ราวด์วอร์ด

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 12 Views

  • 0 Comments

  • 1 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    7

    Overall
    12

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

แสงไฟที่พุ่งตรงมาจากหน้ารถนั้น ทำให้เด็กหนุ่มสองคนที่แอบหลบอยู่หลังพุ่มไม้ขยับตัวชะโงกหน้ามอง นานทีจะมีรถขับผ่านมาตรงนั้น มือของสองคน ค่อยๆหยิบหินก้อนใหญ่ที่สามารถปาไปสู้จุดหมายที่ต้องการ


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เรื่องสั้นเรื่องนี้ เขียนเพื่อ เตือนสติ ของวับรุ่นที่คึกคะนอง จนเกิดเรื่องเดือดร้อน ขอให้เป็นเรื่องสั้นที่ชวนสนุกเเละให้เเง่คิดไม่มากก็น้อยกับน้องๆรุ่นหลัง ที่ทำก่อนคิด จนเกิดปัญหาตามมา

ขอให้ผู้อ่านดื่มด่ำไปกับอักษร ที่เพลิดเพลินสนุกสนาน เเละหักมุม กับงานเขียนเรื่องสั้น ของนัฐพันธ์ ครับ

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 28 มี.ค. 62 / 16:59

บันทึกเป็น Favorite


เรื่อง          ราวด์วอร์ด

โดย           นัฐพันธ์

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

แสงไฟที่พุ่งตรงมาจากหน้ารถนั้น ทำให้เด็กหนุ่มสองคนที่แอบหลบอยู่หลังพุ่มไม้ขยับตัวชะโงกหน้ามอง นานทีจะมีรถขับผ่านมาตรงนั้น มือของสองคน ค่อยๆหยิบหินก้อนใหญ่ที่สามารถปาไปสู้จุดหมายที่ต้องการ แรงเหวี่ยงของวงแขนของเด็กหนุ่ม ทำให้แรงปะทะของหินเข้าไปที่หน้ากระจกรถของผู้โชคร้าย  ปัง  พร้อมกับเสียงกระจกแตก เพล้ง เป็นเสี่ยงๆ ร่างของคนในรถหมุนเค้วงไปตามแรงของรถที่เสียการทรงตัว รถยนต์คันนั้น ไถลไปตามทางด้านหน้าก่อนที่จะพุ่งชนขอบทาง และนั้นคือสิ่งที่สองคนกระทำ

     มือของเด็กหนุ่มสองคน ค่อยๆเอื้อมเปิดประตูที่บู้บี้ พยายามที่จะเข้าไปค้นหาของมีค่าของเหยื่อ แต่มันยากเย็นเหลือเกิน จนต้องใช้แรงกระแทกมหาศาลที่มี จนประตูหลุดออกมา ผู้เคราะห์ร้าย นอนหายใจรวยริน เขายังไม่ตายแต่หน้าโชกไปด้วยเลือด  เห็นแล้วก็สยองขวัญน่ากลัว  เสียงลมหายใจแผ่วๆ ทำให้สองวายร้ายมองหน้ากันด้วยความขนลุก  “ช่วยด้วย” เสียงแผ่วเบาดังมากระทบหู วายร้ายเด็กสองคนมองหน้ากัน อาการกลัวแล่นเข้ามาภายในสมอง

                 “รีบๆค้นสิวะ เดี๋ยวมันก็ตื่นมาแหกอกมึงหรอก” คนโตกว่าร้องบอก พลางค้นข้าวของที่มีอยู่ในกระเป๋าของผู้เคราะห์ร้าย

             “พี่ ไม่คิดจะช่วยเขาหรอ”  คนเล็กกว่ากล้าๆกลัว ใจสั่นไปทั้งตัว

                 “จะให้มันจับมึงเข้าคุกหรอ” เหมือนคนโตกว่าจะไม่สนใจ ค้นข้าวของต่อไป อย่างร้อนรนด้วยความรวดเร็ว แม้คนเล็กกว่าจะกลัว แต่ก็กลัวน้อยกว่าติดคุก เด็กอย่างเขา แค่เห็นตำรวจก็วิ่งหนีป่าราบแล้ว

                 “ช่วยฉัน  ช่วยฉันก่อน” สายตาพราเรือนของเขามองเห็นเด็กสองคนที่ค้นข้าวของเสร็จกำลังจะจากไป เขาพยายามขอร้องให้เด็กสองคนนั้นช่วยเขาก่อนที่จะเดินหนีหายไป แต่เด็กสองคน ก็ไม่  เขากลับเดินหนี ลมหายใจของเขา อ่อนแรงลงเรื่อยๆและแล้วก็ดับลงไป พร้อมกับวิญญาณของเขาที่ออกจากร่างไป

