เพื่อน...ตาย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 27 Views

  • 0 Comments

  • 0 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    5

    Overall
    27

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

คำว่าเพื่อนยิ่งใหญ่เสมอ เเต่เมื่อเพื่อนเปลี่ยนไป สถานะจากเดิม เปลี่ยนเเปลง กลายเป็น เพื่อนตาย<br />


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

                  เรื่องที่จะเขียนเล่าต่อไปนี้ ขวัญขอเล่าให้ท่านผู้อ่านทุกท่านเป็นเรื่องเตือนใจและเป็นอุทาหรณ์สอนใจทุกคนนะคะ มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าเพื่อไม่ให้เสียเวลาในการอ่าน เรื่องก็มีอยู่ว่า

                แพนกับขวัญเป็นเพื่อนสนิทกันมาก เรารู้จักสนิทสนมกันมาตั้งแต่อนุบาลจนจบมัธยม ต่างก็แยกย้ายกันไปเรียนมหาวิทยาลัย ขอบอกก่อนเลยว่าความสนิทแบบนี้หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วนะคะ มันเป็นความผูกพันของเราสองคนและความผูกพันครั้งนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้


เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 23 เม.ย. 62 / 17:47

บันทึกเป็น Favorite


เรื่อง        เพื่อน...ตาย

เรื่องโดย นัฐพันธ์

                เรื่องที่จะเขียนเล่าต่อไปนี้ ขวัญขอเล่าให้ท่านผู้อ่านทุกท่านเป็นเรื่องเตือนใจและเป็นอุทาหรณ์สอนใจทุกคนนะคะ มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าเพื่อไม่ให้เสียเวลาในการอ่าน เรื่องก็มีอยู่ว่า

                แพนกับขวัญเป็นเพื่อนสนิทกันมาก เรารู้จักสนิทสนมกันมาตั้งแต่อนุบาลจนจบมัธยม ต่างก็แยกย้ายกันไปเรียนมหาวิทยาลัย ขอบอกก่อนเลยว่าความสนิทแบบนี้หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วนะคะ มันเป็นความผูกพันของเราสองคนและความผูกพันครั้งนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้

                ขวัญได้รับโทรศัพท์จากแพนว่าเสาร์ที่จะถึงนี้แพนจะมาหา เราสองคนไม่ได้พบหน้ากันเกือบปีภายหลังแพนย้ายกลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัด ด้วยความดีใจจนลืมนึกไปว่าตัวเองมีนัดกับเพื่อนมหาลัยไว้วันเดียวกัน แต่ไม่เป็นไรเราจะพยายามกลับมาให้ทันก่อนที่แพนจะมาหา

                เรากับแพนนัดกันเอาไว้ว่าจะมาเจอกันตอนค่ำๆเพราะกว่าแพนจะเดินทางมาถึงก็คงใช้เวลาหลายชั่วโมง เรามีความรู้สึกว่าแพนเหมือนมีปัญหาอะไรบางอย่างเพราะดูจากน้ำเสียงที่แพนโทรมาหาเรานั้นมันดูไม่สนุกสนานร่าเริงเหมือนครั้งก่อนๆที่โทรมา แต่ตัวเราก็ไม่คิดอะไรนักหรอกไม่อยากถามออกไปรอให้แพนมาเล่าเองดีกว่า

                หลายวันผ่านไปจนตัวเราลืมสนิทเลยว่าวันเสาร์แพนจะเดินทางมาหาเราที่บ้าน อย่างที่เราบอกไปว่าวันเสาร์เราก็มีนัดกับเพื่อนๆของเราที่มหาลัยเช่นกันจนเราลืมเสียสนิทเลยกว่าตัวของเราจะเดินทางกลับมาบ้านก็ดึกมากแล้ว เราเมาด้วยนิดๆโชคดีที่เดินทางกลับมาปลอดภัย รถของเราขับมาจอดหน้าบ้าน เราขับรถเข้าไปจอดจนลืมนึกไปเลยว่าแพนจะมาหา เราเข้าไปนั่งได้ซักพักเสียงประตูหน้าบ้านก็ดัง เราหันไปมองด้วยความสนใจ ใครกันมาหาดึกๆดื่นๆ ตอนนั้นเวลาสามทุ่มเห็นจะได้เรามองออกไปเห็นแพนยืนกดกริ่งอยู่หน้าบ้าน เราสะดุ้งสุดตัวนึกขึ้นได้ว่าแพนจะมาหา เราเดินออกไปต้อนรับ แพนดูใบหน้าเศร้าหมองอย่างไรชอบกล แต่เราก็ไม่กล้าถามหรอก เรามองดูแพนแต่แพนไม่ยอมเข้ามาภายในบ้านจนเราถามขึ้น

