นี่นะหรือ...เช้าวันจันทร์

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 32 Views

  • 0 Comments

  • 1 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    2

    Overall
    32

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

ตะวันรุ่งของวันใหม่ อันเป็นวันจันทร์ วันที่ทุกคนไม่อยากลุกจากเตียงนอนอันแสนนุ่น บวกกับอากาศที่เย็นสบายในปลายฤดูฝนที่จะเริ่มต้นสู่ฤดูหนาว ที่จะมาเยือนในอีกไม่กี่วันข้างหน้า หมอกที่ลงในยามเช้าตรู่


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

         

          

          ทุกย่างก้าวที่เดิน แสนจะเร็ว เธอเองไม่อยากจะลุกจากที่นอนเลย ทำไมเวลาเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมามันถึงรวดเร็วปานนั้นนะ คิดแล้วก็ปลงตกในใจ วันนี้วันทำงาน ทำไมมันเหนื่อยอย่างนี้ แค่คิดก็อยากกลับบ้านแล้ว อยากให้มีแต่วันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์จังเลย ส่วนวันจันทร์ถึงพฤหัสบดี เก็บเอาไว้เถิด หล่อนไม่อยากจะไปทำงานเลย แค่คิดก็เบื่อหน่ายจะแย่ อาจจะเป็นความคิดของใครหลายๆคนก็เป็นได้ ที่พอถึงเช้าวันจันทร์เมื่อใดแล้ว ก็ไม่อยากจะลุกขึ้นจากเตียงนอนที่นอนสบาย ลุกมาฝ่าฟันกับการจราจรที่แสนเบื่อหน่าย มาเจอมลภาวะทางสังคม รวมถึงคนที่ทำงาน

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 19 พ.ย. 61 / 11:13

บันทึกเป็น Favorite


เรื่อง                 นี่นะหรือวันจันทร์

บทประพันธ์     นัฐพันธ์

………………………………………………………………………………………………

เรื่องสั้น

          ตะวันรุ่งของวันใหม่ อันเป็นวันจันทร์ วันที่ทุกคนไม่อยากลุกจากเตียงนอนอันแสนนุ่น บวกกับอากาศที่เย็นสบายในปลายฤดูฝนที่จะเริ่มต้นสู่ฤดูหนาว ที่จะมาเยือนในอีกไม่กี่วันข้างหน้า หมอกที่ลงในยามเช้าตรู่ น้ำค้างพราวอยู่เหนือยอดหญ้า แลเห็นพระอาทิตย์ขึ้นจากทิศตะวันออก ค่อยๆโผล่ขึ้นมา กลางคืนที่แสนยาวนานกลับสั้นลงเมื่อผ่านคืนวัน เสาร์ อาทิตย์ที่ผ่านมา หญิงสาวที่นอนเหยียดยาวบนที่นอนหนานุ่ม บนเตียงนอนในห้องปรับอากาศ ไม่อยากจะลุกขึ้นเมื่อ นาฬิกาจากโทรศัพท์มือถือราคาแพง ปลุกให้เธอลุกขึ้นจากราตรีที่เข้าสู่เช้าวันใหม่ จากการตั้งปลุก ตีห้าครึ่ง ผ่านล่วงมาถึง หกโมงเช้า จนหกโมงสี่สิบนาที เจ้าหล่อนก็ยังไม่อยากจะลุก จากเตียงนอนอันแสนนุ่มที่หล่อนนอนอย่างสบายใจ สบายอารมณ์ จันทร์ พอคิดได้ ก็อยากจะลงไปหลับต่อ แต่ทำอย่างไรได้ เมื่อรู้ว่าสายแล้ว ก็ต้องพรวดทะยานจากเตียงนอนสู่การทำภารกิจส่วนตัวของตนเองอย่างเร็วให้ทันเวลา

