Black Rose มนตราคำสาป

ตอนที่ 2 : แสงสว่าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,589
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    10 พ.ค. 52




บทที่ 1

แสงสว่าง




 

เสียงฝีเท้ากึกกักดังก้องไปทั่วหนทางแคบ 

เส้นผมสีน้ำตาลเข้มยาวตรงเงางามสะบัดไหว ขณะที่ชายกระโปรงยาวสีฟ้าอ่อนพริ้วไปมาตามแรงก้าวเดินเลียดไม่ต่างกัน เบื้องหน้าหญิงสาวคือขั้นบันไดวนที่ลึกยาวเหยียดลงไปราวกับไร้ที่สิ้นสุด เบื้องหลังของเธอก็เช่นดียวกัน หนทางรอบข้างกายค่อนข้างมืด มีเพียงแสงระเรื่อจากไฟดวงน้อยเท่านั้นที่ช่วยชี้นำหนทาง 

ประตูบานใหญ่สีดำเข้มตั้งกั้นขวางอยู่ที่ปลายสุดของขั้นบันได มือน้อยแปะป่ายไปทั่วพยายามหากลไกหรือสิ่งใดที่สามารถเลื่อนเปิดมันออกได้ หากแต่กลับไม่เจอดังที่หวัง ปลายเล็บบอบบางเอ่อซึมด้วยหยดเลือดจากการพยายามงัดแงะ ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นส่งให้ร่างบางเลิกล้มความตั้งใจในที่สุด ก่อนทรุดตัวลงนั่งยังพื้นเรียบข้างบานประตูใหญ่

...ทำไม?

เพราะอะไรเธอจึงต้องอยู่ที่นี่ เพราะอะไรเธอจึงต้องอยู่ภายในที่แห่งนี้เพียงลำพัง?

ปลายนิ้วเรียวยกขึ้นไล้ปาดคราบน้ำตาออกจากดวงตา หญิงสาวพยุงกายลุกขึ้นยืนก่อนหันไปมองยังประตูบานใหญ่ตรงหน้าอีกครั้ง ก่อนหันหลังเดินกลับขึ้นไปตามบันไดยาวเหยียดอีกครั้งพร้อมทอดถอนหายใจอย่างสิ้นหวัง 

ประตูอีกบานซึ่งอยู่ทางปลายขั้นบันไดชั้นบนถูกเปิดออกช้าๆ ก่อนที่ร่างบางจะเดินเข้าไปภายในห้องกว้าง

ที่อยู่ของเธอนั้นกว้างขวาง สะดวกสบาย มีเตียงอุ่น หากแต่แสนเงียบเหงา ไร้ซึ่งหน้าต่าง ไร้ซึ่งทางติดต่อสู่โลกภายนอกใดๆ นับตั้งแต่เกิดมาและเท่าที่จำความได้ชีวิตของเธอได้แต่วนเวียนอยู่แต่เพียงภายในหอคอยสูงนี้แต่เพียงลำพังทั้งสิ้น

เหตุอันใด เธอจึงต้องอยู่เพียงแต่ในหอคอยแห่งนี้ เหตุอันใดจึงไม่มีใครอยู่เคียงข้างเธอสักหน เค้นความคิดนับแต่แรกที่จำความได้ เธอก็ไม่เคยมีสักหนที่จำได้ว่าเคยอยู่ที่อื่น นอกจากในห้องแสนกว้างแต่แสนอ้างว้างแห่งนี้ 

หอคอยซึ่งราวกับเป็นปราการกักขัง มีประตูซึ่งเปิดไปสู่ทางลงบันไดอันยาวเหยียดเพื่อลงไปยังเบื้องล่างที่ไม่รู้ว่าเป็นที่ไหนไม่รู้ว่ายิ่งดิ่งลึกลงไป หรือทอดยาวลงไปสู่โลกภายนอกที่ใด เมื่อสุดปลายทางบันไดยามที่ลงไปครั้งใด ก็ต้องพบกับประตูบานใหญ่อีกบานซึ่งถูกปิดตายเอาไว้เสมอ 