                เป็นอะไรทำไมไม่เข้าบ้าน

                แกบอกใครเราตกใจนิดๆ ขนลุกมองรอบๆ

                ก็บอกแกไงแพนให้แกเข้าบ้าน

                ทีหลังก็เรียกชื่อด้วยสิ เรียกให้เข้าบ้านประเดี๋ยวจะมีคนอื่นตามเข้ามาหรอก

แพนพูดซะจนเราขนลุกซู่เลย แต่เราก็ไม่ได้คิดอะไรหรอกเพราะปกติแพนก็เป็นคนแบบนี้อยู่แล้ว แพนจะชอบหลอกเล่นเป็นนิสัย

                เราสองคนเดินเข้ามาภายในบ้าน ตัวของเราเองรู้สึกมึนๆหัวเพราะเพิ่งไปดื่มมากับเพื่อน แพนเข้ามานั่งภายในบ้าน ดูโทรทัศน์ ส่วนตัวเราก็นั่งเล่นโทรศัพท์ดูอะไรเพลินๆอยู่คนเดียวตรงหน้าบ้าน แม้จะรู้ว่าวันนี้มันแปลกๆอย่างไรชอบกลก็ตามในความรู้สึกของเรา

                เรารู้สึกว่ามึนๆอยากจะอาบน้ำเพราะกลิ่นเหม็นบุหรี่และเหล้าเต็มตัวไปหมด เราจึงเดินเข้าไปในบ้านมองซ้ายมองขวาแต่ก็ไม่พบแพนในบ้าน ตอนนั้นเรารู้สึกเลยว่ามันไม่ชอบมาพากลแล้ว เพราะแพนจะไปไหน? เราค่อยๆย่างกายเดินผ่านโทรทัศน์มุมที่แพนนั่งพยายามมองรอบๆ หรือว่าแพนอาจจะนอนอยู่บนโซฟาก็เป็นได้แต่คิดต่างๆ นาๆ แพนไปไหนแต่แล้วเหมือนมีอะไรบางอย่างมาสัมผัสที่ไหล่ของเรา เราหันไปตกใจกลัวสุดขีดร้องไม่เป็นภาษาด้วยความกลัว

                ขวัญ ยัยขวัญเสียงแพนตะโกนอยู่หน้าเรา ตอนนั้นเราบอกตามตรงว่ากลัวมาก

                แกเป็นอะไรของแกแพนบอกเราทั้งๆ ที่ตอนนั้นเราตัวสั่นไปหมด

                “ทำไมแกไปไหนมาไหนแล้วไม่ให้ซุ่มให้เสียง” เราต่อว่าแพนเป็นการใหญ่

                เข้าห้องน้ำมานะสิ เห็นแกมัวแต่นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่หน้าบ้าน

เราได้แต่พยักหน้าหงึกๆ เป็นการเข้าใจคำตอบที่ได้รับมา

                ทีหน้าทีหลังแกอย่าทำแบบนี้อีกนะแพน ฉันกลัว

เราบอกไปตามความเป็นจริง แพนหัวเราะฮิๆ ในลำคอ เสียงนั้นช่างเยือกเย็นมันน่ากลัวเหลือเกินเลยทีเดียว

                “แกกลัวฉันมากมั้ย” แพนพูดเบาๆ

                “ก็กลัวสิมาแบบนี้ใครไม่กลัวบ้าง”

                “ฉันขอโทษนะขวัญ” แพนบอก สีหน้าดูเศร้าสลด

                “ทำไมแกทำหน้าแบบนั้นวะแพน”

แพนได้แต่ทำหน้าฝืนยิ้มไม่รู้ว่าแพนเครียดอะไรอยู่หรือเปล่า

                “แพนแกมีเรื่องทุกข์ใจอะไรบอกฉันได้นะ”

