ล่าผีปอบ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 32 Views

  • 0 Comments

  • 0 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    8

    Overall
    32

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

เมื่อหมู่บ้านมีผี ชาวบ้านจึงออกตามล่า<br /> เเต่ใครกันละที่เป็น ปอบ<br /> <br />


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

               ดวงจันทร์ที่ทอแสงในยามดึกของคืนหนึ่งในเดือนกันยายน ลมหนาวพัดโบกกระทบกับทิวไผ่งาม เสียดสีกันจนดังเอี๊ยดๆจนดูน่ากลัว ในเขตชนบทของไทย หากเมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าลงไปแล้ว ความมืดเข้าปกคลุมความเงียบคืบคลานเข้ามาทำให้บรรยากาศดูน่ากลัวเหมาะแก่การมาถ่ายหนังผี ไม่ไกลจากริมทางเดินบนถนนลูกรังสีแดงฝุ่นหนาเพราะไม่ได้รับความเหลียวแลจากคนใหญ่คนโตเท่าใดนักจะมีมาดูก็ตอนเลือกตั้ง พอพ้นโปรโมชั่นก็เหมือนเดิม ป้ายหมู่บ้านที่ห้อยโตงเตงจะพังแหล่ไม่พังแหล่ดูสีมอซอทึมทึบเก่าผุพังตัวอักษรเลือนรางลงไปทุกที แต่พอจะอ่านจับใจความได้ว่า ดอนโตนด



เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 13 ก.พ. 62 / 10:08

บันทึกเป็น Favorite


เรื่อง              ล่าผีปอบ

บทประพันธ์      นัฐพันธ์

…………………………………………………………………………………………………………..

          ดวงจันทร์ที่ทอแสงในยามดึกของคืนหนึ่งในเดือนกันยายน ลมหนาวพัดโบกกระทบกับทิวไผ่งาม เสียดสีกันจนดังเอี๊ยดๆจนดูน่ากลัว ในเขตชนบทของไทย หากเมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าลงไปแล้ว ความมืดเข้าปกคลุมความเงียบคืบคลานเข้ามาทำให้บรรยากาศดูน่ากลัวเหมาะแก่การมาถ่ายหนังผี ไม่ไกลจากริมทางเดินบนถนนลูกรังสีแดงฝุ่นหนาเพราะไม่ได้รับความเหลียวแลจากคนใหญ่คนโตเท่าใดนักจะมีมาดูก็ตอนเลือกตั้ง พอพ้นโปรโมชั่นก็เหมือนเดิม ป้ายหมู่บ้านที่ห้อยโตงเตงจะพังแหล่ไม่พังแหล่ดูสีมอซอทึมทึบเก่าผุพังตัวอักษรเลือนรางลงไปทุกที แต่พอจะอ่านจับใจความได้ว่า ดอนโตนด

          จริงหรือเจ้าคะท่านสมภาร เสียงของใครคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยความตกอกตกใจ

          อกอีแป้นจะแตก เธอคนนั้นทุบอกตัวเองพลางเดือดเนื้อร้อนใจ

          ใจเย็นๆเถอะโยม อาตมาอาจจะตาฝาดไปเอง ภิกษุรูปนั้นที่เป็นคนเล่าพลางจิบน้ำชาในกาต้มใบเล็ก ด้านล่างตรงหน้ามีชาวบ้านหลายคนมาจับกลุ่มล้อมกันอยู่ ภายหลังเกิดเหตุการณ์ประหลาดภายในหมู่บ้าน มีคนตายโดยไม่ทราบสาเหตุติดๆกันสองถึงสามรายภายในระยะเวลาหนึ่งเดือน

            อิฉันว่าแล้วว่าหมู่บ้านเราต้องมีปอบ หญิงคนแรกที่พูดเอ่ยเสียงดังจนคนแตกตื่น

            ปอบงั้นหรอ หลายต่อหลายเสียงต่างก็พูดแบบหน้าตาตื่นด้วยความวิตกกังวล

            แล้วใครล่ะเป็นปอบ

            ท่านสมภารเห็นหน้าตามันชัดหรือเปล่าครับท่าน นายเทิดคนงานในหมู่บ้านคนหนึ่งเอ่ยขึ้น ดวงตาลึกโปนของสมภารดำ ผู้เป็นเจ้าอาวาสลงลึกลงไปจดจำภาพต่างๆเมื่อยามดึกของวันเกิดเหตุได้เป็นอย่างดี ท่านพยักหน้าก่อนที่จะนึกภาพย้อนกลับไปเมื่อคืนวาน

