สื่อรักสัมผัสอลเวง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 367 Views

  • 2 Comments

  • 8 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    9

    Overall
    367

ตอนที่ 10 : ท่ามกลางสายฝน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    26 พ.ย. 61

ตอนที่10

 

            ตัดกลับมาที่หน้าของหวาน เมื่อย้อนภาพไปเมื่อตอนเลิกงานแล้ว บัดนี้หวานก็เดินมาตามทางในซอยเปลี่ยว หลบฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก นอกจากสภาพตอนนี้แล้วหวานก็เหมือนซากศพเดินได้ หน้าตาสภาพเสื้อผ้าผมเผ้ารุงรังไปหมด สายตาเหลือบไปเห็นต้นไทรใหญ่ที่สามารถบังฝนที่ตกลงมาได้ เธอเดินเข้าไปหลบและนั่งยองๆเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ภาพใบหน้าของนนท์หวนกลับมาในความคิดอีกครั้ง

ย้อนกลับไปตอนเลิกงาน

หวานรู้สึกตัวชาไปหมด ร่างกายขยับเขยื่อนไม่ได้ พลังงานภายในมันเหมือนแบตเตอรี่หมด ก้าวทุกก้าวหยุดชะงักรถของนนท์ขับลับตาไปในหมู่รถยนต์ที่ขับบนถนน มันวิ่งไปไม่เห็นฝุ่น ช่อวิ่งตามออกมาและทันที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดรวมถึงแก๊งสามสาวที่เดินตามกันออกมา ทุกคนเห็นทุกคนรู้ หวานตัวแข็งเสียใจ ความเสียใจมันเป็นแบบนี้นี่เอง วันนี้มันเป็นวันอะไรของเธอ เป็นวันโลกาวินาศหรือความเจ็บช้ำน้ำใจความผิดหวัง ความช้ำชอกใจ ชีวิตยัยหวานทำไมต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ด้วย

            “หวาน หวาน แกยังไหวปะวะ” มือของช่อแตะที่บ่าปลอบใจ

            “มันคงไม่มีเรื่องแย่ๆแบบนี้อีกแล้วนะ” หวานตอบน้ำเสียงเรียบ

สามสาวเดินเข้ามาใกล้ๆ หัวเราะเป็นเรื่องตลก

            “พวกคุณไม่สมควรหัวเราะเยาะคนที่กำลังเสียใจนะครับ” ชัยบอก สามสาวหุบปาก

พัชนกแหวใส่ด้วยความไม่พอใจ

            “เสือก มันธุระอะไรของแกไม่ทราบ ไอ้พนักงานกระจอก”

            “ก็ธุระของพลเมืองดีไงครับ คุณพนักงานออฟฟิศที่กระจอกแต่ทำตัวไม่กระจอก” โปรดหรือนายชัยตอบแบบกวนประสาท

            “ไอ้บ้า แก แกว่าฉันหรอ”

นายชัยทำหน้าตาย ส่ายหน้า ไม่รู้เรื่อง

            “แก อย่าไปมีเรื่องกับมันเลย ไม่รู้ว่ามันเต็มบาทหรือเปล่า” ลิตาบอกกระซิบเบาๆ

            “จริงด้วยปลากัดว่าเราอย่าไปทะเลาะให้เสียเวลาเลย” ปลากัดแนะนำ

            “จริงด้วยสิ” พัชนกยิ้มๆ

            “ถ้าจะมาถากถางเยาะเย้ยยัยหวานล่ะก้อ เชิญไปป้ายอื่น ตอนนี้ไม่มีเวลามาเสวนาทะเลาะด้วย” ช่อเป็นคนตอบแทน

            “พวกฉันก็แค่อยากรู้ความรู้สึกของคนที่กำลังอกหัก เอ๊ะไม่ชาสิ” ลิตาเยาะเย้ย

            “คนที่เสียใจเพราะคนที่แอบหลงรักมาช้านานมีคนเคยควง คนเคยเคียง และก็”

