สื่อรักสัมผัสอลเวง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 333 Views

  • 2 Comments

  • 8 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    40

    Overall
    333

ตอนที่ 9 : จุดเปลี่ยนของความรัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    9 พ.ย. 61

ตอนที่9

            หวานเดินเองขึ้นไปด้านบนห้องทำงานหลังจากแยกจากนายชัยเรียบร้อยแล้ว ความรู้สึกมันเจ็บแปล๊บๆในใจอย่างไงบอกไม่ถูก เดินมาถึงที่โต๊ะทำงานตอนไหนอย่างไรก็ไม่รู้

            หมดกำลัง?

            หมดความหวัง?

มันเหมือนทุกอย่างพังครือลงไป แววตาบอบช้ำจากความผิดหวังช้ำชอกใจ ทุกอย่างที่เคยหวัง เคยคิด มันถูกทิ้งลงขยะหมดแล้ว

โอ้ความรัก ทำไมมันช่างใจจืดใจดำใจร้ายกับคนอย่างเธอได้

            “หวาน” เสียงของช่อดังขึ้น ทำให้หวานหลุดจากภวังค์ใบหน้าแดงขอบตาช้ำน้ำตาเอ่อ

            “แกเป็นอะไร ใครทำอะไรแก”

            “ปะ ปะ เปล่า” เสียงเครือตอบด้วยความเศร้าระทม แววตาของหวานบ่งบอกว่าเกิดอะไรขึ้น เธอไม่สามารถปกปิดความระทมทุกข์ภายในใจไปได้ ยิ่งกับช่อแล้วด้วยความเป็นเพื่อนสนิทกันทำให้เธอรู้ว่าคนตรงหน้ากำลังเจ็บร้าวจากอะไรบางอย่างและหากเขาเดาไม่ผิดนั่นก็คือเรื่องความรักนั่นเอง

            “แกไหวใช่มั้ยหวาน” น้ำเสียงเรียบๆที่ดูเป็นห่วงเป็นใยเพื่อนสนิทอบอุ่นเหลือเกิน หวานหันมาน้ำตาไหลโผลกอดเพื่อนสนิท มันทรมานใจเหลือเกิน ทรมานอะไรก็ไม่เท่าจิตใจ ความรักที่เธอมอบให้ชายหนุ่ม

มันมีค่าแค่ลม อากาศ หรือธุรีผงเท่านั้น….

นนท์ ไม่เคยเห็นความสำคัญ….

นนท์ เห็นเธอเป็นแค่ตัวตลก....

นนท์ เห็นของขวัญที่เธอให้ไม่มีค่า เขาถึงโยนมันทิ้งไป….

การกอดคือการแสดงความรัก ความอบอุ่น ความซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง ช่อรับรู้ถึงความทุกข์ที่มีเข้ามาในจิตใจของเพื่อนสนิท

หวานร้องไห้ออกมา เสียงสะอื้นร่ำไห้

ในออฟฟิศต่างแอบมองดูเหตุการณ์รวมถึงสามสาวที่แอบมองอยู่ พัชนกคงสะใจหากรู้ว่าหวานโดนหักอก

…………………………………………………………………………………………………………………

            “เป็นไงละแม่ พจบอกแม่แล้วว่าอย่าเล่นเยอะ เห็นมั้ยว่างวดนี้ค่าหวยตั้งเท่าไหร่” เสียงของพจดังไล่หลังมารดาที่เดินมานั่งในบ้าน วันนี้นางพิศไม่ได้เปิดร้านเสริมสวยเพราะกลัวเจ้ามือหวยตามมาทวงหนี้

            “นี่ ยัยพจแกจะพูดให้มันมากความทำไมกัน” นางพิศหันมาบ่นด้วยความโมโห พจมานนั่งลงพ่นลมแรงๆแม้จะไม่พอใจก็ตาม

            “ถ้ามันตามมาล่ะแม่” พจมานไม่วายถามต่อ ผู้เป็นแม่ได้แต่นิ่ง

            “พจบอกแม่แล้ว อย่าไปเล่น”