            ค่ำคืนเดือนหงายดวงจันทร์หายลับมันมืดสงัด เสียงจิ้งหรีดเรไรที่เคยร้องก็หายไปมันเป็นวันประหลาดไม่เหมือนวันปกติธรรมดาทั่วไปนักหรอก เสียงฝีเท้าที่ก้าวเดินฉับๆมาตามทางเดินแลเห็นอุโบสถของวัดอยู่ไม่ไกลแต่เสียงฝีเท้านั้นเดินห่างออกมาจากตัววัด ถนนเปียกชุ่มไปด้วยน้ำเฉอะแฉะไปหมดเพราะเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว ลมพัดหวิวๆเสียดสีกอไผ่งามที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนั้นเท่าใดนัก ยิ่งฟังก็ยิ่งน่ากลัวเสียงของมันเหมือนเสียงคนร้องเรียกจะดังอยู่รอบๆบริเวณนั้น ไม่ไกลเห็นเงาตะคุ่มๆก้มๆเงยๆอยู่ไม่รู้ว่าเป็นคนหรือสัตว์ สายตาจับจ้องมองไปยังบริเวณนั้นแม้จะไม่มีแสงจันทร์ส่องหรือแสงไฟฟ้าจากรอบๆแต่ตะเกียงที่ท่านถือมาก็พอจะส่องดูข้างหน้าได้พอสมควร ทันทีที่ตะเกียงส่องไปตรงมุมบริเวณนั้นท่านก็ถึงกับผงะด้วยความหวาดกลัวสุดชีวิต ขนเป็ดขนไก่ปลิวว่อน เสียงเป็ดเสียงไก่ร้องดังด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ท่านสมภารชูตะเกียง ดวงตาของท่านมองไม่ผิดนักดอกเพราะภาพที่ปรากฏตรงหน้าเป็นภาพของหญิงแก่ผมเผ้ายุ่งเหยิงปากเปื้อนไปด้วยเลือด ซากไก่ที่ยังคาปากคงพอจะเป็นหลักฐานได้ว่าไก่ตัวนั้นและเป็ดที่นอนตายเป็นการกระทำของใคร ดวงตาโปนลึกโบ๋มองดูด้วยความหวาดหวั่นแทนที่จะวิ่งออกไปจากตรงนั้นให้ไวแต่ความคิดกับฝีเท้าสวนทางกันเมื่อขาที่ก้าวกลับช้ากว่าที่คิดเอาไว้ ท่านสมภารหันหลังกลับออกจากตรงนั้นพร้อมกับเสียงฝีเท้าของอีกคนตามมา มันตามท่านมาประชิด ท่านก็ไม่กล้าหันกลับไปมองมีแรงเท่าไหร่ก็วิ่งจ้ำอ้าวหนีออกจากที่ตรงนั้นด้วยความกลัวสุดชีวิต บนถนนเฉอะแฉะเต็มไปด้วยโคลน น้ำเน่า เปรอะเปื้อนจีวรเต็มไปหมด ไอ้ตัวประหลาดมันยังคงวิ่งตามท่านมา ท่านสัมผัสได้ว่ากรงเล็บแหลมยาวของใครจิกเข้าที่ตัวท่านแต่เฉียดไปเพียงปลายเล็บ มันสยดสยองเมื่อไอ้ตัวประหลาดบุกมายืนตรงหน้า ผมเผ้าของมันรุงรังน่ากลัว กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ตะเกียงที่ติดมือมายังคงอยู่ ท่านมองเห็นร่างของผู้หญิงแก่คนนั้นหายใจเสียงดัง เล็บแหลมยาว มันอ้าปากเห็นฟันแหลมคมไม่เหมือนฟันของมนุษย์ปกติทั่วไป มันอ้าปากกลิ่นคาวเลือดและกลิ่นสาบส่งกลิ่นเหม็นเน่าไปทั่ว มือยาวเล็บแหลมยาวมุ่งตรงเข้ามาประชิดอย่างรวดเร็ว ณ ขณะนั้นท่านสมภารดำก็ท่องคาถาพุทธคุณไม่รู้ว่าไปอัญเชิญบทไหน บทใดมาบ้าง ท่องผิดท่องถูก ปรากฏว่าเหมือนมีกระจกกางกั้นพร้อมกับลำแสงครอบคลุมเป็นวงกลมล้อมรอบตัวท่านเอง ผีตรงหน้าท่านสมภารกำลังเผชิญหน้าไม่สามารถเข้ามาได้ เมื่อตัวของมันโดนลำแสงที่ล้อมรอบก็เจ็บแสบ ปวดแสบปวดร้อน ร้องเวทนาด้วยความเจ็บปวด สมภารหลับตาด้วยความกลัว คาถาทุกบทถูกสวดออกมาจากปากของท่าน บทแล้วบทเล่า

            ภายหลังท่านสมภารเล่าจบชาวบ้านที่มามุงดูล้อมรอบกุฏิต่างก็วิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานากับเรื่องที่เกิดขึ้นและเป็นเพราะชาวบ้านบางรายมีความเชื่องมงายไปในทางไสยเวทย์จึงลงความเห็นกันว่าสมควรที่จะจ้างหมอผีมาปราบผีปอบนั่น ว่าแต่ใครกันที่เป็นผีปอบและมันไปสิงสู่ใครกันแน่ ชาวบ้านต่างสงสัยเป็นอย่างยิ่ง จากปากคำของสมภารให้การว่า ผีปอบตนนั้นเป็นผู้หญิงแก่รูปร่างผอม ดวงตาของมันแดงก่ำ หน้าเหี่ยวย่น ปากสั้น ตัวสั้น ไม่สูง หลังงองุ้ม ท่านสมภารจำได้ดีว่ามันเป็นผู้หญิงแก่ รูปร่างไม่สูงและท่านก็เคยพบกับมันมาแล้วครั้งหนึ่ง  ชาวบ้านเมื่อได้ฟังต่างก็พิเคราะห์พิจารณากันไปว่าใครกันที่โดนวิญญาณร้ายเข้าสิง คิดไปคิดมายายนุ่มบ้านปากคลองก็โพล่งขึ้นมาทำเอาชาวบ้านตกอกตกใจ

ใช่แน่ๆนังพุ่ม นังพุ่มที่บ้านมันอยู่หลังป่าช้าดอนโตนดแน่ๆที่เป็นของ....

