Black Rose มนตราคำสาป

ตอนที่ 3 : ริรีเรลว์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,268
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    11 พ.ค. 52




บทที่ 2

ริรีเรลว์


 

เหนื่อยแล้ว...

หญิงสาวบอกกับตัวเองซ้ำๆ เช่นนั้น ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งยังโขดหินใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ พลิกฝ่าเท้าที่เริ่มเจ็บจนระบมขึ้นดู ก่อนพบว่ามันถลอกเป็นรอยและมีสีแดงสดของหยดเลือดเอ่อซึมตามขอบแผล

หญิงสาวเดินเตร่ออกจากหอคอยสูงซึ่งเสมือนปราการกักขังเธอมาตลอดชีวิตตามทางเรื่อยๆ จากที่รอบกายเป็นหญ้าสั้นเตียนกับต้นไม้สูงแต่โปร่งโล่ง จนเข้ามาสู่ผืนป่ากว้างที่ต้นไม้พากันขึ้นจนแน่นขนัดขึ้น หนามแหลมจากกิ่งไม้ที่ร่วงหล่นตามพื้นทิ่มตำเท้าบางซึ่งปราศจากสิ่งห่อหุ้มจนต้องชักเท้าหนีบ่อยครั้ง จนในที่สุดเธอก็เริ่มเหนื่อยและหมดแรงที่จะเดินต่อในที่สุด

เปลือกตาเริ่มหนักอึ้ง เมื่อร่างกายบอบบางซึ่งไม่เคยตรากตรำงานใดๆ นอกจากใช้ชีวิตวนเวียนในหอคอยสูงต้องฝืนเดินเท้าเปล่าอย่างไม่หยุดพักถึงบัดนี้ ก่อนที่ดวงตาสีเทาอ่อนจะค่อยๆ ถูกปิดลงช้าๆ 

กรี๊ซซ!!

“...!?”

เสียงแหลมยาวเสียดหู เรียกให้เธอสะดุ้งลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้ง แรกเลยเธอคิดไปว่าตนเองกำลังฝันไปว่าได้หลุดออกมาพ้นปราการหอคอยนั้นแล้ว แต่แล้วครู่หนึ่งเธอก็นึกขึ้นได้ว่าไม่ใช่เพียงฝัน เพราะเธอสามารถออกมาจากที่นั่นได้จริงๆ สถานที่อยู่ในตอนนี้คือสิ่งที่ยืนยันให้แก่เธอได้

กรี๊ซซซ!!

เสียงแหลมนั้นดังขึ้นอีกครั้ง บางสิ่งในใจเธอบอกว่านี่ไม่ใช่เสียงที่แสดงถึงความเป็นมิตร แต่เป็นเสียงร้องที่เธอควรระวังตัวและหลีกหนีไปให้ไกลที่สุด... แต่จะหนีไปทางไหนได้เล่า?

กรี๊ซซ!!

เธอขยับตัวลุกขึ้นทันทีที่เสียงแหลมนั้นดังขึ้นอีกครั้ง หนำซ้ำในครั้งนี้มันยังดังเพิ่มขึ้นกว่าเดิมราวกับมันอยู่ใกล้เธอมากขึ้น ใบหน้าสวยหวานหันมองซ้ายขวาหวังหาทางหนีจากเสียงกรีดร้องที่น่ากลัวนั้นไปให้พ้น ในขณะที่อวัยวะในอกเริ่มเต้นรัวด้วยความตระหนกจนสั่นระทึก 

หญิงสาวตัดสินใจเบี่ยงตัวหลบไปทางด้านขวา หากแต่กลับต้องตกตะลึงเบิกดวงตาขึ้นด้วยความตกใจ เมื่อสิ่งที่กรีดร้องเสียงแหลมนั้นอยู่ตรงหน้าเธอเพียงแค่ไม่กี่ก้าว 

มันไม่มีขา ลำตัวยาวเหยียดแต่ตะปุ่มตะป่ำ ดวงตาสี่ดวงที่เรียงกันเหนือปากกว้างที่เต็มไปด้วยคมเขี้ยวสะท้อนภาพเธอที่ยืนอยู่อย่างตื่นตระหนก 

เธอไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่สิ่งที่รู้คือมันไม่มีทางเป็นมิตรอย่างแน่นอน

กรี๊ซซ!

