คืนที่ลูกผมโดนฆ่าตาย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 15 Views

  • 0 Comments

  • 1 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1

    Overall
    15

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

ใครฆ่าลูกผม ใครฆ่าลูกผม


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

    เสียงโทรศัพท์ส่งเสียงดังในยามวิกาล ปลุกให้ผมตื่นขึ้นจากนิทรา ผมเอื้อมมือควานหาโทรศัพท์ที่วางอยู่หัวเตียงด้วยความงัวเงีย ตาจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่ ทันทีที่ปลายสายกรอกเสียงมาตามสาย ทำเอาหูตาของผมสว่างจ้ายิ่งกว่าโดนไฟดูดซะอีก  


เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 9 เม.ย. 62 / 17:02

บันทึกเป็น Favorite


เรื่อง        คืนที่ลูกผมโดนฆ่าตาย

บทโดย    สิริชล

……………………………………………………………………………………………………………………

 

          เสียงโทรศัพท์ส่งเสียงดังในยามวิกาล ปลุกให้ผมตื่นขึ้นจากนิทรา ผมเอื้อมมือควานหาโทรศัพท์ที่วางอยู่หัวเตียงด้วยความงัวเงีย ตาจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่ ทันทีที่ปลายสายกรอกเสียงมาตามสาย ทำเอาหูตาของผมสว่างจ้ายิ่งกว่าโดนไฟดูดซะอีก  

            ผมสับสนไปหมดแล้วจริงๆ ภายหลังที่รับสายโทรศัพท์ไปได้ไม่ถึงห้าวินาที  มันยิ่งกว่าฝันร้ายเสียอีก น้ำตาเจ้ากรรมไหลเอ่อนองหน้า คำพูดของปลายสายที่ส่งเสียงเข้มทำเอาขนลุกซู่ ไม่นึกฝันว่าชาตินี้ผมจะพบเจอเรื่องน่าเศร้าขนาดนี้

            “คุณเป็นผู้ปกครองของ นายกฤตย์ ใช่มั้ยครับ”  เสียงเข้มของผู้ชายดังมาตามสาย ผมที่เพิ่งตื่นนอนจากเสียงโทรศัพท์กำลังกึ่งหลับกึ่งตื่น ได้แต่ตอบด้วยความงัวเงียไปว่า

            “ครับ นั้นชื่อลูกผมเอง”

            “ตอนนี้ลูกชายคุณอยู่ที่โรงพยาบาลนะครับ เอ่อ คือว่า..... แกเสียชีวิตแล้ว.....” ผมไม่นึกไม่ฝันไปว่า จะได้รับรายงานข่าวเรื่องนี้ ไม่คาดคิด และคิดว่ามีใครอำหรือเปล่า แต่ปลายสาย มิได้มีน้ำเสียงหัวเราะ หรือขบขันอะไร

            “ขอเชิญคุณ……” ผมแทบเป็นลม หลังจากนั้นคุณตำรวจที่โทรมาพูดอะไร ผมก็จำไม่ได้ มันมืดแปดด้านไปหมด

            ผมเดินกระสับกระส่ายไปมาด้วยความร้อนรน  คิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรต่อไป ชีวิตนี้ผมก็เหลือแต่ลูกชายคนนี้เท่านั้น ฝากผีฝากไข้ในยามบั้นปลายชีวิต แต่ใครจะคิดได้ว่ามันจะเกิดเรื่องนี้ขึ้น  หัวอกของความเป็นพ่อ มันไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าคนเป็นแม่เลย ลูกผู้ชายไม่ร้องไห้ ต้องเข้มแข็ง แต่พอถึงวันนี้ มันไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว

            ผมแต่งตัวอย่างเร่งรีบ โทรหาญาติที่พอจะพึ่งพิงในยามคับขันได้ ทุกคนต่างตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่คาดคิดว่า ลูกชายเพียงคนเดียวของผมจะมาด่วนจากไป ก่อนวัยอันควรเช่นนี้