พุ่มไหนยายนุ่ม เสียงใครคนหนึ่งแทรกขึ้น

ก็นังพุ่มที่ย้ายมาเช่าที่ทิดอ่ำยังไงล่ะ

ชาวบ้านต่างร้องฮือ ยายพุ่มเป็นสาวแก่ย้ายมาจากหมู่บ้านอื่นนานหลายปี แกไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ไม่เสวนาและไม่ออกมาพบปะกับผู้คน จึงทำให้เป็นที่สงสัยของชาวบ้าน บวกกับลักษณะท่าทางของยายพุ่มเหมือนที่สมภารดำเล่าเอาไว้ก็ไม่มีผิดเพี้ยนแต่อย่างใด

……………………………………………………………………………………………………………………………………………….

 

มันก็น่าแปลกอยู่นะครับกับเรื่องแบบนี้ ชาวบ้านจะไปปรักปรำเขาแบบนั้นไม่ได้ เสียงของชายหนุ่มเอ่ยขึ้นเมื่อรับฟังเรื่องราวจากปากของจ่าดับผู้ใต้บังคับบัญชาที่อาวุโสกว่า

            เรื่องแบบนี้ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่นะครับผู้หมวด จ่าดับเอ่ยเรียบๆ

            นี่มันยุคไหนกันแล้วครับจ่า ผีปงผีปอบมันมีที่ไหนกันไอ้เรื่องเจ็บไข้ได้ป่วยที่กล่าวขานกันมาปากต่อปากว่ามันมีผีปอบนั่นก็งมงายไร้สาระสิ้นดี ยุคสมัยเปลี่ยนระบอบความคิดของคนไม่ยอมเปลี่ยนเชื่ออะไรที่พิสูจน์ไม่ได้ วิวัฒนาการสมัยใหม่ทั้งเทคโนโลยีความก้าวหน้ามากมาย แต่กลับงมงายไปกับเรื่องผีปอบ ผู้หมวดหนุ่มส่ายหน้า จ่าดับถอนหายใจ

            ผู้หมวดครับ แต่ดอนโตนดของเรามีผีปอบจริงๆนะครับ จ่าดับพูดขึ้นแม้จะรู้ตัวว่าคนหัวสมัยใหม่แบบหมวดดนัยคงไม่มีทางเชื่อเรื่องพิสดารพันลึกแน่ๆ

            ผีหรือคนล่ะครับที่ออกอาละวาด ผีไม่สามารถจับต้องได้จะมีก็แต่คนเท่านั้น ผีไม่สามารถเอามีดเอาปืนออกมาฆ่าได้ แต่คนน่ะสิที่สามารถหยิบมีดหยิบปืนออกมาฆ่ากันได้ จ่าลองตอบคำถามผมทีสิครับว่าอันไหนน่ากลัวกว่ากัน คนหรือผี จ่าดับเงียบเสียงลงไปเมื่อผู้หมวดหนุ่มเทศนาด้วยคำพูดที่แทงใจดำบาดลึกลงไปในกระดูกดำ

            ตะวันคล้อยเกือบจะลาลับกลีบเมฆไปแล้ว ใกล้หน้าหนาวพระอาทิตย์ตกดิน ท้องฟ้ามืดไวกว่าปกติทั่วไป เสียงฝีเท้าของคนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินมุ่งหน้าไปที่หลังป่าช้า นำทีมโดยพ่อผู้ใหญ่และบรรดาลูกบ้านชายหญิงหลายต่อหลายคนในมือมีจอบ เสียม มีด ไฟ ตะเกียง พร้อมเป็นอย่างยิ่งที่จะปะทะกับสิ่งที่มองไม่เห็นในร่างคน โดยวิธีการนี้เรียกว่าการไล่ผีปอบ

            ยายพุ่ม ยายพุ่ม เสียงของผู้เป็นผู้ใหญ่บ้านดังขึ้นเมื่อทุกคนเดินมาหยุดที่หน้าบ้านของนางพุ่ม สภาพบ้านไม้เก่าหลังนี้เป็นบ้านไม้เก่าผุพังเต็มไปด้วยแมกไม้ที่ปลูกขึ้นเต็มบ้านไปหมด เสียงกอไผ่เสียดสีกันทำให้เกิดเสียงหวิวๆดังอยู่ไม่ไกลจากตรงนั้น ดวงตะวันลับตาลงไปแล้ว แสงไฟถูกจุดขึ้นคบเพลิงที่ไฟลุกโชติช่วงเกิดขึ้นแลเห็นภาพนางพุ่มเดินหลังงองุ้มออกมาจากบ้านด้วยมือไม้สั่นเหมือนจับไข้ ผมเผ้าเนื้อตัวสกปรกเหม็นกลิ่นสาบสาง เนื้อตัวดูไม่ได้ ทำให้นางพุ่มที่อายุราวห้าสิบกว่าเหมือนคนแก่ที่มีอายุหกสิบถึงเจ็ดสิบปี ชาวบ้านหลายคนที่ห้อยพระต่างก็ภาวนาให้ไล่ปอบออกไปจากหมู่บ้านสำเร็จด้วยเถอะ เมื่อนางพุ่มก้าวเดินมานางก็โผล่หน้าออกมาปะทะกับแสงไฟ จากคำบอกเล่าของสมภารดำที่บรรยายรูปร่าง หน้าตา ลักษณะท่าทางของผีปอบที่ท่านได้พบได้เห็นอย่างชัดแจ้ง ณ ตอนนี้ก็ประจักษ์แก่สายตาของใครหลายๆคนแล้วว่าผีปอบตนนั้นก็คงเป็นใครไปเสียมิได้ นอกเสียจากนางพุ่มนั่นเอง