            ทุกย่างก้าวที่เดิน แสนจะเร็ว เธอเองไม่อยากจะลุกจากที่นอนเลย ทำไมเวลาเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมามันถึงรวดเร็วปานนั้นนะ คิดแล้วก็ปลงตกในใจ วันนี้วันทำงาน ทำไมมันเหนื่อยอย่างนี้ แค่คิดก็อยากกลับบ้านแล้ว อยากให้มีแต่วันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์จังเลย ส่วนวันจันทร์ถึงพฤหัสบดี เก็บเอาไว้เถิด หล่อนไม่อยากจะไปทำงานเลย แค่คิดก็เบื่อหน่ายจะแย่ อาจจะเป็นความคิดของใครหลายๆคนก็เป็นได้ ที่พอถึงเช้าวันจันทร์เมื่อใดแล้ว ก็ไม่อยากจะลุกขึ้นจากเตียงนอนที่นอนสบาย ลุกมาฝ่าฟันกับการจราจรที่แสนเบื่อหน่าย มาเจอมลภาวะทางสังคม รวมถึงคนที่ทำงาน

ในเมื่อต้องทนหล่อนก็ต้องฝืนร่างกายที่หนังตาแทบปิด เดินออกมาจากบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านจัดสรรราคาแพง ยังโชคดีที่มีบ้าน พ่อกับแม่หล่อนทำงานไม่ไกลจากที่ทำงานนัก แต่หล่อนเองกลับต้องโหนรถเมล์ออกจากบ้านไปทำงาน กว่าจะกลับก็ดึกแล้ว

เช้านี้ก็เช่นกัน รถเมล์ที่หล่อนรอคอย กลับไม่มาเลยซักคัน การจราจรที่ติดขัด ทำให้เวลาเร่งด่วนของคนหลายคนต้องหยุดชะงัดทันที รถติดอะไรนักหนา หล่อนรีบจะแย่ มองนาฬิกาข้อมือจะแปดโมงแล้ว หล่อนจะไปทำงานทันหรือ คิดแล้วก็ได้แต่ปลง ไม่คิดเลยว่าจะต้องมารอคอยรถนานขนาดนี้

             ตั้งแต่หล่อนเรียนจบมหาวิทยาลัยมา ความฝันก่อนที่จะเรียนจบมันคือความฝันที่แสนสวยงาม ปูทางด้วยกลีบดอกไม้นานาพันธ์ หอมหวานเหมือนขนม แต่ที่แท้แล้วมันคือความขม ปนเค็ม รสชาติมันไม่ได้หวานละมุนเหมือนทานเค้กรสเริดหรอกนะ หากเปรียบได้ ก็คงเป็นเค้กตามตลาดนักหรือไม่ก็เค้กเด็กชิ้นละสองบาทถ้วยเล็กๆที่คนทำทำผิดสูตรดันใส่เกลือลงไปเยอะทำให้รสชาติผิดแปลกไป เค้กที่วาดหวังว่าอร่อยจึงไม่อร่อยสมใจ เหมือนงานที่เธอทำ ไอ้การที่เรียนมา ฝ่าฟันในมาตั้งสี่ปี สูญเปล่าหรือเปล่านะ เมื่อใจของหล่อนเบี่ยงไปทางงานอื่นเสียแล้วไม่ได้อยากที่จะทำงานอย่างที่ใบปริญญาที่รับมาเลย จะมีใครหลายๆคนบ้างไหมหนอ ที่คิดเช่นหล่อน ในขบวนการเพื่อนๆของหล่อนเอง ก็ทำงานตามสาขาวิชาชีพที่เรียนแทบทุกคน แต่ก็มีอีกหลายๆคนที่ทิ้งใบปริญญาที่จบมาแล้วทำอาชีพตามความฝันของตนเอง พอคิดว่าจะลาออกจากงานที่ทำอยู่ ก็มองเงินในกระเป๋าและในบัญชีธนาคาร กลับคิดได้แล้วว่า มันไม่เหมาะเลยในตอนนี้ที่เธอจะก้าวขาลาออกจากงานแล้วหางานทำใหม่มันยังไม่ใช่เวลานี่นะ ยังไม่ใช่?

