Mad Hatter ไขปริศนาหัวใจในวันเดอร์แลนด์

ตอนที่ 4 : 3 :: The Mad Hatter

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 377
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    17 พ.ย. 58






3


The Mad Hatter




กรี้ดดด สายแล้ววว ฉันสายแล้วจ้าาา TOT!!


ทั่กๆๆๆ



ฉันวิ่งโกยอ้าวไปตามทางมุ่งหน้าไปยังประตูทางเข้าโรงเรียน โอ้ยยย เพราะเมื่อคืนฉันมัวแต่ล่องตามบอร์ดโรงเรียนไปเรื่อยเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเรดคิงกับเลขาฯ แท้ๆ จากที่ตั้งใจว่าจะนอนไม่เกินห้าทุ่ม กลายเป็นว่ากว่าจะหลับปาเข้าไปตั้งตีสามกว่า!



ให้ตาย แต่ก่อนฉันไม่เคยสนใจความสัมพันธ์ของคู่นี้ได้ไงกันนะ เรื่องชวนจิ้นของพวกเขาที่ถูกตั้งกระทู้จากพวกสาวๆ สายวายมีเยอะแยะเต็มไปหมด แถมยังหารูประหว่างสองคนนั้นได้จากในบอร์ดที่คนจับเอามาจิ้นได้อีกเพียบ นี่ยังไม่รวมบรรดากระทู้ประเภทช็อคๆ อึ้งๆ จากบรรดาสาวแท้ไม่ติงนังอีกนะ!



จริงอยู่ว่าเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มาร์ชเฉินปล่อยข่าวตีไข่ใส่สีเรื่องเรดคิงแอบมีแฟนแล้วคือนักเรียนใหม่ที่ชื่อเอริส เรนฟอร์ด จนกลายเป็นที่ฮือฮา* แถมยังทำให้ชมรมหนังสือพิมพ์ของเรามีข่าวเด็ดให้เล่นได้อีกนานพอควร แต่สุดท้ายพอผลสรุปออกมาว่าพวกเขาไม่ได้คบกันแถมสาวนางดันไปเลือกหนุ่มอื่นที่มีอำนาจไม่แพ้กันอย่างไวท์คิงอีกต่างหาก ดังนั้นบรรดาข่าวโคมลอยทั้งหลายเกี่ยวกับเรดคิงและสาวคนที่ว่าก็เลยเป็นอันต้องโดนพับจบไป แต่อย่างน้อยเราก็ยังได้ทำข่าวประเด็นเรื่องการเปิดตัวของไวท์คิงผู้แอบเก็บซ่อนตัวในโรงเรียนมานาน ตรงข้ามกับเรดคิงที่เอาแต่ใช้อำนาจของตัวเองไปวันๆ ก็ตามที (สาบานได้ว่าไม่มีใครในโรงเรียนรู้เลยว่าไวท์คิงคือใคร คือทุกคนรู้ว่ามีไวท์คิงแน่ๆ แต่ไม่รู้ว่าคือใครจนกระทั่งมีข่าวเรื่องนี้ขึ้นมาเนี่ยแหล่ะ!)



แต่ทว่า... ประเด็นเรื่องที่บรรดาสาววาย กับสาวแท้ ยังคงมีสงสัยกันแบบประปราย และไม่เคยมีใครเลยออกมาไขให้กระจ่างชัดก็คือเรื่องความสัมพันธ์ที่แท้จริงของทั้งเรดคิงจอมเมะและเลขาฯ สุดเคะนี่แหล่ะ -_-+ (โปรดอย่าถามว่าฉันได้ศัพท์พวกนี้มาจากไหน ยัยแพมเอาสารพัดศัพท์เฉพาะของสาววายกรอกหูฉันมาเต็มไปหมดแล้วเมื่อวันก่อน)



เพราะงั้นแล้วล่ะก็ ถ้าฉันจับประเด็นนี้ขึ้นมาทำข่าวจริงๆ บางทีมันอาจจะทำให้ข่าวของฉันดังฮอตฮิตระเบิดระเบ้อจนกระทั่ง...



เย้ยๆๆ รอแปบบบ อย่าเพิ่งปิ้ดดด อย่าเพิ้งงงง =[]=!!”



