(MPreg) Dear you, my husband รักที่สุดคุณสามี

ตอนที่ 3 : กลับไปหาสามี 03 : ผมตกหลุมรักคุณตั้งแต่แรกเห็นครับ! [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,166
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 108 ครั้ง
    8 มี.ค. 63





ไม่ว่ายังไงหลี่หยางสวินก็ต้องชอบเฉินอวี่เฉิง ไม่ว่าใครได้เจอเฉิงเฉิงที่แสนน่ารักในตอนนี้ก็ต้องมีใจ ทางสกุลหลี่เองก็เป็นฝ่ายขอหมั้นก่อน ไม่มีทางจะอีกฝ่ายจะไม่ชอบเฉินอวี่เฉิงคนนี้แน่นอน

งั้นเหรอ ?

เฉินอวี่เฉิงนึกทวนคำพูดที่มารดาให้ไว้ก่อนที่เราสองคนจะลงมาจากรถเพื่อพบหน้าคนสกุลหลี่แล้วถามตัวเองออกไป ชายหนุ่มนั่งนิ่งมองภาพเบื้องหน้า ภาพการพบปะและสถานที่อันคุ้นตาหวนกลับมาในความทรงจำชวนให้ระลึกถึง ที่นี่คือห้องอาหารอันหรูหราและเป็นส่วนตัวของโรงแรมโฟว์ ซีซั่น บนตึก IFC บนถนนหมายเลขแปดที่สามารถมองเห็นวิวของอ่าววิคตอเรียได้เต็มตา คนสกุลเฉินมาตามนัด คนสกุลหลี่เองก็มาตามนัด ร่างของชายหญิงต่างวัยทั้งสี่มาถึงยามเที่ยงวันตามกำหนดการพอดิบพอดีและไม่รอช้าที่จะพูดคุยโอภาปราศรัย เนื่องจากเป็นผู้ใหญ่ซ้ำยังเป็นเพื่อนสนิทคุณนายเฉินและคุณนายหลี่จึงเข้ามาโอบกอดทักทายกันอย่างรวดเร็ว

"อาเฉิง ทักทายคุณน้าอี้เหมยสิลูก"

เถาเยว่หรงไม่ลืมจุดหมายของการเดินทางในครั้งนี้ หล่อนผละอ้อมกอดออกมาได้ก็รีบแนะนำลูกชาย

"อะ... ครับ สวัสดีครับคุณน้าอี้เหมย"

ภาพการพูดคุยอันสนิทสนมของมารดาตนและคุณนายหลี่ชวนให้คิดถึงอดีต เฉินอวี่เฉิงจึงเหม่อลอยไปครู่หนึ่ง จากนั้นเสียงของแม่ก็ทำให้เขาละออกจากภวังค์ เฉิงเฉิงของหม่าม้าร้องรับแล้วหันไปมองสบตาคู่สวยของคุณนายหลี่ เขารีบก้มหัวทักทาย ก่อนจะเงยหน้ามาส่งยิ้มสดใสจนตาหยีไปให้ว่าที่แม่สามีดั่งต้องการจะทำให้คนประทับใจได้มากที่สุด

หัวใจเต้นตึกตัก ทั้งประหม่าทั้งคิดมากว่าอีกฝ่ายจะชอบเขารึเปล่า แม้ค่อนข้างแน่ใจว่าหากไม่ทำตัวแย่ ๆ คุณนายหลี่ที่เป็นเพื่อนแม่ก็คงจะเอ็นดูกัน แต่ถึงอย่างนั้นเฉินอวี่เฉิงก็อดกังวลไม่ได้ แม้จะผ่านไปนานแล้ว แต่แววตาขุ่นเคืองของหลี่อี้เหมยที่ตนได้รับในชีวิตก่อนก็ยังติดตา

"สวัสดีจ้ะ เฉิงเฉิงสินะ เรียกว่าคุณแม่ก็ได้ลูก" คุณนายหลี่หัวเราะเสียงใส ใบหน้ายิ้มแย้มอีกทั้งท่าทีเอ็นดูของว่าที่แม่สามีทำให้เขาหัวใจพองโตได้ไม่ยาก เฉินอวี่เฉิงยิ้มรับ เขามองอีกฝ่ายหันไปยิ้มให้เถาเยว่หรงแม่ของตน "เสี่ยวเฉิงน่ารักเสียจริง หน้าตาคล้ายเธอยิ่งกว่าในรูปซะอีก"