 

                 เด็กหนุ่มผวาตื่นด้วยความหวาดกลัว ภาพทุกอย่างที่เขาเห็นน่ากลัว เขาเห็นผู้ชายคนนั้นกำลังจำตาย เขาเอื้อมมือ พยายามร้องขอความช่วยเหลือ ก่อนที่เขาจะสิ้นใจตาย ความผิดที่อยู่ภายในจิตใจ

                 “ตื่นแล้วหรอ”  เสียงของคุณหมอหนุ่มเดินเข้ามาภายในห้อง

                 “ครับคุณหมอ คุณหมอมาตรวจเช้านะฮะ เมื่อคืนก็เพิ่งมา”  เด็กหนุ่มยิ้มร่าเริง

                 “เป็นหน้าที่นะสิ คนทุกคนย่อมมีหน้าที่เป็นของตนเอง” คุณหมอไม่ได้หันมา เขาก้มลงดูเอกสารที่ถือมา เด็กหนุ่มพนักหน้า  มารดาของเขาขอตัวกลับไปบ้านเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน

                 “อายุเท่าไหร่แล้ว ดูหน้ายังเด็กอยู่เลยนะ”  คุณหมอชวนเขาคุย

                 “สิบห้าฮะ”

                 “อย่าดื้อ อย่าซน กับพ่อแม่ให้มากนะ ยังเด็กอยู่เลย ทำอะไรแผลงๆผิดพลาดไป คนที่เสียใจที่สุด ก็คือ พ่อแม่” 

เขาหลบตา รู้สึกสะดุ้งกับคำพูดของคุณหมอเมื่อครู่

                 “อาการดีขึ้นแล้วนะ ดีที่แค่หัวแตก” คุณหมอเดินมาดูที่หัว กลิ่นน้ำหอมของหมอส่งกลิ่นแรง  มันหอมแปลกๆ เด็กอย่างเขาไม่เคยสัมผัสกลิ่น  มันเย็นจับจิตอย่างบอกไม่ถูก

             “แล้วพี่ผมละฮะคุณหมอ”  เขาถาม เมื่อลืมเสียสนิทเลยว่า ยังมีคนอีกคนที่เขาตามไปด้วยกันสองคน

                 “เอาตัวเองให้รอดก่อนไอ้หนู” คุณหมอบ่ายเบี่ยงยิ้มๆนิดๆ

“”ไม่สบายใจอะไรหรือเปล่า” คุณหมอเอ่ยถาม

เด็กหนุ่มหลบตา  คิดถึงเรื่องเมื่อคืน ความจริง  ความฝัน ผสมกัน ทำให้เขารู้สึกผิด

            “ผมจะพิการมั้ยครับหมอ”

ได้ยินเสียงหมอหัวเราะฮึฮึในลำคอ จนเสียวสันหลัง

            “ทำไมคิดแบบนั้น มีอะไรในใจหรือเปล่า”

คำนั้นทำให้เขาสะดุ้งสุดตัว มันบาดลึกในใจ

            “คุณหมอ เคยทำผิดพลาดมั้ยครับ”

หมอพยักหน้า มองหน้าของเด็กหนุ่ม แววตาเป็นกังวน เด็กหนุ่มเห็นหน้าหมอถนัดขึ้น

            “ทุกคน ไม่มีใครไม่เคยผิดทำผิดพลาด ถึงมีไม่มากก็น้อย แต่หมออยากบอกน้องอย่างหนึ่งได้มั้ย”

หมอหนุ่มสบตาเด็กหนุ่มวัยคะนองคนนั้น

            “อย่าทำผิดซ้ำซาก ความผิดบางอย่าง มันจะติดตัวเราไปตลอดชีวิต”

เด็กหนุ่มสีหน้าสลด ความรู้สึกผิดโลกแล่นเข้ามาภายในจิตใจ

            “ผมคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต อย่างที่หมอว่าจริงๆ” คำพูดนี้เด็กหนุ่มคิดในใจ  ก่อนที่จะเห็นร่างคุณหมอเดินออกไป ปล่อยให้เขาอยู่เงียบๆเพียงคนเดียว

 

