Take Me to Wonderland

ตอนที่ 9 : 7 :: I'm Mad, You're Mad

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 581
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    29 พ.ย. 57






7

 

I'm Mad, You're Mad.


 

 

เหมือนอย่างกับว่าพ่อของฉันมีเซ้นส์ หรือไม่ก็...เสียงที่ฉันตะโกนบอกตรงหน้าผานั่นลอยข้ามน้ำข้ามทะเลไปจนเข้าหูท่านที่ฮ่องกงได้จริงๆ


 

เมื่อคืนราวๆ เกือบห้าทุ่มได้ มีคนโทรเข้ามาที่เบอร์บ้านและขอพูดสายกับฉัน คาโอทสึบังเอิญนั่งดูรายการรอบดึกของเขาอยู่ที่ห้องนั่งเล่นด้านล่างเป็นคนรับสาย เขาเลยขึ้นมาเคาะประตูเรียกฉันที่กำลังเตรียมจะเข้านอนเต็มทีให้ลงไปรับโทรศัพท์ ฉันแอบกลัวว่าจะเป็นสายจากเจ้าหนี้ของพ่อ ยังคิดอยู่ว่าควรจะอ้างอะไรดี

 

แต่เปล่าเลย...มันเป็นสายจากพ่อของฉันผู้หนีไปสร้างความฝันต่างหาก


 

[เฮ้ เอริส นี่พ่อเองนะลูก] พ่อเริ่มต้นบทสนทนาของเรามาแบบนั้น [ลูกสบายดีมั้ย]



 

สาบานได้ว่าตอนแรกเลย ฉันตั้งใจว่าถ้าพ่อกลับมาเมื่อไหร่ หรือพ่อแค่ติดต่อกลับมาอีกตอนไหน ฉันจะโวยวายเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี่เอาชนิดที่กระจกหน้าต่างแตกไปเลยใส่ท่าน แต่พอเอาเข้าจริง...เสียงอ่อนๆ ที่มากับคำถามแสดงความห่วงใยของพ่อกลับทำให้ฉันใจอ่อนขึ้นมาซะงั้น


 

'นี่พ่อยังอยู่ที่ฮ่องกงเหรอคะ'


 

[อา ใช้แล้วล่ะ ขอโทษทีที่หายไปซะหลายวัน พอดีช่วงนี้พ่อเริ่มเปิดร้านใหม่ๆ อะไรหลายๆ อย่างเลยไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่น่ะนะ] พ่อตอบพลางถอนหายใจเบาๆ [แล้วนี่ลูกสบายดีรึเปล่าเอริส]


 

'ก็คงสบายดี ถ้าไม่มีเรื่องประหลาดๆ เข้ามาในชีวิตอย่างมากมายนักน่ะค่ะ' ฉันตอบพร้อมกับถอนหายใจเบาๆ สาบานว่ากำลังพยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองอยู่


 

[เห เรื่องประหลาดเหรอ ลูกหมายถึงอะไรกัน O_O?]


 

'เมื่อสองวันก่อนมีเจ้าหนี้ของพ่อมาตามล่าหนู -_-'


 

ฉันกลอกตาพร้อมกับพ่นลมหายใจตอนที่บอกเรื่องซึ่งจัดว่าร้ายแรงนั่นกับพ่อไปตรงๆ ก่อนจะรับรู้ได้จากหางตาว่า คาโอทสึกำลังสนอกสนใจกับบทสนทนาของฉันอยู่ แต่พอฉันหันไปมอง เขาก็แกล้งทำเป็นเหมือนไม่ได้สนใจอะไรมากกว่ารายการทีวีตรงหน้า แต่ช่างเถอะ...เรื่องที่ฉันถูกเจ้าหนี้ไล่กวดจนเจ็บตัว แถมยังถูกแมทขี้โมโหหงุดหงิดวีนใส่จนบ้านแทบแตกจากเรื่องทั้งโมโหหิวทั้งเรื่องจักรยานแสนรักพังยับเยินนั่นก็เป็นเรื่องที่ทุกคนในบ้านนี้รู้กันหมดแล้วนี่นะ


 

[จะ...เจ้าหนี้ไล่ตามลูกเนี่ยนะ!?] พ่อตะเบ็งเสียงดังลั่น [แย่จริงๆ เลย คนพวกนั้นทำไมไปลงกับลูกเนี่ย แล้วลูกเป็นอะไรรึเปล่า พวกมันทำอะไรลูกมั้ย!?]


 

'ไม่เป็นอะไรมากค่ะ แค่รถจักรยานล้มแล้วก็เป็นแผลถลอกนิดหน่อย แต่รอดมาได้'


 

[ให้ตาย พ่อขอโทษจริงๆ นะลูกรัก พ่ออุตส่าห์รีบหาเงินไปคืนพวกมันเพราะไม่อยากให้ลูกมายุ่งเรื่องนี้แล้วเชียว แต่สงสัยพ่อจะคืนช้าเกินไปหน่อย] พ่อบอกก่อนจะเผลอบ่นพึมพำกับตัวเองเหมือนลืมไปว่าโทรศัพท์ยังจ่อติดอยู่กับปาก [อา หรือว่ามีเจ้าอื่นอีกหว่า -_-??]


 

และนั่นแหละ จากที่เกือบใจอ่อนอ่อนใจ ฉันเลยกลายเป็นปรี๊ดแตกขึ้นมา...


 

'มีเจ้าอื่นอีก!? เดี๋ยวนะ นี่ตกลงพ่อไปเป็นหนี้เขามาเท่าไหร่คะ แล้วมีเจ้าหนี้กี่รายกันละเนี่ย!?'


 

โอ๊ยยย ฉันอยากจะร้องไห้ นี่แปลว่าเจ้าหนี้ของพ่อไม่ได้มีแค่พวกอีตาลุงหน้าโหดที่ขับรถไล่กวดฉันใช่มั้ยเนี่ย! แล้วนี่ฉันยังจะต้องเจอเจ้าหนี้โหดประมาณนี้อีกกี่รายล่ะเนี่ย


 

[เอริส ฟังพ่อก่อนนะ คือว่ามันไม่ได้เยอะแยะอะไรมากมายขนาดนั้นหรอกนะ...]


