Black Rose มนตราคำสาป

ตอนที่ 4 : ข้าเป็นของเจ้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,254
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    31 พ.ค. 52


บทที่ 3

ข้าเป็นของเจ้า


 

“วันนี้คงต้องพักกันที่นี่สินะ”

ไคเอสเอ่ยขึ้นกับริรีเรลว์เบาๆ หลังจากที่เขาและเธอเดินเท้ามาเป็นทางไกล จนถึงประตูทางเข้าเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่ง

“พักหรือ?”

“พักก็คือ การพักผ่อนเพื่อเอาแรงไว้เดินทางต่อ”

ไคเอสรีบเอ่ยตอบคำถามก่อนที่ริรีเรลว์จะเอ่ยถามก่อนทันใดเพื่อเป็นการตัดปัญหาและลดความหงุดหงิดใจที่อาจเกิดขึ้น หากแต่หญิงสาวที่รับฟังกลับส่ายหน้าช้าๆ

“ข้าเข้าใจ ถึงความหมายนั้น”

“เจ้าเข้าใจ แล้วจะทวนคำศัพท์ทำไมกัน”

ไคเอสบ่นอุบเมื่อรู้สึกเสียหน้าเล็กน้อย 

“ข้า... พักกับเจ้า?”

“ใช่ เพราะข้าไม่มีเงินมากพอที่จะเช่าสองห้องในวันเดียวเพื่อเจ้าหรอกนะ”

ไคเอสพูดอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันหลังกลับเดินเข้าไปยังในเมือง ปล่อยให้หญิงสาวเร่งเดินตามมาติดๆ

จากเหตุการณ์ในป่า ตั้งแต่เขาพบกับเธอในป่านั้น เดิมทีไม่ตั้งใจจะให้หญิงสาวได้ติดสอยห้อยตามมาเลยสักนิด เขาตั้งใจละทิ้งเธอไว้หลังจากการช่วยครั้งแรก หากแต่ริรีเรลว์กลับเกือบถูกปีศาจเล่นงานเข้าอีกครั้งหากไม่ใช่ว่าเขาตัดสินใจรีบกลับไปช่วยได้ทัน 

‘เจ้ามา ข้าไม่... ตาย’

หญิงสาวพูดทิ้งท้ายเอาไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะสลบไป ไม่รู้เพราะจากความตกใจหรืออ่อนเพลีย เพราะเธอไม่มีบาดแผลใดๆ แม้จะมีร่องรอยของหยดเลือดเปรอะเปื้อนเต็มชุด ไคเอสไม่อยากเพิ่มภาระแต่สุดท้ายเขาก็ไม่อาจจะทิ้งหญิงสาวที่สลบไม่ได้สติไปได้อีกทั้งไม่สามารถจะหยุดการเดินทางให้ช้ามากขึ้นไปกว่านี้ได้อีก ดังนั้นเขาจึงต้องอุ้มเธอมาด้วยในขณะที่เดินทาง

หญิงสาวสลบไปนานพอควร ก่อนที่แพขนตายาวจะค่อยๆ กระพริบปริบ แล้วเปิดดวงตากลมโตขึ้นช้าๆ อีกครั้ง เมื่อยามที่ออกจากป่ามาได้ไกล ไคเอสปล่อยเธอลงให้ยืนตามปกติ เขาอยากจะละทิ้งเธออีกครั้ง หากแต่แค่ขยับปาก ดวงตาสีเทาอ่อนแสนดึงดูดคู่นั้นก็ฉายประกายหมองเศร้าขึ้นฉับพลันทันใด 

ไคเอสจึงเดินหันหลังออกจากเธอมาเฉยๆ เขาคิดว่าเธอคงยืนนิ่งอยู่แบบนั้นเหมือนคราวแรก ถ้าเป็นเช่นนั้นหนทางก็ปลอดโปร่งปราศจากปีศาจอย่างเช่นในป่าน่าวางใจมากกว่าที่จะปล่อยเธอไว้ที่นี่ได้แล้ว แต่มันไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อหญิงสาวกลับก้าวเท้าเดินตามเขามาห่างๆ 

ตามมาทำไม?

