โลกสองใบของคนแปลกหน้า

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 31 Views

  • 1 Comments

  • 0 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    3

    Overall
    31

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

ชายหนุ่มค่อยๆก้าวเท้าเดินตามทาง เสียงฝีเท้าของเขา ทำให้หญิงสาวที่นั่งอยู่หันมอง <br /> หญิงสาวที่นั่งรอ หันมองตามเสียง แต่ปราศจากสิ่งมีชีวิตใดๆ สายตาของเธอมองผ่านร่างของชายหนุ่มที่เดินมารอหญิงสาว <br />


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เรื่อง        โลกสองใบของคนแปลกหน้า
บทโดย     นัฐพันธ์



ทั้งสองเงยหน้าขึ้นจากจอโทรศัพท์ เมื่อวางสายลง แม้สัญญาณโทรศัพท์ที่ต่อสัญญาณจนทำให้สองคนข้ามมิติเวลามาพบกันนั้นจะยุติลงไปคล้ายๆกับระบบ 2Gที่พัฒนามาเป็น4G ,5G จนทำให้คลื่นสัญญานของทั้งสองจูนไม่ติด 

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 8 ก.พ. 62 / 15:45

บันทึกเป็น Favorite


เรื่อง      โลกสองใบของคนแปลกหน้า

บทโดย   นัฐพันธ์

………………………………………………………………………………………………………

เสียฝีเท้าที่เดินมาตามทาง ทำให้ใจที่ล่องลอยของ เขมมิกา หรือหลิน  กลับมาเข้ามาปกติแบบเดิม หญิงสาวเหม่อลอยออกไปด้านนอกนานเท่าใดไม่รู้ ภายหลังจากการวางโทรศัพท์มือถือลง กล่องข้าวที่วางอยู่ยังไม่ถูกเปิดกินเลยแม้แต่คำเดียว เธอหันมองผู้มาใหม่ แม้จะคิดว่าที่แห่งนั้นจะมีเธอเพียงคนเดียวก็ตาม เขานั่งลงข้างๆหญิงสาว

“ขอโทษด้วยครับ คิดว่าไม่มีคนอยู่”เขายิ้มเก้อ เมื่อเดินขึ้นมาเพื่อที่จะมาคุยโทรศัพท์แบบเงียบๆแต่พบว่ามีคนอยู่เสียก่อน

                 “สวัสดีครับ” ชายหนุ่มกล่าวทักทาย หลินหันมองหน้าเธอส่งยิ้มให้กับเขา แม้จะเป็นยิ้มที่เจืองๆก็ตาม

                 “สวัสดีค่ะ คุณ...”  เธอยังไม่รู้จักผู้มาใหม่ เขาส่งยิ้มคืนตอบให้เธอบ้าง

                 “นนท์ครับ  คุณชื่อ..”

                 “หลินค่ะ หลิน”  หญิงสาวส่งยิ้มให้กับชายแปลกหน้า แม้เวลานี้เธอจะมีความรู้สึกไม่สู้ดีนักกับชีวิตของตัวเอง

                 “คุณทำงานที่นี่ด้วยเหรอคะ”

ชายหนุ่มพยักหน้า เขาขยับเดินออกไป เพื่อไปหาที่สูบบุหรี่ กลิ่นควันพวยพุ่งจนหล่อนต้องเอามืออุดจมูกเพราะแพ้กลิ่นบุหรี่

                 “ขอโทษด้วยครับ”เขากล่าวแก้เก้อ ที่ไม่ทันรู้ว่าหญิงสาวแพ้ควัน

                 “ไม่เป็นไรค่ะ”

                 “ผมแอบมาที่นี่ประจำ”

                 “ฉันไม่เคยพบหน้าคุณเลย  คุณทำงานแผนกอะไรหรือคะ นนท์”

เขาเขี่ยบุหรี่ที่กระถางทรายและเป่าพ่นลมออกไปให้หายเหม็น  หญิงสาวมองหน้าบุรุษตรงหน้าผู้มาใหม่ เขาสูง หุ่นดี แต่งตัวดีแบบพนักงานออฟฟิศทั่วไป แต่ไม่คุ้นหน้า

                 “คุณพึ่งมาทำงานใหม่ละสิท่า”  เขาเอ่ยถาม หลังจุดบุหรี่สูบเสร็จแล้ว

                 “ค่ะ เพิ่งมาได้ไม่ถึงเดือน” หล่อนตอบคำถามของเขา

“ผมทำงานอยู่บริษัท...ด้านล่างนี้แหละครับ”

