[Fic Harry Potter ] Destinesia (Yaoi/BL) **อัพเยี่ยงเต่าคลาน**

ตอนที่ 99 : Destinesia (98) สายป่านเส้นบางๆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,178
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 137 ครั้ง
    17 พ.ย. 62

B
E
R
L
I
N
?
 Free Lines Arrow

Destinesia (98) สายป่านเส้นบางๆ

 

            แฮรี่รู้ว่า ไม่มีใครเข้มแข็งได้เสมอไป 

            ไม่ใช่ด้วยเหตุผลว่า อายุ ประสบการณ์ หรือการมองเห็นอดีต ปัจจุบันอนาคตได้อย่างชัดเจน ราวกับมันบันทึก ฝังลงไปในจิตใต้สำนึกของเขา

            หลายปัจจัยส่งผลต่อความรู้สึกนึกคิดที่ล่องลอย เขายังคงเชื่อว่า ยังไงซะทุกอย่างก็มีเรื่องราวของมัน ที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ ถึงเปลี่ยนได้ ก็ได้ไม่น้อยไม่มากไปกว่าที่เขาระลึกถึงมัน

            คิดว่าไม่ควรที่จะยึดติดอดีต

            คิดว่าไม่ควรเปลี่ยนแปลงปัจจุบัน

            คิดว่าไม่ควรกังวลอนาคตที่มาไม่ถึง

            อยากให้เรื่องที่เกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงที่แล้ว เป็นเพียงแค่ความฝัน อีกครั้งและอีกครั้ง เขากลับทำได้แค่เอ่ยถ้อยคำเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา

            เดี๋ยวมันก็ผ่านไป เดี๋ยวมันก็จบลงเช่นเดิม

            เขาคิดอย่างนั้น

 

            ไอคำว่า อยากปกป้องคนสำคัญ กลายเป็นเพียงแค่ลมปากพร่อยๆ

            ไอคำว่า เด็กชายในคำทำนาย

            มันไม่ได้มีความหมายว่าเขาสามารถช่วยทุกคนได้เลย

            เขาเกลียดมัน ชิงชังมันสิ้นดี

 

 

            สายป่านเส้นเล็กๆ

            สายป่านที่เรียกว่าความฝัน

            เส้นแรกขาดไปพร้อมกับความฝันที่พังทลายลงเหลือเพียงความจริงที่ตอกย้ำว่า ทุกอย่างมันไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิม ทุกอย่างมันกลับไปสู่จุดเริ่มต้นที่เต็มไปด้วยความสูญเสียมากมาย

            เอาแต่หลอกตัวเองว่า เขาไม่ได้หยุดอยู่กับที่ ทั้งที่รู้แก่ใจ ว่าที่ตัวเองปล่อยทุกอย่างให้ดำเนินไปตามทางของมันโดยที่ไม่ทำอะไรเลย 

            มันแค่อาจ มันอาจไม่ได้แย่ไปกว่าที่เห็น 

            เขาไม่ได้หยุดอยู่กับที่ก็จริง แต่เขาไม่เคยก้าวไปข้างหน้า

            เขาหมุนวนเป็นวงกลม และหลอกตัวเองว่า นี่แหละ คือการก้าวไปข้างหน้า

            สายป่านเส้นที่สอง ได้ขาดไปแล้วพร้อมกับชีวิตของคนๆหนึ่งที่เขาไม่สามารถปกป้องได้

            สายป่าน ที่เรียกว่าชีวิต 

            บอกทุกคนว่าไม่เป็นไร บอกพวกเขาว่าไม่มีเรื่องน่าเป็นห่วง โกหกทั้งเพ  

            เป็นอีกครั้งที่เขาถามตัวเองว่า ทำไมมันไม่ใช่เขา ทั้งที่เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นเพราะเขา เรื่องทั้งหมดที่เกิดมันควรเริ่มและจบที่เขา ไม่ใช่เริ่มที่เขา และจบที่ชีวิตคนอื่น คนอื่นที่เขาควรปกป้อง คนอื่นที่เขาไม่ได้เกี่ยวข้อง แล้วทำไมกันนะ

            รู้มั้ย คนเราเปลี่ยนไปในเขาวงกตเสียงของดัมเบิลดอร์ก้องภายในหัวของเขา เขาว่า ไม่ใช่แค่คนเราที่อาจเปลี่ยนไป 

             แม้แต่เรื่องราว สายสัมพันธ์ หรือ แม้แต่ชีวิตของใครคนหนึ่ง มันเปลี่ยนไปได้ภายในชั่วพริบตา เหมือนในเวลาที่คำสาปหนึ่ง พรากลมหายใจของคนผู้หนึ่งได้ไม่ถึงชั่วลมหายใจ มันก็เปลี่ยนได้ง่ายดายแบบนั้น เมื่อก่อนเขาได้แต่สงสัย เรื่องบางเรื่อง หรือเส้นเรื่องบางเส้น มันเปลี่ยนแล้วมีความแตกต่างหรือความหมายแค่ไหน