งานที่ทำแสนจะปวดหัว เจองานหนักกลับดึก ชีวิตเปลี่ยน เจองานไม่เท่าไหร่ แต่เจอคนมากหน้าหลายเรื่องนี่สิ หนักหนาเอาการทีเดียว  คนเรามันมากมาย ร้อยพ่อพันแม่ จะให้เหมือนกันทุกคนไม่ใช่เรื่อง มีคนมากเรื่องก็มากตาม  

เช้าวันจันทร์ แลเห็นเด็กนักเรียน เห็นคนทำงานมากมาย นี่วันวุ่นวายกันนะสิ วันจันทร์จราจรกรุงเทพเหมือนอัมพาต ก็คนมันต้องรีบออกจากบ้าน คนบ้านไกลก็ซวยหน่อยที่ต้องแหกตาตื่นนอนไปทำงานแต่เช้า แต่ไปสาย ก็ใครจะไปทันล่ะเมื่อเห็นจราจรบนถนนอย่างนี้ สัญญาณไฟจราจรแยกนรกที่หล่อนผ่าน เหมือนไม่มีไฟเขียว มันแดงตลอดเวลาเห็นจะได้ ใจสั่นเต้น นี่จะต้องไปทำงานสายหรือ จะโดนหักเงินบ้างมั้ยหนอ งานหนักหนาไม่เท่าใด แต่เงินหักนะสิ จะมีเงินถึงสิ้นเดือนมั้ย เดือนชนเดือนจะแย่อยู่แล้ว

            หล่อนมองดูคนงานเหล่านั้นด้วยสายตาที่คิดอะไรบางอย่าง นี่วันสิ้นเดือนหรือ เห็นคนงานหญิงหลายคนที่รออยู่หน้าตู้เอทีเอ็มของโรงงานแห่งหนึ่ง เหลียวคิดไปว่านี่มันกลางเดือน คนงานรอกดเงินยาวเหยียดประมาณสิบกว่าคนเห็นจะได้

“มารอเงิน ไม่รู้วะวิคนี่จะได้เท่าไหร่ มาสายตลอดเลย” ใครคนหนึ่งในแถวยาวนั้นเป็นคนพูดขึ้นเมื่อเห็นสตรีร่างท้วมสูงวัยกว่าเป็นคนเอ่ยถาม สตรีร่างเล็กที่อายุน้อยกว่าจึงตอบกลับไป

หล่อนฉุดคิดได้ว่า คนงานคงมารอเงินออก เพราะพวกเขาเหล่านั้นเงินเดือนจะออกเป็นวิค นั้นก็หมายถึง ทุกๆสิบห้าวันเงินจะออก จะถูกหัก ขาดลามาสายรวมไปนั้น เงินแต่ละบาทจึงดูมีค่ามากในสายตาของคนเหล่านั้น แต่แตกต่างที่หล่อน หล่อนได้รับเงินเป็นเดือน แต่ละเดือนก็ชนเดือนจะแย่อยู่แล้ว โถ่ ชีวิตมนุษย์เงินเดือนจะเอาอะไรมาก ของที่ซื้อก็ต้องผ่อนเอา ไม่มีหรอกที่จะเก็บเงินสดซื้อชาติหน้าคงจะได้หรอก เมื่อละสายตาจากตู้กดเงิน หล่อนเองก็หันไปที่ทิศทางรถเมล์ผ่าน แต่ยิ่งรอเท่าใดก็เหมือนว่านานเท่านั้น ไม่คิดหรอกว่ามันยาวนานขนาดนี้ เวลาล่วงเลยผ่านไป จนเกือบแปดนาฬิกาหล่อนไม่ได้สนใจตู้เอทีเอ็มเหล่านั้นแล้ว สนใจชีวิตตนเองมากกว่า ว่ารถเจ้ากรรมมันจะมาเมื่อใด ไม่มีวี่แววเลยว่ารถมันจะผ่านมา ถนนไม่ได้ติดอะไรเลยตรงช่วงที่หล่อนอยู่ แต่อีกถนนทางเข้าเมืองหลวงมันติดแง็กอย่างกับตังเมเหนียวหนืดที่ไม่อาจขยับเขยื้อนไปไหนได้ โถ่...รถเวร หล่อนคิดในใจ ได้แต่ด่าตนเองที่ตื่นสายในเช้าวันจันทร์จนเกิดปัญหา มองดูเงินในกระเป๋า หากหล่อนจะนั่งรถมอเตอร์ไซค์ไปทำงานแล้วละก็คงไม่เกิดปัญหาอะไร แต่หล่อนไม่ชอบที่จะผมฟูเวลาโดนลมแรงจากการนั่งรถไปทำงาน รถมอเตอร์ไซค์สมัยนี่ ไอ้คนขับอย่างกับเมาใบกระท่อม ขับอย่างกับจรวด เร็วแรง แซง แถมไม่สนหรอกว่าคนนั่งซ้อนมันจะเป็นอะไรหรือเปล่า ก็ตัวมันมีหมวกกันน็อก แต่คนซ้อนบางทีก็มี บางทีก็ไม่มีนะสิ  พอล้มมา น็อกแน่นอน หมายถึงคนซ้อนนะ ไม่ตายก็พิการ หากโชคเข้าข้างก็แค่เจ็บหนัก โอ๊ยปัญหาสารพัดเข้ามาในสมอง คิดอะไรมากมายเหล่าชีวิต ในเมื่อมันถูกขีดเขียนลิขิตเอาไว้แล้ว จริงมั้ย?

