งานเเต่งงาน

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 46 Views

  • 0 Comments

  • 0 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2

    Overall
    46

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

เมื่อวัยที่ล่วงเลย ทำให้การไปงานเเต่งงานดูจะยากเย็นเพราะคำถามที่ถูกถามว่า "ทำไมยังไม่เเต่งงาน"


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
การเเต่งงาน ใครหลายต่อหลายคน ก็อยากสวมชุดเจ้าสาว เช่นเดียวกัล นินทิกา  

เเต่เมื่อการเเต่งงานมันช่างยากเย็น เธอจึงตัดสินใจที่อยู่คนเดียว ดีกว่า หากมีคู่เเล้วต้องเสียใจ





เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 10 เม.ย. 62 / 13:40

บันทึกเป็น Favorite


เรื่อง                 งานแต่งงาน

บทโดย             ชนันทา

            นันทิกา เหลือบมองนาฬิกาข้อมือดูเวลาเมื่อไหร่จะถึงเวลากลับเสียที ใบหน้าของเธอแสดงความเบื่อหน่ายเต็มที่เมื่อต้องมานั่งปั้นหน้าสวมหน้ากากอยู่กับกลุ่มคนจำพวกสร้างภาพ หากไม่ติดว่าต้องมางานบุคคลที่สนิทด้วยแล้วจ้างให้หญิงสาวก็คงไม่มางานนี้หรอก สงสัยเพื่อนๆในกลุ่มคนรู้ว่านันทิกาอยากจะกลับเต็มแก่ ใครคนหนึ่งจึงเอ่ยขึ้น

            นัน เธอจะกลับก่อนก็ได้นะคนนั้นกล่าวเสียงเรียบ แม้นันทิกาจะอ่านใจผู้พูดออกก็ตามเธอจึงต้องแสดงอาการสวนทางกับความคิดเพื่อไม่ให้เสียมารยาท

            “ขอบใจจ่ะ พอดีฉันติดธุระที่จะต้องไปต่อ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ” นันทิกาพูดปด เธอแสดงอาการยิ้มเขินๆก่อนขอตัวออกมาจากกลุ่มนั้นสำเร็จ พอพ้นคนเหล่านั้นเธอก็พ่นลมถอนหายใจแบบโล่งอก เธอสาวเท้าออกมาจากงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของพี่ที่รู้จัก ชุดราตรีกรุยกรายรุ่มร่ามทำให้เธอเดินเหินไม่สะดวกเท่าไหร่นัก กว่าจะเดินออกมาจากงานได้ทำเอาลุ้นแทบตาย นันทิกาโบกมือเรียกรถแท็กซี่ที่อยู่ถนนตรงหน้า ดีที่เธอแอบเปลี่ยนเสื้อผ้าออกเสียก่อน รถแล่นผ่านสถานบันเทิง ตลาดโต้รุ่ง ผ่านเส้นทางที่ผู้คนพลุ่งพล่านไปหมด กว่ารถจะขับมาเธอถึงบ้านก็ใช้เวลาสี่สิบห้านาที

            นันทิกา เปิดประตูเข้าไป มารดายังคงนั่งถักหมวกไหมพรมที่หน้าจอดูโทรทัศน์ควบคู่กันไป เธอทรุดนั่งลงบนโซฟาพลางเอามือนาบลงไปที่พนักพิงโซฟา เอนคอลงนอนในท่าที่ผ่อนคลาย

            “เป็นไรอีกละแม่นัน” มารดาเอ่ยเสียงเข้ม

            “เบื่อนะสิแม่”

            “เบื่ออะไรของแก” มารดาถามด้วยความสงสัย

            “ไปงานเจอแต่พวกสวมหน้ากาก” เธอเอนตัวลงนอน

            “ก็แหงละคนสมัยนี้” มารดาบ่น มือยังคงถักไหมพรมต่อไปมิได้หันมามอง

            “พูดคุยแต่เรื่องหนักสมอง ขนาดเป็นเพื่อนหนูนะแม่” เธอไม่วายที่จะบ่นต่อไป

            “คนเรามันก็แบบนี้แหละ จะไปที่ไหนเขาถึงบอกยังไงละว่า เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม เข้าใจมั้ย”