           ตอนแรกก็แค่คิด ว่ามันไม่เห็นร้ายแรงเลย เรื่องมันก็จบคล้ายกัน เปลี่ยนเล็กๆน้อยๆ โลกเวทมนตร์ก็สงบสุขอย่างที่มันควรจะเป็นไม่ใช่รึไงกัน 

            แต่ ใช่ เขาเพิ่งรู้ความหมายที่แท้จริงของความเปลี่ยนแปลง แตกต่างอย่างไม่ต้องสงสัย

            จริงๆนะ

            ร่องรอยคำสาป เซเวอร์รัสพาคุณพอตเตอร์ไปห้องพยาบาล! ’ เสียงร้องตะโกนและเสียงกระทบฝีเท้าดังขึ้นจากทุกทิศทาง

            ตัวของเขาหนักยิ่งกว่าครั้งไหนๆ แขนขาที่ใช้แรงเฮือกสุดท้ายชาจนไม่อาจขยับได้ เหมือนภาพจำย้อนทวน ใกล้สิ้นสติ แต่แฮรี่ก็รู้สถานการณ์ของตัวเองชัดเจน ต่อให้หลับตาฝัน เขาก็เห็นภาพนั้นชัดเจน

ยังรู้ได้ว่าทับบางอย่างที่เริ่มไร้ความอบอุ่นเช่นเคย ใบหูที่แนบกับสิ่งนั่น ควรจะเป็นเสียงเต้นเป็นจังหวะ ไม่ก็ลมหายใจอ่อนๆของสิ่งมีชีวิต แต่มันกลับเงียบสนิท

น้ำตาใสรินจากหางตา ไหลและหยดลง ความมืดคือสิ่งที่เขามองเห็น และเป็นครั้งแรก ที่เขาสัมผัสได้ถึงความสิ้นหวังอย่างแท้จริง เย็นเยือก เหมือนตกลงสายน้ำไร้ก้น 

 

            พอตเตอร์ พอตเตอร์ ห้ามหลับ พอตเตอร์ ฉันสั่งห้ามเธอหลับ

 

เพียงสายป่านเส้นสุดท้าย มันจะรั้งเขาได้นานแค่ไหนกันนะ

 

สายป่านที่ชื่อว่าความสัมพันธ์

 

 

 

เซเวอร์รัสมองแผ่นหลังเล็กๆ ก้าวเข้าสู่เขาวงกตด้วยความรู้สึกบางอย่าง กระอักกระอวน ไม่สบายใจ? คงไม่ใช่ หรืออาจเพียงเพราะเป็นอีกครั้ง ที่เขาไม่สามารถทำหน้าที่ปกป้องเด็กชายได้ ผ่านมาหลายต่อหลายครั้ง ไม่มีครั้งไหน ที่เมื่อเกิดบางอย่าง เจ้าเด็กจอมยุ่งจะไม่เจ็บตัว จะไม่เอาตัวเข้าไปสอด

สำหรับคนที่ใช้เหตุผลมากกว่าความรู้สึกเฉกเช่นเซเวอร์รัส สเนป ย่อมไม่ยอมรับว่า สัญชาตญาณบางอย่างมันร้องเตือน มันร้องห้าม ไม่อยากให้เด็กชายเข้าไปเผชิญอันตรายบางอย่าง ซึ่งพอตเตอร์ไม่ยอมเอ่ยปากให้รับรู้

ใช่ เขาโทษพอตเตอร์ ที่ไม่ยอมเอ่ยปากบอกสิ่งที่จะเกิดขึ้นในนั้น

หรือเพราะเขามั่นใจมากเกินไปกันแน่ มั่นใจว่าอีกฝ่ายจะไม่เป็นไร

เซเวอร์รัสสะบัดหัวไล่ความรู้สึกแปลกประหลาดออกไป ใช่ว่าตอนนี้เขาจะว่างมายืนให้ความสนใจในสิ่งที่เขาไม่สามารถทำได้ เขาก็ยังมีอะไรบางอย่างที่เขาจะต้องจัดการให้เสร็จ

ใบหน้าที่นิ่งสงบเหลือบหางตา จับจ้องรอคอยเวลาบางอย่างที่กำลังจะมาถึง

ผู้ถูกจับจ้องไม่ได้สังเกตถึงการจับผิด ยังคงมีท่าทีลุกลี้ลุกลนหากไม่สังเกตย่อมไม่เห็น อีกฝ่ายก็จับจ้องรอคอยเวลาและโอกาสเพื่อบางอย่างเช่นกัน

เวลาผ่านไปสักระยะ เพียงพูดคุยและบรรยากาศที่สงบลง ทุกคนเลิกให้ความสนใจกับฉากเบื้องหน้า หันมาพูดคุยกันเอง เปิดโอกาสให้เหล่าผู้คนหน้าอัศจรรย์ได้เคลื่อนไหว  ข้อแม้คือห้ามออกไปข้างนอกสนาม