แพนส่ายหน้าเป็นการตอบปฏิเสธ

                “แกไม่มีอะไรก็ดีแล้ว เดี๋ยวฉันไปอาบน้ำก่อน”

เราบอกแพนไปอย่างนั้น แพนเดินไปนั่งดูทีวีตามเดิม เราไม่รู้หรอกว่ามันจะเป็นอะไร แต่ความรู้สึกของเราตอนนั้นมันแปลกๆอธิบายไม่ถูกเลยทีเดียวว่าเพราะอะไรวันนี้มันถึงแปลกๆ

เราใช้เวลาในการอาบน้ำไม่นานนัก อาจจะเพราะแค่อยากทำให้ส่างเมาก็เท่านั้น เราเปิดประตูห้องน้ำออกมาเห็นแพนยืนอยู่หน้าห้องน้ำทำเอาเราตกใจเป็นอย่างมาก ก็ใครจะไปคิดว่าแพนจะมายืนอยู่หน้าห้องน้ำ

                “ทำไมแกมาไม่ให้ซุ่มไม่ให้เสียง”

                “ฉันปวดหัวนะสิ” แพนทุบหัวตัวเองเบาๆ

                “เป็นอะไรไปอีก”

                “ไม่รู้สิ อยู่ๆก็ปวดหัวไปหมดแถมเจ็บไปทั่วตัวอีก”

                “งั้นแกรอฉันอยู่นี่นะ เดี๋ยวฉันแต่งตัวเสร็จฉันจะเอายาลงมาให้แก”

แพนหยักหน้าก่อนเราที่จะเดินขึ้นไปบนบ้าน

                เราเดินขึ้นมาบนห้องปิดประตูเบาๆ ความสงสัยต่างๆ เข้ามาภายในความรู้สึกของเรา มันดูแปลกๆอย่างไงชอบกล เรานั่งอยู่ที่เก้าอี้สักพักจนนึกขึ้นมาได้ รีบแต่งตัวลงไปด้านล่าง ก่อนลงไม่ลืมหยิบยาแก้ปวดหัวและคลายกล้ามเนื้อลงไปด้วย

                เราก้าวเท้าลงมาตามขั้นบันไดเบาๆเดินลงมาถึงด้านล่างเหลียวมองรอบๆ ด้วยความระแวง ไม่รู้ว่าเป็นอะไรทำไมจิตใจของเรามันไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย เราเหมือนวิตกกังวลอะไรบางอย่างมันดูใจห่อเหี่ยว อ้างว้าง อย่างไรชอบกล จิตใจดูไม่ปกติเอาซะเลย

                “แพน แพน” เราตะโกนเรียกแพน พร้อมเดินตามไปมองรอบๆ สายตาพยายามมองหาแพน แต่ไม่พบ

                “แพน แกอยู่ไหน“ เราตะโกนดังกว่าครั้งที่ผ่านมา

                “ฉันอยู่นี่” เป็นเสียงเบาๆ มันเบามาก แว่วๆมาตามสายลม

                “แกอยู่ไหน แพน” เราพยายามมองหาแต่ไม่พบและเสียงนั้นก็เงียบหายไปแล้ว เราหันกลับมาจะเดินไปดูในครัวและห้องน้ำที่อยู่ด้านหลังบ้าน เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น วินาทีนั้นทำเอาเราตกใจสุดขีด เราเหมือนตกอยู่ในภวังค์ก่อนจะเดินไปรับโทรศัพท์ ยกขึ้นมารับสาย

                “ฮัลโหลค่ะ” เราถามปลายสายออกไป

                “ขวัญนี่พี่นะ” เราจำเสียงของพี่ชายเราได้

                “ว่าไงพี่ไข่” เราถามพี่ชายเราไป ในใจไม่ได้คิดอะไรนอกจากแพน

                “แกฟังดีๆนะ” พี่ชายเราหยุดพูดไป...จะพูดก็ไม่ยอมพูดออกมาให้จบ ทั่งๆที่เราก็อยากรู้ ปล่อยให้คนฟังอยากรู้อยู่ได้