ไคเอสเอ่ยถามโดยที่ไม่หันกลับไปหาริรีเรลว์ที่พยายามอย่างยิ่งในการขยับก้าวเท้าตามช่วงก้าวยาวๆ ของเขาให้ทัน
 

น่าแปลก... ทั้งที่มันควรเป็นเรื่องที่ไม่สบอารมณ์เมื่อภาระไม่ยอมหลุดจากเขา แต่อีกใจหนึ่งในตัวเขากลับรู้สึกโล่งใจที่เธอเริ่มตัดสินใจว่าควรจะตามมา ไม่ใช่ยืนนิ่งเฉยรอความตายอย่างเคย

ข้า... ไปกับเจ้า

ริรีเรลว์เอ่ยตอบเบาๆ หญิงสาวสะดุดเล็กน้อยเพราะชายกระโปรงที่ฉีกขาดจนรุ่นร่าย ร่างบอบบางเซถลาไปเล็กน้อย ก่อนจะทรงตัวใหม่ได้อีกครั้ง แล้วรีบเร่งเท้าเดินตามเขามาต่อ แต่ระยะห่างนั้นยังคงไกลกันพอควรอยู่ดี พอหญิงสาวพยายามเร่งเท้าขึ้นอีกนิดเธอก็สะดุดกับชายกระโปรงอีกครั้งจนล้มลงนั่งคุกเข่ากับพื้น เสียงดังจากการล้มนั้นเรียกให้ไคเอสต้องเบือนหน้ากลับมาหา

ชายกระโปรงกรุยกรายของเจ้ามันเกะกะจริงนะ

ไคเอสหยุดฝีเท้า ก่อนหันหลังค่อยๆ เดินกลับมาหาเธอที่กำลังพยุงตัวลุกขึ้นยืน ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้านิ่งเฉยออกไปทางรำคาญเสียมากกว่า 

ที่นี่ไม่ใช่ในปราสาทของเจ้านะท่านหญิง ไม่ควรใส่กระโปรงยาวหรูหราแบบนี้หรอก

เขานั่งลงตรงหน้าริรีเรลว์ ชักมีดเล่มเล็กออกมาจากข้างเอว จับชายกระโปรงซึ่งเป็นผ้าเนื้อละเอียดขึ้นก่อนจะตัดมันออกไปส่วนหนึ่ง เพื่อให้ความยาวของมันสั้นขึ้นจนอยู่ในระดับข้อเท้าสะดวกแก่การเคลื่อนไหวพอดี ริรีเรลว์หลับตาลงด้วยความตกใจเล็กน้อยที่เขาทำเช่นนั้นก่อนจะลืมตาขึ้นมาใหม่เมื่อเห็นว่าเธอยังปลอดภัยดี 

ฝ่าเท้าขาวเล็กแต่เปื้อนไปด้วยคราบดินและผ้าพันแผลปรากฎแก่สายตา เมื่อชายกระโปรงที่ถูกตัดให้สั้นขึ้น ทำให้ไคเอสนึกขึ้นได้ว่าริรีเรลว์เดินทางโดยที่ไม่มีรองเท้า

เจ้าไม่มีรองเท้า ลืมแล้วรึไง

เขาลุกขึ้นยืน ก่อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่ใส่ใจนัก เรียกให้ริรีเรลว์ก้มลงไปมองยังเท้าของตัวเองบ้าง ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงใสซื่อ

 เดี๋ยวเจ้าก็ช่วยข้า

...เป็นคำตอบที่ดีมาก!