ไม่มีหนทางออกทางอื่น ไม่มีแม้สักทางเดียว

ทุกๆ วันจะมีใครบางคนมาเปิดประตูบานล่างออก เพื่อนำเอาอาหารและเครื่องดื่มมาให้ ก่อนที่จะจากไปโดยที่เธอยังไม่ทันได้ลงไปถึง 

นานเท่าไหร่ไม่รู้แต่ไม่บ่อยครั้งนัก ที่จะมีคนเข้ามาในส่วนของหอคอยเป็นคนจำนวนเกือบสิบคน ครึ่งหนึ่งในนั้นมาพร้อมวัตถุแหลมคมน่าอันตรายแต่พวกเขาไม่ได้ทำร้ายอะไรเธอ เพียงแต่มายื่นนิ่งๆ เฝ้ารอให้คนที่เหลือวัดตัวตัดเพื่อนำไปเย็บเสื้อผ้า และตัดแต่งทรงผมที่ยาวจนเกินไปของเธอให้เข้าที่ ก่อนที่พวกเขาจะจากไป และปล่อยให้เธออยู่ภายในหอคอยไร้หน้าต่างแสนเงียบเหงานี่เช่นเดิม

ก๊อกๆ..

เสียงเคาะประตูบานในดังขึ้นสองสามครั้ง ก่อนที่มันจะถูกเปิดออกในจังหวะเดียวกับที่เธอลืมตาขึ้นจากคราบน้ำตาที่เริ่มแห้งหาย

หญิงสาวในชุดคล้ายกันสามคน กับชายร่างสูงใหญ่พร้อมวัตถุแหลมคมนั้นเดินเข้ามาก่อนโค้งกายให้แก่เธออย่างนบน้อม

“ได้เวลาตัดผมแล้วเจ้าคะ”

หนึ่งในสามของหญิงสาวเหล่านั้นเอ่ยกับเธอเบาๆ ก่อนผายมือให้เธอเดินไปนั่งยังเก้าอี้บุนวมนุ่มหน้ากระจกบานใหญ่

“ข้า... อยากออกไป”

เธอเอ่ยขึ้น เมื่อหญิงสาวในชุดคล้ายกันเหล่านั้นเริ่มต้นหวีผมที่ยาวจนเกินไปของเธอ คำพูดท่ามกลางความเงียบสงัดของเธอทำให้พวกนางสะดุ้งเฮือกสุดตัวอยู่ครู่หนึ่ง ชายร่างสูงใหญ่ห้าหกคนที่ตามมาต่างก็พากันกระชับวัตถุแหลมคมในมือแน่น

เหตุใดทุกคนจึงมีท่าทีเช่นนั้น...ท่าทีราวกับหวั่นเกรง

และหากหวั่นเกรง... มีเหตุอันใดที่ทุกคนต้องหวั่นเกรงเธอ?

นั่นคืออีกคำถามที่เธอต้องการได้คำตอบเสมอมา ตั้งแต่การได้พบเจอบุคคลอื่นนอกจากตนเองเป็นครั้งแรก เพียงแค่เธอขยับตัวเข้าไปหา คนเหล่านั้นก็จะพากันถอยหนี หรือเพียงแค่เธอขยับปาก คนเหล่านั้นก็จะหลับตาแน่นคล้ายหวาดกลัวในสิ่งที่เธอเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร

“ข้า... ออกไปด้วย ไม่ได้หรือ?”

เธอเอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเบาแผ่ว ความจริงแล้วในทุกครั้งที่เธอเอ่ยพูด ลำคอนั้นคล้ายกับคนที่คอแห้งผาก จนบางหนก็ได้เพียงแต่อ้าปากแต่ไม่มีเสียงใดๆ หลุดรอดออกไป มันอาจเป็นผลจากการที่เธอไม่ได้พูดกับใครเลยเป็นเวลานาน จนเธอเกือบลืมไปว่าเธอมีเสียงเล็กๆ ออกมาได้หากต้องการที่จะสื่อสาร

“ท่านหญิง... ออกไปไม่ได้ค่ะ”

หนึ่งในนั้นเอ่ยตอบเธอด้วยน้ำเสียงสั่นไหว เธอพยายามจ้องมองใบหน้าของเธอคนนั้นผ่านกระจกบานใหญ่ตรงหน้า หากแต่เมื่อดวงตาสีเทาของเธอเหลือบขึ้น บรรดาหญิงสาวเหล่านั้นก็จะพากันหลุบตาลงต่ำ ไม่มีใครยอมให้เธอได้สบตาเลยแม้แต่คนเดียว

“ข้า... ทำไม ออกไม่ได้?”