                “มีอะไรเหรอพี่ จะเล่าอะไรก็รีบๆเล่ามา” เราคะยั้นคะยอถามออกไปด้วยความอยากรู้

                “แพนตายแล้ว” สิ้นเสียงคำพูด เราแทบล้มลงไป พยายามจะพูดต่อ

                “ว่าไงนะพี่” เราถามกลับไปอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ กลัวว่าพี่ชายเราจะโทรมาหลอก

                “แพนขับรถชนตาย ศพอยู่โรงพยาบาล” เราวางสายลงไปเหมือนหูดับ แทบจะล้มทั้งยืน ไม่จริงใช่มั้ย ไม่จริงใช่มั้ย

                เราพูดซ้ำๆอยู่แบบนั้น ไม่รู้เลยว่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นได้อย่างไร เราพยายามที่จะไม่ร้องไห้ออกมา มันเป็นความเสียใจที่พูดออกไปไม่ได้จริงๆ

                เสียงก๊อกแก๊กดังอยู่ข้างหลัง เรารวบรวมความกล้าที่มีอยู่หันกลับไปด้วยความกลัวแม้จะต้องเผชิญอะไรก็แล้วแต่

                “นั่นใคร” เรามองหาต้นเสียง แต่ไม่มีอะไร ผ้าม่านในบ้านปลิวไสว

                “แพน นั่นแพนหรือเปล่า” เราถามออกไป ใจเต้นตุ้มๆต่อมๆ แม้จะกลัวอยู่บ้างแต่ก็ทำใจดีสู้เสือเข้าไว้

                “ช่วยฉันด้วย” เสียงแหบๆแว่วๆดังเข้ามาในหู มันเบาจนแทบจะจับใจความไม่ได้

                “แพน นั่นแกอยู่ไหน” เราตะโกนถามออกไป ใจเต้นรัวๆระทึก ใจหนึ่งก็กลัวหากแพนปรากฏกายให้เราเห็น แต่ใจหนึ่งก็อดนึกสงสารเพื่อนสนิทไม่ได้

                เราก้าวเท้าเดินออกไปตามเสียงคาดว่าน่าจะอยู่ห้องโทรทัศน์เพราะมันแว่วมาจากตรงนั้น เดินไปไม่ทันไร ไฟก็ดับพรึบลง เราตกใจกลัวสุดขีด

                “ช่วยด้วย” เสียงแหบๆพร่าดังขึ้นกว่าเก่า เราหยุดไม่กล้าเดินด้วยความหวาดกลัว

                “ฉันอยู่ตรงนี้” เสียงนั้นแจ่มชัดมากขึ้นกว่าเดิม

ไฟค่อยๆติดๆดับๆก่อนจะกระจายแสงติดพรึบ ทำเอาเราสะดุ้งสุดตัว ไฟบ้า เราได้แต่ก่นด่าในใจ มาดับอะไร ตอนหน้าสิ่วหน้าขวานอยู่ด้วย

                เรารวบรวมความกล้าทั้งหมดเดินย่องไปช้าๆไปดูให้เห็นกับตา แม้ว่าเราจะหวาดกลัวมากเท่าใดก็ตาม แต่ความกลัวทุกสิ่งทุกอย่างจะหมดไป ขอแค่เรามีคำว่ากล้า เราค่อยๆเดินไปช้าๆแม้จะรู้อยู่แล้วว่าจะต้องเผชิญอะไรก็ตาม ใจหนึ่งก็อดสงสารแพนไม่ได้ อีกใจก็กลัว น้ำตาเหมือนจะไหลอาบลงมาด้วยความผูกพัน กว่ายี่สิบปีที่เราคบกันมาเป็นเพื่อน

                เราก้าวเดินมาตรงต้นเสียงที่เราได้ยินเสียง เสียงนั้นหายไปแล้ว เรามองรอบๆ เห็นแพนยืนผมปกหน้าอยู่ เหมือนแพนจะร้องไห้ เราตัวสั่นไปหมด กลัวก็กลัวผีแต่อีกใจก็สงสารทำอะไรไม่ถูกเลย