ไคเอสถอนหายใจยาวกับคำตอบที่ได้รับ ก่อนจะเปิดถุงผ้าของตัวเอง รื้อค้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหยิบเอารองเท้าคู่เก่าของเขาออกมายื่นให้กับริรีเรลว์

‘ใส่ซะ’

รีรีเรลว์เอื้อมมือออกมารับรองเท้าซึ่งใหญ่เกินตัวคู่นั้นไป ก่อนจะก้มลงมองมันอย่างงุนงง

ให้ตายสิ อย่าบอกนะว่าเจ้าไม่รู้จักรองเท้าด้วยเนี่ย?

ไม่

เธอส่ายหน้าไปมาร่วมกับตอบคำถาม 

เธออยู่ในหอคอยนั้น ในยามเด็กเคยมีผู้เข้ามาสอนกฎเกณฑ์การใช้ชีวิตที่สำคัญอยู่บ้าง หากแต่ในหอคอยไม่เคยต้องสวมรองเท้า ดังนั้นริรีเรลว์จึงไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร และสวมใส่ได้อย่างไร

เอามันวางลงกับพื้น แล้วสอดเท้าของเจ้าเข้าไปซะ

ไคเอสสอนเธออย่างง่ายๆ ถึงวิธีการใส่รองเท้า ริรีเรลว์ก้มลงมองรองเท้าในมืออีกครู่หนึ่ง ก่อนจะวางมันลงกับพื้นหญ้าตรงหน้า แล้วสอดเท้าซ้ายเข้าไป จากนั้นก็สอดเท้าขวาเข้าไป... ภายในรองเท้าใหญ่ข้างเดียวกัน

ให้ตายสิ!’

ไคเอสสถบอย่างหัวเสียอีกครั้ง ถ้าไม่ใช่เวลาเร่งรีบเขาคงจะหัวเราะอยู่หรอก ที่จู่ๆ มีคนในโลกนี้นึกพิลึกใส่เท้าซ้ายและขวาลงในรองเท้าข้างเดียวกัน

ข้าจะใส่ให้... ครั้งเดียวเท่านั้น ไม่มีครั้งต่อไปนะ

ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งยองๆ ตรงหน้า ก่อนจับข้อเท้าเล็กจนเขานึกไม่ถึง ออกจากรองเท้าข้างเดียว และสวมรองเท้าอีกข้างใส่เข้าไปให้ เพราะรองเท้านี้เป็นของเก่าของเขามันจึงใหญ่มากเกินความจำเป็นสำหรับริรีเรลว์ แต่เมื่อไม่มีทางเลือก ไคเอสจึงเอื้อมหยิบเอาเศษผ้าจากชายกระโปรงที่ถูกตัดออกมาผูกรองเท้าหนังนั้นให้กระชับเข้ากับข้อเท้าเธออีกที

ไปได้แล้ว

ไป... กับเจ้า

...คงเป็นคำขานรับแทนคำว่า อืม ของคนทั่วไปล่ะมั้ง

ไคเอสถอนหายใจเบาๆ อีกที ก่อนลุกขึ้นแล้วเริ่มเดินนำ ขณะที่ริรีเรลว์เพ่งพิศรองเท้าเก่าๆ ที่มีผืนผ้าสีเทาอ่อนผูกไปมาอย่างหยาบๆ อยู่ครู่หนึ่ง เธอจึงรีบเร่งเท้าเดินตามมา โดยที่ไคเอสต้องชะลอฝีเท้าบ่อยครั้งเพื่อให้ร่างบางที่ก้าวแต่ละก้าวได้สั้นเหลือเกินตามมาจนทัน

....