เขาลืมตาตื่นขึ้นมาอีกที หลังจากที่หลับไปตั้งแต่เช้า  ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เห็นนางพยาบาลยกถาดอาหารมาให้ แม่ของเขาเข้ามาพอดี ภายหลังกลับบ้านไป

                 “เมื่อกี้เดินเข้ามาดู เห็นยังนอนหลับ เลยไม่ได้ปลุก”

นางพยาบาลวางถาดลงและเดินมาหยิบยาก่อนอาหารส่งให้ เด็กหนุ่มหยิบไปทาน พร้อมยกแก้วน้ำดื่ม

                 “วันนี้คุณหมอเข้าสายหน่อยนะน้อง พอดีท่านติดธุระ”  นางพยาบาลพูดไปก็ตรวจดู ถุงน้ำเหลือ และเช็คอะไรต่างๆไป

                 “เมื่อเช้าคุณหมอเพิ่งมาตรวจเองครับพี่”  เขาบอกนางพยาบาล

                 “หมอไหน  ไม่มีนะ  คุณหมอประจำตัวเราน่ะ เขาเพิ่งโทรมาลาช่วงเช้า อาจจะมาสายหน่อยหรือไม่ก็เที่ยง”

                 “จริงนะครับ”

                 “ฝันหรือเปล่า” มารดาแทรก

                 “ไม่ฝันหรอกแม่ คุณหมอหล่อๆน่าตาดีดีๆใจดี้ใจดี มาตรวจตั้งแต่เมื่อคืน เมื่อเช้าก็มา”

พยาบาล และแม่ของเด็กหนุ่มมองหน้ากัน 

                 “กินๆข้าวได้แล้ว จะได้กินยา”  มารดารีบบ่ายเบี่ยง

            “แม่แล้วพี่กุนละ พี่เขาเป็นอะไรมั้ย”  เด็กหนุ่มถาม  มารดานิ่งมองหน้า ก่อนจะเฉไฉ

            “นี่ อย่าถาม เซ้าซี้มากนักเลย กินข้าวไวๆจะได้กินยา นอนพักผ่อน”  มารดาดุ นางพยาบาลเดินออกไปแล้ว แม่ดูท่าทีแปลกๆไป

คุณหมอเจ้าของไข้เดินเข้ามาพอดี เดินเข้าไปตรวจคนไข้เด็กหนุ่มรายนั้น เด็กหนุ่มที่หัวแตกเพราะรถมอเตอร์ไซค์ล้มเมื่อคืน ดีนะที่ไม่เป็นอะไรมาก เขาแอบได้ยินแม่ของเด็กคนนั้นบ่นอยู่ จนเขาเปิดประตูเข้าไปเธอจึงหยุดพูด

            “อาการดีขึ้นแล้วนะ ไม่เป็นไรมาก “

            “สมงสมองของมัน ไม่ได้เป็นอะไรใช่มั้ยคะหมอ”  มารดาของเด็กถาม

            “แค่ล้มนิดหน่อย ไม่มีเป็นอะไรหรอกครับ ตรวจดูทุกอย่างแล้ว ปกติดี”

            คุณหมอครับ พี่กุนที่มากับผม เป็นอะไรมั้ยครับ”  เขาจ้องหน้าเด็กหนุ่มคนนั้นเงียบๆ หันมาทางมารดา เขามองหน้าเดาได้เลยว่าเด็กคนนั้นยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างภายหลังสลบไป

 

            รถเข็นที่เข็นพาร่างของเด็กหนุ่มพร้อมสายน้ำเกลือ พากันมาที่ห้องพักผู้ป่วยอีกห้องที่อยู่ถัดไป เข็นมาถึงห้อง ประตูเปิดออก เห็นร่างของเด็กหนุ่มอีกคนที่อายุมากกว่า นอนหลับ ได้ยินเสียงมารดาของเด็กหนุ่มที่พามาพ่นลมแรง เหมือนไม่อยากพามา

เด็กหนุ่มที่นอนบนเตียง มีสายน้ำเหลือพาดอยู่ ลืมตา เหมือนสองคนจะดีใจที่เจอกัน

            “ตื่นแล้วหรอพี่”

คนที่นอนบนเตียงชื่อกุน อายุมากกว่าเขาสามปี พยักหน้า

            “เอ็งล่ะเป็นอะไรมากมั้ย”

            “แค่เจ็บหัวนิดหน่อย”

เด็กหนุ่มที่นั่งส่ายหัว ไล่ระดับสายตาไต่ระดับลงไปที่ขาของเด็กที่นอน แล้วก็ต้อง...

