก่อเกิดขึ้นในจังหวะที่พวกเราไม่รู้เนื้อรู้ตัว เป็นของขวัญล้ำค่า เป็นเทวดาตัวน้อย เป็นลูกของพวกเขาที่เคยสูญเสียไปในครั้งนั้น ทุกอย่างที่เฉินอวี่เฉิงคิด หลี่หยางสวินก็คิดเช่นกัน เขาดีใจมากจนแทบคลั่ง เขายิ้มออกมาอย่างโง่งมและได้แต่หัวเราะขณะโทรไปหามารดาเพื่อแจ้งข่าวสำคัญ ชายหนุ่มรู้สึกราวกับกำลังล่องลอยบนก้อนเมฆเช่นนั้นกระทั่งร่างอันสลบไสลของคนรักถูกเข็นเข้าไปในแผนกสูติฯ

“ตอนนั้น.. หลังตรวจเช็กร่างกายจนแน่ใจว่าไม่มีอะไรแล้ว หมอก็ส่งตัวเฉิงเฉิงไปที่แผนกสูติเพื่อตรวจร่างกายซ้ำอีกครั้ง หมอที่นี่บอกว่าที่สลบไปเป็นเพราะร่างกายกำลังปรับตัว เพราะว่ากำลังมีตัวน้อยอยู่ในท้อง ฮอร์โมนจึงเปลี่ยน หมอบอกว่าเฉิงเฉิงของพี่ไม่ได้เป็นอะไร แค่บอกว่าจากนี้ให้พวกเราระวัง..”

เฉินอวี่เฉิงได้ยินเสียงกลืนน้ำลายลงคออึกหนึ่ง เขารู้สึกเหมือนสิ่งที่ได้ฟังนั้นค่อย ๆออกมาอย่างยากลำบากเมื่อคนพูดนั้นกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่ฟังราวกับกำลังสะอื้นไห้ ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกแปลก ๆ เพราะเฉินอวี่เฉิงรู้ดีว่านี่ไม่ใช่คนที่กำลังร้องเพราะความดีใจ แต่คำพูดพวกนั้นมันเหมือนกำลังเกริ่นเพื่อเข้าเรื่องใหญ่ มัน...

“เฉิงเฉิง” แรงกอดรัดที่แน่นขึ้นทำให้ชายหนุ่มละออกจากภวังค์ เฉินอวี่เฉิงเม้มปากเข้าหากัน เขาลูบหน้าท้องตัวเองอีกครั้งเมื่อรู้สึกถึงลางสังหรณ์แปลก ๆ

"... คุณหมอบอกพี่” หลี่หยางสวินกลืนน้ำลายอีกครั้ง “หลังจากได้อ่านประวัติการรักษาทั้งหมดและพูดเรื่องข่าวดีของเรา เขาแสดงความยินดีกับพี่ และจากนั้นก็บอกเรื่องสำคัญเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ในผู้ชาย มันมีบางอย่างที่พวกเราต้องรู้และตัดสินใจก่อนจะสาย.. มัน... เฉิงเฉิงรู้ใช่ไหมว่าการจะมีลูกได้มันต้องมีการฝังมดลูกเทียมและรออีกหนึ่งปีร่างกายถึงจะพร้อม"

“...”

ใบหน้าเคร่งขรึมนั้นค่อยหันมาสบตา เฉินอวี่เฉิงมองเห็นดวงตาสีน้ำตาลคมกริบที่กำลังสั่นไหว มันราวกับมีหยาดน้ำใสกำลังสั่นระริกอยู่ในนั้น

"และตอนนี้.. ผ่านมาแค่ครึ่งปี.."

"..."

"เรื่องร่างกายของเฉิงเฉิง คุณหมอสั่งให้นอนพักรักษาตัวที่นี่สักคืนเพื่อดูอาการ เบื้องต้นเขาบอกว่ายังไม่พบสิ่งผิดปกติ โชคดีที่รู้ตัวเร็ว.. เขาพูดแบบนั้น พี่่แจ้งทั้งสองครอบครัวไปแล้ว คุณแม่ของพี่ท่านเองก็มาถึงและปรึกษากับคุณน้าเยว่หรงอยู่ด้านนอก"

ยิ่งพูด สีหน้าของหลี่หยางสวินยิ่งเครียดคล้ำ แววตาที่แฝงความเจ็บปวดยิ่งปรากฏชัด แม้คนจะพยายามพูดเรื่องอื่น เรื่องทั่ว ๆ ไป และพยายามกล่าวถึงสาเหตุอย่างอ้อม ๆ แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไร แม้เขาจะกอดเฉินอวี่เฉิงเอาไว้แน่น และพยายามทำตัวเป็นที่พักพิงแค่ไหน ชายหนุ่มก็ยังรู้สึกได้ว่าร่างเล็กในอ้อมกอดกำลังสั่นระริก..