 

'ที่บอกว่าไม่เยอะนี่คือมากเท่าไหร่คะ'


 

[มันก็แค่สองสามราย...]


 

'แล้วทำไมพ่อต้องไปยืมเงินเจ้าหนี้นอกระบบพวกนี้ด้วยล่ะ ทำไมพ่อไม่กู้ธนาคารเอา หรืออะไรก็ได้น่ะค่ะ :('


 

[พ่อก็ทำเรื่องกู้อยู่นะลูกรักแต่ว่าการกู้ผ่านธนาคารมันต้องใช้เวลานานพอสมควรน่ะสิลูกรัก มันก็คงไม่ทันเวลาพอดี ตึกที่พ่อเช่ามาเปิดร้านอาหารมันอยู่ในทำเลที่ดีมากเลยนะ พ่อไม่อยากพลาดน่ะ ก็เลยแบบว่า... ขอกู้จากนอกระบบไปก่อนส่วนหนึ่งไง :( ]


 

อา...ทำไมฉันฟังแล้วไม่ได้รู้สึกเห็นใจเลยนะ พ่อจะรีบร้อนขนาดนั้นไปทำไมกัน ไม่คิดถึงอนาคตบ้างเลยรึไง -*-


 

'พ่อต้องคืนเงินคนพวกนั้นให้หมดโดยด่วนนะคะ'


 

[ตะ...แต่ว่า...มันก็เยอะอยู่นะลูกรัก]


 

'ไม่สนล่ะค่ะ' ฉันตอบเสียงฮึดฮัด 'ไม่งั้นล่ะก็...หนูอาจจะขายบ้านหลังนี้ซะ จะได้เอาเงินไปช่วยใช้หนี้ที่พ่อก่อเอาไว้ หนูไม่สนหรอกว่าพวกที่เช่าจะไปอยู่ไหนน่ะ คอยดูสิ'


 

เสียงวัตถุหนักๆ หล่นโครมลงที่พื้นทันทีที่ฉันประกาศคำขู่ออกไปแบบนั้น มันไม่ได้มาจากในสาย แต่มาจากคาโอทสึที่เพิ่งทำหนังสือเล่มหนาหล่นเพราะคงจะตกใจที่ได้ยินในสิ่งที่ไม่ควรได้ยิน


 

[อ่า อย่าทำแบบนั้นเชียวนะลูกรัก นั่นมันสมบัติของเราสองพ่อลูกเชียวนะ แถมยังใช้ทำเงินได้อีกโขเลย] พ่อพยามหวาดล้อม [ลูกรู้มั้ยว่าไอเดียเปิดห้องเช่าของลูกมันดีแค่ไหน เงินที่พ่อเก็บค่าเช่าล่วงหน้าจากเด็กพวกนั้นช่วยพ่อได้เยอะเชียวนะ แถมเงินส่วนนั้นพ่อก็ยังเก็บไว้แบ่งโอนให้ลูกด้วยเชียวนะ U_U]


 

'ไม่สนค่ะ -_-'


 

[โธ่ เอริสโอเคๆ ลูกรัก เอาเป็นว่าพ่อจะใช้หนี้พวกนั้นให้เร็วที่สุดนะ แต่ตอนนี้ลูกช่วยใจเย็นๆ ก่อนแล้วกันนะ] พ่อบอกก่อนจะรีบเปลี่ยนประเด็น [อา พ่อต้องวางล่ะ ไม่งั้นค่าโทรศัพท์ข้ามประเทศขูดเลือดพ่อหมดตัวแน่ๆ อ้อ..พ่อโอนเงินค่าใช้จ่ายส่วนตัวของลูกกับเงินส่วนที่จะใช้ซื้อของเข้าบ้านไปให้แล้วนะ ไม่ได้มากมายนักก็ประหยัดๆ นิดนึงแล้วกันนะ บายจ้ะ ลูกรัก]


 

'ดะ...เดี๋ยวก่อน...'ตู๊ดๆๆๆๆ~!!


 

แล้วพ่อก็ตัดสายฉันทิ้งไปเลยทันที ไม่เปิดช่องว่างให้ฉันได้ซักอะไรต่อเลยด้วยซ้ำ -*- สรุปแล้วว่าตอนนี้พ่ออยู่ฮ่องกงส่วนไหนฉันก็ยังไม่รู้ รู้แค่ว่าท่านยังสบายดี อย่างน้อยก็สบายดีมากพอที่จะใช้มุกทำเสียงอ่อนให้ฉันใจอ่อนได้ รู้แค่ว่าพ่อโอนเงินมาให้แล้ว นั่นแปลว่าอย่างน้อยฉันก็ไม่ต้องไปเอาเงินในบัญชียามยากนั่นมาใช้ แล้วก็รู้แค่ว่า...พ่อฉันไม่ได้มีเจ้าหนี้แค่รายเดียวอีกด้วย -*-และเพราะเหตุผลที่ว่า ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้ใครหน้าไหนเป็นเจ้าหนี้ที่จะมาทวงเงินจากพ่อผ่านฉันอีกบ้าง เพราะงั้นก็เลยมีความจำเป็นนิดหน่อยที่ฉันจะต้อง...


 

วะ...เหวอออ =[]=;;”


 

กลับมาที่ปัจจุบัน...ในยามที่คาโอทสึซึ่งเพิ่งเดินออกมาจากในครัว ทำท่าสะดุ้งตกใจสุดขีดหลังเงยหน้าขึ้นจากแก้วนมในมือมายังฉัน


 

นะ...นั่น...พี่เอริสเหรอครับ


 

อะ...อื้อ -_-;”


 

ตกใจหมดเลย นี่พี่จะไปไหนเหรอครับ ทำไม...”