เหลือบสายตาคล้ายๆกล้อนแพนภาพไปที่มุมที่หล่อนมองเมื่อครู่ ตู้เอทีเอ็ม คนลดจำนวนลงไป เมื่อเวลาเข้างานแล้ว คนงานเหล่านั้น มีเวลาหายใจหายคอเพียงครู่เดียวน้อยกว่าหล่อน ที่เข้างานแปดโมงครึ่ง แต่พวกคนงานเหล่านั้น เข้างานเร็วกว่าหล่อนครึ้งชั่วโมง เมื่อนาฬิกาบอกเวลา อีกสองนาทีแปดโมง หล่อนเองใจกังวนเป็นอย่างมาก เห็นรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างคันนั้นมาจอด เด็กสาววัยใกล้เคียงกับหล่อน แต่น่าจะอายุน้อยกว่าหล่อนสองสามปี คงเป็นพนักงาน คนงานในโรงงานแห่งนั้น วิ่งลงมากดเงิน ต่อแถวที่เหลืออีกสองสามคนข้างหน้า เธอชะเง้อมองดูตู้เอทีเอ็ม เพราะเธอ อยากจะกดเงิน สายตาของเธอผู้นั้นถูกจับจ้องด้วยสายตาของหล่อนที่รอรถเมล์ เด็กสาวนั้นคงรีบกดเงิน แล้วรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่จ้างมายังคงจอดเทียบที่ริมฟุตบาทนั้น หล่อนแอบสังเกตเห็นว่า ไม่มีใครเลยที่สามารถกดเงินออกมาได้ แม้กระทั้งคนข้างหน้าเด็กสาวนั้น เป็นป้าแก่ๆอายุเกือบหกสิบเห็นจะได้ แกท่าทางเก้ๆกังๆกดเงินรอบที่สอง จำนวนเงินในบัญชีเป็นหลักร้อยไม่มีเงินเดือนที่ป้าแกต้องการ ป้าแก่ๆนั้นเดินคอตกออกไปจากตู้ตามคนอื่นๆไปอย่างเสียดาย

พอคิวของเด็กสาวนั้น เธอกดเงินอย่างรีบเร่งด้วยความคล่อง เงินในบัญชีก็ไม่แตกต่างอะไรกับคนอื่นๆเลย แถมเป็นศูนย์อีกต่างหาก นั้นหมายถึง เธอไม่มีเงินในบัญชีเหลืออยู่แม้แต่บาทเดียว หล่อนเห็นใบหน้าของเด็กสาวซีดเซียวลงไป ก่อนจะขยับไปกดอีกตู้  หล่อนสังเกตดูอากัปกิริยาของคนงานเหล่านั้นโดยปริยาย ไม่ได้ละลาบละล้วงอะไรแต่มันดันอยู่ใกล้สายตาของหล่อนเอง จะอะไรอีกเล่า ในเมื่อคนอื่นๆเงินไม่เข้า แม่เด็กสาวคนงาน เงินเดือนก็ไม่เข้าเช่นกัน ใบหน้าของเด็กสาววิตก ในใจคงคิดเรื่องเงินอยู่ เธอสังเกตเห็นอีกว่า มันดูสลดลงไปมากกว่าคนอื่นๆเสียอีกที่พอมีเงินติดบัญชีบ้าง 

เสียงบีบแตรรถของมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่รอเด็กสาวมานานพอสมควร เวลาเร่งด่วนแบบนี้ หากวินรับจ้างนั้นไปรับคนอื่นต่อ คงได้เงินอีกมาก แต่ดันมาเสียเวลารอเด็กสาวกดเงิน ในเมื่อไม่มีเงินในบัญชีธนาคาร เงินในตัวของเด็กสาวคงไม่มีเงินติดตัวมา หล่อนแอบดูพฤติกรรมของเด็กสาว พยายา ล้วงกระเป๋ากางเกงที่หล่อนสวม มันไม่มีเลยแม้แต่เศษสตางค์แดงเดียว หล่อนทนเห็นภาพนั้นติดตา รถมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่รอ ก็คงอยากจะได้เงินค่าจ้าง เอ๊ะ ไม่มีเงินเด็กสาวนั้นจะจ่ายอะไรล่ะ ความคิดมันแล่นผ่านเข้ามาในสมอง ภาพที่หล่อนแอบมองเด็กสาวคนนั้นหาเงินในกระเป๋าติดตาตลอดเวลา จนเด็กสาวเจอคนรู้จักแล้วขอยืมเงินด้วยความอาย เพียงยี่สิบบาทเพียงเพื่อจะไปจ่ายเงินค่ารถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง หล่อนมองดูสถานการณ์ตรงหน้าจนจบลง ตรงตู้เอทีเอ็มไม่มีคนอยู่แล้ว นาฬิกาของโรงงานที่อยู่บนเหนือหัวป้ายรอรถประจำทางบ่งบอกเวลาแปดนาฬิกา พร้อมกับเสียงเพลงชาติไทยดังก้อง ทุกอย่างสงบนิ่งไม่มีการเคลื่อนไหวของคนที่อยู่ในป้ายรถเมล์ รวมถึงความคิดบางอย่างหลังจากเห็นภาพสถานการณ์นั้นไม่ไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ หล่อนคบคิดอะไรหลายอย่างไว้ในจิตใจ ใต้ความคิดนั้นถูกกรองออกมาด้วยใบหน้าที่คิดวิตกแทน

            หล่อนเลือกนั่งแท็กซี่ในเวลาเร่งด่วนแทนรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่หล่อนไม่อยากนั่งเลย หล่อนบอกคนขับให้เข้าซอยทางแยกข้างหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางอัมพาตที่รถสัญจรไม่ได้ มันมีทางลัด เลี่ยง เบี่ยงอีกหลายทางแต่มันเป็นซอยแคบ คงไม่มีคนอยากขับเข้าไปหรอก

เวลานั้นตรงด้านหลัง หล่อนหวนคิดเรื่องเด็กสาวที่มากดเงินคนนั้นไม่ได้ มันเป็นภาพติดตา มันไม่ใช่เรื่องอะไรของหล่อนเลย ไม่ใช่เรื่องที่จะเก็บเอามาคิดหรอก แล้วจะเก็บมาทำไม แต่ที่หล่อนสังเวชใจแทนคือ เวลานี่หล่อนสามารถนั่งแท็กซี่ ในราคาร้อยบาทที่จะไปทำงานเพียงไม่กี่นาที หล่อนสามารถทานอาหารเช้า กลางวัน โดยไม่ต้องกระเบียดกระเสียรที่จะดูราคาว่าเกินสามสิบห้าบาทหรือไม่ หล่อนมีความพร้อมทุกอย่างในชีวิต แม้จะไม่ได้รวยล้นฟ้า แต่หล่อนสามารถมีเงินในบัญชีติดตัวเวลาทำงานเดือนละห้าพันบาท โดยใช้ทั้งเดือน ไม่ต้องกังวนใจว่าจะมีเงินใช้ยันสิ้นเดือนหรือไม่ หล่อนกลับบ้านไปกินข้างฟรีที่บ้าน พ่อแม่ของหล่อนเตรียมไว้แล้ว หล่อนมีบ้าน มีห้องปรับอากาศ มีคอมพิวเตอร์ มือถือราคาแพง มีของใช้ดีดี ทุกอย่างล้วนพร้อมเพรียง แต่ในอีกหลายคน จำนวนไม่น้อยบนท้องถนน ไม่มีอย่างหล่อน เปรียบได้กับเด็กสาวคนนั้น เงินเพียงยี่สิบบาท ยังไม่มีจ่ายค่ารถรับจ้าง