            “หนูเข้าใจแล้วค่ะแม่ เข้าใจดีซะด้วย หนูเข้าใจแต่หากคนอื่นไม่เข้าใจมันจะแย่เอานะแม่”

            “แล้วแกจะไปแคร์ทำไม”

            “ก็ต้องรักษาสถานภาพตัวเองเอาไว้นะสิแม่”

            “สร้างภาพ” มารดาเอ็ดแต่ไม่ได้จริงจังอะไรนัก

เธอหายเมื่อย ลุกเดินเก็บของจะไปห้องนอนของตนที่อยู่ชั้นสองของบ้าน

            “อาบน้ำอาบท่าซะก่อนนอนนะ” มารดาพูดไล่หลังด้วยความเป็นห่วงเป็นใย

เธอพยักหน้าก่อนจะเดินขึ้นไปชั้นสอง เสียงประตูห้องเปิด เธอเปิดไฟ เมื่อไฟสว่างเธอก็ล้มตัวบนเตียงนอน สลัดภาพของวันนี้ให้หมดไปเพื่อไม่ให้มันมาก่อความวุ่นวาย

เช้าวันใหม่ นันทิกาเดินลงมาจากห้องแต่เช้าเป็นกิจกรรมประจำวันที่เธอตื่น มารดาทำกับข้าวรอตักบาตร ส่วนเธอเดินลงมาดูทีวี

ก้าวท้าวเดินฉับๆไปตามทาง มายืนรอรถประจำทางเพื่อจะเดินทางไปทำงาน ช่วงเช้าผู้คนมากมาย รถติดหนักเป็นกิจวัตรที่เกิดขึ้นในสังคมคนเมืองอันหลีกหนีไม่พ้น

            เสียงบีบแตรดังไล่หลังทำให้เธอหันมอง เห็นใครเปิดกระจกลดลงมาโบกมือเรียกเธออยู่ไม่ไกล ในตอนแรกเธอยังไม่รู้หรอกว่าคนตรงหน้าคือใคร มาร้องอ๋อทีหลัง “ดวงใจ” เธอเอ่ยเสียงเบาๆ จำได้ดีว่าเป็นเพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยที่ไม่ได้เจอกันนานหลายปี ดวงใจพยักหน้าให้ไปด้วยกัน แม้นันทิกาจะไม่อยากไปแต่ก็จำใจเห็นว่ามีรถหลายคันติดอยู่ด้านหลัง

            เมื่อเข้ามานั่งในรถแล้ว ดวงใจหันมาทางเธอ นันทิการู้สึกได้ว่าดวงใจเปลี่ยนไปมาก ดูสวยขึ้น

            “โชคดีจริงๆเลยที่มาเจอเธอ” ดวงใจเอ่ยเสียงตื่นเต้น

            “สบายดีมั้ยดวง” นันทิกาเอ่ยเสียงเรียบ เห็นคนข้างๆยิ้มเห็นฟันขาวในปาก

            “ฉันเปลี่ยนชื่อแล้วนะนัน ไม่ใช่ชื่อดวงใจอีกแล้ว”

นันทิกาพยักหน้า

            “ชื่ออะไรล่ะ”

            “ณัฐพร” ดวงใจหรือณัฐพรเอ่ยเสียงตื่นเต้น

            “ชื่อเพราะดี”

            “แหงล่ะ ไปให้หมอดูขั้นเทพท่านทักให้เปลี่ยนบอกชื่อเดิมมันมีกาลกิณี กลัวว่าจะทำมาค้าไม่ขึ้น ไอ้เรานะหรอ เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งแต่ก็ต้องยอมเปลี่ยน”

            “เขาก็เปลี่ยนกันโครมๆ”

            “ใช่จ้า แต่เปลี่ยนมาก็รู้สึกว่ามีอะไรในชีวิตดีขึ้นมากมายเลยนะ”

