ลาลับอัสดง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 39 Views

  • 0 Comments

  • 0 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    0

    Overall
    39

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

พระอาทิตย์ไม่ได้ลาลับอัสดงเสมอไปหรอกนะคุณเพราะเมื่อถึงวันใหม่ มันก็จะขึ้นมายืนตรงเฉกเช่นเดิมทุกวัน


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


          คุณเห็นพระอาทิตย์มั้ย” เขาชี้นิ้วไปที่พระอาทิตย์กลมใหญ่ที่กำลังเคลื่อนลงไปช้าๆ

          มันขึ้นทางทิศตะวันออก แล้วมันก็มีตกทางทิศตะวันตก”

สองคนมองหน้ากันและกัน

          ก็เหมือนกับคน มีทั้งโชคดีแล้วก็โชคร้าย” ในใจของหญิงสาวคิดขึ้นมาได้บางอย่าง เสียงของชายหนุ่มพูดต่อไป

          "พระอาทิตย์ไม่ได้ลาลับอัสดงเสมอไปหรอกนะคุณเพราะเมื่อถึงวันใหม่ มันก็จะขึ้นมายืนตรงเฉกเช่นเดิมทุกวัน”

หญิงสาวยิ้มอย่างมีความหวัง พระอาทิตย์ลาลับลงไปแล้ว และอีกไม่นานก็จะมีพระจันทร์แทนที่ วนเวียนกันไปไม่จบสิ้น


เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 10 ธ.ค. 61 / 14:13

บันทึกเป็น Favorite


     เรื่อง                ลาลับอัสดง

     บทประพันธ์     นัฐพันธ์

………………………………………………………………………………………………...

เรื่องสั้น

          ศพใครล่ะนั่น ลอยน้ำมา”      เสียงอื้ออึงดังแส่ไปทั่วบริเวณริมท่าน้ำแห่งหนึ่งในยามเช้าของวันทำงาน ผู้คนจากทั่วทิศทางวิ่งกรูมาดูศพที่คว่ำหน้าลอยอยู่เหนือน้ำ เรือโดยสารลำหนึ่งมาจอดเทียบ คนในเรือทยอยกันลงจากเรือมาที่โป๊ะเรือมิวายสอดสายตาไปมองศพที่ลอยอยู่ จะเป็นเหตุฆาตกรรมอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อหลายเดือนก่อนหรือไม่หนอ ที่ชายเคราะห์เป็นชาวต่างชาติโดนฆ่าหั่นศพทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยาโดยคนที่ฆ่าก็เป็นพวกโจรต่างชาติ มีเรื่องเกี่ยวกับเงินๆทองเข้ามาเกี่ยวพัน

          รุจีเดินทอดน่องอย่างช้าผ่านบริเวณโป๊ะเรือ คนยังคงมุงดูเหตุการณ์อยู่ แม่ค้าพวงมาลัยริมท่าน้ำเอ่ยกับหญิงสาวคนหนึ่งท่าทางจะเป็นคนขายของที่มาจ่ายตลาดว่า “ท่าทางจะเป็นศพผู้ชาย ดูท่าแล้วนอนคว่ำ โบราณเขาว่า คนจมน้ำตาย ผู้หญิงนอนหงาย ผู้ชายนอนคว่ำ” รุจีไม่ได้สงสัยในคำกล่าวนั้นแต่อย่างใด เธอพยายามเลี่ยงไม่มองดูเหตุการณ์น่าสยองเช่นนั้น เพราะมันเป็นภาพน่ากลัว แล้วก็ไม่น่าชมอย่างยิ่ง

          มีเจ้าหน้าที่อาสาลงไปลากศพขึ้นมาจากน้ำ ตำรวจหลายนายรวมถึงมูลนิธิดังเข้ามาตรวจดูศพ เป็นศพของผู้ชายอย่างที่ป้าคนขายของว่าไว้จริงๆด้วย “ไม่รู้จักเลย ไม่คุ้นหน้า ไปจมน้ำมาจากฝั่งโน่นหรือเปล่าล่ะ” ใครคนหนึ่งเอ่ยขึ้น ไทยมุงยังคนมุงดูศพที่นอนนิ่งอืดจนแทบจำไม่ได้ ตำรวจกันคนมุงดูออกไป พยายามที่จะไม่ให้คนมามุงดูก่อนที่เจ้าหน้าที่จะห่อศพคลุมร่างของชายเคราะห์ร้ายนั้น ก็เป็นช่วงเวลาที่รุจีผ่านมา เธอไม่เห็นหรอกว่าศพนั้นหน้าตาอย่างไร แต่แปลกที่กาดำหรือนกแสก มันร้องเสียงดังพร้อมกับมีลมพัดผ่านจนขนลุกเกรียวขึ้นมาอย่างหน้าประหลาดใจ