 

ฉันว่าจะออกไปซูเปอร์มาร์เก็ตซื้อของใช้เข้าบ้านนิดหน่อยน่ะฉันบอกก่อนจะยกมือเกาท้ายทอยแกร่กๆ


 

ออกไปซูเปอร์มาร์เก็ต?” เขาทวนพลางกะพริบตาปริบๆ "แล้วทำไมพี่ต้องใส่แจ็กเก็ต ใส่หมวก ใส่แว่นดำปิดหน้าปิดตาขนาดนี้ด้วยล่ะครับ ตอนแรกยังตกใจนึกว่าพี่เป็นโจรเลย เกือบตะโกนขอความช่วยเหลือแล้วเชียว =O=;;”


 

โจรเลยเหรอ โอเค นั่นจัดว่าแรงดีนะ =_=;;


 

ก็...ข้างนอกแดดมันร้อนนี่นา" ฉันอ้างส่งๆ ไปงั้น


 

แดดร้อนเหรอครับ" คาโอทสึกะพริบตาปริบๆ ทำไมฉันพลาดอะไรไปเหรอ "แต่ว่า...นี่มันจะหกโมงเย็นแล้วนะครับ =O=;”


 

อะ...อ้าว...จะหกโมงเย็นแล้วหรอกเหรอ (._.)


 

"เฮอะ แดดร้อนบ้าบอ ยัยนี่โกหกน่ะสิ คงหนีเจ้าหนี้มากกว่า -_-” น้ำเสียงติดหงุดหงิดดังมาจากด้านหลัง และมันเป็นเสียงใครไปไม่ได้นอกจากอีตาแมทขี้หงุดหงิดที่คงยังเคืองฉันเรื่องคอนเฟล็กซ์และการเป็นแฟนของเรดคิงไม่หาย


 

ก็ได้" ฉันหันกลับไปกลอกตาใส่อีตาหน้าบูด "ใช่ ฉันกำลังพยายามปลอมตัวเวลาออกนอกบ้านเพื่อหนีเจ้าหนี้ของพ่อ หรือนายอยากให้ฉันถูกเจ้าหนี้พ่อลากไปฆ่าแทนการใช้หนี้ล่ะฮะ -*-”


 

นั่นมันก็ไม่ใช่เรื่องของฉันอยู่แล้วนี่ =_=”


 

มันเป็นเรื่องของนายแน่ ถ้าฉันตัดสินใจขายบ้านนี้ทิ้งแล้วเอาเงินไปใช้หนี้นอกระบบของพ่อ จากนั้นฉันก็จะหนีไปหาที่อยู่ใหม่แบบสบายๆ ส่วนพวกนายก็...ไม่รู้สิ นอนเต้นท์กันไปล่ะมั้ง -_-”


 

นะ...นี่ยัยหัวทอง เธอนี่มันเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบเอาเลยสินะ" อีตาแมทโวยลั่น "จักรยานฉันก็ทีนึงแล้ว แล้วนี่จะขายบ้านหนีเนี่ยนะ ยัย...”


 

อะไรล่ะ ก็นายไม่แคร์ไม่ใช่เหรอว่าฉันจะเอาตัวรอดจากพวกเจ้าหนี้ของพ่อยังไงน่ะ แล้วจักรยานนั่นก็บอกแล้วไงว่าฉันจะจ่ายค่าซ่อมให้เองน่ะ :("


 

อา ใช่ จักรยาน...ฉันเกือบลืมไปแล้วนะนี่ว่านอกจากสองประเด็นก่อนหน้านั้นแล้ว ยังมีประเด็นจักรยานของหมอนี่อีกอย่างที่ทำให้เขาอยากฆ่าฉันให้พ้นๆ หน้าไปซะน่ะ


 

พังจนแทบจะซื้อใหม่แทนดีกว่าน่ะนะ -*-!”


 

ก็แล้วมันเกิดจากความประมาทของฉันรึไงเล่า หรือนายจะให้ฉันจอดจักรยานแล้วลงไปให้พวกทวงหนี้ฆ่าตายล่ะ แบบนั้นสู้ฉันขายบ้านใช้หนี้แล้วหนีไปไม่ดีกว่ารึไงหา~!?"


 

"ไม่ดีเฟร้ย เพราะอย่างน้อยบ้านนี้ก็เป็นของฉันส่วนนึงนะ"


 

ขี้โมเม! นี่บ้านฉันย่ะ นายเป็นแค่คนเช่าชั่วคราว อย่ามาทำตัวถือสิทธิ์ให้มันมากไปหน่อยเหอะ :(“


 

อะ...เอ่อ...ขอโทษนะครับ...” คาโอทสึที่กลายเป็นส่วนเกินของบทสนทนาตอนไหนไม่รู้ ค่อยๆ มุดตัวกลับเข้ามาโผล่ตรงกลางระหว่างฉันกับแมท ยกสองมือขึ้นกั้นพร้อมพยายามห้ามทัพ "ผมว่า พะ...พวกพี่ๆ อย่าเพิ่งทะเลาะกันเลยครับ =O=;;”


 

ก็ดูยัยหัวทองนี่พูดสิ -*-” <<< แมท


 

ฉันก็แค่พูดตามจริง ก็นายชอบมีอคติกับฉันนักนี่" <<< ฉัน


 

เฮอะ อย่าคิดว่าเป็นหวานใจของเรดคิงจอมบงการนั่นแล้วอยากจะทำอะไรก็ทำได้นะยัยหัวทอง" <<< แมท


 

ก็บอกว่าไม่ได้เป็นหวานใจไงเล่า -*-” <<< ฉัน


 

พะ...พวกพี่หยุดเถอะครับบบ TOT!!”คาโอทสึตะโกนเสียงลั่น และนั่นก็เลยช่วยเรียกสติ (น้อยๆ) ของอีตาแมท และสติของฉันกลับมาได้ เราสองคนหยุดเถียง เปลี่ยนมาเป็นมองหน้ากันเหมือนจะพ่นไฟจากตาใส่กันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ต่างคนจะพ่นลมหายใจไม่สบอารมณ์ใส่กัน


 

ฉันจะขึ้นห้องไปทำงานล่ะ -*-!” <<< แมท


 

ฉันก็จะออกไปซื้อของ -*-!” <<< ฉัน


 

และบทสนทนา (?) ที่ไม่ได้ชวนให้จดจำเท่าไหร่ก็จบลงด้วยการที่ต่างคนต่างสะบัดหน้าใส่กันแล้วแยกย้ายกันไปคนละทาง...