ไม่ทราบว่า ศาสตราจารย์มู้ดดี้ กำลังจะไปที่ไหนร่างของมู้ดดี้ที่กำลังเคลื่อนกลับไปใต้อัศจรรย์ชะงักงันได้ทันที และเพียงแค่คำถามเดียว ก็สามารถดึงความสนใจของใครหลายๆคนให้หันมาสนใจได้ 

เปล่า ฉันแค่จำได้ว่าลืมของไว้ที่ปราสาท ว่าจะกลับไปเอาสักครู่แล้วค่อยกลับมาท่าทีลุกลี้ลุกลนอันผิดปกติของอีกฝ่ายสร้างความฉงนสงสัย ต่อให้อยากรีบออกไปจากที่นี่ ก็คงทำได้ไม่ง่ายอย่างที่หวัง

กฏระบุไว้ชัดเจน ว่าไม่ให้ใครหน้าไหนนอกจากตัวแทนออกจากที่นี่ ในช่วงภารกิจ .. ไม่มีข้อแม้

อย่ามาอ้างกฏพวกนั้นกับฉัน อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ แกจ้องจับผิดอะไรฉันอยู่มู้ดดี้ก้าวมาหาอย่างเอาเรื่อง ใบหน้าเกรี้ยวกราด เกิดจากการแสดงออกของศาสตราจารย์หน้านิ่งที่กำลังจับผิดตัวเอง 

อย่าสำคัญตัวเองผิด อลาสเตอร์ ถ้าหาก ตัวเองไม่มีอะไรปิดบัง จะกลัวโดนจับผิดทำไม จริงมั้ย?

เสียงเย็นยะเยือกจับผิดของศาสตราจารย์ประจำบ้านสลิธีริน ก็ยังแสดงความเป็นปฎิปักษ์กันได้อย่างดี อย่างที่ทุกคนรู้ อลาสเตอร์ มู้ดดี้ คือมือปราบมารที่มีชื่อเสียง ร่ายคำสาปสังหารลูกสมุนของคนที่รู้ว่าใครได้โดยตาวิเศษไม่กระพริบ

และเซเวอร์รัส สเนป ก็คือหนึ่งในผู้เสพความตาย ถึงแม้ภายหลังจะได้รับการยืนยันจากดัมเบิ้ลดอร์ว่าเขาไว้ใจได้ แต่คนที่ตั้งอคติว่าเกลียดชังเข้าไส้ ถึงให้แสดงสวมบทบาท คนโง่ก็ย่อมรู้ว่าควรแสดงออกมาแบบไหน

แสดงออกให้รู้ว่าเกลียดชังผู้เสพความตาย เป็นพื้นฐานของการแสดงออกของมู้ดดี้

แสดงออกให้รู้ว่าจ้องจับผิดมือปราบมารที่หวาดระแวงตัวเอง ก็เป็นเรื่องปกติที่เซเวอร์รัสจะต้องแสดงออกให้อีกฝ่ายได้รับรู้ ไม่ว่าจะในฐานะไหนก็ตาม

บรรยากาศโดยรอบลดต่ำลงทันทีจากการโต้เถียงที่แสนอึดอัดของศาตราจารย์ทั้งสอง มีไม่กี่ครั้งที่ศาสตราจารย์ทั้งสองคนจะโต้เถียงกันเสียงดังให้เห็น ทุกสายตาและหัวเรื่องเปลี่ยนเป็นความขัดแย้งของทั้งคู่ หันซ้ายหันขวาเหมือนกำลังหาทางออกที่น้อยนิดให้ตัวเอง

โอ้ หรือคุณอยากจะออกไปช่วยเจ้าเด็กนั่น ถึงกฏจะไม่ได้ระบุว่าห้ามบอกใบ้หรือเสนอทางเลือกให้ผู้เข้าแข่งขัน แต่การยื่นมือเข้าไปสอด คงยอมรับไม่ได้เซเวอร์รัสเอ่ยนิ่งๆ ยังคงแสดงต่อว่าไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจกับเรื่องที่เกิดตรงหน้า ทำเป็นไม่รับรู้ความร้อนรนของอีกฝ่าย

และ เจ้าเด็กนั่นที่ว่าคงมีคนเดียว

เจ้าของฉายาแม้ดอายสถบและกั่นด่า ยิ่งบอกหน้าอีกฝ่าย ความขุ่นเคืองในใจก่อตัวมากขึ้น พวกทรยศในใจ พวกขี้ขลาดไร้ความภักดี ต่อคนตรงหน้าอาจไม่ใช่แค่การแสดง เป็นความรู้สึกจริงๆ ใบหน้าเริ่มบิดเบี้ยวจากความโกรธเคืองและความอดกลั้น