ฉันตะโกนลั่นเมื่อมองเห็นประตูทางเข้าโรงเรียนตรงหน้ากำลังถูกปิดช้าๆ โชคดีที่เสียงตะโกนของฉันทำให้บรรดากรรมการนักเรียนที่คอยดูแลปิดประตูโรงเรียนชะงักกึกไปเสี้ยววินาที จนช่วยให้ฉันวิ่งพรวดแทรกตัวผ่านช่องว่างระหว่างประตูเข้าไปยังภายในโรงเรียนได้สำเร็จทันท่วงที!



โครม!



แม้ว่าจะ เอ่อ... รีบจนเสียหลักล้มจับกบเกือบหน้าคะมำไปนิด ถ้าไม่ใช่ว่าเอามือยันไว้ได้ทันฉันคงเอาหน้าจูบดินไปแล้วแน่ -_-;



ช่างเถอะ อย่างน้อยฉันก็เข้ามาทันเวลา! ขอบคุณสวรรค์! อย่างที่บอกว่าหนึ่งในสิ่งน่าเบื่อประจำโรงเรียนก็คือไอ้ระบบปิดประตูตอนแปดโมงตรงเพื่อกันไม่ให้คนมาสายทำเนียนเข้าไปเรียนทื่อๆ โดยไม่ผ่านการจดชื่อเตรียมทำโทษจากบรรดากรรมการนักเรียนนี่ไง!



ลลิซ เบนสัน...”



น้ำเสียงเนือยๆ แกมหงุดหงิดดังขึ้นเหนือหัวฉัน และฉันก็จำได้แม่นเป๊ะว่ามันคือเสียงของใคร ในเมื่อมีแค่ไม่กี่คนหรอกที่เป็นกรรมการนักเรียน และในเมื่อฉันเพิ่งจะเจอเจ้าของเสียงที่ว่านี่ไปเมื่อวันก่อน



เอ่อ ไง แมทธิว แรมซีย์ -O-"



ฉันเงยหน้าขึ้นหรี่ตามองฝ่าแสงแดดยามเช้าขึ้นไปยังอีตาอารมณ์เสียเสมอที่วันนี้ซ่อนใบหน้าบูดๆ ของเขาเอาไว้ใต้เงาของหมวกแกป อา ฉันรู้สึกว่าหมอนี่ชอบใส่หมวกเสมอเลยแฮะ แถมยังทำหน้าบึ้งตลอดกาล มิน่าล่ะ บางคนในชมรมเคยเรียกเขาเวลาเอามานินทา เอ่อ ไม่สิ พูดถึงลับหลังแบบไม่ให้เจ้าตัวได้ยิน ว่า 'Mad Hatter' น่ะ



เธอมาสายเป็นครั้งที่สี่”



เขาเอ่ยเสียงเรียบพลางลากปากกาจดยุกยิกลงไปบนสมุดปกดำที่เขียนหน้าปกเอาไว้ว่า 'นักเรียนมาสาย' นั่น



วะ ว่าไงนะ!?” ฉันลุกพรวดขึ้นยืนแย้งทันใด ลืมไปหมดแล้วว่าเมื่อกี้ปวดแปลบตรงไหนตอนล้ม "ฉันมาสายเนี่ยนะ? ฉันมาสายตรงไหนกัน นายก็เห็นว่าฉันเข้ามาทันก่อนประตูจะปิดด้วยซ้ำน่ะ :(!”



ที่ฉันเห็นคือเธอร้องเรียกกรรมการนักเรียนเอาไว้จนเขาตกใจ แล้วเธอก็รีบพุ่งตัวเข้ามา...” ปลายปากกาลากฉึบๆ จนเสร็จ ก่อนอีตาหน้าบูดจะเงยหน้ามองผ่านเงาหมวกนั่นมายังฉัน "ตอนนี้แปดโมงสองนาทีแล้ว... เพราะงั้นตามหลักการและเวลาแล้ว มันก็เท่ากับว่าเธอมาสายอยู่ดี”



นะ นาฬิกาของนายเร็วเกินไปรึเปล่าหา นาฬิกาของฉันบอกว่านี่เพิ่งแปดโมงตรงเป๊ะ...” ฉันบอกพร้อมชูแขนที่ (เคย) มีนาฬิกาใส่เสมอขึ้นโชว์ ก่อนรีบลดแขนลงเมื่อนึกได้ว่าวันนี้รีบจนลืมใส่มา "เอ่อ ฉันหมายถึง... นาฬิกาในโทรศัพท์ ทำนองนั้น -_-;”



เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ได้ดูแม้แต่เวลา เลยยิ่งมาสายไปใหญ่"



จะ จะบ้าเหรอ ก็บอกว่าฉันดูนาฬิกาในโทรศัพท์ไงเล่า!"