“แหม อยู่ห่างกันสองชั้นเอง ฉันก็ทำงานที่...” เธอฝืนยิ้มให้ชายแปลกหน้า

                 “คุณมีสีหน้าทุกข์ใจอะไรหรือเปล่าครับ”  เขาสังเกตใบหน้าของหล่อนที่หมองคล้ำและไม่สู้ดีแบบคนปกติ อาการบ่งบอก แม้ว่าหล่อนเองจะพยายามที่จะเก็บอาการเอาไว้ ความทุกข์นี้หนาที่มันแสดงออกมาทั้งทางกาย กิริยา จนคนอื่นจับพิรุธได้เสมอ แม้จะพยายามปกปิดเท่าใดก็ตาม

                 “แค่เหนื่อยน่ะค่ะกับเรื่องาน”

ชายหนุ่มหัวเราะฮึฮึ ในลำคอ จนทำให้หล่อนขนลุก มันเป็นเสียงหัวเราะที่น่ากลัว เขาหันหลังมองออกไปทางหน้าต่างกระจกใสที่เห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองหลวงแห่งนี้ ตอนเที่ยงรถราไม่เยอะ แต่ก็ไม่น้อย เขาเอามือล้วงกระเป๋าสองข้าง หล่อนมองเขาอยู่

                 “ชีวิตคนเรามันก็แบบนี้ล่ะครับ มีทั้งทุกข์สุข”  น้ำเสียงของเขาอบอุ่น สร้างขวัญกำลังใจขึ้นมา

                 “คุณพอจะเล่าให้ผมฟังได้มั้ย ว่าเกิดอะไรขึ้น”

แม้เธอจะดูเกร็งๆอยู่บ้างที่จะต้องเล่าเรื่องส่วนตัวให้ชายแปลกหน้าฟัง แต่สัมผัสบางอย่างที่เธอสัมผัสได้ว่า ชายหนุ่มคนนี้ มีอะไรพิเศษกว่าคนอื่น เธอจึงตัดสินใจเล่าเรื่องให้เขาฟัง เพื่อการระบายความในใจออกมา

                 กว่าครึ่งชั่วโมงที่หล่อนเล่าเรื่องส่วนตัวให้เขาฟัง ชีวิตของเธอ มันไม่ได้โรยด้วยดอกไม้นานาพันธ์แบบเทพนิยาย เธอต้องฝ่าฟัน ทน และต้องก้มหน้าทำงาน กับสังคมแย่ๆในออฟฟิศ ทั้งเรื่องงาน เพื่อนร่วมงาน และเจ้านาย ปัญหาต่างๆสารพัดที่ประดังประเดเข้ามาภายในใจของเธอ มันได้เขานี่แหระเป็นที่ระบาย เธอพ่นลมแรงๆจนชายหนุ่มได้ยิน เธอดูโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก บางอย่างที่คั่งค้างมานานได้ปลดปล่อย มันเหมือนเธอลอยละลิ่ว  หัวใจที่คับข้องได้คนมาช่วยวรับฟังปัญหาที่สะสมมานาน

                 “สบายใจมั้ยคุณ”  เขากล่าวเรียบๆภายหลังการรับฟังปัญหาของเธอ

                 “สบายใจค่ะ  ขอบคุณคุณมากที่รับฟังมัน ทั้งๆที่มันไม่ใช่เรื่องของคุณ”

                 “ไม่ต้อง ขอบคุณผมหรอก ผมรับฟังปัญหาของคุณได้ คนที่มาทำงานที่นี่ทุกคน ก็ต้องเจอปัญหาด้วยกันทั้งนั้นแหละครับ”

                 “คุณทำงานมานานแล้วหรือคะ” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะต่างคนก็ต่างเป็นคนแปลกหน้าของกันและกัน

                 “ก็ไม่นานนักหรอกครับ แต่ผมเคยผ่านสมรภูมิที่อื่นมาก่อน เลยตั้งรับมันไหว”

                 “พูดเหมือนกับไปรบราฆ่าฟันอย่างไงอย่างนั้นเลยนะคะคุณ” หล่อนแอบหัวเราะเยอะเขาเบาๆ เขายิ้มแก้เก้อ

