เพชรที่หายไป

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 30 Views

  • 0 Comments

  • 0 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1

    Overall
    30

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

เมื่อเพชรมูลค่ามหาศาลหายไป<br /> ใครกันที่ขโมยไป?<br /> เเล้วคุณจะรู้ ว่าเพชรอยู่ที่ใครร


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

      คุณนายฉวี เป็นคุณนายที่ตระหนี่ถี่เหนียวเป็นที่หนึ่ง ในบรรดาคนงานเก่าของบ้านหลังนี้เคยเล่าให้พวงพะยอมฟังว่า ตั้งแต่เธอย้ายมาทำงานที่บ้านคุณนายฉวีเมื่อร่วมหลายปีก่อน คุณนายยังไม่เคยขึ้นเงินเดือนให้เธอเลยแม้แต่บาท ขนาดให้เธอออกไปซื้อพงซักฟอกหน้าปากซอยให้เงินเธอไปสามสิบบาท เงินทอนสองบาทยังต้องทอน เรื่องอาหารการกินก็ประหยัดจนลูกๆของคุณนายยังต้องแอบบ่นเป็นประจำว่า


เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 14 ม.ค. 62 / 09:53

บันทึกเป็น Favorite


เรื่อง          เพชรที่หายไป

บทประพันธ์     ฐิติมาศ-นัฐพันธ์

………………………………………………………………………………………………......................................เรื่องสั้น

            คุณนายฉวี เป็นคุณนายที่ตระหนี่ถี่เหนียวเป็นที่หนึ่ง ในบรรดาคนงานเก่าของบ้านหลังนี้เคยเล่าให้พวงพะยอมฟังว่า ตั้งแต่เธอย้ายมาทำงานที่บ้านคุณนายฉวีเมื่อร่วมหลายปีก่อน คุณนายยังไม่เคยขึ้นเงินเดือนให้เธอเลยแม้แต่บาท ขนาดให้เธอออกไปซื้อพงซักฟอกหน้าปากซอยให้เงินเธอไปสามสิบบาท เงินทอนสองบาทยังต้องทอน เรื่องอาหารการกินก็ประหยัดจนลูกๆของคุณนายยังต้องแอบบ่นเป็นประจำว่า

“คุณแม่ขา เงินก็มีแยะนะคะ จะซื้อกับข้าวดีดีมาทานบ้างไม่เสียหลายหรอกค่ะ ขนหน้าแข่งของคุณแม่ไม่ล่วงหล่นหายไปไหนหรอกค่ะคุณแม่”

“ยัยออมพูดถูก คุณแม่จะงกเค็มไปถึงไหนกันครับ”

ลูกสาวลูกชายสองคนมองมารดาแล้วได้แต่พ่นลมแรงๆออกมา คำตอบที่ได้ก็เหมือนม้วนฟิลม์ที่ฉายซ้ำไปซ้ำมาจนสองคนจำขึ้นใจ

“เงินแต่ละบาทที่แม่ได้มา หยาดเหงื่อแรงกายทั้งนั้น จะกินจะจ่ายอะไรก็อย่าให้มันเกินความจำเป็น กับข้าวกับปลา หากมันเหลืออยู่ก็ต้องทานต้องเก็บมากินให้มันหมด จะได้ไม่สิ้นเปลือง ข้าวของตอนนี้ก็ราคาแพงขึ้น เงินนะมันไม่ได้เสกเป่าขึ้นมาได้ง่ายๆหรอกนะจ่ะลูก”

คุณนายฉวีมักจะพูดให้ลูกๆฟังอยู่อย่างนั้น ส่วนสามีของคุณนายนะหรอ เอาแต่ภาวนา ยุบหนอ พองหนอ อมิตตาพุธ ทั้งวัน

            เขาเล่ากันว่าคุณนายมีเครื่องเพชรมากมาย พวงพะยอมรู้มาว่า ในห้องนอนของคุณนายฉวีชั้นบน มีตู้นิรภัยหรือเรียกว่า เซฟอยู่สองตู้ หนึ่งในนั้นคือตู้เครื่องเพชร และราคาเพชรก็สูงมาก แม่บ้านเก่าแก่เมาท์มอยซอยหอยว่า หล่อนเคยขึ้นไปเห็นตอนคุณนายนำมันออกมาเช็ดถู แหม ระยิบระยับดารดาษยิ่งกว่าดาวบนท้องฟ้าเสียอีก

            พวงพะยอมเพิ่งเข้ามาทำงานที่บ้านคุณนายฉวีได้ไม่นานนักได้ฟังจากคนอื่นเล่า เขาเล่าว่า คนนี้เล่าว่า โอ๊ยไม่รู้ว่าต้นต่อที่เล่าว่ามันมาจากไหนกันบ้าง มันก็ปากต่อปากกันมากกว่า คุณนายฉวีท่านมีเมตราต่อคนอย่างเธอมาก แม่บ้านจอมเมาท์ก็นินทาเจ้านายไม่เลิกเมื่อลับตา พ้นหูคุณนายไปหล่อนจะมานั่งวิเคราะห์ความงกของคุณนายให้บรรดาคนงานสาวใช้อีกสองสามคนฟังว่า

“นี่นะ คุณนายแก รวยมาจากไหนรู้มั้ย” ตัวแม่ขาเม้าท์ถอดมองออกไปยังประตูครับ กลัวว่าจะมีคนอื่นมาเห็น มาได้ยินว่าหล่อนเอาเรื่องของเจ้านายมานินทา