                “ฉันเจ็บ” แพนค่อยๆเปล่งเสียงออกมา

                “แพน” เราน้ำหูน้ำตาไหล เรากับแพนยืนห่างกันไม่กี่ก้าวแต่มันเหมือนไกลแสนไกล เราอยากเข้าไปหาแต่เราก็กลัว แพนไม่ใช่คนอีกต่อไปแล้ว เราไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย เรากำลังยืนอยู่บนความเป็นจริง

                “ช่วยฉันด้วย” ใบหน้าของแพนบวมปูดมีเลือดไหลออกมา แพนค่อยๆก้าวเท้ามาหาเรา เราตัวสั่นไปหมด มือไม้สั่นยังจำคำที่พี่ชายโทรมาพูดได้อยู่เลย

                “แพนเกิดอุบัติเหตุ” คำๆ นี้ติดอยู่ในหูของเรา

                “ขวัญ ฉันเจ็บ พาฉันไปหาหมอที” เสียงของแพนดังขึ้น เราขนลุกไปหมด

ภาพตรงหน้าเรา แพนเหมือนคนหมดแรง ผมยุ่งเหยิงเลือดไหล มันน่าสยดสยองซะจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว

                “แพนแกอย่ามาหลอกฉันเลยฉันกลัว” เราได้แต่คิดในใจ

                “แก กลัวฉันหรอ” เสียงแพนเอ่ยขึ้น

                “ฉัน ฉัน ฉันกลัว” เราพูดออกไปแบบนั้น เหงื่อโซมกายด้วยความหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง

                “ถ้าเกิดฉันตายไป แกจะยังกลัวฉันอยู่มั้ย” แพนเสียงสั่น

                เราแทบทำอะไรไม่ถูกเลย เวลาตอนนั้นมันไม่กี่นาทีหรอก แต่ทำไมมันช่างยาวนานหลือเกิน ยาวนานจนคิดว่าหลายชั่วโมง

                “แกอย่ามาหลอกมาหลอนฉันเลยแพน ผีก็อยู่ส่วนผีเถอะนะฉันกลัว แม้เราจะเคยเป็นเพื่อนสนิทกันมาก็ตาม แต่ฉันก็ยังไม่ชินหรอกนะ ฉันกลัวมาก” เราพูดออกไปตามจริง เสียงของแพนสั่นๆตอบกลับมา

                “ขวัญ โอ้ย...ฉันเจ็บ” แพนเริ่มจะขยับมาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ตอนนั้นเราบอกตามตรงเลยว่า เรากลัวเป็นอย่างมาก

                “ฉันรักแกนะ แต่แกมาแบบนี้ ฉันก็กลัวนะเว้ยแพน” เราพูดออกไปหลับตาน้ำตาเอ่อไหลออกมา เสียงฝีเท้าของแพนค่อยๆก้าวเดินเข้ามาใกล้ๆ มันใกล้เข้ามาทุกทีจนใจสั่นเต้นระทึกไปหมดแล้ว

                “ฉันยังไม่ตาย ฉันยังไม่ตาย” เสียงแพนแผ่วเบา เราค่อยๆลืมตาขึ้นมามอง ร่างของแพนขยับเข้ามาใกล้ เราเห็นใบหน้าชัดเจนกว่าเก่า แพนใบหน้าบวมปูด เลือดกบปาก วินาทีนั้นเราแหกปาก กรี๊ดเสียงดังด้วยความกลัวสุดขีด

                “กรี๊ดๆๆๆ”

มือหนาๆของแพนเอามาอุดปากเราไม่ให้ร้องเสียงดังโวยวาย ไม่คาดคิดว่าจะใช้วิธีนี้ แพนกระซิบเบาๆเหมือนคนหมดแรง

                “ขวัญ ฉันยังไม่ตาย ฉันแค่หกล้ม แกพาฉันไปหาหมอที” และร่างของแพนก็ล้มลงช้าๆ

วินาทีนั้นเราได้แต่อึ้ง แพนเอื้อมมือมาจับแขนเรา ไม่ใช่ผี เรานึกได้ทันทีผีอะไรทำไมจับต้องได้

                “ฉันยังไม่ตาย แกจะแช่งฉันทำไม”

เราเข้าไปพยุงตัวแพนที่สัมผัสได้ตามปกติ รู้สึกโล่งใจ

                “ก็พี่ไข่นะสิบอกฉันว่าแกขับรถเกิดอุบัติเหตุตาย”