เธอสายเป็นครั้งที่สี่" แต่หมอนี่ก็ยังให้ข้อสรุปเหมือนเดิมเป๊ะๆ



กะ ก็บอกว่า...”



ถ้าให้ฉันแนะนำละก็... เธอน่าจะเลิกพยายามแก้ตัวคราวนี้ แล้วไปตั้งนาฬิกาปลุกให้เร็วกว่าเดิมสักสิบนาทีแทน"



หะ -O-”



เพราะถ้าเธอมาสายอีกครั้งละก็...” เขาเว้นวรรคคำพูดไปก่อนสบตาฉัน "คงไม่ต้องบอกล่ะมั้ง อยู่ชมรมหนังสือพิมพ์ก็น่าจะรู้ดีนี่นาว่านักเรียนที่มาสายครบห้าครั้งจะเป็นยังไง"



ระ รู้แล้วน่า! เออ วันนี้ถือว่าฉันมาสายก็ได้ สายเป็นครั้งที่สี่แล้วด้วย น่ากลัวมาก! พอใจรึยัง :(!”



เฮอะ ทำไมฉันจะไม่รู้เล่า! ยัยแพมพูดกรอกหูฉันบ่อยจะตายไป! นโยบายปิดประตูโรงเรียนตอนแปดโมงเช้า ถ้ามาสายเกินเวลาประตูปิดจะต้องถูกจดชื่อ และถ้าสายครบห้าครั้งละก็ นักเรียนพวกนั้นจะต้องถูกทำโทษ ส่วนใหญ่ก็มักเป็นพวกบำเพ็ญประโยชน์ทั่วๆ ไป ประเด็นคือระยะเวลามันยาวนานจนน่าเบื่อนี่แหล่ะ ยัยแพมเคยถูกทำโทษให้กวาดใบไม้ในสวนข้างๆ อาคาร B ตั้งสองเดือนเต็ม แต่ว่าพวกกรรมการนักเรียนน่ะมีสารพัดวิธีทำโทษคนมาสายเต็มไปหมดนั่นแหล่ะ



อย่าลืมที่เตือนก็พอ" อีตาแมทธิวบ่นพึมพำใส่ก่อนพับสมุดปิดพรึ่บลมกระจายใส่เต็มหน้าฉัน



กะ ก็บอกว่ารู้แล้วไง :(!”



ฉันกระแทกเสียงใส่ก่อนรีบเดินปึงปังหนีออกมาแบบไม่หันกลับ อีตาแมทธิวหน้าบูดนี่สมกับคำว่า 'Mad Hatter' อะไรที่ว่านั่นจริงๆ นั่นแหล่ะ คนบ้าอะไรทำหน้าบูดได้ทั้งวันทั้งเดือนทั้งปี ชีวิตนี้ไม่เคยยิ้มหรือมีความสุขบ้างเลยรึไง หมอนี่เกิดบนดวงอาทิตย์รึเปล่าเนี่ย!



เฮอะ ฉันคิดว่าแทนที่พวกเขาจะเอาแต่ตั้งหน้าตั้งตารอเวลาปิดประตูเข้าโรงเรียน พวกเขาน่าจะหาเวลาไปซ่อมแซมป้ายชื่อโรงเรียนที่ติดตั้งอยู่เหนือประตูโรงเรียนซะก่อนนะ ไอ้อักษรตัว 'M' ที่มันหลุดจนกลับหัวทิ่มหัวตำมาเป็นชาติจนบรรดานักเรียนในโรงเรียนพากันเม้าส์ว่าโรงเรียนเราเปลี่ยนชื่อมาเป็น 'Wonder-Land Highschool' กันหมดแล้วเนี่ย :(



หือ O_O?”



แต่ระหว่างที่ฉันเดินหงุดหงิดงุ่นง่านเพราะรังสีหน้าบูดที่ได้รับการแผ่มาจากอีตาแมทธิว หางตาฉันก็ดันเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างเข้าพอดี...