อลาสเตอร์ อย่าทำเป็นเรื่องใหญ่เลย กฏระบุไว้อย่างที่เซเวอร์รัสว่า หากไม่ว่าอะไร ขอให้คุณอยู่ก่อนจบการแข่งขันเถอะดัมเบิลดอร์ต้องเป็นฝ่ายเข้ามาไกล่เกลี่ย ศาสตราจารย์ใหญ่คนอื่นเริ่มมุ่งเข้ามาหา ความวุ่นวายในช่วงนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนเป็นอย่างมาก ใครต่อใครก็ไม่อยากให้เกิดข้อพิพาทขึ้น

แต่ย่อมใช้ไม่ได้ เมื่อเกิดเรื่องกับคนที่เกลียดขี้หน้า 

ดูเหมือนแม้แต่คุณ ก็ยังไม่เชื่อในความสามารถของนักเรียนที่ตัวเองดูแล แม้ด-อาย” มีคนไม่ย่อมปล่อยผ่าน เช่นอาจารย์ใหญ่เดิร์มสแตรง

มันไม่ใช่เรื่องที่คุณจะต้องเข้ามาจุ้นจ้าน คาร์คารอฟ สักวันฉันจะให้แกได้ชดใช้” และอีกฝ่ายก็ย่อมชิงชังคาร์คารอฟไม่แพ้กัน

ยิ่งการโต้เถียงนานขึ้น ความร้อนรนอันแปลกประหลาดของมู้ดดี้ก็ยิ่งเด่นชัด เมื่อไร้ทางเลือก ย่อมเหลือเพียงวิธีเดียว แต่มีหรือที่คนเริ่มเรื่องจะปล่อยผ่านไปได้ง่ายๆ เซเวอร์รัสก้าวเข้ามาแทรกอีกครั้งเพื่อตัดบทสนทนา แต่ไม่ยอมละสายตาไปแม้แต่วินาทีเดียว

หึ หรือว่า คุณก่อเรื่องอะไรเอาไว้ คือการกดดันครั้งสุดท้ายเพื่อกระตุ้นอีกฝ่าย หรือกำลังปิดบังอะไรอยู่กันแน่ อลาสเตอร์ มู้ดดี้ดวงตาข้างเดียวของอีกฝ่ายเบิกกว้างขึ้น การหลบหนีคือสิ่งสุดท้ายที่ต้องทำ

มู้ดดี้ตัดสินใจเพื่อจะหลบหนีอย่างรวดเร็ว จังหวะเดียวกับที่ดวงตาสีน้ำหมึกจ้องเขม็งถึงโอกาสที่มาถึง ไม้กายสิทธิ์โบกชี้เข้าหาผู้ร้ายที่หันหลังหนี หากไม่หนี ความจริงที่ปิดบังเอาไว้ย่อมแตกให้ประจักษ์

เสียงหวีดร้องดังขึ้นทันทีที่คาถาปะทะร่างของมู้ดดี้ ดูประหลาดและผิดแปลกเป็นอย่างมากสำหรับบางคนที่รู้ฝีมืออันโชกโชนของมือปราบมารมากฝีมือ  ลืมภารกิจของการแข่งขันอันทรงเกียรติ เหลือเพียงข้อสงสัยต่างๆที่เกิดขึ้นตรงหน้า

ต่อให้เป็นดัมเบิลดอร์ก็คงไม่คาดคิดว่าเขาจะลงมือโดยไม่ให้ตั้งตัว

เมื่อเวลาหมดลง

มู้ดดี้ก็ถูกตึงไว้อยู่กับที่ พร้อมไม้กายสิทธิ์ชี้เข้ามาจากร่างสูงเด็ดขาดและระมัดระวัง ไม่ทันได้เอ่ยปากถามเหตุผล ร่างสิ้นทางหนีของอลาสเตอร์เริ่มขดเกร็ง เส้นเลือดปูนโปนบิดเบี้ยวและครางร้องเสียงเจ็บปวด คนอื่นเว้นระยะห่างดูความเปลี่ยนไป รอยเหี่ยวย่นในพื้นที่ตาเห็น ค่อยๆกลายสภาพเป็นผิวที่เรียบขึ้นเหมือนคนหนุ่ม

เส้นผมเปลี่ยนเป็นสีเข้ม รูปร่างสูงผอมบางไร้สิ้นสภาพของอลาสเตอร์ มู้ดดี้ดังที่เคยเห็น

ดวงตาสีอ่อนจับจ้องมาฉายแววอาฆาตแค้นเคือง คลางแคลงใจและสงสัย

ต่อให้จะอยากด่าทอสาปแช่งสอบถาม

ไม่ว่าอีกฝ่ายจะรู้ได้ยังไง รู้ตั้งแต่ตอนไหน รู้เพราะอะไร

ภายใต้ไม้กายสิทธิ์จากรอบด้าน ท่าทีหวาดระแวงของเซเวอร์รัส ท่าทีตื่นตระหนกของคาร์คารอฟ ท่าทีครุ่นคิดวิเคราะห์ของดัมเบิลดอร์ หรือแม้แต่ความหวั่นวิตกของคนรอบด้าน ให้วิกลจริตบิดเบี้ยวแค่ไหน คนโง่ก็ย่อมมองเหตุการณ์นี้ออก