          ตอนสายของวันนั้นหลังจากที่รุจีนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะทำงาน คงเดชก็เดินมาหาเธอ สายตาของเพื่อนร่วมงานหลายคนจับจ้องมาที่เธอ เป้าหมายของคนขี้นินทา ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรพวกหล่อนทั้งหลายก็จะจับกลุ่มเม้ามอยอย่างออกรสออกชาติเช่นเคยกระทำ ไม่เว้นแม้วันนี้ สายตาของเพื่อนร่วมงานหลานคนมองมาที่เธอเป็นสายตาเดียว จนคมเดชต้องส่งสายตาให้ทุกคนทำงานของตนเองต่อไป

          นางผมขอเวลาสักครู่ ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณ” คงเดชเอ่ยเบาๆ แต่ก็คงได้ยินทั่ว เพราะแม้สาวน้อยใหญ่ต่างลอบมองเจ้านายอยู่ นางพยักหน้ารับ วางปากกาที่จับในมือลงแล้วผละไปตามเจ้านาย สายตาของคนอื่นมองตามไปอย่างขบคิดบางอย่าง ประตูห้องทำงานเปิดออกเท้าของ รุจี หรือ นาง ก้าวผ่านเข้าไป ในห้องทำงานของคมเดช เขายื่นมือให้หญิงสาวนั่งลง แล้วเลยไปยืนกอดอกหันหลังให้  ซองขาวที่อยู่ตรงหน้าของเธอ สายตาของรุจีจับจ้อง หัวใจเต้นตุบๆ ได้ยินเสียงหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะมันตื่นเต้น

          ข่าวหนาหูว่าจะมีการปลดพนักงานหลายรายออกนั้นเป็นที่จับประเด็นและเป็นที่น่าสนใจต่อพนักงานสาวๆและหนุ่มแท้หนุ่มเทียมที่ทำงานอยู่ อกสั่นขวัญแขวงกันเป็นแถว

           เขาว่าปีนี่เศรษฐกิจไม่ดี เลยต้องรีไทร์พนักงานออก”

            แกว่าจะมีใครบ้างล่ะ เอ…..แกได้ดูข่าวบ้างป่าวว่ะว่าขนาดการบิน…รักคุณเท่า…เขายังปลดแอดเอาคนแก่ๆออกเลย”

           ไม่แน่หรอกย่ะ เขาอาจออกเอาเด็กใหม่ออกก่อน”

             "ชั้นว่าเขาเอาคนที่มีฐานเงินเดือนสูงๆออกก่อนเชื่อสิ จะได้ลดCostของบริษัท”

            หนาวๆร้อนแน่คราวนี้”

บรรดาพนักงานต่างซุบซิบนินทากันอย่างออกรสชาติ ในโซเชี่ยวมีเดียวโปรแกรมแชทสมัยใหม ไลน์

 

          รุจีเดินออกจากบริษัทด้วยดวงใจที่ห่อเหี่ยวอ้าวว้างเป็นที่สุด ในรอบหลายปีที่เธอได้ทำงานที่นี้มา วันนี้เป็นวันโชคร้ายของเธอ เจ้านายเรียกเธอเข้าไปคุยเมื่อช่วงสายของวันนี้ก็เรื่องปลดพนักงานออก

          ผมขอคุยเรื่องงานกับคุณ” คงเดชหันหน้ามาแล้วนั่งลง ลดสายตามองต่ำ ไม่กล้าสู้สายตาเธอ

          หมายความว่าอย่างไรคะคุณคม” รุจีไม่ทันรู้ถึงความโชคร้ายที่บัดนี้มันกำลังมาเยือนเธอแล้ว

          ทางบริษัทเรา ต้องปลดพนักงานออก ผมเลยขอร้องคุณเรื่องนี้” คมเดชตัดสินใจอยู่นานกว่าจะบอกจุดประสงค์ของเขาออกมาต่อหน้าหญิงสาว อันที่จริง คมเดชก็ชอบพอเธออยู่เป็นเนืองๆ แต่รุจีไม่เล่นด้วย เพราะคิดว่าคมเดชเป็นเหมือนหมาหยอกไก่ และเธอก็ไม่ชอบให้สมภารอย่างเขามากินไก่วัด เพราะแค่คมเดชเรียกเธอเข้ามาคุย ไอ้อี หลายคนก็ต่างนินทาเธออย่างเสียๆหายๆแล้ว