ในแต่ละคราที่เอื้อนเอ่ย มันช่างยากลำบากจนอาจฟังตลกสำหรับคนที่มีการสื่อสารทางการพูดบ่อยครั้งจนเป็นปกติ
 

“เพราะที่นี่เหมาะสมกับท่านหญิงที่สุดแล้วเจ้าค่ะ”

หญิงสาวเอ่ยตอบคำถามเธอด้วยเสียงที่สั่นรัวอีกครั้ง 

“ข้างนอก... เป็นอย่างไร?”

ดังนั้นเธอจึงเปลี่ยนคำถามใหม่ เธอไม่เข้าใจว่าเหตุใดทุกคนในห้องจึงทำท่าเหมือนหวั่นเกรงเธอ ยิ่งเธอเค้นถามทุกคนก็จะยิ่งแสดงออกว่าตื่นกลัว จนเธอต้องเปลี่ยนคำถามไปเอง เพราะอยากให้ช่วงเวลาที่มีคนอื่นอยู่เป็นเพื่อนนั้นยาวนานเพิ่มขึ้นไปอีกสักนิด

“ข้างนอก มีอะไร?”

เธอเอ่ยถามอีกครั้ง 

“ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ”

“ไม่มี ยังไง?”

คำถามของเธอทำให้หญิงเหล่านั้นต่างลอบสบสายตากันอย่างทำใจลำบาก 

“ข้างในนี้ ปลอดภัยที่สุดสำหรับท่านหญิงค่ะ”

“ยังไง?”

เธอยังคงถามคำถามเดิมๆ วนเวียนอย่างซ้ำซาก เช่นในทุกครั้งที่ได้รับการตัดผมเยี่ยงนี้ ทำไมจึงออกไปไม่ได้ ข้างนอกเป็นอย่างไร 

และไม่มีใครเลย... ที่ให้คำตอบได้กับเธอสักคน

“อย่าถามเลยเจ้าคะ ข้าไม่อาจตอบท่านหญิงได้”

ผมส่วนที่ยาวเกินส่วนสุดท้ายถูกตัดออกอย่างบรรจง จนระดับของปลายผมสีน้ำตาลเข้มเงางามเหลือเพียงเคลียอยู่บริเวณบั้นเอวเท่านั้น

“ข้า... ออกไปด้วยไม่ได้จริงหรือ?”

“...มิได้เจ้าคะ... เจ้าหญิง”

บรรดาหญิงเหล่านั้นโน้มกายลงต่ำให้กับเธออีกครั้ง เพื่อเป็นการบอกลาก่อนเดินจากไป




 

...มาแล้ว?

ดวงตาสีเทาอ่อนเปิดลืมขึ้นช้าๆ หญิงสาวชันกายลุกขึ้นนั่งบนเตียงนุ่ม เมื่อครู่เธอได้ยินเสียงกระดิ่ง ซึ่งเป็นเสียงที่จะถูกสั่นมาจากประตูบานล่างปลายขั้นบันไดเพื่อบอกว่าอาหารและเครื่องดื่มสำหรับอีกวันของเธอได้มาถึงแล้ว

หลังจากลืมตาตื่นดี ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดซึ่งมีอยู่ในปราการกักขังแห่งนี้อย่างเพียบพร้อมจนร่างกายรู้สึกสดชื่น หญิงสาวก็เปิดประตูบานที่เชื่อมกับบันไดวนออก ก่อนก้าวเท้าลงไปตามบันไดวนนั้น 

อาหารชั้นดีมากมายเกินกว่าทานคนเดียวหมดถูกวางเอาไว้ที่ทางราบโล่งหน้าบานประตูซึ่งปิดตายตรงปลายทางของขั้นบันได หญิงสาวนั่งลงมองอาหารเล่านั้นก่อนถอนหายใจเบาแผ่ว เธอไม่หิว ไม่ได้นึกอยากทานอาหาร เพียงแค่รู้สึกเหมือนว่ามันเป็นสิ่งเพียงไม่กี่อย่างที่เธอสามารถทำได้ในวันวันหนึ่งที่แสนว่างเปล่า 

“...!?”