 

ชิ น่าหงุดหงิดชะมัด ถามจริงๆ เถอะว่าผู้ชายอย่างอีตาแมทหน้าบูดนี่จะมีสาวที่ไหนอยากได้เป็นแฟนบ้างมีมั้ย คนบ้าอะไรอคติสุดๆ ไม่รับฟังอะไรเลยถ้าไม่ตรงกับสิ่งที่ตัวเองคิดเองเออเองเอาไว้ แถมยังขี้โมโหสุดๆ ขี้หงุดหงิด ขี้เหวี่ยง เพี้ยน บ้าบอ วิกลจริต!


 

อะ...โอเค...พอเถอะ รู้สึกบาปขึ้นมาตงิดๆ :(


 

เพราะที่บ้านไม่มีรถเลยสักคันหรือต่อให้มีฉันก็ขับไม่เป็น หนำซ้ำจักรยานที่อีตาแมทเคยให้ยืมชั่วคราวก็ถูกส่งไปซ่อมตั้งแต่สองวันก่อนยังไม่กลับ (และคงยังไม่กลับมาเป็นปกติได้ง่ายๆ -_-;) วันนี้ฉันเลยตัดสินใจนั่งรถสาธารณะมายังซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ในตัวเมือง (บ้านกับโรงเรียนอยู่ค่อนไปทางชานเมืองน่ะนะ) เพื่อจะเดินเล่นและซื้อของใช้เข้าบ้าน


 

"ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ ^^”


 

ฉันรับเอาถุงข้าวของสองสามถุงจากพนักงานมาถือ โชคดีที่มันเป็นของจำพวกคอนเฟล็กซ์กับกระดาษทิชชูเป็นส่วนใหญ่ มันก็เลยไม่ได้หนักอะไรมากมายและไม่เป็นภาระของฉันในการเดินสำรวจดูร้านค้าอื่นๆ ที่น่าสนใจในตัวเมือง จำได้ว่าวันก่อนฉันคุยกับพวกฝาแฝดปาร์คเรื่องร้านขนมอร่อยๆ ในเมือง และสองคนนั้นก็แนะนำร้านกาแฟน่านั่งมาให้ฉันสองสามร้าน ก็เลยตั้งใจว่าจะลองเดินหาร้านที่ว่าเหล่านั้นสักหน่อย แล้วค่อยเปรียบเทียบด้วยตัวเองว่าร้านไหนที่ฉันเหมาะจะฝากท้องด้วยมากที่สุด


 

อา ไหนๆ พ่อก็อุตส่าห์โอนเงินมาให้แล้วนี่นา ขอใช้แบบสิ้นเปลืองกว่าปกติสักหน่อยแล้วกัน เค้กหน้าตาดีแสนอร่อยสักชิ้นกับเครื่องดื่มเย็นๆ สักแก้วเป็นไง~


 

โอ๊ะ นั่นไงล่ะ ร้าน Sweet Cup หนึ่งในร้านที่ฝาแฝดปาร์คแนะนำ แหม ร้านน่ารักจังแฮะ ตกแต่งด้วยสีพาสเทลทั้งร้านเลย โอ๊ะๆ แล้วนั่นก็ร้าน Witch's House นี่นา เป็นอีกร้านที่พวกเขาเรกคอมเมนต์เหมือนกัน อา ร้านนี้ก็น่ารักแฮะ ตกแต่งด้านนอกอย่างกับบ้านขนมหวานของแม่มดในนิทานเรื่องเกรเทลกับแฮนเซลอะไรทำนองนั้นเลย~


 

ว่าแต่...เล่นเป็นร้านหน้าตาดี แถมยังอยู่ไม่ไกลกันแบบนี้ทั้งคู่ ฉันก็ลำบากใจล่ะสิ จะเหมาทั้งสองร้านก็คงไม่ไหวหรอกมั้ง ร้านพวกนี้ไม่ได้ราคาถูกพอให้ทดลองชิมเล่นๆ ซะด้วยสิ U_U


 

แหม~ ยอกันแบบนี้ก็เขินแย่น่ะสิสุดหล่อ~”


 

หือ?


 

เสียงหัวเราะคิกคักแบบจริตมาเต็มของสาวนางหนึ่งที่เพิ่งเดินผ่านด้านหลังฉันไป ทำให้ฉันต้องแอบหันไปมองดูเจ้าหล่อนนิดหน่อยด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่มีอยู่เต็มเปี่ยม


 

โอ้โหแฮะ ยัยสาวเสียงคิกคักนี่ไม่ใช่เล่นๆ เลยแฮะ เธอดูแก่กว่าฉันนิดหน่อย น่าจะสักยี่สิบต้นๆ ล่ะมั้ง ใส่รองเท้าส้นเข็มสูงปรี๊ด กระโปรงหนังที่สวมอยู่นั่นฟิตเปรี้ยะจนเห็นก้นตึงๆ กลมดิก แถมยังสั้นจนขนาดที่ว่าก้าวขาผิดองศาไปนิดเดียวรถหวอก็คงออกมาวิ่งได้ คือสั้นแบบไม่ต้องรอให้เจ้าตัวก้มหยิบของถึงเห็นเลยด้วยซ้ำ แล้วไอ้เสื้อสีแดงที่ขาดเป็นริ้วทั้งตัวจนเห็นเสื้อชั้นในสีดำกับเนื้อหนังมังสาและรอยสักรูปเสือที่แผ่นหลังนั่นอีก โว้ววว =O=;


 

แล้วไหน...ขอดูหน้า 'สุดหล่อ' ที่ว่าของเจ้าหล่อนหน่อยเถอะ...


