Black Rose มนตราคำสาป

ตอนที่ 9 : ความสงสัย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,112
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    10 เม.ย. 53


บทที่ 8

ความสงสัย


 

การเดินทางด้วยเท้าเพียงอย่างเดียว เนื่องจากรถลากรอบสุดท้ายหมดลง ทำให้ริรีเรลว์หลับสนิทด้วยความอ่อนเพลียทันใดที่เดินทางมาจนถึงเขตเมืองและหาที่พักสำหรับค่ำคืนนี้ได้สำเร็จ

เอียนก้า และฟีส ต่างแยกตัวออกไปก่อนในระหว่างที่เกิดเหตุบนขณะนั่งรถลาก ดังนั้นในเวลานี้จึงเหลือเพียงแค่ ริรีเรลว์ ไคเอส และโทคเท่านั้น พวกเขาเข้ามายังในเมืองช่วงเย็น โทคและไคเอสนอนพักที่ห้องเดียวกัน โดยให้ริรีเรลว์แยกไปนอนอีกห้อง แม้ตัวเธออยากจะเอ่ยแย้ง หากแต่เพราะความอ่อนเปลี้ยที่ถาโถม ทำให้ริรีเรลว์ได้แต่พยักหน้ารับหงึกก่อนเข้าพักแยกห้องดังว่า และเธอก็หลับสนิททันทีที่ทิ้งร่างลงยังเบาะนุ่ม

ดวงอาทิตย์ยามเย็นลาลับ ส่งให้ราตรีมืดคืบกายเข้ามาหาแทนที่ ท้องฟ้าอันมืดสนิทคงเหลือแต่เพียงแสงพราวระยับของหมู่ดาว สายลมเย็นอ่อนพัดไหวผ่านเข้ามาทางหน้าต่างช่วยให้ภายในห้องนั้นเย็นสบาย หากแต่ใบหน้าหวานของร่างบางซึ่งนอนขดอยู่บนเตียงกลับเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อ

ในความฝันอันมืดมิด...

ริรีเรลว์กำลังวิ่งหนีอย่างสุดกำลัง จากอุ้งมือซึ่งเต็มไปด้วยกรงเล็บและเสียงเรียกร้องหาเธอซึ่งเต็มไปด้วยปริศนาและน่าหวาดกลัว

อย่า...

เสียงของผู้หญิงคนนั้นดังขึ้นในห้วงความมืดที่ไม่มีจุดสิ้นสุด

เจ้าคือ...ข้า...

ไม่... ข้าเป็นข้า ข้าคือข้า...

ริรีเรลว์เร่งฝีเท้าให้เร็วมากขึ้นกว่าเก่า แต่กลับเหมือนมีสิ่งหนักอึ้งผูกที่ข้อเท้าของเธอเอาไว้ จนเธอวิ่งได้ช้าเสียยิ่งกว่าเดิมนับร้อยเท่า เรี่ยวแรงที่มีอยู่ถดถอยจนแทบไม่สามารถฝืนเก้าขาต่อไปได้อีก

เจ้าหนีจากข้าไม่ได้... ที่นั่น ไม่ใช่ที่ของเจ้า...


น้ำเสียงที่ดังก้องไปทุกทิศทางเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ภายในน้ำเสียงนั้นมีความรู้สึกคล้ายกับเห็นใจแฝงอยู่ เธอไม่แน่ใจว่านั้นคือละครตบตาหรือไม่ ที่หลอกให้เธอเชื่อแล้วอาจถูกมือซึ่งเต็มไปด้วยกรงเล็บนั้นเอื้อมเข้ามาบีบรัด

ที่นั่น ไม่ใช่ที่ของเจ้า...

ไม่... ที่ที่ข้าอยู่... ที่นี่คือที่ของข้า...

ที่ข้างๆ เขา... ที่ซึ่งมีเขา...

ไม่!’

เสียงนั้นตะเบ็งดังก้อง เต็มไปด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยว 

เจ้าต้องอยู่ในความดำมืด! ที่เช่นนี้ คือที่ของเจ้า!!’

อุ้งมือซึ่งเต็มไปด้วยกรงเล็บแหลมจะโผล่ออกมาจากความมืดสนิทตรงหน้า เค้นบีบเข้าที่ลำคอขาวของริรีเรลว์ โดยที่เธอไม่สามารถทำอะไรได้แม้แต่ดิ้นรนช่วยตนเอง

ไม่... ข้าไม่อยาก...