สัตว์ประหลาดตรงหน้าเธอกรีดร้องเสียงแหลมขึ้นอีกครั้ง อ้าปากที่เต็มไปด้วยคมเขี้ยวออกกว้าง 

“ไม่...”

หญิงสาวสาวเท้าถอยหนี ขยับริมฝีปากร้องห้ามทั้งที่รู้ดีว่าไม่เป็นผล 

“อย่า... อย่าทำร้าย...”

เธอพยายามร้องห้ามอีกครั้ง แต่กลับต้องรีบปิดตาลงสนิท เมื่อสัตว์ประหลาดตรงหน้าอ้าปากโชว์เขี้ยวคมพร้อมโผกระโดดขึ้นมาใส่เธอ

ฉั๊วะ!!

เสียงราวกับวัตถุฟาดตัดอากาศดังขึ้น ก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบไปทันที ไม่มีเสียงร้องแหลมนั้น ไม่มีความเจ็บปวดที่เธอน่าจะได้รับ มีเพียงแต่เสียงนุ่มทุ้ม... ของใครบางเพียงเท่านั้น

“จะยืนให้ความตายมาถึงหรือไง?”

เสียงนั้นเรียกให้ดวงตาสีเทาอ่อนของหญิงสาวลืมขึ้นไปมองอีกครั้งก่อนกระพริบปริบ เมื่อภาพตรงหน้านอกจากสัตว์ประหลาดที่ถูกตัดแบ่งครึ่งท่อนชวนขยะแขยง ยังมีชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง เส้นผมสีเงินยาวระต้นคอ กับดวงตาสีน้ำเงินครามราวกับสีของท้องฟ้าแรกที่เธอเคยเห็น

“เจ้า.. ทำมัน?”

“หรือเจ้าอยากให้มันฆ่าล่ะ อยากตายหรือไง?”

น้ำเสียงที่เอ่ยตอบกลับมานั้นห้วนแสนห้วน เมื่อชายหนุ่มเอ่ยตอบกลับเธอมาอย่างไม่ใส่ใจนักขณะเก็บดาบแหลมคมลงสู่ฝัก

ฆ่า กับ ตาย คืออะไร?

หญิงสาวเอ่ยถาม เอียงคออย่างงุนงง สื่อให้เขารู้ว่าเธอไม่เข้าใจความหมายของคำว่า ฆ่า กับ ตาย จริงอย่างว่า มันน่าขันที่ถูกเอ่ยถามในคำตอบที่เด็กเล็กยังรู้ 

ฆ่า กับตาย คืออะไร?” 

หญิงสาวเอ่ยถามอีกครั้ง ดวงตากลมโตนั้นฉายแววสงสัยอย่างแจ่มชัด

ตาย ก็คือการไม่หายใจ ไม่อาจรับรู้อะไรได้อีก ส่วน ฆ่าก็คือการทำให้ตายนั่นแหล่ะ”

เขาตอบอย่างส่งๆ ทั้งที่ในตอนแรกไม่คิดจะตอบคำถาม หากแต่พอสบเข้ากับแววตางุนงงใคร่รู้จนออกนอกหน้าของหญิงสาวก็อดต้องยอมปริปากตอบรวกๆ ไปเสียไม่ได้

“ไม่รับรู้เหรอ?” ทันใดที่ได้ฟังคำตอบ ดวงตาสีเทาอ่อนของหญิงสาวก็ฉายแวววิตกเล็กน้อย “ข้ายังไม่อยากถูกฆ่า ไม่เอา...ตาย เพราะข้าเพิ่งได้รับรู้...”