                 “มนุษย์เงินเดือนก็แบบนี้แหละครับ คุณอย่าไปคิดอะไรมากเลย ดูคุณแล้วเพิ่งจะจบใหม่มา ยังคงไม่เคยเจอปัญหาสารพันสารพัดนะสิครับ กระดูดยังอ่อน รอคุณทำงานไปซักปีสองปีหรือสามสี่ปี กระดูกของคุณมันอาจจะแข็งแรง ทนทาน และด้านชากับเรื่องแบบนี้ก็ได้ครับ”

“คุณรู้มั้ยคะ  ว่าฉันคุยกับคุณแล้ว ทำให้ฉันสบายใจขึ้นมามากเลยค่ะ”

“ผมรับฟังคุณได้ทุกเมื่อ ขอแค่คุณสบายใจก็พอแล้ว”

หล่อนเหลือบมองนาฬิกาที่ข้อมือ ได้เวลาทำงานบ่ายแล้ว

                 “เราลงไปด้านล่างกันดีกว่าค่ะ ได้เวลาทำงานบ่ายแล้ว”

สองคนยิ้มให้กัน

                 “คุณลงไปก่อนเลยครับ ผมขอสูบบุหรี่อีกมวนก่อนจะลงไป”  เขาล้วงบุหรี่ขึ้นมา  หล่อนจะยิ้มให้เขาและขอตัวลงไปชั้นล่างก่อน

                 หล่อนก้าวลงมาจากด้านบนชั้นสุดท้ายของตึก ด้วยความหวังอันแรงกล้าและพลังเปี่ยมล้น เขาเป็นใครกันนะ น่าจะอยู่คนละแผนกหรือไม่ก็คนละบริษัท เพราะตึกแห่งนี้มีหลายบริษัทที่มาเช่า และชั้นสุดท้ายของตึกก็ปล่อยร้าง ทำให้เธอสามารถขึ้นไปนั่งเล่น เงียบๆพักยามบ่ายแบบสงบๆได้  ตลอดช่วงบ่ายที่เจ้าหล่อนทำงานแม้จะเจอปัญหาต่างๆมากมายก็ตาม แต่เธอก็พร้อมที่จะสู้กับมัน

                 “คุณตวงๆ ได้ข่าวคนเจอผีที่ด้านบนของตึกเราหรือเปล่าคะ”  แม่บ้านคนหนึ่งที่ช่างเม้าแอบยืนคุยอยู่กับพนักงานหน้าเค้าเตอร์ประชาสัมพันธ์ ถึงเรื่องผีที่มีคนเจอ

“ไม่เห็นได้ยินเลยป้าพา  ไปฟังใครเล่ามาคะป้า”

แม่บ้านขาเม้า มองซ้ายขวา กลัวว่าHRจะมาเห็นว่าหล่อนอู้งาน  แบอกระซิบกระซาบให้พนักงานสาวรายนั้นฟังทันทีอย่างเมามัน เพราะเป็นปกติที่ปากไม่มีหูรูดอยู่แล้ว

“เขาบอกว่าเจอกันมานักต่อนักแล้วค่ะ น่ากลัวจะตาย”

“เขานะใครกันคะ แหล่งข่าวจากไหน” 

“โอ๊ยคุณตวง ป้าไม่ทราบหรอกคะ แหล่งข่าวจากไหน แต่ที่แน่ๆ มีคนเจอดีมานักต่อแล้ว ที่ห้องน้ำชั้นบน” แม่บ้านขาเม้าเล่าไปก็อดที่จะขนลุกขนพองไม่ได้ พอดีที่HR ออกมาพอดี หล่อนจึงแยกย้ายกันไปทำงานของแต่ละคน ทิ้งให้หลินที่ยืนถ่ายเอกสารอยู่ใกล้ๆต้องรับฟัง ผีงั้นหรือ แค่คิดหล่อนก็อดขนลุกไม่ได้

...................................................................................................................................................................

หลินยังคงเอาข้าวกล่องขึ้นไปนั่งทานบนชั้นบนของตึกอยู่แบบเดิม แม้จะได้ฟังข่าวเรื่องผีชั้นบนของชั้นแห่งนี้ก็ตาม แต่เพราะเธอไม่สนิทสนมกับใครในแผลกเลยแม้แต่น้อย จึงทำให้เธอเลือกที่จะมาทานคนเดียวแบบเงียบๆ