"เขาเป็นลูกชายฉัน ไม่คล้ายฉันแล้วจะเหมือนใคร" เถาเยว่หรงยิ้มพอใจพลางหันไปสบตาลูกชายดั่งจะบอกว่า... แม่พูดแล้วว่าเฉิงเฉิงของแม่น่ะน่ารักเป็นที่สุด ไม่จำเป็นต้องประหม่าเลย

แน่นอนว่าเฉินอวี่เฉิงมองเห็นความหมายในแววตาคู่นั้น เขาเผลอพองแก้มออกมาและบ่นประท้วงในใจ ไอ้น่ารักน่ะมันก็แน่อยู่แล้ว เฉินอวี่เฉิงในตอนนี้แต่งตัวเรียบร้อย ยิ้มหวาน ทำตัวดี ไม่ว่าผู้ใหญ่ที่ไหนเห็นก็ชอบทั้งนั้น แต่ที่เขากังวลมันไม่ใช่แค่ความประทับใจแรกพบของคุณนายหลี่อี้เหมย แต่มันยังรวมถึงผู้ชายตัวสูงใหญ่ที่ยืนนิ่งไม่พูดไม่จาอะไรอยู่ข้างกายเพื่อนแม่ต่างหาก

"คล้ายเธอ แต่น่ารักกว่าเธอเป็นกองเชียวนะ ได้ลูกสะใภ้แบบนี้ฉันก็พอใจแล้ว" หลี่อี้เหมยยิ้มกระเซ้าอย่างอารมณ์ดี ใบหน้าของหญิงอายุสี่สิบกว่าตรงหน้าช่างอ่อนเยาว์และคงความสบายตา เฉินอวี่เฉิงฟังคำว่าลูกสะใภ้ เขามองเห็นความเอ็นดูและความพึงพอใจในแววตาคู่นั้นและอดใจเต้นไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อคุณนายหลี่หันไปหาบุตรชายที่ยืนนิ่งมานาน

"อาสวิน ทักทายคุณนายหลินกับน้องสิลูก"

"หลี่หยางสวิน ยินดีที่ได้รู้จักครับ"

หลี่หยางสวิน

หยางสวิน

พี่หยาง...

จ้องมองใบหน้านิ่งขรึมขณะโค้งตัวลงทักทายของคนตรงหน้า มองเห็นดวงตา ปลายจมูก ริมฝีปากไปจนถึงเส้นผมสีดำสนิทน่าสัมผัสนั้น เฉินอวี่เฉิงรู้สึกได้ว่าหัวใจเขาเต้นแรงจนเจ็บเมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคย ชายหนุ่มเผลอขบริมฝีปากอย่างลืมตัว ดวงตากลมใสสั่นระริก เฉินอวี่เฉิงกลืนน้ำลายลงคอเมื่อความรู้สึกหลายอย่างตีตื้นขึ้นมา เขาพยายามระงับความต้องการอยากจะโผเข้าไปโอบกอดหรือร้องไห้ซบอกคนตรงหน้าเอาไว้ ชายหนุ่มสั่งตนเองให้ยกริมฝีปากขึ้นและยิ้ม ออกมาอย่างสดใส เขาเตือนตัวเองว่าต้องสร้างความประทับใจ เขาต้องยิ้มอย่างที่หลี่หยางสวินเคยบอกว่าชอบมองนักหนา เขาต้องสดใส น่ารัก เต็มไปด้วยชีวิตชีวา เขาทำพังไม่ได้ ตรงนี้มีสายตาหลายคู่มองอยู่

"ยินดีที่ได้พบหน้าครับ พี่หยาง" เฉินอวี่เฉิงยิ้มแล้วก็พูดเสียงใส แต่เจตนาที่อยากให้มันออกมาเป็นคำทักทายเพราะ ๆ กลับต้องผิดหวังเพราะเสียงของเขาสูงปรี๊ดด้วยความประหม่า ชายหนุ่มอุทานในใจว่าแย่แล้ว เขากะพริบตาถี่กลั้นน้ำตา มือปิดปากแล้วก้มศีรษะลง “ขอโทษครับ ผม... ผมเสียงดังไปหน่อย อึก...”