            “แหม แกบอกฉันตอนไหน มีแต่ส่งเสริมปากก็บอกได้เลขเด็ด เด็ดอีท่าไหนก็ไม่รู้ เห็นมั้ยค่าหงค่าหวยเลยไม่มีจ่าย”

            “ก็เค้าว่าเลขมันเด็ดจริงนี่แม่ และแม่เชื่อฉันทำไมล่ะ”

            “เอ้าอีนี่” นางพิศชักมีอารมณ์โมโหลูกสาวตนเอง

            “ฉันไม่อยู่แล้ว ขืนมันตามมาทวงถึงบ้านเราจะแย่” พจมานเดินออกไปจากบ้าน มารดาตะโกนไล่หลัง “แกจะไปไหนนังพจมาน” พจมานไม่ตอบได้แต่เดินๆก้าวออกไปพ้นเขตประตูรั้วบ้านเรียบร้อยแล้ว

…………………………………………………………………………………………………………………

            ยามเย็นฝนเทลงมาอย่างหนัก บนถนนในซอยแคบนั้นเห็นเงาของหญิงสาวเดินอยู่ตัวเปียกปอนเพราะตากฝน แสงไฟจากหน้ารถคันแล้วคันเล่าที่สาดส่องผ่านมาแล้วผ่านไป

            หวานเดินปาดน้ำตาที่ไหลรินอาบแก้ม ร้องห่มร้องไห้ด้วยความเสียใจ ภาพของชายหนุ่มที่เธอหลงรักมโนขึ้นในความคิด ในดวงตาของหวานมีแต่เขาเพียงผู้เดียวเธอคิดย้อนกลับไปก่อนหน้านี้

หน้าออฟฟิศ เวลาเลิกงาน วันนี้เป็นอีกวันที่ความรู้สึกของเธอเองมันเหมือนอะไรบางอย่างทำให้ความสุขหายไป เพียงเพราะใจที่ขาดน้ำหล่อเลี้ยงจิตใจ หวานจิตใจห่อเหี่ยวยิ่งกว่าใดๆกล่องสีชมพูที่เป็นของขวัญถูกนำมาทิ้ง สร้างความปวดร้าวภายในจิตใจของเธอเอง เจ็บช้ำยิ่งกว่าใดๆ คนที่แอบหลงรัก ทำไมหนอทำไมเสียงเรียกร้องความยุติธรรมในใจของหวานมันบอกว่า ความยุติธรรมของคำว่ารักมันไม่มีอยู่จริงหรอก

            “อุ้ยน่าสงสารเนอะ” พัชนกพูดเสียงดังเมื่อเดินตามกันออกมาหน้าออฟฟิศ ในเวลาที่คนพลุกพล่านมากมายเวลาเลิกงาน เหล่าพนักงานออฟฟิศต่างก็ออกมารอรถกลับบ้านกัน รวมถึงพัชนก ลิตา ปลากัดด้วย หวานหันจ้องคนพูดด้วยแววตาไม่พอใจ

            “อย่าทำหน้าแบบนั้นสิเพื่อน” ลิตาเอ่ยเยาะๆ

            “ใครเพื่อนเธอ” หวานเสียงแข็งพยายามข่มจิตใจ

            “หยุดเห่าหยุดทำร้ายความรู้สึกของคนอื่นซะทีนึงได้มั้ย” หวานตะคอกด้วยความโกรธ

            “แล้วพวกฉันไปว่าเธอตรงไหน” พัชนกเอ่ยขึ้น ลอยหน้าลอยตา

            “ก็ที่พวกฉันพูดมันจี้ใจดำเธอใช่มั้ยล่ะ เธอเลยเต้นเป็นเจ้าเข้าแบบนี้ ฉันจะบอกอะไรให้เอามะยัยหวาน ผู้ชายเขาไม่ชอบเธอก็อย่าไปตามตื้อตามตอแยเขาเลย ฉันเห็นแล้วฉันอายแทน เดี๋ยวคนอื่นจะคิดว่าบ้าผู้ชาย”