เวลาของแกหมดแล้ว

 

 

 

 

แฮรี่ลืมตาขึ้นช้าๆ เพดานขาวเป็นสิ่งที่เขาเริ่มจะเห็นจนชินแล้วตั้งแต่มาที่นี่ ร่างกายยังคงชาจนต้องขมวดคิ้ว นอกเหนือจากนั้น รอยกรีดบนท้องแขนก็ตึงและปวดอยู่เรื่อยๆ

ยิ่งย้ำความจริงที่เพิ่งเกิดขึ้น

น้ำตาไม่ควรมีให้กับเรื่องเดิมเป็นครั้งที่สอง สำหรับแฮรี่ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

ปรารถนาเพื่ออะไร ในเมื่อรู้ว่ามันต้องเจ็บปวด

คาดหวังเพื่ออะไร ในเมื่อต้องสูญเสีย

บางที เขาควรเริ่มสำนึกสักที

ว่าการที่เขาเอาแต่พร่ำหาเรื่องพวกนั้น

มันไม่ช่วยอะไรเลย

มันไม่เคยเปลี่ยนอะไรได้เลย

เป็นบ้าอะไร โดนสาปจนสมองเสื่อมรึไง?” คงจะมีไม่กี่คนที่เห็นการเจ็บตัวหรือความเดือดร้อนของเขา แล้วยังสามารถถากถางและเยาะเย้ยเขาได้ในเวลาแบบนี้ นับรวมๆแล้ว ในรุ่นราวคราวเดียวกันย่อมต้องเห็นใจและสงสารเขาไม่มากก็น้อย

หากไม่ใช่เดรโก เขาคงขุ่นเคืองใจมากกว่านี้

คาถากรีดแทงไม่ใช่ว่าจะเจ็บปวดขนาดนั้น แต่เขาก็ยังหาคำตอบกับอาการที่ร่างกายเหมือนถูกฉีกกระชาก มันเจ็บยิ่งกว่าคาถากรีดแทง เป็นความรู้สึกที่บางอย่างถูกดึงด้วยแรงที่มองไม่เห็น อยากจะดึงเขาไปให้ได้

กี่ครั้งแล้วที่นายแหกกฏฮอกวอตส์ ออกมานอกหอพัก เดรโก แฮรี่ตอบกลับคนรบกวนการพักผ่อนของเขา คงเป็นเดรโกมากกว่าที่อยากจะโวยวายและตำหนิพ่อวีรบุรุษตัวดี ที่สรรหาเรื่องเข้าตัวเอง

แต่เดรโกก็ทำใจแข็งด่าอีกฝ่ายไม่ได้

ถึงจะเหมือนเดิม แต่น้ำเสียงที่ได้ยิน มันไม่สดใสเหมือนเดิม

ถึงภายนอกแฮรี่จะทำเหมือนไม่ได้เครียดหรือกังวลอย่างที่เห็น ได้แต่ถอนหายใจให้กับไออาการไม่รู้ร้อนรู้หนาวของอีกฝ่ายจริงๆ เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่ตัวเขาเห็นร่างเล็กแทบปลิวนี้ ต้องนอนในห้องพยาบาลที่เต็มไปด้วยกลิ่นไม่น่าพิสมัย

นาย ชิ น่าหงุดหงิดเป็นบ้าสะบัดหน้าหนีสายตารู้ทันของคนป่วยตรงหน้า

พรืด ฮ่ะๆ ทำหน้าอะไรของนาย ฉันไม่เป็นอะไรสักหน่อย

แฮรี่ยังคงจำได้ ว่าตื่นมาก็เจออีกฝ่ายอยู่ข้างๆ

ไม่เป็นอะไรบ้านนายสิ จะโกหกก็โกหกให้มันดีๆ เห็นฉันโง่รึไง ชอบทำให้คนอื่นเขาเป็นห่วง

น่าแปลกเป็นบ้า แฮรี่คิดกับตัวเอง ให้เขาบอกได้ยังไง เพราะเขาเห็นอีกฝ่ายทำหน้าจะเป็นจะตายแทนเขาไปแล้ว ทั้งรู้สึกผิดและก็รู้สึกดีไปในเวลาเดียวกัน รู้สึกผิดที่เรื่องทุกอย่างเดินมาแบบนี้ แต่ก็รู้สึกดีที่ยังคงมีใครสักคน เป็นเดือดเป็นร้อนแทนเขา

เป็นห่วงเขาอยู่

หึ เขาเลือดเย็นเป็นบ้าเลย

ความเป็นหมอรึไงนะ ที่ทำให้เห็นความตายเป็นเรื่องปกติที่หนียังไงก็ไม่พ้น

เดรโกเสียงหวานเอ่ยเรียกแผ่วเบา ว่าเขาอารมณ์ขึ้นๆลงๆ ก็โทษหมอนี่เถอะ

อะไร?”