 

ฉันเบนสายตาออกจากก้นฟิตๆ กับรอยสักที่แผ่นหลังแม่สาวร็อกแอนด์โรลนั่นไปยัง 'สุดหล่อ' ที่ว่าซึ่งเดินอยู่ข้างๆ เจ้าหล่อน ก่อนจะเกิดอาการกะพริบตาปริบๆ อ้าปากค้าง...


 

นะ...นั่นมัน...อะ...อีตาเคลย์ใช่มั้ยน่ะ =[]=;;!?


 

ฉันยกมือขึ้นขยี้ตาอีกสองสามรอบด้วยนึกว่าตัวเองตาฝาดเพราะไม่คิดว่าคนแบบหมอนั่นจะมีสเป็กเป็นยัยสาวร็อกแอนด์โรลขนาดนี้ แต่ความจริงก็ยังไม่เปลี่ยนไปไหน 'สุดหล่อ' ของยัยผู้หญิงก้นฟิตคนนั้นคืออีตาเคลย์จริงๆ หมอนั่นเองก็คงไม่ทันสังเกตเห็นฉันล่ะมั้ง ก็ฉันเล่นใส่ทั้งแจ็กเก็ตทั้งหมวกทั้งแว่นพรางตัวหนีเจ้าหนี้ซะขนาดนี้


 

แต่ว่า...เหลือเชื่อเลยแฮะ หมอนั่นชอบผู้หญิงแบบนั้นจริงๆ เหรอเนี่ย ฉันว่าผู้หญิงในโรงเรียนที่สาวๆ สวยๆ กว่ายัยนั่นมีตั้งเยอะแยะ ทำไมหมอนั่นถึงได้...เอิ่ม...ไม่รู้สิ แนวใครแนวมันแล้วกัน ฉันก็ไม่ได้อยากพูดให้มากความหรอกนะ มันจะรู้สึกบาปเองเปล่าๆ น่ะ =O=;;ฉันสะบัดหัวไปมา ตัดสินใจว่าอย่าไปยุ่งกับเรื่องของชาวบ้านน่าจะดีกว่า ลำพังแค่เรื่องเล็กๆ ของตัวเองที่ว่าจะเลือกเข้าร้านกาแฟร้านไหนดีระหว่างสองร้านตรงหน้า ฉันยังลำบากใจจะแย่พอแล้วนี่นะ แถมนี่มันก็ปาเข้าไปจะทุ่มหนึ่งแล้ว ถ้าไม่รีบซื้อรีบกลับมีหวังถึงบ้านดึกเกินไปแหง




 

และสุดท้ายผลจากการเลือกด้วยวิธีโบราณอย่างโยนเหรียญหัวก้อย ฉันก็ได้เค้กกับเครื่องดื่มจากร้าน Witch's House สุดน่ารักมา แถมยังเสียเวลาไปพอควรกับการเลือกเค้กที่ทางร้านตกแต่งหน้าไว้สารพัดแบบจนเวลาปาเข้าไปทุ่มครึ่งได้แล้ว


 

แล้วมาอุดหนุนอีกนะคะ~”


 

ฉันเดินออกจากร้านมาพร้อมเสียงเริงร่าของพนักงาน จากตรงนี้ต้องเดินไปทางขวาอีกนิดหนึ่งจะเจอป้ายรอรถสาธารณะ


 

อา...จะว่าไปทางเดินแถวนี้ดูน่ากลัวแฮะ พอค่ำหน่อยก็ไม่ค่อยมีคนเลยเหรอเนี่ย -_-;


 

โครมมม!!



 

หะ...หือ =_=;;?? เมื่อกี้เสียงอะไรน่ะ


 

ไอ้หน้าอ่อน ใครสั่งใครสอนให้มาเกี้ยวแฟนชาวบ้านวะ!?”


 

เดี๋ยวนะ...ในซอกข้างหน้าตรงนั้นมีคนกำลังทะเลาะกันอยู่งั้นเหรอ =O=;; งั้นฉันควรจะทำไงดีล่ะ ข้ามไปอีกฟากแล้วค่อยข้ามกลับมาหลังจากที่เดินผ่านซอกนั้นดีมั้ยนะ


 

ว่าไง! คิดว่าตัวเองหน้าตาดีก็เลยทำอะไรก็ได้รึไงฮะ รู้รึเปล่าว่านี่มันถิ่นใครน่ะ นี่มันถิ่นฉันเว้ย!"


 

วะ...เหวอออ พวกนักเลงเจ้าถิ่นเลยงั้นเหรอ แบบนั้นมีหวังเลือดตกยางออกหมดตัวแหง =[]=;; ฉันควรจะข้ามถนนสินะ...ข้ามถนน ข้ามถนน...


 

อา ก็คงใช่น่ะนะ...”


 

หือ...เดี๋ยวนะ =__=;;


 

คงใช่อะไรของแกฮะไอ้หน้าอ่อน!?”


 

ก็คงใช่ที่ว่า...ฉันคิดว่าตัวเอง 'หน้าตาดี' ไง :)”


 

ชะ...ใช่เลยยย ไอ้เสียงทุ้มๆ ที่ติดสำเนียงกวนประสาทแบบที่แค่หลับตาก็มองเห็นรอยยิ้มกว้างแฝงด้วยเลศนัยนั่นลอยขึ้นมาในหัวนั่น...ใช่แน่ๆ =[]=;;


 

หน็อยยย ปากดีแบบนี้เจอสักหมัดเป็นไง!”


 

เอามันเลยลูกพี่!!”


 

เอามันเลยยย~!!”


 

เวรแล้ววว TOT ฟังจากเสียงนั่นไม่ได้มีแค่คนเดียวด้วย อีตาบ้าเคลย์ดันไปเหยียบหนวดใครไม่เหยียบ แล้วยังมีหน้าไปหน้าด้านชมตัวเองอย่างท้าทายกลับอีกด้วยนะ หมอนั่นมันช่าง @#$%^&


 

เอาไงดีฉัน...จะเข้าไปช่วยมีหวังโดนอัดไปด้วยอีกคนแน่ หรือว่าจะเนียนๆ ทำไม่รู้ไม่เห็นแล้วหนีไปเลยดี? โอยยย อยากเลือกทางหนีเอาตัวรอดมากกว่านะ แต่ว่าเมื่อสองวันก่อนหมอนี่ก็ช่วยฉันไว้อีก ลำบากใจกว่านี้มีอีกมั้ยยย T^T!ผัวะ!!