            มะ..มีอะไรหรือจ๊ะพ่อผู้ใหญ่ เสียงแหบพร่าของนางพุ่มเอ่ยเบาๆแสงไฟจากคบเพลิงเผยให้เห็นใบหน้าที่มีริ้วรอยแก่ชราของนางพุ่มได้เห็นเต็มๆสองตา

            ข้าจะมาขับไล่ผีปอบเอ็งน่ะสินังพุ่ม พ่อผู้ใหญ่เอ่ยเสียงเข้มด้วยความฮึกเหิม

            คะ..คะ ใครกันจ๊ะผีปอบ นางพุ่มผู้ยังไม่รู้ชะตากรรมของตนเองก็ตอบออกไปแบบใสซื่อ

            ไม่ต้องมาทำเป็นไก๋เลย ก็แกน่ะสินังพุ่ม ผีปอบที่มันสิงในร่างแก เที่ยวออกไปอาละวาดกินเป็ดกินไก่ในเล้าของชาวบ้านหมดเกลี้ยงแล้วยังมีหน้ามาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อีกเหรอ หนอยเป็นผีแต่ตีหน้าตอแหลเก่งยิ่งกว่านางร้ายในละครเชียวนะ เสียงของนุ่มแว้ดๆใส่

            ฉันไม่ใช่ผีปอบ ฉันไม่ใช่ผีปอบ นางพุ่มร้องบอกแม้จะไม่มีเสียง มือไม้สั่น ตัวสั่นไปหมด

            ดู๊ ดูมัน สั่นเป็นปอบเข้าแล้วเห็นมั้ย พูดไม่ทันขาดคำผีที่สิงนางพุ่มเข้าแล้ว เอ้าพวกเราช่วยกันขับไล่นังพุ่มออกไป ช่วยกัน นางนุ่มผู้เป็นคนพูดเตรียมขับไล่พร้อมกับพวกชาวบ้านต่างก็ตะโกนโวยวายขับไล่ผีปอบออกจากหมู่บ้าน ชาวบ้านต่างก็ต้องผวามากกว่าการเจอผีปอบอีก เมื่อทางตำรวจมาห้ามศึกเสียก่อน อ้าว...หยุดๆนั่นทำอะไรกัน ผู้หมวดส่งเสียงดังชาวบ้านหันมอง

            ไล่ผีปอบน่ะสิครับคุณตำรวจ

            คุณมีสิทธิ์อะไรไปขับไล่เขา หมวดดนัยโพล่งออกไปแม้จะเกรงๆอยู่บ้างเพราะพวกชาวบ้านมีกันสิบยี่สิบคน

            แหมคุณตำรวจขา ก็นังพุ่มน่ะสิคะมันเป็นผีปอบ พวกเราชาวบ้านจึงลงความเห็นกันว่าให้ไล่นางพุ่มออกไปจากหมู่บ้านของเรา นางนุ่มเอ่ยแทรกขึ้น

            ผู้ใหญ่ครับ ทำไมผู้ใหญ่ถึงไม่ห้ามให้ชาวบ้านทำแบบนี้ครับ หมวดดนัยหันมาทางผู้ใหญ่บ้าน

            หมวดครับ เอ่อ..คือ ผู้ใหญ่บ้านหน้าเสียตอบติดๆขัดๆ แต่หมู่บ้านเรามีคนตายประหลาดช่วงนี้บ่อยเหลือเกินนะครับหมวดและสมภารดำท่านก็เห็นผีปอบรูปร่างลักษณะท่าทางคล้ายยายพุ่ม พวกเราชาวบ้านต่างก็ลงความเห็นกันว่าให้ขับไล่ผีปอบออกไปจากหมู่บ้าน ผู้ใหญ่พูดออกไปติดๆขัดๆ แม้จะพูดออกไปแต่ก็ไม่เป็นผลให้หมวดดนัยคล้อยตาม

            ผู้ใหญ่ก็รู้ไม่ใช่เหรอครับว่าการกระทำแบบนี้มันผิดกฎหมาย หมวดดนัยเสียงเข้ม

            ผู้หมวดครับ ผมว่า จ่าดับกระซิบเบาๆข้างหูหมวดดนัย

            ผู้หมวด ผู้หมวดจะให้ปอบมันมาจับกินเลือด กินเนื้อ ตับ ไต ไส้ พุง พวกเราหรอคะ นางนุ่มแว้ดๆเสียงเจื้อยแจ้วพูดขึ้น

            แต่ว่า หมวดดนัยกำลังจะพูดขึ้น

            ออกไป ออกไป ออกไป เสียงชาวบ้านต่างโห่ไล่ไม่ได้ฟังเสียงตำรวจแต่อยากใด

            พวกเราไปจับนางพุ่มเร็ว นางนุ่มเอ่ยเสียงบัญชาการ ชี้นำไปทางนางพุ่ม ชาวบ้านหลายต่อหลายคนต่างก็วิ่งไปทางนางพุ่มช่วยกันจับนางพุ่มเอาไว้