“รวยจากไหนหรอ” สาวใช้ในจำนวนสามคนเอ่ยถามอย่างอยากรู้อยากเห็น

“มรดกจ้า มรดกเก่าแก่ของยายทองคำ”

“โห รวยมากสินะ เห็นบ้านช่องใหญ่โต ถ้าทางคุณนายคงได้ลาภก้อนโตแน่ๆ” สาวใช้คนหนึ่งกวาดตารมองรอบๆบ้านที่ใหญ่โต

“ก็จริง แต่ข้าไม่รู้หรอกนะว่าจำนวนมันเท่าไหร่ แต่ที่แน่ๆ ไม่น้อยกว่าล้านบาท” พวงพะยอมตาค้าง อ้าปาก ไม่คิดว่าจะมากมาย ครุ่นคิดไปว่าหากหล่อนรวยอย่างคุณนายฉวีบ้าง ทุกคนจะเรียกเธอว่าอะไร

“คุณนายพวงพะยอม”

“คุณพะยอม””

“หรือว่าคุณหญิงพะยอมกันแน่”

 คิดแล้วคงจะสนุกน่าดู แต่มันก็เป็นแค่ความฝันเท่านั้น เพราะในอีกไม่กี่นาทีต่อมาคุณนายก็วนเข้ามาในครัว พอดีที่แม่ครัวขาเมาท์นินทาอยู่ หล่อนจึงถูกเรียกตัวเข้าไปพบที่ห้องโถง แล้วไม่นาน วันต่อมา แม่ครัวขาเม้าท์จอมแสบก็เก็บข้าวเก็บของออกไปจากบ้าน ทุกคนที่อยู่ในวงสนทนา ไม่รู้สาเหตุว่าทำไมคุณนายต้องไล่แม่ครัวออกไป แค่เหตุผลเดียวนะหรือที่เห็นว่าแม่ครัวเอาเจ้านายมานินทา แต่เรื่องเหล่านี้ก็ไม่มีคนกล้าปริปากเอ่ยถึงอีกเลย

            งานครัวจึงตกมาเป็นของหนึ่งในสามสาวใช้ พวงพะยอมได้รับหน้าที่ใหม่ ให้ขึ้นไปทำความสะอาดด้านบนพร้อมกับเพื่อนสาวอีกหนึ่งคนคือ นัยนา  สาวชาวเหนือ ที่อายุคราวลูก

“ต่อไปพวงพะยอมจะต้องเป็นคนขึ้นไปทำความสะอาดแทนหนูนา ที่ย้ายไปงานครัวแทนคนเก่า” เป็นคำสั่งเด็ดขาด ฉับๆลงมาจากเบื่องบนที่หล่อนไม่อาจทานได้ เลยได้แต่จนใจทำงานต่อไป

            งานของวันใหม่ ไม่หนักหนาเลยแม้แต่น้อย พวงพะยอมตื่นมาแต่ไก่โห่ เมื่อเห็นว่าคนในบ้านทยอยออกไปทำงานกันเกือบหมด เว้นก็แต่คุณนายฉวีเท่านั้นที่อยู่บ้านเพียงคนเดียว

สามีของคุณนายท่านเกษียณอายุแล้วเมื่อสามปีก่อน ตอนนี้ก็เข้าวัด วิปัสสนากรรฐานอยู่ทุกวัน ส่วน ออมกับอ้น นั้นก็ออกไปทำงาน บางวันก็กลับค่ำๆ อาหารการกินก็ซื้อมาทานเองหรือไม่ก็ทานมาจากด้านนอกแล้ว สามีคุณนายท่านแกไม่กินอะไรหรอก เพราะอิ่มทิพย์ เอ๊ย ท่านทานอาหารแค่สองมื้อเท่านั้นเหมือนพระที่บวช จำวัดนั้นเอง

วันแรก นัยนาเป็นคนพาหล่อนขึ้นไปทำงาน บนห้องนอนของลูกๆคุณนาย ห้องสะอาด ไม่มีอะไรมาก เธอหยิบตะกร้าผ้าของสองคนออกมาเพื่อไปซักด้านหลังบ้าน ส่วนห้องคุณนาย จะได้รับอนุญาตให้ทำความสะอาดเพียงอาทิตย์ละสามครั้งคือ จันทร์ พุธ และเสาร์เท่านั้น และตอนทำความสะอาด จะมีคนคอยดูอยู่ไม่ให้ทำเพียงคนเดียว เพราะคุณนายกลัวว่าของมีค่าจะหายไป

            งานที่บ้านคุณนายไม่ได้หนักหนาเหมือนที่แม่ครัวขาเมาท์ที่โดนไล่ออกไปเล่าหรอก ออกจะสบาย เจ้านายไม่ได้จู้จี้มากนัก ออกจะใจดีเพียงแต่คุณนายท่านไม่พูดมากความเท่านั้นเอง และก็อยู่เป็นสัดส่วน ไม่นิยมให้คนงานเข้ามาวุ่นวานที่ตึกเท่าใดนัก

            หนึ่งเดือนแล้วที่เธอทำงานที่บ้านของคุณนายฉวี ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบเรียบ เงินเดือน เข้าตามที่ตกลงกันไว้ แม้จะน้อยไปหน่อยสำหรับคนสมัยนี้ แต่เพราะเธอไม่ได้จ่ายอะไรมากมาย เงินจำนวนเท่านี้ก็พออยู่พอกินได้อย่างสบาย