พยายามทำให้ตนเองกลับมาเป็นปกติแต่น้ำเสียงกลับยิ่งสั่นไหว เฉินอวี่เฉิงเกลียดนักที่ลำคอของเขาตีบตันเพราะแรงสะอื้นลึก ๆ ที่ยากจะควบคุมเพราะมันมาจากความรู้สึกภายในใจ ลักษณะท่าทางและกลิ่นอายของอีกฝ่ายทำให้เขาเหมือนขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้จริง ๆ

“ตายล่ะ เพิ่งพบหน้าพี่เขา คงเขินสินะจ๊ะ” คุณนายหลี่อี้เหมยยิ้มแย้ม เอ่ยปากเมื่อเห็นบรรยากาศแปลก ๆ ตรงหน้า ใบหน้ายังคงเปื้อนยิ้มละมุนขณะที่หลี่หยางสวินนั่งลงอีกครั้งข้างกายมารดานิ่ง ๆ

“ครับ”

เฉินอวี่เฉิงกลืนน้ำลาย เขาพยายามยิ้ม พยายามทำให้ตนเองสงบจิตสงบใจ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่วายเหลือบมองใบหน้าคมคายของว่าที่เจ้าบ่าวตนอย่างอดใจไม่ได้อยู่ดี

“แกก็ขี้อายแบบนี้ล่ะ นี่คงประหม่าด้วย ก่อนมาถึงก็ถามฉันใหญ่เลยว่าคนบ้านหลี่น่ะจะชอบมั้ย” เถาเยว่หรงเหลือบมองอาการบุตรชายอย่างแปลกใจ ความกังวลเรื่องสภาพจิตใจของบุตรชายเริ่มกลับมาอีกครั้ง หล่อนกำลังคิดว่าอาเฉิงกำลังฝืนอยู่หรือไม่ แต่มาถึงขั้นนี้แล้วก็ไม่อาจถอย คนเป็นแม่จึงได้แต่พยายามพยุงสถานการณ์

“ตายจริง ลูกสะใภ้น่ารักขนาดนี้ฉันจะไม่ชอบได้ยังไงล่ะ อาสวินเองก็ต้องชอบอยู่แล้ว ก่อนมานั่งพลิกดูรูปเสี่ยวเฉิงตั้งหลายรอบ ถามย้ำอยู่นั่นว่าคนนี้จริงเหรอ คงตกใจ คิดไม่ถึงว่าจะได้เจ้าสาวน่ารัก ฯลฯ”

เสียงพูดคุยของมารดาทั้งสองฝ่ายยังดังอยู่และเจือด้วยเสียงหัวเราะครื้นเครงช่วยสร้างบรรยากาศให้รื่นรมย์และมีสีสัน และเนื่องจากห้องอาหารที่จองไว้เป็นอาหารฝรั่งเศสของเชฟระดับมิชลินสามดาว การเสิร์ฟเป็นคอร์สทำให้ต้องรอเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นกลับส่งผลดีให้คนไม่คุ้นหน้าได้รู้จักทักทาย เถาเยว่หรงและหลี่อี้เหมยจึงจงใจผูกขาดการสนทนากัน หญิงสาววัยเฉียดห้าสิบทั้งสองถือแก้วไวน์กระซิบพูดคุย หลายครั้งที่มองมายังลูกชายตนต่างก็หัวเราะคิกคักด้วยท่าทางดั่งสาวรุ่นก็ไม่ปาน

แม่ทำตัวชัดเจนไปแล้ว เฉินอวี่เฉิงบ่นในใจแต่ก็ยอมรับว่าการแทรกบทสนทนาและสร้างบรรยากาศของทั้งสองได้ผล ถ้อยคำของหลี่อี้เหมยที่กล่าวเรื่องบุตรชายดีใจที่จะได้พบหน้ากันทำให้ท้องที่บิดมวนด้วยความกังวลคลายตัวลงบ้าง แต่ถึงอย่างนั้นเฉินอวี่เฉิงก็ยังบิดมือที่วางไว้บนตักแก้เครียดไปพลาง ชายหนุ่มหัวใจเต้นแรง ไม่ใช่เพียงเพราะความขัดเขินปนประหม่าแต่ยังเจือด้วยความรู้สึกอื่นอันหลากหลาย เจ้าของใบหน้าติดหวานค่อนไปทางมารดาใช้ดวงตาเรียวสวยของตนจ้องมองไปยังร่างสูงใหญ่ของชายตรงหน้า คนที่ชีวิตนี้ยังไม่เคยพบ แต่ในอดีตนั้นใกล้ชิดเสียจนรู้ทุกซอกทุกมุมของร่างกายกันและกัน

            หลี่หยางสวิน

          พี่หยาง...