            “ก็ดีแล้ว ชีวิตคนเรามันก็ต้องก้าวหน้าต่อไป รู้สึกว่าดวงจะดูมีออร่าราศีแห่งคุณหญิงคุณนายจับ”

ดวงใจยิ้มร่า นันทิกาเห็นสร้อยคอเส้นโตราวโซ่ ดูจากภายนอกดวงใจคงจะอู้ฟู่รวยน่าดู

            “เจอเธอก็ดีแล้ว” เธอหันมามองทางนันทิกา

            “ฉันจะแต่งงานเลยขอเชิญเธอไปงาน ห้ามปฏิเสธเด็ดขาดนะนัน” ผู้พูดเอ่ยแกมบังคับและขอร้อง นันทิกาได้แต่นิ่งแต่ต้องตอบไปว่า “ได้” เพื่อเป็นการไม่ให้เสียน้ำใจเพื่อน

ดวงใจขับรถมาจอดป้ายหน้าบริษัทของนันทิกา พูดคุยกันอีกสองสามประโยคก่อนจากกันไป

            ตลอดบ่ายนั้น นันทิกาครุ่นคิดไปต่างๆนาๆ สองจิตสองใจจะไปงานแต่งงานของเพื่อนสมัยเรียนดีมั้ยและตอนเลิกงานความคิดฟุ้งซ่านภายในใจก็ยังไม่หมดไป

            เธอก้าวเดินเข้าซอยบ้านด้วยท่าทีเหม่อลอยใจครุ่นคิดไปต่างๆ นันทิกาอายุสามสิบกว่า เธอยังไม่แต่งงาน เธอไม่มีครอบครัวแบบคนอื่นๆ ในความรู้สึกของเธอ เธอปล่อยให้เวลาล่วงเลยมาเกินกว่าจะหาคู่ครองที่เหมาะสมเสียแล้ว ไม่ว่าการจะไปงานเลี้ยงรุ่น หรืองานแต่งงาน หลายคำถามจะถูกตั้งขึ้นและพุ่งตรงมายังเธอ

            “นัน เธอยังไม่แต่งงานหรือจ๊ะ”

          “ไม่เหงาบ้างหรือนัน อยู่คนเดียว”

          “เพื่อนร่วมชั้นหลายคนเขามีลูกไปเป็นโหลแล้วนะนัน”

          “ไม่คิดจะมีหนุ่มๆบ้างหรอนัน อยู่บนคานมันเหงานะ”

และก็อีกหลายต่อหลายคำถามที่ประดังประเดเข้ามาภายในสมอง เธอเบื่อกับการตั้งคำถามของคนรอบข้างว่า เมื่อไหร่..จะแต่งงาน

            เมื่อเดินมาถึงบ้าน สิ่งแรกที่ทำคือการเอนกายลงบนโซฟาตัวเก่าแบบที่ทำประจำทุกวัน มารดายังคงนั่งถักไหมพรมพร้อมกับดูละครน้ำเน่าแบบเดิม ชีวิตดำเนินไปแบบนี้แบบเดิมทุกวัน

            วันนี้หนูเจอดวงใจด้วยนะแม่เธอเอ่ยบอกมารดา

            “เพื่อนในมหาลัยนะหรอ” มารดาหันมองผ่านแว่นสายตา

เธอพยักหน้ารับ เขาจะแต่งงานเอ่ยเสียงเรียบๆพร้อมกับถอนหายใจ

            “แล้วไง...จะไม่ไปหรอ”

            “หนูเบื่อเจอเพื่อนเก่าที่คอยแต่จะถามว่าเมื่อไหร่จะลงจากคาน”

            “แกแคร์ด้วยหรอกับคำพูดคนอื่น”

            “แม่คะ” นันทิกามองหน้ามารดา

            “แกอยู่มาจนป่านนี้แล้วแกจะไปกลัวทำไมกับคำว่า ขึ้นคาน คนมีลูกมีผัวทะเลาะกันออกโครมๆ ตบตีบ้านแตกสาแหรกขาดกันมากมาย ไอ้ที่จะอยู่ดีมีสุขก็มีบ้าง ชีวิตนะมันไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ทุกคนสมบูรณ์แบบหรอกนะ มันต้องมีขาดๆเกิดๆเสียบ้าง”

            มารดาไม่ได้หันมาทางเธออีกเพียงแต่หันไปดูละครน้ำเน่าของแกต่อไป นันทิกาหลับตาลงช้าๆพลางนึกถึงอะไรต่อมิอะไรมากมายในจิตใจ

................................................................................................................................................................................