          ผมดูจากผลงานของคุณในช่วงสามไตรมาสที่ผ่านมา วัดจาก KPI แล้วก็ผลการประเมินต่างๆ มันสอดคล้องกันว่า เราจะต้องเลือกคนออกจากผลงานที่ไม่เป็นไปตามเป้า คุณก็รู้ว่าบริษัทเราขาดทุน เราจึงจำเป็นที่ต้องเลือกคนออก”เขาหลบสายตาเธอ

          ผมขอโทษที่ต้องเลือกคุณ ทั้งๆที่ผมก็ไม่อยากเลือกใครเลย ยิ่งเป็นคุณด้วยแล้ว คุณมีประวัติดีมาตลอด แต่ผมเลือกไม่ได้ เลือกไม่ได้จริงๆมันเป็นไปตามที่เขาระบุไว้” หันกลับมาจ้องหน้ารุจี

          โธ่ คุณคมเดชคะ ดิฉันจะออกไป แล้วชั้นจะ” รุจีเหมือนอดกลั้นเอาไว้ ตาพร่าไปหมดแล้ว เรี่ยวแรงหาย เปล่าประโยชน์ที่เธอจะอ้อนวอนเขาให้เขารับเธอกลับเข้าทำงานต่อ ไม่มีประโยชน์ใดๆอีกแล้ว เธอก้าวออกมาจากห้องทำงานของผู้จัดการบริษัท คนที่เธอไว้ใจมาตลอด

 

          ค่ำคืนนี้รุจียังไม่กลับบ้าน เธอเลยไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่งปลดปล่อยหลายๆอย่าง ที่อยู่ในใจออกไปอย่างที่ระบายออกมาไม่ได้ คนข้างหลังของเธอจะอยู่อย่างไร หากเธอไม่มีงานทำ ไหนจะน้อง ไหนจะแม่ ไหนจะคนอีกมากมาย ตั้งแต่รุจีเรียน ปวช  เธอเองทำงานงกๆมาตลอด พอ ปวส ก็ต้องเรียนภาคค่ำ มาต่อปริญญาตรีอีกสามปีเพราะต้องทำงานไปเรียนไป ชีวิตไม่ได้สวยหรู ชีวิตดันตกหลุม คนบนฟ้าหรือเล่นตลกอะไร ตกงานในช่วงวิกฤต มีคนอีกมากมายทำไมต้องเป็นเธอผู้ถูกเลือก

          เดินผ่านท่าน้ำตอนสองทุ่ม เรือโดยสารยังไม่หมดจากท่า เหลืออีกรอบเดียวเรือจะหมดรอบแล้ว มาทันเรือรอบสุดท้าย  ความว้าเหว่บันเกิดในจิตใจของเธอเป็นที่สุดในช่วงเวลานี้ อากาศของเดือนธันวาคมเริ่มมีลมหนาวพัดมาเยือน นกกลางคืนไม่ทราบชนิด มันบินว่อนบนฟ้าแล้วแผดเสียงร้องดังก้อง   แม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงหน้าหนาว น้ำกระเพื่อมขึ้นเป็นระลอก เหมือนแม่น้ำแห่งนี้ไม่เคยหลับใหล ผู้คนที่กลับบ้านยามค่ำในวันนี้บางตากว่าทุกวัน “รอบสุดท้าย รอบสุดท้ายแล้ว ใครไปท่าน้ำนนท์ เชิญเลยจ้า” คนที่เป็นพนักงานอยู่ท่าเรือตะโกนบอกคนที่ยืนรอเรือต่อกันเป็นแถว  จากท่าน้ำพรางนก ไปท่าน้ำนนท์ ใช่เวลาเกือบชั่วโมง ก็ยังดีกว่าต้องไปรอชะตากรรมมหาวิบัติบนถนนที่รถราติดอย่างกับแพยนต์ เรือแล่นมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา วิวทิวทัศน์ในยามค่ำสวยงามแตกต่างกับเช้าที่เธอผ่านมาทุกวัน และต่อแต่นี้ไป เธอก็ไม่รู้ว่าเธอจะได้งานที่หนแห่งตำบลใด จะได้มีโอกาสนั้นเรืออย่างเคยหรือไม่ รุจีไม่อาจตอบคำถามนี้ได้

 

          พนักงานบนเรือโยนเชือกไปคล้องเอาไว้ที่เสาต้นกลมกันไม่ให้เรือโยกออกไปจากท่าในเวลาที่คนกำลังขึ้นมาที่ฝั่ง โป๊ะเรือคนไม่มากเพราะไม่ใช่เวลาเร่งด่วนอะไร ต้องผ่านทางเมื่อเช้า มีความรู้สึกว่า วันนี้ไม่เหมือนวันก่อน แต่ก็เป็นเรื่องปกติ เกิดเหตุการณ์คนตาย มันก็ต้องวังเวงเป็นธรรมดา