            ปล่อย ปล่อย ข้าไม่ใช่ปอบ นางพุ่มโวยวาย

            ผู้ร้ายปากแข็ง แกจะไม่ใช่ปอบได้ยังไงกัน เนื้อตัวก็เหม็นสาบ สกปรกแบบนี้ นางนุ่มบอก

            หยุดนะ เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น ทำให้ทุกคนหยุดทุกอย่างและหันไปทางต้นเสียง เห็นภาพหญิงสาวที่ถือสัมภาระเดินเข้ามา เธอเป็นคนต่างถิ่นไม่มีใครรู้จักเธอ ทุกคนต่างมอง นางนุ่มโต้โผใหญ่ไม่ชอบใจนักแต่ก็ทำอะไรไม่ได้

            พวกคุณ เข้ามาทำอะไรในบ้านฉันกับแม่

            อ๋อ ที่แท้ก็ลูกนังผีปอบนี่เอง นางนุ่มแผดเสียงใส่ มองหญิงตรงหน้าแบบไม่ชอบใจนัก

            แม่ฉันไม่ใช่ปอบและก็ไม่ได้มีผีสิงอะไรทั้งนั้น

            ใครเขาจะเชื่อ ก็เห็นๆกันอยู่ว่าหมู่บ้านเรา เป็ด ไก่ ตายห่ากันไปหมด ชาวบ้านตื่นขึ้นมาต่างผวากันทั้งหมู่บ้าน ก็ตั้งแต่นังพุ่มย่างกรายเข้ามาหมู่บ้านเราก็มีแต่เรื่องแปลกประหลาด หมู หมา กา ไก่ หายเกลี้ยงไปทั้งหมู่บ้าน

            แล้วมันเกี่ยวอะไรกับแม่ฉัน แม่ฉันเขาไม่มีแรงจะออกไปกิน หมู เห็ด เป็ด ไก่ที่เล้าคนอื่นได้ยังไง หญิงสาวเถียง นางนุ่มท้าวสะเอวมอง

            ก็วิญญาณผีปอบเข้าสิงน่ะสิ กลางวันนอนป่วย กลางคืนก็ออกอาละวาดไปกินเป็ดไก่ของชาวบ้าน

            คุณตำรวจคะ ฉันขอแจ้งจับชาวบ้านพวกนี้ เธอชี้ไปที่ชาวบ้านทุกคน

ชาวบ้านทุกคนต่างส่งเสียงดัง

            ข้อหาอะไรไม่ทราบยะ นางนุ่มลอยหน้าลอยตา

            บุกรุกเคหสถานยามวิกาล ทำร้ายร่างกายผู้อื่นและบุกทำร้ายข้าวของภายในบ้าน หมวดดนัยยิ้มมุมปากกับความเจ้าเล่ห์ของหญิงสาว

            และถ้ายังมาตอแยบ้านฉันอีก ระวัง เธอเสียงดังขู่

            จะให้ปอบไปกินตับไตไส้พุงทุกคนเลย

เป็นอันว่าวันนั้นพิธีไล่ปอบก็จบลงไป

 

            เจ็บใจจริงๆนะเจ้าคะหลวงพ่อ นางนุ่มเอ่ยเสียงเครียดเมื่อมาพบกับสมภารดำพร้อมๆกับชาวบ้านคนอื่นๆ

            อาตมาว่าอย่าผลีผลามหุนหันพลันแล่นทำอะไรโดยขาดสติยั้งคิดเลย สมภารดำจิบน้ำชาจากกาน้ำร้อนใบเล็ก

            หลวงพ่อ ผีปอบนะเจ้าคะ มันออกอาละวาดจนชาวบ้านขวัญผวากินไม่ได้นอนไม่หลับ ลูกเล็กเด็กแดงต่างก็หวาดกลัวไม่เป็นอันจะทำอะไรนะเจ้าคะ

            แล้วเราจะเอาอย่างไรกันดีพ่อผู้ใหญ่ ชาวบ้านคนหนึ่งหันไปถามผู้ใหญ่บ้าน

            เอ่อ...ตอนนี้น่ะเหรอ พ่อผู้ใหญ่บ้านอึกอักตอบไม่เต็มเสียง

            ฉันว่าเราคงต้องหาหมอผีมาปราบแล้วล่ะ นางนุ่มบอก

            ต้องตามหมอผีฝีมือดีมาจัดการปอบนางพุ่ม นางนุ่มพูดด้วยความคั่งแค้น

            แล้วใครล่ะจะมาปราบ มีใครรู้จักหมอผีฝีมือแกร่งกล้าบ้างมั้ย

            ฉันนี่แหละจะจัดการเอง นางนุ่มพูดด้วยความหมายมั่นในการหาหมอผีมาปราบปอบ

            ผมว่าเรื่องมันชักจะไปกันใหญ่แล้วนะครับจ่าดับ ผู้หมวดดนัยบอกพลางวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ เดินมาเท้าแขนตรงหน้าผู้ใต้บังคับบัญชาที่ง่วนอยู่กับเอกสาร

            ผู้หมวดดนัย ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ไปนะครับของพวกนี้เชื่อไว้ไม่เสียหลาย

            จ่านี่มันยุค2000แล้วนะครับ

            โถ่ก็ผู้หมวดเป็นเสียอย่างนี้ไงครับ เรื่องปอบนี่มันก็มีมานานแล้วฝังรากลึกลงไปในจิตใจของชาวบ้านกันตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษนะครับหมวด เราจะไปห้ามไม่ให้เขาเชื่อหรือไม่เชื่อไม่ได้หรอกนะครับหมวด