ข้าไม่อยากอยู่ในที่เช่นนี้...


 

เฮือก!

ริรีเรลว์สะดุ้งตื่นขึ้นจากความฝันร้ายที่แสนหลอกหลอน ดวงตาสีเทาอ่อนที่สั่นไหวเปิดขึ้นมองความมืดสลัวที่มีเพียงแค่แสงจากจันทราและดวงดาว มือเรียวยกขึ้นไล้ปาดเหงื่อจำนวนมากออกจากทั่วใบหน้า พลางหายใจหอบถี่ หัวใจเต้นสั่วรัวตามความรู้สึกหวาดกลัวอย่างสุดกำลังที่เกิดขึ้นในความฝัน

ฝัน... อีกแล้ว?

แม้จะตื่นมาแล้วรู้ว่าเป็นเพียงแค่ความฝันเท่านั้น แต่เธอกลับไม่รู้สึกโล่งใจเอาเสียเลย ตรงกันข้ามที่เธอกลับยิ่งรู้สึกกังวลราวกับว่าตนเองกำลังถูกตามล่าและจ้องมองจากอะไรบางอย่างที่เธอไม่อาจได้พบเห็น

ริรีเรลว์พยายามล้มตัวลงไปหลับอีกครั้ง เพราะท้องฟ้าภายนอกยังคงมืดสนิท 

ที่นั่น ไม่ใช่ที่ของเจ้า...

หากแต่ความฝันร้ายที่ไล่ตามเธอกลับปรากฎขึ้นอีกครั้ง ไม่ว่าเธอจะผุดลุกขึ้นนั่งทำใจให้เย็นลงแล้วล้มตัวลงนอนอีกกี่ครั้ง มือที่เต็มไปด้วยกรงเล็บก็ปรากฏขึ้นให้หวาดผวาในทุกครา จนไม่สามารถฝืนข่มตานอนได้อีก 

หญิงสาวตัดสินใจที่จะยังไม่นอนพัก ริรีเรลว์เดินออกมาจากห้องนอน ลงตามบันไดที่มืดสลัวมองเห็นได้ด้วยแสงจากดวงจันทร์เท่านั้น ลงไปยังบ้านพักชั้นล่าง ก่อนเปิดประตูออกไปยังด้านนอก ทางด้านซ้ายของบ้านพักมีสัตว์ขนปุยตัวหนึ่งนอนหลับอยู่ และเมื่อมันได้ยินเสียงคำถามของเธอ มันก็ลืมตาลุกขึ้นก่อนเดินเข้ามาคลอเคลียอย่างประจบทันใด 

“เจ้าชื่ออะไรหรือ”

ริรีเรลว์รู้ดีแก่ใจ ว่าไคเอสไม่ต้องการให้เธอเดินออกมานอกห้องในยามดึก หากแต่เธอกลับรู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย เธอไม่อาจเข้าไปหาไคเอสได้ในเวลานี้ และเธอรู้ดีว่าไคเอสเองก็เหนื่อยและต้องการการพักผ่อนไม่ต่างจากเธอ ไม่มีสิ่งใดช่วยให้ความกังวลจางหายไปได้ แต่เมื่อตอนเย็นที่เข้ามาในที่พัก ริรีเรลว์สังเกตเห็นสัตว์ขนสีขาวปุยลักษณะคล้ายจาโคฟ ในเวลานี้เธอจึงคิดว่าบางทีการได้ลงมาเล่นกับสัตว์เลี้ยงตัวนี้อาจดีกว่าการที่เธอพยายามฝืนนอนให้หลับแต่ไม่อาจหลับได้ลงก็เป็นได้

“ข้าเคยบอกว่าอย่าไปไหนไกลไม่ใช่หรือไง”

น้ำเสียงนุ่มทุ้มดังขึ้นจากทางด้านหลังของริรีเรลว์ ขณะที่เธอกำลังลูบหัวเจ้าสัตว์เลี้ยงขนปุย

“ไม่รู้หรือไง ว่ากลางคืนมันอันตรายแค่ไหน”

น้ำเสียงนั้นนุ่ม หากแต่ดวงตาสีครามของผู้เอ่ยกลับฉายแววไม่พอใจเห็นได้ชัด

“ไคเอส”

ร่างบอบบางสะดุ้งกายไหวน้อยๆ เมื่อถูกเรียกขานด้วยน้ำเสียงคุ้นเคย ริรีเรลว์ผุดลุกขึ้นยืนหันกลับไปมองด้วยความรู้สึกผิดที่รู้ชัดกับการขัดคำสั่งนั้น 

“ข้าถามว่าเจ้าไม่รู้หรือไง ว่ามันอันตราย”

ไคเอสย้ำอีกครั้ง มีร่องรอยการกดดันบางๆ ในน้ำเสียง

“ข้ารู้” ริรีเรลว์พยักหน้ารับ “เพียงแต่...”