          แสงอาทิตย์ที่ส่องลงมาจ้าแสบตา จนคนที่เดินไปรอเรือต่างก็หลบเข้าที่ร่มกัน รุจี เดินทอดน่องอย่างเดียวดายในชุดทำงานออฟฟิศ เธอเดินเดียวดายไร้จุดหมายปลายทาง เสียงของคมเดชยังดังในความคิด

          ผมให้เวลาสะสางงานที่ค้างอยู่จนถึงสิ้นเดือนนะนาง” สายตาของเขาสลดลงไป เหมือนเยื่อใยลดระดับลงไปด้วยไม่มีความเมตรา ปราณี รุจีรู้ตัวว่าหมดความหมายกับการทำงานที่นี้แล้ว เธอไม่รอให้ถึงสิ้นเดือน งานทุกอย่างถูกจัดแจงจนเสร็จสิ้นเสร็จภายในเย็นวันนั้น ไม่มีถึงสิ้นเดือนหรอก

          รุจีขมวดปมคิ้ว คิดไม่ตก เดินมายืนที่ระเบียงแตะขอบพนักกั้นเอาไว้แล้วมองเห็นเรือลำแล้วลำเล่าผ่านไป เธอไม่ได้ไปทำงานตามที่บอกมารดาเอาไว้หรอก ก็เธอตกงาน งานสมัยนี้หายากจะตายไป

          นาง แม่ขอเงินไปซื้อของหน่อยสิ” เช้านี้แม่แบมือขอเงินเธอเช่นเคย สามสี่วันจะขอที ขอไปซื้อของทำขนมขาย แต่เธอไม่เห็นว่าแม่มีกำไรจากการขายของเลยแม้แต่น้อย

          "หนูมีเหลือไม่มากหรอกนะแม่” ทำใจหยิบเงินที่มีจำนวนนิดยื่นให้มารดาแม้ไม่เต็มใจแต่เพราะความเป็นแม่ลูก เธอยินยอมมารดาเสมอ

          ขอบใจมากนะลูก” มารดายิ้มแฉ่ง  เงินสามร้อยที่เหลือ ถูกมารดาขอไป เหลือในเอทีเอ็มอีกไม่มากจะประทันชีวิตไปถึงสิ้นเดือนไหมหนอ

          ตลอดทั้งวันนั้นรุจีเดินหางานทำหลายต่อหลายที่ เธอคิดว่าโชคชะตาอันเลวร้ายที่เข้ามาทำไมหนักหนานัก บ่ายแล้วร่างกายไม่ได้รับสารอาหารอะไรเลยแม้แต่น้อย มีเพียงน้ำเปล่าขวดเดียวตลอดสามชั่วโมงที่ตะลอนสมัครงาน ข้าวก็กินไม่ลง ขนมปังนะหรอเห็นแล้วจะอ้วกใส่ อาการเบื่ออาหารแล่นเข้าบัดดล

          เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เมื่อมองหน้าจอ ปรากฏเป็นชื่อของน้องชาย

          ว่าไงป้อง” รุจีถามน้องชาย

          พี่นาง ผมมีเรื่องที่โรงเรียน” เธอได้ยินไม่ถนัดนัก เพราะยืนที่ป้ายรถประจำทางอยู่ รถราสัญจรไปมา

           ว่าไงนะป้อง”

          ผมมีเรื่อง รถมอเตอร์ไซค์ไปชนคน เขามาเอาเรื่องที่โรงเรียน”

          น้องชายของรุจีเพิ่งอายุสิบเจ็ด เรียนมัธยมปลาย ขับมอเตอร์ไซค์เป็นตั้งแต่สิบห้า ทั้งๆที่เธอไม่สนับสนุนเลยเรื่องการแว๊นไปแว๊นมารบกวนชาวบ้าน แต่เด็กสมัยนี้มือไว้ใจเร็ว เป็นนิดหน่อยไม่ได้ ขัดใจก็ร้องเเรกแหกกระเชอไม่เรียนต่อ มารดาให้ท้ายน้องจนเหลิง เรื่องเลยมาจบที่รุจีต้องไปเคลียร์ให้น้องชายที่โรงเรียน เรื่องจบลงที่ต้องเสียเงินสามพันค่าขวัญกระเจิง “ยายป้านั้นแค่ล้ม ไม่ได้ชนจังๆซะหน่อย”  น้องชายของเธอบอกว่า ยายป้านั้นจงใจเดินข้ามถนน หวังให้รถหรูๆราคาแพงๆชน ส่วนยายป้านั้นก็โอคครวญจะเป็นจะตาย คิดไปว่าตัวเองเสียหาย เจ็บตัวกว่าเรื่องจะจบลง เงินเท่านั้นแหระที่ทำให้มันจบ สามพันบาทอัตรธานหายไปไวเหมือนโกหก