            “คุณผู้ชายจะไปบวชที่อินเดีย สามอาทิตย์” ข่าวล่าสุดออกมาแล้ว

“คุณนายบอกว่า คุณนายก็จะไปเที่ยวกับคุณออมคุณอ้น ที่ต่างจังหวัด”  นัยนาบอก พวงพะยอมคิดอะไรบางอย่างในใจ เอ ก็ดีนะสิ อยู่กันแค่แม่บ้านสามคน กับยามหน้าบ้าน สบายจะตายไป เพื่อนของนัยนาบอก

“ตาจ่อนนะหรอ หลับยามแทบทุกวัน ฉันจะเอาไปบอกคุณนายท่านหลายรอบแล้วนะ แต่เกรงใจ กลัวว่าตาจ่อนจะไม่มีงานทำ แกขนาดนั้นแล้ว”

“แหม แกก็เหมือนกัน แว็บไปหาไอ้โต้งที่บ้านหัวมุมทุกวันตอนออกไปซื้อของที่ตลาด” สองคนถกเถียงกัน แววตาของพวงพยอมไม่ได้มองสองสาวทะเลาะกันหรอกแต่ลอบมองไปที่หน้าต่างห้องนอนของคุณนายฉวีแทน ความคิดบางอย่างแล่นเข้ามาในมโนจิตของเธอ

            หลายคืนก่อนหน้านี้ นายดำรงขับรถซาเล้งขายของเก่ามาจอดเทียบข้างบ้าน พวงพะยอมต้องย่องๆมาด้านหลังบ้านมาหาสามีที่แกหงำเหงือกเหมือนชายชราวัยเจ็บสิบมากกว่าจะอายุแค่ห้าสิบสามปี นายดำรง สภาพไม่น่ามอง แก่ ดำ และเน่าเหม็นไปด้วยกลิ่นสุรา  หากเขาไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน เขามักจะโดนพวงพะยอมกำชับหนักหนาว่า อย่าได้มาหาหล่อนที่บ้านเป็นอันขาด เพราะหน้าตาสภาพของนายดำรงเหมือนขี้ยา ไม่มีผิด คนเราเขามองที่ภายนอกมากกว่าภายใน พวงพะยอมคิดในใจ

            ค่ำคืนนี้หล่อนนอนไม่หลับเลย เมื่อเสียงของสามีที่มาหาเมื่อหลายคืนก่อนดังในหูของหล่อนว่า

“นังพะยอม เองต้องหาเงินมาให้ข้าด้วยนะ ตอนนี้บ้านเราจะโดนยึด ที่นาก็จะโดนเสี่ยเอาไปแล้ว เงินที่ข้าขี่ซาเล้งได้ไม่พอยาไส้ดอก”

“ฉันจะหาเงินที่ไหนไปไถ่นาเล่าพี่ ลำพังส่งให้ทุกเดือน ชั้นก็จะไม่มีจะกินแล้ว”

“แต่เอ็งก็เห็นอยู่ว่านาปีนี้ไอ้ทบาลหัว มันให้ราคาข้าวกี่บาทกัน ชาวนามันจะตายห่าอยู่แล้ว”

“พี่ ชั้นจะไปหามาจากไหนเงินตั้งหลายแสน”

“ไม่รู้ล่ะ เอ็งต้องเอาเงินมาให้ได้ ไม่ได้โดยเลห์ก็ด้วยกลละวะอีพะยอม”  ดำรงฝากฝังเอาไว้ที่เมีย

เธอส่ายไปมา จนสองสาวที่นอนร่วมที่นอนหันมอง พะยอมจึงหนหลังหลับตา คิดไปต่างๆนาๆเกี่ยวกับการหาเงินแสนมาใช้หนี่บ้านอย่างไรดี

            เช้านี้หล่อนทำงานด้วยความไม่สบายอกสบายใจเลยแม้แต่น้อย กวาดถูพื้นบ้านด้วยอาการเหม่อลอยไปมาเหมือนคนไม่มีวิญญาณ เสียงนายดำรงผัวรัก มาบอกหล่อนเรื่องเงิน แสนเอาไถ่นา  อพิโธ่ เงินแสน แค่เงินหมื่นหล่อนยังไม่มีปัญญาไปหามาเลย นับภาษาอะไรเล่าที่จะมีเงินแสนมาใช้หนี้เขา คนจนมันลำบากยากแค้นเสียจริง เงินแต่ละบาทหาได้ง่ายๆเสียที่ไหนกันเล่า

“พี่พะยอม เดี๋ยวขึ้นไปทำความสะอาดด้านบนต่อนะ” นัยนาบอก พร้อมกับช่วยกันยกอุปกรณ์ขึ้นไปด้านบนห้องนอนของคุณออม คุณอ้น แล้วบรรเลงงานลงไปอย่างดี การทำความสะอาดด้านบนใช้เวลาไปครึ่งค่อนวัน กว่าจะเสร็จ 

“ผ้าม่านอย่าลืมล่ะ เอามาซักด้วย” เสียงของคุณนายฉวีดังในความคิดของ นัยนา สาวใช้คราวลูกจึงปลดม่านลง แล้วเอาลงไปด้านล่างเพื่อซัก