ชื่อของอีกฝ่ายวนเวียนอยู่ในหัวขณะที่เขาใช้สองตาจ้องมองใบหน้าที่แสนคิดถึงไม่กะพริบ หลี่หยางสวินมีร่างสูงใหญ่ สูงเกินกว่าชาวเอเชียทั่วไปบ่งบอกว่าเจ้าตัวมีสายเลือดตะวันตกไหลเวียนอยู่ในกาย และมันยังปรากฏในแก้วตาสีน้ำตาลเข้มสวยคู่นั้น อีกฝ่ายมีใบหน้าคมคาย จมูกใหญ่โด่งสันหากปลายงองุ้มและดวงตาดุคล้ายเหยี่ยว เขาไม่ใช่คนรูปหล่อ อย่างมากก็ดูแข็งแกร่งสมชาย... เฉินอวี่เฉิงรู้อยู่แล้วว่ารูปลักษณ์โดยรวมของคนที่ตนต้องแต่งงานด้วยไม่ได้ชวนฝันราวเทพบุตรอะไร เขารู้ แต่เขาไม่สนใจ ในสายตาของเฉินอวี่เฉิง ในความคิดของเฉินอวี่เฉิง หลี่หยางสวินคนนี้คือผู้ชายที่หล่อเหลาและดูดีที่สุดในโลก

รูปลักษณ์ของหลี่หยางสวินไม่ได้ชวนฝัน แต่นิสัยของผู้ชายตรงหน้าสามารถเรียกได้ว่าคนรักในอุดมคติ เขาเป็นคนที่ดูดุดันแต่แท้จริงกลับอบอุ่นอ่อนโยนเหมือนแสงอาทิตย์ เขาคือผู้ชายนิสัยนิ่งขรึมที่มักมีรอยยิ้มน้อย ๆ ส่งให้เฉินอวี่เฉิงอยู่เสมอ หลี่หยางสวินเป็นคนรักแสนดีที่ไม่เคยเจ้าชู้หรือนอกใจ เขาเป็นผู้ชายที่รักใครรักมั่นและยังมีหัวใจอันยิ่งใหญ่ เขาใจเย็นจนสามารถรับมือกับโทสะและการกระทำอันไร้หัวคิดของเฉินอวี่เฉิงได้เสมอ ที่สำคัญที่สุด ในชีวิตก่อนนั้นไม่ว่าภรรยาที่ใช้ไม่ได้คนนี้จะก่อเรื่องใหญ่โตเพียงใด หลี่หยางสวินยังสามารถให้อภัย... ผู้ชายที่ใจกว้างและเต็มไปด้วยความรักไม่มีที่สิ้นสุดตรงหน้ายังสามารถปล่อยให้เฉินอวี่เฉิงคนสารเลวไปมีความสุข และรักเขาเสมอไปแม้ว่าหัวใจจะถูกขยี้ไม่มีชิ้นดี... หลี่หยางสวินคนนี้ถูกทำร้ายซ้ำ ๆ ด้วยน้ำมือของเขาเอง 

แค่คิดถึงเรื่องอดีต จานเรียกน้ำย่อยเบื้องหน้าก็ไม่มีความสำคัญอีกต่อไป เฉินอวี่เฉิงพยายามเตือนตัวเองให้ตั้งสติ เขาถือช้อนไว้และบอกตนเองว่าได้เริ่มใหม่แล้ว จงดีใจ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รู้สึกอยากร้องไห้... เขารู้สึกผิดมากมายเหลือเกิน

หลี่หยางสวิน... ผมขอโทษ

ในใจมีแต่คำ ๆ นี้พร้อมถ้อยคำอ้อนวอนขอรับสารภาพผิดเป็นหมื่นล้านคำผุดขึ้นมาในหัว เฉินอวี่เฉิงตักอาหารเข้าปาก ชายหนุ่มรู้สึกว่าลำคอของเขาตีบตัน ลมหายใจก็ผิดแผกและยังทำท่าทางเหมือนจะร้องไห้ เขารู้ว่านี่มันผิดปกติ นี่มันแย่และไม่แนบเนียนเอาเสียเลยและทำให้คนรอบข้างสงสัยว่าเกิดอะไร เขาเห็นสายตาห่วงกังวลปนสงสัยของแม่มองมาแล้ว และแน่ใจว่าหลี่อี้เหมยที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็ต้องจับจ้องอยู่เช่นกัน