หญิงสาวขยับริมฝีปากอ้าน้อยๆ ราวกับต้องการเล่าเรื่องอะไรบางอย่าง หากแต่กลับปิดริมฝีปากนั้นลงเช่นเดิม เหลือไว้แต่เพียงความเงียบงันของยามราตรีเท่านั้น

“เพียงแต่อะไร?”

ไคเอสเอ่ยถาม วงคิ้วหมุ่นเข้าหากันอย่างสงสัย

“...ไม่มีอะไร”

เพียงแต่ริรีเรลว์กลับส่ายหน้าไปมาช้าๆ ไม่เอ่ยต่อใดๆ

“แล้วทำไมไม่หลับ”

“ข้า... นอนพอแล้ว”

เธอหลีกเลี่ยงการอธิบายความจริง เมื่อความฝันนั้นน่ากลัวเกินกว่าที่เธอจะกล้าเอ่ยเล่าให้ใครฟังได้ อีกทั้งมันอาจทำให้เธอต้องกลับเข้าไปในปราการดำมืดที่กักขังเธอเอาไว้อีกหน ซึ่งเธอไม่อยากให้มันเป็นเช่นนั้น

“ขึ้นไปนอนซะ”

“อืม”

ริรีเรลว์พยักหน้าลงรับคำอย่างว่าง่าย ก่อนหันกลับเดินตามไคเอสที่เดินนำเข้าไปยังในบ้านอย่างเงียบๆ จนกระทั่งถึงหน้าห้องนอนของตนเอง เท้าบางจึงรั้งจังหวะก้าวเดินของตนเอาไว้ ทิ้งห่างออกจากไคเอส ก่อนก้มหน้าหลบจากไคเอสที่หันกลับมาพร้อมคำถามผ่านทางดวงตา

“ข้าไม่อยากนอน”

“เจ้าต้องนอน ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้เจ้าจะไม่มีแรงตื่น”


“แต่ข้า... ไม่อยากนอน”

ริรีเรลว์ส่ายหน้าช้าๆ อีกครั้ง

“เจ้ามีความลับอะไรอยู่กันแน่ ริรีเรลว์”

ไม่มีคำเอ่ยบังคับให้เธอกลับเข้าไปนอนในห้องอีก มีเพียงแต่สายตาจริงจังจับผิดมาจากดวงตาสีฟ้าครามของไคเอสเท่านั้น 

“ข้า... ไม่รู้”

ริรีเรลว์ก้มหน้าลงต่ำยิ่งขึ้น ความลับของเธอมีมากมายเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เติบโตมาในหอคอยปราการซึ่งตัดขาดโลกภายนอกออกจากเธอนั้น เรื่องฝันร้ายที่คอยไล่ล่าเสมอ 

มากมายเหลือเกิน มันช่างมากมายนัก... กับความลับที่เธอมีอยู่

“เจ้าใช้เวทย์มนต์ได้หรือเปล่า?”

“เวทย์มนต์”

ดวงตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยร่องรอยคำถาม ซึ่งสื่อได้ว่าเธอไม่รู้จักความหมายของคำว่า เวทย์มนต์ หากแต่ไคเอสกลับรู้สึกเชื่อไม่สนิทนัก ในเมื่อสิ่งที่เขารู้สึกหลายๆ อย่าง ตอบคำถามให้เขาได้ว่า ริรีเรลว์มีเวทย์มนต์ เธอใช้เวทย์มนต์ได้ และใช้ได้ตั้งแต่ประเภทไม่อันตรายใดๆ จนไปถึงอันตรายอย่างยิ่งอีกด้วย

“ทหารในป่าที่ถูกไฟคลอกนั่น คือผลงานเวทย์มนต์ของเจ้าสินะ”

ไคเอสเอ่ยถามเสียงเค้นประกายหนึ่งในดวงตาของเขาแฝงไว้ด้วยความหวาดหวั่น เขาจงใจไม่เอ่ยถึงเรื่องพายุกระหน่ำรุนแรงที่บ้านของเพนิทเพราะยังเห็นใจริรีเรลว์เรื่องจาโคฟอยู่บ้าง หากแต่เรื่องที่จู่ๆ ทหารกลับถูกเปลวไฟลุกลามเผากาย มันก็ไม่ธรรมดาเลยสักนิด