สายตาที่มองห้องคุณนาย สายตาพะยอม สายตาของความอยากรู้ ว่าในห้องมีอะไร ในตู้นั้นมีอะไรอย่างที่ล่ำลือหรือไม่ ในใจ มโนความชั่วแผ่ซ่านไปหมด เอาล่ะวะ นัยนาไม่อยู่ด้วย วันนี้แหระ จะได้เห็นว่าในตู้มันมีอะไร เครื่องเพชรงั้นหรอ หวานปาก เงินนะหรอ ลาภปาก ทองนะหรอ โอ๊ยสวรรค์ชัดๆ ความคิดชั่วแล่นบันเกิดในใจของเธอ  เสียงหัวเราะหึหึ ดังในลำคอ ก่อนจะเดินผ่านห้องคุณนายแล้วเลยลงไปด้านล่างของบ้าน

ค่ำของวันนั้น ทุกอย่างดำเนินไปช้าๆ เมื่อทุกคนกินข้าวกินปลาเสร็จแล้ว ก็เข้าห้องนอน แต่ที่ผิดไปก็คือ คุณนายไม่อยู่บ้าน และทุกคนก็พลอยเหมือนหนูร่าเริงเพราะแมวไม่อยู่ คนแรกแม่ครัวสาวแอบไปหาไอ้โต้ง ผัวรักที่ทำงานเป็นคนสวนอยู่หัวมุม ส่วนตาจ่อนนะหรอ ค่ำคืนหนาวๆ แอบหลับยามทุกครั้งไป นัยนาก็หลับเป็นตายหลังจากดูละครหัวค่ำจบไป  อะไรจะเป็นใจให้หล่อนได้อย่างนี้เล่า เมื่อพวงพะยอมสังเกตรอบๆแล้วทุกคนเป็นไปตามความคิดของเธอ มันถึงเวลาเข้าตาจนแล้วละอีพะยอมเอ๋ย ที่จะลักของคุณนายไปเสียบ้าง ในเมื่อความจนมันบีบบังคับอยู่เวลานี้ หล่อนก้าวเดินช้าๆแอบเข้าไปที่ตึกใหญ่อย่างใจสั่นๆ

“ชั้นเคยรู้มาว่ามีกล้องวงจรปิดติดอยู่ที่หัวมุมชั้นสอง คุณอ้นเป็นคนเอามาติดไว้” เสียงของแม่ครัวคนเก่าเล่าดังในความคิด  พวงพะยอมยิ้มแฉ่ง เพราะหล่อนได้เอาผ้าไปคลุมเอาไว้แล้วตอนที่เธอขึ้นไปทำความสะอาดด้านบนเมื่อตอนเช้า พร้อมกับสำรวจตรวจตรามุมต่างๆทางหนีทีไล่เอาไว้แล้วเมื่อหลายวันก่อน

“อะไรจะเป็นใจอย่างนี้ ฉลาดสุดไม่มีอีกแล้ว”พวงพะยอมคิดในใจแล้วก้าวเดินไปช้าๆในความมืดที่ไม่มีแสงไฟเลยแม้แต่ดวงเดียวในนั้น จะมีก็แต่ไฟจากด้านนอกบ้านเท่านั้นเองที่สาดเข้ามาตามช่องระบายอากาศและช่องบานเกร็ดกระจกเล็กๆ

ความชั่วที่เธอเองกำลังทำอยู่ มันหนักหนาเกินกว่าที่หล่อนเคยได้ทำ มันคือความชั่วที่ซุกซ่อนเอาไว้ในจิตใต้สำนึก มโนความดีของหล่อนไม่ได้ทำงานเลยในช่วงเวลานั้น มีแต่ความชั่วที่สิงร่างของเธอ ณ เวลานี้เท้านั้น ผีร้ายตนใดเล่า เอาความดีที่พวงพะยอมทำไว้ตลอดทิ้งหายไป ผีร้ายนั้นมันคือ ผีในจิตใจนั้นเอง

มือของหล่อน ค่อยๆเอื้อมไปที่ตู้เซฟเก่าใบหนึ่งที่หล่อนเลือกแล้วว่า มันน่าจะมีเครื่องเพชรหรือไม่ก็ของมีค่าที่พอจะขายทำทุนรอนให้ชีวิตของหล่อนได้ ใจที่ลุ้นละทึก เมื่อทุกสัมผัสของนิ้วแตะที่ปลายปุ้มเลื่อนไปตามตัวเลข หมุนไปนานเท่าใดหล่อนจำไม่ได้ แต่ที่มารู้ตัวอีกที เมื่อประตูเซฟนั้นเปิดอ้าออก

แสงอะไรบางอย่างจรัสจ้าอยู่แล้วในนั้น เธอลอดช่องมองเข้าไปในตู้นั้นอย่างคนอยากรู้ มันมีอะไรหรือในนั้น ใช่อย่างที่เขาว่า เขาลือกันมั้ยหนอ จะจริงอย่างที่เขาบอกกันหรือ มันมีเพชร มีทอง มีเงิน หรือมีอะไรกันแน่