"เฉิงเฉิง คุณหมอบอกว่า..."

"ห้ามพูดนะ!"

".. เฉิงเฉิง"

"ไม่เอา ไม่พูด ห้ามพูด"

 เฉินอวี่เฉิงกอดหน้าท้องตนเองไว้ เขาร้องประท้วงด้วยริมฝีปากสั่นระริก ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษขาวเมื่อตระหนักแล้วถึงความจริงที่ทำให้พวกเราสองคนไม่อาจยิ้มออกมาได้ ในที่สุดเฉินอวี่เฉิงก็รู้แล้วว่าทำไมพี่หยางสวินไม่ทำหน้ามีความสุขทั้งที่เรากำลังจะมีลูก ไม่ยิ้มรับของขวัญแสนวิเศษแต่เบือนหน้าหนี เพราะตอนนี้ตัวเขาเองก็เช่นกัน

ห้าเดือน.. ห้าเดือน.. ในหัวเขามีแต่คำนี้วนเวียนซ้ำไปมา ในที่สุดก็รู้แล้ว ในที่สุดเฉินอวี่เฉิงก็รู้ว่าทำไมเขาถึงไม่อาจสบตาพี่หยางสวินได้ตั้งแต่แรก

เพราะมันแค่ห้าเดือน

แม้เทคโนโลยีปัจจุบันจะก้าวไกลขนาดทำให้ผู้ชายท้องได้ มีบริการฝังมดลูกเทียมสำหรับคู่รักที่ตกลงปลงใจแต่งงานกันแต่ก็ยังยืนอยู่บนความเสี่ยง โดยเฉพาะการตั้งครรภ์ที่นอกจากไม่อาจกระทบกระเทือนได้แล้วยังต้องเผชิญกับภาวะเสี่ยงต่าง ๆ มากมาย ปกติแล้วการเตรียมพร้อมต้องใช้ระยะเวลาหนึ่งปีอย่างไม่อาจน้อยกว่านั้น และกรณีที่มีการตั้งครรภ์ทั้งที่มดลูกยังไม่สมบูรณ์เรียกได้ว่าเด็กไม่อาจมีชีวิตรอด

"พี่ห้ามพูดมันออกมา"

"..."

"ไม่เอา"

หัวใจแสบแปลบ แค่คิดถึงตรงนั้นเขาก็รับไม่ไหว เฉินอวี่เฉิงเบ้หน้าสะอื้นฮัก เขารู้สึกเหมือนคนโง่ขณะโอบหน้าท้องของตนไว้ทั้งสองมือ ดวงตาแดงก่ำและท่าทีประหนึ่งแม่ไก่ นึกถึงความดีใจอันโง่เขลาของตนเองที่คิดไปถึงเรื่องอดีต เรื่องลูก เรื่องการได้แก้ไขตนเองและชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์แล้วยิ่งเจ็บจนจุกข้างใน ได้รับการให้อภัยเหรอ ในที่สุดก็จะมีความสุข สามารถสลัดความทรงจำเลวร้ายได้งั้นหรือ ไม่ใช่ ไม่ใช่เลยแม้แต่น้อย

คนที่ทำเรื่องเลวร้ายมามากมายอย่างเฉินอวี่เฉิง จะมีความสุขง่าย ๆ ได้ยังไงกัน

“ไม่เอาแล้ว”

เสียงร้องครางด้วยความเจ็บปวดของเขาช่างน่าสมเพช ฝ่ามือสั่นระริกแนบลงไปเพื่อมอบไออุ่นให้กับชีวิตเล็กๆที่เพิ่งเติบโตในท้องพลางปาดน้ำตาหยดแรกที่เริ่มรินไหล ชายหนุ่มกลั้นก้อนสะอื้นในลำคอขณะที่สมองมีเสียงครางหึ่งๆออกมา เขาไม่ได้ยินแล้วว่าหลี่หยางสวินพูดอะไร เขาไม่รู้และยังคงก้มหน้าก้มตาเช็ดน้ำใส ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เช็ดคนเดียวไม่ไหวก็มีพี่หยางสวินกอดเอาไว้เพื่อรองรับหยดน้ำตา แต่ไม่ว่าจะปาดออกอย่างไรสุดท้ายก็ยังคงร้องไห้โฮ

"ถ้าจะลงโทษก็ลงโทษผมเถอะ อย่าพรากเขาไปจากผมอีกเลย"

เพราะมันเจ็บ เจ็บปวดมากจริง ๆ

 

+++++++++++++++++

#สามีของผม  ขอโทษที่หายไปนานนะคะ ไรท์กลับมาแล้วค่า และต่อไปนี้ไรท์จะลงวันละตอนได้แล้วนะคะ เหลืออีก 10 ตอนจบแล้วค่ะ เจอกันพรุ่งนี้นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

60 ความคิดเห็น