สามสาวมองหน้ากันก่อนจะประสานเสียงใส่พร้อมๆกัน

            “คนเคยนอน” พูดจบก็หัวเราะชอบอกชอบใจโดยไม่ได้เห็นอกเห็นใจคนที่อยู่ตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย หวานน้ำตาซึม เขาถึงบอกไงว่าคนล้มมันจะต้องมีคนซ้ำ ล้มทั้งที่ต้องมีคนมาเหยียบย่ำ น้ำใจคนเขารู้กันก็ตอนลำบากนี่ล่ะ

            “นี่พวกเธอ” ช่อตะคอก สามสาวหยุดหัวเราะ

            “เป็นบ้าอะไรยัยช่อ มาตะคอกพวกฉันทำไม”

หวานเดินกระแทกระหว่างกลางสามสาวออกไปจนเกือบเซล้มทั้งสามสาว ดีที่ตั้งตัวทันไม่อย่างนั้นล้มระเนระนาดไปนอนกลิ้งบนถนนแล้ว

            “เห็นมั้ยหวานโกรธแล้ว” ช่อบอกทุกคนหันมองตามไป

            “เห็น แล้วไงหรอ” ลิตาบอก

            “พวกเธอนี่มัน แก้สันดานหยาบกระด้างยากจริงๆเลยนะ”

            “นังช่อ แกกล้าดียังไงมาตีฝีปากกับพวกฉัน” พัชนกออกตัว

            “เลว” ช่อบอก

สามสาวแทบกรี้ดออกมา

            “เธอทำร้ายจิตใจคนอื่นไม่พอ ทั้งเยาะเย้ย ถากถางคนอื่น เห็นความทุกข์ใจของคนอื่นเป็นเรื่องตลก สังคมดัดจริตเสแสร้งตอแหล ตอแหล”

สามสาวสะดุ้งโหยงเมื่อโดนคนตรงหน้าด่าหน้าชาเลยทีเดียว

            “รู้ทุกเรื่อง” ช่อพูดปลายตามองสามสาว

            “ยกเว้นเรื่องของตัวเอง วันๆไม่ทำอะไร เสือกไปทั่วราชอาณาจักร”

            “อีหวาน มึงกล้าด่าพวกกูหรอ” พัชนกเอ่ยเสียงดัง หลายคนหันมามอง

            “เอ่อ กูด่าพวกมึงนี่ไม่สำนึกอีกหรอ ที่ฉันว่าไปมันเข้าหูซ้ายทะเลหูขวางั้นหรออีโง่ รู้มั้ยว่าปากแบบพวกมึงมันเรียกว่าปากอะไร ถ้าไม่รู้กูจะบอกให้เอาบุญนะ เขาเรียกว่าปากหมา”

สามสาวกรี้ดออกมา

            “แกกล้าด่าฉันหรอ” ลิตาเอ่ย ชี้หน้าช่อด้วยความไม่พอใจ

            “เออกูว่ามึง พวกมึงทั้งสามตัวชอบไม่ใช่หรอไอ้ความหยาบกระด้างหน้างอคอเง้าแบบนี้ อีเปรต อีปากนรกแตก อีส้วมตัน อีท่อตัน อีตอแหล”

            “แก แก” สามคนด่าไม่ทัน

            “ผีเปรต ผีปากเน่า ปากนรกแตก”

ช่อเดินตามออกไป สามสาวได้แต่กำมือแน่นด้วยความไม่พอใจ แถมยังด่าไม่ทันและไม่คาดคิดว่าจะโดนยัยช่อด่าได้แบบนี้เพราะปกติยัยช่อก็ไม่ด่าใครอยู่แล้ว

