ตอนที่ 7 : ของขวัญ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    30 ต.ค. 61

ตอนที่7

 

            เย็นของวันนั้นสองสาวก็ไปเดินห้างสรรพสินค้ากันสองคน เดินเลือกซื้อของที่ห้างกับช่อพึ่งจะมารู้ว่าของขวัญที่หวานซื้อนั้น ซื้อไปให้ใครก็เพราะเป็นเนคไทผู้ชาย หวานเลือกที่ดูดีมีราคา สีกรมเป็นสีสุภาษ สรุปเนคไทอันนั้นอันละหนึ่งพันสองร้อยบาทถ้วน นี่ลดราคานะสิบห้าเปอร์เซ็นแล้วนะ

ภายหลังออกมาจากร่านขายเนคไทและเสื้อสุภาพบุรุษแล้ว

            “หวาน ทำไมแกจะต้องซื้อของราคาแพงๆนั่นด้วยฮะ” ช่อบ่น

            “โถ่ช่อราคาไม่เท่าไหร่หรอก”

            “วันเกิดนนท์ทั้งที ฉันก็อยากจะมอบของขวัญดีๆให้น่ะสิ”

ช่อส่ายหน้า

            “ฉันถามแกจริงๆนะไอ้นนท์มันเคยมีความรู้สึกดีๆให้แกบ้างเปล่าวะ”

หวานหันมองหน้าช่อ

            “ทำไมแกพูดแบบนั้นวะช่อ”

            “ที่ฉันพูดก็เพราะหวังดีต่อแกนะ ไอ้นนท์มันไม่เคยเห็นแกในสายตาเลยนะทำไมแกต้องไปทำดีกับมันด้วยวะ”

หวานหน้าเสีย ช่อไม่ได้พูดอะไรต่อ

            หวานกลับมาบ้าน วันนั้นในบ้านไม่มีใครอยู่ ป้าพิศกับพี่พจมานพากันออกไปขอหวยที่ต้นไทร แม่ก็ยังไม่กลับมาจากร้าน

            หวานมองดูเนคไทที่ซื้อมาด้วยใจเต้นแรง พรุ่งนี้แล้วสินะที่เธอจะมอบของขวัญวันเกิดให้ชายหนุ่มที่เธอแอบชอบมานานเป็นปี นนท์ เป็นผู้ชายในอุดมคติของหญิงสาวหลายๆคนเลยทีเดียว ทั้งหล่อ สูง ขาย ตี๋ น่ารัก มองไปทางไหนก็ดูดี หวานแอบชอบนนท์ตั้งแต่เข้ามาทำงานพร้อมๆกัน นนท์ก็รู้แถมเคยให้ความหวังกับหวาน หวานเผลอใจให้เขาอยู่ในห่วงแห่งแรงปรารถนา หวานรู้ตัวว่าชอบนนท์ตั้งแต่วันที่ฝนตกและเขาขับพาเธอมาส่งที่บ้าน ความอบอุ่น ยิ้มละไม ทำให้หวานหลงรัก ไม่รู้ว่านนท์คิดแบบเดียวกันกับที่หวานคิดด้วยหรือเปล่า แต่หวานคิดไปไกลเสียแล้ว

            ค่ำคืนนั้นดวงจันทร์ส่องสกาว มองรอดออกไปจากตัวบ้านและเห็นความสวยงามของดวงจันทร์ หวานห่อกล่องกระดาษอย่างสวยงาม วาดฝันไปตอนเช้าส่งมอบของขวัญคงจะมีใครอีกหลายคนที่อิจฉา ส่วนนนท์เคยชมว่าเธอน่ารัก เขาชอบหุ่นแบบเธอ เป็นเพราะความรักแท้ๆเชียวที่ทำให้หวานตาบอด ช่อเคยเตือนสติหลายครั้งที่นนท์เข้ามาสนิทกับเธอ นนท์เคยเอ่ยปากขอยืมเงินไปจ่ายค่าพนันบอล หวานแอบหยิบยื่นน้ำใจไปให้ แต่บ่อยครั้งก็สูญเปล่าไม่ได้เงินคืนกลับมาแต่หวานก็ไม่ยอมฟังพอนนท์โทรมายืมเงินก็มักจะมีเหตุผลทางความต้องการตบท้ายการให้ความหวังกับหวานตลอดมา