ครั้งหน้านายต้องระวังมากกว่านี้เขาใช้ ต้อง ไม่ใช่ ควร เพราะเรื่องต่อจากนี้ มันคงไม่ง่ายเหมือนเดิมอีกแล้ว

“……” ใบหน้าคมเสี้ยวที่เปลี่ยนไปตามอายุของเดรโกเริ่มสงบนิ่งลง ใช่ว่าคาดเดาน้ำเสียงของแฮรี่ไม่ออก

มันจะไม่ง่ายเหมือนที่ผ่านมา เดรโก เหตุการณ์หลังจากนี้มันจะไม่มีวันเหมือนเดิม มันจะเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่าง แม้แต่เรื่องใกล้ตัวนายเอง

“เฮอะ อย่ามาชักจูงฉัน ต่อให้นายไม่บอก ฉันก็ไม่โง่เดาอะไรไม่ออกเดรโกเตรียมลุกหนี ติดที่ว่า พ่อพอตเตอร์ตัวดีดึงแขนเขาไว้ ทั้งที่ตัวเองเป็นคนวิ่งหนีเขามาตั้งหลายสัปดาห์ก่อน

เดรโก ดวงตาคู่สวยมันไม่เคยเปลี่ยน ยังคงพราวระยิบ ดึงดูดและเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย 

เดรโกหัวเสียสถบในใจ อยากจะอารมณ์เสียใส่ก็ทำไม่ได้ เขาจะทำได้ยังไง แค่หมอนี่ดึงแขนเขาไว้ด้วยแรงเบาๆ เพียงสะบัดก็หลุด แต่เป็นตัวเขาเองด้วยซ้ำ ที่กระชับมือคู่นั้นไว้แน่น มันเย็นแทบแสบผิว ควรปล่อยแต่ก็ไม่อยากปล่อย ก่อเกิดความหวาดกลัวในใจลึกๆ หากปล่อยไปแล้ว สักวันอาจจะไม่ได้กลับมา

ถึงเขารับปากแฮรี่เรื่องที่เป่าหู ไม่ให้เขายุ่ง ไม่ให้เขารับรู้ ต่อให้สืบจนรู้ สังเกตจนเข้าใจ เขาก็รับปากไม่ได้เต็มปาก

ถ้าเขายังห่วงอีกฝ่ายจนจะเป็นบ้าแบบนี้

เออๆๆ ฉันรู้แล้ว นายก็เหมือนกัน เปลี่ยนเร็วเป็นบ้า แต่ก็ยังโง่เหมือนเดิม

ในที่สุด แฮรี่ก็ยิ้มออกได้เต็มปากในรอบหลายวันที่ผ่านมา ลดเพียงความไม่สบายใจ และไม่ได้ลดความกลัวลงเลย

อย่างน้อยก็ด่าให้แฮรี่สำนึกสักหน่อย “เหอะ รอดูว่าเซเวอร์รัสจะด่าอย่างที่ฉันด่าแน่” คงจะได้แหละมั้ง

อา คำว่าเจ้าเด็กจอมหาเรื่อง ถึงกลับลอยเข้าหูเขาเลย





     “อา ไม่หรอก ไม่เลย ... คุณปฏิเสธตัวตนตัวเองไม่ได้หรอก ระลึกได้ว่า การแยกออก เป็นมากกว่าความภาคภูมิ เป็นมากกว่าความปรารถนา เป็นตัวตนที่คงอยู่ เพื่อตอกย้ำ ทั้งความคิด ความทะเยอทะยาน อุดมการณ์ ใช่แล้ว พิสูจน์ว่าความเชื่อพวกนั้นมันไม่มีอยู่จริง พิสูจน์ว่าคนพวกนั้น ช่างโง่เขลาและไร้ค่าแค่ไหน” เสียงรองเท้าหนังกระทบดังก้องไปตามโถงกว้าง

     ร่างเคลื่อนตัดแสงสว่างเพียงเล็กน้อยที่สาดส่องเข้ามาภายในห้อง เสียงเอ่ยทุ้มต่ำ ไร้คลื่นอารมณ์ กระตุ้นความหวาดกลัวภายในจิตใจเพียงแค่รับฟัง

     ราวกับย้ำความจริงบางอย่างเฉพาะตัวเขาเองที่เข้าใจ

     ใช่แล้ว บางที สาเหตุจริงๆที่เกิดขึ้น มันเกิดจากความบิดเบี้ยวภายในจิตใจอันดำมืดของเขา เริ่มมาจากเมื่อไหร่ ตั้งแต่ที่อุดมการณ์ของเขาถูกปฏิเสธ ไม่ยอมรับ แต่ไม่ยอมมองผ่าน บุคคลที่หดหัวอยู่หลังความยิ่งใหญ่ที่สั่งสมมาเป็นทศวรรษ

     เบื้องหน้าก็คือ บุคคลผู้หนึ่ง คุ้นตา คุ้นเคย แตกต่างในภาพลักษณ์ เหมือนกันในความนึกคิด โอบล้อมไปด้วยพลังอำนาจ ดวงตาสีแดงคู่นั้นสะท้อนภาพกลับมาเหมือนเฉกเช่นที่จ้องมองตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่

     คือ ตัวเขาเอง

     “ข้าอยากจะแยกสมองเจ้าออก พิสูจน์ให้แน่ชัด ว่าเจ้าคือข้า รอยยิ้มนั่น แสดงออกถึงความอ่อนแอ น่าสมเพชนัก ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ตัวข้าต้องโอนอ่อน ตัวข้ายิ่งใหญ่ ไม่จำเป็นต้องคล้อยตามผู้ใด!”