 

อ๊ากกก เริ่มแล้ว เสียงกำปั้นนั่นแรงเกินไปมั้ย หน้าอีตาเคลย์เบี้ยวแน่งานนี้ =[]=;;


 

อ๊ากกก ไอ้หน้าอ่อนนี่มันต่อยผมลูกพี่ จมูกหักแน่ๆ อ๊ากกก!@#$%~!!”


 

อะ...อ้าว...ไม่ใช่อีตาเคลย์ที่ถูกต่อยหรอกเหรอ =O=;


 

จับมันไว้!”


 

ได้เลยพี่!!”


 

นั่นไงๆ คราวนี้ซวยจริงแน่ๆ ฟังจากเสียงแล้วไม่น่าจะต่ำกว่าสี่คน ถ้าหมอนั่นโดนจับแขนจับขาเอาไว้ล่ะก็...ต่อให้เป็นบรูซ ลีก็เหอะ จะเอาตัวรอดได้เหรอถามจริง T_T


 

เอามันให้หมอบเลยพี่!!”


 

โอยยย เอาไงดีช้านนน...หรือว่าไม่ใช่อีตาเคลย์? บางทีอาจจะไม่ใช่หมอนั่นก็ได้มั้ง ฉันอาจจะหูเพี้ยนไปเองก็ได้นี่นา เพราะงั้นถ้าฉันจะชิ่งหนีไปก็คงไม่...


 

ฆ่ามันเลย!!”


 

ว้ากกก โอเค จะเป็นใครก็ช่างเหอะ! ตายเป็นตายล่ะงานนี้ TOT!!!


 

กรี๊ดดด คุณตำรวจคะ ทางนี้เลยค่าาาาา~!!!” ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกสุดท้ายก่อนจะป้องปากตะโกนขึ้นไปบนฟ้าแบบเต็มเสียง "ทางนี้ค่า จับพวกมันไปให้หมดเลยค่าาา!!”ปรี๊ดๆๆๆ~!!!


 

ทางนี้เลยค่า ในซอกนั่นเลยค่าาา!!”ปรี๊ดดๆๆๆๆ!!


 

ฉันหยิบเอานกหวีดที่พกไว้ประจำตัวขึ้นมาเป่ารัวๆ ให้เหมือนว่าเป็นเสียงนกหวีดของตำรวจสลับกับเสียงร้องตะโกนของตัวเอง โชคดีที่พ่อเคยบอกว่านกหวีดเป็นเครื่องมือขอความช่วยเหลือที่ดีทางหนึ่งที่ผู้หญิงควรมีพกติดตัวไว้น่ะนะ ตอนแรกฉันก็ไม่ได้เห็นค่ามันหรอกนะ แต่หลังจากที่โดนเจ้าหนี้หน้าเลือดนอกระบบของพ่อไล่ตามเมื่อคราวก่อนนั้น ฉันเลยนึกถึงข้อดีของมันขึ้นมาได้ ก็เลยพกมันใส่ในกระเป๋าเอาไว้ตลอด อา พกได้ไม่นานเท่าไหร่ก็ได้ใช้ประโยชน์เลยนะเนี่ย!


 

เฮ้ย ตำรวจมาเว้ย หนีเร็ว!!”


 

ละ...ลูกพี่ รอด้วยยย~!!”


 

เฮ้ย รอด้วย!!”


 

และขอบคุณพระเจ้าที่มันสำเร็จ!! ฉันได้ยินเสียงตะโกนโหวกเหวกกับเสียงฝีเท้าของพวกนักเลงพากันวิ่งหนีลึกเข้าไปในซอกนั่นจ้าละหวั่น ตอนแรกยังแอบกลัวว่าถ้ามันไม่ได้ผล ฉันอาจจะเป็นอีกรายที่โดนอัดแล้วลงไปนอนจมกองเลือดอยู่ข้างๆ นายนั่นก็เป็นได้


 

ฉันเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ...จนกระทั่งเสียงโหวกเหวกกับเสียงฝีเท้านั่นหายไป เหลือเพียงแต่เสียงหัวเราะเบาๆ ที่ลอยมาจากคนเดียวที่หลงเหลืออยู่ในซอกนั่น


 

หึ...เอริสเองสินะ?”


 

ก๊อดดด และใช่...หมอนั่นจริงๆ ด้วย เห็นมั้ยล่ะ -*-


 

ฉันกลอกตาใส่คนที่เดินนวยนาดพร้อมกับจัดทรงแขนเสื้อแจ็กเก็ตไปด้วยออกมาจากในซอกมรณะนั่น เขาทำเหมือนว่าเพิ่งแวะเข้าไปดื่มกาแฟในนั้นมางั้นล่ะ ดูรอยยิ้มกริ่มกับท่าทางชิลๆ ซะเหลือเกินนั่นสิ นายเพิ่งถูกพวกนักเลงจะรุมอัดเอาไม่ใช่เรอะ ช่วยทำท่าให้มันเหมือนหน่อยไม่ได้รึไงกัน แล้วดูเอาสิ รอยช้ำรอยถลอกสักรอยก็ไม่เห็นจะมี คราบเลือดที่มุมปากก็ไม่มีอีก มีแค่ทรงผมกับแจ็กเก็ตที่เสียทรงไปหน่อยเท่านั้นที่เป็นหลักฐานว่าหมอนี่เกือบโดนอัดน่ะ


 

เมื่อกี้นี้...คุณใช้มุกผมนี่นา :D”


 

ยัง...ยังมีหน้าเดินมาทวงลิขสิทธิ์อีก แล้วรอยยิ้มเย้ยๆ นั่นมันอะไรกันฮะ คิดว่าทำแล้วดูดีรึไง (เออ ใช่)