            ผมขับรถเก๋งกลางเก่ากลางใหม่ ที่ซื้อมาหลายปี ออกจากบ้านในยามดึกของวันนั้น มือไม้มันสั่นไปหมดแล้ว ภาวนาให้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น ขอให้ลูกชายผมฟื้นขึ้นด้วยเถิด พระเจ้าจงได้โปรด ผมสวดมนต์ทุกบท เท่าที่จะนึกได้ บนบานศาลกล่าวเทพยดาทุกหมู่เหล่าเท่าที่จะนึกออก ภาพใบหน้าของลูกชายผมลอยเข้ามาในมโนสำนึก  ตลอดระยะเวลาสิบแปดปี ลูกชายเป็นดั่งแก้วตาดวงใจของผม เขาโชคร้ายที่ไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าแม่เขา หากลูกชายผมรู้ว่า นิตยา แม่ของเขา รักเขามากแค่ไหนที่ยอมสละชีวิตเพื่อให้เขาเกิดมา ในภาวะครรภ์เป็นพิษเช่นนี้  

            ผมน้ำตาไหล ขับรถไปด้วยความเหนื่อยยาก มันจุกในอก พูดอะไรไม่ถูก ใครไม่เป็นหรือมายืนจุดที่ผมยืนก็คงไม่รู้ว่ามันเป็นอย่างไร

            เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทำเอาผมหลุดออกจากภวังค์  หน้าจอเป็นเบอร์ของญาติคนหนึ่งของผม ผมกดรับสาย

            “ตอนนี้แกอยู่ไหน กันต์”  เสียงปลายสายดังมา กันต์คือชื่อของผม

            “กำลังขับรถไปโรงพยาบาล”เสียงยังคงสะอื้น ผมพยายามกลั้นความรู้สึกนึกคิดเอาไว้ ไม่ให้ความเสียใจแสดงออกมาให้คนอื่นเห็น

            “ตอนนี้ฉันกับพี่ป้อม รออยู่นะ เสียใจด้วยจริงๆ”  ญาติผู้พี่ของผมกล่าวแสดงความเสียใจ ไม่มีใครคาดคิดหรอกว่า กฤตย์ ลูกชายของผมจะด่วนจากลาเร็วขนาดนี้

            “ไอ้พวกเด็ก... มันทำไมไม่ตายๆไปซะ ทำไมมันถึงกล้าทำร้ายคนไม่รู้อีโหน่อีเหน่ด้วย” ญาติของผมบ่น

            “ผมก็ไม่คิดเหมือนกัน  มันตันไปหมดแล้วพี่” ผมน้ำตาไหลเมื่อนึกสภาพลูกชายที่โดนกลุ่มนักเรียนอาชีวะพวกนั้นกระหน่ำแทงจนตายคารถประจำทาง

            “ขอให้เจอหน้ามันก่อน จะยิงให้มันตาย ไอ้กฤตย์มันไปทำอะไรให้ ทำไมมันถึงฆ่าคนอื่นได้ลงคอ ไอ้นรกส่งมาเกิด” ญาติผู้พี่ของผม สบถด่าออกมาด้วยความคับแค้น

            “เออๆ แกขับรถมาดีดีละ ตอนนี้เจ้าหน้าที่ชันสูตรศพอยู่”

            “ครับ”

            “คงเหนื่อยหน่อยนะ แกอย่าลืม ว่ายังมีพวกฉันอยู่” เสียงปลายสายพูดเบาๆด้วยความเป็นห่วงเป็นใยความรู้สึกของผมที่สูญเสียลูกชาย

            ผมวางสายลง พลางนึกถึง นิตยา ภรรยาผู้จากไป ผมสำนึกในความผิดที่ดูแลลูกไม่ดีพอ จนเขาต้องตาย หากเธอรู้ เธอคงตำหนิผมว่าเลี้ยงลูกยังไงถึงเกิดเรื่องเลวร้ายเช่นนี้