แม้จะเป็นเมืองที่เล็กๆ ไม่ใหญ่โตนักแต่เพราะเป็นเมืองที่มีถนนเส้นหลักในการเชื่อมเมืองตัดผ่าน ดังนั้นเมืองแห่งนี้จึงมีห้องพักและร้านค้าเรียงรายอยู่ทั่วไปหมด 

ไคเอสเดินเข้าออกสถานที่ซึ่งติดป้ายว่ามีห้องพักอยู่สองสามแห่ง ก่อนจะลงตัวได้ที่ห้องพักเล็กๆ เกือบท้ายเมือง แม้บรรยากาศภายนอกจะแลดูเก่าไปบ้าง แต่ภายในห้องพักนั้นค่อนข้างสะดวกสบายพอดู เพียงแต่ว่า... มันมีเตียงนอนเพียงแค่เตียงเดียวเท่านั้น

“เจ้านอนที่เตียงนั่นไปแล้วกัน”

ไคเอสเอ่ยขึ้นกับริรีเรลว์ ก่อนจะยัดถุงผ้าลงใส่แขนเล็ก

“เปลี่ยนเสื้อผ้าซะ”

“เสื้อผ้าของข้าหรือ”

“ใช่ ของลูกสาวเจ้าของบ้านพัก มันคงไม่สวยขนาดที่เจ้าสวมหรอก แต่มันก็สะอาดกว่า”

ไคเอสบ่นสถบเบาๆ เขารู้สึกหัวเสียนิดหน่อย กับการที่ต้องมีภาระเพิ่มมาเป็นตัวเป็นตนจริงๆ เช่นนี้ 

ในตอนที่เขามาติดต่อห้องพักที่นี่ ไคเอสสั่งให้ริรีเรลว์ยืนรออยู่ที่หน้าร้านนิ่งๆ ไม่ให้ขยับไปไหน หญิงสาวทำตามอย่างว่าง่าย เขาจำเป็นต้องประหยัดค่าใช้จ่ายให้มากที่สุดจึงต้องเลือกบ้านพักที่มีราคาถูกที่สุด เดิมทีเขาอาจต้องเสียเงินเฉพาะค่าบ้านพักเท่านั้น หากแต่เมื่อหันกลับไปยังริรีเรลว์ที่ยืนอยู่หน้าร้านเขาก็ต้องเปลี่ยนใจ เมื่อชุดของหญิงสาวเปรอะเปื้อนไปทั้งคราบดิน คราบเลือดทั้งสีแดงสดและสีเขียวของปีศาจ อีกทั้งยังขาดยับเยินทั้งจากการเดินทางและจากที่เขาตัดชายกระโปรงออก

ลุงมีชุดผู้หญิงของลูกสาวหรือของภรรยาบ้างหรือเปล่า... ข้าขอซื้อสักชุดได้ไหม

มีสิ

ลุงเจ้าของบ้านพักพยักหน้ารับก่อนหายเข้าไปหยิบเอาชุดมาให้เขาชุดหนึ่ง พร้อมกับรองเท้าผู้หญิงที่ดูน่าจะเหมาะกว่ารองเท้าเก่าของเขาเยอะนัก 

ข้าให้รองเท้านี่ด้วยล่ะกัน ถือว่าแถมให้แม่หนูคนนั้น รองเท้าสภาพสุดทนจริง ย่ำแย่กว่าชุดของแม่หนูนั่นเสียอีก

นั่นน่ะ... มันรองเท้าเขาเอง

“ไม่เปลี่ยนหรือไง”

“...”

ไคเอสเอ่ยถามเมื่อเห็นหญิงสาวเอาแต่ยืนมองเสื้อผ้าในมือนิ่งๆ ...อย่าบอกนะว่าใส่ไม่เป็นอีก

“ข้า... ต้องพูดว่าอะไร?”

“หือ”

แต่ประเด็นสำหรับริรีเรลว์กลับไม่ได้อยู่ที่เสื้อผ้าในมือเธอ หากแต่อยู่ที่ประโยคคำพูดบางอย่างที่เธออยากรู้

“คำพูด เวลาเขาให้ของเจ้า?”

“หมายถึงอะไร?”

“ตอนเข้ามาที่นี่ เขาเอาของให้เจ้า... แล้วเจ้าพูดว่าอะไร?”