            ผมจะหาวิธีทำให้ชาวบ้านเลิกงมงายกับเรื่องพวกนี้ให้ได้ครับ ผู้หมวดพูดด้วยความจริงใจ

จ่าดับพ่นลมหายใจได้แต่รับฟังแต่คิดไม่ออกเลยว่าผู้หมวดหนุ่มจะหาวิธีการใดไปลบล้างศรัทธาความเชื่อของชาวบ้านได้

 

            ยามค่ำของวันหนึ่ง ดวงจันทร์ที่ทอแสงบนนภา ค่ำคืนที่ท้องฟ้าเริ่มมัวจากที่แสงจันทร์สาดแสงก็เกิดเมฆกลุ่มใหญ่พาดผ่านมาบดบังจนแสงจันทร์นวลตาลับหายไปทันใด เสียงฝีเท้าของคนกลุ่มใหญ่เดินลัดป่าช้าไป ชาวบ้านมีอาวุธจับปอบครบมือและหนึ่งในจำนวนผู้คนที่เดินไปก็มีหมอผีที่มาปัดรังควานด้วยหนึ่งคน

 

            ผู้หมวดจะไม่ตามไปหน่อยหรอครับ จ่าดับที่วันนี้อยู่เวรกะดึกร้องถามเจ้านายตนเอง

            ไม่ไป เขาตอบพลางยิ้มที่ใบหน้า

            แล้วถ้าเกิดเรื่องคอขาดบาดตายตำรวจอย่างเราจะไม่เสียหายหรือครับ

            เอาน่า... เขาตบบ่าจ่าดับเบาๆพลางยิ้ม

            วันนี้แหละที่เราจะได้รู้ว่าใครเป็นปอบตัวจริง จ่าดับทำหน้างงๆไม่รู้เลยว่าหมวดดนัยได้คิดอะไรอยู่ภายใต้ใบหน้าและดวงตาคู่นั้น

 

            แสงไฟจากคบเพลิงลุกโชติช่วง ชาวบ้านหลายคนเดินมาที่บ้านของนางพุ่ม ในยามรัตติกาลที่ท้องฟ้ามืดมิดไม่ได้ยินเสียงสรรพสัตว์ใดๆเลยแม้แต่น้อย จิ้งหรีดเรไรหรือนกกลางคืนก็ไม่ส่งเสียงดังอะไรออกมา มีแต่เพียงสายลมที่พัดต้นไม้ใบหญ้าทำให้บรรยากาศมันดูน่ากลัวอย่างไรก็บอกไม่ถูก หมอผีผู้เรืองฤทธิธากำลังบริกรรมคาถาอยู่ แรงลมมาจากไหนไม่รู้มันพัดโบกไปมาเหมือนพายุ ชาวบ้านหลายต่อหลายคนต่างจับกลุ่มเข้าหากันเอาไว้ด้วยความกลัว ดวงจันทร์ลับกลีบเมฆไปแล้วเห็นแต่เพียงเงารางๆ เสียงนกเค้าแมว นกฮูกที่เกาะบนกิ่งไม้ส่งเสียง แมลงปีกแข็งบินว่อนพร้อมกับเสียงตุ๊กแก บรรยากาศ ณ ยามนั้นน่ากลัวจับสุดขั้วหัวใจ จากที่เงียบสงัดกลับครื้นเครงไปด้วยบรรดาสัตว์น้อยใหญ่ ชาวบ้านที่มาต่างก็ขวัญหนีดีฝ่อไปตามๆกันด้วยความกลัว

            ปอบมันจะมาทางนี้หรอครับหมวด จ่าดับที่แอบซุ่มดูการจับผีปอบกับหมวดดนัยถามด้วยความเคลือบแคลงสงสัย

            เอาน่า จ่าอย่าเสียงดังไปซี่ เดี๋ยวปอบมันได้ยินก็กระเจิงไปหรอก

            ก็ผมสงสัยนี่ครับหมวด ไม่เห็นมีชาวบ้านซักคนเดียวที่ออกมาจับปอบ

            ก็ใครบอกว่าผมจะมากับชาวบ้านล่ะ หมวดดนัยอมยิ้ม

            ผู้หมวดเริ่มทำให้ผมสับสนมึนงงไปหมดแล้วนะครับ

            เบาๆซี่นั่นไงปอบตัวจริงมาแล้ว สายตาของผู้หมวดและจ่าดับต่างมองไปที่...

            อีกด้านหนึ่งชาวบ้านที่ไปจับปอบยายพุ่มที่หลังป่าช้านั่นต่างก็ต้องตกตะลึงกับเหตุการณ์เพราะผีปอบยายพุ่มวิ่งออกมาจากบ้านและลัดเลาะหายไปทางด้านวัด ทำให้ทุกคนแตกตื่น

            นั่นไงปอบยายพุ่ม เสียงของยายนุ่มเอ่ยดังๆพลางชี้นิ้วไปร่างที่ลับตา พรางตัวกับความมืดสงัดนั้นแล้ว

            พวกเราตามมันไป เสียงใครคนหนึ่งในกลุ่มตะโกนบอกก่อนที่จะเคลื่อนพลกำลังชาวบ้านพากันไปจับปอบ