            วันงานแต่งงานมาถึง แม้ความรู้สึกของเธอเองไม่อยากจะมาร่วมงานก็ตาม แต่ดวงใจก็โทรมาหาเธออยากให้เพื่อนๆทุกคนมางานแต่งงานของเธอ นันทิกาไม่รู้เจตนารมณ์ของดวงใจหรอกว่าเพราะอะไร ทำไมเธอถึงอยากให้ไปงานแต่งงานของเธอทั้งๆที่ไม่ได้สนิทกันมากมายและอีกประเด็นคือไม่ได้เจอกันร่วมสิบปี

            ภายในงานตบแต่งสวยงาม หรูหรา สมราคา ท่าทางจะแพงน่าดู นันทิกาสวมชุดราตรีสีชมพูตาม

ธีมงาน เห็นเพื่อนหลายต่อหลายคนที่อยู่ในงาน งานแต่งงานจัดซะหรูหราที่โรงแรมระดับห้าดาวท่าทางจะหมดงบประมาณไปเยอะ เพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาวมีหลายต่อหลายคนที่รู้จักและไม่รู้จัก เธอกวาดสายตามองรอบๆ บรรยากาศรอบงานรื่นเริง เธอแอบอิจฉาดวงใจนิดๆที่มีโอกาสได้แต่งงานแต่ตัวเธอสิยังอยู่บนคาน

            เพื่อนหลายต่อหลายคนนั่งรวมกันอยู่ที่โต๊ะ นันทิกาพอจำได้ บางคนก็ยังติดต่อกันอยู่และหลายคนก็ไม่ได้ติดต่อกันนานหลายปีแล้ว มีคนโบกไม้โบกมือเรียกให้เธอเดินไปหา นันทิกาพอจะจำได้ว่าเขาเป็นใคร บางคนนะหรอแต่ก่อนส้วยสวยแต่พอมีอายุก็ปล่อยเนื้อปล่อยตัว หรือบางคนยิ่งมีอายุก็หน้าตาสวยหล่อขึ้น บางคนหายหน้าหายตาไปเป็นสิบปีเพิ่งจะมาเจอกันในงานแต่ง  นันทิกาได้พบพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนภายในกลุ่มสมัยมหาวิทยาลัยกันสนุกสนาน

 

นที                    เป็นหนุ่มหล่อแต่งงานไปมีลูกน่ารักสองคน เพื่อนในกลุ่มต่างอิจฉากันแต่เขาได้เมียที่อายุห่างเป็นสิบปี

ปุญ                   ทอมมาดกวนน จบไปเรียนต่อปริญญาโทหายหน้าหายตาไปนานหลายปี

แก้วศรี              แต่ก่อนสวยระดับนางฟ้า ดีกรีเดือนคณะ ตอนนี้มีลูกสามปล่อยตัวอ้วนจนหลายต่อหลายคนจำแทบไม่ได้ เธอบอกเธอมีความสุขกับการกิน

มยุรี                  แต่งงานสามครั้งไม่ประสบความสำเร็จเลยในชีวิตคู่และอีกไม่กี่เดือนจะแต่งใหม่

                          ครั้งที่สี่ หลายต่อหลายคนเตือนแต่เธอไม่สนใจ

            ป้อม                   บ้างาน ทำงานทั้งวันทั้งคืน จนเมียแอบไปกิ๊กกับเพื่อนข้างบ้าน ดีที่ทั้งสองคนไม่ได้       