ชัยที่ยืนฟังสาวๆเถียงกันต้องเอามืออุดหู

            “ไปดีกว่า ถ้าทางวันนี้จะมีพิธีชิงเปรต เปรตเลยออกมาร้องขอส่วนบุญ” ชัยก้าวออกไปสามสาวทำหน้าเจ็บใจอีกครั้งเมื่อถูกพนักงานส่งเอกสารว่า

…………………………………………………………………………………………………………………

            ตัดกลับมาที่หวานปัจจุบัน ในขณะที่หวานเริ่มคุมสติได้ เธอก็ปาดน้ำตาที่ไหลออกมาด้วยความเจ็บปวด เขาคนนั้นนั่งรถออกไปด้วยกันเป็นแฟนกัน เธอเจ็บที่อกข้างซ้าย มันร้าวระทมไปทั้งตัวหมดแล้ว

            “คนบ้ามีแฟนแล้วก็ไม่ยอมบอก” หวานแค้นพลั่งพลูออกมาอีกรอบ

ฝนไม่มีท่าทีว่าจะหยุดตกลงมาเลย ยังคงตกลงเทลงมาเรื่อยๆไม่หยุด ในที่ที่หลบฝนนั้น หวานได้แต่นั่งอยู่ไม่กล้าออกไป ดีที่ต้นไทรใหญ่แห่งนี้ให้ความร่มเงาบังแดดบังฝนได้เป็นอย่างดีทีเดียว

เปรี้ยง!

เปรี้ยง!

เปรี้ยง!

เสียงฟ้าคำรามผ่าเปรี้ยงลงมา หวานตกใจสะดุ้ง บรรยากาศรอบตัวดูแปลกๆเธอนึกได้มองต้นไทร มองรอบๆ สายตาที่จ้องมองไปด้านบนต้นไทรลมพัดแรง ต้นไทรกระพือตามแรงลม ไทรที่ห้อยโยงมามากมายทุกคราใดที่มีลมพัดคลับคล้ายคลับคลาว่าเป็นเส้นผมของคนสะบัดปลิวไสวไปมาตามแรงลมและยิ่งบรรยากาศแบบนี้ด้วยแล้ว น่ากลัวเป็นอย่างมาก

..........................................................................................................................................................

ตัดกลับมาที่หน้าของหวาน เมื่อย้อนภาพไปเมื่อตอนเลิกงานแล้ว บัดนี้หวานก็เดินมาตามทางในซอยเปลี่ยว หลบฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก นอกจากสภาพตอนนี้แล้วหวานก็เหมือนซากศพเดินได้ หน้าตาสภาพเสื้อผ้าผมเผ้ารุงรังไปหมด สายตาเหลือบไปเห็นต้นไทรใหญ่ที่สามารถบังฝนที่ตกลงมาได้ เธอเดินเข้าไปหลบและนั่งยองๆเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ภาพใบหน้าของนนท์หวนกลับมาในความคิดอีกครั้ง

ย้อนกลับไปตอนเลิกงาน

หวานรู้สึกตัวชาไปหมด ร่างกายขยับเขยื่อนไม่ได้ พลังงานภายในมันเหมือนแบตเตอรี่หมด ก้าวทุกก้าวหยุดชะงักรถของนนท์ขับลับตาไปในหมู่รถยนต์ที่ขับบนถนน มันวิ่งไปไม่เห็นฝุ่น ช่อวิ่งตามออกมาและทันที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดรวมถึงแก๊งสามสาวที่เดินตามกันออกมา ทุกคนเห็นทุกคนรู้ หวานตัวแข็งเสียใจ ความเสียใจมันเป็นแบบนี้นี่เอง วันนี้มันเป็นวันอะไรของเธอ เป็นวันโลกาวินาศหรือความเจ็บช้ำน้ำใจความผิดหวัง ความช้ำชอกใจ ชีวิตยัยหวานทำไมต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ด้วย