บานประตูนี้ปิดตายเสมอ... มันไม่เคยมีแสงสว่างหรือกระแสลมอ่อนผ่านเข้ามา 

หากแต่ทำไมในคราวนี้ เธอกลับสัมผัสได้ทั้งกระแสลมอ่อน และสิ่งที่เรียกว่า... แสงสว่าง?

มือบางเอื้อมคว้าไปตรงหน้า ปลายนิ้วสัมผัวเข้าสู่สิ่งที่สว่างจ้าทอดเป็นลำแสงบางๆ ซึ่งผ่านเข้ามาตามช่องว่างเล็กๆ ระหว่างบานประตูกับผนังหนาจนตัดกับความมืดสลัวภายใน 

ลำแสงนั้นช่างอบอุ่นจนเธอรู้สึกได้ กระแสลมอ่อนนั้นก็เช่นกันช่างอบอุ่น และมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของอะไรบางอย่างที่เธอไม่เคยสัมผัสได้

ภายในอกเต้นไหวเมื่อรับรู้ได้ว่าสิ่งที่เธอปรารถนามาตลอดกำลังอยู่ตรงหน้า เธอชันกายลุกขึ้นเอื้อมมือออกค่อยๆ ดันประตูบานใหญ่ มันต้องใช้แรงมากกว่าที่เธอคิดนัก กว่าที่ประตูบานใหญ่จะค่อยๆ เคลื่อนออกกว้างมากพอที่ลำตัวของเธอจะผ่านออกไปได้

ดวงตาสีเทาอ่อนหรี่ลงทันควันเมื่อพานพบกับแสงสว่างเจิดจ้า เท้าบางปลือยเปล่าไร้สิ่งห่อหุ้มก้าวอย่างเหยียบลงบนผืนหญ้าสีเขียวสดกับผืนดินเย็น

...นี่คืออะไร นั่นคืออะไร?

สารพัดคำถามเกิดขึ้นในหัวเธอจนเต็มไปหมด แต่ไม่มีใครเลยที่จะอธิบายให้เธอได้รับรู้ ว่าใต้เท้าคืออะไร สิ่งสูงใหญ่รายทางคืออะไร หญิงสาวขยับย่างก้าวเท้าไปตามผืนหญ้านุ่มเรื่อยๆ ก่อนนึกขึ้นได้แล้วหันกลับมองยังที่ซึ่งตนเดินออกมา... หอคอยสูงใหญ่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวภายในป่าลึก ไม่มีรั้วรอบ ไม่มีบานหน้าต่าง เสมือนเป็นปราการอะไรสักอย่างที่มีเพียงแค่บานประตูบานเดียวเท่านั้นที่ติดต่อออกสู่แสงสว่างแสนอุ่นนี้

หันกลับเข้าไปหรือ... 

ไม่หรอก เธอไม่มีวันกลับเข้าไปในนั้นอีกแล้ว...




**********
TalK

** จริงๆ ตอนนี้ไม่มีอะไรเด่นเป็นพิเศษ เกือบจะเหมือนเป็นบทนำ แต่มันยาวเกินจะเป็นบทนำได้ ฮ่าาา
** เพลงประกอบเรื่องนี้ที่อยู่หน้าหลัก อาจต้องรอโหลดสักนิดนะ มันไม่ Autoplay ด้วย ลองกดเล่นเองดูเน้อ เพราะดี!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

162 ความคิดเห็น

  1. #142 vano (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2554 / 12:29
    โอ๊ะ ได้ออกมาแล้ว O0O
    #142
    0
  2. #108 secrat-sky (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มีนาคม 2553 / 14:01
    สนุกค่ะ >w<
    #108
    0
  3. #74 mybee033 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กันยายน 2552 / 00:05
    ว้าว ~ ชอบค่ะ >"<
    #74
    0
  4. #31 prominence0409 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2552 / 20:59

    สุดยอดเลย 0_0!!!

    #31
    0
  5. #30 amcotton (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2552 / 14:03

    Up now!!!

    #30
    0