 

เฮอะ ฉันใช้มุกตัวเองต่างหาก ตอนนายช่วยฉัน นายเป่านกหวีดแบบฉันรึไงกันล่ะ =_=”


 

อา ก็จริงแฮะ" เขายักไหล่น้อยๆ ก่อนจะโค้งตัวลงทำท่าเหมือนเจ้าชายจะมาขอเจ้าหญิงเต้นรำทำนองนั้น "งั้นก็ต้องบอกว่า...ขอบคุณที่ช่วยสินะ :)”


 

ไม่ต้องทำมามีพิธีรีตรองได้มั้ย ขนลุกชะมัด" ฉันเบะปากใส่ "ฉันไม่ชอบเป็นหนี้บุญคุณใครนานอยู่แล้ว ไม่อยากตามไปใช้หนี้ชาติหน้าด้วย"


 

อือฮึ~ ว่าแต่...แล้วทำไมแต่งตัวแบบนี้มาเดินถนนล่ะ ใส่ทั้งหมวกทั้งแว่นกันแดดตอนจะสองทุ่มแล้วเนี่ยนะ?”


 

นายมีนักเลงของนาย ฉันมีเจ้าหนี้ของฉัน เรื่องง่ายๆ ทำไมไม่เข้าใจฮะ =_=”


 

สาบานว่าฉันพูดเพราะจงใจประชดประชันใส่เขาเลยนะนั่น แต่ดูเอาเถอะ อีกฝ่ายกลับหัวเราะแบบไม่เหลือความเกรงใจออกมาซะได้



 

ฮ่าๆๆๆ แบบนี้เอง เข้าใจละ คุณกลัวถูกเจ้าหนี้ของพ่อตามล่าอีกน่ะสินะ~”


 

ชู่ววว อย่าพูดเสียงดังได้มั้ยเล่า -*-;” ฉันหันซ้ายขวาก่อนจะกดปีกหมวกลงต่ำกว่าเก่าเพื่อปิดบังใบหน้าเผื่อมีใครแถวนี้เกิดเป็นสายของเจ้าหนี้พวกนั้นเข้า พร้อมทั้งยกนิ้วขึ้นแตะที่ปากเป็นสัญญานให้เขาลดเสียงลง "เดี๋ยวถัดจากนักเลงของนาย ก็ได้โดนเจ้าหนี้ฉันยำแทนหรอก :(“


 

ก็ได้ๆ" เขายกสองมือขึ้นทำท่ายอมแพ้ ก่อนจะลดมือลงแล้วเหลือไว้แค่รอยยิ้มกริ่มที่มุมปาก "แล้วนี่จะกลับแล้วงั้นเหรอ"


 

ใช่ ขอตัวก่อนละกัน เดี๋ยวรถหมดพอดี"


 

ฉันบอกพร้อมกับหันหนีเพื่อตัดบท แต่...หมับ~! หมอนี่กลับคว้ามือฉันไว้ก่อนซะนี่


 

ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ไม่ไปหาอะไรกินด้วยกันก่อนกลับหน่อยเหรอไง


 

...รถสาธารณะไม่มานั่งรอฉันหรอกนะ -_-”


 

จะแคร์อะไรเมื่อเราอยู่บ้านเดียวกันอยู่แล้ว :D”


 

ให้ตาย ดูรอยยิ้มกับสายตาแวววาวนั่นสิ...เห็นแล้วนึกถึงตอนที่หมอนี่เดินอยู่กับยัยสาวร็อกแอนด์โรลก้นฟิตนั่นชะมัด -*-


 

ไม่ล่ะ" ฉันทำสีหน้าเฉยชาเต็มที่ แถมยังพ่นลมหายใจใส่หน้าหมอนี่ด้วย "ฉันไม่อยากไปกินข้าวกับนาย ไม่อยากซ้อนท้ายถ้าไม่จำเป็น"


 

หือ?”


 

เมื่อเย็นฉันเห็นนายเดินจี๋จ๋าอยู่กับยัยสาวร็อกแอนด์โรลก้นฟิต แถมเมื่อกี้พวกนักเลงนั่นก็บอกว่านายไปเกี้ยวบรรดาสาวๆ ของพวกเขาอีก...จะบอกให้นะ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงแบบที่นายจะมาเกี้ยวเล่นๆ เอาขำนะเคลย์แถมเราก็ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย ฉันเป็นเจ้าของบ้าน นายเป็นผู้เช่า เพราะงั้นถ้านายอยากกินอะไรเป็นพิเศษแล้วอยากให้คนอื่นกินด้วย นายก็ซื้อกลับไปที่บ้านแล้ววางไว้ที่โต๊ะอาหารในห้องครัวละกัน แต่อย่าลืมซื้อเผื่อให้ครบทุกคนล่ะ ฉันไม่อยากให้มีสงครามแย่งของฝากเกิดขึ้นที่บ้านช่วยเข้าใจด้วย -_-”


 

ฉันร่ายยาวเหยียดชนิดที่ว่าเกือบลืมวิธีหายใจ เคลย์กะพริบตาปริบๆ เหมือนว่าเขากำลังอึ้งและยังตามไม่ทันเท่าไหร่ แต่เพียงแค่ครู่เดียวใบหน้าอึ้งๆ นั่นก็เปลี่ยนเป็น...