แย่ที่สุด แย่มาก ทั้งที่ควรจะทำให้การพบหน้ากันครานี้เป็นความประทับใจดี ๆ แท้ ๆ

ด่าตัวเองซ้ำไปซ้ำมาแต่เฉินอวี่เฉิงก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากก้มหน้านิ่ง เขากำลังอดกลั้นอยู่ เขากำลังห้ามน้ำตาไม่ให้รินไหล แต่มันยากเหลือเกิน... ความรู้สึกที่สั่งสมมายาวนานได้รับการพร่ำเพ้อระบายออกตอนใกล้ตายก็จริง แต่เหมือนมันจะไม่มีประโยชน์อะไร ตอนนั้นเขาทั้งอ่อนแรงเพราะอาการป่วยและพิษไข้ถึงได้พร่ำเพ้อ ตาก็มองแทบไม่เห็นด้วยซ้ำ มันไม่เหมือนตอนนี้ที่เราสองคนได้เจอหน้า เฉินอวี่เฉิงแม้จะปรับตัวกับชีวิตที่หวนกลับมาในอดีตได้อย่างแนบเนียนแต่ความจริงคือเขายังไม่สามารถทำใจ  เขายังคงอ่อนไหวและไม่รู้จะรับมืออย่างไรเมื่อได้พบหน้าหลี่หยางสวินที่อยากเจอมาเนิ่้นนาน

เฉินอวี่เฉิงรู้เพียงเขาสาบาน เขาปฏิญาณว่าจะไม่ทำร้ายดวงใจของหลี่หยางสวินอีกแล้ว

"อาเฉิง เป็นอะไรไปลูก อาหารไม่ถูกปากเหรอ?"

คิดถึงเรื่องแย่ ๆ ที่ตนทำไปน้ำตายิ่งจะร่วงเข้าไปใหญ่ ท่าทางของเขาคงอาการหนักมากแล้วมารดาจึงเอ่ยปากถาม เสียงนั้นแทรกเข้ามาในห้วงคิดของเฉินอวี่เฉิงอย่างรางเลือนขณะที่เขาเม้มปาก ส่ายหน้าแรง ๆ จนหน้าม้าแตกกระจาย

"เสี่ยวเฉิงจ๊ะ หนูเป็นอะไรไป ปวดท้องเหรอ หรือว่าไม่สบายอะไรขึ้นมา?" หลี่อี้เหมยเองก็คิดว่าเริ่มไม่เข้าที สีหน้าของหล่อนเริ่มวุ่นวายขณะมองลูกชายสลับกับว่าที่สะใภ้ไปมา หล่อนจับสังเกต ด้วยทุกคนในห้องต่างเห็นว่าเด็กหนุ่มหน้าตาน่ารักเจ้าของยิ้มสวยนั้นมีท่าทีแปลกไปเมื่อยามนั่งจ้องหน้าลูกชายและขอบตาแดงเรื่อ

หรือว่าที่ลูกสะใภ้เห็นว่าลูกชายเธอหน้าตาไม่ตรงสเป๊กเลยไม่ชอบจนจะร้องไห้?

"อาเฉิง"

"เสี่ยวเฉิง หนูเป..."

"เขาเห็นหน้าผมแล้วคงรับไม่ได้มั้งครับคุณแม่"

น้ำเสียงเยือกเย็น คุ้นหูแต่ไม่คุ้นเคยส่งผลให้แผ่นหลังบางเหยียดเกร็งขึ้นอย่างง่ายดาย เฉินอวี่เฉิงที่กำลังส่ายหน้า ทางหนึ่งปฏิเสธว่าไม่เป็นไร อีกทางก็กำลังด่าตัวเองไม่ให้จมอยู่กับอดีตที่เต็มไปด้วยความผิดพลาดถึงกับชะงัก เขาเบิกตาขึ้นน้อย ๆ

“อาสวิน พูดอะไรของลูก” น้ำเสียงคุณนายหลี่ชักไม่น่าฟัง

“ผมพูดความจริง หรือคุณแม่ไม่เห็นว่าเด็กคนนี้เขาหน้าเสียแค่ไหน” ตรงข้ามกับความห่วงใยของทั้งสอง หลี่หยางสวินที่นั่งนิ่งมองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยสายตาเย็นชา แม้จะแปลกใจกับท่าทางของชายหนุ่มตรงหน้า แต่สิ่งนี้ก็ไม่เกินความคาดหมาย เขาเอ่ยขึ้นช้า ๆ "เขาอาจคิดว่าผมเป็นคุณชายรูปหล่อเหมือนในละคร แต่เจอตัวจริงจึงรู้สึกผิดหวัง พอคิดว่าต้องแต่งกับคนอัปลั..."