            ภาพของยายพุ่มที่ชาวบ้านเห็นนั้นลักษณะท่าทางแข็งแรงแต่งตัวเสื้อเชิ้ตลายหมากรุก ผมเผ้ารุงรังไปหมด วิ่งเร็วมาก เร็วจนเกินกว่าคนแก่ชราจะวิ่งได้และคนแบบยายพุ่มก็คงไม่มีแรงมาวิ่งแบบนี้หรอก กลุ่มชาวบ้านนับสิบคนมุ่งตรงกันมาที่ปอบ มันวิ่งมาอย่างไวหายไปไหนเสียแล้ว ทุกคนต่างสอดสายตามองหาร่างของปอบยายพุ่มกันแต่ก็ไม่เห็น อีกทั้งวันนั้นมืดสงัดและวัดในชนบทสมัยก่อนก็ไม่มีไฟฟ้าสว่างจ้าแบบสมัยนี้เสียด้วย ชาวบ้านต่างค้นหาภายในรอบๆบริเวณวัดก่อนที่จะได้ยินเสียงทิดคล้อยเสียงดังมาจากข้างป่าไม่ไกลจากกุฏิพระ ชาวบ้านต่างวิ่งกันไปดูแต่แล้วก็ต้องขนพองสยองเกล้า บางคนแทบจะอ้วกออกมา ซากเป็ดซากไก่ที่ถูกชำแหละเต็มกองพะเนินไปหมด มันถูกล้วงตับไต บางตัวเหมือนเพิ่งจะตาย ชาวบ้านต่างขวัญหนีดีฝ่อผวาไปตามๆกัน หมอผีที่ถูกจ้างมาก็บริกรรมคาถาเรียกปอบ ลมแรงพัดมาจากไหนไม่มีใครรู้ มันน่ากลัวมาก วัดวาอารามในชนบทสิบยี่สิบปีก่อนดูน่ากลัวเมื่อตะวันพลบค่ำลงไปแล้ว ภาพสยองขนลุกของกองซากเป็ด ซากไก่ยังคงทำให้ชาวบ้านผวากันและเร่งที่จะตามหาตัวผีปอบยายพุ่มให้ได้

            มันหยามหน้ากันไปแล้วอีพุ่ม เสียงของนางนุ่มเอ่ย

            กล้ามากินเป็ดกินไก่ในวัด บาปแท้ๆ นางนุ่มเอ่ยด้วยความคับอกคับใจ

            มันอยู่ในวัด หมอผีบอกทุกน ทุกคนมองรอบๆ

            ผีอีพุ่มน่ะหรอพ่อหมอ

            เออสิ มันอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้หรอก ข้าได้กลิ่นสาบสางผีปอบของมัน

            งั้นพวกเราก็เร่งตามหามัน โต้โผร้องบอกแม้วันนี้พ่อผู้ใหญ่ไม่ได้มาด้วยกันก็ตามเพราะติดธุระสำคัญต้องเข้าเมืองไปตั้งแต่เช้า ไม่ทันที่เหล่าชาวบ้านจะพากันไปตามผีปอบก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นแสงไฟจากอีกมุมค่อยๆเดินมาหากลุ่มชาวบ้าน แสงไฟนั้นเมื่อค่อยๆก้าวเข้ามาใกล้ชาวบ้านต่างก็ต้องตกใจกับภาพทีเห็น บางคนแทบทรุดลงที่พื้นบางคนผวายิ่งกว่าผีเสียอีก

           

เช้าของวันใหม่ที่ลานของหมู่บ้าน

            เช้าวันเสาร์ที่หลายคนหยุดพักผ่อน ชาวบ้านถูกเกณฑ์กันมาที่ลานประชุมทุกคนต่างพูดคุยเรื่องเมื่อคืนวันล่าผีปอบกันต่างๆนานา และที่น่ากลัวยิ่งกว่าปอบของยายพุ่มก็การจับปอบอีกตนที่หลายคนก็ไม่คาดคิดเช่นกัน

            เอาล่ะครับทุกคน ทุกคนในชุมชนหมู่บ้านของเราก็คงทราบเรื่องผีปอบกันดีแล้ว ผมในฐาแนะเอ้ยฐานะเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ขอสรุปเหตุการณ์ล่าผีปอบให้ละกันครับ หมวดดนัยค่อยๆเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ภาพเหตุการณ์ทุกอย่างค่อยๆเริ่มขึ้นในความคิดของหมวด