ความหวังลมๆแล้งๆ หวานรู้แต่ก็เชื่อสนิทใจ รู้ว่าเป็นไปไม่ได้แต่ก็ยอมทำตามหัวใจ ช่อเตือน เคยบอก ไม่ฟังก็ตามใจ เวลาอกหักก็ต้องแบกรับความทุกข์เอาไว้ นนท์ไม่ได้ชอบหวานแต่มันชอบเงิน เมือใครประเคนเงินให้มันมันก็เอาทั้งนั้นแล่ะ หวานเชื่อสนิทใจ ใครเตือนก็ไม่ฟังก็ฉันมีความต้องการแบบนี้ เห็นความรักเป็นสีชมพูทั้งๆที่มันเป็นสีดำ เมื่อรู้แล้วไม่ฟังก็ต้องปล่อยให้หวานรับรู้รสของความผิดหวัง

…………………………………………………………………………………………………………………

หวานตั้งใจตื่นมาแต่เช้าแล้วไปทำงานแต่เช้า วันนี้ดูมีความสุขเป็นพิเศษมากกว่าวันไหนๆ ถือกล่องของขวัญประคองกอดเอาไว้อย่างดี กว่าจะขึ้นรถมาทำงานได้ทำเอาแทบตาย วันนี้รถติดร้อนก็ร้อนแต่ทำไมนะทำไม วันนี้เป็นวันที่หวานอยากไปทำงานมากที่สุดมากเสียอยากจะให้มีใครพาเธอหายตัวไปโผล่ที่ทำงานตอนนี้เสียเลย ไม่ว่าจะมีอุปสรรคอะไรในวันนี้หวานก็ต้องไปที่ทำงานให้ทันเวลาและจะต้องมอบของขวัญวันเกิดให้นนท์ให้ได้ อนิจจาโถ่หวานไม่รู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้เลยแม้แต่น้อยว่าจะเกิดอะไรในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

            “อ้าวคุณหวาน วันนี้หน้าตาดูมีความสุขจังเลยนะครับคุณหวาน”

รปภ.หน้าที่ทำงานเอ่ยทักทายเมื่อเห็นหวานมาทำงานแต่เช้า

            “คุณหวาน วันนี้แต่งตัวส้วยสวยนะค่ะมีนัดไปเดตกับแฟนแน่ๆเลย” แม่บ้านเอ่ยทักเมื่อหญิงสาวร่างท้วมแต่งตัวเป็นสีชมพูสวยหวานเดินเข้ามาในออฟฟิศ

            “หวานจ้ะหวาน แต่งตัวซะสวยเชียววันนี้ หน้าอมชมพูแหมมีความลงความรักก็ไปบอกพี่นะ” อรจีราผู้จัดการสาวก็เอ่ยทักทายรวมถึงเพื่อนสามแผนกเกี่ยวกับเธอด้วยที่ต่างก็ลงความเห็นว่าหวานสวยกว่าปกติ

            “ยัยหวาน ทำไมวันนี้มันแต่งตัวซะสวยเชียวมันมีนัดเดตกับพ่อหมูพ่อช้างพันธ์ไหนวะเนี่ย” พัชนกหัวเราะเมื่อพูดจบ

            “แรงนะย่ะ จะพ่อหมูพ่อช้างพันธ์ไหนล่ะย่ะในเมื่อไม่มีใครจะเอายัยหวานทำพันธ์” ลิตาเอ่ยเสริม          “แต่ดูไปหวานก็สวยอยู่นะ สวยเหมือน” ปลากัดเอ่ยเสริมสองสาวหัยมองปลากัด “เหมือนอะไร”