“ข้า... ไม่รู้”

หญิงสาวมีสีหน้าตกใจ หากแต่กลับก้มลงส่ายหน้าปฏิเสธช้าๆ

“เปลวเพลิงนั้นไม่มีที่มาที่ไป ซ้ำยังไม่ใช่ไฟธรรมดา แต่เป็นไฟที่เผาไหม้เฉพาะผิวหนังโดยเสื้อผ้าไม่ได้ไหม้ไปด้วย... นี่มันไม่ใช่เวทย์มนต์ปกติแน่ๆ ริรีเรลว์”

“ข้าไม่รู้... ไม่รู้จริงๆ”

ริรีเรลว์ส่ายหน้าไปมาอีกครั้งด้วยความถี่ที่เร็วเพิ่มขึ้น จนได้ยินเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่จากร่างสูงตรงหน้าจึงเงยหน้าขึ้นมองสบตาดวงตาสีครามสวยของไคเอสอีกครั้ง

ดวงตาคู่นั้นฉายแววไม่พอใจอยู่เต็มเปี่ยม...

“เข้าไปนอนซะ”

“ไคเอส ข้าเจ็บ”

ไคเอสถอนหายใจเบาๆ อีกครั้ง ก่อนขยับเดินไปคว้าต้นแขนเล็กของริรีเรลว์กึ่งลากกึ่งเดินมายังหน้าห้องนอน  หญิงสาวส่งเสียงร้องขึ้นเบาๆ จากแรงบีบแน่นที่ต้นแขน หากแต่ไคเอสกลับไม่รับฟัง เอื้อมเปิดประตูห้องก่อนออกแรงดันร่างบางจนซวนเซเข้าไปภายใน 

“นอนซะ”

ไคเอสพยายามข่มน้ำเสียงให้สงบนิ่ง เมื่อเห็นต้นแขนขาวบอบบางของริรีเรลว์เกิดรอยแดงเป็นปื้นจากความโกรธของเขา
 

“เดี๋ยว!”

ไคเอสกำลังจะปิดประตูห้อง หากแต่กลับถูกมือเล็กเหนี่ยวรั้งข้อมือเอาไว้ เมื่อหันกลับไปก็พบว่าดวงตาสีเทาอ่อนที่มองมายังเขานั้นกำลังสั่นไหว

“ข้ามีอะไร... ที่น่ากลัวงั้นหรือ?”

เธอมองเห็นมันได้ชัด... ความหวาดหวั่นที่ปรากฎอยู่ในดวงตาสีครามที่สวยงามดุจท้องฟ้าของไคเอส ยามที่เอ่ยถึงเธอ ถึงสิ่งที่เขากล่าวว่าเธอทำ

“อย่าทิ้งข้าเลยนะ... อย่าหายไปจากข้า”

เธอไม่รู้เลย ว่าอะไรคือสิ่งที่ไคเอสหวั่นกลัว อะไรคือสิ่งที่ไคเอสเค้นถาม ซึ่งเธอไม่อาจตอบกลับได้

“นอนซะ ริรีเรลว์”

ไคเอสไม่ตอบคำถามใดๆ นอกจากแกะมือเล็กออกจากข้อมือตัวเอง แล้วหันหลังกลับเตรียมเดินออกจากห้องต่อ หากแต่ริรีเรลว์กลับโถมเข้ากอดรั้งเขาจากด้านหลังเอาไว้

“ริ...”

“ข้าชอบเจ้า... ข้าชอบ...”

ชอบ... งั้นหรือ?

“เจ้ารู้สึกชอบได้ง่ายขนาดนั้นเลยหรือไง ริรีเรลว์”

มือใหญ่เอื้อมแกะมือเล็กออก ก่อนหันหน้ากลับไปหา มองสบดวงตาสีเทาอ่อนที่เขาไม่รู้ถึงสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ด้วยแววตาเย้ยหยัน

“ทำไม... ข้าชอบเจ้าไม่ได้หรือ?”

ไร้เดียงสา... 


          หรือเต็มไปด้วยแผนเล่ห์กลหลากหลาย...

“ข้าไม่อยาก...”

ริมฝีปากชมพูระเรื่อขยับเอ่ยได้เพียงเท่านั้น เมื่อถูกริมฝีปากอุ่นจัดของร่างสูงประกบเข้าอย่างรุนแรง 

“อื้อ ไค...”