                                       มีลูกด้วยกัน สุดท้ายก็ต้องโบกมือลา

ผศ.สุนีย์             ด็อกเตอร์สาวพ่วงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ประดับบารมีทำงานจนลืมว่ามีลูก

                          มีผัว เธอบ้างานจนหน้าตาแก่กว่าเพื่อน แต่เธอก็มีความสุขกับงาน

            อนงค์                หายไปจากเพื่อนฝูงภายหลังจบปริญญาตรีเธอก็กลับไปทำสวนที่บ้านเกิด

นุช                    เธอลาขาดจากมนุษย์เงินเดือนหมื่นห้า  หันมาขายของออนไลน์ จนนับเงินไม่หวาดไม่ไหว

นนท์                 เกย์หนุ่ม หน้าตาหล่อกว่าผู้ชายแท้ๆ มีแฟนลับๆโดยทางบ้านไม่รู้ น่าเสียดายที่ไม่

                        ยอมเปิดเผยให้คนอื่นรู้ เพราะสถานะภาพทางสังคม

ติ๋ว                    สมัยเรียนเธอสวย เพราะความสวย ทำให้เธอตกเป็นเมียน้อย โดยเต็มใจของ  

                         เจ้าของกิจการทอผ้าแห่งหนึ่ง แม้ทุกวันนี้ เมียหลวงจะรู้ก็ตาม

            นันทิกามองดูภาพเพื่อนๆแต่ละคนในวัยสามสิบกว่า ทุกคนแม้จะประสบความสำเร็จกันคนละแบบแต่ไม่มีใครสมบูรณ์แบบไปทุกเรื่อง บางคนมีดีบ้างเสียบ้าง บางคนได้อย่างเสียอย่าง เพื่อนๆต่างก็สนุกสนานเฮฮากัน เมื่อมาพบปะกันในงาน

            นันทิกานั่งเงียบๆครั้งนี้เธอไม่ได้หงุดหงิดใจอะไรเหมือนครั้งก่อนๆที่มางาน แต่ออกจะชอบด้วยซ้ำไปที่ได้มาพบเพื่อน ได้มาเจอเพื่อน เจอคนสนิท มันน่าสนุก

            “ไอ้ยะกับบังดุลไม่ได้มาด้วยหรอ” ใครคนหนึ่งเอ่ยขึ้น

            “ยะมันคลอดลูกคนที่สองเลยไม่ได้มา” ใครคนหนึ่งเอ่ยตอบ

นันทิกาจำได้ว่ายะเป็นสาวแขกตาคม สวย ตอนสมัยที่เรียนมีหนุ่มใต้มาจีบเธอมากมาย เธอช่างเลือก ตอนแรกก็คบกับเด็กใต้คนหนึ่งคบๆเลิกๆ แต่มารู้ทีหลังว่าแต่งงานกับบังดุลเพื่อนคณะเดียวกัน บังดุลนะหล่อก็ไม่หล่อหน้าตาก็ประหลาด ตอนเรียนยังมีคนแซวเลยว่าใครจะโชคร้ายได้เจ้าชายอสูรไปครอบครอง แต่โชคชะตาฟ้าสร้างก็นำพาให้ทั้งสองได้ครองคู่กัน แม้นันทิกาจะไม่เชื่อก็ตาม

            “ตอนแรกใครจะไปคิดว่ายะมันจะเลือกเจ้าชายอสูร” มีเสียงสมเพชดังอยู่แว่วๆ

            เขาถึงบอกยังไงละว่า คารมเป็นต่อรูปหล่อเป็นรองเสียงหัวเราะดังมาตามหลัง

            “แต่มันสองคนก็รักกันมาครองคู่กันเป็นผัวเมียตั้งหลายปีนะเว้ยพวกแก”

            “ฉันก็อดอิจฉามันไม่ได้จริงๆ”