หญิงสาวเคยแต่ได้รับคำสอนในการช่วยตัวเองในการใช้ชีวิตประจำวัน แต่ในเรื่องคำพูดนั้น ไม่มีใครที่สอนเธออย่างจริงจังเลยแม้สักคน เพราะคนเหล่านั้นรู้ดีว่าโอกาสที่หญิงสาวจะได้เอ่ยพูดกับใครนั้นมีน้อยเหลือเกิน

“... ขอบคุณ น่ะเหรอ”

ไคลาสหรี่ตาลงอย่างครุ่นคิดชั่วครู่ก่อนเอ่ยตอบคำถามอย่างไม่แน่ใจนัก ว่ามันตรงกับสิ่งที่ริรีเรลว์ต้องการถามหรือเปล่า

แล้วรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าสวยหวานของเธอก็ช่วยตอบคำถามให้เขาอีกครั้ง

“ใช่... ต้องบอก ขอบคุณ”

ริรีเรลว์พูดแค่นั้น ก่อนจะเดินออกประตูไปยังห้องน้ำรวมด้านนอกที่ลุงเจ้าของบ้านพักชี้ให้เธอดูก่อนเข้าห้อง ไคเอสถอนหายใจเบาๆ อย่างโล่งอก เมื่อนึกขึ้นได้ว่าอย่างน้อยเขาก็ตัดความกลุ้มเรื่องเธอเปลี่ยนเสื้อผ้าหรืออาบน้ำเองไม่เป็นไปอีกอย่าง

ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งยังเก้าอี้ไม้ใกล้หน้าต่างหนึ่งในสองบานในห้อง หงายมือออกก่อนขยับปากร่ายเวทย์มนต์อะไรบางอย่าง ลำแสงสีขาวนวลปรากฎขึ้นภายในมือของเขาก่อน แล้วจึงกลายเป็นอักษรข้อความสั้นๆ อย่างตามที่เขาพูด ไคเอสกำมือเข้าหากันอีกครั้ง เมื่อแบมือออกอีกครั้งข้อความในมือนั้นก็กลับกลายเป็นสัตว์ปีกคล้ายนกตัวเล็กสีครามเช่นเดียวกับดวงตาของเขาขยับกระพือปีกโผบินออกไปนอกหน้าต่างขึ้นไปยังท้องฟ้ากว้างแล้วหายลับไปในอากาศ

เสียงเปิดประตูดังขึ้นอีกครั้ง เรียกให้ไคเอสหันกลับไปยังบานประตูบานเดียวในห้อง ริรีเรลว์อาบน้ำเสร็จแล้ว เส้นผมสีน้ำตาลเข้มยาวระบั้นเอวของเธอเปียกลู่แนบสนิทกับลำคอและใบหน้าขาวสะอาด พวงแก้มที่เคยขมุกขมอมเพราะการเดินทางและคราบเหงื่อไคลถูกชำระออกจนเห็นเป็นสีชมพูระเรื่อ เสื้อผ้าชุดเก่าที่กลายเป็นเหมือนของใหม่นั้นค่อนข้างหลวมเล็กน้อยทำให้มันเกาะอยู่บริเวณไหล่มนขาวละเอียด 

ไคเอสรู้สึกได้ว่าในอกของมีบางอย่างเต้นผิดจังหวะไปเล็กน้อยเมื่อได้เห็นภาพนั้น ก่อนที่เขาจะกระพริบตาปริบสลัดความรู้สึกประหลาดนั้นทิ้งแล้วลุกขึ้นยืนปรับสีหน้าเป็นไม่ใส่ใจอย่างเคย

“เจ้านอนซะ”

“ผมข้าไม่แห้ง”

ริรีเรลว์แย้งกลับเบาๆ พลางเอื้อมมือขึ้นจับเส้นผมเปียกลู่ของตนออกจากไปด้านหลัง ทำให้ไหล่ขาวมนนั้นเด่นยิ่งขึ้น

“งั้นข้าจะไปอาบน้ำ กลับมาเจ้าคงนอนไปแล้ว”