เอ๊ะ สายตาของผู้มอง จรัสเรือง แวววับยิ่งกว่าอะไร  จริงสิ มันคือเพชร แต่ไม่รู้ว่าเพชรนั้น มากเท่าใด ตาลาย หูพึ่ง ไปหมดแล้วเวลานี้ เกิดมา นังพะยอมยังไม่เคยเห็นของมีค่ามากมายอย่างนี้เลย เอ๊ะ ใจด้านหนึ่งคิดได้ว่า หล่อนจะกระชากเพชรในตู้ใส่กระเป๋าเล็กที่เตรียมมาหมดเลยหรือไง หรือว่าหล่อนเองจะเอาไปแค่พอประมาณ พอประมาณที่ว่าจะไม่ทำให้โทษมาถึงหล่อนในเวลาใกล้นี้หรอก แค่หยิบไป สองสามเส้น มากสุดก็ห้าเส้น คุณนายฉวี คงไม่ทันฉุนคิดหรอกมั้งว่าของหายไปไหน ในเมื่อในตู้มันมีหลานสิบเส้น คุณนายคงคิดว่ามันหลงไปอยู่ที่กล่องอื่น หรือไม่ก็เอาไปวางทิ้งที่ไหนซักแห่งในห้องนั้นเอง คิดแต่ด้านดีดีเข้าไว้ แต่ลืมคิดไปว่า คุณนายก็ความจำดี เรื่องเงิน เรื่องทอง ของมีค่า แม้แต่สตางค์แดงเดียว มีหรือจะปล่อยให้หลุดมือไปได้ เพชรนะย่ะ  มีค่าขนาดหลายสิบ หลายแสน หรือล้านทีเดียว คุณนายคงไม่ปล่อยเอาไปทิ้งเล่นหรอก ใจคิดกระสับกระส่ายไปมา มือหนาของหล่อน ไม่แม้แต่จะเอื้อมเข้าไปหรอก เอาไงดี

“หยิบๆไปจะได้จบ” มารดำในใจผุดขึ้นมา มันเป็นร่างของอสูรกายน่ากลัวสีดำ เป็นฑูติแห่งความชั่วร้าย

“อย่านะ อย่า มันไม่ดี คุณนายรู้เธอจะติดคุก” สายขาวเป็นฑูตแห่งความดี กระตุกคิดขึ้นมา

“ห้าๆๆๆๆไม่หยิบก็โง่เต็มที เธอเดินทางมาขนาดนี้แล้ว เอาไปทำทุนรอนให้ตัวเองไม่ดีกว่าหรือไง” มารดำ

“เอาไป ก็เอาไปได้แต่เพชร แต่สิ่งที่เธอทำดีมาตลอด จะจบลงตรงนี้ แล้วพอคุณนายรู้เรื่อง เธอเองนั้นแหระที่จะติดคุก ไม่มีคนช่วยเธอหรอก “ สายขาวบอก

            พวงพะยอม เหงื่อโทรมกาย คิดไปคิดมาหลายต่อหลายรอบ ทำอย่างไรดีหนอ ทำอย่างไรดี ถึงจะกล้า กล้าหยิบ หรือกล้าเดินออกไปมือเปล่า มีสองทางเลือก

โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆหรอกนะ ไม่ได้มีมาเล่นๆ

            และแล้ว เธอก็เลือกที่จะหยิบมันออกมาเพียงสองเส้นเท่านั้น ใจก็กลัวความผิด แต่หากไม่หยิบ ชีวิตหล่อนก็จบเช่นกัน ที่นา  บ้าน และคนที่อยู่ข้างหลัง ลูกๆอีกจะอยู่อย่างไร เอาไปขายทำทุนรอน คงได้พอเลี้ยงครอบครัวได้มากอยู่ ความดีที่ทำมาพังทลายลงไปแล้ว จบกัน

            เช้าวันใหม่ คุณนายเดินทางกลับมาก่อนกำหนดหลายวัน ใจของพะยอมเต้นลุ้นละทึก

จากวันเป็นเดือน และเป็นอีกหลายเดือน คุณนายไม่มีท่าทีที่จะสงสัยอะไรบ้างเลยว่า เพชรที่อยู่ในตู้หายไป

การใช้ชีวิตของพะยอมก็ดำเนินต่อไปอย่างเช่นทุกวัน และอีกหลายๆวันต่อมา

            ที่ร้านทองในตลาด

            “ชั้นเอาเพชรมาให้เฮียดู”  พะยอมส่งเพชรให้ สายตาเฮียเจ้าของร้านทอง มองหล่อนอย่างแปลกใจ

“ลื้อเอามาจากไหน”

ใจลุ้น เต้นละทึก

“ของเก่าของแก่ของพ่อผัวนะสิ มีอะไรหรอ” หล่อนตอบไปอย่างหน้าตาย โกหกหน้าเป็นว่าของตน

“ไม่มีอารัยหรอก คืออั๊วว่ามันคับคล้ายคับคลา เหมือนกับที่อั๊วเคยเห็นมาก่อน”

ใจของหล่อนเต้นรัว ไม่จริงหรอก ไอ้เฮียแก่นี้มันรู้ มันต้องเอาไปบอกคุณนายแน่ๆ โอ๊ยจะทำอย่างไรต่อไปดี

“โอ๊ย คิดว่าชั้นไปขโมยมาหรอไง” หล่อนทำทีแสร้งเล่นละคร

“เห็นหน้าอย่างชั้นไม่มีของมีค่าหรอเฮีย” หล่อนหยิบเครื่องเพชรกลับมาไว้ในมือ แล้วทำทีจะเดินออกไป