"ไม่ใช่นะ!" พูดออกมาไม่จบประโยค เฉินอวี่เฉิงก็ร้องสวนขึ้นมาเสียงดัง

“...”

ทุกคนหันมามองเป็นตาเดียว น้ำเสียงไม่ยอมความของชายหนุ่มเป็นผลให้บทสนทนาทวีความร้อนแรง แต่เฉินอวี่เฉิงไม่สนใจ เขาสูดหายใจลึก ใบหน้าที่ค่อนไปทางสวยแฝงอารมณ์หวั่นไหว เปลือกตาเป็นสีแดงเรื่อตัดกับริมฝีปากซีดขาวจากการขบเม้ม แต่ถึงอยู่ในสภาพเหมือนถูกรังแกเหมือนลูกกระต่ายตัวน้อย ๆ เจ้าของแววตาดื้อดึงก็ยังแอบถลึงตาอย่างไม่พอใจ

"ผมไม่ได้ไม่ชอบ” เขายืนยัน แต่เมื่อสบตาคมราวกับเหยี่ยวคู่นั้นคำพูดต่อมากลับตะกุกตะกักขาดหาย “ผม... ไม่... ผมรับได้ ผม..."

สีหน้าคนพูดสับสนวุ่นวายไปหมด ท่าทางเหมือนทั้งเกร็งทั้งเขินจนแก้มแดงเรื่อ คนกล้าพอสบตากับว่าที่สามีกลับเสหลบตาเหมือนมีอะไรในใจ ส่วนคุณนายหลี่กับคุณนายเฉินต่างก็นิ่งค้างไปแล้ว แม่ ๆ ของพวกเขาทั้งคู่ได้แต่มองคู่กรณีสลับกันไปมาเหมือนไม่รู้จะทำอย่างไร ขณะที่หลี่หยางสวินผู้ถูกขัดคอเลิกคิ้ว ร่างแกร่งขยับเปลี่ยนท่ากอดอก เหยียดริมฝีปากออก และจ้องมองคนที่ไม่กล้าสบตาตน

"ถ้ามันยากก็ไม่ต้องฝืน ไม่อยากแต่งก็พูดออกมา"

"ผมจะแต่ง"

เฉินอวี่เฉิงตอบชัด ชายหนุ่มมองใบหน้าคมคายที่ฉายความเย็นชาแล้วนิ่วหน้า และเพราะเนื้อแท้ยังเป็นคุณชายหลี่ผู้เอาแต่ใจเลยเผยท่าทีฟึดฟัด แววตาเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ เฉินอวี่เฉิงรู้ว่าท่าทางของเขามันแปลก จู่ ๆ จ้องหน้าคนแล้วทำท่ายังกับจะร้องไห้แบบนั้นมันแย่ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมพี่หยางจึงมีท่าทีเช่นนี้ เพราะหลี่หยางสวินที่เขาจำได้คือผู้ชายที่อ่อนโยนและมักให้อภัยตนเองอยู่เสมอ

แต่นี่ไม่ใช่เวลาสงสัย ยังไงเขาก็ต้องยังยืนยันเจตนาของตนเอง "ผมจะแต่งงาน ผมตอบตกลงแล้ว"

"อ่า... สกุลเฉินนี่มีลูกชายกตัญญูจริง ๆ"

"ผมชอบคุณ"

"..."

"ผม..." เฉินอวี่เฉิงเลียริมฝีปาก หลุดปากบอกความในใจออกไปจะถอยหลังก็ไม่ทันแล้ว ชายหนุ่มเผยท่าทีอึกอักประหม่าทันทีเมื่อถูกสายตาทุกคู่จ้องมาโดยเฉพาะดวงตาเหยี่ยวคู่นั้น เฉินอวี่เฉิงกัดริมฝีปากตามนิสัย แก้มขาวร้อนผ่าว ไม่คิดเลยว่าจะพูดจาสารภาพความในใจกันท่ามกลางสักขีพยานมากมายดังนั้นจึงขยุกขยิก พึมพำด้วยน้ำเสียงที่ค่อย ๆ เบาลง "ผม... ชอบ..."

            บ้าที่สุด จู่ ๆ พูดเรื่องนี้ขึ้นมาใครจะเชื่อ ดูสิ เหวอกันไปหมดแล้ว ทั้งที่ควรจะรอให้เวลาผ่านไปสักพักแล้วบอกออกไปตอนบรรยากาศดี ๆ สถานที่ดี ๆ สิ ไม่ใช่พูดโพล่งออกไปอย่างนี้!