ไคเอสหลบตาลงต่ำ เขาปฎิเสธไม่ได้ว่าริรีเรลว์นั้นสวยและน่าดึงดูด... สวยงามอย่างที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนจริงๆ ก่อนจะก้าวเท้าผ่านเลยร่างเล็กที่ยืนอยู่ใกล้ประตูออกไป

“เดี๋ยว”

แต่มือเล็กที่ค่อนข้างเย็นเฉียบหลังการสัมผัสน้ำนั้นกลับจับเข้าที่ข้อมือของเขาแน่น พร้อมออกแรงดึงเบาๆ รั้งเอาไว้

“เจ้าจะ... ไม่หายไป ใช่ไหม”

ดวงตาสีเทาอ่อนที่จ้องมองมายังเขาเต็มไปด้วยร่องรอยหวั่นไหวและหวั่นวิตก

“ข้าไม่มีปัญญาพาเจ้าไปได้ตลอดหรอกนะ”

เขาสะบัดมือออกจากการจับกุมเบาๆ ก่อนจะหันหลังเดินต่อ แต่มือเล็กมือเดิมกลับคว้าข้อมือเขาเอาไว้อีกครั้ง

“อย่า... หายไปนะ”

“นั่นเป็นเรื่องของข้า”

“...ข้าเป็นของเจ้า”

ไคเอสแทบสะอึกค้างกับคำพูดของหญิงสาว เขารู้ดีว่าเธอไม่ได้สื่อความหมายในทางเช่นนั้น หากแต่หากใครได้ยินทุกคนก็คงคิดเหมือนกับที่เขาคิดอยู่ในตอนนี้

“เจ้าไม่ควรพูดแบบนั้น”

“ทำไม? ข้าเป็นเรื่องของเจ้า เพราะเจ้า.. ช่วยข้า”

“ข้าไม่มีปัญญาพาเจ้าไปหรอก เจ้าก็เห็นไม่ใช่หรือไง ว่าทุกอย่างต้องใช้เงิน”

“เงินคืออะไร?”

ชายหนุ่มถอนหายใจกับตัวเองเบาๆ ก่อนเอื้อมหยิบเหรียญเงินจากถุงหนังสีน้ำตาลอ่อนในกระเป๋าออกมาให้ริรีเรลว์ดู 

“เงินก็เหมือนสิ่งที่มีค่า เอาไว้แลกกับสิ่งที่เจ้าต้องการ อย่างค่ารถลาก ค่าที่พัก ค่าอาหาร”

“แล้ว...ถ้าไม่มีเงินล่ะ?”

“ก็เอาสิ่งมีค่าเอาไปแลกเป็นเงิน”

“สิ่งมีค่า?”

“เช่น ดาบ เครื่องประดับสวยๆ”

ไคเอสยกดาบของตนขึ้นประกอบ พยายามอย่างยิ่งที่จะอธิบายให้หญิงสาวผู้แสนใสซื่อเข้าใจโลกมากขึ้นเท่าที่ความอดทนจะพาไปได้ 

ดวงตาสีเทาอ่อนของริรีเรลว์ฉายแววครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งขณะที่มอง สิ่งมีค่า ที่ไคเอสยกตัวอย่างไม่ว่าจะเป็นดาบ หรือแหวนวงเล็กๆ ที่นิ้วข้างหนึ่งของเขา ก่อนทำท่าเหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ มือเล็กเอื้อมไปยังด้านหลังคอปลดตะขอสร้อยเส้นบางที่ตนเองสวมอยู่ออกจากลำคอ 

“สิ่งมีค่า... ใช้นี่ได้ไหม”

ริรีเรลว์เอ่ยพร้อมกับยื่นสร้อยสีเงินเส้นเล็กซึ่งห้อยด้วยจี้ประดับอัญมณีใสสะอาดสวยล้ำให้แก่ไคเอส หากแต่ชายหนุ่มกลับถอนหายใจเบาๆ ก่อนส่ายหน้า

“เก็บไปซะ”

“ทำไม?”