                “จะบ้าหรอ สงสัยรถที่เพื่อนฉันยืมไปละมั้งเกิดอุบัติเหตุ”

เรารู้สึกโล่งใจ พยุงร่างของแพนไปนั่งพัก รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกเลยทีเดียว

                “ฉันก็คิดว่าแกตายแล้วไม่รู้ตัว”

แพนหัวเราะเบาๆ “แกก็กลัวไปได้” แพนบอก

                “แล้วเกิดฉันตายขึ้นมาแกจะกลัวฉันมั้ยแพน” เราพูดออกไปแบบนั้น แพนมองหน้า

                “ก่อนแกจะตาย แกพาฉันไปหาหมอก่อนดีกว่ามั้ย ฉันลื่นล้มปากกระแทกพื้นจะตายอยู่แล้ว แกดูเลือกไหลไม่ยอมหยุดเลย”  เราสองคนหัวเราะกันและกัน แพนเล่าแบบติดตลก

                “เออๆเดี๋ยวฉันขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะแก แป๊ปเดียว” เราก้าวเท้าขึ้นไปฉับๆอย่างไว

เสียงประตูบ้านเปิด พี่ไข่กับแฟนเดินเข้ามาด้วยอารมณ์หัวเสีย เห็นแพนใบหน้าบวมปูดเลือกไหลก็ตกใจ

                “สวัสดีค่ะพี่ไข่” แพนทำท่ายกมือไหว้ แม้จะเจ็บอยู่

                “สวัสดี พี่นะนึกว่าเราขับรถชน รู้มั้ยวิ่งวุ่นกันไปหมด พอไปถึงโงพยาบาลหมอบอกไม่ใช่แก พี่นี่ใจสั่นไปหมดเลย” ไข่เล่าไปตามที่เห็น

                “หนูเอารถให้เพื่อนยืมไปนะคะพี่” แพนปากพะงาบๆพูดไปแม้จะเจ็บอยู่

                “ก็ดีแล้วที่ไม่เป็นอะไร แล้วนี่ไปโดนอะไรมา” พี่ไข่ร้องถาม

“ก็แพนหกล้มนะสิคะ หน้าขมำลงไป ขวัญจะพาไปโรงพยาบาลขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ค่ะ” พี่ไข่หันมาพยักหน้า “ทีหน้าทีหลังก็เดินระวังดีๆ ยัยขวัญมันขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้านานจัง”

                พี่ไข่บ่นเบาๆ แฟนพี่ไข่เดินไปหยิบน้ำส้มมาดื่ม ไม่นานเสียงกดกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น แฟนพี่ไข่เดินไปเปิดประตู เห็นตำรวจเดินเข้ามา

                “มีอะไรหรือครับคุณตำรวจ” พี่ไข่ร้องถามคุณตำรวจที่เดินเมาภายในบริเวณบ้าน

                “เอ่อ..คือว่า” ตำรวจอ้ำๆอึ้งๆไม่รู้จะพูดอะไร

                “มีอะไรหรือครับคุณตำรวจ”

                “คุณเป็นญาติของนางสาว ขวัญตา หรือเปล่าครับ”

พี่ไข่มองหน้าแฟนสาวก่อนจะหันมาทางตำรวจ

                “ใช่ครับ”

                “รถของคุณขวัญตาเกิดอุบัติเหตุ เธอเสียชีวิตในที่เกิดเหตุครับ”

                “ฮะ” พี่ไข่เสียงดัง

                “คุณตำรวจแน่ใจหรือคะ” แพนแทรกเข้ามาถาม นายตำรวจหันมามอง

                “แน่ใจสิครับ ศพผู้ตายถูกส่งไปโรงพยาบาลแล้ว ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ผู้ตายอาจเมาสุราขับส่ายไปมาจนชนต้นไม้ข้างทางครับ””

                แพนได้แต่อึ้ง ยืนนิ่งไม่ได้รับรู้ว่าใครพูดอะไรต่อ เหมือนหูดับ แล้วที่เธอคุยอยู่ก่อนหน้านี้ล่ะ คนหรือผี

 

จบ

16/12/61  18.35 น.

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ นัฐพันธ์ จากทั้งหมด 27 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น