          เรื่องน้องชายจบลงที่เงินสามพันบาท ส่วนมารดา กลับมาจากขายขนมที่ตลาด ก็มีคนทวงค่าหนี้ที่ไปติด คนที่ต้องควักเงินจ่ายจะมีใครที่ไหนเล่า หากไม่ใช่รุจีอีกตามเคย ดีเท่าไหร่แล้วที่ บิดาที่เป็นนายทหาร ก่อนสิ้นลม ได้ซื้อบ้านเอาไว้ เงินที่ได้รับจากพ่อตอนเสียชีวิต ส่วนหนึ่งถูกนำมาจ่ายค่าบ้านที่ติดค้างจนหมด นับว่าเธอยังมีบ้านให้ซุกหัวนอนโดยไม่ต้องจ่ายค่าเช่าเหมือนคนอื่น

          เรื่องหลากหลายประดังประเดเข้ามาอย่างพายุลูกใหญ่ พัดพาความฉงนให้ขบคิดเป็นอย่างยิ่งว่า เกิดอะไรกับชีวิตของเธอในวันนี้ คลื่นกระทบฝั่ง แรงลมโหมกระหน่ำ พัดเอาทุกอย่างเข้ามาและก็พัดเอาทุกอย่างจากไปพร้อมกับน้ำทะเลสีครามที่มองทีไรก็เป็นสีดำ

          เรือยนต์จอดเทียบท่าฝั่งเมื่อตอนสาย ที่ท่าน้ำ รุจี นั่งสงบจิตใจเหม่อลอยล่องไป คิดอะไรมากมาย ตลอดเวลากว่าอาทิตย์ที่หางานทำไม่ได้ ทำให้รุจีคิดไม่ตก เครียด ใบหน้าซูบซีด ผ่ายผอมลงไปอย่างเห็นได้ชัดเจน สายแล้วมาสมัครงานถึงบางกอกน้อย ไม่ได้อีกตามเคย “แล้วเราจะติดต่อกลับไปนะคะคุณ” สิ้นเสียงของคนต้อนรับ รุจีรู้ทันที่ว่า ไม่มีทางหรอกที่เธอจะได้ทำงานที่นี่ เสียงนั้นมันก็เหมือนเสียงที่พูดว่า “เสียใจด้วยคุณไม่ได้ไปต่อ” เกมนี่คนที่แพ้ก็ต้องตกรอบ

          นานเท่าใดไม่รู้ ที่รุจีมายืนที่ท่าน้ำ คนมากมายกำลังเดินทางกลับบ้าน เวลาห้าโมงเย็น หกโมงเย็นคนจะหนาแน่นเป็นพิเศษ คนเราใช่ชีวิตวนเวียนกันไป มีทุกข์สุขปะปนกันไป เช่นเดียวกับรุจีในเวลานี้ ทุกข์ถนัดแสนสาหัสสิ้นดี เย็นมากแล้ว เธอไม่อยากกลับบ้านเลย แม่กับน้องยังไม่รู้ว่าเธอตกงาน งานไม่มีและอีกไม่นานก็จะไม่มีเงิน หากเงินชดเชยที่ได้รับมาหมดลงไป เธอวางแผนการใช้จ่ายเงินสำรองเอาไว้แล้ว แต่เงินจำนวนนั้นจะอยู่ได้นานซักเท่าใด

          อยากจะตายให้รู้แล้วรู้รอด”เสียงความคิดข้างหนึ่งดังขึ้น มันเป็นความคิดด้านมืดในจิตใจ

          เธอจะตายไม่ได้ เธอยังต้องสู้” อีกข้างหนึ่งพูดขึ้นมา มือที่กำราวกำแพงกั้นคลี่ออก เธอถอนกลับมา

          จะบ้าหรอไง รุจี เธอจะมาฆ่าตัวตายต่อคนมากมายงั้นหรอ สร้างกระแสให้ตัวเองดังในทางลบหรือไง

รุจีได้แต่คิ้วขมวดแล้วก็คิดไม่ตกต่อไป ในใจเครียดๆๆ หัวเริ่มปวดร้าว เหมือนจะแตกออกมาเป็นเสี่ยงๆ