“เพราะข้าไม่เอา”

“ข้าอยากไปกับเจ้า แต่ข้า... ไม่มีเงิน”

“ข้าไม่เอา”

ไคเอสดึงสร้อยออกมาจากมือเล็กที่พยายามยื้อยื่น ก่อนจะสวมมันกลับไปยังคอของหญิงสาว

“ข้ายอมแพ้แล้ว... ข้าจะพาเจ้าไปด้วย”

“จริงหรือ”

ใบหน้าหวานแย้มรอยยิ้มบางขึ้นประดับอีกครั้ง มันเป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกว่าคนตรงหน้าช่างน่าทะนุทะนอมนัก แว่บหนึ่งที่ไคเอสอยากเอื้อมมือไปสัมผัสหารอยยิ้มนั้น แต่เขาระงับตัวเองเอาไว้ได้ก่อนจะทำ แล้วเดินดิ่งเข้าห้องอาบน้ำไปทันที






******
TalK ::
** มา Edit แก้ไขจุดรั่วเรื่องเงิน ตามได้รับแจ้งจ้ะ หุหุ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

162 ความคิดเห็น

  1. #144 saber (@vano) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2554 / 14:13
    ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกก ><
    #144
    0
  2. #110 Near Werewolf2 [kujo toma] (@secrat-sky) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มีนาคม 2553 / 14:17
    น่าร๊ากกก >///<
    #110
    0
  3. #51 -_Saki_- (@SunSaki) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2552 / 23:38
    ง่า ไม่รู้ว่าเงินคืออะไรแต่รู้วา สร้อยมีค่า สามารถเเลกเป็นเงินได้อ่ะ.. ขัดๆกันอยู่นะ
    หรือว่าคนที่เคยสอนการใช้ชีวิตเล็กๆน้อยๆที่ว่าสอนเอาไว้อยู่เหมือนกันแต่เจ้าตัว เพิ่งนึกได้..
    #51
    0
  4. #50 BlOve~* (@modmioka) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2552 / 13:35

    ใสซื่อแบบน่ารักจัง^^

    #50
    0
  5. #49 AumJunG (@aumjin) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2552 / 18:32

    ขอเม้นรวบยอด~

    สนุกอ่ะ พึ่งอ่านเรื่องแนวนี้ของพี่ก้อยเรื่องแรก ติดใจแว้ววว

    #49
    0
  6. #48 น้ำฝนจัง (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2552 / 11:31
    ชอบนางเอกจัง



    ดูใสซื่อดีอ่า



    อัพไวๆนะคร่า



    อยากอ่านต่อ
    #48
    0
  7. #47 Mr. MC (@kangjeawon) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2552 / 13:00
    หนุกมากๆ
    #47
    0
  8. #46 beebooo(biiii) (@nrhpee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2552 / 19:36
    เพิ่งมาอ่านค่าา ^^ รู้สึกสงสารพระเอกอยู่นิดๆนะ =_=" ชอบนางเอกมากเลย ^O^
    #46
    0
  9. #45 แนท^^ (@puddingsweet) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2552 / 14:35
    สนุกมากกกกกกกกกกกกก
    #45
    0
  10. #44 Nakashima Michiyo (@saijou) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2552 / 12:25
    งืมๆ อัพอีกเร็วๆนะคะพี่ก้อย จะติดตามต่อไปค่ะ
    #44
    0
  11. #43 kokiza (@rakprom) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2552 / 00:30
    ไคเอสใจดีมากเลย พี่ก้อย

    หลงรักไคเอส

    555+
    #43
    0
  12. #42 Onzzii (@onzzc) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2552 / 18:57

    ว้า ว ๆ ๆๆ ใ สซื่ อเหมือ นเดิ ม 

    #42
    0
  13. #41 TheLitleFinger~* (@Thelittlefinger) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2552 / 18:56
    อัพตอน 3 แล้วค่า

    ขอบคุณที่ติดตามกันนะ ^^
    #41
    0