            มองผาดผ่านออกไปเห็นทิวทัศน์ตึกใหญ่บนถนน นี่เลี่ยงออกมาตรงเลี่ยงเมือง รถก็หนาแน่นพอสมควร บาทวิถีที่หล่อนเห็น คนงานสวมชุดพนักงานทำความสะอาดถนนทำงานตอนเช้าที่อากาศไม่ร้อนจัด รถมาติดสัญญาณไฟตรงแยก เด็กชายขายพวงมาลัยยืนเกาะที่เสาไฟกลางถนน พอรถติดก็วิ่งผ่านหน้ารถไปอีกถนนเพื่อขายพวงมาลัย พอสัญญาณไฟเขียวก็ผ่านหน้ารถไปอีกถนนเพื่อไปหลบ เด็กเหล่านั้น แตกต่างกับเด็กที่หล่อนเห็นในโรงเรียนหรูตรงข้ามซอยที่ทำงานเธอ พวกนั้นมีพร้อม เห็นรถติดยาวๆตรงแยกก่อนถึงที่ทำงานเธอ ก็เพราะพ่อแม่เด็กที่มีเงิน มากพอจะขับรถมาส่งลูกในเวลาเช้า บ้างก็ป้อนข้าวป้อนน้ำ ประคบประหงมกันมากจนเด็กชิน กว่าจูบลา หอมซ้ายหอมขวา จะก้าวลงจากรถได้ก็ใช้เวลานาน ไม่เห็นใจรถคันอื่นบ้างเลยหรือไง

            รถผ่านจากแยก ความคิดที่หล่อนขี้เกลียดในยามเช้าวันจันทร์ ถูกพายุความมีสติพัดให้หายไปแล้ว มันถูกกลืนกิน ดูดหายไปแล้ว พร้อมกับมาคิดใหม่ สัจจะธรรมอันใหม่ทดแทนที่เดิม เคยมีคำกล่าวที่ว่า “ความจนมันน่ากลัว” หล่อนเพิ่งมาคิดได้ในเวลานี้เอง มันน่ากลัวจริงๆ

            ยังมีคนอีกมากที่หล่อนไม่รู้ลึกในรายละเอียดชีวิตเขา หล่อนมองดูภาพตัวเองขี้เกลียด ภาพเหล่านั้นผุดขึ้นราวภาพยนตร์สั่นๆในสมองหล่อน มันเป็นภาพขาวดำแล้วปรากฏเป็นภาพสีสันสวยสดเหมือนหนังในโรงภาพยนตร์  หล่อนไม่อยากลุกจากเตียงนอนนุ่ม แต่มีอีกหลายคนต้องตื่นตีห้า เพื่อออกมาทำงานบนถนน มาร้อยดอกไม้ขาย มาทำงาน โหนรถเมล์ ลงเรือ ยังมีอีกหลายคนกำลังลำบากเมื่อฝนกำลังจะตก หล่อนเลือกนั่งรถแท็กซี่เพื่อไม่ให้ตัวเปียก ไม่สนราคาว่ามันจะแพงหูฉีก แต่มีคนจำนวนไม่น้อย รอการมาของรถเมล์แทนการนั่งแท็กซี่ แถมเปียกปอนเหมือนอาบน้ำมาใหม่ๆ  ภาพหล่อนกินข้าวมื้อเที่ยงที่ศูนย์อาหารของห้างสรรพสินค้า แต่มีคนงานโรงงาน เอาข้าวกับน้ำพริกมากินล้อมวงกิน มีปลาร้า ปลาจ่อน ผักต้ม แตงกวา ปลาร้าสับ  เงินยี่สิบบาทที่หล่อนถือ ซื้อน้ำหวานรสเลี่ยนราคาร้อยยี่สิบบาท จากร้านกาแฟดังไม่ได้ แต่ยี่สิบบาทของคนงาน ซื้อน้ำหวานบวกขนมเค้กชิ้นละห้าบาทได้

ในภาพรวมหล่อนเหนือกว่าคนเหล่านั้น หล่อนอยากจะลาออกจากที่ทำงาน เพื่อหางานใหม่ หล่อนเบื่องาน แต่มีคนอีกหลายคนจำนวนมาก รอคอยการได้งานทำ รอคอยเงิน หล่อนมองภาพสะท้อนเหล่านั้นแล้วมองตัวเอง หล่อนแต่งตัวสวย รองเท้าที่หล่อนซื้อราคาห้าร้อยกว่าบาท นับว่าราคาไม่แพงสำหรับคนทำงานอ๊อฟฟิต แต่เงินห้าร้อยบาทของคนงาน สามารถทำอะไรได้ทั้งอาทิตย์ ทำไมคนงานเหล่านั้นต้องสวมเสื้อยืดยูนิ