ริรีเรลว์พยายามเอ่ยปากแย้ง หากแต่กลับถูกปิดกั้นเอาไว้ด้วยริมฝีปากของไคเอสอีกครั้ง สอดแทรกความอุ่นเข้าไปภายใน ความแปลกประหลาดที่ได้รับทำให้เธอหวาดกลัวดิ้นรนหนี หากแต่กลับถูกโอบอุ้มร่างลอยขึ้นในอากาศ ก่อนปล่อยลงนอนหงายบนเตียงนุ่ม

“ไคเอส... อย่า...”

หญิงสาวพยายามขยับตัวหนี หากแต่เมื่อเอ่ยพูดก็ถูกริมฝีปากนั้นประกบลงมาอีกครั้งจากชายหนุ่มที่โถมกายคร่อมร่างของเธอเอาไว้ด้านบน

“อย่า!

“ทำไม หากเจ้าชอบข้า เจ้าก็เป็นของข้าได้สิ”

ริมฝีปากอุ่นลามไล้ลงมายังลำคอขาว จนร่างบางข้างใต้สะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ ตั้งสติได้อีกครั้งริรีเรลว์ก็พยายามปัดป้องตามสัญชาติญาน แม้รู้ว่าไม่อาจสู้แรงเยี่ยงบุรุษของไคเอสได้แม้แต่น้อย หยดน้ำตาบางจึงเริ่มเอ่อคลออยู่เต็มดวงตา

ทำบ้าอะไรอยู่!!?

คำถามวกวนนั้นดังก้องไปมาอยู่ในหัวของเขา เมื่อไคเอสรู้ดีว่าตนเองกำลังทำอะไร...

เกลียด! เขาเกลียดห้วงอารมณ์นี้ของตนเองเหลือเกิน ความรู้สึกไม่มั่นคง หวาดกลัวถึงความรู้สึกที่เริ่มดิ่งลึกของตนเองเพราะอะไรบางอย่างประดังอยู่เต็มอก หวาดกลัวกับการหลอกลวง หรือการหลอกใช้

ริรีเรลว์เป็นใคร... เหตุใดเธอจึงปรากฏกายขึ้นมาตรงหน้าเขา นี่คือเรื่องบังเอิญ หรือเพราะอาจเป็นกับดักหนึ่งจากสมองอันชาญฉลาดของไชคิลกันแน่ 

เขาต้องการคำตอบที่แน่ชัด หากแต่หญิงสาวกลับทำเหมือนเดิม คือการก้มหลบสายตาแล้วตอบเลี่ยง แม้จะพยายามระงับอารมณ์ตนไม่ให้โกรธแค้น แต่ก็ทำได้ยากเหลือเกิน

ปึง!

กำปั้นหนักกระแทกลงเตียงนุ่มข้างกายหญิงสาวอย่างพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ตนให้สงบนิ่งหยุดคิดฟุ้งเฟ้อ เสียงกระแทกนั้นส่งให้ร่างบางใต้กายนั่นสะดุ้งไหวเฮือก

“เจ้า... เป็นอะไรกันแน่ ริรีเรลว์”

ไคเอสเอ่ยถาม ลืมตาขึ้นมองร่างบอบบางราวตุ๊กตาแก้วของหญิงสาวใต้กาย ก่อนดวงตาคมสีครามนั้นจะฉายร่องรอยรู้สึกผิดขึ้นทันใด 

ใบหน้าสวยนั้นเต็มไปด้วยคราบหยาดน้ำตา ริมฝีปากชมพูระเรื่อนั้นแดงช้ำ ไม่ต่างกันกับรอยช้ำบางๆ ที่ต้นคอขาวเนียนละเอียด ...สาเหตุจากการกระทำของเขา

เขาทำบ้าอะไร!? จะรังแกเธอ... เพราะกลัวถลำลึก ทั้งที่ริรีเรลว์อาจไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับเขาและไชคิลก็เป็นได้อย่างนั้นเหรอ?!