          ได้แต่ปลงแล้วก็ปลงต่อไป อย่างเดิม รุจีที่ยืนนิ่งมองผาดผ่านออกไปไกลสุดตา  ที่ดวงตาน้ำตาเอ่อล้นขอบตา มันกลั้นไว้ไม่อยู่ในโชคชะตาที่อุบัติขึ้นมา  ภาพต่างๆประดังเข้ามาในสมอง เป็นภาพตอนเด็ก ตอนเรียน ตอนทำงาน หรือตอนโดนไล่ออกจากงาน ภาพสายตาเพื่อนร่วมงานที่มองเธอ และภาพทุกคนกำลังหัวเราะเยาะที่ชีวิตพังพินาศลงไป นี่หรือสวรรค์ที่กลั่นแกล้งคนตกทุกข์ได้ยาก ชีวิตมันไม่สวยงามเลย อะไรที่วาดหวังพังทลายสิ้นลงแล้ว จิตใจของเธอห่อเหี่ยวเต็มทน อยากจะกระโดดน้ำลงไปจบชีวิตบัดซบให้สิ้นซาก มันเหนื่อยและท้อเหลือเกิน เกิดเป็นคนว่ายากแล้ว เกิดมาต้องทนอยู่บนโลกที่ผู้คนมากหน้าหลายตายิ่งยากกว่า โถ่ รุจี ชื่อนี้มันเป็นชื่ออัปมงคลหรือยังไง ใครช่างแต่งแต้มให้ชีวิตสีเทาๆของเธอกลายเป็นสีดำมืดสนิทเช่นนี้ ฟ้าเบื้องบนหรือใครกำหนด ใครกำหนด เธอได้แต่ตะโกนก้องในใจ

          รุจีไม่รู้ตัวว่าทำอะไรลงไป เมื่อจู่ๆเธอก็จับราวกำแพงกั้นริมเขื่อนแม่น้ำเจ้าพระยา หมายจะปลิดชีวิตตัวเองลง มีเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งแว่วมาจากแห่งหนไหนไม่รู้ “กระโดดสิ กระโดสิ”  แต่มันอยู่ไกลเกินกว่าจะได้ยินถนัดชัดแจ้ง รุจีมองเบื้องหน้าที่ผืนน้ำสีน้ำตาล เพียงนิดเดียวเท่านั้น ผู้คนหายไปไหนกันหมด เมื่อครู่ยังมีอยู่เนื่องแน่น บัดนี้สถานที่แห่งนี้ว่างเปล่าไม่มีผู้คน อาทิตย์อับแสงลงริบรี่แต่ยังไม่อัสดงลงไปเห็นขอบฟ้าที่กว้างไกลสีฟ้าคราม นกบินกลับรังของมันตามเฉกเช่นเดิมที่กระทำอยู่ทุกวัน เห็นเรืออยู่ไกลๆลับตาแต่น่าแปลกคนบนเรือหน้าตาทุกข์ใจกว่าที่เคยพบ สถานที่แห่งนี้เหมือนเดิมแต่ไร้ผู้คนธรรมดา

          คุณกำลังทำอะไร”   เสียงชายหนุ่มคนหนึ่งที่เธอไม่รู้จักเอ่ยด้านหลังเมื่อเห็นร่งระหงของเธอกำลังจะกระโดดลงไป อีกเพียงนิดเดียว  รุจีเหลียวหลังกลับมามองด้วยความ งงงัน น้ำตาที่ขอบตาไหล่เอ่อลงมา เขาผู้หวังดีก้าวฉับๆมาใกล้ตัวเธอ เอื้อมมือช้าๆส่งมาให้เธอจับ

          คุณทำอะไรของคุณ ชีวิตไม่มีค่าหรือไง ถึงไม่รักชีวิตตัวเอง” ชายหนุ่มเสียงเข้มจ้องหน้าหญิงสาว

          เพราะความรักนะหรือ” ชายหนุ่มแสดงความคิดเห็น เธอส่ายหน้า

          จับมือผมสิ เชื่อผม” สายตาเขาอ้อนวอน ใช้จิตวิทยาสื่อสารให้เธอโต้ตอบกลับ เธอเอื้อมมือช้าๆลังเลว่าเขาคือผู้หวังดี หรือ ผู้ร้ายในคราบคนดีกันแน่

          ผมไม่ได้เป็นโจรห้าร้อยหรอกนะ ไม่ต้องคิดให้เสียเวลา” เร็วเท่าความคิดเหมือนเขารู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่

มือผมอาจไม่สะอาด แต่รับรองว่า ช่วยคุณได้แน่นอน ขอแค่คุณเชื่อมั่น และไม่ทำลายความหวังของใครอีกหลายๆคนที่รอคุณอยู่ที่บ้าน”

          ชายหนุ่มเอื้อมมือไปพยายามให้เธอส่งมือกลับมา เขาพยายามช่วยเธอ แววตามุ่งมั่นเอาจริงเอาจังเป็นที่สุด