            “หวาน หวาน แกยังไหวปะวะ” มือของช่อแตะที่บ่าปลอบใจ

            “มันคงไม่มีเรื่องแย่ๆแบบนี้อีกแล้วนะ” หวานตอบน้ำเสียงเรียบ

สามสาวเดินเข้ามาใกล้ๆ หัวเราะเป็นเรื่องตลก

            “พวกคุณไม่สมควรหัวเราะเยาะคนที่กำลังเสียใจนะครับ” ชัยบอก สามสาวหุบปาก

พัชนกแหวใส่ด้วยความไม่พอใจ

            “เสือก มันธุระอะไรของแกไม่ทราบ ไอ้พนักงานกระจอก”

            “ก็ธุระของพลเมืองดีไงครับ คุณพนักงานออฟฟิศที่กระจอกแต่ทำตัวไม่กระจอก” โปรดหรือนายชัยตอบแบบกวนประสาท

            “ไอ้บ้า แก แกว่าฉันหรอ”

นายชัยทำหน้าตาย ส่ายหน้า ไม่รู้เรื่อง

            “แก อย่าไปมีเรื่องกับมันเลย ไม่รู้ว่ามันเต็มบาทหรือเปล่า” ลิตาบอกกระซิบเบาๆ

            “จริงด้วยปลากัดว่าเราอย่าไปทะเลาะให้เสียเวลาเลย” ปลากัดแนะนำ

            “จริงด้วยสิ” พัชนกยิ้มๆ

            “ถ้าจะมาถากถางเยาะเย้ยยัยหวานล่ะก้อ เชิญไปป้ายอื่น ตอนนี้ไม่มีเวลามาเสวนาทะเลาะด้วย” ช่อเป็นคนตอบแทน

            “พวกฉันก็แค่อยากรู้ความรู้สึกของคนที่กำลังอกหัก เอ๊ะไม่ชาสิ” ลิตาเยาะเย้ย

            “คนที่เสียใจเพราะคนที่แอบหลงรักมาช้านานมีคนเคยควง คนเคยเคียง และก็”

สามสาวมองหน้ากันก่อนจะประสานเสียงใส่พร้อมๆกัน

            “คนเคยนอน” พูดจบก็หัวเราะชอบอกชอบใจโดยไม่ได้เห็นอกเห็นใจคนที่อยู่ตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย หวานน้ำตาซึม เขาถึงบอกไงว่าคนล้มมันจะต้องมีคนซ้ำ ล้มทั้งที่ต้องมีคนมาเหยียบย่ำ น้ำใจคนเขารู้กันก็ตอนลำบากนี่ล่ะ

            “นี่พวกเธอ” ช่อตะคอก สามสาวหยุดหัวเราะ

            “เป็นบ้าอะไรยัยช่อ มาตะคอกพวกฉันทำไม”

หวานเดินกระแทกระหว่างกลางสามสาวออกไปจนเกือบเซล้มทั้งสามสาว ดีที่ตั้งตัวทันไม่อย่างนั้นล้มระเนระนาดไปนอนกลิ้งบนถนนแล้ว

            “เห็นมั้ยหวานโกรธแล้ว” ช่อบอกทุกคนหันมองตามไป

            “เห็น แล้วไงหรอ” ลิตาบอก

            “พวกเธอนี่มัน แก้สันดานหยาบกระด้างยากจริงๆเลยนะ”

            “นังช่อ แกกล้าดียังไงมาตีฝีปากกับพวกฉัน” พัชนกออกตัว

            “เลว” ช่อบอก

สามสาวแทบกรี้ดออกมา

            “เธอทำร้ายจิตใจคนอื่นไม่พอ ทั้งเยาะเย้ย ถากถางคนอื่น เห็นความทุกข์ใจของคนอื่นเป็นเรื่องตลก สังคมดัดจริตเสแสร้งตอแหล ตอแหล”

สามสาวสะดุ้งโหยงเมื่อโดนคนตรงหน้าด่าหน้าชาเลยทีเดียว

            “รู้ทุกเรื่อง” ช่อพูดปลายตามองสามสาว

            “ยกเว้นเรื่องของตัวเอง วันๆไม่ทำอะไร เสือกไปทั่วราชอาณาจักร”