ฟอรม์เฉยๆ ก็เพราะเข้าไม่มีเวลา ไม่มีเงินมาซื้อเสื้อยืดตัวละห้าร้อยบาทหรอก เงินทุกบาท หยาดเหงื่อทุกหยดของเขามีค่ามากพอที่จะเอาเงินมาละเลงเล่นๆ และยังมีพวกบ้าวัตถุนิยม

 

เดินเฉิดฉาย ซื้อของราคาแพงแต่เงินเดือนเท่ากรรมกร

กินข้าวบนดาดฟ้าตึกหรู แต่กู้เงินเอามากิน

ขับรถราคาล้าน ใช้หนี้บานยังชาติหน้า

ไปเที่ยวทุกสัปดาห์ หน้าชาตอนปลายเดือน(บัตรเครดิต)

 

โชคดีเท่าไหร่แล้วที่หล่อนมีเกือบพร้อมทุกอย่าง แม้ไม่ได้รวยล้นฟ้า แต่ก็มีเงินพอใช้จ่ายไม่ขัดสน แม้จะต้องผ่อนสินค้า หรือกู้เงินมาบ้าง แต่ก็ยังพอมีรายได้จ่ายค่างวดพวกนั้น แต่อีกหลายคนไม่มีอย่างเธอ ทำงานแทบตาย ไม่เหลือซักบาทเดียว

หล่อนเลือกตัดสินใจเดินต่อไปข้างหน้า แม้ว่าวันนี้จะไม่รวยล้นฟ้าเหมือนคนอื่นที่ดูหรูหราฟู่ฟ้าแต่หล่อนก็ไม่ได้ขอใครกิน มีสองมือ หนึ่งสมอง พร้อมกับแรงที่จะก้าวเดินต่อไป  พร้อมกับเช้าวันจันทร์ที่ได้อะไรใหม่ๆมาให้คิด แล้วก็ความคิดใหม่ๆที่มาแทนความคิดคับแคบในใจ หล่อนเลือกแล้วที่จะก้าวขาสองขาที่มีอยู่เดินฝ่าฟันไปข้างหน้าแทนที่จะลาออกจากงานเดิม หล่อนพร้อมจะเผชิญโลกอันน่ากลัวนี้แล้ว ก็เพราะความจนมันน่ากลัว หล่อนจึงก้มหน้าทำงานต่อไป ด้วยความคิดที่ว่า “โลกนี่มีอะไรอีกมายให้เราค้นหาต่อไป ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน ”

เช้าวันจันทร์วันนี้เป็นวันที่ดีเหลือเกินอากาศแจ่มใส ทำให้หล่อนได้คิดอะไรต่างๆมากมาย มายืนจุดเดิมที่เมื่อหลายอาทิตย์ก่อน แต่เวลานี่คือเวลา หกนาฬิกาสามสิบนาที ความคิดการตื่นสายเปลี่ยนไป คนงานโรงงานทยอยกันมาทำงาน ปลายเดือนแล้วสินะ คนงานมาเช้าตรู่มากดเงิน แต่ครั้งนี้หน้าบานแทบทุกคน เห็นแล้วยิ้มแก้มปริ เด็กสาวคนนั้นวิ่งลงจากมอเตอร์ไซค์รับจ้าง มารอแถวกดเงินเหมือนครั้งก่อน แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อน ธนบัตรสีแดงกดออกมาไม่รู้หรอกเท่าไหร่ แต่ครั้งนี้เด็กสาวคนนั้นมีเงินจ่ายค่ามอเตอร์ไซค์รับจ้างแล้วสิ หล่อนเห็นร้อยยิ้มของคนงานเหล่านั้น

ได้แต่คิดไปว่า เราก็ต้องขยันทำงานสิ ในเมื่อเรามีโอกาสดีกว่าพวกเขา

จบ

 

 

 

 

 

           

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ นัฐพันธ์ จากทั้งหมด 23 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น