กุนมองขาตัวเองแล้วข่มความเจ็บปวด  อยู่ๆน้ำตาเจ้ากรรมก็ไหล เขาสูญเสียขาไปด้วยอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์คว่ำและโดนรถสิบล้อบดขาทั้งสอง โชคดีของเด็กหนุ่มอีกคนที่นั่งซ่อนท้ายและล้มไปอีกฝั่งไม่เป็นอะไรมากแค่หัวแตกและถลอกปอกเปิกเท่านั้น   คุณหมอหนุ่มรู้ได้ทันทีว่า เหตุผลที่แม่เด็กไม่อยากพามาเยี่ยมก็เพราะอย่างนี้แหละ ไม่อยากให้ลูกชายเห็นความเจ็บปวดของอีกคน

 

          ด้านนอกนางพยาบาลรวมกลุ่มกันพูดคุยอะไรบางอย่างกัน

            “มีอะไรหรือเปล่าครับ” คุณหมอเอ่ยถามเมื่อเดินมาถึง  นางพยาบาลเหล่านั้นหันมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดี

            “มีอะไรบอกผมได้นะครับ”

นางพยาบาลรุ่นใหญ่เดินมา ใบหน้าของเธอเศร้าๆ หลังจากเหตุหารณ์เมื่อคืนที่ผ่านมา

“คุณหมอนนท์คะ  พี่มีอะไรบางอย่างจะให้คุณหมอดู”

“อะไรครับ” คุณหมอถามออกไป ในใจอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่   เธอเดินไปหยิบ สมุดจดบันทึก เวลาตรวจของหมอ และเดินมาให้  เขาลืมสนิทเลยว่าต้องจดรายการลงไป เขายิ้ม หยิบมาและกำลังจะจรดปลายปากกาลงไป คิดในใจว่าดีแล้วที่นางพยาบาลมาเตือน เพราะบางทีก็ลืมไปบ้าง ด้วยภาระหน้าที่ตลอดระยะเวลาของการทำงาน

“ไม่ใช่ค่ะคุณหมอ”  เธอห้ามไว้ เขามองหน้า

เธอใช้สายตา มองไปที่กระดาษตรงหน้า  ไม่พูดแต่เป็นการใช้สายตาให้ตรวจดู  เขาดูผ่านก็ไม่เห็นมีอะไรแปลก หมอคนอื่นอีกสองสามคน ก็เซนปกติ เขาเงยหน้ามอง  เธอน้ำตาไหล ก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆ

“คุณหมอบีค่ะ หมอบี เธอมาตรวจคนไข้ตั้งแต่เช้าเลยค่ะ”  เท่านั้นแหละ น้ำตาของเธอก็ไหลอาบ บรรดานางพยาบาลคนอื่นรีบเข้ามาปลอมขวัญ

            “พี่บีนะหรือครับ” 

เธอพยักหน้า

            “คนไข้ห้องโน้น ก็บอก ตอนแรกพี่ก็ไม่เชื่อหรอกนะคะคุณหมอ แต่พอมาตรวจดูลายเซน ตกใจแทบแย่ ไอ้ที่แรกก็คิดว่าใครอุตริ มาเขียนแทนหมอบี แต่ๆๆ”เธอปาดน้ำตา สะอื้น

            “ใครเขาจะเซนเหมือนแบบนี้” เธอจิ้มไปที่ลายเซน  ทุกคนในที่ตรงนั้นต่างก็เศร้าไปตามๆกันรวมทั้งผมด้วย ผมยืนนิ่งไปชั่วครู่  ก่อนที่จะเห็นร่างของสองแม่ลูกพากันออกมาเตรียมจะกลับบ้าน เด็กหนุ่มยืนมองอะไรบางอย่างอยู่ สายตามองเข้าไป ก่อนที่จะชี้ให้มารดาดู

            “นั้นไง หมอคนนั้นที่มาตรวจผมเมื่อคืน เห็นมั้ยผมไม่ได้โกหกแม่”

มารดามองเข้าไป

            “เออ รู้แล้วน่า เอ็งก็เสียงดังไปได้”

พอดีที่นางพยาบาลเดินมาพอดี และได้ยินสองคนคุยกัน

            “น้องๆน้องว่ายังไงนะ”

            “ก็หมอคนในรูปนั้นไง ที่ผมเห็นเมื่อเช้า ที่มาตรวจผม”