เวลาเดียวกับเมื่อวานเป๊ะเลย เสียงฝีเท้าก้าวเบาๆมาตามทาง เหมือนเดิมไม่มีผิด เขาคนนั้นก็ปรากฏตัวพร้อมเสียงฝีเท้าที่หยุดกึกด้านหลังเธอ หลินหันไปมอง เห็นบุรุษนิรนามเมื่อวานอีกครั้งเวลาเดิมที่เดิม  แม้ในใจของหลินจะอดสงสัยอยู่บ้างว่า เขาคนนี้เป็นใครกัน มาแบบแปลกๆ และเกี่ยวโยงกับผีที่ใครหลายคนเห็นหรือไม่

“สวัสดีคะคุณนนท์”

“ครับ”

“สีหน้าคุณดีขึ้นกว่าเมื่อวานมากนะครับ” ชายหนุ่มจับสังเกตที่หน้าของหล่อนได้ สีหน้าสดใส และมีรอบยิ้มมากขึ้น ไม่ได้มีความทุกข์ใดๆ

“ก็เพราะคุณ ที่เป็นที่ปรึกษาและระบาย ความรู้สึกของฉัน  ฉันขอบคุณคุณมากนะคะ”

“ไม่ต้องขอบคุณผมหรอกครับ  ผมช่วยอะไรได้ก็ช่วย”

หล่อนส่งยิ้มละมัยให้กับเขา  เขาก้าวออกไปห่างจากตัวของเธอ และจุดบุหรี่สูบแบบเดิมเหมือนเมื่อวาน

ทั้งสองเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนที่จะหันมาคุยกันเรื่องทั่วไป หลิน ไม่ได้เกร็งแบบเมื่อวาน หล่อนเปิดใจคุยกับเขามากขึ้น   และทุกวันทั้งสองก็จะมาเจอกันที่นี่ เวลาเดิม แบบเดิม เสมือนโรงฉายภาพยนต์ที่ฉายซ้ำไปซ้ำมาแบบเดิม.

แต่น่าแปลกที่วันนี้เขาไม่ขึ้นมา ปล่อยให้เธอรออยู่นาน จนถึงเวลาทำงานรอบบ่าย ตลอดบ่ายนั้นที่หลินนั่งทำงาน ใจของเธอไม่เป็นสุขเอาซะเลยที่ไม่เห็นเขา บุรุษนิรนาม  ที่มาเวลาเดิม ทำแบบเดิม ทุกอย่าง

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

“เขาว่า มีคนไปฆ่าตัวตาย หลายรายแล้วนะคะคุณตวง”  แม่บ้านขาเม้าคนนั้น ยังคงสรรหาเรื่องราวต่างๆมาเล่าให้พนักงานสาวฟังเสมอ และสองคนก็แอบเม้ากันเมื่อเวลาที่ไม่มีคนเห็น

“ตายอีกแล้วหรือคะป้า”

“ใช่ค่ะ เมื่อเช้าป้ามา หวอตำรวจดังทั่วตึกเลยค่ะ แต่เขาปิดข่าว”

“อาถรรพณ์อะไร  ทำไมคนตายบ้อยบ่อย”  สีหน้าของพนักงานสาวทำหน้าหวาดกลัว

และสองคนก็เม้ากันต่อไป ในขณะที่หลินกำลังถ่ายเอกสารอยู่ใกล้ๆ การได้รับฟังเรื่องราว ทำเอาเอกสารที่ถ่ายร่วงหล่นลงไปกองที่พื้น ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเอาเสียเลย หรือว่าจะเป็นเขา หรือว่าจะเป็นเขา ใจของเธอร่วงไปที่ตาตุ่ม ไม่อยากคิดว่าจะเป็นบุรุษนิรนามคนนั้นเลย

                 เที่ยงของอีกวัน แม้จะมีความกลัวอยู่บ้าง แต่เธอก็พร้อมที่จะขึ้นไปด้านบนตึก ชั้นบนแบบเดิมเหมือนเดิม เวลาเดิม เหมือนเครื่องฉายภาพยนตร์ที่ฉายซ้ำไปมา เธอทานข้าวไม่ลง รอเขา  รอเขา รอเขา แต่ก็ไม่พบแม้กระทั่งเงาของเขา   เธอจะทำอย่างไรดี ใจของเธอหวงเขา กลัวว่าจะเป็นแบบที่แม่บ้านคุยกัน

หลินกระสับกระส่ายไปหมด เธอจำได้ว่าเขาเคยบอกว่าทำงานชั้นไหน บริษัทอะไรคุ้นๆ เธอเดินลงไป แต่ไม่พบว่ามีบริษัทแห่งนั้น เขาหลอกเธอหรือ เธอสับสนไปหมดแล้ว ตลอดบ่ายนั้นเธอทำงานไม่เป็นสุขเลยแม้แต่น้อยเพราะใจยังหวงเขา ผู้ชายแปลกหน้าคนนั้น

...................................................................................................................................................................