           เธอเอื้อมมือไปจับเขา เขาดึงร่างเธอลงจากกำแพงกั้นอย่างไวเพื่อไม่ให้เธอคิดสั้นอีก

          กรี๊ด” เสียงร้องโหยหวนดังแว่วๆ มาจากแดนไกล คลื่นน้ำม้วนตัวเหมือนเป็นร่างเงาใครบางคนแต่แล้วก็พังทลายมลายสิ้นลงไปเมื่อร่างของรุจีลงจากกำแพงกั้น ผีพราย ผีตายโหงจมน้ำตายหรือ ไม่รู้ได้ อะไรที่มาปรากฏกายเช่นนั้น เธอปีนกลับมายืนที่เดิมตอนแรกอีกครั้ง โดยมีชายหนุ่มเดินมาใกล้ๆ ห่างกันสองก้าวเห็นจะได้สองคนมองไปที่แม่น้ำเจ้าพระยาที่ไกลสุดตาอีกฝั่ง

          ขอบคุณมากที่ช่วยฉัน”   เธอกล่าวขอบคุณ

          คุณอาจไม่โชคดีเท่าไหร่นัก ถ้าไม่เจอผม มีคนหลายคนจบชีวิตที่นี้ด้วยการฆ่าตัวตาย ไม่ใช่รายแรก แต่มีเป็นสิบคนที่คิดหน้าไม่คิดหลัง คิดว่าชีวิตมีค่าแค่นั้นแค่นี้ ไม่มองหลังเลยว่าคนที่อยู่ด้านหลังเรา ไม่ว่าจะเป็น พ่อ แม่ ลูก ญาติพี่น้องจะมีชีวิตอย่างไรต่อไป”

          รุจีมองหน้า น้ำตายังไหล เอ่ยอะไรไม่ออก มันจุกในลำคอ แต่แล้วก็เอ่ยอย่างยากเย็นที่สุด

          มีคนแบบฉันอีกมากหรอคะคุณ”

          ชายหนุ่มหยิบผ้าเช็ดหน้ายื่นไปให้เธอโดยไม่ได้มองหน้า เขามองออกไปที่แม่น้ำแทน

          เยอะแยะ มีคนอีกมากมายที่ประสบพบเจอแต่เรื่องเลวร้าย จนคิดไม่ตก แล้วมากระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทำอัตวินิบาตกรรม ตัวเองที่นี้  คนหลายคนเชื่อกันว่าที่นี้ผีดุ จะมีตัวตายตัวแทนอยู่แทบทุกเดือน วนเวียนเปลี่ยนไปตามแต่คนนั้นจะมาฆ่าตัวตาย”

          ฉันไม่คิดเลยว่าชีวิตฉันจะจบลงเพียงเท่านี้ เหนื่อย ท้อ เบื่อหน่าย” น้ำตานองหน้า

          แล้วไงต่อ” เขาถามกวนๆมองหน้าเธอนิดหนึ่ง

          คุณมีปัญหาที่หนักหนามากหรือไง เอาชีวิตดีดีมาโยนทิ้งทำไมกัน”

          ฉันตกงาน ในสภาวะที่คนหลายคนไม่อยากลาออกจากงาน คุณก็รู้ว่างานมันหายาก”

          แต่ก็ไม่ยากเกินความสามารถของคุณ คุณกำลังเอาจุดด้อยในชีวิตคุณมาพล่ามๆให้ผมฟังอยู่นะ คุณไม่คิดหรอไงว่ามีคนอีกมากที่ทุกข์กว่าคุณ”

          หญิงสาวเช็ดหน้าตัวเองแล้วพ่นลม ชายหนุ่มแค่นหัวเราะเยาะเบาๆ

          น่าตลกสิ้นดี กับแค่ตกงาน แล้วเอาชีวิตทั้งชีวิตตั้งยี่สิบกว่าปีที่เกิดมาทิ้ง  ผมจะบอกคุณว่า มีคนอีกมายที่เป็นทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์เพราะจน ทุกข์เพราะไม่มีจะกิน ทุกข์เพราะพ่อแม่ตาย ทุกข์เพราะผัวทิ้ง หรือ เป็นโรคที่ยากต่อการรักษา”

ชายหนุ่มมองหน้ารุจี แล้วเลยไปทางอื่น รุจีมองเสี้ยวหน้าเขา

          คุณเห็นพระอาทิตย์มั้ย” เขาชี้นิ้วไปที่พระอาทิตย์กลมใหญ่ที่กำลังเคลื่อนลงไปช้าๆ

          มันขึ้นทางทิศตะวันออก แล้วมันก็มีตกทางทิศตะวันตก”