แต่เสียงของอาเอ๊ยดังขึ้นก่อนแล้วพูดขึ้นมาว่า

“ไม่หรอก แต่มันเหมือนอันนี้มากนะสิ”

อาเฮียร้องบอก แล้วหยิบกล่องกำมะหยี่สีแดงขึ้นมาวางไว้ ฉับพลันร่างของเธอก็แทบทรุดลง มันเหมือนกันราวกับว่าเป็นของชิ้นเดียวกัน แต่ก็ไม่แปลกหรอก ของมันอาจจะผลิตขึ้นเหมือนๆกันก็ได้ แล้วคุณนายฉวีก็คงซื้อมาเหมือนกับที่คนอื่นซื้อมา จะไปแปลกอะไร

“นี่ไงที่อั๊วบอกลื้อ ว่ามันเหมือนกัน ราวกับอันเดียวกันเลย” หล่อนหยิบเพชรเส้นนั้นขึ้นมาแล้ววางลงใกล้เคียงกัน เหมือนอย่างกับพิมพ์เดียวกัน ไม่มีผิด

“ของใครหรือเฮียที่เอามาขาย” หล่อนถาม

“อั๊วจะบอกลื้อให้ว่า ของลื้อนะมันของปลอม” ฟังได้เท่านั้นหล่อนก็เข่าแทบทรุดลงไปกองที่พื้นนี่นังคุณนายฉวี มันเอาของปลอมมาหลอกหรอ อีบ้า ในใจก็ด่าต่างๆนาๆ

“อั๊วจับดูก็พอรู้ พอส่องก็เห็นตำหนีผิดๆหลายจุด”

“ชั้นไม่รู้ ชั้นดูไม่เป็นหรอกเฮีย” หล่อนไม่อยากตอบหรือพูดอะไรอีกแล้ว ความฝัน สลายลงไปตั้งแต่รู้ว่าเพชรปลอม

“ของชุดนี้มันของอาปรามูล ผัวของอาคุงนายฉาหวี เอามาขายให้อั๊วเมื่อสองวันก่อน”

หล่อนไม่อยากฟังหรอกว่ามันจะเป็นของใคร เพราะรู้ไปหล่อนก็เอาของจริงมาเเรกไม่ได้ โถ่ ชีวิต แต่เอ๊ะ อาเฮียว่าอย่างไรนะ เพชรนี่คุณประมูลผัวของคุณนายเอามาขายงั้นหรอ

หล่อนต้องหันไปหาอาเฮียอีกครั้ง ด้วยสีหน้าอยากรู้

“ของใครกันนะ”

“ของชุดนี้มันของอาปรามูล ผัวของอาคุงนายฉาหวี เอามาขายให้อั๊วเมื่อสองวันก่อน เห็นมากับหลานสาว สวยน่าดู บอกว่าเอามาปล่อย แล้วจะเอาของมาปล่อยอีก แกว่า คุณนายเบื่อแล้ว อยากได้ชุดใหม่”     เท่านั้นแหระ หล่อนฉงงใจเป็นอย่างมาก คุณผู้ชายนะหรอ คุณผู้ชายไปปฏิบัติธรรม แล้วจะมาขายเพชรได้อย่างไร

            เช้าวันใหม่  พวงพะยอมแอบเอาเครื่องเพชรนั้นไปเก็บไว้เหมือนเดิมและทำที่ไม่ให้ใครล่วงรู้ว่าตนเองแอบย่องไปขโมยมา แต่ไม่สำเร็จ หล่อนเองยังไม่แปลกใจไม่หายที่อาเฮียร้านทองบอกว่าเป็นของปลอม เครื่องเพชร ทอง สารพัน มันจะปลอมได้อย่างไร

และเรื่องราวทองของมีค่าในตู้เซฟก็จางเหมือนละอองไป คุณนายก็ไม่ได้สนใจว่ามันอยู่ครบหรือไม่ จนวันหนึ่ง

            ค่ำแล้วที่พวงพะยอมนอนไม่หลับ หลังจากสามีหายไปนานหลายเดือน แล้ววนเวียนกลับมาหาเธออีกครั้ง  เรื่องอีดำอีด้างขาหัก

            “มันขาหักเพราะไปตกท้อ  ออกไปไถนาไม่ได้ ข้าต้องเจียดเงินออกค่าพยาบาลมันไป  ไหนจะยืมเงินเขามาทำนาอีก”  เสียงในดำรงก้องในหูมีแต่ปัญหา????

            โถ่ชีวิต!!!   อีพะยอมมันจะเป็นสุขเป็นสุขได้อย่างไร  ตอนนี้นะหรอ เป็นศพ เป็นศพ เสียมากกว่า

            ชะตากรรมนำชัดจริงๆ  เธอจะทำอย่างไรต่อไปเล่า ในเมื่อต้องใช้เงิน

            “เงิน” แววตาวาบโรจน์  “เงินเท่านั้น” เธอต้องหาเงินจำนวนหลายหมื่นบาทเพื่อจะไปต่อยอด  ให้สามีและเอาเงินไปทำนา  แต่จะหาที่ไหน อย่างไง

            ในตู้เซฟไง   เสียงหนึ่งดังแว่วมาตามลมเสียงของปีศาจร้ายในตัวตนเอง

            “เอาวะ เป็นไงเป็นกัน”