            “ดูตัวอย่างเราๆสิ คู่ครองดีๆกันทั้งนั้น” มีเสียงหัวเราะตามมาปนกับความขมขื่นภายในจิตใจ จะอะไรก็แล้วแต่ความรู้สึกต่างๆของทุกคนก็คงเฉกเช่นเดียวคือ ไม่ว่าคู่ครองจะหน้าตาแบบไหนไม่สำคัญหรอก ต่อให้สวย หล่อ แต่ในเมื่อมันเข้ากันไม่ได้มันก็ต้องมีจุดจบคือการลาจากกัน นันทิกาได้แต่ฟังหลายต่อหลายคนพูดคุยกัน เธอไม่รู้สึกว่ามันน่าเบื่อแต่อย่างใด แต่กลัวมีความรู้สึกสนุกมากกว่า

            ภายหลังการมาร่วมงานแต่งงานจบลง ในค่ำคืนวันนั้น นันทิกาได้ความรู้สึกต่างๆที่แปลกไปจากเดิม เพื่อนหลายคนต่างก็พบเจอปัญหาภายในชีวิตที่แตกต่างกันออกไป มีทั้งสุข เศร้า สนุกสนาน และความขมขื่นภายในจิตใจ

            กลับมาบ้านมารดาขึ้นนอนไปแล้ว นันทิกายังคงนั่งเหม่อคิดอะไรเรื่อยอยู่ข้างล่างบ้าน ครุ่นคิดไปถึงงานแต่งงานหรูหราของดวงใจ แม้จะอิจฉาบ้างก็ตาม

            เวลาผ่านไปหลายสัปดาห์ นันทิกาก็ยังคงเป็นนันทิกาแบบเดิมไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปเธอยังคงใช้ชีวิตแบบเดิม เหมือนเดิม ไม่ได้เปลี่ยนแปลง

            “เห็นข่าวมั้ย” มารดาเอ่ยหลังจากที่เธอก้าวเดินลงมาจากบนห้อง

            “ข่าวอะไรหรอแม่”

            “เจ้าบ่าวเจ้าสาวไม่ยอมจ่ายค่าแต่งงาน” มารดาพูดไปก็สาระวนกับการทำงานบ้าน ปากก็พูดมือก็ทำงาน ส่วนนันทิกาเดินมานั่งเปิดโทรทัศน์ดู

            “รายงานแฉโซเชียล ข่าวเจ้าบ่าวเจ้าสาวทำหรู แต่งงานหรูหราแต่ไม่ยอมจ่ายเงินกับออแกไนซ์ที่มาจัดงานจนต้องตามฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย”

นันทิกายังคงจับจ้องมองดูข่าวต่อไปก่อนจะปิดโทรทัศน์ลงไป ด้วยใบหน้าละเหี่ยใจ

            “จะแต่งงานทั้งที ถ้าไม่มีปัญญาก็อย่าไปแต่งให้มันใหญ่โตเลยอายเขาเวลาเป็นข่าว”

มารดาของเธอบ่น นันทิกาได้แต่ถอนหายใจคิดไปถึงงานแต่งงานเมื่อหลายคืนก่อน เจ้าบ่าวเจ้าสาวแต่งตัวสวยหรู โรงแรมห้าดาว งานแต่งงานระดับไฮคลาส สวยงาม เธอไม่อาจคิดแทนดวงใจหรอกว่าทำไมถึงอยากแต่งงานราคาแพงๆแต่ไม่มีเงินจ่ายเขา ทำให้เขาด่า เขาแช่ง และที่น่ากลัวคือ การฟ้องร้องให้เกิดคดีความเกิดขึ้น

            ก็อย่างที่เธอคิดได้คือ การแต่งงาน บางครั้งมันก็ไม่ใช่ทางออกว่าเราจะมีความสมบูรณ์แบบอย่างครอบครัวพ่อแม่ลูก บางคนเกิดมาเพื่อที่จะอยู่คนเดียว การทำให้ตัวของเราเองมีความสุขนี่แหละคือเรื่องจริง

 

                                                                                                                                         จบ

                        29 ธ.ค. 61

                        10.40 น.

 

           

 

 

 

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ นัฐพันธ์ จากทั้งหมด 27 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น