ลำนำรักนางเชลย (18+)

ตอนที่ 4 : สงครามในกระโจม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 286
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    30 ต.ค. 61

เฟิ่งอี้หลับไปตอนไหนไม่รู้ นางตกใจตื่นอีกที ก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียง แม่ทัพชีเปลือยคนนั้นหายไปแล้ว

นางพยายามจะขยับตัว แต่พอกระเทือนไปถึงข้อเท้า ความเจ็บก็แล่นเข้ามา จนนางอยากจะตัดมันทิ้งให้รู้แล้วรู้รอดไป

ขณะที่กำลังคิดว่าจะพาตัวเองออกไปจากตรงนี้ให้ได้นั้น ข้างนอกก็มีเสียงคนเดินมา เฟิ่งอี้รีบล้มตัวนอนแกล้งทำเป็นหลับ

เสียงนั้นเดินเข้ามาในกระโจมตามคาด แต่ว่าฟังจากน้ำหนักการเดิน คาดว่าจะเป็นสตรี

ร่างปริศนาเดินดุ่มมาที่เตียง ก่อนจะลงมานอนข้างๆนางพลางใช้มือกอดเฟิ่งอี้

นี่นางผู้นี้คิดจะทำอะไรข้า แค่คิดเฟิ่งอี้ก็ขนลุกซู่ไปทั้งตัวแล้ว

“ท่านอ๋อง ข้าคิดถึงท่านจนทนไม่ไหวแล้ว”เสียงนั้นกระซิบเบาๆที่ข้างหู ก่อนมือของนางผู้มาเยือนจะพยายามล้วงเข้ามาในเสื้อ

“กรี๊ดดดดดดด นี่เจ้าจะทำอะไร” เฟิ่งอี้ร้องลั่น ขนลุกขนพองไปหมดแล้ว

สตรีนางนั้นมีสีหน้าตกใจ นางพละออกไปทำหน้า งง เล็กน้อย ก่อนจะตั้งสติได้

“นี่เจ้า เมื่อวานยังมาแอบดูข้ากับท่านอ๋อง วันนี้ยังมาเป็นมารขัดขวางอีกเหรอ บอกมานะ เอาท่านอ๋องไปซ่อนไว้ที่ไหน” สตรีนางนี้นี่เอง ที่เฟิ่งอี้ไปเจอที่ทุ่งดอกดาวเรืองตอนที่กำลังมีสัมพันธ์กับอิตาแม่ทัพชี้เปลือยนั้น

ไม่พูดเปล่า นางพุ่งตัวจะเข้ามากระชากผมของเฟิ่งอี้ด้วยความรวดเร็ว

“นี่ปล่อยข้านะ นังคนบ้า ไม่รู้ว่าอิตาแม่ทัพนั้นนอนกับคนบ้าอย่างเจ้าไปได้ยังไง”เฟิ่งอี้ด่า ขณะที่พยายามคว้าผมคนตรงหน้าไว้เช่นกัน

“กรี๊ดดดดด นังองค์หญิงเชลย อย่าได้หวังรอดออกไปเลย” เหมือนกระตุ้นให้ผู้หญิงคนนี้บ้าคลั่งขึ้นไปอีก เฟิ่งอี้ถูกลากลงจากเตียง ด้วยความที่บาดเจ็บอยู่ ความเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้องจึงทำให้นางเจ็บปวดไม่น้อย

“นี่ หยุดนะ”ทหารข้างนอกที่หายหัวไปไหนไม่รู้พึ่งกลับมาแล้วคงจะได้ยินเสียงผิดปกติจึงโผล่หัวเข้ามาห้าม

“อย่ามายุ่ง รู้ไหมว่าข้าเป็นใคร”หญิงบ้านางนี้ตอบกลับไป แน่ละ แม่นี่อาจเป็นอนุที่ตาแม่ทัพนั้นพกมาออกศึกด้วย เอาไว้แก้เหงาแน่ๆ

ทหารคนนั้นมีท่าทีกล้าๆกลัวๆไปเลยทันที แต่ก็ได้ผลเมื่อเขาจากไป

สงครามในกระโจมยังร้อนระอุ เฟิ่งอี้ผู้พิการปะทะกับหญิงบ้าเจ้าอารมณ์ แน่นอนว่าหญิงบ้ากำลังได้เปรียบอยู่เต็มๆ

“บอกมา ว่าแกมาอยู่บนเตียงของท่านอ๋องได้ยังไง”หญิงบ้ากัดฟันถามเสียงแข็ง

“ข้าไม่ได้ขึ้นมานอนเอง เขาเป็นคนอุ้มข้ามา”ก็ข้าบาดเจ็บ แต่นางไม่ได้บอก เพราะอยากจะยั้วนางบ้านี่ด้วยแหละ