เมื่อความคิดชั่วร้ายมันเกิดขึ้นในตัวเองแล้ว เธอนั้นแหระที่จะดำเนินรอยตามมันไป อย่างใจปรารถนา แรงกล้า ความชั่วร้ายที่สิ่งในใจตนเองยากแท้จะหยั่งลึก

            มือของพวงพะยอมค่อยๆเอื้อมไปที่ตู้เซฟอีกหนึ่งตู้  เสียงของคนที่อยู่ด้านหลังเธอแววมา

“แม่จ๋า หนูหิว”

“นังพะยอม เอ็งไปเอาเงินมาให้ข้า  ข้าต้องเอาไปทำนา นาบ้านเราล้ม”

“ข้าเอาเงินไปรักษาอีกด่างอีดำหมดแล้ว ข้าไม่เหลือเงินแล้ว”

เสียงของคนในครอบครัวดังก้องในหู  เธอจะทำอย่างไรได้ ในเมื่อมันจำเป็นต้องทำ เธอต้องทำ จำยอมต่อโชค ชะตา และวาสนาอันต่ำต้อย 

“ขอโทษนะคะคุณนาน  อิฉันจนปัญญาจริงๆ”

ตู้เซฟเปิดออกช้าๆ  มันง่ายดายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากเสียจริงๆ  ความเลวมันทำง่ายกกว่าความดีเป็นไหนๆ  ความดีนะหรอ ย้ากยาก ทำไปคนก็ไม่เห็นหรอก

สายตาจับจ้องที่ของมีค่า  มือหนาค่อยๆเอื้อมไปหยิบมา  หยิบมา โกยใส่ไปในกระเป๋าที่เตรียมมา

อีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ความเลวที่ทำจะสำเร็จแล้ว

ไม่กี่นาทีหรอก

แกร็ก  เสียงประตูห้องค่อยๆเปิด

สายตาของผู้ที่เข้ามาตะลึงงันเป็นอย่างมากเมื่อพบว่าสาวใช้ที่ทำงานมานานกำลังขโมยของ ใจของพะยอมตกไปที่ตาตุ่ม เมื่อเสียงกรี๊ดร้องของคุณนานฉวีดังลั่นไปทั่วบ้าน ส้รางความแตกตื่นให้คนในบ้านเป็นอย่างมาก

เวลาต่อมา

            “หนูเปล่าจริงๆนะคะคุณนาย  หนูทำแค่ครั้งแรกจริง”

เสียงของเธออ้อนวอนต่อคุณนายจอมงก  คุณนายไม่ฟัง  พัดโบกไปด้วยความร้อนเป็นอย่างมาก

            “เสียแรงที่แกทำงานมานานหลายปี”

คุณนายฉวีหัวเสียเป็นอย่างมาก พวงพะยอมน้ำตาตก ยกมือไหว้ประหลกด้วยความกลัวว่าจะโดนจับ  ทำไมหนอ ทำไม ชีวิตต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย คิดแล้วก็เศร้าใจเป็นอย่างมาก แต่อย่างไรแล้ว เธอก็ต้องรับกรรม

            เหมือนเป็นคำพิพากษา  ที่เธอต้องได้รับ ผลแห่งการกระทำนั้นเอง การไต่สวนเริ่มขึ้นที่โถงของบ้าน

ที่นั้นมีคุณนายฉวี คุณประมูล คุณออม คุณอ้น คนงานอีกสองคน 

ทุกสายตาจับจ้องมาที่เธอ

“จะว่าอย่างไรแม่พะยอม ยอมรับเสียสิ ชั้นจะได้จัดการ” สายตาของคุณนายมองมาที่เธอ

“คุณแม่คะ  อย่าเอาเรื่องเลยค่ะ  สงสารน้าพะยอมแก ทำงานกับเราก็หลายปี”  ออมบอกด้วยความสงสาร

“ไม่ได้หรอกพี่ออม “อ้นแย้ง

“แม่มีวิธีจัดการ” คุณนายบอก แววตามุ่งมั่น  ส่วนสามีคือคุณประมูลได้แต่นั่งเงียบนิ่งๆ

“ว่าอย่างไร”เสียงนั้นทำให้พะยอมสะดุ้ง

เธอหันไปตามเสียง  ทุกคนหันไป ประกฎร่างของ เจ้าของร้านทองเดินเข้ามาในบ้าน

คนที่ดูจะหน้าเสียอีกคนก็คือ สามีของคุณนาย  เหงื่อไหลออกมาเยอะกว่าปกติ

“อ้าว มาได้เวลาพอดีเฮีย”  คุณนายร้องทัก

“จะจับแมวขโมยต้องถามโผม  ไม่งั้นตีไม่ตายแน่นอน”  อาเฮียยิ้ม  ออมอ้นมองหน้ากันแล้วงง ว่าแม่ของตนทำอะไร

“คุณแม่ครับ มันเรื่องออะไรกันครับ ผมงงไปหมดแล้ว”  อ้นเอ่ย

“จริงด้วยคะ แล้วตามอาเฮียมาทำไมกัน”  ออมสำทับ

“ก็แมวขโมยมันไม่ยอมรับ แม่เลยต้องมีพยาน”  ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ หารู้ไม่ว่า คนที่ร้อนใจ ไม่ใช่พะยอม แต่เป็น….