            “เหมือนแต่งตัวไปงานวิวาห์ช้าง” สามสาวหัวเราะให้กันอย่างอารมณ์ใส

            “ฉันไม่โกรธหรอกจ้ะวันนี้” หวานเอ่ย เมื่อบังเอิญเดินมาได้ยินสามสาวพูดกันสนุกปาก

            “ขำๆนะหวาน” พัชนกเอ่ย

            “แต่เธอก็สวยดีนะ เหมาะกับไปประกวดนางงาม” ลิตาเสริมทับ

            “เวทีธิดาช้างน้ำใช่มะ” หวานพูดขั้นดักคอสามสาวที่ชอบว่าเธอไล่ให้ไปประกวดธิดาช้าง หวานจึงได้แต่ยิ้มสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆคิดซะว่าใจเย็นๆใจเย็นๆ

            “ฉันไม่ได้พูดนะ เธอพูดเอง” ลิตาบอกหน้าตาย

            “ฉันไม่ถือสาพวกปากขยะหรอก เพราะวันนี้วันดีฉันขี้เกลียดต่อความยาวสาวความยืดกับพวกปากหอยปากหมาแถวนี้”

หวานเดินเชิดออกไปโดยไม่ได้สนใจบุคคลทั้งสามที่ยืนสั่นเป็นเจ้าเข้า

            “ร้ายนะนังอ้วน” พัชนกเอ่ย

            “มันกล้าด่าเราต่อหน้า” ปลากัดบอก

            “คอยดูเหอะนังหมูหันจมลงเมื่อไหร่ฉันจะซ้ำเติมให้ไม่ได้ผุดได้เกิดเชียว” พัชนกเอ่ยแค้นๆแต่ก็ทำอะไรไม่ได้

…………………………………………………………………………………………………………………

หวานตั้งใจรอคอยการมาของนนท์อย่างใจจดใจจ่อ ชายหนุ่มที่เธอแอบหลงรักของขวัญที่เตรียมมาห่อใส่กล่องด้วยความสวยงาม น่ารัก ผูกด้วยลิบบิ้นสีชมพูคิดในใจไปว่าเขาจะต้องชอบแน่ๆเพราะมันเป็นของที่เธอหามาจากความจริงใจ เอาใจใส่ จะต้องชนะ โลกของหวานจึงดูสวยงามแต่ในความจริงมันไม่ได้สวยงามอย่างที่เธอคิดเสมอไป

            ช่ออยู่ข้างๆหวานมองเห็นอาการของหวานที่ดูมีความสุข ปราบปลื้มใจที่จะมอบของขวัญให้คนที่เธอชอบ ช่อหนักใจมากกว่า คิดในใจภาวนาว่าวันนี้นนท์คงไม่ปาดหน้าทำน้ำใจของหวานแหลกสลายหรอกช่อภาวนาขอให้วันนี้ราบรื่น

            สามสาวที่นั่งโต๊ะทำงานไม่ไกลกันเปิดเฟสบุ๊คและเห็นข้อความวันเกิดนายนนท์แผนกการตลาด หนุ่มหล่อหน้าใสที่สาวๆหลายๆคนคร่ำครวญ

            “วันนี้วันเกิดนนท์การตลาดนี่แก” ลิตาบอกพลางชี้นำให้เพื่อนสองสาวที่นั่งติดกันดูหน้าจอคอมพิวเตอร์            

           “แล้วไงมีความสำคัญอะไรไม่ทราบ” พัชนกบอก

            “แหม พวกแกสองคนจำไม่ได้หรอวะว่านนท์หน้าหล่อม่อหญิงมันมีคนชอบมันอยู่คนหนึ่ง” สายตาลิตาจ้องมองไปทางหวาน สายตาสองสาวเพื่อนสนิทหันตามไปมอง

            “ยัยหวาน” สองสาวพูดพร้อมกัน ลิตายิ้มๆ

            “ใช่แล้ววว” ลากเสียงยาว

            “ถึงว่าแต่งตัวอย่างกับไปประกวดธิดาโอ่งมังกร ใส่สุ่มมาซะคิดว่าไปตีไก่”

            “กระจกหนอกระจกสงสัยที่บ้านคงไม่มีให้ส่องเลยแต่งตัวประหลาดออกมาเดินเพ่นพ่าน” และอีกหลายต่อหลายคำที่ดูถูกคนอ้วน

            “เบาๆกันหน่อย ทำงานทำการได้แล้ว”