“ขอโทษ”

ไคเอสผลุดตัวลุกขึ้นนั่ง ก่อนยกมือกุมปิดบังใบหน้าที่ขมวดคิ้วแน่นหากันเอาไว้ เมื่อความรู้สึกผิดและสับสนประดังอยู่เต็มทั่วความคิด 

เพราะมันเคยเกิดขึ้นมาก่อน... ความหลอกลวงที่ทำให้ไม่กล้าไว้ใจใครมากเกินไปได้อีกในอดีต สิ่งนั้นทำให้เขาหวาดกลัวสับสน กลัวการถลำลึกลงไปแล้วอาจต้องเจ็บช้ำ

“เจ้านอนซะ มันจะไม่เกิดขึ้นอีก”

ไคเอสลุกขึ้นยืนให้คำมั่น หากแต่กลับถูกมือเล็กเหนี่ยวรั้งเอาไว้

“อย่าไปได้ไหม”

“ริรีเรลว์ ข้าไม่หายไปหรอก”

ไคเอสแกะมือบางออกช้าๆ แต่กลับยิ่งถูกกุมเอาไว้แน่น ดวงตาสีเทาอ่อนที่ยังคงเหลือรอยคราบน้ำตาบางมองมายังเขาด้วยแววตาไม่มั่นใจ

“สัญญานะ... อย่าหายไปจากข้านะ”






**********

TalK ::

** อัพแล้ว ตอนนี้มัน ตอนนี้มัน... T///T! เขินนน!
** เมื่อไหร่มันจะจบเนี่ยเรื่องนี้ 555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

162 ความคิดเห็น

  1. #160 kan-cha-ri-ka (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2557 / 20:23
    ชอบมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ สนุกมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อัพต่อไวไวนะค่ะ
    #160
    0
  2. #149 vano (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2554 / 16:00
    สนุกอีกแว้วววววว >0<

    ปล.มาอัพต่อเร้วๆน้า *0*
    #149
    0
  3. #137 sugurice (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 มีนาคม 2554 / 13:57
    หนุกมาก อัพต่อเร็วนะคะ ^^

    เชียร์มากๆเลยเรื่องนี้ !
    #137
    0
  4. #133 aumjin (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มกราคม 2554 / 20:45
    อ่านอีกรอบค่ะ=_=!

    รักพี่ก้อยยย มาอัพนะคะ
    #133
    0
  5. #129 pankkie (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 เมษายน 2553 / 12:37

    อ๊ายยยยย ไคเอสเจ้าทำอะไร
    เหตุใดจึงทำคนไร้เดียงสาอย่างริรีเรลว์เยี่งนี้
    55555
    เขินจนคำพูดเพี้ยนทันใด
    มาอัพต่อไวๆน้าค้า
    แล้วตกลงจะจบเมื่อไหร่เนี่ยเรื่องเนี้ย

    #129
    0
  6. #128 ChestNat (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 เมษายน 2553 / 11:40
    มาอัพแว้วๆ

    เขิลๆ -///- สนุกมากค่า เมื่อไหร่จะออกเป็นเล่มน้า
    #128
    0
  7. #127 the-merit (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 เมษายน 2553 / 16:59
    สนุกจัง เริ่มตื่นเต้นแล้ว
    พี่ก้อยก็อัพไวไวนะคะ อยากอ่านต่อ
    P.S.แล้วจะซื้อเป็นเล่มด้วย แต่...เมื่อไหร่นะ?? คิก
    #127
    0
  8. #126 P>PraNG (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 เมษายน 2553 / 13:35
    อัพไวไวนะคะ



    อยากอ่านมากก
    #126
    0
  9. #125 mini-jaa (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 เมษายน 2553 / 21:03
    =3= ว้าย จูบบบบ
     ไข่เอส สสส~ ข่ายยเอสสส ~
    จุ๊บจุ๊บบบ บ
    #125
    0
  10. #120 aumjin (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 เมษายน 2553 / 11:30
    ...บอกได้คำเดียว อยากเป็นริรีเรลว์=__=!!

    แย้กกกกก ช่างน่าสงสารนางเอกตัวน้อย ไคเอสทำไมนายถึงไม่ทะนุถนอมหน่อยยะ>O
    5555+

    ปล.ดีใจพี่ก้อยอัพแล้ว แต่เมื่อไหร่จะจบหนอ=.,=
    #120
    0
  11. #119 ความลับ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 เมษายน 2553 / 10:35
    อ้ายยย~ ไคเอสส เจ้าทำอาร้ายย!!!



    ริรีเรลว์เจ้าช่างไร้เดียงสาจนหน้าหมั่นไส้แล้วน่ะ!!!
    #119
    0
  12. #118 secrat-sky (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 เมษายน 2553 / 02:03
    สนุก >A< ริรีเรลว์ไร้เดียงสาดีจังเลย! (พอเห็นว่ามาอัพเลยรีบมาอ่าน)
    #118
    0