     “เพียงแค่ตระหนกรู้ตัวเองทุกเวลา มันเป็นเรื่องปกติเช่นกัน ตัวเรา ตัวท่านต่างหากที่อ่อนแอลง”

     ต่อให้ไม่อธิบายทั้งหมด ความนัยบางอย่าง หรือแม้แต่ความหมายของรอยยิ้มที่ไม่สมควรแสดงออก เป็นสิ่งที่เคยทำ เป็นสิ่งที่อยากจะฝังมันทิ้งไปให้สิ้น

     “อย่าได้ลืมเลือน สายตาพวกนั้น ถ้อยคำเหล่านั้น ยามเสียงหัวเราะเยาะส่งออกมาจากปากเน่าเหม็นนั่น เราไม่มีวันลืม”

     ความอาฆาตถูกกระตุ้นเพียงไม่กี่วาจา ไม่มีวันลืมวันวานที่ผ่านพ้นไป ก้าวมาถึงจุดที่ยิ่งใหญ่เหนือผู้ใด สิ่งที่ต้องเผชิญ สิ่งที่ต้องเสียสละ สิ่งที่ต้องเก็บงำไว้ภายในจิตใต้สำนึก เนินนานเป็นปี เป็นสิบปี จดจ่อถึงวันที่ทุกความปรารถนา และความอับยศอดสูที่ต้องตอบแทน

     “จดจำได้หรือไม่ ยามที่พวกมันจมอยู่แทบเท้า มันน่าตื่นเต้นแค่ไหน สายตาพวกนั้น เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ร้อยเรียงด้วยคำพูดสวยหรู เยินยอ ยกย่อง เชิดชู” เงามืดเคลื่อนจากซ้ายไปขวา เสียงราบเรียบพรรณาความหลัง

     ไม่ว่าจะอดีตจวบจนปัจจุบัน ความสำเร็จที่ถูกหยิบยกมาพูด ย่อมรื่นหู

     ต่อให้ยืนอยู่สูงแค่ไหน ไม่มีใครไม่ชมชอบที่จะรับฟัง

     ดวงตาสีเลือดฉายแววระริกแฝงไปด้วยความอาฆาตแค้นเหนือคณานับ ผ่านช่วงเวลาระลึกความหลังไปชั่วอึดใจ สัตว์ร้ายในคราบมนุษย์ตวัดสายตาจดจ้องความมืดเบื้องหน้าอีกครั้ง แม้สติไม่ควบถ้วนสมบูรณ์ แต่ความหวาดระแวงและความบ้าคลั่งยังไม่จางหาย

     ร่างสูงในคราบสุภาพบุรุษใต้หน้ากากสลิธีริน เปื้อนรอยยิ้มน่าสะอิดสะเอียน คือใบหน้าที่อยากจะเก็บไว้ในส่วนลึกของจิตใจ ยิ่งมองยิ่งชัดเจนถึงความต้อยต่ำครั้งอดีต เพียงแต่ทั้งเสียงและใบหน้านั้น เสมือนสะท้อนความคิดของตัวเอง เอ่ยประโยคที่อยากฟังกระทบความต้องการ

     “เช่นนี้เป็นอย่างไร ท่านย่อมเป็นท่าน หนึ่งเดียวไม่มีเปลี่ยน ลอร์ดโวลเดอมอร์ผู้ไม่มีใครเทียบเคียง อยู่เหนือผู้ใด เราคือเงามืด กลืนกินแสงสว่างทั้งปวง ท่านจะยิ่งใหญ่แต่เพียงผู้เดียว” สายตาของลอร์ดโวลเดอมอร์สว่างวาบขึ้น รอยยิ้มที่แสยะขึ้น พึงพอใจถึงข้อเสนอที่ได้รับ

     ในความคิดของโวลเดอมอร์ ไม่ยอมรับให้ใครมาเท่าเทียม นับรวมถึงตัวเองในอดีตตรงหน้าด้วยเช่นกัน ทุกอย่างคือเครื่องมือ พลังอำนาจ ชื่อเสียงคือทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาจะต้องได้รับ ผู้เดียวไม่แบ่งปัน