            “อีหวาน มึงกล้าด่าพวกกูหรอ” พัชนกเอ่ยเสียงดัง หลายคนหันมามอง

            “เอ่อ กูด่าพวกมึงนี่ไม่สำนึกอีกหรอ ที่ฉันว่าไปมันเข้าหูซ้ายทะเลหูขวางั้นหรออีโง่ รู้มั้ยว่าปากแบบพวกมึงมันเรียกว่าปากอะไร ถ้าไม่รู้กูจะบอกให้เอาบุญนะ เขาเรียกว่าปากหมา”

สามสาวกรี้ดออกมา

            “แกกล้าด่าฉันหรอ” ลิตาเอ่ย ชี้หน้าช่อด้วยความไม่พอใจ

            “เออกูว่ามึง พวกมึงทั้งสามตัวชอบไม่ใช่หรอไอ้ความหยาบกระด้างหน้างอคอเง้าแบบนี้ อีเปรต อีปากนรกแตก อีส้วมตัน อีท่อตัน อีตอแหล”

            “แก แก” สามคนด่าไม่ทัน

            “ผีเปรต ผีปากเน่า ปากนรกแตก”

ช่อเดินตามออกไป สามสาวได้แต่กำมือแน่นด้วยความไม่พอใจ แถมยังด่าไม่ทันและไม่คาดคิดว่าจะโดนยัยช่อด่าได้แบบนี้เพราะปกติยัยช่อก็ไม่ด่าใครอยู่แล้ว

ชัยที่ยืนฟังสาวๆเถียงกันต้องเอามืออุดหู

            “ไปดีกว่า ถ้าทางวันนี้จะมีพิธีชิงเปรต เปรตเลยออกมาร้องขอส่วนบุญ” ชัยก้าวออกไปสามสาวทำหน้าเจ็บใจอีกครั้งเมื่อถูกพนักงานส่งเอกสารว่า

…………………………………………………………………………………………………………………

            ตัดกลับมาที่หวานปัจจุบัน ในขณะที่หวานเริ่มคุมสติได้ เธอก็ปาดน้ำตาที่ไหลออกมาด้วยความเจ็บปวด เขาคนนั้นนั่งรถออกไปด้วยกันเป็นแฟนกัน เธอเจ็บที่อกข้างซ้าย มันร้าวระทมไปทั้งตัวหมดแล้ว

            “คนบ้ามีแฟนแล้วก็ไม่ยอมบอก” หวานแค้นพลั่งพลูออกมาอีกรอบ

ฝนไม่มีท่าทีว่าจะหยุดตกลงมาเลย ยังคงตกลงเทลงมาเรื่อยๆไม่หยุด ในที่ที่หลบฝนนั้น หวานได้แต่นั่งอยู่ไม่กล้าออกไป ดีที่ต้นไทรใหญ่แห่งนี้ให้ความร่มเงาบังแดดบังฝนได้เป็นอย่างดีทีเดียว

เปรี้ยง!

เปรี้ยง!

เปรี้ยง!

เสียงฟ้าคำรามผ่าเปรี้ยงลงมา หวานตกใจสะดุ้ง บรรยากาศรอบตัวดูแปลกๆเธอนึกได้มองต้นไทร มองรอบๆ สายตาที่จ้องมองไปด้านบนต้นไทรลมพัดแรง ต้นไทรกระพือตามแรงลม ไทรที่ห้อยโยงมามากมายทุกคราใดที่มีลมพัดคลับคล้ายคลับคลาว่าเป็นเส้นผมของคนสะบัดปลิวไสวไปมาตามแรงลมและยิ่งบรรยากาศแบบนี้ด้วยแล้ว น่ากลัวเป็นอย่างมาก

..........................................................................................................................................................
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น