โอะโอ... นั่นมัน ทานากะ คาโอทสึ เหยื่อที่ฉันหมายตาอยู่นี่นา!?



คาโอทสึวิ่งไปตามทางเดินที่ตัดขวางทางที่ฉันกำลังเดินอยู่ ในมือของเขามีกาแฟร้อนแก้วใหญ่ที่พยายามประคองไว้ไม่ให้หกเลอะ อีกมือก็ยกขึ้นมองเวลาที่นาฬิกาข้อมือพลางบ่นพึมพำขณะวิ่งผ่านหน้า



แย่แล้ววว สายแล้ว สายแล้ว...”



หือ สายแล้วงั้นเหรอ?



สายสำหรับอะไรกันล่ะ? ที่แน่ๆ ทางที่หมอนั่นกำลังวิ่งไปไม่น่าจะเป็นทางไปอาคารเรียนแน่ๆ...



ฉันล้วงหยิบเอาโทรศัพท์ออกมากดเปิดดูเวลาที่ปรากฏบนหน้าจอ อาฮะ ประตูโรงเรียนปิดตอนแปดโมง แต่คลาสแรกจะเริ่มตอนแปดโมงครึ่ง ดูจากเวลาแล้วแปลว่าฉันยังมีเวลาอยู่อีกอย่างน้อยๆ ก็ตั้งยี่สิบนาที เพราะงั้นล่ะก็...



ฉุบ!



ฉันกระชับโทรศัพท์ในมือแน่น ก่อนรีบถลาตัวเข้าไปยังต้นไม้ตรงข้าม ชะโงกหน้ามองดูแผ่นหลังไวๆ ของคาโอทสึที่วิ่งไปตามทาง พอเห็นว่าห่างพอควรก็เริ่มต้นเร่งเท้าตามไปห่างๆ



คาโอทสึยังคงวิ่งไปตามทางโดยมีฉันแอบดอดไปไม่ให้เขารู้ตัว จนกระทั่งหมอนั่นวิ่งไปจนถึงลานโล่งที่มีใครบางคนยืนรออยู่... และใครบางคนที่ว่านั่นก็คือเหยื่ออีกคนที่ฉันภาวนาให้พวกเขามาเจอกันนั่นแหล่ะ!



หึหึ เรดคิงกับเลขาฯ นัดมาทำอะไรแถวนี้กันนะ~



แล้วทำไมฉันต้องวิ่งตามมาทน่ะเหรอ? จริงอยู่ว่ารูปชวนจิ้นของเรดคิงกับคาโอทสึมันมีอยู่ในเวปบอร์ดมากพอควรแล้ว แต่ด้วยจรรณยาบรรณานักข่าวที่ดี ฉันควรจะหามันด้วยตัวเองมากกว่าไปกอปปี้รูปของคนอื่นมาทำข่าวสิ! แถมดีไม่ดีการที่ฉันคอยตามติดพวกเขาแบบนี้ มันอาจทำให้ฉันได้หลักฐานที่ชัดแจ่มพอจะทำให้ข่าวของฉันยิ่งฮอตฮิตดังเปรี้ยงปร้างมากขึ้นก็ได้!



แต่เพราะความที่จะวิ่งตามออกไปก็ไม่ดี แถมจะเข้าใกล้มากไปก็ไม่ได้ เรดคิงไม่ใช่พวกไปไหนมาไหนตัวเปล่าเท่าไหร่ เขามีบอดี้การ์ดชุดสีดำที่ติดปลอกแขนสีแดงรูปดอกกุหลาบ (สัญลักษณ์ประจำตระกูล) คนหรือสองคนคอยเดินห่างๆ เวลาออกมาข้างนอกเสมอ ขืนฉันออกไปโจ้งๆ คงโดนจับโยนออกมาแหง ดีไม่ดีอาจจะหมดสิทธิ์เข้าใกล้พวกเขาอีกเลย และนั่นคงทำให้แผนการทำข่าวของฉันแห้วสะแด่วแน่ๆ



(' ' ) ( ' ') ขวับๆ



ฉันหันซ้ายมองขวา พยายามหาว่าพอจะมีทางไหนที่ทำให้ฉันเข้าใกล้พวกเขาได้มากกว่านี้โดยที่พวกเขาและพวกบอดี้การ์ดไม่รู้ตัวบ้าง แต่จะหันทางไหนก็ไม่ยักเจออะไรดีๆ เว้นก็แต่...