“หลังจากที่ผมได้รับเครื่องเพชรและทองคำที่ถูกถยอยขายมานั้น  ผมก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไม  คุณนายถึงได้ให้คุณปรามูงมาขายให้ผมถึงสองสามครั้ง และอีตอนที่ผมฉุนคิดขึ้นได้ ก็ตอนที่”

อาเฮียเจ้าของร้านทองหยุดเล่าแล้ว  ยกแก้วน้ำดื่มขึ้น  ก่อนจะคิดถึงภาพวันที่พะยอมเอาเครื่องเพชรมาขายตนเอง

“อั๊วจะบอกลื้อให้ว่า ของลื้อนะมันของปลอม” ฟังได้เท่านั้นหล่อนก็เข่าแทบทรุดลงไปกองที่พื้นนี่นังคุณนายฉวี มันเอาของปลอมมาหลอกหรอ อีบ้า ในใจก็ด่าต่างๆนาๆ

“อั๊วจับดูก็พอรู้ พอส่องก็เห็นตำหนีผิดๆหลายจุด”

“ชั้นไม่รู้ ชั้นดูไม่เป็นหรอกเฮีย” หล่อนไม่อยากตอบหรือพูดอะไรอีกแล้ว ความฝัน สลายลงไปตั้งแต่รู้ว่าเพชรปลอม

“ของชุดนี้มันของอาปรามูล ผัวของอาคุงนายฉาหวี เอามาขายให้อั๊วเมื่อสองวันก่อน”

หล่อนไม่อยากฟังหรอกว่ามันจะเป็นของใคร เพราะรู้ไปหล่อนก็เอาของจริงมาเเรกไม่ได้ โถ่ ชีวิต แต่เอ๊ะ อาเฮียว่าอย่างไรนะ เพชรนี่คุณประมูลผัวของคุณนายเอามาขายงั้นหรอ

หล่อนต้องหันไปหาอาเฮียอีกครั้ง ด้วยสีหน้าอยากรู้

“ของใครกันนะ”

“ของชุดนี้มันของอาปรามูล ผัวของอาคุงนายฉาหวี เอามาขายให้อั๊วเมื่อสองวันก่อน เห็นมากับหลานสาว สวยน่าดู บอกว่าเอามาปล่อย แล้วจะเอาของมาปล่อยอีก แกว่า คุณนายเบื่อแล้ว อยากได้ชุดใหม่”

 

ทุกคนตะลึง  คุณประมูลแทบจะซุกแผ่นดินหนี เมื่อสายตาทุกดวงจับจ้องมาที่เขา พะยอมก้มหน้ารับชะตากรรมโดยไม่รู้อะไร คิดแต่ว่าเป็นกรรม

“แต่ดีที่อั๊ว  ไหวตัวทัน”  อาเฮียบอก

“แม่เลยรู้เรื่องก่อน เพราะอาเฮียโทรมาบอกแม่”  คุณนายหันไปเล่าให้ลูกสองคนฟัง

“เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหระ”  อาเฮียบอก

“เดี๋ยวผมจะต้องไป นั่งสมาธิก่อนนะครับทุกคน”  ประมูลหันหลังจะเดินกลับขึ้นห้องไปด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม

“สมาธิอีท่าไหนหรือคะคุณประมูล  ท่านั้ง  ท่ายืน นอนหงาย หรือท่าพิศดาล”

เสียงเย็นเยียบจับใจก้องกังวาน ทำให้คนที่หันหลังต้องสะดุ้ง

“ท่านั่งก็ได้จ่ะ” คุณประมูลตอบเสียงสั่นๆ

“ขึ้นไปรอด้านบน เดี๋ยวชั้นจะส่งคุณเข้าฌานเองค่ะ”

คุณนายบอก ทำให้คนฟังต้องขนลุก

“ส่วนเธอพะยอมฉันยกความดีความชอบให้เธอ โดยไม่เอาเรื่อง  ที่ยังดี ฉันจับแมวขโมยได้  แต่ฉัน

จะลงโทษเธอ โดยการหักเงินเดือนสามเดือน โทษฐานคิดจะขโมย  แล้วต่อไป หากมีเรื่องร้อนเงิน  ฉันขอบอกเลยว่า ให้เธอพูดตรงๆ ดีกว่าคิดจะขโมยของคนอื่น นอกจากเธอจะไม่ได้เจอคนแบบฉันแล้ว เธออาจจะต้องติดคุกตะรางอีกด้วย  เอาล่ะ จบการประชุม”    คุณนายบอก

“ขอบคุณอาเฮียด้วยนะค่ะ แล้วชั้นจะไปหา ไปซื้อเครื่องเพชรกลับมา”  คุณนายบอก  อาเฮียจึงกล่าวลากลับไป

“เดี๋ยวแม่ไปส่งพ่อเขาฌานก่อนนะลูก ไม่ต้องห่วง วันนี้พ่อของเราจะต้องรำลึกไปถึง  พระพุทธ  พระธรรม พระสงฆ์ และอาจถึงขั้นบรรลุเลยก็ได้”

สิ้นเสียงคุณนายขึ้นห้องปิดประตู  ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรกับคุณประมูลบ้าง  แต่ที่ได้ยินมาคือ ถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาลหยอดน้ำข้าวต้มไปหลายวัน  แถมมีข่าวลือว่า  คุณนายส่งคุณประมูลเข้าฌานจนเลิกปฏิบัติธรรมเลยก็ว่าได้

จบ

 

 

 

 

 

 

 

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ นัฐพันธ์ จากทั้งหมด 23 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น