                 ชายหนุ่มก้าวเดินตามปกติ เขาเดินมารอหญิงสาวนิรนามคนนั้นทุกวัน แต่ก็ไม่พบ แม้จะพยายามที่จะลงไปค้นหาบริษัทที่เธอทำงานก็ตามแต่ไม่ปรากฏชื่อบริษัทแห่งนั้นเลย  หลายวันแล้วที่เขาไม่พบหญิงสาวแปลกหน้าคนนั้น แม้เขาจะเดินมารอเธอเพื่อจะไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบที่เกิดขึ้น เขายังจำดวงตา ใบหน้าของหญิงสาวคนนั้นได้เป็นอย่างดี  

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

                 หลิน ยังคงขึ้นมานั่งรอชายแปลกหน้าคนนั้นทุกวัน แม้จะไม่เห็นเขาแล้วก็ตาม เธอไม่ได้หวาดกลัวเรื่องราวคนตายที่เกิดขึ้นบนชั้นนี้ 

                 ชายหนุ่มค่อยๆก้าวเท้าเดินตามทาง เสียงฝีเท้าของเขา ทำให้หญิงสาวที่นั่งอยู่หันมอง

                 หญิงสาวที่นั่งรอ หันมองตามเสียง แต่ปราศจากสิ่งมีชีวิตใดๆ สายตาของเธอมองผ่านร่างของชายหนุ่มที่เดินมารอหญิงสาว  

                 ชายหนุ่มเดินทะลุร่างของหญิงสาวที่ยืนอยู่ สองคนต่างยืนรอกันและกัน  แต่ต่างคนต่างไม่เห็นแม้จะยืนห่างกันเพียงคืบเดียว

...................................................................................................................................................................

เสียงโทรศัพท์ของสองคนดังขึ้น ต่างคนต่างหยิบมันขึ้นมารับสาย ทั้งสองพูดคุยโทรศัพท์อยู่พักหนึ่งก่อนที่จะวางสายลง  ด้วยท่าทีหงอยเหงา

หญิงสาวก้มลงมองหน้าจอสี่เหลี่ยมของสมาร์ทโฟน ระบุวันที่   18/1/2555

ชายหนุ่มมองนาจอโทรศัพท์ Nokai3310  ระบุวันที่  18/1/2545

ทั้งสองเงยหน้าขึ้นจากจอโทรศัพท์ เมื่อวางสายลง แม้สัญญาณโทรศัพท์ที่ต่อสัญญาณจนทำให้สองคนข้ามมิติเวลามาพบกันนั้นจะยุติลงไปคล้ายๆกับระบบ 2Gที่พัฒนามาเป็น4G ,5G จนทำให้คลื่นสัญญานของทั้งสองจูนไม่ติด  และได้ทิ้งให้สองหนุ่มสาวพลัดพราก แม้เวลานี้สองคนจะก้าวเดินไปพร้อมกันเสมือนเดินไปเป็นคู่ แต่มิติเวลาของทั้งคู่ต่างกัน ถึงจะเดินไปที่เดียว จุดหมายปลายทางเดียวกันก็ตาม  สายลมหวิวๆที่พัดผ่านมา ทั้งสองไม่รู้เลยว่า ต่างคนต่างมารอกันและกัน ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ทั้งสองจะมาพบเจอกันอีก  หรือต้องรอให้โลกคู่ขนานแห่งนี้ มาบรรจบกันเสียก่อน

จบ 18/1/2562

 

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ นัฐพันธ์ จากทั้งหมด 23 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:10

    การบรรยายดีครับ แต่มีบางจุดที่พิมพ์ตกนะครับ ขอบคุณครับ อ่านไปซึ้งไป เกือบน้ำตาไหลล่ะ อีกนิดเดียว ตัดจบก่อน

    ขอบคุณครับ ที่เอาลง เป็นกำลังใจช่วยไรท์นะครับ

    #1
    1
    • ขอบคุณมากครับ มีเรื่องสั้นหลายเรื่อง ตอนนี้ลงเรื่อง ผู้หญิงนัยต์ตาเศร้า กับผู้ชายเเปลกหน้า เเนะนำให้อ่านครับ

      ขอบคุณนะครับ ติชมได้เสมอครับ จะมาลงเรื่อยๆ
      #1-1