     เมื่อเห็นสีหน้ายินดีของอีกฝ่าย ร่างในเงามืดเพียงยกยิ้มมุมปากพึงพอใจ ต่างกันแค่เพียงเหตุผลเบื้องหลัง ตัวเขาต้องการอะไร มีเพียงตัวเองที่รู้ดีที่สุด

     การยอมถอยหนึ่งก้าวเพื่อแผนการยิ่งใหญ่กว่า ก็คือสิ่งที่เขาทำมาตั้งแต่แรกไม่ใช่รึไงกัน

     เสียงหัวเราะอันวิปลาสดังก้องภายในห้อง วาจาสาปแช่งยังคงดำเนินต่อไป

     ต่างฝ่ายไม่ได้ลืมที่จะหวาดระแวง เพราะเข้าใจดีที่สุด ไม่มีใครไม่ภาคภูมิใจในตัวเอง ที่ตัวเองมีความสามารถ ตัวเองมีความปรารถนา เมื่อแผนการ ผลประโยชน์ และจุดมุ่งหมายมีร่วมกัน พวกเขาไม่มีใครยอมเสียประโยชน์ของตัวเอง

     เพราะไม่มีใครเข้าใจตัวเอง ได้มากเท่าตัวเอง

     อยู่ที่ว่า ใครเข้าใจได้มากกว่ากัน



กลับมาในครบปี 5555
ว่างๆจะแต่งเรื่อยๆ 
เรื่องเปลี่ยนไม่เปลี่ยนรอดูอีกที

PS. เรื่องนี้แต่งขึ้นเพื่อเป็นฟิค เพราะฉะนั้นเนื้อหาอาจจะมีการอ้างอิง

ที่ไม่ตรงกับเนื้อหาฉบับภาพยนตร์และในหนังสือชุด แฮร์รี่ พอตเตอร์

ชี้แจ้งมานะที่นี้ ขอบคุณค่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 137 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,935 ความคิดเห็น

  1. #1874 《T_C_D_Megic》 (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 12:11

    ถ้าาเซดริกตายยไม่จะอ่านอีกเลยย เเง่ๆๆๆๆๆๆ ไรท์อะ
    #1,874
    2
    • #1874-1 อาเจ้ขาโหด(จากตอนที่ 99)
      1 พฤษภาคม 2563 / 23:50
      ยังงงๆอยู่ สรุปเซดริกตายหรือยังไม่ตายอ่ะ
      #1874-1
  2. #1873 《T_C_D_Megic》 (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 12:07
    อัพพเถอะะค้าาคิดถึง
    #1,873
    0
  3. #1868 iizesiri_p (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 00:16
    กลับมาแล้ววววววววววว พระเจ้าาาาฮือออไรท์ เดี๋ยวกลับไปอ่านใหม่อีกรอบก่อน
    #1,868
    0
  4. #1862 Primmy_ (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 01:39

    ขอบคุณที่กลับมานะคะ มาอ่านช้าไปหน่อยแต่ก็จะติดตามตลอดไปเลยค่ะ

    (╥﹏╥)
    #1,862
    0
  5. #1857 EvilFaH (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 22:52
    ฮืออออ น้ำตาจิไหลนึกว่าจะไม่ได้อ่านต่อแล้ว
    #1,857
    0
  6. #1855 Ya321 (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 07:50
    ขอบคุณมากค่ะไรท์ ;-;
    #1,855
    0
  7. #1854 KazukiRei (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 00:59

    บอกตามตรง ไม่คิดว่าไรท์จะมาแต่งต่อแล้ว
    ฮือออออ ดีใจมากกกกกกกก
    #1,854
    0
  8. #1851 green5658 (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 18:09

    ขอบคุณมากกกกค่ะ
    #1,851
    0
  9. #1850 Tidvita (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 18:05
    ยินดีต้อนรับกลับมาค่ะ ^-^)
    #1,850
    0
  10. #1849 Nakks199817 (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 17:56
    วันนี้ฝนตก(จริงๆนะ)
    #1,849
    0
  11. #1848 ชาชามารุ (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 16:43

    รอออจ้า
    #1,848
    0
  12. #1847 สายน้ำสายหนึ่ง (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 16:43

    ขอบคุณค่ะ
    #1,847
    0
  13. #1846 ของหวานคือที่หนึ่ง^~^ (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 16:35
    โอะ​ แฮพพิมากกก
    #1,846
    0
  14. #1845 0815955596 (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 16:25

    ฮือๆๆๆๆๆ กลับมา...กลับมาแล้ว!!!!!!!!
    #1,845
    0
  15. #1844 KS_Kate_ (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 16:14

    ตอนแรกคิดว่าตัวเองตาฝาด...
    ขอบคุณพระเจ้า ;^;
    #1,844
    0
  16. #1843 TewadaCat (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 16:09

    ปลื้มปลิ่มดีใจ น้ำตาไหลพรากกกก ฮือๆๆๆ ีใจที่กลับมาต่อค่ะ ขอบคุณ
    #1,843
    0
  17. #1842 นีทติดเกม (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 15:58
    welcome back<3
    #1,842
    0