"ต้นไม้ (' ';)”



ต้นไม้สูงข้างตัวฉันตอนนี้เนี่ยแหล่ะเวิร์คที่สุดแล้ว อย่างน้อยมันก็ทำให้เวลาถ่ายภาพออกมา จะไม่ติดแค่บรรดาหัวของพวกบอดี้การ์ด หรือต้นไม้ตรงหน้าที่ขึ้นประปราย อีกอย่างวันนี้ฉันก็พกกล้องถ่ายรูปตัวจิ๋วแต่ซูมได้ไกลมาด้วยนี่นะ เพราะงั้นระยะทางแค่นี้ไม่เป็นปัญหาอยู่แล้ว แถมตอนเด็กๆ ฉันก็เคยปีนต้นไม้มาแล้วหลายหน ลำพังปีนอีกสักครั้งคงไม่ยากเกินไปหรอกน่า!



ฉันกระชับกระเป๋าแน่น ถลกแขนเสื้อขึ้น ก้มลงมัดเชือกที่รองเท้าผ้าใบให้แน่นขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อม ก่อนเริ่มต้นปีนป่ายขึ้นไปตามต้นไม้เนื้อแข็งตรงหน้า ดูจากสภาพแล้วกิ่งที่อยู่สูงไปหน่อยตรงนั้นน่าจะแข็งแรงมากพอรับน้ำหนักฉันแน่



ฉุบ ฉุบ ฉุบ!



และด้วยความพยายามของฉัน ในที่สุดฉันก็ปีนมาจนถึงกิ่งที่ต้องการได้จริง ก่อนค่อยๆ คืบคลานออกไปเพื่อให้ได้มุมถ่ายภาพที่เหมาะสมแม้ว่ามันจะดูน่าหวาดเสียวสุดๆ ก็ตาม



อา ใช่จริงด้วย แก้วกาแฟร้อนที่คาโอทสึถือวิ่งมาเป็นของเรดคิง หมอนั่นรับมันไปดื่มเรียบร้อยตามคาด



แต่ว่า... แต่ว่า... แต่...



แต่ไม่เห็นสองคนนั้นมันจะทำอะไรที่มันมุ้งมิ้ง งุ้งงิ้งอะไรกันเลยนี่หว่าาา T.T!! เห็นอีตาเรดคิงนั่นเอาแต่ยืนคุยโทรศัพท์ไปจิบกาแฟไป ส่วนคาโอทสึก็กางสมุดเลคเชอร์จดตามที่หมอนั่นพูดยิกๆๆ



โอ้ยยย ไม่ได้นะ ฉันอุตส่าห์ลงทุนขนาดนี้ ถึงกับปีนต้นไม้ขึ้นมาเพื่อการนี้เลยด้วยนะ! นี่หาทางลงได้รึเปล่ายังไม่รู้เลยด้วยซ้ำไป อย่างน้อยก็น่าจะได้ภาพจับมือถือแขน หรือภาพมุมกล้องที่ดูสวีทบ้าบออะไรกันหน่อยเซ่! ให้เกียรติกล้องกับความพยายามของฉันหน่อยได้มั้ยเนี่ย!



ฉันยังอดทนรอคอย พยายามภาวนาในใจให้เรดคิงวางสายโดยไวแล้วทำอะไรที่มากกว่าแค่พูดไปเรื่อยสักที และในที่สุดหมอนั่นก็ยอมวางสายจริงๆ! ฉันรีบหยิบกล้องขึ้นในท่าทางพร้อมลั่นชัตเตอร์แบบสุดๆ ใจเต้นตึกตักด้วยความตื่นเต้น



ทว่า...



อะ อ้าว -O-;”



หลังเรดคิงวางสายเสร็จ เขาก็หันไปพูดกับบอดี้การ์ดตัวเอง โดยที่อีตาคาโอทสึก็ยังคงจดยิกๆ ไม่เลิก และไม่ใช่แค่นั้น!! หลังพูดกับบอดี้การ์ดเสร็จ อีตาเรดคิงกับบอดี้การ์ดรวมทั้งคาโอทสึ ก็พากันขยับเดินจากฐานที่มั่นที่ยืนกันอยู่ ลึกเข้าไปตามทาง จนกลายเป็นว่าหายลับไปจากลานสายตาฉันทันใด!