สองคนมองหน้ากันและกัน

          ก็เหมือนกับคน มีทั้งโชคดีแล้วก็โชคร้าย” ในใจของหญิงสาวคิดขึ้นมาได้บางอย่าง เสียงของชายหนุ่มพูดต่อไป

          พระอาทิตย์ไม่ได้ลาลับอัสดงเสมอไปหรอกนะคุณเพราะเมื่อถึงวันใหม่ มันก็จะขึ้นมายืนตรงเฉกเช่นเดิมทุกวัน”

          หญิงสาวยิ้มอย่างมีความหวัง พระอาทิตย์ลาลับลงไปแล้ว และอีกไม่นานก็จะมีพระจันทร์แทนที่ วนเวียนกันไปไม่จบสิ้น

          ตื่นแล้วๆ” เสียงของคนใดคนหนึ่งในกลุ่มที่เข้ามาช่วยเหลือคนเคราะห์ร้ายตะโกนขึ้น

           โอ๊ยดีใจ คิดว่าจะมาเกิดเหตุซ้ำไปซ้ำมาอีก” ป้าแก่ๆเอามือทาบอก

          ไม่รู้ตกลงไปตอนไหน จมหายไปตั้งนานมาโผล่อีกทีตอนที่เจ้าหน้าที่เร่งลงไปค้นหา”

          โชคดีของแม่หนู เมื่อหลายวันก่อนก็มีผู้ชาย โชคร้ายมาจมน้ำตายใกล้ๆแถวนี้”

          ตัวตายตัวแทนหรือเปล่า”ใครคนหนึ่งเอ่ยเรื่องชวนผวาจนขนลุกเกรียว

           รุจีสำลักน้ำไปหลายอึกทีเดียวกว่าจะรู้สึกตัว ดวงตาพร่ามัว คนหลายคนมายืนมุงดูเธอ สายตาแต่ละคนยิ้มดีใจ เธอสับสนแล้วงงไปหมดว่าเกิดอะไรขึ้น

...............................................................................................................................................................................................

สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น

อะเวรา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย

อัพพะยาปัชฌา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย

อะนีฆา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย

สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ จงมีความสุขกาย สุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ”

     เสียงแผ่เมตราให้สรรสัตว์ดังก้องและจบลง พร้อมกับบทกรวดน้ำ  หญิงสาวที่นั่งยองๆข้างต้นไม้ใหญ่ ยกมือพนมท่วมหัว

     ขอให้คุณผู้หวังดีช่วยเหลือฉัน  ได้รับผลบุญกุศลครั้งนี้ด้วยเถิด” รุจียืนตรง แล้วมองออกไปที่กลางแม่น้ำใหญ่ พระอาทิตย์ขึ้นตรงยืนสง่าอย่างที่ชายคนนั้นว่าไว้ไม่มีผิด พระอาทิตย์จะมาแทนที่พระจันทร์ และพระจันทร์จะมาแทนที่พระอาทิตย์ คอยทำหน้าที่ของกันและกันเสมอๆ ทุกข์ในใจของคนเราต่างก็มีด้วยกันทั้งสิ้น แล้วแต่ว่าเราจะแยกแยะมันออก ไม่มีทุกข์ใดจะอยู่ตราบชั่วตัวเสมอไป เหมือนพระอาทิตย์เมื่อลับอัสดงยามเย็นย่ำ พอเช้ามาก็จะกลับมาสดใส่เปล่งประกายรัศมีจ้าดังเดิม ทุกข์เราก็เช่นกันเกิดขึ้นได้ ก็ดับมันได้เช่นกัน

     รุจีระลึกเสมอว่า หากผู้ชายคนนั้นไม่มาช่วยเหลือเธอในวันที่สติของเธอไม่อยู่กับตัวแล้วเธอก็ทำอะไรลงไปโดยไม่รู้ตัว ภาพของหญิงสาวคนหนึ่งยืนโบกมือร้องเรียกชวนเธอกระโดดลงไปในน้ำ แล้วทุกอย่างก็ดับมืด ปรากฏร่างของชายคนนั้นที่ช่วยเธอให้พ้นเงื้อมือมัจจุราช เขาเป็นใครกันหนอ

     ก่อนจะกลับร่างลึกลับโปร่งแสงเห็นอยู่ไกลๆยืนโบกมือให้เธอกลางลำน้ำ เธอไม่ได้รู้สึกกลัวแต่อย่างใด กลับรู้สึกขอบคุณเขามากกว่า ที่ให้ชีวิตใหม่แก่เธอ

     ขอผลบุญกุศล บัลดาลดลแก่ทุกคนเถิด

จบ

............................................................................................................................................................................................



ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ นัฐพันธ์ จากทั้งหมด 23 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น