“กรี๊ดดดดดด ท่านอ๋องเป็นของข้า กรี๊ดดดดด”นังบ้าเริ่มอาลวาด ฟาดงวงฟาดงา เดิมทีนางเป็นคนสวยไม่น้อย แต่พอควบคุมสติตัวเองไม่อยู่แล้ว กลับกลายเป็นคนบ้าเต็มตัวไปเลย

“นี่ ยอมแพ้ซ่ะเถอะ อีกไม่นาน ข้าก็จะเป็นเมียรักของเขา”เฟิ่งอี้ชักสนุกกับการยั่วคนตรงหน้าไม่น้อย จนลืมดูไปว่า บัดนี้มีร่างสูงที่เข้ามาหมายจะห้ามศึก และมาได้ยินประโยคของนางพอดี

“ใครจะเป็นเมียรักของข้านะ”เสียงนั้นถามย้ำ

“ก็ข้าไง.....”เฟิ่งอี้สวนกลับทันควร ก่อนจะพบว่าตนเองพลาดเสียแล้ว 

แม่ทัพชีเปลือยทำหน้าโกรธเป็นฟืนเป็นไฟอยู่ตรงทางเข้ากระโจม ขณะที่นังบ้าตัวดี เมื่อเห็นผู้ชายได้ก็พละจากเฟิ่งอี้ แล้ววิ่งแจ้นไปหาเขาทันที

“ท่านอ๋อง นางบอกว่าเป็นเมียท่าน ข้าเลยสั่งสอนนางไป”หญิงบ้าคนนั้นฟ้อง

เฟิ่งอี้ยิ้มแหยๆ แกตัวไม่ออก 

“ที่จริงกะจะพูดเล่นๆแค่นั้นเอง อย่าถือสาเลย”เฟิ่งอี้ตอบพลางโบกมือแก้เขิน

“เจ้าออกไปจากกระโจมข้าแล้วไม่ต้องมาให้ข้าเห็นหน้าอีก”เสียงดุดันของตาแม่ทัพชีเปลือยเอ่ยขึ้น

“เอ่อ ข้าไปก็ได้ แต่ช้าหน่อยนะ ข้าเดินไม่ได้” เฟิ่งอี้ตอบ ก่อนจะลากตัวเองด้วยสองมือ รางกับพยูนที่กำลังเดินบนหาด

“ไม่ใช่เจ้า”เขาตอบเสียงแข็ง แล้วหันไปทางสตรีบ้านางนั้น

“ท่านอ๋อง ท่านไล่ข้า”นางชี้ไปที่ตัวเอง ด้วยสีหน้าที่ปวดร้าว จังหวะเดียงกับที่ ทหารเหมือนรู้งานพากันกรู่เข้ามาล็อคตัวนางแล้วลากออกไป ปากก็พร่ำเพ้อว่ารักเขามากมาย แต่ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงนี้ไม่ได้ฟังนางเลย

“นางรักเจ้าขนาดนั้น เจ้าทำไมใจร้ายกับนางนักละ”เฟิ่งอี้ถามด้วยความสงสัย

“เป็นห่วงเรื่องตัวเองก่อนไหม องค์หญิง ไหนเมื่อกี้ใครบอกนะว่าเป็นเมียข้า มารับผิดชอบคำพูดด้วย”พูดจบ ร่างสูงก็คว้านางขึ้นมาแบกไว้ แล้วเดินตรงมาที่เตียง

“ข้าพูดเล่น ไม่ได้มีอะไร ข้า.....”ร่างบางถูกจับตรึงไว้บนเตียงขณะที่ชายหนุ่มจ้องนางเขม้น จนนางต้องกลืนคำพูดทั้งหมดลงท้องไป

“ก่อนจะส่งเจ้าเป็นเครื่องบรรณาการให้ฮ่องเต้ ข้าขอเล่นให้สนุกก่อนแล้วกัน” แม่ทัพหนุ่ทแสยะยิ้มราวสิงโตที่กำลังจะลิ้มรสกระต่ายป่า

“หมายความว่าไง”เฟิ่งอี้หอบหายใจเร็ว นางพยายามขัดขืน แต่สู้แรงกดของเขาไม่ได้

ชายหนุ่มไม่ตอบ แต่ใช้มือเพียงข้างเดียวรวบมือทั้งสองของนางไว้เหนือหัว ก่อนจะใช้อีกมือปลดชุดนาง

“จะทำอะไรข้า ปล่อยนะ ไม่เช่นนั้นข้าจะร้อง”เฟิ่งอี้ขู่เสียงสั่น

“ร้องไปสิ ร้องไป ข้างนอกจะได้รู้ว่าเจ้ากำลังโดนอะไร”เขาส่งสายตารมกริบมาจ้องนาง ราวผู้ชนะที่กำลังข่มขู่ผู้พ่ายแพ้