เอื้อนเอ่ยด้วยเสียงเบาแผ่วราวกับใจหาย ก่อนทำท่าเอื้อมมือขึ้นสัมผัสอากาศแล้วเริ่มชี้ไปยังต้นไม้ต่างๆ อีกทั้งผืนดิน เหมือนต้องการสื่อกับเขาว่า เพิ่งได้รับรู้ ของเธอก็คืออากาศ ท้องฟ้าและหมู่ไม้

“เจ้ามาจากไหนน่ะ?”

สิ่งเหล่านั้นส่งให้ชายหนุ่มยิ่งรู้สึกผิดสังเกตมากขึ้น จนเริ่มต้นมองสำรวจหญิงสาวตรงหน้าที่ไม่เข้าใจแม้แต่คำว่า ฆ่าหรือ ตาย ให้ละเอียดยิ่งขึ้น

ผิวกายขาวละเอียดราวกับไม่ค่อยต้องแสง หากแต่พวงแก้มนั้นชมพูระเรื่อ เส้นผมสีน้ำตาลเข้มตรงยาวล้อมกรอบใบหน้าหวานรับกับโครงหน้าเรียว ดวงตาสีเทาอ่อนทำให้เธอมองดูลึกลับหากแต่กลับสวยงามดึงดูดให้หลงใหล รูปร่างบอบบางสมส่วนจนเหมือนถูกปั้นขึ้นมา งามและลึกลับ... จนเหมือนเป็นเทพธิดามากกว่ามนุษย์ทั่วไป...

ชายหนุ่มไล่สายตาลงเรื่อยจากใบหน้าหวาน ก่อนสะดุดลงที่ชุดสีเทาอ่อนเช่นเดียวกับดวงตาซึ่งเธอสวมใส่ เมื่อชายกระโปรงยาวกรอมเท้านั้นเปรอะเปื้อนไปด้วยดินและคราบสีแดงคล้ายเลือด

“เจ้าบาดเจ็บรึ?”

“บาดเจ็บ? ที่เท้า... ข้าเจ็บ”

หญิงสาวเอ่ยตอบคำถามเขาด้วยประโยคที่ค่อนข้างประหลาดในการเรียงลำดับคำ ชายหนุ่มจึงได้แต่ถอนหายใจเบาๆ 

“เจ้าโผล่มาจากโลกไหนกันเนี่ย”

“...”

ได้รับกลับคืนเพียงแต่ดวงตากลมโตสีเทาอ่อนที่มองกลับมาอย่างไม่เข้าใจคำถาม

“ช่างเถอะ มานั่งลงตรงนี้ แล้วยื่นเท้ามาให้ข้า”

...แล้วทำไมเขาต้องทำแบบนี้ด้วยนะ?

 ชายหนุ่มคิดในใจ หากแต่กลับนั่งลงตรงหน้าหญิงสาวที่ค่อยๆ นั่งลงยังก้อนหินใหญ่ ปลายนิ้วเรียวสวยถลกชายกระโปรงสีเทาอ่อนขึ้นเหนือข้อเท้าก่อนเหยียดยื่นมาให้เขา เท้าบางนั้นเต็มไปด้วยแผลและคราบเลือด จนเขาอดทึ่งไม่ได้ที่เธอไม่แสดงสีหน้าเจ็บปวดอย่างที่คิด

“เจ้าไม่เจ็บหรือไง”

“เจ็บ”

หญิงสาวพยักหน้าตอบเบาๆ อย่างซื่อตรง

“เจ็บแล้วทำไมถึงได้เดินเท้าเปล่า ไม่มีรองเท้าหรือไง”

...แล้วทำไมเขาต้องเสียเวลามานั่งทำแผลและสั่งสอนเธอด้วยนะ 

“เจ้าชื่ออะไร?”

“...”

“นี่ เจ้าไม่มีชื่อหรือไง?”

ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นเมื่อไม่ได้รับคำตอบจากหญิงสาว หากแต่ดวงตากลมโตที่มองกลับมากลับเต็มไปด้วยคำถาม

“ชื่อ... คืออะไร?”

ให้ตายสิ... นี่ผู้หญิง หรือเด็กทารกกันเนี่ย?

“ชื่อ คือคำที่ใช้เรียกว่าเจ้าคือใคร เช่นข้า... ชื่อของข้าคือ ไคเอส”

“ไคเอส คือชื่อ?”

เธอเอ่ยทวนเขากลับมาอีกครั้ง ไคเอสรู้สึกปวดขมับหนึบๆ เหมือนเป็นเรื่องที่เริ่มยากเกินความสามารถเข้าไปทุกที เมื่อเขาต้องการผ่านป่าแห่งนี้เพียงเพื่อเป็นทางผ่านในการไปพบกับกลุ่มของเขาซึ่งรวมตัวกันอยู่อีกเมืองหนึ่ง หากแต่กลับต้องมาเจอกับหญิงสาวที่สวยราวกับเทพธิดาแสนลึกลับหากแต่กลับอ่อนต่อโลก

แถมยังไร้เดียงสา... ราวกับเด็กทารก

“เจ้าไม่มีชื่อหรือไง ทุกคนเรียกเจ้าว่าอะไร คำที่เรียกแทนตัวเจ้าบ่อยๆ น่ะ”

“...ท่านหญิง” 

นิ่งไปครู่หนึ่งราวกับใช้ความคิดค้นหา ก่อนเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงใสซื่อ

“ท่านหญิงเหรอ?”

...นั่นไม่ใช่ชื่อ และก็คงไม่ใช่คำที่พวกชาวบ้านทั่วไปใช้เรียกกันแน่

“พวกเขาเรียกข้าแบบนั้น ไม่เคยได้ยินชื่ออื่น”

“เฮ้ออ แล้วเจ้าจะไปไหน?”

“ไม่รู้”

หญิงสาวตอบพร้อมส่ายหน้าน้อยๆ ดวงตาสีเทาอ่อนกวาดขึ้นมองต้นไม้และท้องฟ้ากว้างเบื้องบน ก่อนจะเบ้หน้าแสดงความเจ็บปวดเล็กน้อย ขณะที่เขาใส่สมุนไพรสมานแผลซึ่งเก็บจากในป่าลงยังบาดแผลใต้เท้าของเธอ

“ข้า... อยากออกจากที่นั่น”

“ที่ไหน”

“...”

เธอไม่เอ่ยตอบคำถามของไคเอส เมื่อนึกหวั่นวิตกว่าการตอบคำถามนั้น  อาจทำให้เธอต้องกลับเข้าสู่ปราการในป่าที่แสนโดดเดี่ยวนั่นอีกก็เป็นได้

“เจ้า... คนเดียวหรือ?” 

“ใช่ ข้ามาคนเดียว”

ไคเอสถอนหายใจเฮือกขณะตอบคำถาม เขารู้สึกว่าตนเองเริ่มเข้าใจคำพูดที่ไม่ค่อยเป็นประโยคสมบูรณ์แบบนักของหญิงสาวมากขึ้นเข้าไปทุกที

“ข้าไปด้วยได้ไหม?”

หญิงสาวเอ่ยถามเขาขณะที่เขาเริ่มต้นพันแผลที่ฝ่าเท้าของเธอด้วยเศษผ้าบางจากชายเสื้อของเขาเอง

“จะไปกับข้า?”

...ให้ตายเหอะ

“ไม่ได้หรอก ข้าไม่คิดจะมีคนติดตาม มันไม่สะดวกเวลาเดินทาง”

ใบหน้าสวยหวานแสดงสีหน้าตัดพ้อสลดลงในทันทีที่เขาปฎิเสธ

“เพราะว่าข้าไม่มีชื่อหรือ?”