เสียงอรจีราดังขึ้น สามสาวรีบแยกออกจากกันเลื่อนเก้าอี้ไปทำงานของตนเองกันต่อ อรจีรามาได้ยินคำผรุสวาทของสามสาว หากคนที่ถูกนินทามาได้ยินคงเกิดเรื่องแน่ๆ เธอได้แต่ส่ายหัวอิดหนาระอาใจกับคนแบบนี้เต็มทนซะเหลือเกิน

ผรุสวาท = คำด่าคำหยาบ

…………………………………………………………………………………………………………………

            ปกรณ์เดินทางมาทำงานปกติ ชัยแอบซุ่มมองหน้าห้องทำงานของปกรณ์มาหลายชั่วโมงแล้ว เขาอยากรู้นักว่าข้างในห้องทำงานนายปกรณ์มีอะไรบ้าง อยากรู้ว่านายปกรณ์กำลังเล่นอะไรอยู่

ข่าวที่ได้มาจากสายข่าว

นายปกรณ์เล่นการพนัน เป็นนักพนันตัวยง

บ่อนที่นายปกรณ์ไปเล่นนั้นเป็นบ่อนของผู้มีอิทธิพลรายหนึ่งของประเทศไทย มักมีดารานักร้องบุคคลที่มีชื่อเสียงไปร่วมในบ่อน ทำให้บ่อนนี้ได้รับขนานนามว่า “เส้นใหญ่” เพราะว่าจ่ายให้กับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ทำให้บ่อนแห่งนี้ไม่มีใครกล้าเข้ามาและบุกทำลายแม้มีบริเวณโดยรอบโดนล้างบางกันไปเกือบหมดแต่บ่อนแห่งนี้ก็ยังอยู่ลอยหน้าโชว์ตาเปิดต้อนรับให้คนมีเงินเดินเข้าไปเล่นกันอย่างเปิดเผย

            ชีวิตครอบครัวของปกรณ์หนุ่มใหญ่ สูง ขาว ลักษณะรูปร่างตี๋ หล่อ เอาใจเก่ง ชีวิตการสมรสกับนางมาลินี มีบุตรสาวคือ มนัญญาเพียงคนเดียว ปกรณ์เจ้าชู้ สายข่าวบอกว่าเขามีภรรยาลับหลายคนและหลายคนก็มักหายไปอย่างเงียบๆ รายล่าสุดเป็นพนักงานสาวสวย ...?

            “งานไม่มีทำหรือยังไงถึงมานั่งอยู่ตรงนี้” เสียงของหญิงสาวแหลมปี้ดดังขึ้นจนชายหนุ่มต้องลดหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์ลงจนเห็นใบหน้าของพัชนกเดนชัดเต็มตา

            “หึ อู้งานฉันจะฟ้องเจ้านายของแก”

            “ผมเปล่านะครับ ผมเปล่า”

            “ไม่ต้องมาแก้ตัวเสีย ฉันสงสัยมานานแล้ววันๆแกทำไมถึงไม่ทำงานมัวแต่นั่งๆนอนๆกินเงินเดือนทุเรศสิ้นดี”

            “ผมทำงานนะครับ แต่เวลาผมทำงานคุณต่างหากที่ไม่เห็นผม” นายชัยเถียง

            “แกก็ว่าฉันน่ะสิ หาว่าฉันเอาเวลามาจับผิดเจ้านายงั้นหรอนายชัยพนักงานส่งเอกสาร อย่างนายฉันไม่เอาเวลามาเสียมาเล่นด้วยหรอกนะ”

            “ผมเปล่าว่าคุณนะครับคุณพัชนก แต่ถ้าหากมันกระตุกจิตใต้สำนึกคุณได้ผมก็ถือเป็นกุศลอย่างแรงกล้า อนุโมทนาสาธุ”

โปรดในคาบนายชัยกล่าวเรียบๆแล้วเดินออกไปหน้าตาเฉยปล่อยให้พัชนกเต้นเร้าๆอยู่ตรงนั้น

…………………………………………………………………………………………………………….........................................


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

2 ความคิดเห็น