เฟิ่งอี้เม้มปากแน่น ขณะที่นิ้วของเขาเคลื่อนผ่านกาย ชุดตัวนอกถูกปลดออก เผยให้เห็นเพียงเสื้อเอี้ยมตัวจิ๋วที่ปิดหน้าอก และกางเกงซับในที่ปิดส่วนล่าง

“ไม่ต้องกลัว ข้าจะถนุถนอมเจ้า ไม่ทำให้บอบช้ำหรอก”เขาเข้ามากระซิบที่ข้างหู เกิดความรู้สึกปั่นป่วนไปหมด เฟิ่งอี้เหมือนมีไฟที่จุดจากข้างในกำลังเผาร่างอยู่

มือหนาเลื่อนเข้าไปในเสื้อเอี้ยมเกาะกุมก้อนนุ่มนิ้มของหญิงสาว ขณะที่เฟิ่งอี้คล้ายถูกสกดจิต ความรู้สึกแปลกที่พวยพุ่งมานี่คืออะไร นางไม่เข้าใจ แม้อยากจะต่อต้าน แต่ร่างกายบอกว่าชอบและยอมรับ

เรือนร่างของหญิงสาวที่พ้นไวสาวมาหมาดๆกระตุ้นให้เขาเกิดอารมณ์ไม่น้อย ยิ่งพบว่าผิวที่สัมผัสนั้นนุ่มละเอียด จนอยากจะบีบให้แตกคามือได้

“ปล่อยข้า....” เสียงเพียงแผ่วเบาที่เล็ดลอดออกมา ราวกับเป็นคำเชิญชวนให้แม่ทัพหนุ่มรุกหนักเข้าไปอีก เฟิ่งอี้บิดตัวพยายามจะขัดขื่น แต่ไม่สำเร็จ

ขณะที่หัวนางกำลังปั่นป่วน เรียวปากหนาก็เคลื่อนมาประกบนางอย่างดูดดื่ม ลิ้นชื้นควานหาความหวานไปทั่วปาก ขณะที่เฟิ่งอี้ทำได้แต่เผยอปากรับรสจูบนั้น

มือนั้นยังคลึงหน้าอกของนางอยู่ นิ้วนั้นกำลังวนเล่นรอบๆยอดอก เฟิ่งอี้แทบจะคลั่ง

“อื้อออ” 

เขาค่อนเลื่อนริมฝีปากมาที่ลำคอขาวผ่องของนาง ก่อนจะเลื่อนมายังยอดปทุมถันที่กำลังเบงบานชูช่อรอ

ลิ้นซนวนรอบยอดบัวตูม ทำเอาเฟิ่งอี้สติแทบหลุด นางกัดฟันแน่นไม่ให้ส่งเสียงร้องออกมา 

“อื้อ ออ” เสียงที่เปล่งออกมา เป็นจังหวะเดียวกับที่เขาเม้มดูดยอดเขาตรงหน้า ชายหนุ่มลิ้มรสดอกบัวจนหน้ำใจ ก่อนจะเลื่อนลง

กางเกงซับในถูกกระชากจนขาดแล้วเควี้ยงทิ้งไปให้พ้นหูพ้นตา

“ไม่นะ ไม่ได้นะ “เฟิ่งอี้เริ่มขัดขืนอีก เมื่อเขากำลังจะรุกล้ำที่ตรงนั้นของนาง ตั้งแต่เกิดยังไม่มีบุรุษคนไหนมารุกล้ำมันเลย นางเพียงอยากจะเก็บไว้ให้บุรุษที่นางรักและเขารักนางแค่นั้นเอง

เขาไม่ได้สนใจเหมือนอาหารมาวางล่ออยู่ตรงหน้า ชายหนุ่มจับขานางให้อ้าออก เผยให้เห็นเนื้อนูนสีชมพูเปล่งปลั่งที่อวดโฉมอยู่เบื้องหน้า

“อย่าทำข้าเลย”เฟิ่งอี้เริ่มอ้อนวอน ตอนนี้นางอยากร้องให้จริงๆ น้ำตาอุ่นๆเริ่มไหล ได้ผล เขาชะงักไป ก่อนจะพละออกจากตัวนางในที่สุด

“เจ้ายังบริสุทธิ์อยู่สินะ”เขาเอ่ยถาม 

“ข้าไม่เคยมีสัมพันธ์กับชายใดทั้งนั้นแหละ ข้าแค่อยากเก็บไว้ให้คนที่ข้ารักเท่านั้นเอง”เฟิ่งอี้ตอบพร้อมน้ำตาอาบหน้า นางนั่งกอดตัวเองมีท่าทีหวาดกลัวว่าเขาจะทำอะไรอีก

“หึหึ เก็บไว้ให้คนที่รักงั้นหรือ เจ้าไปถึงแคว้นเหลียงแล้วจะรู้ ว่าความรักไม่มีจริง”พูดจบเขาก็เดินออกกระโจมไป
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น