คำตัดพ้อที่แสนใสซื่อนั้นทำเอาไคเอสเผลอกระตุกริมฝีปากยิ้มรับด้วยความขบขัน ก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ ตอบกลับ

“ไม่ใช่ มันไม่เกี่ยว”

หากแต่หญิงสาวที่ได้รับการทำแผลจากเขาเรียบร้อยแล้ว กลับเดินเขย่กๆ ไปยังโคนต้นไม้อีกต้น ชี้ไปยังดอกไม้สีฟ้าครามราวกับท้องฟ้าที่อาศัยงอกงามอยู่ใต้ร่มเงาของโคนต้นนั้น

“มีชื่อไหม?”

หมายถึงชื่อของดอกไม้สินะ?

“มีสิ นั่นคือดอก ริรีเรลว์ ดอกของมันเอามาสมานแผลได้ เหมือนที่ข้าทำให้เจ้าไง”

“ริรีเรลว์...” หญิงสาวเอ่ยทวนชื่อดอกไม้สีครามก่อนพยักหน้าเบาๆ  “ข้ามีชื่อ... แบบนั้น

“นั่นมันชื่อดอกไม้ ไม่ใช่ชื่อของเจ้า”

“ชื่อข้าริรีเรลว์ ข้าชอบ มันเหมือนตาเจ้า และเจ้าช่วยข้า”

คำตอบของหญิงสาวทำให้ไคเอสกระพริบตาปริบ นึกไม่ออกว่าสาเหตุที่เธอเลือกใช้ชื่อเดียวกับดอกไม้ป่านี้เป็นเพราะสีเหมือนกับดวงตาของเขา

“ตกลง... เจ้าชื่อริรีเรลว์ แต่ยังไงข้าก็ไม่พาเจ้าไปด้วยอยู่ดี”

“ทำไม?”

“ข้าไม่ต้องการภาระ”

ไคเอสตอบอย่างไม่คิดรักษาน้ำใจ เขาไม่มีเวลามากพอที่จะดูแลหรือรับภาระที่มีชีวิตนี้เพิ่มขึ้นมาในการเดินทาง อีกอย่าง... เขาที่เป็นเขา เพียงแค่นี้เขาก็มีอันตรายจากศัตรูรอบด้านมากพออยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องดึงให้ใครเข้าไปยุ่งเกี่ยว

แต่คำตอบของไคเอสอาจใช้ผิดที่... ผิดเวลาไปสักนิด เมื่อหญิงสาวไม่มีร่องรอยเศร้าสลด เพียงแต่มองมายังเขาเฉยๆ แล้วเอ่ยถาม

ภาระ คืออะไรหรือ?”

เฮ้ออ... ให้มันได้อย่างนี้เถอะ

“ข้าพาเจ้าไปไม่ได้ เจ้ามาทางไหนก็กลับไปที่อยู่ของเจ้าซะ ท่านหญิง”

เขาจงใจเรียกคำบ่งบอกยศฐาของเธอเสียงดังเพื่อเป็นการประชด ก่อนหันหลังเดินหนีออกจากหญิงสาว แว่บแรกไคเอสคิดว่าหญิงสาวจะวิ่งตามหรือเอ่ยเรียกรั้งเขาเอาไว้ 

หากแต่ไม่... เธอไม่ทำอะไรเลย เมื่อเขาหันกลับไปเธอก็ยังคงเอาแต่ยืนมองเขาแล้วนิ่งเฉย ไคเอสถอนหายใจน้อยๆ ก่อนจะหันหลังกลับกระโดดขึ้นกิ่งไม้สูงแล้วกระโดดไปต่อเลิกให้ความสนใจเธอในที่สุด

ถ้าเป็นท่านหญิง เป็นหญิงสาวยศสูงศักดิ์จริง คงไม่มีใครปล่อยให้มาเดินในป่าลำพัง... อีกไม่นานก็คงมีคนมาตามหาเธอเอง และเขาก็จะไม่ต้องกลายเป็นผู้รับภาระนั้นมา

กรี๊ซซซซ!!