เฉินอวี่เฉิงขมวดคิ้ว เขากำลังด่าตัวเองแก้เขินวุ่นวาย แต่หลี่หยางสวินกลับมองว่ามันเป็นท่าทีของคนโกหก ชายหนุ่มยิ้มหยัน คิดแล้วว่ายังไงมันก็คือคำลวง

"นี่..."

"ผมตกหลุมรักคุณตั้งแต่แรกเห็นครับ"

“...”

“ตอนแรกที่คุณพ่อบอกว่าต้องแต่งงาน ผมไม่พอใจมาก” น้ำเสียงแผ่วเบาค่อยหนักแน่นขึ้นแต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังสั่นพลิ้ว แต่เมื่อหลุดปากบอกความในใจไปขนาดนี้แล้ว เฉินอวี่เฉิงก็มีแต่จะก้าวไปข้างหน้าและไม่ยอมถอย ชายหนุ่มจิกนิ้วบนฝ่ามือแรง ๆ ให้ความเจ็บปวดช่วยทำให้ตนมีสติมากขึ้นและสูดหายใจลึก

“ผมต่อต้านที่บ้าน แต่พอผมได้ลองหาข้อมูลเกี่ยวกับคุณผมก็เริ่มสนใจ พอได้เห็นรูปถ่ายของคุณหรือแม้แต่เห็นข่าวเกี่ยวกับคุณ ผมก็... ค่อย ๆ ชอบ ผมเลยตัดสินใจจะแต่งงาน ผมจะเป็นภรรยาของคุณ...”

“ผมขอเรียกว่าพี่หยางได้ไหมครับ?”

น้ำเสียงแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความจริงจังดังขึ้นพร้อมกับร่างของเฉินอวี่เฉิงที่ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ เขาโน้มตัวไปเบื้องหน้าและอาศัยจังหวะที่ทุกคนไม่ทันตั้งตัวตะปบเข้าให้ที่หลังมือของหลี่หยางสวินซึ่งวางบนโต๊ะ ดวงตาเรียวใสคู่นั้นวาววับ ทั้งคาดหวังและรอคอยแม้จะแฝงอาการสั่นไหว ขอบตายังคงแดงช้ำ แต่ดูเหมือนคนที่กำลังกุมมือใหญ่แล้วยิ้มทั้งปากทั้งตาจะไม่สนใจอะไร เฉินอวี่เฉิงนึกอยากคุกเข่าแต่ทำไม่ได้จึงได้แต่ขยับมาใกล้และยืดความยาวออกสุดแขน ไม่ยอมให้ปล่อยมือ

“ผมจะไม่ทำให้พี่เสียใจอย่างแน่นอน”

หลี่หยางสวินมุ่นคิ้ว น้ำเสียงหัวเราะคิกคักของมารดาและท่าทีพออกพอใจของทั้งคู่ไม่ได้อยู่ในความสนใจมากเท่าชายหนุ่มตรงหน้า เด็กหนุ่ม... เขาใช้คำนี้ได้ด้วยซ้ำเพราะเจ้าตัวอายุเพียงยี่สิบเอ็ดปีเท่านั้น เด็กกว่าเขาตั้งเก้าปีแถมยังหน้าตาดูดีสมเป็นเด็กที่มุ่งเข้าวงการบันเทิงตามประวัติที่ได้อ่าน เด็กหนุ่มที่มีอนาคตสดใสซ้ำยังมีคนรักเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว สาเหตุทุกอย่างที่ประกอบกันมันควรจะทำให้เฉินอวี่เฉิงบูดบึ้งไม่พอใจ ไม่อยากแต่งงานเพื่อธุรกิจของที่บ้านและอยากทำลายงานหมั้นนี้ให้เละเทะมากกว่าไม่ใช่รึ

โกหก?

คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน เขามีท่าทีไม่เชื่อถือถ้อยคำที่ชายหนุ่มตรงหน้ากล่าวออกมาและกำลังคิดจะสั่งสอนให้เลิกแสดงละคร แม้การทุ่มเทพยายามกุมมือกันและพูดจาจริงจังจะชวนให้ใจสั่นไม่น้อย แต่สาเหตุของพฤติกรรมกลับไร้สาระ ชอบ? ค้นข้อมูลของเขาแล้วตกหลุมรัก? หลี่หยางสวินใช่จะไม่รู้ว่าหน้าเขาเป็นแบบไหน เขาไม่ใช่ผู้ชายที่เหมาะกับคำว่าหลงรักตั้งแต่แรกเจอแน่นอน

“...”