นางพยาบาลได้แต่นิ่งไปครู่สีหน้าถอดสีก่อนที่จะวิ่งมาตามพวกหมอและพยาบาลที่จับกลุ่มคุยกันเรื่องปริศนาลายเซนอยู่ เมื่อได้รับฟังจากปากนางพยาบาล พวกเขาเหล่านั้นก็พากันเดินมาทางเด็กหนุ่มวัยสิบห้า

        “หนู หนูพูดจริงหรอที่เห็นคุณหมอท่านนั้น”  นางพยาบาลมองไปที่รูปที่บอร์ด

         “ครับ หมอมาตรวจผมตอนเช้า”

ทุกคนขนลุกซู่มองหน้ากัน

            “มีอะไรเหรอครับ”เด็กหนุ่มร้องถามด้วยความแปลกใจกับอากัปกิริยาของพยาบาล

            “ปะ ปะ เปล่า หรอก”  นางพยาบาลวัยดึกคนนั้นรีบบอกปัดออกไป เพื่อไม่ให้เด็กคนนั้นตื่นกลัว

            “ไป กลับได้แล้ว”แม่เด็กบอก ก่อนที่ยกมือไหว้หมอ พยาบาล

            “ขอบคุณ หมอและพยาบาลมากนะคะที่ดูแลลูกหนู”

เธอไหวปลกๆก่อนจะพากันเดินไป 

ได้ยินเสียงแว่วของนางพยาบาลที่จับกลุ่มคุยลับหลังเด็กหนุ่มกับแม่ว่า

            “คุณหมอบี แกโดนไอ้เลวที่ไหนไม่รู้นะ ปาหินใส่รถจนรถชน มันเลวจริงๆนะเอาหินปาไม่พอ ยันขโมยของไปอีก จริง”

            “จริงด้วย สาธุ ขอให้มันมีอันเป็นไป”นางพยาบาลกล่าวสำทับ

            “คนดีดี ไม่น่าเล้ย ท่านยมบาลมาเอาไปก่อนวัยอันควร”

          “ฉันนะสงสารคุณหมอจริงๆ”

            “พอๆได้แล้วครับ ไปปฏิบัติหน้าที่ได้แล้ว เดี๋ยวพี่บีก็มาตามหรอก” คุณหมอแกล้งหยอกก่อนที่นางพยาบาลจะพากันแยกย้าย

 

ด้านนอกโรงพยาบาล สองแม่ลูกพากันเดินข้ามถนนจะไปอีกฝั่งเพื่อขึ้นรถสองแถวกลับบ้าน

รถคันหนึ่งแล่นมาด้วยความเร็ว มองไม่เห็นสองแม่ลูก ขับพุ่งตรงมาอย่างเร็วก่อนที่จะได้ยินเสียงดังตามหลัง ร่างของเด็กหนุ่มกระเด็นลอยไปตกอีกฝั่ง ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างกรีดเสียง แม่ของเด็กหนุ่มกระเด็นไปอีกทาง แต่ไม่เป็นอะไร

            เด็กหนุ่มค่อยลืมตา เห็นบุรุษสวมเสื้อกราวน์ ยืนอยู่ เขาจำได้แม่นว่า นั้นคือหมอเมื่อเช้า ท่านคงมาช่วยเขาแน่ๆ เด็กหนุ่มคิดแบบนั้น

            “ช่วยผมด้วยครับ  ช่วยผมด้วยครับคุณหมอ” เด็กหนุ่มเสียงแหบพร่าก่อนที่สติสัมปชัญญะจะเลือนหายไป

คุณหมอหนุ่มส่งยิ้มยืนมือไปสัมผัสมือของเด็กหนุ่มก่อนที่จะพากันเดินมุ่งตรงไปยังโรงพยาบาล ร่างของเด็กหนุ่มนิ่งสนิทอยู่ตรงถนนลมหายใจห้วงสุดท้ายลาจากไปพร้อมกับวิญญาณออกจากร่าง

คุณหมอบีเขาได้ช่วยทุกคน ตราบซึ้งชีวิตดับสูญ แม้ตัวตายก็ยังมีพันธะห่วงหน้าที่อันเป็นบ่วงให้เขาติดอยู่เพื่อให้การช่วยเหลือผู้อื่นต่อๆไป

            ขอให้ดวงวิญญาณของคุณหมอ ไปสู่สุขคติด้วยเถิดครับ

8/2/2562

17.46

 

 

 

 

 

           

           

           

 

 พิมพ์เนื้อหาตรงนี้

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ นัฐพันธ์ จากทั้งหมด 24 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น