เสียงแหลมยาวร้องดังขึ้นอีกครั้ง เรียกให้ไคเอสที่กำลังจะกระโดดข้ามไปยังกิ่งไม้ต้นถัดไปชะงักเท้าอย่างลังเล

‘ฆ่า กับ ตาย คืออะไร?’ 

เสียงเล็กที่เอ่ยเบาแผ่วดังขึ้นในประสาทรับรู้ของไคเอสอีกครั้ง

‘ข้ายังไม่อยากถูกฆ่า ไม่เอา...ตาย เพราะข้าเพิ่งได้รับรู้...’

เพิ่งรู้จักกับอากาศ เพิ่งได้พบกับท้องฟ้ากว้าง... 

บริสุทธิ์เกินไป อ่อนต่อโลกเกินไป... ไม่มีใครที่ไหน จะกล้าปล่อยหญิงสาวที่ไม่รู้อะไรเลยอย่างนั้นออกมาเดินเล่นในป่าซึ่งมีปีศาจกระจายตัวอยู่ทั่วไปอย่างนี้แน่

“อย่า!”

ไคเอสหันหลังกลับไปยังทิศที่จากมาทันทีที่ได้ยินเสียงร้องของหญิงสาวดังขึ้น เขาพยายามกลับไปยังจุดนั้นให้เร็วที่สุด ภาวนาไม่ให้มันช้าเกินไป ไคเอสไม่รู้ว่าทำไมถึงได้รู้สึกห่วงหานักกับผู้หญิงที่เพิ่งพบครั้งแรก หากแต่เขากลับสลัดภาพและความห่วงหาเธอออกไปจากใจไม่ได้เลย

ฉั๊วะ!!

ดาบคมตวัดลงยังกลางลำตัวของปีศาจรูปร่างเหมือนหนอนยักษ์จนขาดครึ่ง ทันเวลาพอดีก่อนที่อีกแค่เสี้ยววินาทีเดียว เขี้ยวแหลมนั้นอาจจะฝังลงยังร่างบอบบางของหญิงสาวที่ทรุดลงนั่งอย่างตื่นตระหนก 

“เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า?”

ไคเอสรีบวิ่งไปดึงตัวหญิงสาวให้ลุกขึ้น หากแต่ขาของเธอกลับไร้เรี่ยวแรงจนต้องทรุดลงไปอีก เขามองเห็นรอยเลือดแดงสดเปรอะเปื้อนทั่วแขนเสื้อด้านซ้ายของหญิงสาว... นั่นหมายความว่า เธอได้รับบาดเจ็บไปแล้ว?

“เจ้ามา ข้าไม่... ตาย”

ดวงตาสีเทาอ่อนบนใบหน้าหวานเงยขึ้นสบตาไคเอสก่อนจะค่อยๆ ปิดลงไปพร้อมกับร่างบอบบางที่ทรุดลงอย่างไร้การควบคุมหากไม่ใช่ว่าเขาคว้าร่างเธอเอาไว้ได้ทันเสียก่อน

หญิงสาวยังคงมีลมหายใจปกติเพียงแค่หมดสติไปเท่านั้น ลมหายใจของเธอเบาแผ่วไปกว่าที่ควรเป็นเล็กน้อย ไคเอสค่อยๆ วางเธอลงกับพื้นหญ้า ฉีกแขนเสื้อที่เปรอะเปื้อนเลือดออก หวังจะช่วยทำแผลห้ามเลือดนั้นไว้... หากแต่เมื่อฉีกแขนเสื้อนั้นออก เขากลับไม่พบบาดแผลใดๆ ไม่มีสักนิดเดียว

มันจะเป็นไปได้อย่างไร หากสีแดงสดนี้ไม่ใช่เลือดของเธอ... เมื่อเลือดของปีศาจที่เขาฟันขาดเป็นสองท่อนไปเป็นสีเขียวเข้ม

 