 

:D”


 

...รอยยิ้ม


 

ยะ...ยิ้มบ้าอะไร =_=;”


 

หมอนี่ยิ้มทีไรฉันใจไม่ดีทุกทีสาบาน เดาทางไม่เคยถูกเล้ยยย


 

เปล่า ก็แค่อยากยิ้ม :D”


 

...นายมันวิกลจริต -*-” ฉันพึมพำ พยายามแงะมือตัวเองออกจากมืออีกฝ่ายหลังนึกได้ว่าหมอนี่ยังคงจับมือฉันเอาไว้อยู่


 

เธอก็วิกลจริตเหมือนกัน :D”


 

ฉันเปล่าวิกลจริตนะ"


 

...แน่เหรอ


 

เคลย์ลากเสียงยาวแบบกวนอารมณ์ ก่อนที่จู่ๆ เขาจะยื่นใบหน้าใสๆ เข้ามาจนใกล้ แบบแทบสัมผัสได้ถึงลมหายใจอ่อนๆ ของเขาที่พ่นออกมาทางปลายจมูกนั่น ฉันพยายามจะขยับตัวหนีออกห่าง แต่มันทำได้ยากสุดๆ เนื่องด้วยหมอนี่ยังคงจับมือฉันเอาไว้แน่น และเพราะแบบนั้นมันก็เลย...


 

ตึกตักๆๆๆ~


 

ทะ...ทำอะไรของนาย =///=;;”


 

เขายังคงแย้มยิ้มและเอียงคอลงเล็กน้อย...


 

...เห็นมั้ย คุณเองก็วิกลจริตเหมือนกัน :D”


 

หมายความว่าไง


 

ก็...ที่หน้าแดงซ่านขนาดนี้ เป็นเพราะว่าคุณกำลังคิดอะไรแผลงๆ อยู่ใช่มั้ยล่ะ อย่างเช่นผมกำลังจะจูบคุณรึเปล่า หรือว่าอะไรทำนองนี้...”


 

นะ...นั่นมัน...”


 

คุณกำลังใจเต้นแรงน่าดูเลยใช่มั้ยล่ะ :D”


 

นะ...นายนี่มันบ้าจริงๆ เลย -*-!!”


 

ฉันเหวี่ยงมือข้างอีกข้างที่ถือถุงใส่แก้วเครื่องดื่มกับเค้กจากร้านสุดน่ารักที่เสียเวลาเลือกอยู่นานสองนานไว้อยู่ใส่หน้าของอีตาเคลย์ ผลลัพธ์ก็คือน้ำที่อยู่ในแก้วหกเข้าใส่หน้าเขาเต็มๆ จนเจ้าตัวเผลอปล่อยมือฉันคืนอิสระมาให้ และ...


 

ผัวะ!!จากนั้นฉันก็จัดการยกเท้าถีบเข้าที่หน้าแข้งเขาแถมไปอีก


 

เชิญหลงตัวเองไปคนเดียวเถอะตาบ้า -*-!!”


 

ฮึ๋ยยย ฉันเกลียดหมอนี่ ฉันเกลียดหมอนี่จริงๆ เลยให้ตายสิ!!




******
Talk ::
-  แอร๊ยยยย เรื่องนี้ลงหน้าเวปแจ่มใสแล้วจ้าาา อย่ารอช้า เตรียมเงินในเป๋าให้พร้อมม
- อยากจะบอกว่ากำหนดออกคือ 3 ธันวา พอดี วันนั้นคือวันเกิดนักเขียนนะคะ ขอของขวัญวันเกิดล่วงหน้าเป็นให้ทุกคนช่วยกันอุดหนุนเซตนี้ก็แล้วกัน หุหุ >O<///


@SQWEEZ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

132 ความคิดเห็น

  1. #127 วนัน (@konwan) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มกราคม 2563 / 11:40

    มมาโพล่นี้

    #127
    0
  2. #125 Setibel92 (@tongue) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2557 / 09:14
    TY สู้ำ
    #125
    0
  3. #123 MOOk (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2557 / 08:07
    อยากให้อัพอีกค่ะ....^^ อยากรู้ว่าเคลย์ชอบเอริสหรือป่าว?
    #123
    0
  4. #121 ilinlin (@teddywink) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2557 / 10:18
    ชอบมากก รอลุ้นค่าา >_<~~
    #121
    0
  5. #118 Boboman~ Yehet! (@boboman) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2557 / 20:45
    เคลย์น่ารักอ่ะ -///-

    แต่ทำไมปก เหมือนว่าคาโอทสึจะเป็นพระเอกล่ะเนี่ยยย

    แต่ในเรื่องตอนนี้ เคลย์บทเด่นมากอ่ะ

    สงสัยยย ใครเป็็นพระเอกเนี่ยยย
    #118
    0
  6. #117 Chutkaew Girdpra (@chutkaew) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2557 / 07:12
    อยากอ่านเล่มจริง~ รอไม่ไหวแล้ว
    #117
    0
  7. #116 Yuki Rom (@Lasttvxq) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2557 / 00:26
    แงงงงงงง พี่ก้อยยย ใครเป็นพระเอกคะ เดาไม่ออก เชียร์ไม่ถูกเลย เล่มจริงจะออกเร็วกว่านี้ไหมคะ อยากอ่านมากๆเลย 555555555
    ลุ้นขนานี้ซื้อแน่นอนค่ะ 
    #116
    0
  8. #115 LoveLorn (@jirawannoona) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2557 / 20:40
    ชอบเคลย์อ่ะ น่ารักดี 5555

    ซื้อแน่นอนค่ะ
    #115
    0
  9. #114 Tua Mild (@mild120146) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2557 / 19:17
    อยากให้ออกพรุ่งนี้เลยงะ
    #114
    0
  10. #113 fengyu (@kewalin051141) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2557 / 19:16
    ชอบเเมทๆๆๆๆ ><
    #113
    0
  11. #112 Ping (@wipat) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2557 / 18:39
    รอค่ะ :)
    #112
    0
  12. #111 My Melody (@koonrawisara) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2557 / 16:07
    ชอบเคลย์มากๆเลยนะ อยากให้เป็นพระเอก
    #111
    0
  13. #110 My Melody (@koonrawisara) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2557 / 16:03
    อยากอ่านเป็นเล่มเร็วๆจังค่ะ>0 #110
    0
  14. #109 Meemie ❤ (@mimy2712) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2557 / 15:55
    เคลย์นี่มีบททุกตอนเลย ขอให้เป็นพระเอกเถอะะ ><
    #109
    0
  15. #107 TheLittleFinger~* (@Thelittlefinger) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2557 / 15:23
    ตอนแปด :)
    #107
    0