สามสาวหัวเราะชอบใจ  เห็นเป็นเรื่องตลกขบขัน  ทั้งๆที่มันไม่ใช่เวลามาล้อเล่นแบบนี้

ช่อเริ่มเห็นเค้าลางไม่ดี เสียงหัวเราะของสามสาวดังสนั่น หวานทนไม่ไหวจึงเดินเลี่ยงออกไปพร้อมกับน้ำตา ช่อไม่ทันจะพูดอะไรหวานเดินไปก่อน ช่อหันมาทางสามสาว

            “เธอทำอะไรของเธอ ทำไมพูดจาแบบนั้นกับหวาน”

            “ผู้ชายเขาไม่ชอบ เขาเลยเท เท เท เทหมดหน้าตักยังทุเรศเอาหน้าเฉิ่ม เบ้าหน้าช้างน้ำไปเสนอเขาอีก เห็นแล้วน่าสมเพช”

            “พวกจิตใจต่ำ” ช่อเดินออกไปแบบไม่ค่อยพอใจเท่าใดนัก

            “ชิ นังช่อก็อีกคน ดัดจริตทำเป็นรักเพื่อน เห็นแล้วหมั่นไส้”

หวานเดินเร็วออกมาจากตรงนั้นด้วยความรู้สึกที่เจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งตัว มีแต่คนถากถางมีแต่คนซ้ำเติม เวลาใครล้มก็มีแต่คนเหยียบย่ำซ้ำเติมนั้นแล่ะ

เธอไม่ทันได้เห็นรถขับออกมา แต่โชคดีที่มีมือใครบางคนดึงเธอให้รอดพ้นมัจจุราชมาได้ เธอเกือบตายแล้ว เกือบแล้วหวานเอ้ย หวานคิดในใจ

หันหน้ามาพบกับนายชัย โชคดีที่นายชัยดึงเธอให้หยุดเดินได้ เป็นความโชคดีโดยแท้ที่หวานไม่โดนรถชนตายแต่ก็เป็นความโชคร้ายที่หญิงสาวเห็น

สายตาหวานจ้องมองไปที่รถยนต์ของชายหนุ่มกับหญิงสาวที่เกือบจะชนเธอเข้าแล้ว สองคนที่นั่งเคียงคู่กันมา ภาพตรงหน้าบาดตาบาดใจ มันเจ็บไปถึงข้างในร้าวระทมระบมไปทั่วสรรพกาย อาการแบบนี้โบราณว่าใบบัวบกก็แก้ช้ำในไม่ได้หรอกแม้จะเอามาต้มมาตำมาบดเป็นผงก็ดับกระหายอาการช้ำชอกใจไม่ได้

เขาสองคนคงจะเป็นคู่รัก ใช่เขามีแฟนแล้ว หวานเคยได้ยินแต่ไม่เคยเห็น มีคนมาบอกแต่เธอเป็นคนตาบอดเพราะรัก เมื่อความรักมันบังตาอะไรก็ขวางไม่อยู่ นนท์กระหนุงกระหนิงกับหญิงสาวที่นั่งเบาะข้างๆ เขาบีบแตรใส่เธอเมื่อเธอเกือบโดนรถเขาชน นายชัยพลเมืองดีเข้ามาดึงเธอไว้ทัน แล้วรถของนนท์ก็ยังขับเคลื่อนไปโดยไม่ได้ลงมาใส่ใจดูแลเธอเลยแม้แต่น้อย เขาขับไปโดยไม่เหลียวแล  ภาพที่หวานเห็นลับตาไปจนมองเห็นรถคันนั้นเล็กลงไปเรื่อยๆ สร้างความปวดร้าวในจิตใจเป็นอย่างยิ่ง

………………………………………………………………………………………………………………...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

0 ความคิดเห็น