**********
TalK ::

** แฮ่กๆๆ ตอนนี้ยาวได้ใจ!
** เจอกันแล้วจ้ะ ไคเอส กับริรีเรลว์ หุหุ 
** ใกล้เปิดเทอมแล้ว อย่าลืมทำการบ้านปิดเทอมให้เสร็จกันล่ะ!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

162 ความคิดเห็น

  1. #157 supee2mrior (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 เมษายน 2556 / 12:30
    เอาแล้วๆ
    #157
    0
  2. #143 vano (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2554 / 14:00
    ชอบนางเอกจังน่ารักดี *0*
    #143
    0
  3. #109 secrat-sky (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มีนาคม 2553 / 14:08
    นางเอกน่ารัก♥ >o #109
    0
  4. #40 SunSaki (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2552 / 23:30
    อืม..น่าสนใจจังเลย นางเอกไม่รู้เรื่องอะไรเลย
    ก๋ดูจะสมเหตุผลดี ที่ถ้าไม่รุ้เรื่องอะไรก็คงไม่คิดหนีเอาตอนโตแล้วแบบนี้

    แต่แบบนี้ก็แสดงว่ากะจะขังจนตายเลยนะสิ = ="
    เพระาถ้าไม่คิดว่าเผื่อว่าจะออกมาใช้ชีวิตเองได้บ้าง ให้เรียนหนังสือ มีสังคมบ้างการขังไว้ไม่ให้รุ่เรื่งอะไรเลยแบบนี้ก็เป็นวิธีจัดการทางอ้อมได้อย่างเลือดนะ  เพราะถ้าหนีออกมา หรือเกิดอะไรขึ้นกับราชวงศ์เจ้าหญิงก็ตายแน่นอนเพระาว่าไม่รู้อะไรเลย

    เรารุ้สึกว่าพออ่านตอนนี้แล้วเรื่องดูน่าสนใจขึ้นที่นางเอกจะอยู่ยังไงต่อไปละนี่

    อ่อ  ...ขอเสนออะไรหน่อย ถ้านางเอกไม่รุ้จักชื่อแล้วจะ รุ้ได้ยังไงว่าชื่อ ได้มาจากการตั้งขึ้นเองได้
    คิดว่า น่าจะถามว่าทำอย่างไรจึงมีชื่อด้วยรึป่าวอ่ะคะ...พอรู้ว่า ตั้งขึ้นเอง หรือมีคนตั้งให้ก็ได้  ค่อยตัดสินใจเอาชื่อดอกไม้มาตั้งชื่อบ้าง

    แหะแหะ เราคิดว่าแบบนั้นนะคะ
    ขอไปอ่านตอนต่อก่อนนะคะ
    #40
    0
  5. #39 aumjin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2552 / 12:17
    ทำไมอ่านไปอ่านมามันรู้สึก...

    หว๊านหวานน 

    เริ่มตกหลุมรักไคเอสแล้วสิ*-*
    #39
    0
  6. #38 myspace_like (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2552 / 21:40

    สงสารนางเอกจัง 

    แต่ก้รู้สึกว่านางเอกอ่อนต่อโลกมากเรย

    อิอิ

    #38
    0
  7. #37 kangjeawon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2552 / 12:21
    หนุกมากๆ
    #37
    0
  8. #36 ooxooo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2552 / 10:58
    อัพพพพพพพพพพพค้า

    พี่ก้อย
    #36
    0
  9. #35 คุคิ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2552 / 17:51
    น่ารักสุดๆเลยค่า
    #35
    0
  10. #34 My Name is ยู (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2552 / 12:42
    ^___________^

    เริ่ดๆๆ
    #34
    0
  11. #33 NonG~~nAnnn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2552 / 12:11
    ค้า.....อัพบ่อยอย่างนี้เรื่อยๆๆๆนะค่า
    #33
    0
  12. #32 Thelittlefinger (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2552 / 09:40
    อัพตอนสองจ้ะ !
    #32
    0