โอ้ยยย โอ้ยยย ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้เนี่ย T_T!!



ฉันอยากทึ้งหัวตัวเองด้วยความเจ็บใจ ถ้าไม่ติดว่าไม่ควรปล่อยมือที่ยึดกิ่งต้นไม้ไว้มาทำอะไรแบบนั้น ก่อนถอนหายใจพยายามตัดใจ แล้วมองหาทางลงจากต้นไม้นี่...



“-_-;;”



เอ่อ... จะลงยังไงดีล่ะ



บางทีฉันควรเริ่มจากค่อยๆ ขยับตัวเข้าไปหาตัวต้นไม้ แล้วถึงค่อยๆ ไต่ลงไปช้าๆ ว่าแต่... ฉันจะขยับตัวกระดื้บไปตามกิ่งยังไงไม่ให้ตกลงไป...



โอ้ยยย นี่พาตัวเองมาลำบากเพื่ออะไรเนี่ยลลิซ T_T!



ฉุบ ฉุบ...



ฉันพยายามจะกระดื้บตัวกลับไปหาต้นไม้ช้าๆ ถึงเลี่ยงไม่มองลงไปด้านล่าง แต่ภาพจินตนาการในหัวโคตรชัดแจ่มว่ามันน่าจะสูงแค่ไหน



ฉุบ ฉุบ...



พรืด!!



วะ เหวออ TOT;”



เพราะเสียหลักลื่นพรืดฉันเลยโอนเอนจนหวิดร่วงลงไปกองกับพื้น ดีที่สองมือคว้ากิ่งไม้เอาไว้แน่น แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรนักเพราะตอนนี้ตัวฉันมันลอยอยู่กลางอากาศเรียบร้อย จากสภาพห้องโตงเตงสองมือเหนี่ยวกิ่งไว้แบบนี้ คนที่จะงัดตัวเองกลับขึ้นไปได้ ถ้าไม่ใช่พวกผู้ชายกล้ามบึ้กก็ต้องเป็นนักกีฬายิมนาสติกเท่านั้นแหล่ะ!



ลลิซ O_o;!!?” เสียงเรียกดังมาจากด้านล่าง



ดะ เดี๋ยวนะ... เสียงนี้มัน...



เสียงฝีเท้าดังขึ้นถี่ ฉันรีบหันลงไปมองก่อนพบว่าเจ้าของเสียงคือคนที่ฉันคิดเอาไว้เป๊ะ รุ่นพี่ลีโอ! ให้ตายดิ เขาเป็นคนที่ฉันไม่อยากให้เห็นสภาพตอนนี้ที่สุดเลยมั้งเนี่ย ทำไมสวรรค์ต้องแกล้งฉันด้วยยย TOT



"ลลิซ เกิดอะไรขึ้น ทำไมอยู่สภาพนี้เนี่ย!?”



พะ พี่ลีโอ ช่วยด้วยยย ฉันเกาะจะไม่ไหวแล้ววว T^T”



ฮือออ ถึงไม่อยากให้เจอก็เหอะ แต่สภาพตัวเองตอนนี้ฉันมีสิทธิ์ต่อรองอะไรที่ไหนกันล่ะ!



ปล่อยมือเลย"



หา =[]=;”



ปล่อยมือเลย เดี๋ยวพี่รับเอง!”



พี่ลีโอพูดพร้อมกับถลกแขนเสื้อตัวเองอยู่ในท่าพร้อมรับเต็มที่ เขายื่นสองแขนออกมาตรงหน้าในตำแหน่งเดียวกับที่ฉันห้อยโหนตัวเป็นลิงเป็นค่างอยู่



ตะ แต่...”



เอาน่า ปล่อยมือมาเลย พี่รับได้ เชื่อพี่สิ!”



กะ ก็ได้”



ตามพี่นับนะ พอนับถึงสามเมื่อไหร่ปล่อยมือทันทีเข้าใจมั้ย"



อื้อ T.T" ฉันพยักหน้ารับหงึก



เอาล่ะ หนึ่ง... สอง... สาม...”



พรึ่บ!



ฉันกลั้นใจปล่อยสองมือตัวเองออกตามที่พี่ลีโอบอก หลับตาปี๋ตอนร่างร่วงพรืดลงตามแรงโน้มถ่วงโลก ก่อนจะ...



โครม!!