            เมฆกลุ่มนั้นค่อยๆบดบังจันทร์ที่ส่องอยู่บนฟากฟ้า มันทำให้บรรยากาศของค่ำคืนดักผีปอบช่างน่ากลัวเหมือนในหนังผีอย่างไรอย่างนั้น นายตำรวจสองนายนั่งแอบอยู่ในพงหญ้าที่ขึ้นสูงชันปิดมิดและในความมืดมัวด้วยแล้วไม่อาจมองเห็นได้ เสียงฝีเท้าของใครคนหนึ่งเดินก้าวฉับๆมาตามทางเดินจากวัดลับตาออกมาทางไปป่าช้า หากพินิจดูก็เป็นคน แต่หากตาขาวก็คงมโนไปว่าเป็นผี แต่จะมีใครกันเล่าที่จะมาเดินในป่าช้าดึกๆดื่นๆ สายตาสองคู่ของนายตำรวจคู่หูต่างวัยต่างจับจ้องคนตรงหน้า หมวดดนัยพอจะรู้ว่าใครและมีรายงานบางส่วนที่เขาได้รับมาจากสายข่าว แต่จ่าดับนี่สิแทบตกใจเพราะชายผ้าเหลืองที่จ่าดับเห็นและพินิจเพ่งมองไปนั่นมันสมภารดำ เจ้าอาวาสวัดนี้ ท่านออกมาทำอะไรกันในยามดึกดื่นแบบนี้ จ่าดับหายใจไม่ทั่วท้อง ภาพตรงหน้าของสองตำรวจต่างวัยปรากฏ การส่งมอบของอะไรบางอย่างคนหนึ่งเป็นหญิงแก่สูงวัยกำลังส่งหีบบรรจุอะไรยื่นให้ท่านสมภาร ก่อนที่ท่านสมภารจะจ่ายเงินและต่างก็แยกย้ายกันไป มันก็คงไม่น่าแปลกหากท่านจะซื้อขายของธรรมดา แต่เมื่อสองตำรวจคู่หูต่างวัยย่องๆไปข้างป่าข้างกุฏิวัดที่พระเณรจำวัดกันก็ต้องผงะเมื่อได้ยินเสียงเพลงบรรเลง ตีเคาะร้องรำของพระและเจ้าอาวาสสนุกสนานเฮฮา ข้างๆมีเศษซากไก่เป็ดที่ถูกชำแหละนำมาต้มยำปิ้งกันทำกับข้าวเอร็ดอร่อยกันเคล้าผสมกับเหล้ายาปลาปิ้งที่ถูกจัดแจงเป็นงานสังสรรค์รื่นเริงบันเทิงใจกันสนุกสนาน

.......................................................................................................................................................

            ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆว่าท่านสมภารดำจะทำได้ ใครคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยความผิดหวัง เมื่อฟังการเล่าเรื่องของหมวดดนัยจบลง

            ท่านเป็นมานานแล้วครับชาวบ้านแต่ท่านไม่แสดงตัวออกมา หมวดดนัยบอกชาวบ้าน

            อ้าว แล้วยายพุ่มล่ะ ยายพุ่มไปไหน หากยายพุ่มไม่ใช่ปอบแล้วเมื่อวานใครวิ่งออกมาจากบ้านยายพุ่ม ชาวบ้านตั้งข้อสงสัย หมวดดนัยอมยิ้ม จ่าดับอดยิ้มไปไม่ได้

            ฉันเอง ทุกคนหันไปมองต้นเสียงพร้อมๆกับเห็นร่างของหญิงชรากับลูกสาวเดินกันเข้ามาในลานประชุม ทุกสายตาต่างจับจ้องเป็นสายตาเดียวกัน หากแต่เมื่อก่อนนางพุ่มก็คงโดนขับไล่เป็นที่น่ารังเกียจของคนในชุมชน แต่มาวันนี้ไม่ใช่เสียแล้ว

            ฉันนี่แหละเป็นตัวล่อให้ชาวบ้านวิ่งกลับไปที่วัดเพื่อไปพบความจริง

ชาวบ้านเมื่อได้ฟังต่างก็ร้องอ๋อ ยายพุ่มมีอาการตัวสั่นริกๆเหมือนผีสิงชาวบ้านต่างมอง

            ไม่ต้องตกใจไปหรอกนะคะทุกคน แม่ฉันเขาไม่ได้โดนผีสิงหรอกค่ะแต่เขาเป็นโรค

            โรค ทุกคนพูดพร้อมกัน

            โรคชนิดนี้เรียกว่าพากินสัน เป็นโรคชนิดหนึ่งที่ผู้ป่วยจะมีอาการตัวสั่น ประกอบกับอาการแก่ชราและโรคอื่นๆทั้งโรคไต ทำให้ผิวหนังดำ โรคต้อทำให้ตาพร่ามัวและสู้แสงไม่ได้ อาจเป็นการเข้าใจผิดทำให้หลายคนคิดว่าแม่ฉันเป็นปอบ หญิงสาวพูดไปหัวเราะไป

            เอาละครับทุกคน ทุกคนในหมู่บ้านก็คงเข้าใจเรื่องราวความเป็นมาแล้วนะครับ หมวดดนัยพยายามสรุป

            หมู่บ้านเราไม่ได้มีสิ่งเร้นลับอะไรทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นผีสางนางไม้และปอบ อย่างที่หลายคนสงสัยปอบที่น่ากลัวที่สุดก็คือปอบในตัวมนุษย์ มันสามารถทำได้ทุกอย่าง คนเรานี่แหละน่ากลัวกว่าผีชนิดไหนเสียอีกและยิ่งคนที่สักแต่นุ่งขาวห่มขาวหรืออาศัยจีวรบังหน้ากระทำผิดต่อธรรมวินัย คนเหล่านั้นก็ไม่ต่างกับปอบที่อาศัยความเชื่อความศรัทธาของคนเป็นที่ทำมาหากิน หลอกลวง ต้มตุ๋นชาวบ้าน อาศัยความลี้ลับ ผีสางนางไม้ มาเป็นตัวกระตุ้นและสิ่งที่น่ากลัวกว่าภูตผี วิญญาณ แล้วละก้อนั้นคือยาเสพติดเพราะมันนี่แหละเป็นตัวทำร้ายประเทศชาติ เห็นมั้ยครับว่าท่านสมภารท่านเลือกเดินทางผิด คิด กระทำไม่ดี หลงมัวเมาในอบายมุข ท่านก็มีชีวิตไม่ต่างอะไรกับปอบ

จบ

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ นัฐพันธ์ จากทั้งหมด 23 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น