ขยับริมฝีปากแล้ว คิดจะพูดแต่เมื่อเห็นใบหน้าแดงก่ำและดวงตาสั่นไหวของเฉินอวี่เฉิงแล้วกลับพูดอะไรไม่ออกขึ้นมาดื้อ ๆ หลี่หยางสวินมองตาคู่สวยที่สะท้อนภาพของเขา มองมาแต่เขาและนิ่งไป นี่มันมากไปแล้ว ถ้าหากบอกว่าเป็นการแสดงละคร ชายหนุ่มตรงหน้าก็คงเป็นนักแสดงฝีมือเยี่ยมที่เก่งกาจจนเกินไป ตนจึงสัมผัสได้เพียงความจริงใจไม่มีสิ่งอื่นเลย

“จะเรียกอะไรก็ตามใจเถอะ”

“ขอบคุณครับ พี่หยาง!

ปากไปไวกว่าความคิด นึกเสียใจภายหลังก็ช้าไปเสียแล้ว หลี่หยางสวินลอบถอนหายใจ แต่ปฏิกิริยาตอบรับจากชายหนุ่มตรงหน้ากลับทำให้เขานิ่งไปอีกครา

ทันทีที่บอกว่าได้ คุณชายเล็กสกุลเฉินที่มีท่าทีทั้งคาดหวังรอคอยทั้งยังอยากจะมุดหน้าหนีไม่ก็ซุกโต๊ะด้วยความอายก็เปลี่ยนไป เจ้ากระต่ายตาแดงตัวนั้นกะพริบตาถี่เพื่อกลั้นน้ำตาแล้วยิ้ม ใบหน้าอ่อนเยาว์เต็มไปด้วยความยินดีราวกับดอกไม้ผลิบาน เฉินอวี่เฉิงบีบมือเขาแน่น รับคำเสียงดังสนั่นหวั่นไหว อีกฝ่ายไม่หลบตาเขาอีกต่อไปแล้วและยังหันมาเผชิญหน้ากันอย่างมั่นคงด้วยรอยยิ้มจากใจที่งดงามอย่างยิ่ง

หลี่หยางสวินรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงอะไรบางอย่างที่อกซ้าย บางทีมันคงเป็นเสียงหัวใจเต้นแรง และบางทีมันอาจเป็นของเขานั่นเอง...

 

++++++++++++++++++++

 

 #สามีของผม  เล่นเเท็กกันได้นะคะ ไรท์บอกเเล้วว่ามาเร็วมีสะสมไว้หลายตอน อิอิ พรุ่งนี้เจอกันประมาณสองทุ่มเหมือนเดิมนะค้าาาาา เรื่องช่วงนี้ก็จะเล่าความสัมพันธ์เก่ากับดำเนินความสัมพันธ์ใหม่ไปด้วย สนุกกันมั้ย เป็นยังไงคอมเมนต์คุยกันบ้างนะคะ ขอบคุณค่าาาาา 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 108 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

60 ความคิดเห็น

  1. #54 bsss27 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 02:07
    น้องงงงง
    #54
    0
  2. #48 Xialyu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 22:34
    น้องรักจริงๆนะ
    #48
    0
  3. #42 Makkham (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 13:11
    สายรุกมากเเม่สู้เค้าลูกป้าอยู่ฝั่งหนู//มือกำไม้พาย
    #42
    0
  4. #28 shin ai2 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 02:19
    น้องรุกแรงมากกกก
    #28
    0
  5. #19 PPSD PLAI (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 17:33
    น้องงงงงงง
    #19
    0
  6. #18 Zinezynner (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 12:22

    สนุกมากค่ะ ขอบคุณนะคะ
    #18
    0
  7. #17 nabya (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 11:19
    ดีใจแทนน้องงงงงง
    #17
    0
  8. #16 วายคือสายกู (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 10:13
    โอ้ยนนรู้สึกตื่นเต้นเเทนน้องเลย
    #16
    0
  9. #15 วายคือสายกู (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 10:12
    โอ้ยนนรู้สึกตื่นเต้นเเทนน้องเลยย
    #15
    0
  10. #14 กรานิเต้ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 09:38
    น่ารักกกกก ชอบมากเลยยยย รู้สึกลุ้นไปกับเฉิงเฉิงด้วยยย มาต่อไวๆนะคะ ชอบทุกเรื่องของไรท์เลยค่า
    #14
    0