พากันล้มกลิ้งตามกันไปทั้งคู่!



โอย... -_-;”



พะ พี่ลีโอ เป็นอะไรมั้ยคะ O_o;;”



ฉันลืมตาพรวดมองดูพี่ลีโอที่กลายร่างเป็นเบาะรองรับตัวฉันไว้ก่อนรีบถลาออกห่าง มองดูใบหน้าหล่อๆ ของคนตรงหน้าที่นิ่วจนคิ้วขมวดคิ้ว เสร็จก็เกิดอารมณ์อยากทำฮาราคีรีใส่ตัวเองที่ทำให้เขาเจ็บ แต่พออีกฝ่ายขยับแย้มรอยยิ้มบางกลับมาให้ ความรู้สึกผิดที่ลอยอยู่เต็มหัวก็กลายเป็นความเขินอายจนตัวแทบระเบิดแทน



หึ ดีนะที่พี่มาทันน่ะ"



“O_o///”



ทำไมถึงได้ซุ่มซ่ามไปอยู่บนนั้นได้ฮะ"



เอ่อ ลลิซ...” ฉันเหลือบตามองไปบนกิ่งไม้ประมวลหาข้ออ้างที่ดูดีกว่าส่องเรื่องชาวบ้านด้วยการโม้มั่วๆ ไปซะ "ฉันเผลอเหวี่ยงเอากระเป๋าขึ้นไปติดบนกิ่งไม้น่ะค่ะ ก็เลย...”



เข้าใจล่ะ ปีนขึ้นไปหยิบสินะ" พี่ลีโอหัวเราะเบาๆ เขาเชื่อเรื่องที่ฉันโม้ไปสนิท ซ้ำยังขยับตัวเข้าใกล้ฉันอีกนิดแล้วยกมืออุ่นๆ วางบนหัว "เราเป็นผู้หญิงนะ อย่างน้อยก็อย่างลืมระวังตัวหน่อย อย่าทำอะไรที่มันเกินความสามารถแบบนั้นเลย"



“O///O” พะ พี่ลีโอห่วงฉัน?



แล้วเจ็บตรงไหนรึเปล่า?”



ไม่ค่ะ พี่ล่ะ?”



ฉันส่ายหน้าปฏิเสธ ไม่รู้สึกเจ็บตรงไหนเลยสักนิด ที่น่าห่วงกว่าอาการบาดเจ็บคือไอ้อาการหัวใจเต้นแรงจนกลัวจะน็อคเอาดื้อๆ ที่กลางอกซะมากกว่า



ไม่เหมือนกัน เมื่อกี้แค่จุกนิดหน่อย แต่ตอนนี้หายแล้วน่ะ :)” พี่ลีโอบอกก่อนขยับตัวลุกขึ้นยืน แล้วยื่นฝ่ามือหนามาตรงหน้าฉันพร้อมรอยยิ้ม "ลุกเถอะ ใกล้จะแปดโมงครึ่งแล้ว เดี๋ยวเข้าเรียนสายจะโดนอาจารย์บ่นเอานะ"



อะ อื้อ >_<”



ฉันพยักหน้ารับ ยื่นมือไปวางบนมือพี่ลีโอ ความรู้สึกอุ่นจนกลายเป็นร้อนผ่าวแผ่ออกไปเต็มตัวรวมทั้งที่สองแก้ม พร้อมๆ กับความรู้สึกแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นในอก



อา ให้ตายสิ อย่าบอกเชียวนะว่าฉันเกิดตกหลุมรักปิ้งปั้งพี่ลีโอเข้าให้แล้วจริงๆ น่ะ ฮิ้ววว จั๊กจี้หัวใจขึ้นมาเลยแฮะ~



---------------------------------------------------------------------

*Take Me to Wonderland ลักพาหัวใจฉันไปทีที่รัก



****************

Talk :


- อัพไปดองไป นักเขียนประสาอะไร 55555!

- อัพตอนสามแล้วนะคะ เรื่องนี้ออกเดือนหน้านี้แล้วน้าาา >O<)/

- วิกแง้มปกมาให้แล้วด้วย โอ้ยย คือชอบมากก แม้ปกแลดูสายแฟนตาซีปนดาร์กมาเลย แต่เรื่องจริงๆ แสนจะมุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้งนะ กรักๆๆ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12 ความคิดเห็น