            ผมทุบพวกมาลัย น้ำตาบ้านี่มันไหลไม่หยุด พยายามขับให้ไว เพื่อไปถึงโรงพยาบาล ไม่อยากนึกสภาพร่างกายของลูก ว่ามันจะเจ็บร้าวแค่ไหน การโดนมีดแทง มันคงเจ็บไม่เบา คิดแล้วก็อดสยองขวัญไม่ได้ ได้แต่คิดว่า พวกเดนนรก มันทำไมถึงกล้าทำร้ายชีวิตคนบริสุทธ์ด้วย ยิ่งคิดยิ่งเจ็บใจ

            ในขณะที่ผมคิดถึงภรรยาผู้ล่วงรับ และชีวิตความเป็นไป ผมนึกแต่โทษตัวเองที่ดูแลลูกไม่ดี  แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

            “เฮ้ย” ผมส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ เสียงรถเบรกครูดพื้นดังเอี๊ยดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ รถหมุนไปตามทาง ความรู้สึกเหมือนนั่งบนเครื่องเล่นรถไฟเหอะ  ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดรวดเร็วมาก แรงกระแทกทำให้รถของผมหยุดหมุน  ใจของผมหล่นไปที่ตาตุ่ม เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างตรงหน้าที่ผมเห็น สยดสยองยิ่งกว่าอะไรใดๆที่ผมเคยเห็นมาในชีวิต

            ร่างของหญิงสาว ตาค้าง นอนระนาบที่หน้ากะจกรถ ผมอ้าปากค้างกับสภาพของเธอที่ดวงตาเบิกโพลง เลือดไหลออกที่ปาก มือของเธอชูอยู่ตรงหน้าผม ในมือเหมือนกำอะไรบางอย่างและทุกอย่างก็ดับวูบไป  นั้นคือสิ่งสุดท้ายที่ผมจำได้

            ร่างของผมถูกนำออกจากซากรถที่ชนเข้ากับเสาไฟกลางถนน ร่างของหญิงเคราะห์ร้ายที่นอนติดกระจกรถยังคงนอนนิ่งร่างไม่ไหวติง ผมถูกนำมาปฐมพยาบาล ร่างกายบาดเจ็บเล็กน้อย แต่สภาพจิตใจย่ำแย่เป็นที่สุด

            “น่าสงสารนะครับ คุณ นี้เห็นว่าเธอกำลังจะไปหาลูกที่โรงพัก” เสียงใครคนหนึ่งเอ่ยขึ้น ผมพยายามแอบฟัง

            “อ้าว แล้วลูกเขาเป็นอะไรล่ะ”

            “ติดคุกนะสิคุณ”

            “นี่ในมือยังกำแบงค์ห้าร้อยไว้ในมือเลยนะคุณสงสัยจะเอาไปหาลูก”ผู้พูดทำสีหน้าสลด

            “คงรักลูกมาก  น่าสงสารเนอะ”

สองคนยังคงคุยกันต่อไป  ผมพ่นลมหายใจ เธอก็มีชีวิตไม่ต่างกับผม รักลูกเหมือนกัน ผมขอโทษ ขอโทษที่ทำให้คุณไปหาลูกไม่ทัน

            “ผมขอโทษ”  ผมได้แต่พร่ำเพ้อในใจ

ดวงตาแดง พร้อมกับน้ำตาไหลออกมาจากศพที่กำลังถูกเคลื่อนย้าย ได้ยินเสียงแว่วมาจากแห่งหนไหนไม่รู้พูดแผ่วเบาว่า    “แม่ไม่มีโอกาสช่วยลูกแล้ว แม่คงไม่มีโอกาสนั้นอีกแล้ว”

จบ 6/3/62  16.39 น

 

 

           

 

           

 

 

 

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ นัฐพันธ์ จากทั้งหมด 27 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น